นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๙ กันยายน ๒๕๕๓
my...way ตอนจบ
ใบตอง
...MY WAY ตอน รัก​​ต้องห้าม ​​เมื่อทางฝ่ายขาย​​ต้องพาลูกค้า​​ไปเลี้ยง​​ที่ต่างจังหวัด น้ำมนต์ก็เห็น พิมพ์ลดา ​​เอาใจใส่ในงาน​​ที่มอบหมายให้สำเร็จลุล่วง​​ไป​​ได้...
MY WAY
ตอน รัก​ต้องห้าม
​เมื่อทางฝ่ายขาย​ต้องพาลูกค้า​ไปเลี้ยง​ที่ต่างจังหวัด น้ำมนต์ก็เห็น พิมพ์ลดา ​เอาใจใส่ในงาน​ที่มอบหมายให้สำเร็จลุล่วง​ไป​ได้ด้วยดี ​แต่​เมื่อเวลาพักผ่อนพิมพ์ลดาก็ดูสดใสขึ้น​ ​เมื่อเธอ​ได้ออกมาอยู่​ในท่ามกลางธรรมชาติ เธอเดินชมต้นไม้ใบหญ้าตามลำพังให้อาหารปลา อาหารนก ถึงเธอ​จะไม่​ได้พูดหรือหัวเราะ ​แต่หน้าตาก็ดูแช่มชื่นขึ้น​ เหมือนต้นไม้​ที่​ได้น้ำค้าง ​เขายืนดูด้วย​ความสุข ทำไมนะแค่เห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ​คนหนึ่ง​จึงนำ​ความชุ่มชื่นมาสู่ชีวิต​เขาขนาดนี้ ​เขาคิดไม่ออกว่าว่า​จะทำยังไงดี ​ที่​จะเก็บ​ความแจ่มใสนี้ไว้ให้นานเท่านาน แค่คิดว่า​เขาไม่สิทธิ์ ก็เหมือนมีภูเขาสูงใหญ่มาขวางข้างหน้าเสียแล้ว​...​...​

นพวัฒน์​เมื่ออยู่​บ้าน​เขาก็​ไปดู​ที่โต๊ะหนังสือของพิมพ์ลดา ​เขาเห็น แผ่นพับของบ้านจัดสรร หลายแบบ หลายราคา ​และพิมพ์ลดาก็ทำรายการเปรียบเทียบราคา​และ​ความสะดวก​ในการเดินทาง ​และยังมีแบบรถ​ที่ทำรายการเปรียบเทียบไว้เช่นกัน นี่​คืออะไร​กัน พิมพ์ลดา​จะทิ้ง​เขาหรือ ? ​เขา​จะ​ไปปรึกษา​ใครดี พ่อตาหรือ? แค่คิดก็ขนหัวลุกแล้ว​

ตั้งแต่พิมพ์ลดาป่วยหนักคราวนั้น​​เขายังเข้าหน้าพ่อตา ไม่ติดเลย​ ​และ​เมื่อมาคิดดูอีกทีพิมพ์ลดาคง ไม่​ไปปรึกษาพ่อหรอก​เพราะ​ถ้าเพียง พิมพ์ลดา เอ่ยว่า​จะซื้อบ้านป่านนี้ พ่อตา​เขาคงซื้อให้แล้ว​ ​โดยไม่​ต้องเปรียบเทียบราคาด้วยซ้ำ อย่าว่า​แต่บ้านหรือรถเลย​ ถึง​เป็นดาวอังคารก็เถอะ​ถ้าพิมพ์ลดาอยาก​ได้ พ่อตา​เขาคง​ไปติดต่อองค์การนาซ่าให้แน่ ๆ​

​เขาคิดอย่างหงุดหงิดหรือ​จะ​เป็นแม่​เขา ก็ไม่​ได้อีกระยะหลังนี่แม่​เขาก็ดูไม่พอใจพิมพ์ลดาเช่นกัน เดี๋ยวก็​จะกลาย​เป็นเรื่อง​ใหญ่อีก ​เพื่อนหรือก็ไม่​ได้อีก​เพื่อน​เขามี​แต่​จะสมน้ำหน้ากัน​ทั้งนั้น​ อ้อยังมีอีกหนึ่ง​คน

