นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๓
รักเข้าตา
พลอยพนม
...ตอน​​ที่​​เขาเดิน​​ไปเก็บผักป่าจิ้มน้ำพริก ชายหนุ่มพบว่ากระดังงาสองข้างทางออกดอกเหลืองพลิ้ว ส่งกลิ่นระรวยชวยชื่น...
รักเข้าตา

ตอน​ที่​เขาเดิน​ไปเก็บผักป่าจิ้มน้ำพริก ชายหนุ่มพบว่ากระดังงาสองข้างทางออกดอกเหลืองพลิ้วราวริบบิ้นรัดห่อของหวัญ แลส่งกลิ่นหอมระรวยชวยชื่น ​แต่​จะมีหมู่ภมรมาเคล้าคลึงก้านเกสรอยู่​บ้างหรือไม่​เขาไม่ทันสังเกต...​?

​เพราะ​เขารีบ...​

งานรับเหมาดายหญ้าสวนยางลุงผู้ใหญ่​เพื่อเก็บเงินซื้อทอง​ไปหมั้นเมียเพิ่ง​จะเริ่มลงมือแค่วันสองวัน

ก็ดู​เอาเถอะ สัก​แต่​จะกินข้าวตุนพลังไว้สู้งานก็ยังอุตส่าห์กินแค่น้ำพริกผักจิ้มอย่างเดียว ไม่ยอม​แม้​จะเจียดเศษเงินชายพกซื้อเนื้อ-ซื้อหมู หรือ​แม้กระทั่งปลาทูผอม ๆ​ สักตัวมาต้มแกงให้พอชื่นลิ้นกะ​เขาสักคำก็หาไม่

มัน​เป็นแบบนี้มานานโข...​

นับ​แต่​ได้พบเจอแม่ยอดชีวันขวัญชีวา แม่ยอดเสน่หาของยาจก ในค่ำคืนลอยกระทง​เมื่อปีก่อนนั่นแหละ​

คืนนั้น​แม่แก้วของเจ้าหนุ่มมันช่างงามบาดจิตบาดใจเหลือเกิน ​เขายกกระทงน้อยชูขึ้น​เสมอคิ้ว ออกปากอธิษฐานพึมพำออกมาเบา ๆ​ พอให้แม่สาว​ที่นั่งย่อ​เขาประคองกระทงใบน้อยอยู่​ติดกัน​ได้ยิน...​

"เกิดชาติหนึ่ง​ภพใดก็ขอให้ข้าน้อย​ได้ตก​เป็นทาสรับ​ใช้ของแม่แก้วคนนี้ตลอด​ไปเถิดเจ้าประคุ้ณ-"

พลัน​ที่เจ้าหนุ่มเอื้อยเอ่ยวาจา สาวเจ้าก็​ได้ยินถนัดชัดเจน จึงไม่ทัน​ที่เจ้าหนุ่ม​จะเอ่ยสืบ​ไปถ้วนทั่วทุกถ้อยคำ​ที่ปรารถนา ​เขาก็​ต้องสะดุ้งสูดปากร้องออกมาด้วย​ความตกใจ

"โอ๊ย "

​พร้อมกันนั้น​เจ้าหนุ่มก็รู้สึกปวดแปลบ​ที่สีข้างอันสืบ​เนื่องมา​แต่คมเล็มของแม่นาง​ที่​เขาแกล้งเปล่งวาจาอธิษฐานออกมาให้​ได้ยินนั่นเอง

เพียงแค่นี้เจ้าหนุ่มก็พอ​จะหยั่งรู้ถึงน้ำใจไมตรี​ที่เจ้าหล่อนทอดสะพานยื่นให้...​
​เพราะัหาไม่แล้ว​ไฉนเลย​หล่อน​จะเผยกิริยาเยี่ยงนั้น​ออกมา

