นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๓ มิถุนายน ๒๕๕๓
ความเอยความหลัง ตอน หมีหวงลูก
พลอยพนม
...แถวบ้านผมไม่เคยปรากฏ​​ใครโดนงูเหลือมรัด ​​จะมีก็​​แต่พวกโดน เสือ หมี ไล่งับ​​เอาเท่านั้น​​ ​​ซึ่งผม​​กำลัง​​จะเล่าอยู่​​ ณ บัดนี้...
ตอน หมีหวงลูก

ดัง​ได้เล่าไว้ในตอนต้นว่า สมัยเด็ก ๆ​ ผมค่อนข้าง​จะกล้าหาญชาญชัยเกินอายุ พวกผู้ใหญ่จึงพากันไว้ใจ ​และคิดว่าหากพาผมเข้าป่าหรือลงทะเล เจอเหตุการณ์ร้าย ๆ​ ​ที่ไม่คาดฝัน ผมก็คงไม่ปอดแหกจนเสียขวัญ ​ซึ่งมันก็​เป็นอย่างนั้น​จริง ๆ​

ตอนนั้น​ผมเรียนหนังสืออยู่​ชั้นประถมปี​ที่ 7 อายุ 12-13 ปี ใบหน้าเริ่มมีเม็ดสิวผุดขึ้น​ประปราย ​ไปเ​ที่ยวไหนชอบพกมีดเหน็บทำ​เป็นนักเลง (​เอาอย่างรุ่นพี่) พอถึงตอนปิดเทอมเข้าป่า​ไปตัดหวาย​กับญาติ ๆ​ มีดเหน็บเล่มนั้น​ผมก็พกติดตัวไม่วาง ​เพราะว่ากันว่า ในป่านั้น​สัตว์ใหญ่อย่าง เสือ หมี ช้าง พวกนี้ไม่​ต้องกลัว ​เพราะมันมีสัญชาติญาณหลบหลีกของมันอยู่​แล้ว​ ​ถ้าไม่จนตรอกจริง ๆ​ มันก็​จะไม่กล้าสู้หน้า​กับมนุษย์...​ ​เพราะมันกลัว

​ความจริงพวกสัตว์ตัวเล็ก ๆ​ ต่างหาก​ที่น่ากลัว ​และ​ต้องคอยเฝ้าระวังให้ดี เหมือนอย่างงูพิษก็มัก​จะไม่ค่อยหลีกหนี ​แต่ก็​จะส่งสัญญาณเตือน...​ ​เมื่อสัตว์ต่าง ๆ​ เข้าใกล้ก็​จะส่งเสียงขู่ฟ่อ ๆ​ ให้​ได้ยินเสียก่อน ​ส่วนงู​ที่ไม่ส่งเสียงเตือน​และไม่คิด​จะหลบหลีก ก็เห็น​จะ​เป็นงูเหลือม งูชนิดนี้อันตรายมาก ขนาดกวาง​ที่มี​เขาระเกะระกะมันยังกลืนเข้า​ไป​ทั้งตัว​ได้สบาย นับประสาอะไร​​กับมนุษย์ตัวเล็ก ๆ​ อย่างผม​ที่มัน​จะกลืนลง​ไปในท้องของมันไม่​ได้ ผมจึงจดจำสิ่ง​ที่คนรุ่นก่อน​ได้กล่าวตักเตือนไว้ว่า เข้าป่าอย่างน้อยก็​ต้องพกมีดด้ามสั้น ๆ​ ติดตัวไว้สักด้ามก็ยังดี เผื่อโดนงูเหลือมรัดก็​จะ​ได้งัดออกมาสู้​กับมัน

​แต่แถวบ้านผมก็ไม่เคยมี​ใครโดนงูเหลือมรัด ​จะมีก็​แต่ เสือ หมี ไล่งับ​เอาเท่านั้น​ ​ซึ่งผม​กำลัง​จะเล่าอยู่​ ณ บัดนี้ ​และ​เป็นเรื่อง​​ที่ผมเห็นมา​กับตา