นพวัฒน์เข้า​ไปปรึกษาพี่ชายใหญ่ของ​เขา​เป็นการ​ส่วนตัว​และขอให้เก็บเรื่อง​ไว้​เป็น​ความลับด้วย พี่ชาย​เขาจึงให้ข้อคิดมาว่า
"นพลองคิดอย่างไตร่ตรองซิว่ายังรักน้องพิมพ์อยู่​หรือเปล่า อย่าคิดอย่าง​ที่​จะ​เอาชนะนะ ​เพราะเท่า​ที่พี่ดูแล้ว​น้องพิมพ์คงรับสภาพบ้านเราไม่​ได้หรอก นี่​เขาก็ทนมานานแล้ว​​เขาคงไม่ทน​ไปตลอดชีวิตหรอก ​ถ้าคิดว่าไม่รักแล้ว​ ​และน้องพิมพ์มาขอหย่า ก็แสดงว่าน้องพิมพ์เค้าตัดสินใจแล้ว​ พี่ว่านพควร​จะปล่อยให้เค้า​เป็นอิสระ​ไป ​แต่​ถ้ายังรักอยู่​ นพก็ควร​จะขยับขยายหาบ้าน​ที่​สามารถให้เค้าอยู่​ด้วยแล้ว​มี​ความสุข​จะดีกว่า"

"แล้ว​ทำไมสะใภ้คนอื่นไม่​เป็นล่ะครับ​ อย่างเมียพี่ใหญ่ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร​ คุย​กับแม่ถูกคอเสียอีก"

"คนเราไม่เหมือนกัน มาจาก​ที่ต่างกัน ​แต่น้องพิมพ์ก็ทำงานก้าวหน้าดีใช่ไหมล่ะดูแล​เอาใจใส่ลูกก็ดี เมียพี่กี่ปีก็ยังอยู่​​ที่เดิมก็​เพราะคุยเก่งนี่ล่ะ ​และพี่ก็ไม่เคย​ไปบังคับให้​เขา​เป็นอย่าง​ที่น้องพิมพ์​เป็นเลย​ ​ได้แค่ไหนก็แค่นั้น​"

"ครับ​ผมเข้าใจแล้ว​ ผู้หญิงนี่ก็มีหลายแบบเหมือนกันนึกว่า​เป็น​แต่ผู้ชาย"
"เออ...​ลองคิดดูแล้ว​กัน ​ถ้ามีอะไร​ให้ช่วยก็บอกมาแล้ว​กัน"
"ครับ​ ขอบคุณมากครับ​"

ทางฝ่ายพิมพ์ลดาก็เช่นกัน​เมื่อมีเวลาว่าง​เพื่อนๆ​ก็​เอาเรื่อง​ครอบครัวของเธอมา​เป็นหัวข้อสนทนาวิจารณ์อย่างสนุกสนานเธอก็​ได้ฟังอย่างนึกขำ เหมือน​ได้ฟังเรื่อง​ของคนอื่น​ที่ไม่ใช่ของเธอ อย่างอุมาพร​ที่​เป็น​ทั้ง​เพื่อนเธอ​และนพวัฒน์

"พิมพ์ แกลองแยกกันอยู่​​กับพี่นพสักพักก็ดีนะแก ​จะ​ได้มีเวลาไตร่ตรอง​ซึ่งกัน​และ กัน​ถ้ายัง​ต้องการกันอยู่​ก็กลับมาอยู่​ด้วยกันเหมือนเดิม ​แต่​ถ้าทนกันไม่ไหวก็แยกกัน​ไป​แต่ก็ยัง​เป็น​เพื่อนกันเหมือนเดิม ดูแลกันอย่างห่างๆ​ก็ดีนะ ​เป็นอิสระดีด้วย"






อีกคน​คือสุชาติ คนนี้เชียร์ น้ำมนต์สุดลิ่ม
"ฉันว่าเลิก​ไปเลย​ดีกว่า น้องพิมพ์เก่ง​จะตายเรื่อง​อะไร​​ต้อง​ไปเสียเวลาให้​กับคน​ที่เห็นคุณค่าของเรา มีคน​ที่ดี​พร้อมเหมาะสม​กับน้องพิมพ์รออยู่​ อย่างพี่น้ำมนต์ตาเชื่อมรออยู่​ทุกวัน หล่อก็หล่อกว่ารวยด้วย ​และ​ที่สำคัญรักน้องพิมพ์มากด้วย

​ส่วนประวิทย์ ​และบุปผาสองคนนี้มีครอบครัวแล้ว​จึงมี​ความเห็นเหมือนกันว่า
" น้องพิมพ์อย่า​ไปฟัง สองคนนี้ยุดี แกสองคนพูดอย่างคนเห็นแก่ตัวแกไม่คิดถึงปิ่นมุกหรือ ​ถ้าพ่อ​ไปทางแม่​ไปทางลูก​จะอยู่​อย่างไง"

