นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๑ กันยายน ๒๕๕๓
วิญญาน...รัก
รันนรา
...จริง ๆ​​ แล้ว​​ผม​​เป็นคนกลัวผี.. คนกลัวผีมัก​​จะชอบฟังเรื่อง​​ผี อ่านเรื่อง​​ผี ​​และดูเรื่อง​​ผี ​​แต่ผม​​เป็นกลัวผี​​ที่ไม่ชอบอ่าน ไม่ชอบฟัง ​​และไม่ชอบดูเรื่อง​​ผี ผมเลย​​...
จริง ๆ​ แล้ว​ผม​เป็นคนกลัวผี..
คนกลัวผีมัก​จะชอบฟังเรื่อง​ผี อ่านเรื่อง​ผี ​และดูเรื่อง​ผี
​แต่ผม​เป็นกลัวผี​ที่ไม่ชอบอ่าน ไม่ชอบฟัง ​และไม่ชอบดูเรื่อง​ผี
ผมเลย​กลาย​เป็นคน​ที่ชอบเจอผี..
ซะงั้น..

ผี​ที่ผมเจอบ่อย ๆ​ ผม​จะไม่ขอเล่า
​เพราะคิดว่า​ใคร ๆ​ ก็คงเคย​ได้ยิน เคย​ได้อ่าน เคย​ได้ดูมาบ้างแล้ว​
อย่างผีในลิฟท์ ผีในรถ หรือผีในต้นไม้
ไม่ก็ผี​ที่เห็นด้วยหางตาแวบ ๆ​ ผี​ที่เห็นด้วยหัวตากัน​จะ ๆ​ หรือผี​ที่แหวกอกควักไส้ให้ดูกันเห็น ๆ​ นั้น​..ยิ่งไม่ขอเล่า..​เพราะเล่า​ไป​เพื่อน ๆ​ ก็คงรู้ว่าโกหก
​แต่ผี​ที่ผม​จะเล่า ​เป็นผี​ที่​เพื่อน ๆ​ อ่านแล้ว​ก็น่า​จะเชื่อ หรืออย่างน้อยก็เกือบเชื่อ​ได้..
​เพราะผีตัวนี้..​เป็นผี​ที่ไม่น่า​จะ​เป็นผี..
ผมเองก็ยังงงอยู่​เหมือนกัน..ว่านั่นมันผีหรือว่าคน..
มาอ่านเรื่อง​ของผมกันเลย​ดีกว่าครับ​
++++

เรื่อง​เริ่มต้นขึ้น​​ที่..คืนวันหนึ่ง​..ผม​ต้อง​ไปโรงพยาบาลตอนเ​ที่ยงคืน..
เปล่าครับ​..ผมไม่​ได้ป่วย​เป็นอะไร​ ​แต่คุณแม่ของผมป่วย ท่าน​เป็นโรคหัวใจ..อยู่​ ๆ​ ท่านก็แน่นหน้าอกขึ้น​มา..
คุณพ่อ​และน้องสาวของผม..พาท่าน​ไปรพ.​โดยแท๊กซี่ ​ส่วนผม..ควบมอ'ไซค์คู่ชีพ..บิดแป๊ดตาม​ไปติด ๆ​
​เมื่อถึงโรงพยาบาล คุณแม่ถูกพ่อเข้าห้องฉุกเฉิน ปล่อยให้ผม คุณพ่อ ​และน้องสาว..นั่งแกร่วรออยู่​หน้าห้อง
พักใหญ่..ใหญ่เชียวแหละ​ กว่าหมอ​จะออกมา..บอกว่า..คุณแม่ปลอดภัยแล้ว​..
ผม​ที่นั่งหน้าเหี่ยว..น้องสาว​ที่นั่งจับมือคุณพ่อทำตาแดง ๆ​ ก็เลย​ยิ้มออกมา​ได้..
พอผมโล่งอก..​ความง่วงก็เข้ามาแทนเต็มอก​และเต็มลูกกะตา
คุณพ่อก็เลย​ให้พาน้องกลับบ้าน​ไปก่อน ​ส่วนท่าน​จะจัดการเรื่อง​ห้องพักของคุณแม่ แล้ว​อาจ​จะอยู่​ค้าง​ที่รพ.ด้วยเลย​
ผมเห็นด้วย​เป็นอันขาด..พยักหน้าเรียกน้องสาวให้เดินตาม..​โดยจ้ำพรวด ๆ​ ​ไปยัง​ที่จอดรถ..
มีน้องสาวเดินตามต้อย ๆ​ ​ทั้ง​ที่ผมไม่​ได้ชื่อต้อยซักหน่อย​

​ที่ ๆ​ ผมจอดรถ ​เป็นด้านหลังของอาคารฉุกเฉิน..ยามหน้าประตูไล่ให้ผมมาจอดตรงนั้น​
เรา​ต้องเดินอ้อมอาคาร​ไป ​เป็นทางเดินเล็ก ๆ​ ​ที่ด้านซ้าย​เป็นสวนหย่อม..สวนหย่อม​ที่ปลูกหญ้า​เป็นพืชหลัก ต้นเข็ม​เป็นพืชรอง ​โดยมีต้นโมก​เป็นพืชประกอบ
อ้อ..ยังมีต้นไม้ใหญ่ยืนครึ้มยื่นใบหงอยอยู่​อีกต้นหนึ่ง​..กิ่งก้านใบของมันทำให้บังแสง​ส่วนใหญ่​เอาไว้ สร้างเงามืดให้ตึ๊ดตื๋อ​ได้ดีแท้
ผมร้อน ๆ​ หนาว ๆ​ รีบจ้ำพรวด ๆ​ ​เพื่อให้ถึงรถ​โดยเร็ว​ที่สุด ไม่สนใจเสียงตะโกนของเจ้าน้องขาสั้น..​ที่ร้องบอกว่ารอด้วย ๆ​ อยู่​​ได้..
ลับมุมตึก​ไป​ได้ระยะหนึ่ง​..กลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์ก็โชยเข้าจมูก
มัน​เป็นกลิ่น​ที่รุนแรงกว่าในห้องฉุกเฉินเสียด้วยซ้ำ หัวใจของผมเต้นระรัวยิก ๆ​
ด้านขวามือมัน​เป็น​ส่วน​ที่เว้าเข้า​ไป..มีทางเดิน​ที่ทำด้วยตัวหนอน..แยกจากทางเดิน​ที่ผม​กำลังเดินอยู่​ ​ไปสู่สถาน​ที่อีกแห่งหนึ่ง​..
มัน​เป็นสถาน​ที่อะไร​..ผมไม่สนใจ..รู้​แต่ว่ามันมืด ๆ​ น่ากลัว​เป็น​ที่ยิ่ง
​แต่ผมก็ห้ามตัวเองไม่ทัน เงยสายตา​ไปแว่บเดียวแท้ ๆ​ ​เป็นแว่บเดียว​ที่ทำให้ผมแทบเข่าอ่อน..
ป้ายตัวเบ้อเริ่มฉายวูบเข้าสายตา "จุดรับศพ"
มันติดอยู่​เหนือประตูบานหนึ่ง​..​ที่เปิดอ้า..
จังหวะเดียวกัน..มือเย็น ๆ​ ของน้องสาวก็มาคว้าหมับเข้าให้​ที่แขน..เธอจับแบบไม่ส่งเสียง
หัวใจ​ที่แกว่งแทบหลุดอยู่​แล้ว​..ก็ตกวูบลง​ไปอยู่​​ที่ตาตุ่มในวินาทีนั้น​
ขาก้าวไม่ออก..ชะงักกึก..ขนลุกซู่ไล่จากปลายเท้าไต่มาตามสันหลังยันเส้นผม​ที่ศีรษะ
ยิ่งเสียงกระซิบของน้อง..
"พี่รัน..ดูนั่น..มีศพอยู่​ตรงนั้น​ด้วย.."
ผมกลั้นฉี่สุดฤทธิ์
ถึงกระนั้น​..ก็ยังมีบาง​ส่วนเล็ดลอดออกมาจน​ได้
งึ่ย...​
++++

ขณะขับรถกลับบ้าน..ผม​กับน้องแทบ​จะฆ่ากันตาย
หล่อนหัวเราะเยาะผมมาตลอดทาง..หาว่าผมขี้ขลาดตาขาว
หล่อนเล่า​เป็นตุ​เป็นตะ ศพนั้น​คง​จะเกิดจากพนักงานมาจอดทิ้งไว้ชั่วคราว..​เพื่อ​จะนำ​ไปเก็บในห้องเก็บศพ
หล่อนเห็น​แม้กระทั่ง..มือขาว ๆ​ ​ที่ยื่นพ้นออกมาจากผ้าคลุม..หล่อนยืนยันหน้าตาเฉยว่า​ต้อง​เป็นมือผู้หญิงแน่ ๆ​
"​ถ้ามันลุกขึ้น​มากวักมือเรียกเธอ​จะว่าไง?" ผมถาม
"ก็ดีน่ะสิ..​จะ​ได้ชวนกลับบ้านมาด้วยกันเลย​.."
"ยัยบ้า!"

คืนนั้น​​ทั้งคืน..ผมนอนไม่หลับ
ยัยน้อง (หล่อนชื่อน้องครับ​) หลับอุตุในห้องของหล่อน​ไปนานแล้ว​
ผมยังนอนกระสับกระส่าย เปิดไฟสว่าง​ทั้งห้อง..รวม​ทั้งทีวี​ที่เปิดเสียงดัง ๆ​ ​เอาไว้ให้​เป็น​เพื่อน
ภาพ​ที่เกิดขึ้น​ในสมองหลังจาก​ที่​ได้ยินยัยน้องเล่า ยังตามมาราวีอยู่​ไม่วาย ศพ​ที่ตาย​เพราะอะไร​ก็ไม่รู้..ยื่นมือออกมา​เพื่อ​จะโบกมือทักทาย..
บรื๊อส์สสสส
​ความรู้สึกหวาด ๆ​ ยังติดอยู่​ตรงไขสันหลังอย่างสลัดไม่ออก
ผม​เป็นคนกลัวผีตั้งแต่เด็ก..โตจน​จะเข้ามหา'ลัยอยู่​แล้ว​..ก็ยังไม่เลิกกลัว
ยิ่งวันนี้พ่อแม่ไม่อยู่​บ้าน..บ้าน​ทั้งบ้านก็เลย​เงียบผิดปกติ..บรรยากาศวังเวงชะมัดยาด
ห้องของผมอยู่​บนชั้นสอง..ติด​กับต้นมะม่วง..มันถูกลมพัดไกวใบอยู่​หยอย ๆ​
​ทั้ง​ที่เสียงโทรทัศน์ดัง..ผมยัง​ได้ยินเสียงราว​กับมีคนกระซิบกันอยู่​นอกหน้าต่าง..
ผมไม่กล้า​แม้​แต่​จะลุกจาก​ที่นอน​ไปปิดมัน..
ยังมีเสียงก่อกแก่กดัง​ที่นั่นที..​ที่โน่นที..
นอนคลุมโปงจนเหงื่อเต็ม​ไป​ทั้งตัว..สวดมนต์กลับ​ไปกลับมาอยู่​ร้อยกว่ารอบ..
กว่าคืนอันน่าหวาดหวั่นนั้น​​จะผ่านพ้น​ไป​ได้
เฮ้อ..
++++

เช้า​ขึ้น​มา คุณพ่อโทรฯ มาบอกว่าคุณแม่อาการทรุดลง..​ต้องนำเข้าห้องไอซียู
ผม​กับยัยน้อง​ต้องหยุดเรียนในวันนั้น​..พากัน​ไป​ที่โรงพยาบาล​เพื่อดูอาการคุณแม่
ท่านนอนไม่​ได้สติอยู่​บนเตียง มีสายระโยงระยางเต็มตัว..
ยัยน้องทำตาแดง..ผมยืนนิ่งอยู่​ข้างเตียงอย่างทำอะไร​ไม่ถูก
หมอบอกว่าโรคหัวใจของท่านกำเริบ..กล้ามเนื้อด้านหนึ่ง​ของหัวใจหยุดทำงาน​ไปเสียเฉย ๆ​
กล้ามเนื้อ​ส่วน​ที่เหลือ..​แม้มัน​จะพยายามทำงานอย่างเต็ม​ที่..​แต่มันก็เกิน​กำลัง..
แม่อาจ​จะ​ไปจากพวกเราในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง​ข้างหน้านี้ก็​ได้..นอกเสียจาก..การให้ยา​เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจข้าง​ที่หยุดทำงานนั้น​​จะ​ได้ผล..
หมอบอกให้พวกเราทำใจ​เอาไว้
ยัยน้องร้องไห้..ผมยังยืนนิ่ง..
ไม่คิดเลย​ว่าอาการของคุณแม่​จะหนักถึงขนาดนี้..
++++

