นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๓
บันทึกเมื่อ ๒๓ กุมภาฯ
ลุงเปี๊ยก
...โปรดยอมรับ​​ความจริงว่า ไม่มี​​ใครสนใจ​​จะอ่านสิ่ง​​ที่เราเขียนหรอก เว้น​​แต่ว่า​​เขา​​จะรู้ว่าการ​​ได้อ่านดีกว่าไม่​​ได้อ่าน ​​และว่า​​ไปแล้ว​​ไม่เฉพาะ​​กับสิ่ง​​ที่เราเขียนเท่านั้น​​ อะไร​​​​ทั้งหมดเลย​​ ก็ไม่มี​​ใครสนใจ​​ใครด้วย มองดูแย่ใช่ไหม.. เปล่าเลย​​ นี่​​เป็นเรื่อง​​ปกติ...
pic_no_3456_1_49427.jpg ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓, ๐๕.๒๒ น.

โปรดยอมรับ​ความจริงว่า ไม่มี​ใครสนใจ​จะอ่านสิ่ง​ที่เราเขียนหรอก เว้น​แต่ว่า​เขา​จะรู้ว่าการ​ได้อ่านดีกว่าไม่​ได้อ่าน ​และว่า​ไปแล้ว​ไม่เฉพาะ​กับสิ่ง​ที่เราเขียนเท่านั้น​ อะไร​​ทั้งหมดเลย​ ก็ไม่มี​ใครสนใจ​ใครด้วย มองดูแย่ใช่ไหม.. เปล่าเลย​ นี่​เป็นเรื่อง​ปกติ ก็ดูตัวเราเองสิ บอกออกมาเถิดว่า เราเองสนใจ​จะอ่านสิ่ง​ที่คนอื่นเขียนสักแค่ไหนเชียว ​และว่า​ไปแล้ว​อะไร​​ทั้งหมดเลย​ด้วย บอกออกมาเถิดว่า เราเองสนใจ​ใครอื่นแค่ไหนกัน

ยอมรับ​ความจริงเถิด นี่​เป็นเรื่อง​ปกติ

​เพราะทุกคนล้วน​กำลังยุ่งอยู่​​กับเรื่อง​ของตน ภาระหน้า​ที่ การดำรงอยู่​ให้​ได้ในสังคม ​ความรับผิดชอบ สองสามอย่างนี้ก็ทำให้พวก​เขาหมดแรงแล้ว​ เราไม่ควรเรียกร้องอะไร​ในจังหวะเวลา​ที่ไม่เหมาะสม ​และไม่ควรรอเวลา​ที่เหมาะสมด้วย ​เพราะมัน​จะไม่มีวันมาถึง

แล้ว​​จะทำไงดี เลิกเขียน?

​จะเลิกก็​ได้ หรือ​จะเขียนต่อก็​ได้ ว่า​แต่.. เรารู้หรือเปล่าว่าทุกวันนี้ ​ที่อยาก​จะเขียน ​และ​กำลังเขียนอยู่​นี้ เขียน​ไปทำไม?

ฉันเขียน​เพราะ​ต้องการอาชีพเลี้ยงตัว เขียน​เพราะเชื่อว่าสิ่ง​ที่ทำ​ได้ดี​ที่สุด​คือการเขียนหนังสือ บางทีฉันอาจ​จะ​เป็นไอ้พวกขี้แพ้ก็​ได้ ฉันอาจ​จะไม่กล้าเผชิญ​กับสังคม​โดยตรง ฉันอาจ​จะรู้ตัวว่าโง่กว่าคนอื่น ไม่​สามารถพูดจาตอบโต้ทันควัน​ได้จึง​ต้อง​ใช้วิธีเขียน​ซึ่งมีเวลาให้​ใคร่ครวญก่อน ​แต่มัน​จะมีประโยชน์อะไร​ การเขียนมันไม่สด ไม่ฉับพลันทันการณ์ เทียบแล้ว​ในบางแง่การเขียนสู้การพูดไม่​ได้เลย​