อุมาพรเถียงมาว่า
"แล้ว​วันนี้เด็กมี​ความสุขหรือ พ่อก็​ไปอยู่​​กับ​เพื่อน แม่ก็นั่งอมทุกข์อยู่​ทุกวัน"
สุชาติช่วยเถียงมาอีกคน
"จริงด้วยอยู่​​กับ​ใครซักคนให้​เป็นหลัก​ไปเลย​รับรู้ ​ไปเลย​ว่า พ่อแม่อยู่​ด้วยกันไม่​ได้จริงๆ​ เด็กเดี๋ยวนี้​เขาฉลาดแล้ว​ ​และ​เขาก็​จะมั่นคงขึ้น​ ดีกว่าอยู่​กันอย่าง อึมครึมอย่างนี่ ฉันเห็นแล้ว​ยังอึดอัดแทนเลย​"

​และก่อน​ที่เรื่อง​​จะเลย​เถิด​ไปกันใหญ่ พิมพ์ลดาก็โบกมือห้าม
"พอแล้ว​พวกแก สนุกกันใหญ่แล้ว​ ฉันยังไม่ตัดสินใจอะไร​เวลานี้หรอก ฉันยังให้โอกาสพี่นพอยู่​ ​และฉันยังไม่คิด​ที่​จะมีครอบครัวใหม่ด้วยบอกตรงๆ​...​เข็ด"

​เมื่อถึงเวลา​ที่พิมพ์ลดาใกล้​จะกลับบ้าน นพวัฒน์ ก็ชวนปิ่นมุกลูกสาวออกมาซื้อขนม​ที่ปากซอย ​เพื่อ​ที่ว่า​จะ​ได้รับพิมพ์ลดา​ที่ป้ายรถด้วย ขณะ​ที่คอยอยู่​นั้น​ก็เห็นพิมพ์ลดานั่งรถแท็กซี่เข้า​ไปในซอย​พร้อม​กับผู้ชายคนนั้น​​เขาจำ​ได้แม่น(ไอ้คน​ที่ชอบถือกระเป๋าให้ผู้หญิง)

นพวัฒน์เดินตาม​ไปสองคนนั้น​​กำลังขนของลง​พอดี นพวัฒน์ หมั่นไส้จึงทักขึ้น​ว่า "ขอบคุณนะครับ​ อุตส่าห์ดูแลภรรยาผม​เป็นอย่างดี"
น้ำมนต์จาก​ไป​พร้อม​กับรอยยิ้มขันๆ​ ​และ​เมื่อคิด​ได้รอยยิ้มนั้น​ก็ค่อยๆ​จากหาย​ไปเหลือ​แต่เพียง สายตาหม่นมัวลง

นพวัฒน์​เขาต่อสู้​เพื่อแย่งชิงพิมพ์ลดากลับมาอย่างสุดฤทธิ์ ​เพราะดูแล้ว​น้ำมนต์คงชอบพิมพ์ลดาจริงๆ​แน่ ​และถึงพิมพ์ลดา​จะยังอยู่​​กับ​เขา ​แต่ใจก็คงมีหวั่นไหว​ไปบ้าง ​เขาคงประมาทไม่​ได้แล้ว​ ​เขาทำในสิ่ง​ที่ไม่เคยทำมาหลายอย่าง นอกจากการตามรับตามส่งแล้ว​ ยัง​ไปรอตามงานเลี้ยงอีกบ่อยๆ​ นับว่า​เขามี​ความอดทนอย่างสูง

น้ำมนต์นับวัน​เขาก็ยิ่งรักพิมพ์ลดาจริงๆ​แล้ว​ ​เขามารู้ตัว​เมื่อเห็นนพวัฒน์มารับพิมพ์ลดา​และพาเดินจาก ​ไปต่อหน้าต่อตา ​เขารู้สึกปวดหนึบ​ไป​ทั้งหัวใจ ​เขา​จะทำอย่างไรดี​เพราะเหมือน​กับว่ายิ่งแข่งก็ยิ่งแพ้

​เขาจึงสารภาพ​ความในใจให้แก่พิมพ์ลดารู้ในวันหนึ่ง​ ​และบอกว่า​พร้อม​ที่​จะให้​ความสุข​ที่พิมพ์ลดา​ต้องการ​ได้ ​และ​เขายังบอกอีกว่า​ที่​เขามาทำงาน​ที่นี่​เพราะ​เขา​ต้องการ​ที่​จะอยู่​ใกล้ชิด​กับพิมพ์ลดา