​เมื่อคืน ฝนหลงฤดูโปรยปรายพรมพรำลงมา​ทั้งคืน ฝอยฝนเล็ดลอดเข้ามาทางร่องฝาขัดแตะด้านหัวนอน ชวนให้เจ้าหนุ่มนั้น​หนาวนัก หนาวกายเหน็บลึกเข้า​ไปถึงหัวใจ
แก้วเอ๋ย...​เสร็จจากงานสวนยางของลุงผู้ใหญ่คราวนี้ ก็เหลืออีกไม่กี่มากน้อยแล้ว​ล่ะวะ​ที่ข้า​จะ​ได้ซื้อทองหยองไหว้วานผู้เฒ่าผู้แก่ให้ยกขันหมาก​ไปสู่ขอแลหมั้นหมาย​กับเอ็ง

ก็ลุงผู้ใหญ่นี่แหละ​วะ...​เหมาะดี อย่างน้อย​ใคร ๆ​ แถวนี้ก็ล้วน​แต่เคารพนบนอบ​และนับถือแก​ทั้งนั้น​ ​ซึ่งข้าก็​ได้เลียบเคียงกะแกไว้บ้างแล้ว​

ดูเหมือนแกก็​จะเต็มใจ​ที่​จะช่วยให้เราสอง​ได้ครองรักสุขสมหวังอยู่​ไม่น้อยเช่นกัน

เจ้าหนุ่มนอนคลุมโปง​และกอดเข่าฟังเสียงเม็ดฝนโปรยปรายลงมากระทบหลังคา ฝันหวานกระทั่งเคลิ้มหลับ หัวรุ่งไก่ขันก็ตื่นขึ้น​มาจุดตะเกียงแล้ว​ถือตรง​ไปก่อไฟหุงข้าวในครัว กะปิกลิ่นฉุนจัดเหลือติดก้นกระปุกอยู่​นิดหนึ่ง​ อีก​ทั้งหอมแดงหัวเท่านิ้วก้อยก็เหลืออยู่​แค่ครึ่งซีก หาก​แต่มะนาว​ที่​จะเพิ่งเก็บมาจากท้ายสวนยางลุงผู้ใหญ่​เมื่อวานสามสี่ลูก ยังวางเรี่ยมอยู่​ใกล้เขียง แค่นี้ก็ถมถืด...​ อ้ายน้ำโตงน้ำตาล​ที่​จะ​เอามาปรุงรสให้มันปะแล่ม ๆ​ กะ​เขาบ้าง ก็หมด​ไปตั้งสองสามวันมาแล้ว​ เจ้าหนุ่มก็มิ​ได้ใส่ใจ​ที่​จะขวนขวายหาซื้อมาเพิ่มเติม ​เพราะ​เขา​ต้องรีบเร่งทำงาน...​ยังไม่มีเวลาออก​ไปตลาด หรือ​แม้กระทั่งสาวเท้า​ไปยังร้านค้าท้ายหมู่บ้านก็ให้หลงลืมเสียสนิท

เถอะน่า...​ ​เอาไว้ให้เอ็งมาอยู่​กิน​เป็นคู่ผัวตัวเมียกะข้าเสียก่อนเถอะวะ ข้าก็​จะควักกระเป๋าทูลให้​ทั้งหมดเลย​แหละ​ ให้เอ็ง​ได้เลือกซื้อหามาไว้เสียให้ครบทุกสิ่ง ​แต่อ้ายผงชูรสอะไร​นั่นน่ะ เห็นทีข้า​จะขอเจ้าล่ะ...​​เพราะ​ได้ยิน​เขาพูดกันว่ากินเข้า​ไปมาก ๆ​ ทำให้หัวล้าน

ไอ้ปรงลูกตาเปรมนั่นปะไร!

ข้าไม่อยากหัวล้านเหมือนอย่างไอ้ปรงมัน

ดูซิ- - ​แต่งเมียยังไม่ทันไรหัวล้านชิบ!

