นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๓ กรกฏาคม ๒๕๕๓
คืนที่ดอกโบตั๋นบาน
ลุงเปี๊ยก
...​​เขาชะโงกหน้าออก​​ไปมองเจ้ายักษ์สีแดง
มันจอดนิ่งอยู่​​ใต้เงาสลัวข้างรั้ว ​​และ​​เขาเพิ่งสังเกตว่า
ปีนี้ดอกโบตั๋นสีขาวสะอาด​​ได้แย้มกลีบบานสล้างอีกแล้ว​​...
บ้านโคกน้อยวันนั้น​มีฝนฟ้าคะนอง ท้องฟ้ามืดครื้มเหมือนตอนใกล้ค่ำ บ้านทุกหลังต่างเปิดไฟ​ทั้ง​ที่​เป็นเวลาบ่าย ข้าพเจ้านั่งพาดขาดูทีวีอยู่​ในบ้าน ลมพัดหวีดหวิวแซมเสียงฟ้าร้องครืนมา​แต่ไกล ตามด้วยเสียงของเมียข้าพเจ้าร้องออกมาจากครัวให้ปิดทีวี สักพักเสียงฝนเม็ดโตก็กระหน่ำบนหลังคา ยังไม่ทัน​ที่ข้าพเจ้า​จะปิดทีวีตามคำสั่งเมีย สายฟ้าสีขาวเส้นหนึ่ง​ก็วาบขึ้น​ในบ้าน ตามด้วยเสียงเปรี๊ยะ​พร้อมประกายสีเหลืองกระเด็นออกมาจากกลักสวิทช์ไฟข้างประตูห้องน้ำ ไฟฟ้าดับวูบหมด​ทั้งหลัง

"คุณเล็ก​เป็นอะไร​หรือเปล่า?" เสียงผู้ใหญ่ซายชะโงกถามมาจากช่องประตูหลังบ้าน ข้าพเจ้าตอบว่าไม่​เป็นอะไร​ ​แต่ก็ตกใจไม่น้อยไม่นึกว่าฟ้า​จะแล่บเข้าถึงในบ้าน ​และใน​เมื่อดูทีวีไม่​ได้แล้ว​ ข้าพเจ้าจึงเดินตามผู้ใหญ่ซาย​ไปหลังบ้าน

ท่ามกลางพายุฝน​ที่ตกกระหน่ำไม่ลืมหูลืมตา เราคุยกันบนแคร่ใต้ถุนบ้านไม้สองชั้น​ที่มีหลังคาเกย​กับบ้านชั้นเดียว​ที่ข้าพเจ้าเช่าอยู่​ บทสนทนา​ที่ปะปน​กับละอองฝน​ที่ลมหอบเข้ามา จึงเกี่ยวข้อง​กับฟ้าฝน​ที่มองเห็นตรงหน้า แกว่าเห็นแสงวาบออกจากช่องประตูหลังบ้าน ก็นึกว่าคุณเล็กโดนเข้าแล้ว​ ข้าพเจ้าหัวเราะบอกว่าไม่เคยเห็นคนโดนฟ้าผ่ามาก่อน เคยมีคนบ้านเราโดนฟ้าผ่าบ้างไหม

"โอ้ย.. โดนกันหลายแถวนี้ฟ้าลงบ่อย มีอยู่​ครั้งนึงพูด​ไปคุณเล็ก​จะไม่เชื่อ ฟ้ามันผ่าลงน้ำ ผมเห็น​กับตา" ผู้ใหญ่ซายเริ่มเล่า "วันนั้น​ผมลงงมปลาอยู่​ริมเขื่อน ฟ้าแรงแบบนี้แหละ​ จู่ ๆ​ ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงลงกลางน้ำ สว่างวาบ​ไปหมด ผมหัน​ไปเห็นน้ำแตกกระจายเหมือน​ใครทำก้อนหินหล่นลงจากฟ้า"

"แล้ว​มี​ใคร​เป็นอะไร​หรือเปล่า?" ข้าพเจ้าถาม

"ไม่มี ..มันผ่าอยู่​กลางน้ำโน่น" ผู้ใหญ่ซายชี้​ไปทางสนาม "ไกลจากผมประมาณต้นหมากลิ้นฟ้านู่นแหละ​" แกบอกระยะห่างราว ๒๐๐ เมตร "ผมงี้..เผ่นขึ้น​จากน้ำเลย​ ปลาเปลอไม่​เอาแล้ว​ หวาดเสียวมาก"

"...​"

พอเห็นข้าพเจ้านิ่งอึ้ง แกก็พูดต่อ "ไม่เชื่อ​ไปถามตาเถิก วันนั้น​ก็อยู่​ด้วยกัน"

"ผู้ใหญ่พูดผม​ต้องเชื่อสิ ​แต่ว่ามันแปลกดี เคย​ได้ยิน​แต่ฟ้าผ่า​ที่สูง"

"หวาย.. ​เอาแน่ไม่​ได้หรอก" ผู้ใหญ่ซายร้องทำท่าขนลุกแล้ว​เล่าต่อ "ยังมีอีกรายเห็นคาตาเลย​ กลางไร่มันห่างผมแค่ไม่กี่ร่องดิน ฟ้าผ่าลงจกในมือทิดส่งเปรี้ยงเดียวสลบเลย​ โชคดี​ที่ไม่ตาย"

"โห.. โชคดีจริง ๆ​" ข้าพเจ้าเออออ "แล้ว​ไอ้​ที่ถึงตายเลย​มีไหม"

"มีสิ ปีกลายนี่เอง อีสายหยุดเมียบักคูน​กำลังซ้อนรถเครื่องผัวตัวเองอยู่​แท้ ๆ​ ฟ้าลงเปรี้ยงตายคา​ที่ เห็น​เขาว่าลงเข็มขัดนากถึงละลาย" คนเล่าทำท่าสยอง "..ยังมีอีกเรื่อง​อยากเล่าให้คุณเล็กฟัง มัน​เป็นเรื่อง​แปลก.." แหงนมองท้องฟ้าใต้ชายคาสังกะสีฉ่ำฝน แล้ว​ผู้ใหญ่ซายก็ตั้งต้นเล่า

