นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓
คนล่าฝัน
สะพานกระดาษ
...วันเก้า ๒๒ พฤษภาคม แผ่นดินแม่ วันนี้พ่อขึ้น​​หัวเรื่อง​​บันทึกไว้ อยาก​​จะบอก​​ความในใจเรื่อง​​แผ่นดิน บันทึกฉบับ​​นี้จึง​​จะไม่เจาะจงถึงลูก​​โดยตรง ​​แต่ก็เกี่ย...
วันเก้า
๒๒ พฤษภาคม

แผ่นดินแม่

วันนี้พ่อขึ้น​หัวเรื่อง​บันทึกไว้ อยาก​จะบอก​ความในใจเรื่อง​แผ่นดิน บันทึกฉบับ​นี้จึง​จะไม่เจาะจงถึงลูก​โดยตรง ​แต่ก็เกี่ยวพัน​กับลูกมาก เกี่ยวพันจนเรียก​ได้ว่า​เป็นเรื่อง​ราวของลูกก็คงไม่ผิด

พ่อเกิด​ที่ต่างจังหวัด ​เป็นลูกชาวนาเต็มร้อย ​เมื่อ​เป็นเด็กบ้านนอกพ่อจึง​ได้ผูกพัน​กับผืนดิน​ที่ปู่​กับย่า​ได้อาศัยทำกินเลี้ยงปากท้องพวกเรา เกิด​ความรัก​และผูกพัน​กับท้องนา นานวันเข้ากลาย​เป็นหวงแหน​และอยากรักษาให้มันคงอยู่​อย่างนั้น​ ​เพราะมัน​เป็นเหมือนทุ่งรวงทอง​ที่เสกรวงทองให้พวกเราปีแล้ว​ปีเล่า มันไม่ต่างจากเส้นเลือดหล่อเลี้ยงชีวิตของพวกเรา​ทั้งบ้าน ​และมันก็​เป็นเส้นเลือด
ของคนอีกร้อยพันครอบครัวในท้องถิ่นเรา

​เมื่อเติบโตขึ้น​ร่อนเร่ศึกษาหา​ความรู้ในเมืองใหญ่ ทุกครั้ง​ที่​ได้กลับ​ไปเยี่ยมบ้านพ่อ​จะเดินเท้า​ไปดูผืนนาทุ่งนี้ ​ไปช่วงทำนาท้องทุ่งก็​จะเขียวขจีเบิกบานตา ยืนดูลำรึกถึง​ความหลังก็พลอยชื่นใจขึ้น​มาทุกครั้ง ถึง​ไปช่วงหน้าแล้งก็ยังมีภาพ​ความหลังอันน่าคิดถึงไว้เตือน​ความจำ มาเยือนทุ่งนาผืนนี้คล้ายมาเยือน​เพื่อนเก่า ภาพปู่​กับย่า​เอาหลังสู้ฟ้า​เอาหน้ามองดินก็คล้ายมีตัวตนขึ้น​มา

มองย้อนหลังพ่อภูมิใจ​ที่​ได้เกิดมา​เป็นลูกชาวนาบ้านนอก ​ได้เห็นคุณค่าของแผ่น ไม่เพียงแผ่นดินของปู่ย่าเท่านั้น​ ​แต่​เป็นแผ่นดินรูปขวานทองของประเทศเราด้วย ​เมื่อ​ได้เดินทาง​ไปพักอาศัยในหลายต่อหลายประเทศ ค้นพบคำตอบด้วยตัวเองว่าไม่มีผืนแผ่นดินไหน​จะอบอุ่น​และน่าอยู่​เท่าแผ่นดินไทยเราเลย​ ถึงวันนี้พวกเรา​ทั้งครอบครัว​จะอาศัยอยู่​ในต่างประเทศ ​แต่ก็อยู่​​เพราะ​ความจำ​เป็น ​เมื่อหมด​ความจำ​เป็นแล้ว​พวกเราก็​จะ​ได้กลับมาสู่อ้อมกอดของแผ่นแม่แน่นอน นี่​คือสิ่ง​ที่พ่อขอสัญญา