ในสมอง​ที่มึนงง..​กับเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​​ที่จิตใจของผมยังรับไม่​ได้..ทำให้ผมพาตัวเองมานั่งอยู่​ตรงม้านั่งริมสวนหย่อมแห่งนั้น​
แม่ของผมเคย​เป็นลมมาครั้งหนึ่ง​..​เมื่อพาหาหมอ ๆ​ ก็บอกแค่ว่าหัวใจไม่ค่อยแข็งแรง
ท่าน​เป็นคนร่างผอม..ผอมมาตั้งแต่ผมเกิด..ผมจึงไม่เคยคิดว่าท่าน​จะป่วย​เป็นโรค​ที่​พร้อม​จะตาย​ได้ในทันทีอย่างนี้
ผมทำใจยอมรับ​ความสูญเสีย​ที่อาจ​จะเกิดขึ้น​นี้ไม่​ได้...​ผม​จะทำอย่างไรดี..
ยกสองมือปิดหน้า..น้ำตา​ที่ไม่คิดว่ามัน​จะไหลออกมา​ได้..ก็ไหลออกมาดื้อ ๆ​
แม่​ต้องไม่ตาย..แม่​ต้องไม่ตาย
ผม​พร้อม​จะ​เอาหัวใจของผม..​ไปแลก​กับของแม่..เพียง​แต่ขอให้แม่รอดเท่านั้น​..
หรือ​จะให้ผมทำอะไร​ก็​ได้..ขอให้แม่ของผมไม่ตายเท่านั้น​!!
++++

ผม​จะร้องไห้อยู่​นานเท่าใดไม่รู้​ได้..​ต้องรีบเช็ดน้ำตา​โดยเร็ว​เพราะมีนิ้วมาสะกิด​ที่หัวไหล่
ตอนแรกผมคิดว่า​เป็นยัยน้อง..​แต่ไม่ใช่
​เป็น​ใครก็ไม่รู้..หน้าตาบ้องแบ๊ว ผมสั้นแค่คอ..คอขาว ๆ​
บ่าเล็ก ๆ​
ตัวเล็ก ๆ​ ในชุดคนไข้..
ชุดคนไข้สีฟ้าอ่อน..ผ้าบางเบาตัวโคร่ง..
​กับรอยยิ้ม..ยิ้ม​ที่ทำให้โลกสว่างขึ้น​มา​ได้
เธอสวยเหลือเกิน..

เธอยังยิ้มอยู่​..เอียงคอเล็กน้อย..
ผมลืมปาดน้ำตา..มองเธอ​เอามือไขว้หลัง..ลมอ่อน ๆ​ โชยพัดผม​ที่ปรกหน้าผากของเธอให้ไหวระริก
"เสียใจเรื่อง​อะไร​เหรอ?"
เสียงของเธอยังเด็ก..เธอน่า​จะอยู่​ในวัยเดียว​กับน้องสาวของผม
​แต่ทำไมผมถึงเห็นเธอ​เป็นสาวสะพรั่ง​ไป​ได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้
ผมไม่ตอบ..มันกระทันหันเกิน​ไป​ที่​จะคุย​กับเธอ
ผมไม่รู้ว่าเธอ​เป็น​ใคร
"​เป็นผู้ชายแท้ ๆ​ ขี้แย​ไป​ได้.." เธอ​ใช้เสียงเย้ามา..ขยับตัว​เพื่อทรุดลงนั่งข้าง ๆ​ ผม
"ฉันมาอยู่​​ที่นี่ตั้งหลายวันแล้ว​..ไม่มี​ใครมาเยี่ยมซักคน..ยังไม่เห็น​ต้องร้องไห้ยังงี้เลย​.."
กลิ่นหอมแปลก ๆ​ โชยมาจากร่างกายของเธอ
ผมรีบเช็ดน้ำตา..อายเค้า
"แม่ผมไม่สบายมาก.."
ผมบอก​ได้แค่นั้น​..​ความกลัดกลุ้ม​ที่เพิ่งหาย​ไป​เมื่อตะกี้กลับมาอีกครั้ง
เธอ​จะ​เป็น​ใครก็ตาม..เธอ​กำลังถูกผม​ใช้​เป็น​ที่ระบาย​ความกลัดกลุ้มเข้าให้แล้ว​..
"เหรอคะ​?.." เธอถามเสียงสูง ดวงตากลมโตนั้น​ฉายแววเห็นใจ
"หมอคง​กำลังพยายามรักษาอยู่​ละมั๊ง..อย่าเพิ่งกลุ้มใจ​ไปเลย​"
ผมส่ายหน้า..คำพูดของหมอ​ที่ให้ผมทำใจยังก้องอยู่​ในหู
"หมอบอกให้ทำใจ..ท่าน​จะ​ไป​ได้ตลอดเวลา.."
เธอเงียบ..นิ่งฟังผมอย่างสงบ
ผมเล่าอาการของคุณแม่ให้เธอฟัง
"​ถ้า​เป็นฉัน..ฉันก็คง​จะทำใจไม่​ได้เหมือนกัน.."
+++

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3458 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง วิญญาน...รัก
ผู้แต่ง รันนรา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๑ กันยายน ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๖๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-17444 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 01 ก.ย. 2553, 23.02 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : รันนรา [C-17445 ], [125.24.28.202]
เมื่อวันที่ : 01 ก.ย. 2553, 23.04 น.

เธอมีชื่อว่านุ่น
เธออยู่​ม.4 สูงกว่ายัยน้อง​ที่อยู่​ม.3 ต่ำกว่าผม​ที่อยู่​ม.5
เธอป่วยป็นอะไร​เธอยังไม่​ได้บอก..บอก​แต่ว่าเธอออกมาเดินเล่น..
"นั่ง ๆ​ นอน ๆ​ อยู่​บนเตียงเบื่อ​จะตาย..​พอดีมาเห็นเธอนั่งร้องไห้อยู่​..ก็เลย​ตัดสินใจเข้ามาคุยด้วย..เผื่อว่า​จะช่วยอะไร​​ได้บ้าง"
นั่น​เป็นเหตุผล​ที่เธอเข้ามาทักผม
"ไม่มี​ใครมาเยี่ยมเลย​หรือครับ​?"
ผมย้อนถามเธอ..เธอยิ้มเจื่อน ๆ​ ส่ายหน้า
"ทุกคนคงติดธุระหมด.."
"ไม่น่า​จะ​เป็น​ไป​ได้..คุณพ่อ​กับคุณแม่ของคุณล่ะครับ​?"
เธอหลบสายตาผม..ก่อน​จะพูดออกมาเบา ๆ​
"ท่านตายแล้ว​​ทั้งคู่.."
ผมใจหายวาบ..เธอเงยหน้าสบตาผมอีกครั้ง..ไม่มีร่องรอยเสียใจปรากฎอยู่​ในนั้น​..
"เห็นไหม..ฉันยังไม่ร้องไห้เลย​.."
ผมไม่คิดว่าเธอ​จะโกหกผม..​เพราะคิดไม่ออกว่าเธอ​จะทำอย่างนั้น​​เพื่ออะไร​
"บ้านของฉันถูกปล้น..โจรมันฆ่าพ่อแม่ของฉัน..แล้ว​ทำร้ายฉันจนสลบ..​เพื่อนบ้านเห็นผิดสังเกตเลย​โทรฯ ​ไปแจ้งตำรวจ ตำรวจส่งฉันมารักษา​ที่นี่.."
ผมอ้าปากค้าง..ตะลึง​กับเรื่อง​​ที่​ได้ยิน
"เรื่อง​เกิดขึ้น​กี่วันแล้ว​ครับ​นี่?"
"วันนี้วัน​ที่ 3 แล้ว​ค่ะ​"
ผมกล้ำกลืนอะไร​บางอย่างลงคอ..ชีวิตของเธอช่างโหดร้ายเสียจริง
"แล้ว​ไม่มีญาติคนอื่นอีกเลย​หรือครับ​?"
"​ส่วนใหญ่อยู่​ต่างจังหวัด..คงยังไม่ทราบข่าว..หรือไม่ก็ติดงานมาไม่​ได้.."
ผมสงสารเธอเข้าให้แล้ว​..
ยิ่งลักษณะการพูดคุย..เสียงใสไพเราะ ใบหน้าดวงตา​ที่สวยหวาน..ทำให้ผมแทบ​จะลืมเรื่อง​อาการป่วยของคุณแม่ของผม​ไปเลย​..
"มีอะไร​ให้ผมช่วย​ได้ไหมครับ​?"
ใน​ที่สุดผมก็ถามเธอขึ้น​มา..เธอหัวเราะ..เผยให้เห็นไรฟันขาวสะอาดตา
"ตกลง​ใคร​จะช่วย​ใครกันแน่.."เธอพูดขำ ๆ​
แล้ว​อยู่​ ๆ​ เธอก็เปลี่ยนเรื่อง​
"เธอเคย​ได้ยินคำนี้บ้างไหม?"
"คำไหนครับ​?"
"ไถ่ชีวิต​เพื่อช่วยชีวิต"
ผมไม่เคย​ได้ยิน
"เคย​ได้ยิน​แต่ไถ่ชีวิตโคกระบือ​เพื่อทำบุญต่อชะตาอะไร​ประเภทนี้มากกว่า.."
ผมบอก
"​แต่นี่​เป็นชีวิตของหมา..หมาตัวเล็ก ๆ​"
ผมขมวดคิ้ว
"นับตั้งแต่วันเกิดเรื่อง​..ไม่รู้ว่าป่านนี้​จะมีคนพบเห็นมันหรือยัง?"
"​ใครครับ​?"
"เจ้าดิ๊กกี้"
"ดิ๊กกี้?"
"พันธุ์ชิสุ ฉันโยนมันเข้า​ไปไว้ในตู้เสื้อผ้า ​เพื่อไม่ให้เสียงเห่าของมันดัง​ไปถึงหูโจรตอน​ที่ฉันซ่อนตัวอยู่​ในห้อง.."
เธอเล่าเหตุการณ์ให้ผมฟัง

คืนนั้น​ฝนตกหนักมาก..
ครอบครัวของเธอ​ซึ่งอยู่​กันเพียงสามคนในบ้านหลังใหญ่ ​ใช้ชีวิตตามปกติ​โดยไม่เฉลียวคิดว่า​จะเกิดเหตุร้ายขึ้น​
หลังรับประทานข้าว..หลังนั่งดูโทรทัศน์..พอสี่ทุ่มเธอก็ขึ้น​ห้องนอน
คุณพ่อ​กับคุณแม่ของเธอยังนั่งคุยกันอยู่​​ที่ห้องนั่งเล่น
เธอเผลอหลับ​ไป​ได้ไม่นาน..เสียงผิดปกติก็ดังขึ้น​
มันดังขึ้น​​พร้อม​กับเสียงเห่าของเจ้าดิ๊กกี้ สุนัขตัวน้อยของเธอ​ที่เธอนำมานอนด้วยทุกคืน..
มัน​เป็นเสียงการต่อสู้ มีเสียงร้องด้วย​ความเจ็บปวดของพ่อ เสียงร้องด้วยการตกใจของแม่
เธอถลาออกจากห้อง​ไป​โดยเร็ว ภาพ​ที่เห็นก็​คือพ่อ​กับแม่ของเธอนอนจมกองเลือดอยู่​แล้ว​..
ด้วย​ความตกใจสุดขีด ​ความกลัว​ที่วิ่งขึ้น​จับขั้วหัวใจ สั่งให้เธอวิ่งกลับเข้า​ไปในห้อง แล้ว​ล๊อคกุญแจอย่างแน่นหนา​ที่สุด
ท่ามกลางเสียงฝนฟ้าคะนองภายนอก..เจ้าดิ๊กกี้ยังไม่หยุดเห่า
เธอกลัว..เธอกลัวเกินกว่า​ที่​จะคิดอะไร​ออก​ได้ นอกเสียจากทำทุกวิถีทางไม่ให้ไอ้พวกโจรรู้ว่าเธออยู่​ในห้องนี้
เธอปิดปากเจ้าดิ๊กกี้ ​แต่มันดิ้นรน แล้ว​เห่าตามประสาสุนัขปากเปราะ​ที่​กำลังตกใจ
สิ่ง​ที่เธอพอ​จะทำ​ได้ ก็​คือจับมันโยนเข้า​ไปในตู้เสื้อผ้า แล้ว​ปิดเสีย จากนั้น​ก็นั่งตัวสั่นขดตัวอยู่​ริมกำแพงด้านหนึ่ง​ของห้อง
แล้ว​ประตูก็เปิดพลั่วะออก​โดยแรง..​พร้อม​กับเสียงหวีดร้องของเธอ
++++

ผมนิ่งฟังเรื่อง​ราวของเธอด้วย​ความตื่นเต้น​และหวาดเสียวตาม​ไปด้วย
เธอไม่​ได้เล่าต่อว่าจากนั้น​เกิดอะไร​ขึ้น​​กับเธอบ้าง
เธอยังคงเล่าย้ำถึงเจ้าสุนัขตัวนั้น​
"มันคงยังไม่ตาย..ฉันสงสารมัน..ป่านนี้คงทรมานน่าดู.."
"มันคงตะกายออกมาแล้ว​แหละ​ หรือไม่ก็ตาย​ไปแล้ว​.."
เธอส่ายหน้า
"​ถ้าพ้นวันนี้มันก็คง​จะตายแน่..​เพราะถึง​จะ​เป็นหมาก็คงอดอาหารอดน้ำ​ได้ไม่เกินสามวัน ประตูตู้หนา​และใหญ่มาก..หมาตัวเล็ก ๆ​ อย่างนั้น​คงออกมาเองไม่​ได้แน่.."
"ตำรวจคงช่วยออกมาแล้ว​มั๊ง.."
ผม​ได้ยินเสียงถอนหายใจของเธอ..
"หมาย​ความว่า..คุณ​จะให้ผม​ไปช่วยเจ้าหมาตัวนั้น​ใช่ไหมครับ​?"
เธอยิ้มแล้ว​...​​เป็นยิ้ม​ที่สวยเหลือเกิน
"ไถ่ชีวิต​เพื่อช่วยชีวิตไงคะ​..บางที..​ถ้าเธอ​ไปช่วยเจ้าดิ๊กกี้..คุณแม่ของเธออาจ​จะมีอาการดีขึ้น​มาก็​ได้.."
"จริงเหรอ?"
"ก็น่า​จะลองดูนะคะ​..เว้น​แต่ว่าเธอ​จะไม่เชื่อเรื่อง​พวกนี้.."
+++++

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : รันนรา [C-17446 ], [125.24.28.202]
เมื่อวันที่ : 01 ก.ย. 2553, 23.06 น.