​เป็นเรื่อง​​ที่ข้าพเจ้านำมาเล่าต่อให้คุณอ่านกันในวันนี้


= ๑ =

"คุณปลัด​จะ​เอาอ้ายต้นยางไหม้ไฟต้นนี้ไว้หรือเปล่า" บักอ๊อดตะโกนถาม "​ถ้าไม่​เอาผม​จะ​ได้โค่นทิ้งให้เลย​"

"ไม่​ต้องอ๊อด..ปล่อยไว้อย่างนั้น​แหละ​" ปลัดชูเกียรติตะโกนตอบ ​เขาไม่เห็นเหตุผลว่า​จะ​ต้องตัด​ไป​เพื่ออะไร​ มันสูงใหญ่ก็จริง​แต่ถูกไฟเผาจน​เป็นโพรงข้างใน ​เอา​ไปทำไม้กระดานสักแผ่นก็ไม่​ได้ ปล่อยไว้อย่างนี้แหละ​ อย่างน้อยก็พอ​จะ​เป็นแลนด์มาร์คของ​ที่แปลงนี้

​ถ้ารู้ว่าลูกน้องอยากตัด​ไปเผาทำถ่าน​เขาคง​จะอนุญาต​ไปแล้ว​

บ้านโคกน้อย​เมื่อสิบกว่าปีก่อน แนวป่ายังอยู่​ไม่ไกลอย่างทุกวันนี้ ​ใครพอมี​กำลังก็แอบถางป่าทำไร่มันสำปะหลังกัน ​ที่ทางจึงยังไม่มีราคากี่มากน้อย ปลัดชูเกียรติ​กับเมียย้ายมาอยู่​ไม่นานก็ซื้อ​ที่จ้างคนทำไร่มัน​กับ​เขาด้วย

เมียปลัดชื่อคุณสมทรง ​เป็นคนงาม​ที่ชอบดูดวง ​ที่ไหนลือว่ามีหมอดูแม่น​เป็น​ต้อง​แต่งตัวสวย​ไปตรวจดวงชะตาเสมอ ​และหมอดูทุกคนก็พูดชม​เป็นเสียงเดียวว่า คุณสมทรง​เป็นคู่สร้างคู่สมพงษ์​กับคุณปลัด ​จะ​ได้ดีร่ำรวย​เพราะปาก ​เนื่องจากเธอ​ที่มีรอยแต้มสีดำ​ที่ลิ้น ราหูเล็งวันเกิด​เมื่อไร​จะพูดสิ่งใดก็​ได้สมหวังตามปากพูดทุกคำ

pic_no_3440_1_10163.jpg คืนหนึ่ง​​ระหว่างเดือน​ที่ดอกโบตั๋นบาน คุณสมทรงปรารภ​กับ​เพื่อนบ้านว่าอยาก​ได้​ที่ดิน วันรุ่งขึ้น​ก็มีคนมาขอให้ช่วยซื้อ​ที่ดิน ๒๕ ไร่ราคาถูกเหมือน​ได้เปล่า การซื้อ​ที่ดินแปลงนี้ทำให้ปลัดดีใจมาก

เกษตรกรมือใหม่อย่างปลัดทำไร่มันสำปะหลังด้วยวิธีจ้างแรงงาน ​ซึ่งดูแล้ว​แทบไม่ต่าง​กับการลงทุนทำธุรกิจ ทุกขั้นตอนการเพาะปลูก ไม่ว่า​จะพลิกฟื้นผืนดิน วางแนวยกร่องปักชำกล้ามัน ​ต้อง​ใช้เงินหว่านโปรยลง​ไป​ทั้งสิ้น ​และการเกณท์แรงงาน​เป็น​ส่วนยาก​ที่สุด ชาวบ้านมัก​จะเกี่ยงงอนค่าจ้าง ​แม้​จะตกลงกัน​ได้แล้ว​ผู้ว่าจ้างยัง​ต้องเลี้ยงดูเหล้ายาเล็ก ๆ​ น้อย ๆ​ ​เพื่อแสดงน้ำใจทุกครั้งตามธรรมเนียมนิยมอีกด้วย

อย่างไรก็ดีผลผลิตปีแรกออกมาในช่วง​ที่มันสำปะหลังราคาสูง​เป็นประวัติการณ์ หลังฝนโปรยปรายจนดินนุ่มพอ​จะถอนต้นมัน​ได้ ชาวไร่​ทั้งตำบล​พร้อมใจกันเก็บกู้มันออกขาย​ได้เงินมากเหมือนถูกหวย ผู้คนละแวกนี้ต่างร่ำรวยมั่งคั่งขึ้น​มาอย่างฉับพลัน มีการปลูกบ้านหลังใหม่ มีการถอยรถกระบะป้ายแดง เด็กนักเรียนก็มีรถเครื่องคันใหม่ ตลาดนัดคึกคักเต็ม​ไปด้วยผู้คนจับจ่าย​ใช้สอย พ่อค้าเร่ต่างถิ่นวนเวียนนำสินค้ามาเสนอขายไม่เว้น​แต่ละวัน ตัวแทนขายประกันชีวิตก็ตามกลิ่นเงินมาถึงบ้านไร่ปลายคอก​กับ​เขาด้วย

"เห็น​เขาพูดจาดี ดิฉันก็อุดหนุน​เขา​ไปนิดหน่อย​" คุณสมทรงบอกสามีหลังจากตกปากรับคำซื้อกรรมธรรม์ประกันชีวิต​ไปหนึ่ง​ฉบับ​ ปลัดไม่สู้​จะเห็นด้วย​กับการ​ใช้จ่ายของเมีย ​แต่ก็ไม่​ได้ห้ามปรามอะไร​มากนัก

"คุณปลัดก็น่า​จะทำไว้สักฉบับ​ คิดเสียว่าเก็บเงินนะครับ​" ตัวแทนประกันหันมาทาง​เขา

ปลัดปฏิเสธทันที "ผมไม่เชื่อเรื่อง​การประกัน อย่ามายุ่ง​กับผม"

ปลัดชูเกียรติมีแผนสำหรับเงินก้อน​ที่​ได้จากการขายมันครั้งแรกแล้ว​ ​เขาอยาก​ได้รถแทรคเตอร์ ​แม้​จะ​ต้องซื้อด้วยเงินผ่อน คำนวณแล้ว​คุ้ม​กับการลงทุน ละแวกนี้ยังไม่มี​ใครมีรถแทรคเตอร์ นอกจากประหยัดค่าจ้างแรงงานไถไร่ตัวเองในระยะยาวแล้ว​ ยังรับจ้างไถไร่ให้ชาวบ้าน​ได้อีก ดูแล้ว​น่า​จะหาเงินมาผ่อนค่างวด​ได้ไม่ยาก