นอกจากแผ่นดิน​ที่งดงามแล้ว​ น้ำใจคนไทยเราก็งดงาม ยิ่งตามบ้านนอกยิ่งบริสุทธิ์ไม่มีอะไร​แอบแฝงซ่อนเร้น เดินผ่านบ้านคนอื่นหาก​กำลังทานข้าวอยู่​ก็​จะเรียกให้เรา​ไปร่วมทานข้าวด้วย สังคมเราอยู่​กันด้วยน้ำใจ ลูกคง​ได้เห็น​เมื่อคราว​ไปเยี่ยมญาติต่างจังหวัด พอ​จะกลับ​เพื่อนบ้านมากมาย​ต่างหอบของฝากมาใส่ท้ายรถให้พวกเรา ​ใครมีกล้วยสุก​ที่ตัดจากท้ายบ้านก็​เอามา​ทั้งหวี ​ใครหาปลา​ได้ก็​เอาปลามาฝาก ​ใครปลูกพริกก็​เอาพริกมา​เป็นส่งแทนน้ำใจ นี่​คือสิ่ง​ที่งดงาม​และหาไม่​ได้ในเมืองนอก​ที่เราอยู่​

เรื่อง​ราวของน้ำใจ​และผืนแผ่นดินนี้เริ่มมาเนิ่นนานนับพันปี กว่า​ที่พวกเรา​จะกลายมา​เป็นเจ้าของผืนแผ่นดินนี้มันไม่ใช่เรื่อง​ง่ายเลย​ ​ต้อง​เอาเลือดแลกเลือด ​ต้อง​เอาชีวิตแลกชีวิต บรรพบุรุษของพวกเรา​ได้ต่อสู้​กับเจ้าของแผ่นดิน​เพื่อนบ้าน​ที่​ต้องการมายึดครองแผ่นดินแม่เรานี้อย่างต่อ​เนื่อง ต่อสู้ทุกรูปแบบ ทุกชนิดอาวุธเท่า​ที่​จะหา​ได้ในยุคนั้น​ ​แม้กระทั่งด้วยกำปั้น ศอก เข่า ก็ทำมาแล้ว​ มีช้างขี่ช้าง มีม้าขี่ม้า มีควายก็ขี่ควายไล่ล่าศึกศัตรู ​เป็นเรื่อง​ราว​เมื่อลูกเติบโต​และรับรู้​ได้ด้วยตัวเองลูก​จะภาคภูมิในผืนแผ่นนี้มากขึ้น​ ทุกครั้ง​ที่พ่อย้อนนึกถึง​ความ​เป็นมาของแผ่นดินแม่นี้ก็​จะเกิด​ความซาบซึ้ง บางครั้งถึง​กับน้ำตาเอ่อนองขึ้น​มา​โดยไม่รู้ตัว พ่อจึงภาคภูมิใจทุกครั้ง​ที่มีคนถามว่ามาจากประเทศไหน พ่อตอบ​ได้อย่างมั่นใจ​และองอาจ โลก​ทั้งโลกต่างก็รับรู้ว่าแผ่นดินเราน่าอยู่​ ผู้คนของเราก็มีน้ำใจ

พ่อไม่ถึง​กับเติบโต​ที่ต่างประเทศ ​แต่ก็ร่วมยี่สิบปีแล้ว​ เรียกให้เข้าใจง่ายก็ตั้งแต่หนุ่มน้อยจน​จะไม่เหลือ​ความ​เป็นหนุ่มแล้ว​​ที่ไม่​ได้อยู่​ในแผ่นดินแม่ ลูกคงสงสัยว่าพ่อ​จะคิดถึงเมืองไทยบ้านเกิดบ้างหรือเปล่า ขอตอบว่าคิดถึง​และคิดถึงทุกวัน ย่าก็ยังอยู่​​ที่เมืองไทย อยู่​บ้านหลังเดิม​ที่พ่อแม่ของย่ามอบให้มา ​แม้พ่อ​จะกลับ​ไปสร้างบ้านสมัยใหม่ให้ท่านอยู่​ ​แต่มันก็ตั้งอยู่​บนผืนดิน​ที่บรรพบุรุษมอบให้มา ​เมื่อ​เป็นคนไกลบ้านก็ย่อมคิดถึงบ้าน​เป็นธรรมดา ​แต่​ความคิดถึงของพ่อมันรุนแรงขึ้น​กว่าเดิมทุก ๆ​ วัน หากหมดภาระวันนี้พวกเราคง​ได้เดินทางพรุ่งนี้กันเลย​ บ้านล้อมต้นไม้​ที่เรามีอยู่​มันก็คงคิดพวกเราเช่นกัน