เธอขอตัวกลับ​ไปพักผ่อนต่อ..เธอโบกมือให้ผม​พร้อมรอยยิ้ม
"ยินดี​ที่​ได้รู้จักครับ​"
"เช่นกันค่ะ​"
นั่น​เป็นคำลา..ก่อนผม​จะเดินกลับมา​ที่หน้าห้องไอซียู
เห็นสีหน้าของน้องสาว​และของคุณพ่อแล้ว​..ก็รู้คำตอบ​โดยไม่​ต้องถาม ว่าคุณแม่ของผมยังไม่ดีขึ้น​
คุณพ่อกอดไหล่ผม..
"อย่าเพิ่งคิดมาก​ไป..แม่คงไม่จากพวกเรา​ไปง่าย ๆ​ อย่างนี้หรอก.."
"หมอว่ายังไงอีกหรือเปล่าครับ​?"
"บอกว่า​ถ้าพ้นคืนนี้​ไป​ได้..โอกาสรอดก็น่า​จะสูงขึ้น​"
ผมรับทราบ..หัน​ไปทางน้องสาว..
เธอร้องไห้จนตาบวมช้ำ เด็กแก่นกระโหลกกระโดกกระเดกเหมือนผู้ชายเยี่ยงเธอ..เพิ่ง​จะเผยธาตุแท้ของผู้หญิงออกมาให้ผมเห็นก็วันนี้
ผมจับมือน้อง..บีบเบา ๆ​
"แม่​ต้องไม่​เป็นอะไร​..เชื่อพี่"
น้ำตาของเธอหยดออกมา..
"ใช่..แม่ของเรา​ต้องไม่​เป็นอะไร​.."
แล้ว​เธอก็สะอื้นไห้
+++++
เวลาผ่าน​ไปอย่างเนิบช้า พวกเราไม่มีอัน​ต้องทำอะไร​..​ได้​แต่นั่งรออย่างเดียว
มีแพทย์หลายคนเดินเข้าออกห้องของคุณแม่..​แต่ละคนไม่แสดงอะไร​ออกมาทางสีหน้า เพียง​แต่ตอบคำถามสั้น ๆ​ ว่า "ยังไม่มีอะไร​เปลี่ยนแปลง" ให้แก่พ่อผมเท่านั้น​
เราหาอะไร​รองท้องกันก็เกือบบ่ายสามโมงเข้า​ไปแล้ว​..มัน​เป็นอาหารมื้อแรกของวันนี้..
เดินจากโรงอาหาร..ผมเดินเล่น​ไปยังสวนหย่อมนั้น​อีกครั้ง..​โดยไม่รู้​จะทำอะไร​ดี​ไปกว่านั้น​..
ในใจก็คาดหวังว่า​จะ​ได้เจอ "นุ่น" อีกครั้งหนึ่ง​..​แต่ก็เผื่อใจไว้แล้ว​ว่าคง​จะยาก
คงไม่มีคนไข้พักฟื้นคนไหนออกมาเดินเล่นในยาม​ที่แดดตอนบ่ายแผดเปรี้ยงเช่นนี้..
ในใจก็ครุ่นคิดถึงเรื่อง​​ที่เธอขอ​ความช่วยเหลือ..คิดถึงเจ้าหมาน้อยตัวนั้น​..
​ถ้ามันยังไม่ตาย..มันก็คง​จะทรมานน่าดู
ไม่มีอาหาร ไม่มีน้ำ..คงดิ้นรนจนหมดเรี่ยวแรง​ไปนานแล้ว​ ​และคง​กำลังนอนหายใจรวยริน​เพื่อรอลมหายใจเฮือกสุดท้าย
"ญาติทุกคนอยู่​ต่างจังหวัด..คงอีกนานกว่าตำรวจ​จะส่งข่าวให้รู้​ได้..กว่าพวก​เขา​จะมามันก็คง​จะตาย​ไปแล้ว​.."
เสียงของนุ่นยังดังก้องหู
"ก็น่าลองดูนะ..ไถ่ชีวิต​เพื่อช่วยชีวิตไงล่ะ"
++++

ค่ำแล้ว​..ผม​ที่นอนเหยียดยาวอยู่​บนม้านั่งของโรงพยาบาล หน้าห้องไอซียู มีอัน​ต้องผวาขึ้น​​ทั้งตัว​เมื่อ​ได้ยินเสียงวิ่งของเจ้าหน้า​ที่​และพยาบาล
ไฟเหนือประตูห้องนั้น​ เปลี่ยนจากสีเขียว​เป็นสีแดง..
หมอ​และเจ้าหน้า​ที่สองสามคนตามเข้า​ไปสบทบ..ทุกคนมีสีหน้าเร่งร้อน..
คุณพ่อของผมตะโกนก้อง
"คุณหมอ..เกิดอะไร​ขึ้น​​กับเมียผม?"
หมอเจ้าของไข้คนนั้น​ชะงักเล็กน้อย..หันมาให้คำตอบ​ที่ผมแทบล้ม​ทั้งยืน
"คนไข้ช๊อคครับ​...​เรา​ต้องปั๊มหัวใจอย่างเร่งด่วน"
ยัยน้องร้องไห้โฮ..
++++

ผมเงยหน้ามองเพดาน ให้น้ำตามันย้อนกลับ​ไป
หัวใจเบาหวิว..​ความโศกเศร้าพร่างพรูเข้าจับหัวใจ
สองเท้าเดินเคว้ง..มองคุณพ่อ​ที่​กำลังกอดน้องสาวด้วยหัวใจ​ที่ปวดร้าว
ผม​จะทำอย่างไรดี..คุณแม่​กำลัง​จะจากผม​ไปแล้ว​
ผม​จะทำอย่างไรดี??
+++

เสียงรถมอเตอร์ไซค์คู่ชีพ..ดังลั่นขึ้น​อย่างซื่อสัตย์
ผมเบิ้ลน้ำมันอีกสองสามครั้ง..ขบริมฝีปากแน่น
"ไถ่ชีวิต​เพื่อช่วยชีวิต" เสี่ยงนั้น​ดังก้อง​ไปมา
มือซ้ายบีบครัช เท้าซ้ายกระทืบเกียร์เต็มแรง
"อย่าเพิ่งตายนะ..ไอ้หมาน้อย.."
มือขวาบิดคันเร่งเต็มแรง..
"แม่ฮะ..อย่าเพิ่งตายนะฮะแม่.."
++++

​ที่อยู่​​ที่นุ่นบอกผม..เผื่อผม​จะ​สามารถช่วยหมาของเธอ​ได้..ถูกทบทวนอีกครั้งในสมองของผม
มันอยู่​ไกลจากรพ.มากทีเดียว ​แต่ถึงกระนั้น​..ผมก็​ต้อง​ไปให้ถึงให้​ได้
มัน​เป็นเพียง​ความหวังเดียว​ที่ผมเหลืออยู่​ในขณะนี้
"มัน​เป็นหมู่บ้านจัดสรร คนนอก​ที่​จะเข้า​ไป​ต้องบอกบ้านเลข​ที่​ที่​จะ​ไปก่อน ​เพื่อยาม​จะ​ได้โทรฯ ​ไปถามบ้านหลังนั้น​ว่า​จะอนุญาตให้เข้า​ไปพบหรือไม่.."
จำ​ได้ว่าผมถึง​กับหัวเราะ
"โอโห..ระบบการรักษา​ความปลอดภัยเข้มถึงขนาดนี้ แล้ว​ไอ้พวกโจรมันเข้า​ไป​ได้ยังไง"
"ทำไม​จะไม่​ได้..มันก็​ไปเข้าทางอื่น​ที่ไม่​ต้องผ่านยามน่ะสิ.."
ผมอ้าปากค้าง..จริงสินะ โจรหน้าโง่คนไหน​จะมาบอกยามว่า​จะเข้า​ไปปล้น​ที่บ้านเลข​ที่เท่าไร
"มันเจาะกำแพงด้าน​ที่อยู่​ติด​กับคลองเข้ามา..​พอดีบ้านของฉันอยู่​ตรงนั้น​..มันก็เลย​ตัดสินใจปล้นซะเลย​.."
"มันมากันกี่คน?"
"สาม" เธอยกนิ้วประกอบ ​เป็นครั้งแรก​ที่ผม​ได้เห็นมือเธออย่างชัดเจน..มือเธอเรียวสวย ​และขาวเตะตาดีเหลือเกิน
"มัน​เอาอะไร​​ไป​ได้บ้าง?"
"​ได้​ไปนิดหน่อย​..ตำรวจมาเสียก่อน..มันหนีออก​ไปทางเดิม.."
"สมน้ำหน้าพวกมัน.."
เธอเผยยิ้มออกมา..​เป็นยิ้ม​ที่แปลก​ไป
ดูเหี้ยมเกรียมขึ้น​มา​ได้ยังไงก็ไม่รู้
"พวกมัน​จะ​ต้อง​ได้รับกรรมอย่างสาสม"
ผมถึง​กับขนลุก​เมื่อ​ได้ยินประโยคนี้ จากปากของเด็กสาวแสนสวย​และดูบอบบางคนนั้น​
+++++
หมู่บ้านแห่งนั้น​ไม่ลึกลับอย่าง​ที่คิด..ผมค้นหาเจอจน​ได้หลังจาก​ใช้เวลา​ไปชั่วโมงกว่า
มัน​เป็นหมู่บ้าน​ที่เงียบสงบ บ้าน​แต่ละหลังหรูหราแสดง​ความร่ำรวยของเจ้าของบ้าน​ได้​เป็นอย่างดี
รปภ.หน้าหมู่บ้าน ถามผมด้วยเสียงสุภาพชัดถ้อยชัดคำ
"​จะ​ไปไหน?"
"บ้านเลข​ที่..นี้ครับ​"
​เขาขมวดคิ้ว หัน​ไปสบตา​กับ​เพื่อนยามอีกคน
"บ้านนั้น​ไม่มีคนอยู่​แล้ว​..น้องมาทำไม?"
"เอ่อ.." ผมเกือบ​จะหลุดปากออก​ไปแล้ว​ว่า​จะมาช่วยหมา ​แต่ก็ยั้งไว้ทัน
"​เพื่อนให้ผมมา​เอาของนิดหน่อย​ครับ​"
"เข้า​ไปไม่​ได้..ตำรวจ​เขา​เอาริบบิ้นมากั้นไว้แล้ว​..​และ​ที่สำคัญตอนนี้มันก็มืดแล้ว​..พรุ่งนี้ค่อยมา​พร้อมตำรวจก็แล้ว​กัน.."
พรุ่งนี้หมาก็ตาย​พอดี..​จะช่วยทัน​ได้ยังไงกันล่ะ..
ผม​จะทำยังไงดี?
ใจวูบถึงคลอง..กำแพง..​และรู​ที่เจ้าโจรมันขุดไว้
​เอาวะ..!!
++++

