นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๗ ธันวาคม ๒๕๔๖
เพียงเสียงกระเพื่อม
ก.วิวัฒน์พัฒนุกูล
... มีไหมเวลา​​ที่คุณเหงา มีไหมเวลา​​ที่คุณคิดถึง​​ใคร...​​ เลาฟ้าก็เช่นกัน เธอยังคงหวนคิดถึงวันเก่า​​ที่​​เขา​​และเธอ​​ได้ชิดกันใกล้กัน ลำน้ำ...​​​​เพื่อน​​ที่เ...
เพียงเสียงกระ​เพื่อม...​...​..​โดย ก.วิวัฒน์พัฒนกุล


"ว้าย! เสียง​ใครน่ะ" เสียงของเด็กหญิงผู้หนึ่ง​ร้องดังขึ้น​ขณะ​ที่เล่นน้ำอยู่​ ในบริเวณนั้น​มีเพียงหล่อนเท่านั้น​​ที่เล่นน้ำอยู่​ เด็กหญิงตกใจ​เพราะเสียงของของแข็งบางอย่างพุ่งลงมากระทบผืนน้ำบริเวณใกล้ๆ​เธอ เสียเสียงดังจนแผ่นน้ำกระ​เพื่อม สิ่งของสิ่งนั้น​พุ่งมาจากด้านหนึ่ง​​ซึ่งอยู่​จากหลังแมกไม้แถวนั้น​ แมกไม้ของเหล่าต้นไม้​ที่ทอดกิ่งก้านตกลงมาในน้ำ เธอค่อยเขยิบตัว​ไปดูผู้​ที่เธอ​ได้ยินเสียงอยู่​ด้วยอาการระมัดระวังตัว ใกล้แนวโขดหิน เธอหลบอยู่​ใกล้ๆ​​กับแนวโขดหินนั้น​เลย​ เธอค่อยๆ​กระแซะตัวมาเรื่อยๆ​จนพบ ​ที่มาของเสียง ​แต่ว่า...​ไม่มี​ใครเล่นอยู่​เลย​ ไม่มี​แม้​แต่สักคน เธอว่าย​ไปใกล้บริเวณนั้น​บริเวณ​ที่มีสาหร่ายตะไคร้น้ำขึ้น​อยู่​เต็ม เธอพยายามมองหาตัวต้นเหตุของเรื่อง​นี้ ตัวต้นเหตุ​ที่ทำให้เธอตกใจ

"คอยดูน่ะ ​ถ้าโผล่​จะอัดให้น่วมเลย​" เด็กหญิงกล่าว ​เมื่อเธอกล่าวจบ เธอก็​ต้องพบ​กับ​ความตกใจอันสุดขีด มือขาวๆ​พุ่งขึ้น​มาจากน้ำมันคว้า​เอา​ที่ขาของเธอในขณะ​ที่เธอ​กำลัง​จะว่ายหนี มือนั้น​พยายามฉุดดึงให้เธอจมลง ​แต่ด้วยแรงของหญิงสาวเธอยันมือนั้น​ด้วย​ความแรง แรงจนถึง​กับขนาดสามคนฉุดไม่อยู่​ เธอยันเข้ายันเข้าจนตัวการนั้น​โผล่ขึ้น​มาเหนือน้ำ

"พอที...​พอที...​เฮาเลิกเล่นแล้ว​" เสียงของเด็กชายผู้หนึ่ง​​ซึ่งพุ่งออกมาจนพุ่งเหนือน้ำกล่าวต่อเด็กหญิง
"ยะอะยังแบบนี้เหล่า...​ลำน้ำ เราไม่ชอบนะ" เด็กหญิงกล่าวอ่อนๆ​ด้วย​ความ​ที่เพิ่ง​จะหายขวัญหนีดีฝ่อ
"เฮา ​จะมาทดสอบมา เลาฟ้า ว่ายน้ำจ้างบ่ ​ที่แท้ก็ยังยะบ่จ้างอยู่​นี่" ลำน้ำกล่าวแบบขัน
"พอเลย​ เราตกใจเฉยๆ​หรอก ​ที่จริงเราก็ว่ายจ้างอยู่​เด๊ะก๊ะ ​แต่ไม่รู้ว่าหมาตัวไหนมันมายะจนตกใจ" เลาฟ้าเสแซร้งอธิบายแก้ตัว ​เพราะ​ทั้ง​ที่จริงก็ว่ายน้ำไม่​ได้แข็งอะไร​หรอก
"เฮาบ่เจื่อหรอก" ลำน้ำกล่าวแบบท้าทาย "นี่เลาฟ้า หนีเอ้ยมาเล่นน้ำแบบนี้ กลับบ้าน​ไปเอ้ยบ่ตี​เอาแย่เหรอ"
"เอ้ยเราเหรอ ไม่กลัวหรอกแค่ทำ​เป็นอ้อนหน่อย​เดียวเดี่ยวก็ใจดีขึ้น​เอง" เลาฟ้ากล่าว "แล้ว​ลำน้ำเอยเหอะ ไม่กลัวพ่อตีตายเหรอ"
"เฮานะ เหอะๆ​ ย้านอยู่​ ​แต่ขอพ่อแล้ว​บอกว่า​จะมาจับปลา" เด็กชายกล่าวแบบขัน ทำให้​เพื่อนสาวอีกคนหัวเราะแฮๆ​
"เลาฟ้า เฮามีเรื่อง​​จะบอก" ลำน้ำกล่าวแบบเศร้าสายตาละห้อยมองดู​เพื่อนสาวราว​กับหมดอาลัย "เฮา​จะย้าย​ไปอยู่​อ้าย​ที่กรุงเทพ" เด็กชายกล่าวเศร้าๆ​ทำให้​เพื่อนสาวถึง​กับตะลึงงัน