ก็นั่นล่ะ- -​เขาว่า​เป็น​เพราะเมียของมันนั่นแหละ​ หมั่นปรุงอาหารรสแปลกให้ผัวกินเข้า​ไปทุกบ่อย เส้นผมจึงร่วงผล็อยจนหมดเกลี้ยง

คราวใด​ที่​เขา​ได้มีโอกาสครวญถวิลถึงยอดรัก เจ้าหนุ่มก็รู้สึก​เป็นสุขยิ่งนัก ​เขานั่งฝันหวานอยู่​หน้าเตาไฟอย่างคนใจลอย

แค่อ้ายลูกกำพร้ากระยาจกอย่างข้าเอ็งก็ไม่รังเกียจรังเดียดฉันท์ ข้าน่ะสุดบูชาน้ำใจเอ็งนักล่ะแก้วเอ๋ย

ครั้นหม้อข้าวบนเตาไฟเดือดปุด ๆ​ จนฟองน้ำข้าวสีขาวขุ่นเหมือนนมวัวดันฝาหม้อขึ้น​มาพะเยิบพะยาบ เจ้าหนุ่มก็คว้าไม้ขัดหม้อสอดฉับเข้าในช่องหูจับ แล้ว​ยกตะแคง รินน้ำข้าว​ที่​กำลังเดือดทะลักอยู่​นั้น​ใส่ลงในถ้วยใบเล็ก​ที่เตรียมไว้ ไอร้อนโชยพุ่งขึ้น​มาจน​เขา​ต้องเบือนหน้าหลบ ​แม้มัน​จะส่งกลิ่นหอมจนน้ำลายสอ หาก​แต่มันก็ร้อนเหลือหลาย

จัดการยกถ้วยน้ำข้าว​ไปวางบนถาดสำรับ เสร็จแล้ว​ก็ยกหม้อข้าวกลับขึ้น​​ไปไว้ตั้งบนเตาก้อนเส้าอีกครั้ง ​พร้อม​กับถอนดุ้นฟืนออกจากเตา เหลือ​แต่ถ่านแดง ๆ​ สำหรับดงหม้อข้าวให้สุกหอม จากนั้น​เจ้าหนุ่มหัน​ไปคว้าครกตำน้ำพริก ใส่พริกขี้หนู หอมแดง ​และควักกะปิกลิ่นฉุน ๆ​ ในก้นกะปุกใส่ตามลง​ไปตามมีตามเกิด กระทั่งครบถ้วนดีแล้ว​ก็คว้าไม้ตีพริกโขลกขลุก ๆ​ ระแวดระวังมิให้มันกระฉอกเข้าตา ก่อน​จะผ่ามะนาวบีบใส่​ไปซีกหนึ่ง​ก็​เป็นอันเสร็จพิธี

พอรุ่งสางมองเห็นเส้นลายไก่เขี่ยบนฝ่ามือทุกสิ่งทุกอย่างก็สำเร็จเสร็จสรรพ

ข้าวสุกแล้ว​ ประเดี๋ยวก็​จะตักใส่ใบตองแห้งคดห่อ​ไปกินมื้อเ​ที่ยงใน​ที่ทำงาน

ก็​ที่สวนยางอันรกรื้อของลุงผู้ใหญ่นั่นแหละ​

น้ำพริกกระจุกหนึ่ง​กะข้าวสวยก้อนเท่ากำหมัด​และผักแนมอีกเล็กน้อย...​ ถึงอย่างไรมันก็อิ่มท้องอยู่​นั่นแหละ​นา

​ทว่าตอนนี้​เขาจำ​เป็น​จะ​ต้องจัดการเรื่อง​อาหารเช้า​เสียก่อน

​ความจริงน้ำข้าวหรือน้ำหม้อร้อน ๆ​ ในถ้วย​ที่​เขารองรับไว้​เมื่อสักครู่ ​ถ้าชง​กับน้ำตาลก็​จะออกรสขุ่นหวานคล้ายกาแฟ ​ซึ่งคนแถวนี้เรียก "โกปี๊หมา" ซดร้อน ๆ​ เข้า​ไปสักถ้วยก็ไม่ต่างอะไร​​กับกาแฟรสโปรดของ​ใครบางคน
มัน​จะ​เป็นอาหารเช้า​อย่างดี ​ทั้งอุ่นท้อง ​และกว่า​จะหิวข้าวก็คงอีกนาน

หาก​แต่วันนี้ในครัว​เขาน้ำตาลหมด!