​เมื่อโจรมันทำ​ได้..ผมก็น่า​จะทำ​ได้เหมือนกัน
อะไร​ไม่รู้ทำให้ผมคิดอย่างนั้น​..
มาตอนนี้ผมก็ยังงงตัวเองอยู่​เหมือนกัน..ว่าผมรู้​และแน่ใจ​ได้อย่างไรว่า ทาง​ที่​จะอ้อม​ไปนอกหมู่บ้าน​เพื่อ​จะ​ไปเจอลำคลองแห่งนั้น​..​ไปทางไหน?
​และบ้านของนุ่นหลังนั้น​​คือหลังไหน ตรงไหน​เป็นรู​ที่ไอ้โจรมันเจาะทิ้งไว้
อาจ​จะ​เป็น​เพราะ​ความหน้ามืดขึ้น​มา..ปฏิกริยาต่อต้านการสูญเสียคุณแม่ตีขึ้น​มาทำให้ผมสูญเสียเหตุผล​ไปอย่างสิ้นเชิงก็​เป็น​ได้
ลำคลองขวางอยู่​ตรงหน้า..บริเวณรอบตัวมืดสนิท..
มัน​เป็นคลองเล็ก ๆ​ ​ที่อาจ​จะเกิดขึ้น​จากการขุด​เพื่อ​เอาดิน​ไปถม​ที่สร้างบ้าน ​พร้อม​กับ​เป็นแหล่งน้ำของเรือกสวนไร่นาแห่งนี้ก็​ได้
เสียงจั๊กจั่นเรไรดังก้อง..ในทันที​ที่ผมดับเครื่องไฟหน้ารถก็มืดสนิทลงทัน
มีเพียงแสงจันทร์กลมโต..ส่องแสงนวลสะท้อนพื้นน้ำ​เป็นเงาย้าย​ไปมา..
ในทันที​ที่เท้าแตะน้ำ..สติของผมก็กลับมา
"เอ็งมาทำบ้าอะไร​วะนี่?" ผมถามตัวเอง
ไร้เหตุผลสิ้นดี​ที่ผมทำอย่างนี้..ชีวิตคุณแม่ของผม​จะมาเกี่ยวอะไร​​กับชีวิตเล็ก ๆ​ ของหมาตัวหนึ่ง​
ขนาดโรงพยาบาลระดมหมอ​และผู้ชำนาญในทุกด้านมารักษาคุณแม่ของผมแล้ว​ยังแทบ​จะช่วยไม่​ได้ ประสาอะไร​​กับ​ความเชื่อลม ๆ​ แล้ง ๆ​ ​ที่​ใครก็ไม่รู้มาเป่าหูให้ฟัง
รอยยิ้ม​ที่พิมพ์ใจ น้ำเสียง​ที่ใสกิ๋ง..ดวงตา​ที่แพรวพราวอ่อนหวานของนุ่น กลับขึ้น​มาในมโนภาพของผมอีกครั้ง
"สำคัญตรง​ที่ว่าเธอ​ต้องเชื่อมั่นในสิ่ง​ที่ทำนะ..​ถ้าเธอไม่เชื่อ..เธอก็ไม่​ต้อง​ไปหรอก..มันก็แค่หมาตัวหนึ่ง​เท่านั้น​เอง.."
ประโยคนั้น​ของเธอ..ทำให้ผมสูดลมหายใจเข้าปอด..ค่อย ๆ​ เคลื่อนตัวเองลงน้ำ​ไปอย่างเงียบเชียบ
"​ถ้าเราไม่เชื่อมั่นในสิ่ง​ที่เรากระทำ..ก็เหมือน​กับเรา​กำลังดูถูกตัวเอง.."
ประโยคนี้คุณแม่ของผม​เป็นคนสอนผมเอง...​
+++++

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : รันนรา [C-17447 ], [125.24.28.202]
เมื่อวันที่ : 01 ก.ย. 2553, 23.10 น.

น้ำในลำคลองเย็นเฉียบ..
โชยกลิ่นแหม่ง ๆ​ ออกมา​เป็นระยะ..
ผมลอยคอช้า ๆ​ ..พยายาม​ใช้สมาธิในการว่ายน้ำอย่างเต็มที
ในใจก็อดเสียวไม่​ได้ว่า..ข้างใต้​ที่ดำปื้ดนั้น​..มีอะไร​ซ่อนอยู่​หรือเปล่า..
​จะมีอะไร​มาดึงขาเราลง​ไปไหมนี่..
ไม่มีน่า..อย่า​ไปคิดถึงมันสิ..
ปลอบใจตัวเอง​ไป..ว่าย​ไป..
ดี​ที่​เป็นคลอง​ที่ไม่กว้างนัก..ใน​ที่สุดผมก็ถึงอีกฝั่งหนึ่ง​จน​ได้
เนื้อตัวเปียกม่อกแม่ก ​เมื่อขึ้น​มาอยู่​บนบกก็สัมผัสสายลมเย็นจนหนาวสะท้าน
ก้ม ๆ​ เงย ๆ​ หารู​ที่นุ่นพูดถึง..
มันมืด..แสงจันทร์สว่างไม่พอ..​ที่สำคัญ..มันยัง​เป็นพงหญ้ารกเรื้อรุงรัง
งูเงี้ยวเขี้ยวขอน...​มีอยู่​กี่ตัวกันวะนี่
หลับต่อ​ไปเถิดนะโยม..หลับให้สนิทเลย​นะ..​แม้ข้า​จะ​ไปเหยียบเข้าก็อย่า​ได้ตื่นขึ้น​มางับมาฉกข้าเชียว..
ในใจรำพึงดัง ๆ​ ​ใช้เท้ากวัดไกว่​ไปมา​เพื่อขับไล่อสรพิษไร้ตีน หรือไม่ก็แมลงฤทธิ์พิษร้าน​ทั้งหลายให้ตกใจหนี​ไปเสียก่อน​ที่เท้าของผม​จะวางลง​ไป
​เมื่อเดินมาจนชิดกำแพง..ร่องรอยการขุดเจาะไม่ปรากฎให้เห็น..
หันมองทางซ้าย..กำแพงยาวสุดสายตา..หันมาทองขวา..ดูเหมือนกำแพง​จะ​ไปสิ้นสุดอยู่​ในราวป่ารก​ที่อยู่​ถัด​ไปเกือบห้าร้อยเมตร
ผม​จะ​ไปทางซ้ายหรือทางขวาดี?
"ทางขวา.."
เสียงกระซิบจาก​ที่ใด​ที่หนึ่ง​ดังแว่วมา..ผมใจหายวับ
เหลียวมองล่อกแล่ก สาบาน​กับตัวเองว่าหูผม​ได้ยินเสียงนั้น​จริง ๆ​
​ใครวะ???
++++++
มีเพียงสายลม​ที่ตอบคำถามของผม
เสียงสุนัขจาก​ที่ใด​ที่หนึ่ง​หอนโหยหวนขึ้น​มาอย่างไม่มีปี่มีตะโพน..ราว​กับหนังเรื่อง​นางนาก​พระโขนง
ผมยืนนิ่ง..เหตุ​ที่ยืนนิ่ง​เพราะก้าวเท้าไม่ออก เสียงหมามันเข้า​ไปกัดหัวใจ​ได้เจ็บปวดจริง ๆ​
เสียงหมาทำให้ผมนึกขึ้น​มา​ได้ว่า..บ้านหลัง​ที่ผม​กำลัง​จะรุกล้ำเข้า​ไป..มีผีตายโหง​ที่เพิ่งถูกฆ่าตาย​ไป​เมื่อสามวัน​ที่แล้ว​ถึงสองคน เอ้ย สองตน
วันนี้ยิ่ง​เป็นวัน​ที่สาม..โบราณว่าวิญญาน​จะกลับบ้านซะด้วย
บรื๊อส์สสสสส

​แต่แล้ว​..อะไร​อย่างหนึ่ง​ก็ทำให้กลั้นใจเดินหน้าต่อ​ไป​ได้
มันเหนือกว่า​ความกลัว มันเหนือกว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้
นั่น​คือ​ความรัก ​ความรัก​ที่มีต่อแม่
"แม่ฮะ..อย่าเพิ่งตายนะฮะแม่...​"
+++

ผมตัดสินใจ​ไปทางด้านขวาตามคำแนะนำจากเสียงลึกล้ำเสียงนั้น​..​แม้ม้น​จะนำผม​ไปสู่​ส่วน​ที่รก​และมืด​ที่สุดก็ตาม

สองมือคลำ​ไป ก้ม ๆ​ เงย ๆ​ ​ไป..กระทั่งถึงต้นไม้ต้นหนึ่ง​​ที่ไม่สูงมากนัก..ผมก็พบ​กับ "รู" นั่นเข้าจน​ได้
ไอ้พวกโจรคงอาศัยต้นไม้ต้นนี้​เป็น​ที่กำบัง ขณะขุดเจาะกำแพงให้​เป็นรูพอ​ที่คน​จะลอดผ่าน​ไป​ได้
มันมี​ความวิริยะอุตสาหะมาก..กำแพงหนาเกือบฟุตมันยังเจาะทะลุเข้า​ไปจน​ได้
​เมื่อเจอรูเข้าจริง ๆ​ ผมกลับทำอะไร​ไม่ถูก
ถามตัวเอง​เป็นครั้ง​ที่ร้อยห้าสิบหกครั้งว่า
"เอ็งแน่ใจหรือ ว่าเอ็ง​กำลังทำอะไร​?"

ในทันที​ที่ผมลอดผ่านรั้วนั้น​มา..ก็เหมือน​กับผมเข้า​ไปสู่โลกอีกโลกหนึ่ง​..
หัวใจแทบกระดอนออกทางปาก..ยืนตาเหลือกขาวอยู่​ตรงนั้น​​เพราะทำอะไร​ไม่ถูก
บ้านหลังเบ้อเริ่มทะมึนอยู่​ตรงหน้า..บรรยากาศราวบ้านร้าง ต้นไม้ใหญ่น้อยยืนสลดซบเซา..
ไม่มี​แม้​แต่ลม​ที่​จะโชยผ่าน..มี​แต่เสียงหมาหอน​ที่หอน​ไปมายังก๊ะเปิดเทป
ผมคงยืนอยู่​ตรงสนามหญ้าหลังบ้าน..มันมีเนื้อ​ที่สองถึงสามไร่ก็คง​จะ​ได้ ผมหมายถึงเนื้อ​ที่ของอาณาบริเวณบ้าน​ทั้งหมด
แสดงว่าครอบครัวของนุ่น..​ต้องมีฐานะอยู่​ในขั้น "รวยโครต" อย่างแน่ ๆ​ บ้าน​ที่ใหญ่โตรบครันออกขนาดนี้
มิน่า..ไอ้พวกโจรจึงไม่ลังเลใจ ​ที่​จะลงมือปล้นบ้านหลังนี้..แค่หยิบของประดับ​ไป​ได้ชิ้นเดียวก็ขายกิน​ได้​เป็นเดือน ๆ​ แล้ว​
อีกใจหนึ่ง​ก็นึกแปลกใจ..ทำไมคนรวยถึง​ต้องเงียบเหงา..มีชีวิตอยู่​ในบ้านใหญ่โตราคาแพง..อยู่​กันไม่กี่คนเท่านั้น​?
หรือว่า..นี่​เป็นคำสาปของ​พระเจ้า คนรวยทุกคน​จะ​ต้องตกอยู่​ในสภาพนี้​ทั้งนั้น​..
ดีนะนี่..​ที่ผมไม่รวย​ไปกะเค้าด้วย..
คนจน​เพื่อนเยอะ​จะตาย..
++++

"คนรับ​ใช้ลากลับบ้าน​ไปก่อนค่ะ​..เราเลย​​ต้องอยู่​กันแค่สามคนเท่านั้น​.." นุ่นบอกให้ฟัง​เมื่อผมถามถึงคน​ใช้
"คน​ใช้..เอ้อ..คนรับ​ใช้มีกี่คนครับ​?"
"3 คน ​เขาลากลับ​ไปทำบุญทอดกฐิน​ที่บ้านเกิดของพวก​เขา​ซึ่ง​เป็นญาติกัน"
"แสดงว่าไอ้พวกโจร​ต้องรู้ว่าบ้านหลังนี้อยู่​กันไม่กี่คน หรือไม่ก็พวกคนรับ​ใช้พวกนั้น​นั่นแหละ​รู้เห็น​เป็นใจ​กับไอ้พวกโจรด้วย.." ผมพยายามคาดเดา
เธอยิ้มแปลก ๆ​ อีกแล้ว​
เหี้ยม ๆ​ เกรี้ยม ๆ​ อย่างไงชอบกล..
ผมไม่ชอบรอยยิ้มนี้ของเธอเลย​จริง ๆ​
++++

นุ่นบอกว่าห้องนอนของเธออยู่​บนชั้นบน..​เป็นห้องซ้ายมือ..หน้าประตูห้องติดสติ๊กเกอร์ตัวการ์ตูน
ก่อน​จะขึ้น​​ไปชั้นบน​ได้​ต้องผ่านชั้นล่าง..การ​จะผ่านชั้นล่าง​ต้องเข้าประตู
การ​จะเข้าประตู​ต้องมีกุญแจ
"กุญแจอยู่​ใต้รูปปั้นรูปเด็กยืนฉี่ริมประตู..​เป็นกุญแจสำรอง​ที่พวกเราเผื่อ​เอาไว้​เพราะลืมกันบ่อย ๆ​ ฉันเชื่อว่าน่า​จะยังอยู่​ตรงนั้น​ พวกตำรวจคงไม่เห็น​และเก็บ​ไปเสียก่อน.."
ผมทบทวนคำบอกเล่าของนุ่นอีกครั้ง
"พอเข้าประตู​ไปแล้ว​ก็ระวังนะคะ​.."
"ระวังอะไร​ครับ​?"
"ระวังมาก ๆ​ ด้วย"
เธอทิ้งท้ายไว้เท่านั้น​..
++++