หลายวันก่อน​ได้อ่านเรื่อง​ราวของบ้านเรา ​จะบอกว่าแผ่นแม่ของเราพวกเราลุก​เป็นไฟมันก็หนัก​ไป ขอเรียกว่าไฟไหม้ตึกก็แล้ว​กัน ​แต่ตึกมันก็อยู่​บนแผ่นดิน หากไม่รีบดับมันก็​จะลุกลามไหม้​ทั้งเมือง​ได้ ไฟนี้​เป็นคนเจ้าของแผ่นดินจุดเผาเอง พ่อก็ไม่รู้ว่าคนเผาคิดอะไร​นะ ​เพราะคนเราก็ต่างจิตต่างใจ ต่าง​ความเชื่อ คนเรา​จะทำอะไร​สักอย่าง หรือไม่ทำอะไร​สักอย่างก็คงมีเหตุมีผลของ​เขา ​แต่สิ่งหนึ่ง​​ที่พ่อไม่อยากให้เกิดขึ้น​​คือการ​ไปสร้าง​ความเดือดร้อนให้คนอื่น​ที่อาศัยอยู่​ในแผ่นดินเดียวกัน คนพวกนี้หากนับย้อนหลัง​ไปก็มาจากบรรพบุรุษเดียวกัน ​เป็นสายเลือดเดียวกัน ​เมื่อสายเลือดเดียวกันข่มเหงรังแกกัน​ได้ลงคอ พ่อก็คิดว่ามันไม่ถูก บรรพบุรุษอุตส่าห์​เอาเลือดแลกเลือด ​เอาชีวิตแลกชีวิต​เพื่อให้แผ่นดินผืนนี้สงบสุข ลูกหลานเกิดตามมา​จะ​ได้อยู่​กันอย่างพี่อย่างน้อง ​เมื่อ​ต้องมา​เอาเลือดกันเองวิญญาณของพวกท่านเหล่านั้น​คงอยู่​ไม่​เป็นสุข


พ่อก็ภาวนา​เอาใจช่วยให้เรื่อง​ราวมันปกติสุข ให้พี่น้องอยู่​กันแบบพี่น้อง ให้ครอบครัวใหญ่​ที่โลกชื่นชมนี้​เป็นครอบครัว​ที่ปรองดองรัก​ใคร่เหมือน​ที่เคย​เป็นมานับพันปี ​แม้พี่น้องในบ้าน​จะคิดเห็นไม่ตรงกันบ้างมันก็​เป็นเรื่อง​ธรรมดา ​แต่หากคิดไม่ตรงกันจนบ้านแตก มองหน้ากันไม่ติด ข้าวก็ไม่กินร่วมวงกัน คำพูดก็ไม่​เป็นมิตรต่อกัน แถมยังลงมือกันจนเห็นเลือดท้าทายพ่อแม่ บ้านมันก็ไม่​เป็นบ้าน นอนหลังคาเดียวกัน​แต่มันก็นอนเพียงร่าง ลงท้ายทุกคนในบ้านก็ไม่มี​ใครร่มเย็นใจ​เพราะไฟเกลียดชังมันเผาตั้งแต่เช้า​จนค่ำ

ประเทศชาติหนึ่ง​ก็ไม่ต่าง​กับบ้านหลังหนึ่ง​ หากคนในครอบครัวรัก​ใคร่กันดี ชีวิตของ​แต่ละคนก็พลอยดีงาม​ไปด้วย ​จะทำอะไร​ก็ให้​กำลังใจกัน ร่วมมือกันคิด ร่วมมือกันทำ พี่สอนน้อง น้องช่วยพี่ ​เมื่อทุกคนต่างเติบโตมีครอบครัวก็​จะ​เอา​ความคิดในครอบครัวตัวเอง​ไปสร้างครอบครัวใหม่ให้อบอุ่นเช่นกัน เหมือน​กับครอบครัวเรา​ที่อยู่​กันอย่างอบอุ่น ​ส่วนหนึ่ง​ก็​เพราะปู่​กับย่าสอนพ่อ​และพี่น้องในบ้านให้รัก​ใคร่กัน เรื่อง​มันจึงสืบทอดมาถึงลูก แม่ของลูกทุกครั้ง​ที่กลับ​ไปเยี่ยมบ้าน ทุกคนในครอบครัว​จะมาร่วมแสดง​ความรัก​และคิดถึงกันเต็มบ้าน เรียกว่า​แม้ย้ายออกมาแล้ว​ก็ยังอยากกลับ​ไปเยือนให้บ่อย​ที่สุด ​เพราะมันอบอุ่น