พิมพ์ลดาก็รู้ไม่ใช่​จะไม่รู้ ​แต่เธอ​จะทำตัว​เป็นคนโลเลหลายใจ​ได้อย่างไร ถึงน้ำมนต์​จะรักเธอมากขนาดไหน เธอก็คง​ได้​แต่เก็บ​เขาไว้ในหัวใจ ​เป็นเหมือนของขวัญอันมีค่า​ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเท่านั้น​

"พี่รักน้องพิมพ์ตั้งแต่แรกเห็น" พิมพ์ลดามองน้ำมนต์ด้วย​ความสงสาร
" อย่ามารักพิมพ์เลย​ค่ะ​ พิมพ์ไม่ดีพอสำหรับพี่หรอก พี่มนต์คงแค่สงสารพิมพ์เท่านั้น​เอง"
"พิมพ์อย่าเพิ่งปฏิเสธพี่ ชีวิตคนเรายัง​ต้องดำรงอยู่​อีกยาวนาน น้องพิมพ์ควรให้โอกาสตัวเอง​ได้เลือกบ้าง พิมพ์​จะ​ต้องฝืนใจอีกนานเท่าไหร่ เวลาผ่าน​ไปนับวันก็​จะมี​แต่อับเฉา ดูซิ​เมื่อตอน​ไปสัมมนามายังดูสดชื่นอยู่​เลย​ พอมาวันนี้ก็ซีดเซียวอีกแล้ว​พี่อยากให้พิมพ์​ใช้ชีวิตใน​ที่​ที่เหมาะสม

พิมพ์เหมือนดอกไม้สวย​และบอบบาง ​แต่เจ้าของเลี้ยงไม่​เป็นปล่อยให้ตากแดดร้อน​และลมแรง วันหนึ่ง​ดอกไม้นั้น​ก็​จะทนไม่​ได้​และค่อยๆ​ตาย​ไปอย่างทรมาน​ที่สุด"

" พี่มนต์คะ​ อีกหนึ่ง​เดือนเรามาคุยกันอีกครั้งหนึ่ง​ ​แต่พี่มนต์ก็อย่าตั้ง​ความไว้สูงนะค่ะ​ ​เพราะพิมพ์อาจ​จะไม่ใช่​เป็นคนดีอย่าง​ที่พี่คิดก็​ได้ พิมพ์ก็​เป็นเด็ก​ที่​เอา​แต่ใจตัวเท่านั้น​เอง"
"ไม่​เป็นไรพี่มีชีวิต​ทั้งชีวิต​ที่​จะตามใจน้องพิมพ์ ​จะไม่บ่นหรือเบื่อเลย​"
"พี่ลอง​ไปคิดดูให้ดี ก่อนแล้ว​เราค่อยคุยกันใหม่ ปัญหาไม่ใช่รักหรือไม่รัก พิมพ์เชื่อในรักของพี่​แต่เรายังมีคนอื่นอีกมากมาย​​ที่อยู่​รอบๆ​ตัวเรา"

MY...​WAY
ทาง​ที่...​เลือกไม่​ได้
​เมื่อก่อนพิมพ์ลดาคิดว่าผู้ชายอย่างพ่อเธอคงหมดโลก​ไปแล้ว​ ​เพราะพ่อตามใจแม่มาตลอด​และ​เมื่อมีพิมพ์​และพี่ พ่อก็ตามใจมาตลอดไม่เห็นว่าพ่อ​จะบ่นเบื่อตรงไหนเลย​ อย่างนี้เอง​ที่​เขาเรียกว่าว่า​ความรัก ​คือทำให้คน​ที่รักมี​ความสุข​ที่สุด เสียสละ​เพื่อ​ที่​จะให้คนรักมี​ความสุข​โดยไม่หวังสิ่งใด​เป็นการตอบแทน...​...​.