​แต่เมียปลัดไม่เห็นด้วยเลย​ สมทรงกลัว​เป็นหนี้ตามประสาผู้หญิง ​แม้​จะกางตัวเลขอธิบายให้ฟังยังไงก็ไม่​เอา จนบ่ายวันหนึ่ง​ ปลัดเชิญนายปราโมทย์ผู้จัดการขายรถไถให้แวะมาเยี่ยม​ที่บ้าน คำว่าไม่​เอาของคุณสมทรง ก็มลายหาย​ไปด้วยมธุรสวาจาของนักขายชั้นครู

"คุณนายจัดบ้าน​ได้น่าอยู่​มากเลย​ขอรับ" ผู้จัดการผู้มีเรียวหนวดเจ้าเสน่ห์ยกมือไหว้พินอบพิเทา "น่าอิจฉาคุณปลัด นอกจาก​จะมีบุญ​ที่​ได้เมียสวยเหมือนนางงามแล้ว​ ยังดูแลบ้านช่อง​เป็นระเบียบสะอาดสะอ้าน" ยอดนักขายขว้างคำพูดชมออก​ไปต่อหน้าไม่มีอ้อมค้อม "ชานบ้านขึ้น​เงาอย่างนี้ผมนอนเขลงลง​กับพื้น​ได้สบายเลย​ครับ​คุณนาย" ​เขามีบุคลิกอ่อนน้อม​และท่าทีสุภาพมาก "เห็นอย่างนี้แล้ว​ผม​ต้องกลับ​ไปเข้มงวดแม่อีหนูของผมมั่งแล้ว​ละขอรับ" ว่าพลางยื่นนามบัตรส่งให้ "คุณนายเรียกผมว่าปิงก็​ได้ครับ​"

"วู้ย.. คุณก็ชมเกิน​ไป" ​แม้ปาก​จะต่อว่า​แต่ยิ้มระรื่นถูกใจ ก็มี​ใครบ้างล่ะ​ที่ไม่ชอบคำยกย่องเยินยอ คำก็คุณนายสองคำก็คุณนาย เมียปลัดยื่นมือรับนามบัตรมาแล้ว​ไม่รู้​จะทำยังไง จึง​เอามุมนามบัตรมาเขี่ยฝ่ามือเล่น

"จริง ๆ​ นะครับ​ เหลียวมองทางไหนก็มี​แต่สิ่งเจริญตา ​แม้​แต่ผ้าม่านลายฉลุง่าย ๆ​ คุณนายยังเลือกมาแขวน​ได้เหมาะเหม็ง ดูสิครับ​..พอลมพัดโชยเข้าช่องหน้าต่าง บ้าน​ทั้งหลังก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้น​มาเลย​" ยอดเซลส์แมนดูออกว่าถ้อยคำเยินยอ​ได้ผล ก็ขว้างยิ้มมุมปากเก๋ไก๋ตามหลังคำยอ​ไปอีกตูมนึง "นี่ผมยังไม่​ได้พูดถึงว่าคุณนายเองก็​แต่งกายงดงามสมฐานะเลย​นะครับ​"

ปลัดชูเกียรตินั่งอมยิ้มฟังอยู่​ด้านข้างคิดขึ้น​ในใจ ..ต่อให้เสื้อไม่สวยก็คงหาเรื่อง​ชมกระดุม

"คุณปิงเนี่ยปากหวานสม​กับ​เป็นนักขายจริง ๆ​ เย็นนี้อยู่​ทานข้าวด้วยกันนะคะ​"

"โอ.. ขอบ​พระคุณมากเลย​ครับ​" รีบยกมือไหว้ ประสบการณ์ช่ำชองทำให้​เขารู้ว่าการขายรายนี้ปิดลง​ได้แล้ว​ "คุณนายช่างมีน้ำใจงามสมคำร่ำลือจริง ๆ​" ​เขาหันมาสบตาคุณปลัด​ที่นั่งอมยิ้มฟังอยู่​

"เจอะคนขายเก่งอย่างนี้ ดูท่าผมคง​ต้องยอม​เป็นหนี้ซะแล้ว​" ปลัดพูดพลางหัวเราะร่า

เซลส์แมนหนุ่มใหญ่​ได้จังหวะตอกย้ำให้มั่นใจทันที "​เป็นการตัดสินใจ​ที่ถูก​ต้อง​ที่สุดครับ​ ลงทุนคราวนี้มี​แต่กำไรเชื่อผม​ได้เลย​" ยอดนักขายรู้ว่าการซื้อ​คือ​ความสุขชนิดหนึ่ง​ของมนุษย์ ​เขาหยิบสัญญาเช่าซื้อออกกางบนโต๊ะ หยิบปากกาปลอกทองทำเครื่องหมายกากบาท​ตรงตำแหน่งผู้ซื้อ ​และยื่นปากกาส่งให้ปลัดเซ็นทันที

ปลัดชูเกียรติรับปากกามาถือไว้​โดยไม่ทันรู้ตัว ​และกลาย​เป็นว่า​ต้องตัดสินใจเดี๋ยวนั้น​ ชายหนุ่มพลิกหนังสือสัญญาลวก ๆ​ แล้ว​เงยหน้าขอ​ความเห็น​กับภรรยา

สมทรงมองผัวแล้ว​พยักหน้า "​ถ้าคุณเห็นว่าดี ดิฉันก็ว่าดีด้วยค่ะ​" เธอลืม​ไปแล้ว​ว่า​เมื่อวานเพิ่งคัดค้านการก่อหนี้คราวนี้ ​ส่วนปลัดก็ประหลาดใจว่าคุณปิงอม​พระเมตตามหานิยมอยู่​ในปากหรือเปล่า?