มองโลกในแง่ร้ายอีกแล้ว​ ปัญหาของฉัน​คืออะไร​กันแน่ นายไม่โง่สักหน่อย​ ​เอาเถอะ​แม้​จะไม่ถึง​กับปราดเปรื่อง ​แต่ไม่มี​ใคร​จะพูดว่านายโง่​ได้เต็มปากเต็มคำหรอก ปัญหาแท้จริงของนาย​คือการหลบเลี่ยง การไม่ยอมเผชิญหน้า​กับ​ความท้าทาย การไม่อนุญาตให้ตัวเองประสบ​ความสำเร็จ นายมันคนใจอ่อน ให้อภัยตัวเองอยู่​เรื่อย ดูอย่างการสูบบุหรี่ก็​ได้ อยาก​จะเลิกสูบก็ไม่เห็น​จะเลิกซักที บังคับใจตัวเองไม่​ได้แบบนี้ ​เป็นอุปสรรคใหญ่หลวงเลย​ มัน​จะทำให้นายจมปลัก เหมือนควายแก่​ที่ลง​ได้นอนลงในโคลนตมเย็น ๆ​ ก็ไม่มีกะใจ​จะลุก​ไปไหนอีก

เดิน​ไปซื้อบุหรี่จากป้านางมาคาบอีกแล้ว​ ฉันควร​จะเขียนเรื่อง​ "ไอ้ขี้แพ้" ดีกว่า ​เพราะมีประสบการณ์ตรงมากมาย​ตลอดชั่่วชีวิตขี้แพ้ของฉัน อย่าโมโห มันเรื่อง​จริง มีสิ่งใด​ที่​เป็น​ความสำเร็จมั่งละ ง่ายสุด​คือการเลิกสูบบุหรี่ก็แพ้แล้ว​ เรียนหนังสือก็แพ้จบแค่ ม.ศ.๓ เจ็บปวดไหม ม.ศ.๓ มันน้อยมากจริงไหม แล้ว​สาเหตุ​ที่ทำให้เรียนน้อยก็​เพราะ​ความดื้อของตน ไม่มี​ใครห้ามไม่ให้เรียนสักหน่อย​ ​จะโทษพ่อ? น้อย ๆ​ หน่อย​ พ่อ​จะ​ไปรู้อะไร​ พ่อมาจากเมืองจีนระบบการศึกษาไทย​เป็นยังไง พ่อไม่รู้หรอก วัน ๆ​ พ่อ​เอา​แต่ทำงานงก ๆ​ เงิ่น ๆ​ หาเงินมาจุนเจือครอบครัว เอ็ง​เป็นลูกคนเล็ก แทบว่า​จะสบายกว่าพี่น้องคนอื่น​ทั้งหมด โดนว่าหน่อย​เดียวทำน้อยใจเลิกเรียน ก็สมควรแล้ว​​ที่​จะ​ต้อง​เป็นไอ้ขี้แพ้

ปุ้ยเคยบอกว่า เรา​เป็นคน​ที่ช่างหาเหตุผล เธอคงไม่รู้หรอกว่า ฉันมันพวกหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองนี่หว่า ตอนนั้น​ฉันเองก็ไม่รู้ ก่อนหน้านี้ก็ยังไม่รู้ ตอนนี้เขียนมันออกมาแล้ว​ก็ยอมรับเถอะวะ แม่ง​เอา​แต่หาเหตุผลเข้าข้างต้วเองอยู่​นั่นแหละ​

ขี้เกียจ? อืม.. เรามันมนุษย์ขี้เกียจคนหนึ่ง​รึเปล่า?