แผ่นดินของพ่อวันนี้​แม้​จะมีเรื่อง​วุ่นวายบ้าง ​แต่พ่อก็ยังอยากกลับมาเยี่ยม ​เพราะแผ่นดินนี้​ได้สร้าง​ความอบอุ่นให้พ่อตั้งแต่เล็กจนโต หากนับเรื่อง​ราววันนี้​เป็น​ความทรงจำ​ที่ไม่ดีนัก ​แต่​ความทรงจำ​ที่งดงามมันก็ฝังในดวงใจพ่อเต็ม​ไปหมด ไม่มีอะไร​มาลบล้าง​ได้ พ่อจึงบอก​กับลูกอยู่​ประจำว่า​ต้องกลับมา​ใช้ชีวิต​กับยายให้​ได้ทุกปี ​จะ​ได้ซึมซับ​เอาเรื่อง​ราว ซึมซับ​เอาวีถีชีวิต​ที่งดงาม เหมือน​กับการออก​ไปใส่บาตร​พระตอนเช้า​หน้าบ้าน นี่​คือสิ่ง​ที่งดงาม​ที่​จะอุ้มใจลูกให้เบิกบาน​ไปตลอดชีวิต นี่​เป็นเพียงไม่กี่อย่างในร้อยพันอย่าง​ที่ลูก​จะซึมซับ​เอามาใส่ชีวิต​ได้ ​เป็นสิ่ง​ที่เงินทองซื้อหาไม่​ได้ มันตีค่า​เป็นเงินไม่​ได้ ​เพราะวันหนึ่ง​ข้างหน้ามัน​จะสานต่อให้ลูกกลาย​เป็นเลือดไทยเต็มร้อย ​เมื่อลูก​ได้​ไปยืนต่อหน้ารูปปั้นของบรรพบุรุษลูกก็​จะก้มกราบท่าน​ได้อย่างองอาจ ​เพราะหากไม่มีพวกท่านผู้กล้าหาญเหล่านั้น​ เราอาจ​จะไม่มีแผ่นดินอยู่​เหมือนวันนี้ เราอาจ​จะไม่มีเลือดไทย​ที่เข้มข้นอย่างวันนี้ การ​เป็นไทย​และหวงแหนแผ่นดิน​เป็นหน้า​ที่ของลูก​โดยตรง ​เป็นสิ่งเดียว​ที่ลูกทำ​ได้​เพื่อตอบแทน​พระคุณของบรรพบุรุษเหล่านั้น​ พ่อ​จะไม่ให้ลูก​ทั้งสามคนกลายชาติเด็ดขาด ​เพราะเลือด​แต่ละหยดในกายลูก บรรพบุรุษก็​ต้อง​เอาเลือดพันหมื่นหยดแลกมาเช่นกัน จึง​ได้อุ่นกายมาอย่างนี้ ลูก​จะ​ต้องไม่​เป็นคนอกตัญญู ​แม้กระทั่งเพียงคิด ชีวิตของลูกก็เศร้าหมองทันตาเห็น เรื่อง​ในใจลูก​จะ​ได้รับเอง ไม่มี​ใครมา​เอาให้หรือ​เอาออก​ได้


เราอยู่​ต่างประเทศกัน​ทั้งครอบครัวมานาน ​แต่เราก็​เป็นคนไทย เรารักแผ่นดินแม่ พ่อก็รู้ว่าทุกคนรักเช่นกัน

วันนี้พ่อคิดถึงแผ่นดินแม่อย่างยิ่ง

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3406 Article's Rate 1 votes
ชื่อเรื่อง คนล่าฝัน
ผู้แต่ง สะพานกระดาษ
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ บันทึกเงาความคิด
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๖๔๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-16973 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 23 พ.ค. 2553, 05.23 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : นาม อิสรา [C-16983 ], [112.142.48.232]
เมื่อวันที่ : 26 พ.ค. 2553, 18.30 น.

อดีตอันงดงามบนผืนแผ่นดิน​ที่เปี่ยมสุข ย่อมมีคุณค่าแก่รำลึก

ผมพอ​จะเข้าใจ​และสัผัส​ได้สำหรับ​ความรู้สึกของคุณครับ​

ขอปรบมือ ​และมอบดอกไม้

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น