นิตยสารรายสะดวก  Articles  ๐๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
ม้าศึกของยอดขุนพล
ชาร ทิคัมพร
..." เจ้ายอดอาชา ! ข้ามาอย่างมิตร ให้ข้า​​ได้ขี่หลังเจ้าวันนี้เพียงวันเดียว จากนั้น​​ เจ้าก็เลือกอิสรภาพของเจ้าเอง​​ได้ " อเล็กซานเดอร์หนุ่มบอก​​กับม้า​​เขาเดียว...
คลิกดูภาพขยาย
ท่ามกลางพายุฝนต้นฤดูมรสุม​ที่พัดกระหน่ำอย่างหนักริมแม่น้ำไฮดัสเพส ​(Hydaspes) แม่น้ำสาขาสายสำคัญของแม่น้ำสินธุในอินเดีย กองทัพของ​พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ​กำลังสัประยุทธ์​กับกองทัพของ​พระเจ้าพอเริส (Porus) กษัตริย์แห่งอินเดีย อันมีทหารเดินเท้า​ซึ่งนำหน้าด้วยช้างศึกจำนวนสองร้อยเชือก

​พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ มหาราชหนุ่มแห่งมาซีโดเนียผู้มี​พระชนม์เพียงสามสิบชันษา ตะลุยรบร่วม​กับเหล่าทหารของ​พระองค์บนหลังม้าศึกตัวโปรด​ที่ชื่อว่า บิวเซเฟอลัส (Bucephalus) อย่างอาจหาญ​ที่ริมฝั่งแม่น้ำสายนี้

ไม่รู้กี่ศึกต่อกี่ศึก​ที่​พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชพิชิตมา ​พระองค์​จะอยู่​บนหลังของบิวเซเฟอลัสทุกครั้ง จอมกษัตริย์แห่งมาซีโดเนีย​ได้ "ม้าแก้ว " ตัวนี้มา อย่างไร...​

ตามตำนานเล่าว่าตอน​ที่​พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มี​พระชนม์​ได้สิบสามชันษา ​พระเจ้าฟิลิป กษัตริย์แห่งมาซีโดเนีย ​พระราชบิดาด้ซื้อม้าประหลาดมาตัวหนึ่ง​ ม้านี้มี​เขาเพียง​เขาเดียว​ที่หน้าผาก จึง​ได้ชื่อว่า บิวเซเฟอลัส ตามลักษณะของมัน ตั้งแต่ทรง​ได้ม้าตัวนี้มายังไม่มีอัศวินคนใดของ​พระเจ้าฟิลิปขี่มัน​ได้เลย​ มัน​ทั้งเปรียว​ทั้งพยศ​และดุร้าย​เป็น​ที่สุด จนทำให้​พระเจ้าฟิลิปตัดสิน​พระทัย​ที่​จะปล่อยมัน​ไปเสีย ​เพราะเลี้ยง​เอาไว้ก็ไม่มีประโยชน์

เจ้าชายวัยสิบสามทราบเรื่อง​เข้าก็คัดค้าน​พระราชบิดาว่า การทำเช่นนั้น​​เป็นการสูญเสียของสำคัญ​ไป ​และรับอาสา​จะขี่มันให้ดู

"เจ้าคิดว่าเจ้าเก่งกว่าเหล่าอัศวินของข้ายังงั้นหรือ ? " ​พระเจ้าฟิลิปทรงถามเจ้าชายหนุ่มน้อย

"เกล้ากระหม่อมทำ​ได้ดีกว่าแน่นอน " เจ้าชายหนุ่มนามอเล็กซานเดอร์ตอบ​พระราชบิดาอย่างมั่นใจ ​พระเจ้าฟิลิปไม่ตรัสว่ากระไร ​พระองค์ตั้ง​พระทัย​จะให้บทเรียนแก่ราชโอรสหนุ่มน้อย สำหรับ​ความห้าวเกินเหตุในครั้งนี้ จึงยินยอมให้เจ้าชายหนุ่ม​ได้ทดลองขี่เจ้าบิวเซเฟอลัสจอมพยศ ​แต่ก็มีข้อ​แม้ว่า​ถ้าขี่ไม่​ได้​จะ​ต้องเสียค่าปรับเท่า​กับราคาม้า​ที่​พระองค์ซื้อมา ​และ​ถ้าขี่​ได้​พระองค์ก็​จะยกม้าตัวนี้ให้​เป็นรางวัล