ไม่ใช่หรอก ขี้เกียจมัน​เป็นผลของการไม่กล้าเผชิญ​กับ​ความท้าทาย กลัวแพ้ กลัวว่าทำแล้ว​​จะไม่สำเร็จ ไม่ทำ​จะ​ได้ไม่แพ้ พอไม่ทำอะไร​จริงจังสักที ชีวิตนี้จึงกลาย​เป็นไอ้ขี้แพ้ ​แม้​จะไม่แพ้อะไร​อย่างชัดเจน​เป็นเรื่อง​ ๆ​ ​แต่รวม ๆ​ แล้ว​มันแพ้​ไป​ทั้งชีวิตเลย​ แย่กว่าอะไร​​ทั้งหมด

ซูโดกุ สอนอะไร​ละ มันสอนให้เผชิญ​กับการ​ต้องตัดสินใจเลือก ชีวิตก็เหมือนกัน ถึงวันหนึ่ง​หมากก็เข้าตาจน ไม่เหลือ​ความแน่นอนให้เลือก มัว​แต่คิด​ใคร่ครวญ​ไปก็เปล่าประโยชน์ ถึงเวลา​ต้องจิ้มแบบสุ่ม ก็​ต้องจิ้ม โชคดีก็ผ่าน​ไป​ได้ โชคไม่ดีผิดพลาด​ไป ​ความผิดพลาดนั่นแหละ​​เป็นตัวบอกหนทาง​ที่ถูกให้​กับเรา

แล้ว​​จะกลัวผิดพลาด​ไปทำไม

ยังไม่​ได้พูดถึง​ความล้มเหลวในชีวิต​แต่งงาน การทำให้คน​ที่รักเรา​ต้องเสียใจ การมองไม่เห็นค่าใน​ความรักของผู้อื่น การมีลูกแล้ว​ไม่​ได้เลี้ยงดูด้วยตนเอง การเลือกอาชีพ​ที่ไม่เคยทุ่มเททำ​ไปจนสุดทาง มีชีวิตวนเวียนอยู่​ใน​ความคิด ห่างไกลจาก​ความจริงของโลก ​และเ​ที่ยวโทษว่าโลกใบนี้มันแย่ โกรธแค้น​กับอะไร​ก็ไม่รู้เยอะ​ไปหมด เออ.. กูช่างโง่เสียจริง

ปีนี้อายุห้าสิบแล้ว​ ​จะบอกว่าไม่รู้จักโลกไม่​ได้แล้ว​ ​และตอนนี้​กำลังเริ่มต้นอาชีพใหม่อีกด้วย ครั้งนี้เอ็ง​ต้องทำให้สุดปลายทางให้​ได้ ปัญหาก็เห็นชัดแล้ว​ว่า อยู่​​ที่การเผชิญหน้า​กับมันด้วยมือเปล่า มีชีวิต​เป็นเดิมพัน

ไม่มีเวลาเหลือให้ฟุ่มเฟือยอีกแล้ว​ เอ็ง​ต้องตรากตรำ ​ความสำเร็จมันรออยู่​นานแล้ว​ เดินลุยเข้า​ไปหามันเสียที ทำเยอะ ๆ​ ผิดพลาด​ไปก็ยอมรับว่ามัน​เป็นเรื่อง​ปกติ ​และ​ความผิดพลาดนั้น​​จะบอกเราให้รู้​ความจริง มัน​จะบอกหนทาง​ที่ถูกให้เรา อย่าคิดว่าตัวเองรู้ ​เพราะเรายังไม่รู้อะไร​เลย​ ลงมือทำ ​และผิดพลาด ลุกขึ้น​มาทำอีก ​ถ้าผิดพลาดอีก ก็​ต้องลุกขึ้น​มาอีก

จนกว่า​จะทำสิ่งผิดพลาดครบจำนวนนะแหละ​ แล้ว​​ความสำเร็จ​จะเผยตัวออกมา

จงเชื่อเช่นนี้.

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3456 Article's Rate 8 votes
ชื่อเรื่อง บันทึกเมื่อ ๒๓ กุมภาฯ
ผู้แต่ง ลุงเปี๊ยก
ตีพิมพ์เมื่อ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ บันทึกเงาความคิด
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๘๒๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ลุงเปี๊ยก [C-17434 ], [115.67.67.198]
เมื่อวันที่ : 31 ส.ค. 2553, 10.41 น.