​ถ้าเธอเลือกน้ำมนต์ เธอก็​จะ​ได้ผู้ชาย​ที่ดีอย่างพ่อมาดูแลตลอดชีวิต​และ​จะมี​ความสุข​ที่สุด ดูอย่างแม่ซิ พิมพ์ไม่เคยเห็นแม่มี​ความทุกข์เลย​ คุณย่ายังเคยเล่าให้ฟังว่าพ่อเธอแพ้ท้องแทนแม่ ในขณะ​ที่แม่กินอิ่มนอนอุ่น พ่อคลื่นเหียนแทบตายอะไร​ก็กินไม่​ได้ ​และ​เป็น​ทั้งสองท้องเลย​ แล้ว​​แต่ว่า​ใครมากน้อยกว่ากัน ​เมื่อก่อนพิมพ์คิดว่า​เป็นเรื่อง​อำกันเล่นของผู้ใหญ่ซะอีก ​แต่มาวันนี้พิมพ์คิดว่า คง​เป็นพลังแห่งรักแน่ๆ​ พ่อ จึงยอม​ที่ทนทุกข์ลำบากเสียเอง

​แต่นพวัฒน์ก็ทำให้เธอ​เป็นคนเข้มแข็งขึ้น​ มี​ความมุ่งมั่นมากขึ้น​ ​สามารถฟันฝ่างานยากๆ​ให้พ้นผ่าน​ไป​ได้ ​ถ้าอยู่​ท่ามกลางคนตามใจป่านนี้เธอคงปวกเปียกทำอะไร​ไม่​เป็นอยู่​นั่นแหละ​ ​ที่เธอ​สามารถภูมิใจตัวเองอยู่​ทุกวันนี้ก็​เพราะแรงบีบคั้นจากบ้านนพวัฒน์

​และ​ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ปิ่นมุก​ใคร​จะดูแลคง​เป็นเรื่อง​ใหญ่ นพวัฒน์คงไม่ยอมให้เธอ​เอาลูก​ไปด้วยแน่นอน ​และ​ถ้าทิ้งไว้พิมพ์ลดาก็ทนไม่​ได้เหมือนกันลูก​กำลังโต​ต้องมีคนสั่งสอนให้​ความอบอุ่น ดูอย่างเธอซิขนาดพ่อแม่​เอาใจใส่อย่างดี ยังพลาด​ได้เลย​

หลายวันมานี้นพวัฒน์เห็นพิมพ์ลดามองเหม่อ ใจลอย​และมองอยู่​​ที่ปิ่นมุกอยู่​ตลอดเวลา ​เขาก็ใจหายเหมือนกันกลัวว่าพิมพ์ลดา​กำลังตัดสินใจอะไร​อยู่​​เขาไม่กล้าเดาเลย​ ​เขาเหมือน​กับว่า​เขา​กำลังถือแก้วเนื้อบางราคาแพง​เอาไว้ ​ถ้า​เขาไม่ระวังให้ดีแก้วนั้น​ก็​จะตกลงมาแหลกลาญ ​และทุกสิ่งทุกอย่างก็​จะจบสิ้นลง ...​...​.

​และแล้ว​วันนั้น​ก็มาถึง พิมพ์ลดาหายออกจากบ้าน​ไป​แต่เช้า​มืด ​เมื่อตื่นมา​เขาก็ไม่พบเธอแล้ว​ ​เขาวูบขึ้น​​ที่หัวใจไม่​สามารถ​ไปทำงาน​ได้ ​เพราะ​ความคิดสับสน​ไปหมด จึงโทร​ไปลางาน หนึ่ง​วัน ​เขาค้นดูข้าวของยังเห็นอยู่​​เป็นปกติอยู่​ ค่อยยังชั่วหน่อย​​และ​ไปดู​ที่โต๊ะทำงานพิมพ์ลดาเห็นในปฏิทินวงวัน​ที่​เอาไว้แสดงว่า​เป็นนัดสำคัญ ​เพราะวงใหญ่​และวนหลายครั้ง ​เขารู้จักนิสัยพิมพ์ลดาดี​ถ้าเธอมีเรื่อง​สับสนวุ่นวายใจคิดไม่ตกเธอ​จะวน หรือวาดรูปอะไร​ซ้ำๆ​แบบนี้แหละ​

วันนี้​เป็นวันนัดของน้ำมนต์​และพิมพ์ลดาจริงๆ​ พิมพ์ลดาเห็น​เขายืนหันหลังให้ เธอมอง​เขาอย่างสุดเสียดาย ผู้ชายดีๆ​อย่างนี้ ​ต้องเกิดอีกสักกี่ครั้งถึง​จะ​ได้พบ ผู้ชายแสนดี​ที่เธอ​ต้องสูญเสีย​เขา​ไป ​เมื่อน้ำมนต์หันกลับมาเห็นสายตาของพิมพ์ลดา​เขาก็รู้แล้ว​ว่า​เขาพ่ายแพ้ ​เขาแทบ​จะพูดอะไร​ไม่ออก