มีเสียงหัวเราะเยาะดังขึ้น​จากผู้คนรอบๆ​ ​ที่​ได้รับรู้ถึงการขันต่อ​ระหว่างกษัตริย์แห่งมาซีโดเนีย​กับ​พระราชโอรส ต่างก็ถกเถียงกันว่า​พระราชโอรสหนุ่มผู้นี้กล้าหาญจริงหรือว่าเกิดเสียสติกันแน่ แล้ว​ก็มีการพนันขันต่อกันว่าอเล็กซานเดอร์หนุ่ม​จะขี่ม้านี้​ได้หรือไม่

ณ สนามประลอง ​เมื่อเจ้าชายอเล็กซานเดอร์เดินเข้า​ไปยังเจ้าม้า​เขาเดียว ​ความใหญ่โตของม้าประหลาดแทบ​จะบดบังร่างของเจ้าชายหนุ่มน้อยเสียสิ้น

​เมื่อตอน​ที่บรรดาอัศวิน​แต่ละคนพยายาม​จะขี่เจ้าม้าประหลาดตัวนี้ เจ้า ชายอเล็กซานเดอร์​ได้สังเกตว่า​แต่ละคนต่างก็ทำผิด​ทั้งนั้น​ ​โดยตั้งท่า​ที่​จะเข้า​ไปพิชิตมัน เจ้าชายหนุ่มรู้ด้วยญาณว่า​ใครก็ตาม​ที่​จะขี่เจ้าบิวเซเฟอลัส​ได้ ก็ด้วย​ความยินยอมของมันเองเท่านั้น​

อัศวินทุกคนทำผิดเหมือนกันหมด​คือ ถอดเสื้อคลุมของตนออกแล้ว​โยน​ไปคลุมหัวม้า​เพื่อปิดตามันก่อน​ที่​จะขึ้น​ขี่ นั่น​เป็นการหักหาญน้ำใจ ​เมื่อรู้เคล็ดดังนี้ เจ้าชาย อเล็กซานเดอร์จึงพยายามทำให้เจ้าม้าประหลาดเห็นว่า ​พระองค์ไม่เหมือน​กับพวกอัศวินเหล่านั้น​ ทรงถอดเสื้อคลุมออกแล้ว​โยนลง​กับพื้น ให้ม้าเห็นว่า​พระองค์นั้น​มาอย่างมิตร ไม่มีดาบ ไม่มีแส้ ไม่มี​แม้​แต่เชือกสักเส้น เจ้าชายหนุ่มน้อยค้อมเศียรลงอย่างนอบนบตรงหน้าม้าประหลาด

" เจ้ายอดอาชา ! ข้ามาอย่างมิตร ให้ข้า​ได้ขี่หลังเจ้าวันนี้เพียงวันเดียว จากนั้น​ เจ้าก็เลือกอิสรภาพของเจ้าเอง​ได้ " อเล็กซานเดอร์หนุ่มบอก​กับม้า​เขาเดียว

เจ้าชายอเล็กซานเดอร์ยืนอย่างสงบตรงหน้าม้า​และไม่อยู่​ในสภาพ​ที่​จะป้องกัน​พระองค์เอง​ได้เลย​ เจ้าบิวเซเฟอลัสขยับเข้ามาใกล้ มันก้มหัวลงมาหาเจ้าชายหนุ่มจนคม​เขา​ที่วาววับจรดอยู่​​กับอุระตรงระดับ​พระหฤทัยทีเดียวละ !
ฝูงชนส่งเสียงร้องด้วย​ความหวาดเสียวแทน พลแม่นธนูขึ้น​สาย​และเล็งธนูมายังเจ้าม้าประหลาด ​เพื่อ​จะปกป้อง​พระราชโอรสตามคำสั่งของ​พระเจ้าฟิลิป ​แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าหากเจ้าม้าลงมือ​เมื่อใด ​ใครก็มิอาจช่วยชีวิตเจ้าชายหนุ่มน้อย​ได้ทัน !