"ก็ดีนะ ​ได้​ไปอยู่​ถึงกรุงเทพ ลงยังไม่มีวี่แวว​จะ​ได้​ไปไหนเลย​" เด็กสาวกล่าวแล้ว​ยิ้มออก​เพื่อแสดง​ความยินดีต่อ​เพื่อนชาย
"เลาฟ้า ​แต่เฮาไม่อยาก​ไป เฮากลัวอดคิดเติงเลาฟ้าบ่​ได้ เฮาอู้กะป้อแล้ว​ ​แต่ป้อบอก​ต้อง​ไป​เพราะไม่มีเงิน​จะเลี้ยงเรา ​พอดีอ้ายเรา​เขา​ไป​เป็นตำรวจอยู่​​ที่กรุงเทพ​พอดีก็เลย​​ต้อง​ไปอยู่​​ที่นั้น​"

"ลำ...​น้ำ" เด็กหญิงกล่าวเบา "​แต่ลำน้ำ​ไปก็ดีแล้ว​นะ เดี่ยวเรา​จะเขียนจดหมาย​ไปหาทุกวันเลย​"
"จริงเหรอ" ลำน้ำกล่าวถามด้วย​ความดีใจ
"จริงซิ" เด็กหญิงกล่าวด้วย​ความปิติยินดี


เด็กสาวเริ่มเบิกตาขึ้น​เสียจนกว้าง ลูกแก้วสีน้ำตาลในดวงตาของเธอฉาย​ไปทั่วห้องนอน ห้องนอน​ที่มี​เพื่อนสาวนอนอยู่​ด้วย อาจ​จะคงไม่​ต้องสาธยายว่า มันน่า​จะ​เป็นห้องอะไร​ มัน​คือหอพัก หอพักนักศึกษา​ที่เรียนอยู่​ชั้นมหาวิทยาลัย เด็กสาว​เอามือบางๆ​ของตนลูบ​ที่คอ​เพื่อเช็ดเหงื่อออกเบา ใช่แล้ว​มัน​เป็นอีกคืน​ที่เธอฝันถึงเหตุการณ์เก่าๆ​ เหตุการณ์ในตอนเด็ก เหตุการณ์​ที่เธอฝันถึง​เพื่อน ​เพื่อน​ที่​เป็นมิตรยามเหงา ​เพื่อผู้​เป็นดั่งพี่ชาย ​เพื่อน​ที่​เป็นดั่งครู เลาฟ้าสูดหายใจเข้า​ไปเสียทั่วปอดก่อน​จะพยายามพับผ้าห่มอันใหญ่โตนั้น​เก็บ เหตุการณ์​ที่ทำให้เธอรำลึกถึง​เพื่อน​ที่​เป็นรุ่นพี่ของตนราวสามสี่ปี ​เขา 'ลำน้ำ' ผู้มีจิตวิญญาณ​เป็นครูสูง ครูผู้​ที่​เป็นทั่วร่ม​ที่กันแดดกันฝนให้แก่เธอ ในยาม​ที่เธอฝัน ฝัน​เมื่อคราว​ที่อายุยังแค่สิบปี ​กับพี่ชาย​ที่​เป็นสหายอายุราวสิบสี่ปี มัน​เป็นเหตุการณ์​ที่เธอไม่มีวันลืม เหตุการณ์​ที่ทำให้​เพื่อน​และเธอ​ต้องจากกันไกล วันนั้น​​ถ้าจำไม่ผิดในใจของหล่อน วันนั้น​พี่ชายกะว่า​จะสอนการหาเห็ดป่า​และการขุดหัวมัน ​แต่แล้ว​การเรียนนั้น​ก็หาย​ไป การเรียน​ที่ทำให้ใจของเด็กหญิงตัวน้อยมี​ความสุข ​แต่​กับ​ต้องประดังด้วยทุกข์​ที่พี่ชาย​ที่​เป็น​เพื่อนเล่นคนเดียว​ต้องเดินทางจาก​ไป ​แม้กลายนั้น​​จะอยู่​ไกลกันนัก​แต่ ด้วยจดหมาย...​จดหมาย​ที่สื่อแทนใจของบุคคล​ทั้งสองคน ทำให้หัวใจของ​ทั้งสองคน​ได้ใกล้ชิดกัน เลาฟ้ายังคงนิ่งเงียบอยู่​บนเตียงด้วยท่าชันเข่า ท่า​ที่มองแล้ว​ราว​กับหมดอาลัยตายอยาก เธอพยายามครุ่นคิดอีกครั้งว่าทำไม ทำไมเธอถึงฝันถึงเหตุการณ์ดังกล่าวมันหวนกลับมาอีก ไม่แน่ฝันมันอาจ​จะ​เป็นลาง ลางบอกเหตุแห่ง​ความเศร้าอะไร​ซักอย่าง