"พิมพ์ไม่ให้โอกาสพี่เลย​หรือจ้ะ​" พิมพ์ลดาสงสาร​เขาจับใจ
"วาสนาพิมพ์ไม่ถึงพี่มากกว่าค่ะ​ ไม่ใช่ว่าพิมพ์ไม่เชื่อพี่มนต์​แต่พิมพ์​ต้องทำตาม​ความถูก​ต้องค่ะ​ พิมพ์ทิ้งลูกไม่​ได้"
"แล้ว​​ถ้าพี่บอกพิมพ์ว่าพี่รอ​ได้ล่ะ นานแค่ไหนก็​จะรอ พี่​จะไม่​ใครอื่นพี่​จะรอพิมพ์คนเดียว"
"​เพื่ออะไร​คะ​พี่ ไม่มีประโยชน์มี​แต่​จะเจ็บปวด พี่มนต์​เป็นคนดี รักคนอื่นเถอะค่ะ​ ผู้ชายควรมีคนดูแล ​และอย่ารอพิมพ์เลย​ ลืมพิมพ์เถอะค่ะ​"
"ไม่ พี่​จะมารอ​ที่นี่ วันนี้ของทุกปี จำไว้​และพี่​จะไม่มี​ใครอีก​เพราะพี่รักพิมพ์รักจนหมดใจแล้ว​ พิมพ์​จะมาพบ​กับพี่​ได้ไหม"
"ไม่ค่ะ​ เราไม่ควร​จะพบกันอีก ​ที่ทำงานเหมือนกัน​ถ้าพี่มนต์ไม่ออก พิมพ์ก็​จะ​เป็นคนออกเอง" ให้​เขาเจ็บแค่วันนี้ดีกว่า ​ที่​จะให้มันเรื้อรังต่อ​ไป
"พี่​ไปเอง พี่คงอยู่​ไม่​ได้ ​ถ้าไม่มีพิมพ์"
"​แต่พิมพ์​จะให้สัญญา​กับพี่ไว้อย่างหนึ่ง​ ​ถ้าพิมพ์​เป็นม่าย พิมพ์​จะไม่มี​ใครอีกพิมพ์​จะอยู่​คนเดียว​ไปจนตาย"
"ขอบใจจ้ะ​ จำไว้นะพี่​จะมา​ที่นี่ทุกปี จำไว้"

​ทั้งสองต่างนั่งอยู่​ด้วยกัน​เป็นการสั่งลา​เพราะมันปวดใจเกินกว่า​ที่ ​จะพูดออกมา...​​และแล้ว​ ก็​ต้องจากกันจริงๆ​ น้ำมนต์มองดู พิมพ์ลดาเดินจาก​ไปจนลับตา ​เขาไม่​สามารถชนะใจเธอแล้ว​จริงๆ​...​..

​ส่วนพิมพ์ลดา​ต้องเสียผู้ชายหัวใจทองคำ​ไปตลอดชีวิต เธอไม่กล้า​ที่​จะบอกว่ารัก​กับน้ำมนต์ ยอม​เป็นคนใจดำตัดขาด​เขาอย่างไม่มีเยื่อใย ​เพราะ​ถ้าน้ำมนต์รู้ว่าเธอรัก​เขา ​เขาคงไม่ยอมแพ้แน่ๆ​ ​และเธอก็อาจ​จะไม่​ได้พบ​กับปิ่นมุกอีกเลย​ก็​ได้ ​เพราะ​เขาคงพาเธอหนี​ไปให้ไกลสุดหล้าเลย​ทีเดียว...​...​

​เมื่อนพวัฒน์เห็นพิมพ์ลดาเข้าบ้านมาอย่างคนไร้หัวใจ ​เขาจึง​ได้รู้ตัวว่า​เขารักพิมพ์ลดามากแค่ไหน คนเรากว่า​จะรู้ว่ารักอะไร​ก็​เมื่อเกือบ​จะเสียของรักนั้น​​ไป ​เขา​ต้องจำไว้​เป็นบทเรียน ​ถ้าพิมพ์ลดาจาก​เขา​ไปวันนี้ ​เขา​จะโทษ​ใครไม่​ได้นอกจากตัวเอง ​เมื่อ​เขาทำตัวให้เกิดช่องว่างให้คนอื่น​ได้แทรกตัวเข้ามา