​และแล้ว​ เจ้าบิวเซเฟอลัส ก็ก้มหัวต่ำลง​ไปอีกจน​เขาของมันจรดดิน ตัวของมันสั่นสะท้านด้วย​ความรู้สึกภักดี ​และยอมให้เจ้าชายอเล็กซานเดอร์กระโจนขึ้น​นั่งบนหลัง มันรอชั่วครู่ให้ต่างฝ่ายรู้สึกคุ้นเคยกัน​และกัน แล้ว​ก็ควบตะบึงพาเจ้าชายอเล็กซานเดอร์ออก​ไปจากสนามประลอง...​. เร็วดังลมพัด หายลับ​ไป ! ฝูงชนพากันคิดว่าพวก​เขาคง​จะไม่มีวัน​ได้เห็นเจ้าชายหนุ่มน้อยผู้ห้าวหาญอีกแล้ว​ ​แต่ไม่นานเจ้าชาย อเล็กซานเดอร์ก็ขี่ม้าตัวนั้น​กลับเข้ามาในสนามประลองอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงโห่ร้องกึกก้อง

เล่ากันว่า ​พระเจ้าฟิลิปถึง​กับหลั่งน้ำ​พระเนตรด้วย​ความปิติ ทรงเข้าสวมกอดราชโอรสไว้​เมื่อลงมาจากหลังม้าแล้ว​

" ลูกเอ๋ย ! แผ่นดินมาซิโดเนียเล็กเกิน​ไปสำหรับเจ้าเสียแล้ว​ " ​พระเจ้าฟิลิปตรัสแก่เจ้าชายอเล็กซานเดอร์ ผู้เยาว์

คำตรัสของ​พระเจ้าฟิลิปไม่เกินจริง ​เมื่อ​พระเจ้าอเล็กซานเดอร์​ได้ขึ้น​ครองราชย์สืบต่อจาก​พระองค์ ไม่มีแผ่นดินใด​ที่กองทัพอันเกรียงไกรขององค์มหาราช​จะผ่าน​ไปไม่​ได้ ​ทั้งในย่านทะเลเอเจียน ในอาณาจักรเปอร์เซีย ในอียิปต์ ​และกระทั่ง​ที่สุดในอินเดีย...​ ​พระเจ้าอเล็กซานเดอร์​กับม้าแก้วบิวเซเฟอลัส​เป็นสิ่ง​ที่คู่กันมา​กับทุกสนามรบ
สู้มาแล้ว​หลายศึก ชนะทุกครั้ง​แต่ก็ไม่มีครั้งใดเลย​​ที่​จะยากเท่า​กับสงครามในอินเดีย​ที่ริมฝั่งแม่น้ำไฮดัสเพสครั้งนี้ ทัพของ​พระเจ้าอเล็กซานเดอร์​ที่มีทหารสองหมื่นคนอยู่​ฝั่งหนึ่ง​ของแม่น้ำ ​พระเจ้าพอเริส กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอินเดียวาง​กำลังไว้รับทัพกรีกด้วยรี้พลสกนธ์ไกรถึงสามหมื่นห้าพันคนอยู่​อีกฝั่งหนึ่ง​ ยิ่งกว่านั้น​ทัพอินเดียยังมีช้างศึกอีกสองร้อยเชือก ตั้งแนวรับ​เป็นหน้ากระดานสลับด้วยทหารเดินเท้าทุกระยะสามสิบเมตร ​เป็นครั้งแรก​ที่กองทัพกรีก​ต้องพบ​กับกองทัพช้าง
การสัประยุทธ์ครั้งนี้ทำกันถึงสามวัน ระยะแรกฝ่ายกรีก​ต้องเสียทีฝ่ายอินเดีย ​เพราะม้าของทหารกรีกกลัวช้าง พากันแตกร่น ​แต่​เมื่อ​พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ทรงทราบถึงจุดอ่อนของกองช้างศึกว่า ​ความสำคัญอยู่​​ที่ควาญบนคอช้างนั่นเอง ก็สั่งให้ฆ่าควาญช้างก่อนด้วยธนู​และพุ่งหอกเข้าใส่ ​เมื่อปราศจากควาญ ช้างศึกก็ทำอะไร​ไม่​เป็น ถูกจับ​ได้จำนวนมาก นอกจากนี้กองทัพอินเดียยังถูกทหารมาซีโดเนีย​ซึ่งแอบข้ามแม่น้ำทางเหนือน้ำมาตีตลบหลังอีก ด้วยกลศึกชั้นยอดของจอมทัพแห่งมาซีโดเนีย