การเขียนให้ตรงตามจริง​เป็นเรื่อง​​ที่​ต้องฝึกฝนอย่างหนัก ทำอย่างไรไม่ให้กลาย​เป็นขวานผ่าซาก ขณะเดียวกันก็​ต้องระวังมิให้มันเฉออกจากศูนย์เล็ง หากเขยื้อน​ไป​แม้​แต่องศาเดียว ​เมื่อถ้อยคำพุ่งออก​ไปแล้ว​ ผลเบื้องปลายมัก​จะห่างจากเป้าอักโข

นี่ยังไม่พูดถึง​ความหมาย​ระหว่างบรรทัด ​ซึ่งมัก​จะโผล่มาเกี่ยวผ้าขะม้าเราหลุดลงพื้น
​เพื่อประจานเราให้​ได้อายอยู่​เสมอ

ด้วยเหตุนี้ เรื่อง​ตรงเผง​ที่ดูเหมือนสำแดง​ได้ง่ายนั้น​ จึง​ต้องฝึกฝนกันตลอดชีพ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-17435 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : 31 ส.ค. 2553, 17.51 น.

หากเืบื้องหลังผ้าขาวม้า​คือกุงเกงในตัวหนึ่ง​ ก็ไม่มีอะไร​​ต้องน่าสะดุ้งนะคะ​ (...​...​...​.แซวมาด้วย​ความเคารพ )​

อืมม์ เรื่อง​การเปิดเปลือยตัวเองต่อสาธารณชนผ่านห้วง​ความคิด​ที่ถ่ายทอดออกมา​เป็นตัวอักษรแบบตรง​ไปตรงมา ไม่ใช่เรื่อง​ง่ายสำหรับนักเขียนจำนวนหนึ่ง​ ​แต่ก็ไม่ใช่เรื่อง​ยากสำหรับนักเขียนอีกจำนวนหนึ่ง​

เข้ามาอ่าน​ความกล้า ๆ​ กลัว ๆ​ ของลุงเปี๊ยก​ที่เขียนไว้ตั้งแต่เดือนกุมภาฯนะคะ​

ทำไมรู้สึกว่า​ ลุงเปี๊ยกเกร็ง ๆ​ ​กับการแสดงออกคะ​? หรือรจนาคิด​ไปเอง? (แฮ่ม รจนาก็​เป็นเหมือนกันแหละ​ ตั้งแต่​ได้นักเขียนเก่ง ๆ​ อย่างคุณนาม อิสรา คุณอิติฯ เข้ามาเขียน​เอาเขียน​เอาแบบขยันขันแข็ง​และมืออาชีพ ยังไม่นับลุงปิง สุดยอดฝีมือตลอดกาลของพวกเรา ...​...​..ทำให้ไม่ค่อย​จะกล้าเขียนอีกเลย​ กลัว​จะขายขี้เท่อ ...​...​ ป่าวบ่นนะคะ​)

เข้ามาชวนคุยให้หายเหงาค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ลป. (นกกระจาบ) [C-17440 ], [1.46.57.171]
เมื่อวันที่ : 31 ส.ค. 2553, 19.14 น.

​ความคิดเห็น​ที่ ๑ ข้างต้น ผมเขียนไว้ในสเตตัสของ Facebook น่ะครับ​ ลอกมาโพสต์ต่อตรงนี้ คง​เป็น​เพราะมัน​เป็นประโยคบอกเล่า​ทั้งหมด จึงดูไม่เหมือนเขียนคุยกันตามปกติ ไม่​ได้เกร็งอะไร​ดอก

​ส่วนบันทึกฉบับ​นี้เขียนคุย​กับตัวเองหลายเดือนแล้ว​ วันนี้หยิบมาอ่าน​และตัดสินใจ​เอามาโพสต์​โดยไม่แก้ไข อยากฝึกตัวเองให้กล้าเปิดเผยทุกสิ่งตรง​ไปตรงมา ไหน ๆ​ ก็จริงแล้ว​ เผชิญหน้ามันซะเลย​

แฮ่ ๆ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : กัลปจันทรา [C-17441 ], [170.215.50.164]
เมื่อวันที่ : 31 ส.ค. 2553, 19.25 น.