​เขาปล่อยให้พิมพ์ลดาอยู่​นิ่งๆ​ทำใจซักพักให้เวลารักษาแผลใจ แล้ว​​เขาก็​เอาพิมพ์เขียวแบบบ้านมาให้ดู
"น้องพิมพ์ลองดูแบบบ้านสิ ชอบไหม​ถ้าไม่ชอบตรงไหนก็บอกแล้ว​กัน​จะ​ได้แก้ไข"
"บ้าน​ใครคะ​"
"บ้านเราไงจำ​ที่ดิน​ที่เราซื้อไว้ ตอนนั้น​​ได้ไหม มันไกล​ไปหน่อย​​แต่อากาศดี พี่ว่า​จะ​ไปปลูกอยู่​ตรงนั้น​ ​แต่ว่า​ที่ดินมันเล็ก​ไปนิด ร้อยตารางวาเอง น้องพิมพ์ว่ายังไงดีล่ะเห็นไหมพี่วาดแบบให้​เขาทำบ่อปลาคาร์พให้น้องพิมพ์ด้วย พี่ว่า ​ถ้าวันหลังเรามีเงินแล้ว​ค่อยขอแบ่งซื้อ​ที่ข้างๆ​ ​เอาไว้ก็​ได้ ดีไหม"

พิมพ์ลดามองดูแบบบ้าน​เป็นชั้นเดียวทรงยุโรป ​ที่เธอชอบ เธอเรียกว่าบ้านทรงกระท่อมฝรั่ง ​และมีบ่อปลาคาร์พรอบบ้าน​และทำ​เป็นสะพานข้ามบ่อปลา​ใช้เดินเข้าบ้านน่ารัก​เป็น​ที่สุด เธอประทับใจในแบบบ้านมากนพวัฒน์ออกแบบ​ที่เธอวาดฝันไว้ตั้งแต่เด็กแล้ว​ ไม่น่าเชื่อว่า​เขา​จะจำ​ได้...​.
"​ถ้าแบบบ้านนี้ไม่​ต้องแก้ไขก็ดีแล้ว​ อีกเรื่อง​หนึ่ง​ ต้นเดือนหน้าพี่​ต้องตามเจ้านาย​ไปญี่ปุ่นประมาน 10 วัน พี่อยากให้น้องพิมพ์​และปิ่นมุก​ไปด้วย พิมพ์พอ​จะลาพักร้อน​ไป​ได้ไหม​เพราะปิ่นมุกก็ปิดเทอม​พอดี"
"ค่ะ​ พิมพ์​จะลองขอดู คง​ได้ค่ะ​​เพราะพิมพ์ไม่เคยลาพักร้อนเลย​" ​เมื่อนพวัฒน์อ่อนมาเธอก็ควรตามใจ​เขาบ้าง
"ดีแล้ว​​ถ้ายังไง พี่​จะ​ได้นัดคนทางโน้นให้​เขาพาเ​ที่ยว​เพราะพี่​ต้องทำงานเดี๋ยวน้องพิมพ์รอเบื่อแย่"
"ขอบคุณค่ะ​พี่นพ ขอบคุณมาก"

​ทั้งสองครอบครัวพากัน​ไปดู​ที่ดิน​ที่​จะปลูกบ้านทุกคนพูด​เป็นเสียงเดียวกันว่าเล็กเกิน​ไป ​และบ่อปลาไม่ควร อยู่​ รอบบ้านเดี๋ยวลูกตกน้ำ ​และ ฯลฯ พ่อของพิมพ์ลดาลงทุน​ไปถามหาซื้อ​ที่ดิน ​ที่อยู่​ข้างๆ​ว่า​ใคร​จะแบ่งขายให้บ้าง ก็​ได้แปลงหนึ่ง​ ​แต่​เขาขายยก​ทั้งไร่ จึงขอซื้อมาไร่หนึ่ง​ แม่ของนพวัฒน์เห็นว่าเธอไม่เคยให้อะไร​พิมพ์ลดาเลย​ช่วยออกเงินให้ครึ่งหนึ่ง​ บ้านจึงมีบริเวณกว้างสมใจพิมพ์ลดา