ขณะเข้า​ไปตัดหวายอยู่​ในป่า ทุก ๆ​ เช้า​...​เรา​จะออกจากขนำแบบแยกย้ายกัน​ไป ​ใครเดิน​ไปเจอหวายกอใหญ่ ๆ​ ก็เคาะพอนไม้ หรือกู่ร้องให้​เพื่อนมาช่วยตัด ​ถ้า​เป็นกอเล็ก ๆ​ ก็ตัด​ไปคนเดียว ตัด​ไปเรื่อยเสาะหา​ไปเรื่อย ตัดเสร็จก็ม้วน​ที่โคนให้​เป็นบ่วงสำหรับสอดเข้า​กับบ่าแล้ว​ลาก​ไปกองไว้ตรงไหนสักแห่ง เสร็จแล้ว​ทำเครื่องหมายสำหรับลากมากองรวมกัน ​โดยอาศัยดวงตะวัน​เป็นนาฬิกาบอกเวลา ​เพราะการเข้าป่า​ไปตัดหวาย​ส่วนใหญ่​จะ​ไปกันหน้าแล้ง มองเห็นดวงตะวันส่องแสงอยู่​ตลอดเวลา

เ​ที่ยงวันนั้น​...​หลังจากเสียงเคาะพอนไม้​และเสียงกู่ร้องดังขึ้น​ พวกเราก็ลัดเลาะออกสู่ทางด่าน อัน​เป็นจุดกองหวาย​และทางเดินกลับขนำ ​เพื่อ​จะกลับ​ไปกินข้าวมื้อเ​ที่ยง

ผมเดินออกมาถึงจุดหมาย​เป็นคน​ที่สอง คนแรก​คืออาของผม ​ซึ่งผมเรียกอาหลวง ​เพราะแกผ่านการบวชเรียนมาแล้ว​ คน​ต่อมาก็ตารุ่ม-น้องเขยของย่าผม คนสุดท้าย​คือตาจิตร ​ซึ่งก็​เป็นญาติห่าง ๆ​ ​กับผมเหมือนกัน

ตารุ่มถามตาจิตรว่า ทำไมออกมาช้า สงสัย​จะเจอหวายมาก- -ตัดไม่หมด

ตาจิตรไม่ตอบตารุ่ม ​แต่ชูห่อผ้าขาวม้า​ที่สะพายติดบ่าข้างหนึ่ง​ให้ตารุ่มดู

"อะไร​ละนั่น?" ตารุ่มถาม

"ลูกหมี" ตาจิตรตอบ "ฉับพบมันตามทาง"

"เฮ้ย" ตารุ่มร้องเสียงหลง "​เอามันมาทำไม ประเดี๋ยว​ได้วิ่งกันป่าราบ"

"ไม่หรอก" ตาจิตรว่า "แม่ของมันคงหนีลูก​ไปหากินตามลำพังเสียแล้ว​"

"ปล่อยมัน​ไปเสีย...​ ปล่อยเดี๋ยวนี้เลย​" อาหลวงของผมก็ทำท่าตกใจขึ้น​มาบ้าง

"ปล่อยก็โง่นะซี—อย่างน้อยก็​ได้ไม่ต่ำกว่าร้อย เงินมากขนาดนั้น​​จะหาไหน​ได้" ตาจิตรยังดื้อ ​และคิดถึงเงิน​ที่​จะ​ได้มาจากการขายลูกหมีตัวนั้น​ พูดจบแกก็รวบผ้าขาวม้าห่อมัดลูกหมีตัวนั้น​ให้แน่นยิ่งขึ้น​ คล้าย​กับว่ามัน​จะดิ้นหลุดกลับเข้าป่า​ไปอีก

วี๊ด วี๊ด !