---​

pic_no_3440_2_20381.jpg สองสัปดาห์หลังจากนั้น​ ชาวบ้านโคกน้อยก็​ได้ยลโฉม-แมสซี่เฟอร์กูสัน-รถแทรคเตอร์สีแดงคันใหญ่จากประเทศอังกฤษ วัน​ที่ปลัดชูเกียรติให้ลูกน้องขับรถไถพลิกผืนดิน ๒๕ ไร่ของตนนั้น​ มี​เพื่อนบ้านชาวไร่ยืนล้อมแปลง​ที่ดินดูการทำงานราว​กับมีมหกรรม หลังจากนั้น​บักอ๊อดลูกน้องของ​เขาก็ถูกสั่งให้ออกไถไร่ตาม​ที่คนมาว่าจ้างทุกวัน ต่างมี​ความสุขกันถ้วนหน้า​ทั้งชาวบ้าน​ที่มาว่าให้​ไปช่วยไถไร่ ​และเจ้าของแทรคเตอร์ผู้ให้บริการ

หน้าร้านป้านางยาม​ที่ดวงอาทิตย์ส่องแสงสีส้มมาจากหลังต้นไทรทางทิศตะวันตก บักอ๊อดปีนลงจากเจ้ายักษ์แมสซี่ฯตะโกนสั่งเหล้าขาวเสียงดัง พ่อใหญ่พัน​ที่นั่งเล่นอยู่​บนม้ายาวเห็นอ๊อดเดินมาใกล้ก็เอ่ยปากชวนคุย "อ้ายบักเอ้บสีแดงมื้อนี่ไถไฮ่หลายบ่" แล้ว​บักอ๊อดก็ยืดอกเล่าให้พ่อใหญ่ฟัง หลังจากยกแก้วใบเล็ก​ที่มีของเหลวใส ๆ​ ร้อนแรงเทวาบลงลำคอ

เจ้ายักษ์สีแดงทำเงินเหมือนเครื่องพิมพ์ธนบัตรอยู่​คันเดียว​ได้ไม่นาน กำนันทองก็ถอยรถไถสีน้ำเงินออกมาบ้าง แทรคเตอร์​ทั้งสองคันทำเงินให้เจ้าของไม่หยุดหย่อน เสียงครางต่ำ ๆ​ ของมันเข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำไร่ของคนละแวกนี้ จากเดิม​ที่​ใช้วิธีจ้าง​เพื่อนบ้านผลัดกันมา​เป็นคนงาน จ่ายค่าแรง​และเลี้ยงเหล้ายาอาหาร​เป็นสินน้ำใจ กลาย​เป็นการจ้างรถไถลุยเดี่ยวทำงานเร็ว​และเรียบร้อย​กว่าแทน


= ๒ =

สิ้นฤดูหว่านไถก็คล้ายหมดช่วงฮันนีมูน ผืนดินทุกแปลงถูกพลิกฟื้น​และเพาะปลูกหมดแล้ว​ เงินทอง​ที่เคยไหลมาเหมือนสายน้ำก็ค่อยแผ่วลงจนเหลือเพียงหยดมาทีละหยาดนาน ๆ​ ครั้ง ​แต่เงินงวด​ที่​ต้องส่งทุกเดือนไม่เคยแผ่วตาม ปลัด​และเมียเริ่มกังวล​กับเสียงของดอกเบี้ย​ที่ตะโกนดังขึ้น​เรื่อย ๆ​ ตามเลขวัน​ที่ในปฏิทิน

​เมื่อลมเย็นจากทางเหนือพัดโบกโบยเหนือผืนดิน เงิน​ที่สะสมไว้ก็ร่อยหรอจนหมด ถึงคราว​ที่​ต้องเจียดเงินเดือนของปลัดมาโปะเงินงวด ​ความเครียดก็เริ่มก่อตัวขึ้น​ใต้หลังคาบ้าน ปลัดชูเกียรติเองไม่กังวลนัก ​เพราะ​ได้คำนวณไว้ล่วงหน้าแล้ว​ ​แต่ผู้หญิงในบ้านไม่​ได้สนใจภาพ​ที่มองไม่เห็น เธอพบว่าอำนาจการ​ใช้สอย​แต่ละวันลดลง มอง​ไปทีไรก็เห็นรถแทรคเตอร์จอดนิ่งอยู่​ริมรั้วข้างกอต้นโบตั๋นทุกวี่วัน คำบ่น​ที่มีอยู่​ในธาตุของผู้​เป็นเมียก็เปล่งเสียงออกมากดดัน​เขา

"บอกแล้ว​.." สมทรงลากเสียงสุง "คุณไม่น่า​เอาภาระเข้าบ้านเลย​"

"แหม..คุณก็ประหยัด​เอาหน่อย​" ปลัดสวนคำ "เดือนหน้า​กับอีกเดือนก็เข้าฤดูทำนาปรังแล้ว​ ถึงตอนนั้น​ก็​จะค่อยยังชั่ว"

"ไม่รู้ล่ะ อย่าทำให้​ต้องเดือดร้อนก็แล้ว​กัน" ศรีภรรยาโยน​ความรับผิด​ทั้งหมดให้สามี

"​เอาเถอะน่า" ผู้​เป็นผัวรำคาญใจ "อดทน​กับผมหน่อย​ เดี๋ยวก็ดีเอง"

​แม้​จะ​ได้เงินจากงานไถ​ที่นาสำหรับฤดูทำนาปรัง วันขึ้น​ปีใหม่ปีนั้น​ก็ผ่าน​ไปอย่างเงียบเชียบ ไม่มีแผนเดินทางท่องเ​ที่ยว ไม่มีการเลี้ยงเฮฮา งบประมาณ​เพื่อ​ความบันเทิงใจถูกถ่ายโอน​ไป​เป็นค่างวดผ่อนหนี้อย่างรอบคอบ

สำหรับคนไม่เคยชิน​กับการ​เป็นหนี้ จำนวนเงินหลายแสนบาท​​ที่​ต้องติดลบทำให้สมทรงกลัว​ไปสารพัด ​และทาง​ที่​จะทำให้สบายใจ​ได้​คือคำพูดสบายหู​ที่​ได้รับจากบรรดาหมอดู​ทั้งหลาย ดังนั้น​​แม้​จะ​ต้องประหยัด ​แต่สมทรงยังยินดีเจียดเงินให้​กับหมอดู

"ไม่​ต้อง​เป็นห่วงดอกครับ​.. คุณนาย​จะร่ำรวยด้วยโอษฐ์ลาภ"

"ปลัดคู่สมพงษ์ของคุณเองก็​จะให้ลาภด้วย"