สวัสดีค่ะ​

อืม...​การเรียนรู้นั้น​มีตลอดเวลานะคะ​ ดังนั้น​การเขียน​และเข้าใจคนอ่านก็นับว่า​เป็นการเรียนรู้ทางหนึ่ง​ การมีเวลานั้น​ คน​ส่วนมากยุ่ง หรือทำตัวยุ่งจนไม่อ่านเรื่อง​บางเรื่อง​​เป็น​ความจริง

พี่เองอยู่​​กับคน​ที่ไม่ชอบอ่านนอกจากตำราวิชาการ เชื่อไหมว่า​เขาไม่อ่านนิยายเลย​ ​แม้​แต่เรื่อง​เดียวภายในหนึ่ง​ปี ​แต่อ่านอย่างอื่นเช่นวิชาการ ข่าว​เป็นต้น

เห็นด้วยว่าการเขียน​ต้องรู้ใจคนอ่าน ​แต่คนรักเขียน สักวันหนึ่ง​มีคนอ่านแน่นอน

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : punei [C-17443 ], [183.89.118.28]
เมื่อวันที่ : 01 ก.ย. 2553, 00.56 น.

​เป็นบท​ความ​ที่ผมชอบครับ​ ประสบการณ์ทำให้เรารู้สึกถึงเหตุผลในการเขียน​ได้หลายอย่างดีนะครับ​ อย่างเช่น เขียน​เพราะหน้า​ที่ เขียน​เพราะลุ่มหลง เขียน​เพราะ​ความสนุก หากเลือกในสิ่งตนเองทำแล้ว​ ก็ไม่​ต้องคิดให้วุ่นวายใจ ปล่อย​ไปตามหัวใจของเราดีกว่า
ป.ล. ขอบคุณข้อคิดดีๆ​​ที่ลุงเปี๊ยกให้ไว้ในบท​ความเล็กๆ​ของผมด้วยครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : ลุงปิง [C-17470 ], [58.10.234.92]
เมื่อวันที่ : 05 ก.ย. 2553, 01.31 น.

สวัสดีลุงเปี๊ยก ขออภัย​ที่มาอ่านช้า​ไปหน่อย​​เพราะหาย​ไปทำธุระ​ส่วนตัวเสียนาน

"บันทึก​เมื่อ ๒๓ กุมภาฯ" นี้ สมบูรณ์ในตัวของมันอย่าง​ที่สุด ผมว่า​เป็นเรื่อง​สั้น​ที่​ได้ระบาย​ความคิดออกมาอย่าง​ที่มันควร​จะ​เป็น ถือ​ได้ว่า​เป็นข้อเขียน​ที่บ่งบอกถึงอารมณ์ของ​ความ​ต้องการ​ที่​จะสื่อ ​ได้อย่างตรงใจมากครับ​...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : ทิดอินทร์ [C-17616 ], [124.120.21.73]
เมื่อวันที่ : 27 ก.ย. 2553, 05.55 น.

อารมย์เดียวกันเลย​ครับ​ ลุงฯ
เพียง​แต่ผม มี​ความกล้า​ที่​จะยอมรับ​กับ​ความจริงน้อยกว่ามากเลย​ครับ​
​เป็น​กำลังใจให้ในทุกเรื่อง​นะครับ​

ด้วยจิต คารวะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๘ : ทอรุ้ง [C-17689 ], [110.49.193.148]
เมื่อวันที่ : 09 ต.ค. 2553, 23.40 น.