ลูกหมีแหกปากร้อง ​เพราะมันคง​จะอึดอัด​และหายใจไม่ออก ​ที่โดนตาจิตรรัด​กับผ้าขาวม้าเสียแน่น

วี๊ด วี๊ด- - วี๊ดดดด

เสียงร้องของลูกหมีดังขึ้น​กว่าเก่า ผม​ได้ยินแล้ว​ใจไม่ดี หันซ้าย หันขวา อย่างไม่ค่อยสบายใจ ​เพราะรู้ว่าสัตว์ทุกชนิด​จะหวงลูกของมัน ​ซึ่งก็จริงดังคาด ถัด​ไปทางซ้ายมือ​ที่เรายืนอยู่​นั้น​ ห่างออก​ไปประมาณ 10 วา หมีควายขนสีดำเหมือนตอไม้โดนไฟลวกตัวหนึ่ง​​กำลังพวยแน่บเข้ามาหาพวกเรา

"ไอ้ถึก หลบมาทางนี้ก่อน - -เร็ว" อาหลวงหันมาคว้าข้อมือผม กึ่งลากกึ่งจูงตรง​ไปยังโคนไม้หลุมพอต้นใหญ่

ตารุ่ม​กับตาจิตรต่างก็กระโจนกัน​ไปคนละทิศคนละทาง ผม​ได้ยินเสียงตารุ่มร้องด่าตาจิตรไม่ขาดปาก ​แต่ก็ด่าออกมาแบบซ้ำ ๆ​ ซาก ๆ​ ด้วย​ความตื่นตกใจกลัว

"กูว่าแล้ว​...​ กูว่าแล้ว​...​ กูว่าแล้ว​"

เจ้าหมีตัวนั้น​​ได้ยินเสียงลูกร้อง ก็รู้ว่าลูกของมันอยู่​​กับ​ใคร มันจึงไล่งับตาจิตรไม่เลิก ​แต่เคราะห์ดี​ที่ตาจิตรแก​ได้อาศัยโคนขนุนป่าต้นใหญ่ คอยหลบหลีกเล่น​เอาเถิดเจ้าล่อ​กับมัน หลายครั้งหลายหน​ที่แกรอดคมเขี้ยว​และเล็บมือ​ที่มันพยายามตะปบคว้า​ไป​ได้อย่างหวุดหวิด จึง​ทั้งแม่หมี​และตาจิตร​ซึ่งยังคงสะพายลูกหมีอยู่​บนบ่า ก็วน ๆ​ เวียน ๆ​ หลอกล่อกันอยู่​รอบ ๆ​ โคนขนุนป่าต้นนั้น​กัน​ไปเรื่อย

พอตาจิตรโผล่หน้ามาทางซ้าย เจ้าหมีตัวนั้น​ก็กระโจนมาสกัดทางซ้าย พอแกโยก​ไปทางขวา เจ้าหมีตัวนั้น​ก็โยกตาม

แรก ๆ​ ผมก็กลัว ต่อพอนานเข้า ๆ​ ก็นึกขำ

ผมหัวเราะ​และตะโกน​ไปว่า "ตาจิตร โยนลูกของมันให้​ไปซี้"

ตาจิตรก็ตะโกนกลับมาว่า "กูแก้มัดไม่​ได้" ​ซึ่ง​จะว่า​ไปแล้ว​ แกก็คงไม่มีเวลาคิดถึงเรื่อง​นั้น​หรอก ​เพราะลำพังเล่น​เอาเถิดเจ้าล่อคอยหลบหลีก​เอาตัวรอดอยู่​นั้น​ ก็แทบ​จะไม่มีเวลาหยุดหายใจอยู่​แล้ว​

"ก็กูว่าแล้ว​ กูว่าแล้ว​...​"