"สบายใจ​ได้เลย​ครับ​ ราหูเล็งลัคน์​เมื่อไรคุณนายพูดอะไร​ก็​จะ​ได้สมพรปากทุกอย่าง"

​แต่การณ์หา​เป็นเช่นนั้น​ไม่ ปลายฤดูร้อนปีนั้น​มีเรื่อง​เลือดตกยางออก ปลัด​ไปตรวจงานโยธาสร้างทางแล้ว​เกิดอุบัติเหตุ หินหล่นทับเท้าถึงกระดูกแตก ​เขาหยุดงานนอนห้อยขารักษาตัวสิบกว่าวัน เหตุการณ์นี้ทำให้คุณนายสมทรงนึกเ​คืองหมอดูไม่น้อย


= ๓ =

วันเวลาทำให้พืชพันธุ์​ที่เพาะปลูกไว้เติบโตขึ้น​
แล้ว​วัน​ที่รอยยิ้มของชาวไร่แย้มพรายก็มาถึง

​เมื่อวานฝนตกจนดินเปียกชุ่ม​ไปหมด หน้าร้านป้านางเช้า​วันนี้คึกคัก บนแผงเต็ม​ไปด้วยเห็ดต้นฤดูวางขาย ​และคลาคล่ำ​ไปด้วยคนงานยืนรอรถมารับ​ไปถอนหัวมัน ทุกการดึงขึ้น​มาของลำมันฯมีเงินผูกติดอยู่​​กับราก เหรียญบาท​​ที่ฝังไว้​เมื่อปีกลายเปลี่ยน​เป็นเหรียญห้าเปรอะดินในปีนี้

สายฝนยังโปรยปรายลงมาทุกวัน หัวมันสำปะหลังทุกต้น​ที่มีอายุหนึ่ง​ปีขึ้น​​ไปถูกขุดขึ้น​เรียงบนกระบะรถอีแต๊ก แล้ว​ผืนดินเหล่านั้น​ก็​พร้อมสำหรับการบุกเข้าพลิกฟื้นปรับสภาพอีกครั้งหนึ่ง​ ชาวบ้านโคกน้อยรวม​ทั้งครอบครัวปลัด​ที่ดำรงตน​เป็นกบจำศีลมานาน ต่างแหงนหน้ารับสายฝนโปรยปรายด้วย​ความยินดี


= ๔ =

ค่ำนี้​เป็นคืน​ที่ดอกโบตั๋นดอกแรกของปีแย้มบาน ​และ​เป็นคืน​ที่บนท้องฟ้า​จะเกิดจันทคราสเต็มดวง ปลัดชูเกียรตินั่งทำบัญชีรับจ่ายอยู่​บนชานบ้าน คุณสมทรง​กำลังดูทีวีอยุ่ข้างใน ​เขาถอดเฝือกออก​เมื่อสัปดาห์ก่อน วันแรกยังเดินกะเผลก​เพราะแหยงไม่กล้าเหยียบเต็มเท้า มาถึงวันนี้อาการบาดเจ็บนับว่าหายดีแล้ว​ หลังเท้าซ้ายมีเพียงรอยแผล​เป็นเท่านั้น​

"สวัสดีครับ​ท่านปลัด" ชายหนุ่มผูกเนคไทโผล่มายกมือไหว้อยู่​ตีนบันได เหลียว​ไปมองจึงเห็นตัวแทนประกันชีวิต​กำลังถอดรองเท้าซุกไว้ข้างโอ่งน้ำ

ปลัดยกมือรับไหว้​และคิดอย่างชังน้ำหน้า -พอ​ได้กลิ่นเงินก็โผล่หน้ามาเชียวนะไอ้พวกนี้-

"มีธุระอะไร​ค่ำ ๆ​ มืด ๆ​ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ดีกว่า" ปลัดพูดห้วน

"​ต้องขอโทษคุณปลัด​ที่มาตอนนี้ ผมตั้งใจมามอบเช็คเงินชดเชยแล้ว​ก็​จะกลับครับ​" นายตัวแทนฯพูด​พร้อม​กับเปิดแฟ้มยืนหาเอกสารง่วนอยู่​

"เงินชดเชยอะไร​กัน" ปลัดสนเท่ห์ "เอ้า.. เข้ามานั่งลงก่อน" แล้ว​ร้องตะโกนเข้า​ไปในบ้าน "สมทรง.. คุณออกมาข้างนอกหน่อย​ซิ" ​เมื่อหันกลับมาตัวแทนประกันฯนั่งลงเรียบร้อย​แล้ว​ก็บอกว่า

"​เป็นเงินชดเชยราย​ได้​ระหว่างบาดเจ็บของคุณปลัดครับ​" ยื่นเอกสาร​พร้อมเช็ค "นี่ครับ​เช็คสั่งจ่ายคุณปลัด​เป็นเงิน ๑๘,๔๐๐ บาท​"

คุณสมทรงเดินถือแก้วน้ำเย็นออกมาสมทบ ภายในบ้านสว่างไสวด้วยแสงไฟจากโคมบนเพดาน ​ทั้งสามคนจึงไม่เห็นว่าท้องฟ้าภายนอก​กำลังมืดลง เงื้อมเงาของโลก​กำลังคืบคลานเข้าบดบังดวงจันทร์ทีละน้อย

"นี่มันอะไร​กัน?" ปลัดรับเช็คมาอย่างงง ๆ​ "เมียประกันชีวิตคุ้มครอง​ไปถึงผัวด้วยหรือ.." ถือเช็คหัน​ไปทางสมทรง ​เขาไม่เชื่อว่า​จะมีอะไร​ดีขนาดนั้น​ ปลัดหันเช็คชี้​ไปทางหน้าคนขายประกัน "บอกผมมาว่ามันอะไร​กันแน่"

ยังไม่ทัน​ที่คนขายประกัน​จะตอบ สมทรงก็เอ่ยขึ้น​

"ใจเย็น ๆ​ สิคะ​ ดิฉันทำประกันฯให้คุณเองแหละ​" คุณนายปลัดส่งยิ้มให้ผัว "เห็นไหม.. ทำไว้ไม่เสียหลาย เกิดอะไร​ขึ้น​ก็​ได้เงินชดเชย"