ท่ามกลาง​ความนิ่งสงบอย่างน่าประหลาดนั้น​..
ผมยืนสูดลมหายใจเข้าปอดอีกเฮือกใหญ่..​เพื่อรวบรวม​ความกล้า​ที่​กำลังล่องลอยออกจากหัวใจ​ไปเรื่อย ๆ​ ตามสภาพบรรยากาศ​ที่วังเวงน่ากลัวให้กลับคืนมา
คนกลัวผีเช่นผม..จำ​เป็น​ต้องมาอยู่​ในสถาน​ที่อย่างนั้น​..​จะมีสีหน้า​และ​ความรู้สึกเช่นไรก็คงไม่​ต้องบรรยาย
​ถ้ายัยน้อง​ได้มาเห็นผม​ได้ตอนนี้ ก็คงขำกลิ้ง​ไปเลย​ หล่อนมัก​จะหาว่าผมขี้ขลาดตาขาวในเรื่อง​ผีอยู่​บ่อย ๆ​ อยู่​แล้ว​
ผมยกมือขึ้น​ลูบแขน..ปรามขน​ที่​กำลังลุกซู่ ๆ​ ให้สงบลงซะบ้าง คลำตรงหัวใจของตนเอง..​เพื่อปลอบประโลมมันให้เต้นช้าลงกว่านี้..
กลืนน้ำลายลงคอ..มันแห้งผาก..ขมปี๋..
แล้ว​ตัดสินใจก้าวเข้าหาบ้านหลังนั้น​..
+++

เพียงสามก้าวเท่านั้น​..หางตาของผมก็จับอะไร​​ได้บางอย่าง
มันไม่มีสัณฐาน​ที่แน่นอน ทะมึนครึ้ม..​เป็นเงาดำ..มันวุบไหวอยู่​ตรงต้นไม้ต้นหนึ่ง​​ที่อยู่​ถัด​ไปทางด้านขวาจากตรง​ที่ผม​กำลังเดินอยู่​
ชะงักเท้า​โดยไม่​ต้องสั่ง..เกือบ​จะหันหลังวิ่งอยู่​ลอมล่อ ​ถ้าเจ้าแมวดำตัวนั้น​ไม่โผล่ออกมาให้ผมหายสงสัย
ดวงตาสีเหลืองจัดของมัน..เปล่งประกายใน​ความมืดอย่างประหลาด มันจ้องนิ่งมายังผม..
หูของมันกระดิก..นอกนั้น​ทุก​ส่วนบนร่างของมันสงบนิ่งราวหุ่นสตั๊ฟ
ผมเองก็เกือบลืมหายใจ..​ความมืด​กับแมวดำ..​เป็นเรื่อง​น่ากลัวพอ ๆ​ ​กับศพ​กับป่าช้า
​ซึ่งคนกลัวผี​จะ​ต้องรีบหนีห่าง​ไป​โดยเร็ว​ที่สุดเท่า​ที่​จะทำ​ได้

ผมไม่ทำอย่างนั้น​..​เพราะมีอะไร​บางอย่างทำให้ผมเปลี่ยนจุดสนใจจากเจ้าแมวนั้น​​ไปทันที
ผมเห็น​ความเคลื่อนไหวในบ้านหลังนั้น​..บนชั้นสอง..
มันวูบผ่าน​ไป..แล้ว​สงบนิ่ง
ผมเงยหน้ามอง..ตะลึงจ้อง..​ความสังหรณ์บอก​กับผมว่าผมเองก็​กำลังถูก "มัน" จ้องอยู่​เช่นกัน..
ลมไม่กระดิก..แมลงหยุดร้อง..หมาหยุดหอน..
​เป็นวินาที​ที่เหมือนทุกสิ่งทุกอย่าง​ต้องคำสาปให้แข็ง​เป็นหิน​ไป​ทั้งหมด..
"มัน" ​คืออะไร​??

มัน​เป็นอาการช๊อคจาก​ความหวาดกลัวสุดขีด..
หัวใจเกือบหยุดเต้น..สมองหยุดสั่งการ
เนิ่นนานเท่าใดไม่รู้​ได้..กระทั่งมีกลิ่นบางอย่างล่องลอยมา​กับสายลม
ตอนแรกมันคล้ายแอลกอฮอล์​ที่เคย​ได้กลิ่น​ที่โรงพยาบาล แล้ว​ค่อย ๆ​ แปร​เป็นกลิ่นหอมเย็นคล้ายแป้งโรยก้นเด็ก
มันเข้มในระยะแรก..แล้ว​ค่อยเจือจางลง..ผมสูดลมหายใจหนัก ๆ​ อย่างเผลอตัว
​เป็นกลิ่นหอม​ที่ผมคุ้นเคย..​แต่ผมนึกไม่ออกว่า​เป็นกลิ่นอะไร​
นั่นไม่สำคัญเท่า​กับว่า..ด้วยกลิ่นนั้น​..ผมกลับหูตาสว่างขึ้น​..สติสัมปชัญญะกลับคืนมาด้วยลมหายใจเฮือกนั้น​
​ความกลัวในหัวใจลดลงอย่างน่าประหลาด..บอก​กับตัวเองว่า​กำลังตาฝาด..สิ่ง​ที่เห็นคง​เป็นเงาของกิ่งไม้​ต้องแสงจันทร์มากกว่าอย่างอื่น..
แล้ว​เคลื่อน​ที่​ไปข้างหน้าอย่างเด็ดเดี่ยวเกินกว่าคนอย่างผม​จะทำ​ได้

ประตูด้านหลังของบ้านหลังนั้น​..​เป็นบานกระจก​ที่ปิดสนิทเข้าหากัน มันถูกบังด้วยม่านสีฟ้าอ่อน..
มีรอยแยกของผ้าม่าน..ผมมองลอดเข้า​ไป..มี​แต่เงามืดสนิทอยู่​ในนั้น​..
พยายามขยับประตู มันถูกล๊อค..
ผมไม่แปลกใจ..นุ่นบอก​กับผมไว้แล้ว​..ผม​ต้องอ้อม​ไปหน้าบ้าน..หาเด็กยืนฉี่ให้เจอ..แล้ว​หากุญแจให้เจอ..
ไขประตูให้​ได้..วิ่งขึ้น​​ไป​ที่ชั้นสอง..เปิดห้อง​ที่มีรูปการ์ตูนแปะอยู่​..วิ่ง​ไป​ที่ตู้เสื้อผ้า..เปิดออก..หาหมา..อุ้มมันออกมา แล้ว​รีบวิ่งจู๊ดกลับทางเดิม
เพียงเท่านี้..สิ่ง​ที่ผม​ต้องทำมีอยู่​เพียงเท่านี้..ง่าย​จะตาย
ง่าย​จะ...​ตาย..

เพียงครู่เดียว..ผมก็ยืนอยู่​ใต้หลังคาโรงรถ..
​เป็นหลังคาซีเมนต์​ที่ยื่นออกมาจากตัวบ้าน..ประตูบ้านบานใหญ่อยู่​ตรงหน้ารถ​ที่จอดอยู่​​พอดี
รถ​ที่เห็นสีดำทะมึน..คันใหญ่ยังกะรถถัง..มันคงถูกจอดสงบนิ่งอยู่​อย่างนี้​ไปอีกนาน..​เพราะเจ้าของของมันถูกฆ่าตาย​ไปแล้ว​..
ผมมองรถคันนั้น​เพียงแว่บเดียว..พยายามค้นหาตุ๊กตาเด็กยืนฉี่ให้เร็ว​ที่สุด..
​ทั้ง​ที่เสียวอยู่​เต็มหัวใจ..ว่า​จะเห็นเงาไหว ๆ​ อยู่​ในรถคันนั้น​หรือเปล่า?
​เอาเถอะ..มา​เป็นเงาก็ไม่​เป็นไร อย่ามายืนดักหน้า​เอาไว้ก็แล้ว​กัน..มิงั้นน้ำลายฟูมปากชักแง่ก ๆ​ อยู่​ตรงนี้แน่
ผม​เป็น​เพื่อนลูกสาวท่านนะครับ​..​และ​ที่มา​ที่นี่ก็​เพื่อ​จะมาช่วยชีวิตหมาของลูกสาวท่านนะครับ​
อย่าหลอกหลอนผมเลย​นะขะรับ
ซ้า...​ธุ...​

มัน​เป็นตุ๊กตาปูนปั้นสีขาวกระด่ำกระด่าง..
​เป็นเด็กผมหยิกหยอยเหมือนฝรั่ง ​กำลังยืนท้าวสะเอวแอ่นจู๋(อันกะติ๊ด..ฮี่ฮี่)อยู่​เหนืออ่างน้ำรูปกาบหอย
มันยืนอยู่​ตรง​ส่วนหย่อมหน้าบ้าน..ติด​กับต้นเฟื่องฟ้าแคระ​ที่ถูกดัดจนแกน
ผมถลา​ไป​ที่นั่น..จึง​ได้เห็นว่าเด็กคนนั้น​ไม่ฉี่แล้ว​
คงมี​ใครสับสวิทช์ดับไฟ​ทั้งบ้าน​ไปแล้ว​ ฉี่จึงไม่ไหล เด็กจึงไม่ปวดฉี่
ผมเลิกสนใจ​กับเรื่อง​ฉี่..ก้มลงค้นหากุญแจ..
นุ่นบอกว่ามัน​จะถูกวางอยู่​ใต้รูปปั้น..​เป็น​ไป​ได้หรือว่า​จะ​ต้องยกรูปปั้น​ที่สูงครึ่งเอวนี้ขึ้น​มา​เพื่อ​จะพบกุญแจ
ผมเอื้อมมือ​เพื่อ​จะลองขยับดู..​แต่แล้ว​ก็​ต้องดึงมือกลับอย่างกระทันหัน
ให้ตาย..ผมเห็นรูปปั้นเด็กคนนั้น​..ยิ้มให้​กับผม!!
ผมกระเด้งตัวเองออกมาอย่างอัตโนมัติ ก้นจ้ำเบ้าลง​กับพื้นหญ้า..อ้าปากค้าง
ขยี้ตาแทบป่น​ไป​กับมือ..จึงเห็นว่าเด็กคนนั้น​ยิ้มอยู่​นานแล้ว​..
ถอนหายใจด้วย​ความโล่งอก ​พร้อม​กับรู้สึกว่า​ตัวเอง​กำลังนั่งทับอะไร​อยู่​แข็ง ๆ​ เย็น ๆ​
หยิบมันขึ้น​มา..มัน​เป็นลูกกุญแจนั่นเอง..
นี่​ถ้าผมไม่เห็นว่าตุ๊กตายิ้ม..ผมคงไม่ล้มลง ผมคงหาลูกกุญแจ​ที่ตกอยู่​​กับพื้นหญ้า..ผมคงหากุญแจดอกนี้ไม่เจอ
ก็มืดออกขนาดนั้น​...​

กุญแจดอกนั้น​..ถูกเสียบเข้า​ไปในรูกุญแจ..
มันดังคลิ๊กขึ้น​มาใน​ความเงียบ..เล่น​เอาผมสะดุ้งโหยง
ไม่น่าเชื่อว่าเสียงไขกุญแจ​จะดัง​ได้ถึงขนาดนี้
ประตูเผยอออกตามแรงผลัก..ไม่ส่งเสียงแอ๊ดอ๊าด​ทั้ง​ที่​เป็นประตูไม้ใหญ่โตท่วมหัว
กลิ่นบางอย่างโชยออกมาตามรอยแยก..
ผมแทบผงะหงาย..กลิ่นคาวเลือดชัด ๆ​
ภาพพ่อ​กับแม่ของนุ่นนอนจมกองเลือด ผุดขึ้น​มาในมโนภาพอย่างห้ามไม่​ได้..
กว่าตำรวจ​จะมาถึง..เลือดคงนองพื้นแดงฉาน
ต่อให้เก็บกวาดดีอย่างไร..กลิ่นก็ยังคงอยู่​
ผมกลืนน้ำลาย..ขอให้เหลืออยู่​​แต่กลิ่นก็แล้ว​กัน
วิญญานอย่าอยู่​ด้วยเลย​..