ตารุ่มก็ยังคงร้องด่าตาจิตรออกมาอย่างไม่​ได้สติอยู่​เหมือนเดิม จนผม​ต้องร้องตะโกนว่า เรามาช่วยกันเคาะพอนไม้ไล่หมีกันเถอะ นั่นแหละ​ตารุ่มจึงหยุดส่งเสียงเอะอะ แล้ว​​เอามีดพร้าในมือเคาะพอนไม้โห่ร้องขึ้น​เสียงดัง จนแม่หมีเกิดอาการลังเล ​และหยุดชะงัก

อาหลวงก้มลงรวบใบไม้แห้ง​ได้มากำมือใหญ่ แล้ว​จุดด้วยไฟเช็คจนเกิดเปลวไฟลุกวาบ ทำให้แม่หมีตัวนั้น​ตกใจแล่นเตลิดเข้าป่า ​แต่มันก็ยังวนเวียนอยู่​แถวนั้น​ จน​เมื่อตาจิตรแก้ห่อผ้าขาวม้าปล่อยลูกเล็กของมันลง​กับพื้น ​และเรา​ได้เดินถอยห่างออกมานั่นแหละ​ จึง​ได้เห็นมันวิ่งออกมา​พร้อม​กับแลบลิ้นเลียแผล็บ ๆ​ ​ไปตามสีข้างของลูกมันอยู่​ครู่หนึ่ง​ แล้ว​ก็ชวนกันเดินคลอเคลียหายเข้า​ไปในป่า

"ไอ้ถึกเอ๋ย ​ถ้าไม่ติดมึงคิดช่วยแก้ไขสถานการณ์- กูตายแน่"

ตาจิตรพูด​กับผมแล้ว​หัวเราะ หึ หึ อย่างชอบใจ

ใช่ครับ​! สมัยนั้น​นอกจาก "ไอ้ไข่นุ้ย" ​ซึ่ง​เป็นชื่อเล่น​ที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายตั้งให้แล้ว​ พวกผู้ใหญ่หลายคน​จะเรียกผมว่า ‘ไอ้ถึก’ ​ซึ่งหมายถึงสัตว์ตัวผู้​ที่อยู่​ในวัยคึกคะนอง ​แต่​ทว่าปัจจุบันผู้​ที่เรียกชื่อผมแบบนั้น​เหลืออยู่​ไม่กี่คนแล้ว​ ​ส่วนใหญ่​ได้ชวนกันเดินทาง​ไปตัดหวายรอผมอยู่​ในป่าแห่งโน้น...​กันหมดแล้ว​ (ฮา ฮา)

****************************************************************************************


เล่าสู่กันฟัง​เพื่อ​ความเพลิดเพลินวันละนิดละหน่อย​ ​แต่อย่าลืมติดตามตอนต่อ​ไปนะครับ​ หากมีอะไร​ผิดพลาดก็ท้วงติงกัน​ได้ ไม่​ต้องเกรงใจผมนะครับ​

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3412 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง ความเอยความหลัง ตอน หมีหวงลูก
ผู้แต่ง พลอยพนม
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๓ มิถุนายน ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ บันทึกเงาความคิด
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๓๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : pilgrim [C-17020 ], [115.87.14.173]
เมื่อวันที่ : 03 มิ.ย. 2553, 20.42 น.

สนุกดีค่ะ​ เรื่อง​เล่าเยาว์วัยสนุกดีนะคะ​ รออ่านตอนต่อ​ไปค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ลุงปิง [C-17021 ], [58.10.216.27]
เมื่อวันที่ : 03 มิ.ย. 2553, 21.29 น.

ยิ่งอ่านยิ่งสนุก..น่าติดตามเรื่อง​ราวของไอ้ไข่นุ้ย ​และไอ้ถึกตอนต่อ​ไป...​

แถวบ้านผมก็ชอบเรียกหนุ่มคะนองว่าไอ้ถึกหรือไอ้โคถึกเหมือนกัน...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น