"ผมไม่​ได้เซ็นชื่อ คุณ​จะทำประกันให้ผม​ได้ยังไง?" ปลัดฉงน รู้สึกว่า​มีเรื่อง​ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น​ ตัวแทนประกันฯเห็นปลัดไม่รู้เรื่อง​ก็ฉงนตาม​ไปด้วย

"ดิฉันปลอมลายเซ็นคุณเองค่ะ​" สมทรงพูดเรื่อย ๆ​ เหมือน​กับไม่ใช่เรื่อง​สลักสำคัญอะไร​

ปลัดหันมาหาตัวแทนประกันฯ "อ้าว แล้ว​อย่างนี้กรมธรรม์ไม่​เป็นโมฆะ​ไปหรอกรึ"

"เอ่อ.." คนขายประกันฯอึกอัก "​ถ้าทางสำนักงานรู้ว่าเซ็นปลอม กรมธรรม์ก็​ต้อง​เป็นโมฆะครับ​" ในใจคิดว่ายุ่งละสิ​จะทำยังไงดี ​เขาก้มหน้าลง​ใช้​ความคิด

"แล้ว​ทีนี้​จะทำยังไง?" ปลัดพูดเสียงเครียด "​เอาเช็คเคลมของคุณคืน​ไป แล้ว​ยกเลิกกรมธรรม์​เอาเงินผมคืนมา​ได้ไหม?"

บรรยากาศตึงเครียดผิด​ความคาดหมาย คุณสมทรงทำปากยื่นหน้าง้ำ ด้วยคิดว่าเงินชดเชย​จะทำให้ปลัดเซอร์ไพรซ์ ​แต่กลาย​เป็นว่าเธอทำเรื่อง​ยุ่ง เมียปลัด​ได้​แต่หุบปากนิ่ง

"เอ่อ.. คุณปลัด​จะยกเลิกจริง ๆ​ เหรอครับ​" ตัวแทนฯพยายามให้ข้อมูล "ทำไว้เถอะครับ​ กรณีคุณปลัดผม​จะทำหนังสือแจ้งสำนักงานว่า ​ได้ยอมรับการเซ็นชื่อแทน​โดยภรรยาด้วย​ความเต็มใจ เดี๋ยว​จะร่างหนังสือให้คุณปลัดเซ็น อาจมีการทำกรมธรรม์เล่มใหม่ทดแทน หรืออาจ​จะมีเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์เดิมระบุยอมรับลายเซ็น​โดยคุณปลัด ทางใดทางหนึ่ง​ ผม​จะดูแลจัดการให้เรียบร้อย​จน​ได้ครับ​"

"ทำไม​ต้องยุ่งแบบนี้" ปลัดผู้รอบคอบยังไม่หายกังวล

"ยุ่งยังไงก็น่า​จะแก้ไข​ได้ครับ​ เราไม่มีเจตนาทุจริต ทุกอย่าง​ต้องแก้ไข​ได้ครับ​" คนขายประกันฯคิดทบทวนแล้ว​ ​ต้องยืนยันให้กรมธรรม์มีผลบังคับต่อ​ไปให้​ได้ ไม่เช่นนั้น​​เขาเองนะแหละ​ ​ที่​จะ​ต้องโดนเรียกคืนค่านายหน้า​ที่​ได้รับ​ไปแล้ว​​ทั้งหมด

ขณะ​ที่​ทั้งสามคนนิ่งเงียบ​ใช้​ความคิด เสียงตีเกราะเคาะไม้จากหมู่บ้านก็ดังแว่วมาให้​ได้ยิน ท้องทุ่งภายนอกมืดมิดเหมือนคืนจันทร์แรม หากมองบนฟ้า​จะเห็นเงาราหูอมจันทร์หมด​ทั้งดวง​พอดี แล้ว​ตอนนั้น​..คุณสมทรงก็พูดขึ้น​

"คุณก็ทำ ๆ​ ​ไปเถอะ คิดดู.. ​ถ้าคุณพี่เกิด​เป็นอะไร​​ไป ดิฉัน​จะทำยังไง​กับหนี้ค่างวดรถไถอีกตั้งหลายแสนบาท​" สมทรงพูดต่อ "คนเราไม่มีอะไร​แน่ อย่างน้อยกรมธรรม์นี้​จะกลาย​เป็นเงินสดปลดหนี้สิน​ได้นะคะ​"

พูดขาดคำ ลมกรรโชกหนึ่ง​ก็พัดกรูเข้ามาใต้ชายคาบ้าน ปลัดขนลุกซู่​โดยไม่ทราบสาเหตุ ​เขาชะโงกหน้าออก​ไปมองเจ้ายักษ์สีแดง มันจอดนิ่งอยู่​ใต้เงาสลัวข้างรั้ว ​และ​เขาเพิ่งสังเกตว่าปีนี้ดอกโบตั๋นสีขาวสะอาด​ได้แย้มกลีบบานสล้างอีกแล้ว​ ​เขาเข้าใจ​ความคิดของเมีย เธอ​เป็นกำพร้าพ่อตายกระทันหันด้วยอุบัติเหตุ เหลือเพียงแม่​ที่เลี้ยงเธอ​กับน้องชาย สมทรงจึงตระหนักถึง​ความไม่แน่นอนมากกว่า​เขา คิด​ได้ดังนี้​เขาจึงไม่โต้แย้งอะไร​อีก


คนขายประกันฯกลับ​ไปแล้ว​ ​ทั้งหมู่บ้านเงียบสงัด ท่ามกลางแสงจันทร์อร่ามดวง บักอ๊อดเดินเมาโซเซอยู่​คนเดียว ขณะ​กำลังเดินไต่ท่อนตาลพาดท้องร่องกลับเข้าบ้าน หมาดำตัวใหญ่โผล่มาจากไหนไม่ทันเห็นแยกเขี้ยวกระโจนใส่ บักอ๊อดตกใจแทบหายเมารีบเบี่ยงตัวหลบจนร่วงตกท้องร่อง

คืนนั้น​ทุกคนในหมู่บ้าน​ที่ยังไม่หลับ ต่าง​ได้ยินเสียงหมาหอนดังโหยหวนลอยมาตามลม


---​-

เม็ดฝนยังคงตกกระหน่ำหลังคาบ้าน ลมยังพัดละอองฝนเข้ามาโดนตัวข้าพเจ้า ฟ้ายังมืดครื้ม​ทั้ง​ที่​เป็นตอนบ่าย ตอนนี้ตุ่มมังกรใต้รางน้ำฝนกินน้ำเข้า​ไปจนล้นกระฉอก ผู้ใหญ่ซายชันเข่าขึ้น​ข้างหนึ่ง​ ขยับผ้าขะม้าบนไหล่เข้า​ที่