การรบ​ที่ยิ่งใหญ่บนฝั่งแม่น้ำ ไฮดัสเพส ท่ามกลางพายุฝนจบลงภายในเวลาเย็นของวัน​ที่สาม กองทัพอินเดียพ่ายแพ้ ตัว​พระเจ้าพอเริส ทรง​ได้รับบาดเจ็บ​และถูกจับ​ได้

​แม้​จะมีชัยต่อกองทัพของ​พระเจ้าพอเริส ​แต่ฝ่ายกรีกก็เสียหายมาก มากกว่าการรบครั้งใด ๆ​ ​และ​ที่สำคัญยิ่งสำหรับ​พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชก็​คือ ​พระองค์​ต้องสูญเสียบิวเซเฟอลัส ม้าแก้วในการรบ​ที่ริมฝั่งแม่น้ำ ไฮดัสเฟสในศึกครั้งนี้ด้วย ณ เดือนมิถุนายนแห่งปีสามร้อยยี่สิบหกก่อนคริสกาล !

​พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชทรงเสีย​พระทัย​กับการตายของม้าแก้วคู่บารมี​เป็นอย่างยิ่ง ทรงให้สร้างเมืองขึ้น​เมืองหนึ่ง​ในอินเดีย ​และตั้งชื่อให้เหมือน​กับชื่อม้าตัวโปรดของ​พระองค์ ม้าแก้ว​ซึ่งย่ำศึกมา​กับ​พระองค์ทุกแว่นแคว้นจวบจนการศึก​ที่ฝั่งแม่น้ำไฮดัสเฟส ...​...​มัน​เป็นศึกครั้งสุดท้ายของบิวเซเฟอลัส​และขององค์มหาราช ด้วย

สิ้น​ซึ่งม้าแก้วคู่​พระทัย ดูเหมือน​เป็นลางร้ายว่าบารมีของ​พระองค์​จะเสื่อมถอยลง​ไปด้วย หลังจากมอบอำนาจให้​พระเจ้าพอเริส ปกครองบ้านเมืองต่อ​ไปในฐานะประเทศราชแล้ว​ ​พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ไม่อาจสั่งให้กองทัพของ​พระองค์เดินทางต่อ​ไป​ได้ บรรดาแม่ทัพนายกองขอร้องแกมบังคับให้กลับบ้าน ​ระหว่างเดินทางกลับ​พระเจ้า อเล็กซานเดอร์​และกองทัพ​ต้องเผชิญ​กับ​ความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส ​เมื่อ​ต้องข้ามทะเลทราย "มากราน" (Makran - ปัจจุบันอยู่​ในปากีสถาน) องค์มหาราช​ต้องสูญเสียรี้พลอันมิ​ได้เกิดจากการรบอีกมากมาย​ กว่า​จะกลับถึงนครบาบิโลน​ได้

​พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชทรงประชวร​และสวรรคตลง​เมื่อ​พระชนมายุ​ได้สามสิบสามชันษา ตามตำนาน (อีกเช่นกัน) เล่าว่า​พระบรมศพถูกบรรจุในหีบทองคำ​และถูกส่ง​ไปยังเมืองเมมฟิส ประเทศอียิปต์ ​เพื่อลำเลียงต่อ​ไปยังเมืองอเล็กซานเดรีย ​และฝั่งไว้ในสุสานอันงดงาม​ที่นั่น...​. ​แต่จนบัดนี้ยังไม่มีผู้ค้นพบสุสานของ​พระองค์​แต่อย่างใด

ผู้สนใจประวัติศาสตร์น้อยคน​ที่​จะไม่รู้จัก "​พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช" ​แต่​ที่รู้จักประวัติของ​พระองค์นั้น​มีไม่มากคน ​ที่​จะรู้จักบิวเซเฟอลัสม้าแก้วคู่บารมี​ที่ย่ำศึกมา​กับองค์มหาราชตั้งแต่ศึกแรกจนศึกสุดท้าย...​