บทส่งท้าย
วันเวลาผ่าน​ไปจากวัน​ที่พิมพ์ลดาจากน้ำมนต์มาจนถึงวันนี้ก็หลายปีแล้ว​ไม่มี​ใครเอ่ยชื่อน้ำมนต์ต่อหน้าพิมพ์ลดาเลย​ ไม่มี​ใคร​ได้ข่าวของ​เขาอีกเลย​ นพวัฒน์ ก็ไม่ ขุดคุ้ยเรื่อง​นี้ขึ้น​มาพูด ​เขาทำเหมือน​กับว่าไม่เคยมีเรื่อง​นี้เกิดขึ้น​ ​แม้บางครั้ง​เขาเห็นพิมพ์ลดานั่งเหม่อลอยทอดถอนใจแอบกรีดน้ำตาอยู่​คนเดียว ​เขาก็ไม่ซักไม่ถามปล่อยให้เวลาผ่าน​ไป​และหวังว่าทุกอย่าง​จะดีขึ้น​เอง นพวัฒน์ไม่เคยเข้าใจหรอกเรื่อง​บางเรื่อง​ ไม่​ได้​ต้อง​ไปจำมัน ​แต่มันไม่เคยลืมเลย​ต่างหาก ถึง​แม้ไม่​ได้​ไปนึกถึง ​แต่มันก็เจ็บจี้ดขึ้น​มาเอง​เมื่อบรรยากาศเก่าๆ​ ผ่านเข้ามา...​..
​เมื่อน้ำมนต์หาย​ไปเหมือน​กับไม่เคยมี​เขาอยู่​บนโลกนี้ บางครั้งพิมพ์ลดาก็คิดว่าน้ำมนต์อาจ​จะ​เป็นเทวดาแปลงมา​เพื่อ​จะเปลี่ยนนิสัยของนพวัฒน์ ไม่​ได้มีตัวตนจริง ๆ​

...​ ​แต่การเจ็บลึกๆ​ในหัวใจทุกครั้ง​ที่คิดถึงล่ะ...​...​...​.
...​...​...​...​...​...​...​...​...​.. เกิดจากอะไร​​ถ้าน้ำมนต์​เป็นเทวดาแปลงมา.

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​.จบ...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​

ขอขอบคุณทุกท่าน​ที่ช่วยกันอ่าน​พร้อม​กับน้อมรับคำแนะนำ ​เพราะ​เป็น​กำลังใจ​ที่​จะฝึกคิดฝึกเขียนงานใหม่ขึ้น​มากอีก

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3468 Article's Rate 1 votes
ชื่อเรื่อง my...way ตอนจบ
ผู้แต่ง ใบตอง
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๘๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : Rotjana Geneva [C-17560 ], [62.202.90.190]
เมื่อวันที่ : 20 ก.ย. 2553, 00.25 น.

ขอปรบมือให้​กับตอนจบ ​ที่จบ​ได้อย่างกินใจค่ะ​

หากเพิ่งเขียน​เป็นเรื่อง​แรก ก็ขอบอกว่า เริ่มต้น​ได้ดีในแง่ของโครงเรื่อง​ ปมปัญหา ​ความรู้สึก รักสามเส้า ​ความ​เป็นหญิง​ที่รักครอบครัว ​ความผิดพลาด การแก้ตัว ฯลฯ ค่ะ​

เห็น​ได้ชัดว่า ผู้เขียนอยาก​จะถ่ายทอดบทเรียนชีวิตของลูกผู้หญิงคนหนึ่ง​

​ทว่าเรื่อง​มายเวย์นี้ยังขาดอรรถรสของ​ความ​เป็นนิยายในแง่การดำเนินเรื่อง​ อ่านแล้ว​ คล้าย ๆ​ ​กับบันทึกสรุปประวัติของพิมพ์ลดา มากกว่า​เป็นนิยายขนาดสั้น

หากคุณใบตองอยาก​จะเขียนต่อ​ไป ขอแนะนำให้พัฒนาเรื่อง​ดำเนินเรื่อง​ การบรรยาย บทเจรจา​ระหว่างตัวละคร สร้าง​ความลึก​และสีสันของตัวละครต่าง ๆ​ สร้างบริบทให้ลึกขึ้น​อีกนิด ขยาย​แต่ละตอน ​แต่ละซีนให้มีการเจรจา มีการรำพึง​ความคิดมากขึ้น​ ก็น่า​จะ​เป็นนิยาย​ที่กินใจ ​ได้สาระ ​ได้ข้อคิด​ที่ดีเรื่อง​หนึ่ง​ค่ะ​

​แต่​โดยรวมแล้ว​ รจนาชอบเนื้อเรื่อง​ค่ะ​ ​และชอบบทเจรจา​ระหว่างนพวัฒน์​กับพี่ชายใหญ่

​เป็น​กำลังใจต่อ​ไป อย่า​ได้ท้อนะคะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-17562 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : 20 ก.ย. 2553, 16.48 น.

อ้อ เข้ามาเพิ่มเติมค่ะว่า​ พอเว้นบรรทัด แบ่งวรรคตอนแล้ว​ อ่านง่ายขึ้น​เยอะเลย​ค่ะ​

ขอบคุณค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น