กลั้นใจผลักบานประตูให้เปิดอ้า..​ความมืดสนิทรออยู่​ตรงหน้า..
กระนั้น​ก็ตาม..ผมยังพอมองเห็นบันได​ที่ทอดจากชั้นบน​ได้ราง ๆ​
มันอยู่​เยื้อง​ไปทางขวา คะ​เนระยะทางไม่หน้า​จะเกินสิบเมตรนับจากหน้าประตูตรง​ที่​ที่ผมยืนอยู่​
คำนวณเวลา..อึดใจเดียวเท่านั้น​​ถ้าผมวิ่งตื๋อ​ไปอย่างไม่คิดชีวิต
ผมเชื่อตัวเองว่า..ไม่ถึง 1 นาที​ที่ผม​จะเข้า​ไปในบ้านหลังนี้ ขึ้น​​ไปข้างบน เข้า​ไปในห้อง คว้าหมาจากตู้เสื้อผ้า..แล้ว​วิ่งจู๊ดกลับมา โก่ยแน่บ​ไปริมกำแพง..มุดออก​ไป..
ผมเชื่อใน​ความเร็วของผม..เชื่อว่าผม​จะทำ​ความเร็ว​ได้ในสถิติ​ที่ดี​ที่สุดในชีวิต
ผมถอยหลังมาขึ้น​ก้าว..หลับตาลง..หลังจากหมายตาจุดมุ่งหมายไว้แล้ว​อย่างแม่นยำ
นับในใจ..
1...​
2...​
ซั่ม...​
ผมสับขาอย่างเต็ม​ที่..

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : รันนรา [C-17448 ], [125.24.28.202]
เมื่อวันที่ : 01 ก.ย. 2553, 23.11 น.

ผมลืม​ไป..
ผมลืม​ไปว่านุ่นบอกอะไร​ผม​เอาไว้
"พอเข้าประตู​ไปแล้ว​ก็ระวังนะคะ​..ระวังมาก ๆ​ ด้วย"
ผมไม่ทันระวัง..ผมคิดเพียง​แต่ว่ารีบทำทุกอย่างให้เร็ว​ที่สุดก่อน​จะเห็นอะไร​ ๆ​ ​ที่รออยู่​ในนั้น​
ผมกลัวว่า​จะเห็นอะไร​ก็ไม่รู้ยืนอยู่​รอผมอยู่​แล้ว​ ในสภาพเลือดโทรมเต็มหน้า..ดวงตาห้อยถลน..แสยะยิ้มโชว์เขี้ยวขาว
ไม่ก็เห็น​ใครก็ไม่รู้นอนกลิ้งจมกองเลือดอยู่​..​ซึ่งล้วน​เป็นภาพ​ที่​จะทำให้ผมหัวใจวาย​ไป​ได้ง่าย ๆ​
ผมคิด​ไปไม่ถึง..ว่าหลังประตูนั้น​​จะมีอะไร​รอผมอยู่​มากกว่านั้น​..
เพียงก้าวเดียว​ที่ผมผ่านพ้นประตูเข้า​ไป..สิ่ง​ที่นุ่นบอกไว้ให้ผมระวังมาก ๆ​ ก็​ได้เกิดขึ้น​​กับผมเข้าให้ในทันที

ขณะหลับหูหลับตาวิ่งเข้า​ไป ผมไม่คิดเลย​ว่าผม​จะวิ่งเข้าสู่อ้อมแขนของอะไร​อย่างหนึ่ง​
เหมือนมัน​จะรอผมอยู่​แล้ว​..มันดักผม​เอาไว้ด้วยลำแขน..ล๊อคลำคอของผมด้วยแขน​ที่ราว​กับทำจากปลอกเหล็ก
ผมวิ่งเต็มแรง ​และถูกล๊อคอย่างเต็มแรง ลูกกระเดือกแทบแตก..มีเพียงเสียงดังอั้กออกมาเท่านั้น​ ​ทั้ง ๆ​ ​ที่ผมร้อง "จ๊าก" ด้วย​ความตกใจสุดขีดแท้ ๆ​
ตาของผมคงเหลือกลาน คิด​ได้อย่างเดียวตอนนั้น​ก็​คือผมถูกเล่นงานเข้าให้แล้ว​
​จะอะไร​ซะอีก..
ผี..ผี​กำลังล๊อคคอผมอยู่​!!

ให้ตายเถอะ..ผมตกใจจนทำอะไร​ไม่ถูก
​ความกลัว​ที่สุดในชีวิตเข้าจู่โจมจนผมดิ้นไม่ไหว..มือเท้าอ่อนเปลี้ยแทบล้ม​ทั้งยืน
ข้างหู​ได้ยินเสียงลมหายใจฟืดฟาด..​พร้อม​กับเสียงคำรามในลำคอ​ที่ฟังไม่​ได้ศัพท์
ร่างของผมถูกรั้งเข้าหาลำตัวของมัน..​เป็นลำตัว​ที่เย็นเฉียบ
มันลากผมเข้า​ไปด้านในของบ้าน..เรี่ยวแรง​ที่​จะช่วยตัวเองของผมไร้​ไปสิ้น..ผมกลาย​เป็นกระสอบนุ่น​ไปเสียแล้ว​..
ใน​ความมืด..ผมมองไม่เห็นอะไร​เลย​..ผมทำอะไร​ไม่​ได้เลย​
​ที่สำคัญ ผม​กำลังหายใจไม่ออก..มันรัดผมแน่นเกิน​ไป
ปฏิกริยาของคนใกล้ตาย ทำให้เรี่ยวแรงกลับคืนมาอย่างไม่รู้ตัว
ผมดิ้น..ดิ้น​เพื่อลมหายใจ..สองมือจับ​เขา​ที่แขนของมัน..มันเปียก​และลื่น..ผมพยายามแกะ..
ไร้ผล..เลือด​ที่คั่งอยู่​ในศีรษะ​กำลังทวีแรงดันขึ้น​..จากการถูกรัดเส้นเลือดใหญ่​ที่คอ มันทำให้หูผมอื้อ..ลูกตาแทบถลนออกมา
ผม​กำลัง​จะสิ้นสติ..หรือไม่ก็ตาย​ไปในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
ท่ามกลาง​ความฝ้ามัวของสายตา..ผมก็เห็นอะไร​บางอย่าง
ก่อตัวขึ้น​ตรงหน้า..คล้ายเมฆหมอก..ทวี​ความหนาแน่นขึ้น​จนจับเงาร่าง​ได้
คน..ไม่ใช่สิ..ศพ..ศพผู้ชาย..เลือดเปรอะกรัง​ไป​ทั้งตัว..ยืนเรืองแสงอยู่​ตรงนั้น​
ดวงตาแดงก่ำ ใบหน้าเต็ม​ไปด้วยเลือดจากบาดแผลมากมาย​
ผมหมดแรงดิ้นแล้ว​..ผีมันมารับผมแล้ว​..
ผมเห็นมันใกล้เข้ามา..ใกล้เข้ามาหาผม..
กลิ่นคาวเลือดตรลบอบอวล
โสตแว่วเสียงแหบพร่า..
"แก้แค้นให้ฉันด้วย!!"

สิ้นคำนั้น​..ร่างนั้น​ก็วูบเข้าหาผมอย่างรวดเร็ว
ร่างของผมกระตุกขึ้น​​ทั้งตัว..หน้าอกเหมือนถูกกดทับด้วยอะไร​อย่างหนึ่ง​..มันแทรกซึมเข้ามาอย่างรวดเร็ว
รูขุมขนเจ็บแปล๊บ..ผิวหน้าเหมือน​กับถูกน้ำแข็งแห้ง​ที่เย็นจัดมาทาบทับ
วูบเดียวเท่านั้น​..ผมก็ไม่​สามารถควบคุมตัวเอง​ได้อีกต่อ​ไป

ผมเลิกดิ้นรน​ไปเสียเฉย ๆ​ อาการหายใจไม่ออก​และแรงดัน​ที่เกิดขึ้น​ในศีรษะ​ที่​เมื่อครู่แทบ​จะระเบิดออกมานั้น​ปราศนาการ​ไปสิ้น..มือขวาของผมอยู่​ ๆ​ ก็สะบัดลง​ไปข้างหน้าอย่างรุนแรง
มันกระทบ​กับอะไร​เข้าอย่างหนึ่ง​..มีเสียงร้องโอ้ย​และเสียงกระดูกหักตามมา..นอกจากนั้น​ยังมีเสียงของโลหะตกกระทบพื้นดังเคร้ง..
"มืงสู้กูเหรอ!"
เสียงคำรามจากด้านหน้าดังขึ้น​..ผมเพิ่งรู้ก็ตอนนี้เองว่ามีพวกมันอีกคนยืนอยู่​ใน​ความมืด..มันรอที​จะจ้วงแทงผมให้มิด
มือของผมยังคงเคลื่อนไหวต่อ​ไป คราวนี้ตั้งศอกขึ้น​ ดันสุดแรงเกิด​ไปด้านหลัง ​ได้ยินเสียงดังอั้กดังกว่าเสียง "อั้ก" แรกของผมอีกเสียด้วยซ้ำจากไอ้คน​ที่ล๊อคคอผมอยู่​
แขนมันเริ่มคลาย..ผมหมุนตัวเร็วกว่า​ที่ผมคิด วูบเดียวเท่านั้น​ผมก็​ไปยืนอยู่​ข้างหลังของมัน ​เป็นจังหวะเดียวกัน​กับเจ้าคน​ที่ผมเพิ่งหักข้อมือมัน​ไปนั้น​ ​ใช้อะไร​อย่างหนึ่ง​แทงพรวดสวนเข้ามา​พอดี
​ได้ยินเสียงสวบดังขึ้น​อย่างชัดเจน ​พร้อม​กับเสียงร้องโอ๊ยของไอ้ตัว​ที่ทำ​เอาผมเกือบตาย..
"มืงแทงกูทำไม?"
มันพูด​ได้เท่านั้น​..ร่างของมันก็ค่อย ๆ​ ทรุดลง​ไป ต่อหน้า​เพื่อนของมัน​ที่ยืนตะลึงอ้าปากค้าง
​และวินาทีนั้น​..ผมก็ลอยขึ้น​​ทั้งตัว​ไปหาเจ้าคนนั้น​ มีเท้านำ​ไปข้างหน้า
มันถูกผมถีบเต็มแรง กระเด็น​ไปตามแรงกระแทก อัดเข้า​กับราวบัน​ได้จนดังกร๊อบ..
ไม่ใช่เสียงบันไดหัก ​แต่​เป็นเสียงของกระดูกสันหลังของมัน
ร่างนั้น​รูดลงพื้นช้า ๆ​ ราว​กับเศษผ้าขี้ริ้ว ไม่ดิ้นไม่ร้องอะไร​อีกเลย​..

​ความมืดมิดยังคงอยู่​..​ความเจ็บปวด​ที่รูขุมขนกลาย​เป็น​ความชาด้าน..ผมมี​ความรู้สึกว่า​ผิวหนังของตนเองเห่อขึ้น​เหมือน​กับ​เป็นลมพิษ​ไป​ทั้งตัว..มันทำให้ผมรู้สึกว่า​ตัวเองตัวขยายใหญ่ขึ้น​สองถึงสามเท่า
​ที่น่าแปลก..แปลกจนไม่​สามารถ​จะอธิบายเหตุผล​ได้
ก็​คือ..อะไร​ทำให้ผมมองเห็นภาพต่าง ๆ​ ​ที่เกิดขึ้น​​ได้ ​ทั้ง​ที่มันมืดออกขนาดนี้
ผมเห็นภาพเหล่านั้น​ในมโนจิต​ได้อย่างไร?

ผมยังเห็น..เห็นว่ายังมี​ใครอีกคน..​กำลังค่อย ๆ​ ย่องลงบันไดมา..
มันใส่หมวกไหมพรมปิดหน้า..ในมือมีมีดคมวับ..​ที่พุงของมันยังมีปืนอีกกระบอกหนึ่ง​..
มันสงสัย..ว่าเกิดอะไร​ขึ้น​​ที่ด้านล่าง
มัน​กำลังลงมา..ลงมาหา​เพื่อนของมัน..
ลงมาหาผม..ลงมาหา​ความตาย
ตายให้สาสม​กับ​ความโหดร้ายของมัน!!

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : รันนรา [C-17449 ], [125.24.28.202]
เมื่อวันที่ : 01 ก.ย. 2553, 23.13 น.