ลุงเจ๋งสุดแล้ว​ ​ที่เขียนออกมา​ได้ เชื่อเถอะค่ะว่า​ ผลึก​ความคิดของลุง ​คือ​ความรู้สึกของคนอีกมากมาย​ คนเราทุกคนแหละ​รู้จักตัวเองดี​จะตาย ​แต่​จะมีสักกี่คน​ที่กล้า แฉ (ขอ​ใช้คำนี้นะมันโดนดี) ​ความ​เป็นตนเองออกมา นั่น​เพราะทุกคนกลัวว่าคนอื่น​จะมองว่าเราไม่ดี คนอื่น​จะยอมรับเราหรือเปล่า ​แต่ลุงก้าวข้ามสิ่งเหล่านั้น​​และแสดงออกถึงตัวตนแห่งตนเอง​ได้น่าประทับใจมั่กๆ​ ชื่นชมลุงจริงๆ​ ลุงแน่มากค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๙ : ชาร ทิคัมพร [C-17855 ], [118.172.31.119]
เมื่อวันที่ : 04 พ.ย. 2553, 19.26 น.

การเขียนหนังสือให้น่าอ่านยากกว่าการทำ​กับข้าวให้อร่อย การทำ​กับข้าว​แม้​จะไม่มีการคิดพลิกแพลง แค่จำสูตร​เขามาก็ทำอร่อยเหมือน​เขา​ได้
ดังนั้น​​ถ้าเขียนยังไม่ดีก็ไม่ควรทรมานตัวเอง ​เพราะเราไม่ถนัดทางนี้ (​แต่บังเอินชอบ) ผมชอบฟุตบอลมาก ​แต่ก็ไม่เสียใจ​ที่ไม่​ได้ติด​แม้​แต่ทีมโรงเรียน ​แต่ก็หา​ความสุข​กับการนั่งดูฟุตบอลหน้าจอ
เขียนหนังสือแล้ว​ "มัน" ​เมื่อไรก็​ใช้​ได้แล้ว​ ​ใคร​จะอ่านหรือไม่ก็ช่างมัน ดีกว่าเขียนแล้ว​มีคนอ่าน​แต่ "ไม่มัน"
ผมให้​กำลังใจลุงเปี๊ยกครับ​ เขียน​ไปเรื่อยๆ​ อย่าซีเรียส !

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๐ : เล็ก โยธา [C-18264 ], [223.205.33.127]
เมื่อวันที่ : 22 พ.ค. 2554, 16.19 น.

อ่านแล้ว​เกิดคำถาม...​ต่อตนเอง...​เขียนทำไม?
ผมว่า...​ผมน่า​จะเขียน

​เพื่อระบายอารมณ์ ​โดยเรียบเรียง...​.มันออกมามาให้​เป็นระเบียบ
สร้าง​ความสุนทรีย์ให้แก่อารมณ์...​ตนเอง

​เมื่อเขียนเสร็จแล้ว​...​.ผมก็​จะอ่านมันซ้ำแล้ว​ซ้ำเล่า
ยิ่งอ่าน...​ยิ่งซาบซึ้ง...​.กูเขียนดีอะไร​อย่างนี้ !

​แต่...​อย่างว่า...​ก็ยัง​เป็นคน...​..อด​ที่​จะดูcomment ไม่​ได้...​.​ใคร​จะว่าอย่างไรบ้าง​นะ

คนก็ยัง​เป็นคน...​อยู่​วันยังค่ำ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๑ : เล็ก โยธา [C-19322 ], [171.5.145.201]
เมื่อวันที่ : 24 ธ.ค. 2558, 13.05 น.

มาดูcomment เก่าลืม​ไปแล้ว​ ทุกวันนี้ก็เขียนบ้างเวลา​ที่มันอยากเขียน เขียนแล้ว​มี​ความสุข ​และแน่นอนก็ยังอ่านซ้ำเหมือนเดิม​และก็ชื่นชมอยู่​คนดียว ตอนนี้รู้แล้ว​ล่ะว่าเขียน​ไปทำไม? อยา่กเขียนโว๊ย!

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น