จึง​เพื่อไม่ให้รสชาติจืดชืดจนเกิน​ไป เจ้าหนุ่มผู้อยากมีเมียจนใจ​จะขาดรอนก็หัน​ไปคว้าเกลือผงในกระปุกมาโรยแทน

ซดเข้า​ไปโฮกหนึ่ง​ ก็รำพึงรำพันออกมาเบา ๆ​ ว่า

"​ความรักก็ทำให้เกลือหวาน​ได้เหมือนกันแหละ​--โว้ย"


-จบ-

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3497 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง รักเข้าตา
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๘๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๖ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-17938 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 10 ธ.ค. 2553, 19.25 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : นาม อิสรา [C-17939 ], [110.49.205.183]
เมื่อวันที่ : 10 ธ.ค. 2553, 19.41 น.

ว่า​จะนำลงอวดสายตาแฟน ๆ​ ตั้งแต่หลังงานลอยกระทง ก็ลืม​ไปเสีย

​ส่วนหนึ่ง​ของผู้มีอาการ"รักเข้าตา" ​จะ​เป็นเช่นไร บางทีเรื่อง​สั้นเรื่อง​นี้อาจบอกอะไร​คุณ​ได้บ้าง?

ลองเบิ่งดูนะครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ทิดอินทร์ [C-17940 ], [124.122.138.68]
เมื่อวันที่ : 10 ธ.ค. 2553, 22.56 น.

อื้อฮือครับ​พี่นามฯ

ภาษสวิงสวายเหลือหลาย แผ่วพลิ้วดั่งระลอกน้ำ
จนทำให้ผมเกือบ​จะเมาคลื่น หรือเมารักก็ไม่รู้

สำนวนเอ็งๆ​ข้าๆ​แบบนี้ ผมคิดถึงวีรษุรุษในดวงใจ "ไม้ เมืองเดิม"เหลือเกินครับ​

จัด​ไปอย่าให้เสีย ๕ ดอกครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ลุงเปี๊ยก [C-17941 ], [1.46.208.216]
เมื่อวันที่ : 11 ธ.ค. 2553, 08.12 น.

ตามเข้ามาอ่านครับ​ สำนวนลูกทุ่งรุ่นใหญ่อย่างนี้ไม่ค่อย​ได้เห็นแล้ว​ ​จะว่าคล้ายไม้เมืองเดิมก็ไม่ใช่ ​เพราะเสน่ห์ของไม้เมืองเดิม​คือถ้อยเจรจา​เป็นตัวขับเคลื่อนตัวละคร ​และเซ็ตติ้งแบบภาพยนตร์ ​ซึ่งหานักเขียนคนไหนเทียบเคียง​ได้ยาก ในเรื่อง​ขุนศึกผมจำฉากดอกจำปีพลัดร่วงจากมือสาวเรไรหล่นลงมือเสมาใต้หน้าต่างห้องกลางแสงจันทร์​ได้ติดตา ​ทั้ง​ที่​เป็นเพียงตัวหนังสือ

ผมมองว่าสำนวนออดอ้อนอย่างเรื่อง​สั้นนี้ ​เป็นลายเซ็นเฉพาะของพลอยพนมเลย​แหละ​


ขอบคุณ​ที่โพสต์ให้อ่านครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : ทอรุ้ง [C-17950 ], [118.173.65.208]
เมื่อวันที่ : 14 ธ.ค. 2553, 17.59 น.

คุณนามคะ​

คล้ายๆ​ ​จะ​ได้กลิ่นกะปิก้นกระปุก (แบบตัวกระปุกสีขาวขุ่นหม่นๆ​ ฝาสีแดงๆ​ ช้ำๆ​ อ่ะค่ะ​ อยู่​ในหนำคง เอือดๆ​ น่าดูชม อึ๊ย ย ย (แถวบ้านเรียกหนำ ​แต่คุณคงเรียกทับ) โขลกแล้ว​ น้ำพริกโจร ครกนี้คงหรอยแท้...​.

เขียน​ได้น่าอ่านค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : เด็กหลาดเก่า (กัวปา) [C-17956 ], [27.55.14.0]
เมื่อวันที่ : 16 ธ.ค. 2553, 10.31 น.

...​​จะขอ​เป็นแหวนสวมก้อย ​เป็นกำไลสวมใส่มือน้อย เกิด​เป็นรอยรับบาท​ของนาง...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น