ผมรู้​ได้อย่างไร?
ผมรู้​ได้อย่างไรว่าเจ้าพวกนี้ มันก็​คือไอ้พวกโจรกลุ่มเดียวกัน​ที่บุกปล้นบ้านหลังนี้ ฆ่าพ่อ​กับแม่ของนุ่น..ทำร้ายนุ่น..
ผมยังรู้ลึก​ไปถึงเหตุการณ์ในวันนั้น​..คล้าย​กับมีภาพยนต์ฉายอยู่​ในหัว..เห็นชัดเจน​แม้​แต่กระเซ็นเลือด​ที่กระฉูดออกมาจากบาดแผลของการกระหน่ำแทงไม่ยั้งอย่างเลือดเย็นของเจ้าโจรคนหนึ่ง​
​ได้ยิน​แม้​แต่เสียงหวีดร้อง..เสียงคร่ำครวญขอชีวิตจากผู้โชคร้าย ก่อน​จะถูกปาดคอแทบขาดล้มแน่นิ่งอยู่​​กับ​ที่..
ผมยัง​ได้ยินเสียงหมาเห่า..​ได้ยินเสียงปิดประตูดังปัง..​ได้ยิน​แม้​แต่เสียงร้องไห้ของเด็กสาวคนหนึ่ง​​ที่​กำลังหวาดกลัวสุดขีด
ผมเห็นภาพเธอนั่งกอดหมา..ขดตัวอยู่​​กับผนังห้อง ตัวสั่น​เป็นลูกนก..
หมายังคงเห่า..เธอ​ใช้มือบีบปากของมันเข้าหากัน..เจ้าหมาดิ้นเต็มแรง กระโจนออกจากอ้อมอกของเธอ
มันเห่าเสียงดัง กระโดดโหยงเหยงอยู่​​ที่ประตู..
เธอกลัว..กลัวเสียงของมัน​จะดัง​ไปถึงเจ้าโจร กลัวเจ้าโจร​จะรีบขึ้น​มา​เพื่อ​จะจัดการมันไม่ให้ส่งเสียง​ไปถึงบ้านอื่น
​ซึ่งนั่นก็ย่อมหมายถึงว่าพวกมันก็​จะ​ต้องพังประตูเข้ามา..พวกมัน​จะ​ต้องเห็นเธอ..แล้ว​อะไร​​จะเกิดขึ้น​ต่อจากนั้น​??
เธอรีบวิ่ง​ไปคว้าเจ้าหมาปากเปราะ..จับมันโยนเข้า​ไปในตู้เสื้อผ้า..ปิดเต็มแรงจนสนิทแน่น..
​ได้ผล..เสียงหมาเงียบ​ไปแล้ว​..เธอกลับ​ไปนั่งหลบอยู่​​ที่เดิม..​ที่เดิม​ที่ไม่​สามารถหลบสายตา​ใคร​ได้เลย​
แล้ว​ในวินาทีนั้น​..ประตูก็เปิดผลั่วะจากแรงกระแทกของคนภายนอก
เธอหวีดร้องเต็มเสียง ​พร้อม​กับสายอัสนี​ที่แผดเปรี้ยงลงมา

ร่างของเธอปลิว​ไปตามแรงกระชากของ​ใครคนหนึ่ง​
เสื้อผ้าขาดวิ่น ร่างขาวโพลนปราฎต่อสายตาของไอ้หื่น​ทั้งสามตัว..
เธอร่ำร้อง..เธอยกมือไหว้..​แต่ก็หา​ได้หยุด​ความป่าเถื่อนของมนุษย์ชิงเดรัจฉานมาเกิดเหล่านั้น​ไม่
มันโถมเข้าใส่ร่างของเธอ..ฉุดกระชากเสื้อผ้าทีเหลือจนหมดสิ้น..
เธอร้องไห้จนหมดเสียง..ฝนฟ้ากระหน่ำซัดแผดเสียงแข่ง​กับเธอ
ร่างของเธอสั่นสะท้าน​เป็นจังหวะ..เจ็บปวดรวดร้าว​ไป​ทั้งตัว​และหัวใจ
​เมื่อคน​ที่สามลงมือ..ร่างกายของเธอก็ชักกระตุก...​
มันเกิดจากอาการช๊อค..ร่างกายเกร็ง น้ำลายฟูมปาก..ตาเหลือกค้าง..
ดวงตาของเธอเต็ม​ไปด้วย​ความแค้น..​ความอาฆาต..​ความพยาบาท​
เธอชักจนแน่นิ่ง​ไปใน​ที่สุด


ผมยังคงยืนนิ่งอยู่​ตรง​ที่เดิม..
ในสมองยังเห็นไอ้โจรคนนั้น​ค่อย ๆ​ เดินลงมาจากบันไดมาถึงพื้น..
​ได้ยินมันส่งเสียงร้องเรียก​เพื่อนของมันเบา ๆ​
"เฮ้ย..​เป็นอะไร​กัน​ไปหมดวะ..จัดการไอ้เด็กคนนั้น​เสร็จแล้ว​ก็รีบกันขึ้น​​ไปช่วยขนของสิวะ อุตส่าห์ย้อนมา​เอาแล้ว​​ต้อง​เอา​ไปให้หมด.."
ผมยังไม่กระดิก..
มันเคลื่อนกายเข้ามาหาผมช้า ๆ​ มันมองไม่เห็นผม..มันมองไม่เห็นอะไร​เลย​...​
ตรง​ที่ผมยืนอยู่​ ​เป็นมุมใต้บันใด..ไม่มีแสงใด ๆ​ เล็ดลอดเข้ามา​ได้
มันใกล้เข้ามาแล้ว​..
เหมือนเหยื่อ​ที่เดินเข้าหาเสือ..เสือ​ที่ดุร้ายยิ่งกว่าเสือทุกตัวในโลก
แล้ว​ร่างของผมก็ถลาเข้าหามัน

อะไร​เกิดขึ้น​บ้างผมก็ลางเลือน
จำ​ได้​แต่เพียงเสียงกรีดร้องโหยหวนของมัน..
จำ​ได้​แต่เพียงกลิ่นคาวเลือดสด ๆ​ ​ที่คละคลุ้ง​ไปทั่วบริเวณ
จำ​ได้​แต่เพียงเสียงจากคมมีด​ที่ค่อย ๆ​ เฉือนลง​ไป ลง​ไปบนลำคอของมัน
ผ่านชั้นผิวหนังบาง ๆ​ ผ่านหลอดลม..ลึก​ไปจนถึงกระดูกก้านคอ
ลมหายใจของมันดันเลือดออกมาจากหลอดลมฟุ้งกระจาย
มันดิ้นราว​กับไก่​ที่ถูกเชือดคอแล้ว​ทิ้งไว้​กับพื้น
อ้าปากพะงาบ..ตาเหลือกกลับ​ไปมา..
ผมยืนมองมันสิ้นใจตาย​โดยไม่รู้สึกอะไร​..สนใจ​แต่เสียงหยดของหยาดเลือด​ที่คั่งค้างอยู่​บนใบมีด​ที่ผมถืออยู่​เท่านั้น​

อะไร​เกิดขึ้น​ต่อจากนั้น​..ผมไม่รู้
มารู้สึกตัวอีกที..ก็​กำลังนอนมองเพดานห้องในโรงพยาบาล
ยัยน้องนั่งอยู่​ข้าง ๆ​ เตียง หล่อนไม่สนใจผมนอกเสียจากลูกหมา​ที่หล่อน​ไป​เอามาจากไหนไม่รู้
มัน​เป็นหมาสีน้ำตา ตาบ้องแบ๊ว ตัวเล็ก ๆ​ ขนฟู ​และลิ้นแดง
ผมขมวดคิ้ว..มึนงง​ไปชั่วขณะ
ขยับกายเล็กน้อย..เจ้าหมาคงเห็นเข้าเลย​เห่า
"อ๋อง"
ผมยิ้ม หมาตัวนี้ทำไมเห่าเสียงแปลกอย่างนี้..
"อ๋อง ๆ​"
ยัยน้องดีใจ​ที่ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้น​มาแล้ว​..ยิ้มแย้มทักทายผม
"หลับสบายเลย​นะพี่รัน..​เป็นไงบ้างล่ะ?"
"นี่พี่​เป็นอะไร​​ไป?"
"อ้าว..ไม่รู้ตัวหรอกรึนี่?"
ผมส่ายหน้าช้า ๆ​ รู้สึกหนัก​ที่หัว ​และเจ็บ​ที่คอมาก ๆ​ จน​ต้องร้องออกมาเบา ๆ​
ยัยน้องขมวดคิ้ว..สายตายังพอมี​ความ​เป็นห่วงอยู่​บ้าง
"นอนพักต่อเถอะพี่ หมอบอกว่าพี่ถูกรัดคอจนเลือดเลี้ยงสมองไม่พอ..​ต้องพักฟื้นอย่างน้อยอีกอาทิตย์หนึ่ง​ทีเดียว.."
ผมเชื่อน้อง..​เพราะไม่รู้​จะทำอะไร​ดี​ไปกว่านั้น​
ร่างกายอ่อนเพลียเหลือเกิน ในตอนนั้น​สมองนึกอะไร​ไม่ออกเลย​จริง ๆ​
"ดีนะ..​ทั้งแม่​ทั้งพี่อยู่​โรงพยาบาลเดียวกัน..ฉันไม่ถึง​กับ​ต้องวิ่ง​ไปเยี่ยมคนโน้นทีคนนี้ทีให้เหนื่อย โดดเรียนทีเดียวก็​ได้ถึงสองเด้งเลย​.."
พอน้องพูดถึงแม่ผมก็นึกขึ้น​​ได้ ดีดผึงชันตัวขึ้น​ทันที
"แม่​เป็นอย่างไรบ้าง​?"
ยัยน้องยิ้ม
"หมอบอกปลอดภัยแล้ว​ หมอเองยังงงเลย​ว่ารอดมา​ได้ยังไง?"
"จริงรึ?" ผมอุทานอย่างดีใจ​ที่สุดในชีวิต
"จริงสิ..ว่า​แต่พี่เหอะ..นึกอย่างไงถึงทำอย่างนั้น​?"
ผมนิ่ง..พยายามขบคิด
"ทำอะไร​?"
ยัยน้องจุ๊ปากจิ๊กจั๊ก
"สงสัยสมอง​จะเดี้ยง​ไปจริง ๆ​ แฮะ..จำอะไร​ไม่​ได้เลย​เหรอ..ก็พี่อุตส่าห์วิ่ง​ไปขอ​ความช่วยเหลือจากเพือนของพี่ ​เพื่อ​จะขอร้องให้คุณพ่อของเธอ​ที่​เป็นหมอหัวใจมือหนึ่ง​ของไทยมารักษาให้แม่..ในทันที​ที่พี่รู้ว่าแม่ไม่มีหวังแล้ว​..พี่ไม่รู้ว่าบ้านของเธอถูกโจรปล้นฆ่าตายหมด​ทั้งบ้าน..พี่ก็เลย​​ไปเจอไอ้พวกโจร​ที่มันย้อนกลับมาขนของ ตำรวจ​ไปเจอพี่นอนกอดหมาตัวนี้ไม่​ได้สติอยู่​บนชั้นสอง..​ส่วนเจ้าพวกโจรก็ฆ่ากันเองจนตายเรียบไม่มีเหลือ..ตำรวจ​เขาสันนิษฐานว่าหลังจากรัดคอพี่จนสลบแล้ว​​เอาตัวพี่​ไปขังไว้​ที่ชั้นสองแล้ว​..พวกมันคง​จะแย่งของมูลค่า​เป็นล้านกันเองจนฆ่ากันเอง.."
เซลในสมองของผมเริ่มค่อย ๆ​ ฟื้นขึ้น​มาทีละหน่อย​
ภาพใบหน้าของนุ่นค่อย ๆ​ ปรากฎชัดขึ้น​มาใน​ความคิด
"ฉันสงสัยอยู่​อย่างหนึ่ง​..พี่รู้​ได้ยังไงว่ามีหมาถูกขังอยู่​ในตู้สู้ผ้า มัน​กำลัง​จะตายอยู่​แล้ว​​ถ้าพี่ไม่ช่วยมันออกมา..มันคงเห่า​ทั้งวัน​ทั้งคืนจนหลอดเสียงมันเสีย​ไปเลย​..เห่าเสียงดังยังก๊ะตัวตุ่นอยู่​เนี่ย"
ผมไม่ตอบ..​เพราะผมยังตอบไม่​ได้
ผมบอกน้อง​ได้​แต่เพียงว่า..
"นุ่นไม่ใช่​เพื่อนพี่.."
"ฮั่นแน่..ริมีแฟนตั้งแต่เรียนไม่จบเชียวรึ เดี๋ยวฉัน​จะฟ้องแม่.." ยัยน้องยั่วมา
"เปล่า..เธอก็ไม่ใช่แฟนพี่..พี่เพิ่งรู้จักเธอ​เมื่อวานนี้เอง"
"ตาหลก.." น้องสาวของผมเน้นเสียง
"พี่นอนสลบมาตั้งสามวัน..พี่​จะ​ไปรู้จัก​เขา​เมื่อวานนี้​ได้ยังไง.."
"หา.." ผมไม่เชื่อหู
"สามวันเชียวรึ.."
"ถูก​ต้อง..พี่นอนมากกว่าแม่อีก หลังจากคืน​ที่แม่ช๊อคแม่ก็ดีวันดีคืน..ถามหาพี่อยู่​นั่นแหละ​ว่า​จะมาเยี่ยมให้​ได้"
ผมยังงงไม่หาย..นี่ผมหลับ​ไปถึงสามวันเชียวหรือนี่
"​และ​ที่ยิ่ง​เป็น​ไปไม่​ได้ใหญ่เลย​​ที่ว่าพี่เพิ่งรู้จักเธอ..ชื่ออะไร​นะ? นุ่นเหรอ แค่วันสองวัน ก็เธอตายตั้งแต่คืนวันแรก​ที่เธอมาถึงโรงพยาบาลนี้แล้ว​...​นับมาถึงวันนี้ก็วัน​ที่เจ็ดแล้ว​"
หัวใจของผมกระตุกวุบ
"ไหน..เธอพูดใหม่ซิ?"
เธอคงเห็นผมตกใจจริง ๆ​ เลย​ค่อย ๆ​ พูด​พร้อมทำหน้าม่อย
"ฉันเสียใจด้วยนะ..​เพื่อนของพี่​เขาตายตั้งแต่วัน​ที่เกิดเหตุแล้ว​ ตำรวจพามาโรงพยาบาล​แต่หมอก็ช่วยไว้ไม่ทัน เธอช๊อคจนสมองหยุดทำงาน..ทำให้หัวใจค่อย ๆ​ หยุดเต้น​ไปใน​ที่สุด..ตำรวจ​เขายังบอกด้วยว่าศพของเธอตอนนี้ก็ยังอยู่​โรงพยาบาลนี้..พยายามติดต่อหาญาติอยู่​​แต่ก็รู้สึกว่า​​จะ​ไปต่างประเทศกันหมด..ก็เลย​ยังติดต่อไม่​ได้"
"ไม่จริง!! ฉันไม่เชื่อ.."
ผมกระโจนลงจากเตียงทันที
"พี่​จะ​ไปไหน?"
"ศพของเธอยังอยู่​​ที่นี่ใช่ไหม? พี่​จะ​ไปดูให้เห็น​กับตา"
"เฮ้ย!!" ยัยน้องอุทานเต็มเสียง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : รันนรา [C-17450 ], [125.24.28.202]
เมื่อวันที่ : 01 ก.ย. 2553, 23.14 น.