ยังจบไม่ลง ! ภาษิตฝรั่ง​ที่ว่า " เหรียญย่อมมีสองหน้า " ยัง​ใช้​ได้อยู่​ เรื่อง​​ที่เขียนให้อ่านสนุก ๆ​ กันข้างบนนี้ ก็​เป็นเพียงด้านหนึ่ง​ของเหรียญ​พระเจ้าอเล็กซานเดอร์เท่านั้น​ นักประวัติศาตร์พวกหนึ่ง​พยายามพลิกเหรียญอีกหน้าหนึ่ง​ของ​พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชแล้ว​บอกว่า...​.​พระเจ้าอเล็กซานเดอร์นั้น​หมด​ความ​เป็น "มหาราช" ​เมื่อย่างเข้าสู่อินเดีย ​เพราะไม่เคยชนะศึกในอินเดียเลย​ ยิ่งกว่านั้น​​พระองค์ยังพ่ายแพ้ด้วยซ้ำ​ไป ! การศึก​ที่แม่น้ำไฮดัสเฟส (เรียกอีกชื่อว่า เจลัม- Jhelum) ตอนนั้น​กองทหารม้าของกรีกถูกฆ่ายับเยิน​โดยทหารของ​พระเจ้าพอเริส กษัตริย์แห่งปันจาบ เหล่าทหารกรีกพากันเสียขวัญ​และหมด​กำลังใจ​ที่​จะรบ ต่างพากันโยนหอกดาบทิ้ง ​และขอให้​พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ยอมแพ้เสีย !

​พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ ทรงตระหนักดีว่าหากแข็งขืนสู้รบต่อ​ไป​จะ​ต้องพินาศย่อยยับแน่นอน จึงขอเจรจาสงบศึก​และ​ได้กล่าวทูลต่อ​พระเจ้าพอเริสว่า

"ข้า​แต่​พระเจ้าพอเริส ...​ขอ​ได้โปรดอภัยแด่ข้าพเจ้าเถิด บัดนี้ข้าพเจ้ามิอาจทน​ความเจ็บปวดทรมาน​ได้อีกต่อ​ไป ข้าพเจ้า​ได้ตระหนักแล้ว​​ซึ่ง​ความกล้าหาญ​และ​ความแข็งแกร่งของ​พระองค์ ข้าพเจ้าเศร้าใจมาก​และรู้ว่าชีวิตของข้าพเจ้า​จะจบลงอย่างไรต่อ​ไป ​แต่ข้าพเจ้าไม่​ต้องการให้บรรดาทหารของข้าพเจ้า​จะ​ต้องย่อยยับอย่างข้าพเจ้า​ไปด้วย ข้าพเจ้า​เป็นผู้ผิดเอง​ที่ผลักไสพวก​เขาเข้า​ไปสู่อุ้งหัตถ์แห่งมฤตยู ​ซึ่งนั่นหาใช่วิถีแห่งกษัตริย์ไม่​ที่​จะผลักไสทหารของตนเข้า​ไปสู่​ความตาย...​.."

​พระเจ้าพอเริส ก็ถือธรรมเนียมเฉกเช่นกษัตริย์อินเดีย​คือ ​จะไม่ประหารข้าศึก​ที่ขอยอมแพ้ ดังนั้น​จึงมีการทำสัญญาสงบศึกกัน ​โดย​พระเจ้าอเล็กซานเดอร์​ได้ยกดินแดนของอินเดีย​ที่มีราชาองค์หนึ่ง​ถวายให้องค์อเล็กซานเดอร์​โดยดีก่อนหน้านี้ ผนวกเข้า​กับดินแดนของ​พระเจ้าพอเริส...​

ยังมีอีกมาก​ที่บรรดาผู้พยายามพลิกเหรียญอีกหน้าหนึ่ง​กล่าวถึง​พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ในทางลบ ซ้ำยังเรียก​พระองค์ว่า"​พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ธรรมดา" (Alexander, The Ordinary)แทน​ที่​จะเรียกว่ามหาราช...​​แต่ภาษิตไทย​ที่ยัง​ใช้​ได้อยู่​เหมือนกันบอกว่า "ฟังหูไว้หู ! "

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3490 Article's Rate 3 votes
ชื่อเรื่อง ม้าศึกของยอดขุนพล
ผู้แต่ง ชาร ทิคัมพร
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ สัพเพเหระ
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๗๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-17854 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 04 พ.ย. 2553, 17.41 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น