"พูด​ไปคุณเล็ก​จะไม่เชื่อ ปลัดชูเกียรติโดนฟ้าผ่าตาย น่าเสียดายคนดีแท้ ๆ​ ทีคนเลวไม่ยักกะตายให้หมด"

ยังไม่ทัน​ที่ผู้ใหญ่ซาย​จะเล่าต่อ สายฟ้าเหมือนไฟแฟลชก็สว่างวาบขึ้น​ทางทิศใต้ มองเห็นแสงสีขาวหงิกงอเส้นหนาแตกกิ่งก้านเหมือนรากไม้ถนัดตา แสงแปลบปลาบจับสายฝน​และใบมะม่วงฉ่ำน้ำอยู่​แว็บ ๆ​ ติดตามด้วยขบวนฟ้าร้องดังกึกก้อง ก้อนเสียง​เป็นมวลหนาทะยอยไล่มาครืนโครม ลมพายุระลอกใหม่โหมพัดใส่ต้นหมากจนโยน​ไปมา ​ทั้งข้าพเจ้า​และผู้ใหญ่ซายกระเถิบตัวหนีลึกเข้าใต้ถุนอีกหน่อย​​โดยไม่รู้ตัว

"หูย.. อย่างนี้เลย​คุณเล็ก ฟ้าแรง ๆ​ อย่างนี้แหละ​ ผม​จะเล่าให้ฟัง"

"ฟ้ามันผ่าลงต้นยางไหม้ไฟนะแหละ​ ปลัดคงเลี้ยวรถไถเฉียด​ไปใกล้​พอดี
กิ่งของสายฟ้าจึงเลื้อยมาโดนเข้าเต็ม ๆ​"

"ไม่มี​ใครเห็นเลย​จนถึงตอนเช้า​ ผม​ไปเห็นแล้ว​ยังขนลุกไม่หาย
ปลัดตายคา​ที่ตัวดำ​เป็นถ่าน แขนซ้ายเสียบอยู่​​กับพวงมาลัยตัวห้อยอยู่​ด้านข้าง
รถไถสีแดงคันบักเอ้บวิ่งวนอยู่​​ทั้งคืนจนน้ำมันหมด
มองเห็นรอยล้อวน​เป็นร่องล้อมต้นยางกลมดิ๊กเลย​"

"คนมันถึงคราวตายจริง ๆ​ ปกติปลัดไม่เคยขับรถไถเองสักครั้ง
ลูกน้องแกคงเมาจนมาทำงานไม่ไหว เลย​​ต้องมาขับเอง"

"ว่ากันว่าเมียปลัด ​ได้เงินประกัน​ไปหลาย"

ข้าพเจ้ากลืนน้ำลายดังเอื้อก รู้สึกว่า​ตัวเองโชคดี​ที่ไม่โดนเข้าตะกี้หน้าจอทีวี.

---​-

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3440 Article's Rate 5 votes
ชื่อเรื่อง คืนที่ดอกโบตั๋นบาน
ผู้แต่ง ลุงเปี๊ยก
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๓ กรกฏาคม ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๖๐๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๖ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ลุงเปี๊ยก [C-17234 ], [115.67.216.168]
เมื่อวันที่ : 23 ก.ค. 2553, 16.42 น.

ดอกโบตั๋นในเรื่อง​​เป็นโบตั๋นไทยนะครับ​ ​ที่จริงควร​จะเรียกว่า สลัดได มัน​เป็นไม้อวบน้ำสกุลเดียว​กับแก้วมังกร ดอกก็คล้ายกันมาก โบตั๋นไทย​จะมีใบแบน ๆ​ ไม่ค่อย​จะติดผล(หรือ​ถ้าติดผลก็ลูกเล็ก ๆ​)​ ไม่เหมือนแก้วมังกร​ที่ก้านใบ​เป็นสี่เหลี่ยม

​ส่วนดอกโบตั๋นแท้ ​เป็นอีกสกุลเลย​ครับ​ ดอกสวยมากมีหลายสี เมืองไทยไม่น่า​จะปลูก​ได้ ​เพราะ​เขาบอกว่า ​ต้องการอุณหภูมิ ๕ องศาในช่วง​ที่​จะให้ดอก

--
มัว​แต่ออกตัวเรื่อง​ดอกโบตั๋น เลย​ลืมอ้อนให้ช่วยคอมเมนต์ด้วยครับ​ เรื่อง​นี้​ใช้เวลาเขียนเร็วกว่าทุกเรื่อง​​ที่ผ่านมา อ่านแล้ว​ชอบไม่ชอบอย่างไร เชิญวิพากษ์วิจารณ์​ได้เต็ม​ที่เช่นเคยครับ​ ​และขอบคุณมาก​ที่แวะมาช่วยอ่าน

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : นาม อิสรา [C-17235 ], [110.49.205.135]
เมื่อวันที่ : 23 ก.ค. 2553, 17.36 น.

เรื่อง​เล่าซ้อนเรื่อง​แบบนี้ผมเคยอ่านเรื่อง​สั้นของ "แม่อนงค์,เรียมเอง" มาบ้างแล้ว​ ทุกครั้ง​ที่​ได้อ่านเขียนลักษณะเดียวกันนี้ ผม​จะคิดถึงเรื่อง​สั้นของบรมครูนักเขียนท่านนี้ทันที ​แต่​จะ​เป็นเรื่อง​อะไร​บ้างนั้น​ ก็จนด้วยเกล้าจริง ๆ​ ครับ​ ​เพราะอ่านมานานเหลือเกิน แล้ว​หนังสือดังกล่าว ​คือ "รวมเรื่อง​สั้นของเรียมเอง" ก็ลืมไว้​ที่บ้านน้องสาว​ที่กรุงเทพฯ รวม​กับหนังสืออื่น ๆ​อีกเกือบตู้- -นานนักหนาแล้ว​ เตือนให้เธอช่วยใส่กล่องส่งคืน​ไปให้หน่อย​ก็ไม่ยอม ​เพราะเธอเองก็ชอบอ่านหนังสือ​และชอบสะสมเหมือนกัน

เออ...​ก็ไม่ว่ากัน เผื่อหลาน ๆ​ มัน​จะชอบอ่านก็​จะ​ได้ประโยชน์​ไปอีกทาง

เรื่อง​ของลุงก็เขียนชวนอ่านเหมือนกันครับ​ ​แต่ท่าทาง​จะยังไม่​ได้เกลา ​เพราะมีคำผิดหลงหูหลงตาตามธรรมเนียนงานสดใหม่อยู่​หลายคำ

ไว้กลับ​ไปทบทวนก็​จะเห็นเอง ผมขอ'นุญาตไม่บอกนะครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ลุงปิง [C-17237 ], [58.10.234.98]
เมื่อวันที่ : 24 ก.ค. 2553, 04.43 น.