กลิ่นในห้องดับจิตไม่มีกลิ่นอื่นใดนอกจากน้ำยาฆ่าเชื้อ..
มัน​เป็นกลิ่น​ที่ทำให้ผมนึกถึงเหตุการณ์​ที่ผมบุกเข้า​ไปในบ้านของนุ่น​ได้
กลิ่นนี้แหละ​..ผมจำ​ได้..
มันลอยมา​พร้อม​กับเสียง เสียง​ที่บอกให้ผม​ไปทางขวาของกำแพง ตอน​ที่ผม​กำลังลังเลใจหลังจาก​ที่ขึ้น​จากน้ำมา​ได้แล้ว​
หรือว่ากลิ่นนั้น​..​จะ​เป็นกลิ่นของนุ่น..หรือว่านุ่นตาย​ไปแล้ว​จริง ๆ​ ?

​เป็น​ไปไม่​ได้เด็ดขาด..ภาพทุกภาพยังชัดเจนอยู่​ใน​ความทรงจำของผม
หน้าตาบ้องแบ๊ว ผมสั้นแค่คอ..คอขาว ๆ​
บ่าเล็ก ๆ​
ตัวเล็ก ๆ​ ในชุดคนไข้..
ชุดคนไข้สีฟ้าอ่อน..ผ้าบางเบาตัวโคร่ง..
​กับรอยยิ้ม..ยิ้ม​ที่ทำให้โลกสว่างขึ้น​มา​ได้
เธอสวยเหลือเกิน..

บัดนี้ผมมายืนอยู่​ในห้อง​ที่เย็นฉ่ำ..ตรงหน้า​คือชั้นวางศพ​ที่รอการส่งกลับให้​กับญาติ​และรอการชัณสูตร ป้ายชื่อตรงหน้าเขียนไว้ด้วยตัวหนังสือ​ที่เห็น​ได้อย่างชัดเจน..
​เป็นชื่อของ​ใครคนหนึ่ง​​ที่ผมไม่เคย​ได้ยิน อายุเพียง 16 ปี สาเหตุการตาย "คดีปล้นฆ่าข่มขืน ​ที่ 16/2549" ตามด้วยชื่อของสน.​ที่รับผิดชอบคดี
ผมเพียงเปิดประตูตู้ใบนี้..ใบ​ที่เจ้าหน้า​ที่โรงพยาบาลยืนยันว่า​เป็นศพของเด็กสาว..​ที่​ทั้งบ้านถูกโจรฆ่าตายคนนั้น​จริง ๆ​
​และในทันที​ที่ผมดึงลิ้นชักชั้นวางศพนั้น​ออกมา..​ถ้าไม่ใช่​เป็นนุ่นคน​ที่ผมเคยพบ ผมก็​จะ​ได้พิสูจน์แล้ว​ว่า..คน​ที่มาพบ​กับผมในวันนั้น​ คน​ที่เข้ามาทักผมในตอน​ที่ผมเสียใจเรื่อง​อาการป่วยของคุณแม่ในวันนั้น​..เธอยังไม่ตาย..​แม้เรื่อง​ราว​ที่เธอเล่า​จะ​เป็นเรื่อง​เดียว​กับเรื่อง​จริง​ที่เกิดขึ้น​นี่ก็ตาม
ผมไม่ยอมเชื่อ..ไม่ยอมเชื่อเด็ดขาด..ว่าเธอ​จะตาย​ไปแล้ว​จริง ๆ​

เจ้าหน้า​ที่คนอื่นเดินออก​ไป​ที่นอกห้อง..ไม่เว้น​แม้​แต่น้องสาวของผม หลังจาก​ที่ผมขอร้องพวก​เขาเหล่านั้น​..
"ให้ผมอยู่​​กับ​เพื่อนของผมคนเดียว​ได้ไหมครับ​..ผมขอร้อง.."
แสงสว่างสีออกซีด ๆ​ นั้น​..ทำบรรยากาศให้ห้องนั้น​วังเวงมากขึ้น​
น่าแปลก​ที่ผมไม่รู้สึกกลัว..ไม่สนใจอะไร​มาก​ไปกว่าชั้นเก็บศพ​ที่วางอยู่​ตรงหน้า
ผมเอื้อมมือ​ที่สั่นเทา​ไปจับ​ที่เปิด..เปิดมันออกมาช้า ๆ​..ไอเย็นพวยพุ่งออกมา..
เท้าคู่หนึ่ง​..ขาวซีด..เรียวเล็ก..​เป็นสิ่ง​ที่ผมเห็น​ได้ก่อน
ผมดึงชั้นเลื่อนเข้าหาตัว..สายตาจับอยู่​เพียงตรงหน้า..
จากเท้า..ลำขา​ที่ถูกสวมใส่ไว้ดวยกางเกงสีฟ้าอ่อน..ลำตัว..เสื้อสีฟ้าอ่อน..ลำคอ..ขาวเซียด..คาง..เล็กมน..ริมฝีปาก..ซีดขาว..จมูกเล็ก..โด่งงาม..ขนตา..ยาวงอน..โก่งคิ้ว..หน้าฝาก..เรือนผม..
ผมจ้องใบหน้านั้น​..นิ่ง..นิ่ง..​และนิ่ง..
น้ำตากลบตา..​ความรู้หลากหลายประดังขึ้น​สู่หัวใจ..
การทรงตัวของผมเริ่มเสีย​ไป..​ความพร่าเลือนเข้ามาแทนที..โอนเอน..ล้มลง..
"นุ่น..เธอตาย​ไปแล้ว​จริง ๆ​ !!"
สติสัมปชัญญะของผมค่อย ๆ​ ดับวูบ​ไป

กลุ่มควันสีหมุ่นลอยขึ้น​ฟ้าอย่างรวดเร็ว ​พร้อม​กับเ​ถ้าถ่าน​ที่ประทุตาม ผมเหม่อมองปากปล่องเมรุด้วยหัวใจ​ที่ถ่วงหนัก
ข้าง ๆ​ ผม​เป็นคุณพ่อ คุณแม่ ​และน้องสาวของผม..พวก​เขา​พร้อมใจกันมาร่วมงานฌาปนกิจศพของนุ่น​และครอบครัวของเธอด้วย..

ร่างของนุ่น​กำลังถูก​พระอัคคีชำระร่างมลทิน​ไป​ที่ละน้อย..อีกไม่นานร่างของเธอก็​จะ​เป็นผุยผง​ที่สะอาดบริสุทธิ์..​เพื่อรอการกำเนิดใหม่ในภพหน้า..
ภพหน้า​ที่ผมตั้งใจ​จะ​ต้องหาเธอให้พบให้​ได้..

ผู้หญิงคน​ที่ผมรัก​ที่สุด..​ที่หลุดพ้นเงื้อมมือของมัจจุราชมา​ได้อย่างฉิวเฉียด..​จะด้วยยังไม่ถึงเวลาหรือ​จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม..​กำลังโอบกอดไหล่ของผม..ท่านลูบปลอบประโลม
"อย่าคิดอะไร​มากเลย​ลูก..เธอ​ไปดีแล้ว​.."
ผมพยักหน้า ยิ้มให้คุณแม่
"ไม่มีอะไร​สำคัญเท่า​กับตอนนี้..ผมยังมีคุณแม่อยู่​ตรงนี้..ผม​จะทำทุกอย่าง..เผื่อ​จะรักษาให้คุณแม่อยู่​​กับผมตลอด​ไป..​แม้​จะ​ต้อง​เอาชีวิตของผม​ไปไถ่ชีวิตของคุณแม่ก็ตาม.."
ผมบอก​กับท่านเช่นนั้น​..แล้ว​ผวาเข้ากอดท่าน..​พร้อม​กับสะอื้นไห้
หยาดน้ำตาไหลออกมาอย่างสุดกลั้น..มาจาก​ความรู้สึก​ที่บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามัน​คืออะไร​
"นุ่น..มีชีวิต​ที่​จะให้ผมไถ่อีกไหมครับ​..​ถ้ามีละก้อรีบมาบอกผมอีกนะ.."
ผมบอก​กับเธอในใจ..
ท่ามกลางการเห่าของเจ้าหมาตัวน้อย
"อ๋อง..อ๋อง.."
...​...​.
...​
..
.

-จบ-

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๘ : รันนรา [C-17451 ], [125.24.28.202]
เมื่อวันที่ : 01 ก.ย. 2553, 23.32 น.

รันคิดถึง​เพื่อน ๆ​ นกน้อยเสมอครับ​
​และนี่​คืออีกเรื่อง​หนึ่ง​​ที่รันอยาก​จะเก็บไว้​ที่นี่
เพิ่ง​ไปค้นเจอมา..
เขียนไว้ตั้งแต่ปี 49 แน่ะครับ​


ขอบคุณครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๙ : Rotjana Geneva [C-17453 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : 02 ก.ย. 2553, 19.40 น.

เข้ามาลงชื่อก่อนค่ะว่า​ เดี๋ยวว่างงานแล้ว​​จะเข้ามาอ่าน ไม่เห็นน้องรันนรานานแล้ว​ ดีใจ​ที่กลับมาเสนอผลงานอีกค่ะ​ ตอนนี้ตีพิมพ์​ไปแล้ว​กี่เรื่อง​คะ​?

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๐ : รันนรา [C-17467 ], [125.24.59.253]
เมื่อวันที่ : 04 ก.ย. 2553, 19.48 น.

สวัสดีครับ​ พี่รจฯ
ขอบคุณ​ที่ยังไม่ลืมรันนะครับ​
คิดถึงจังเลย​..

เรื่อง​ใหม่ของผมยังไม่​ได้ตีพิมพ์เลย​ครับ​
รออยู่​นานแล้ว​นะเนี่ย..

นักเขียน​กับการรอคอย ดู​จะ​เป็นของคู่กันเสมอ
คอยให้คนมาอ่าน คอยให้มีคนมาพิมพ์​เป็นเล่ม
คอยให้คนมาซื้อ..
​และคอยให้คนมาถามถึง..
อย่าง​ที่พี่รจฯ ถามถึงผมอยู่​นี่ไงครับ​

ขอบคุณสำหรับดอกไม้​และ​กำลังใจครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๑ : Rotjana Geneva [C-17468 ], [81.62.111.215]
เมื่อวันที่ : 04 ก.ย. 2553, 21.07 น.

ฝีมืออย่างรันนรา เดี๋ยวรอไม่นานก็คง​จะ​ได้ตีพิมพ์อีก

เรื่อง​ใหม่นี่ก็ไม่ผิดหวังอีกตามเคยค่ะ​

ยกเว้นว่าชื่อเรื่อง​อาจ​จะไม่ค่อยตรงประเด็นเท่าไรนัก พี่รจคิดว่า คีย์เวิร์ดของรันฯ น่า​จะ​เป็น "ไถ่ชีวิต" นะคะ​

เข้าใจผูกเรื่อง​​เป็นตุ​เป็นตะจริง ๆ​ สงสารนุ่นจนจับใจ ​และสงสารเจ้าอ๋อง-อ๋องด้วยเช่นกัน

พี่รจ​เป็น​กำลังใจให้ต่อ​ไปค่ะ​ การรอคอยก็​คือ​ส่วนหนึ่ง​​ที่ยืนยันว่า เรายังมีชีวิตอยู่​ ​และยังมี​ความหวังนะคะ​ คน​ที่ไม่มีอะไร​ให้​ต้องคอย ชีวิตคงน่าเบื่อ​เอาการ


แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น