"คืน​ที่ดอกโบตั๋นบาน" มันไม่น่า​จะเกี่ยว​กับเซลส์แมนเลย​ ​โดยเฉพาะคนขายรถไถ​ที่ชื่อปิงเสียด้วย ​เอา​เป็นว่า ตอนเริ่มเรื่อง​​กับตอนลงท้าย​ที่ต้นยางนั้น​ มัน​เป็นเรื่อง​เกี่ยว​เนื่องกันดูกลมกลืน​และหักมุมดี ​แต่เรื่อง​กรมธรรม์ปลอมเนี่ยน่ากลัวพิลึก คนขายประกันก็พลอย​เป็น​ไป​ได้นิ แถมยังรับเงินชดเชยค่าเบี้ยประกัน​ได้เสียอีกด้วย? บริษัทไหนหว่า? ไม่เห็นบอกชื่อคนขายเลย​​จะ​ได้จำหน้า​เอาไว้ อิ อิ

เห็นรูปบักเอ้บสีแดงแล้ว​คึดฮอดวันเก่าๆ​แฮะ...​รุ่นนี้ยัง​ใช้กันอยู่​อีกรึ? แสดงว่าดูแลรักษาดี เจ้าของรถน่า​จะหนวดหงอก ​คือกัน​กับคนขายแล้ว​นะครับ​เนี่ย..แม่นบ่?

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : pilgrim นกเอี้ยงเลี้ยงควายเฒ่า [C-17243 ], [124.121.53.108]
เมื่อวันที่ : 24 ก.ค. 2553, 10.19 น.

เรื่อง​นี้น่ารักดีนะคะ​ ลุงเปี๊ยก ​ที่ว่าน่ารัก ​คือการบรรยายแบบชีวิตชนบท ทำให้มองเห็นภาพชีวิตอันเรียบง่าย​และอยู่​ใกล้ชิด​กับธรรมชาติ ​แม้​แต่​กับสายฟ้า ก็ผ่าลงมาซะใกล้ตัว

นอกจากนั้น​ เรื่อง​ยังมี theme ​และ plot ​ที่ชวนให้น่าติดตามค่ะ​

ยังชอบการบรรยายของลุงเปี๊ยกนะคะ​ ​ที่สอดใส่ตัวตนให้​กับสิ่งของ ต่างๆ​ ในชีวิต ​ที่เรียกว่า personification ​เป็นเสน่ห์​ส่วนตัว​ที่ลุงเปี๊ยกทำ​ได้ดีค่ะ​

​ที่ติติง ก็คง​เป็นคำผิด อย่าง​ที่คุณนามฯ บอกว่า


แล้ว​ก็อีกเรื่อง​หนึ่ง​ ฟ้าผ่าไฟดับ ทำไมปล่อยเมียอยู่​บ้านคนเดียวคะ​ ​ไปนั่งคุย​กับผู้ใหญ่ซายซะงั้น

เซลแมน​ที่ชื่อปิงขายรถแทร็คเตอร์ก็ฟังดูคุ้นๆ​ ค่ะ​ จริงไหมคะ​ ลุงปิง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : add [C-17247 ], [114.128.61.51]
เมื่อวันที่ : 24 ก.ค. 2553, 23.10 น.

ขออนุญาตบอกคำผิดค่ะ​

ถูกเผาจน​เป็น โพลง แก้​เป็น โพรง

วู๊ย ​เป็น วุ้ย


ก็​เป็นเรื่อง​สั้น​ที่ดีทีเดียวนะคะ​ลุงเปี๊ยก แจ่มเชียวแหละ​

พูดถึงเรื่อง​ฟ้าผ่า เดือน​ที่แล้ว​ เจ๊เล็กก็เล่าว่าเกิดฟ้าผ่าคนงานในเหมืองพลอยตายสนิท ​เพราะว่าผ่ากลางศีรษะ​พอดี เนื้อสุกไหม้เลย​ น่ากลัวนะ

ว่า​แต่ว่า​ถ้าเรื่อง​ของลป.​เป็นหนังฮอลลีวู้ด คุณสมทรง​ต้อง​ได้สามีใหม่​เป็นคนขายประกัน ​และอาจ​จะวางแผนฆ่าสามี​เพื่อหวัง​ได้เงินแน่เลย​ เหอๆ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : ลุงเปี๊ยก [C-17250 ], [111.84.57.94]
เมื่อวันที่ : 25 ก.ค. 2553, 06.37 น.

ขอบคุณ​ความเห็นทุกท่านครับ​ แถมคุณแอ๊ดช่วยชี้คำผิดเพิ่มอีก ​ความจริงผมเขียนผิดมากกว่านี้ ​ได้ตรวจแก้​ไปก่อนหน้าคุณแอ๊ด​จะอ่าน​ไปหลายคำ ​แต่ก็ยังเหลืออยู่​จน​ได้..

ขอคัดคำผิด​เป็นการลงโทษตัวเองไว้ตรงนี้ด้วยครับ​

ละลอก ​ที่ถูก​คือ ระลอก
ฟ้าคลื้ม ​ที่ถูก​คือ ฟ้าครี้ม
แว๊บๆ​ ​ที่ถูก​คือ แว็บๆ​
ร่อยหลอ ​ที่ถูก​คือ ร่อยหรอ
วุ๊ย ​ที่ถูก​คือ วุ้ย
โพลง ​ที่ถูก​คือ โพรง (โพลง=ส่วางแจ้ง, สุกสว่าง ; โพรง=ซอก)

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น