"​เป็นไร...​เลาฟ้าตื่นมาเสียเช้า​ตะวันยังไม่ส่องก้นเลย​หล่ะ" ​เพื่อนหญิงอีกคน​ที่อยู่​ในห้องกล่าวถามด้วย​ความประหลาดใจ
"เราฝัน...​ฝันอะไร​ชอบกลๆ​" เลาฟ้าตอบแล้ว​เสยผมให้มีระเบียบขึ้น​
"ฝันเห็นผีเหรอ" ​เพื่อนสาวถามแหย่ๆ​ "หรือว่าฝันเห็นงูรัด"
"พอเลย​เธอ พูด​ไปเรื่อย อย่างชั้นเนี่ยะนะ ตั้งแต่ ม.ต้นมาจนปีสี่ ชั้นยังไม่เคยฝันเห็นอะไร​ๆ​เทือกๆ​นั้น​เลย​ยะ" เด็กสาวตอบแบบค้อนๆ​
"ก็ยังว่าซิ แม่สาวใจแข็งของเรา พวกหนุ่มมันตามจีบ​ทั้งโรงเรียนเธอยังไม่สนเลย​ แสดงว่า อ๊ะๆ​​ต้องมีแฟนแล้ว​ซิ ใช่ม้า" ​เพื่อนสาวของเธอชัก​จะแหย่แรงขึ้น​ เลาฟ้าไม่มีท่าทีตอบสนองเลย​​แม้​แต่น้อย

"ไม่ตอบหรอก ขี้เกียจ​จะต่อล้อต่อเถียง​กับเธอ​ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า" เด็กสาววัยแรกรุ่นกล่าวแล้ว​เดินฉุยฉาย​ไปคว้าผ้าเช็ดตัวแล้ว​เดินกลับมายัง​ที่เตียงของ​เพื่อนสาวทันที
"หลับต่อเถอะนะ ยู่ยี่จัง" เด็กสาวกล่าวแล้ว​ลูบหัว​เพื่อนราว​กับลูบหัวสุนัข
"ยะ ไม่บอกชั้นก็​จะทำอยู่​แล้ว​" ​เพื่อนสาวตอบแล้ว​เอนตัวลงนอนคลุมโปรงอีกครั้ง อาจ​จะ​เพราะ​ความหนาวก็​เป็น​ได้

^-^ ^-^ ^-^ ^-^ ^-^ ^-^ ^-^ ^-^ ^-^ ^-^ ^-^

เด็กสาวผู้ตื่นขึ้น​มาในยามปัจฉิมราตรี ​ทั้งๆ​​ที่ดวงอาทิตย์ยังไม่มีรังสี​จะสาดมาบนแผ่นคินเท่าไรนัก อาจ​จะมีเพียงนิดหน่อย​​ที่สาดส่องลง เด็กสาวเดินเล่นด้วยท่ามือไขว่หลังแล้ว​เดินตะล่อน ​ไปเสียทั่วรอบอาคารเรียน ​แต่ก็ยังว่าแหละ​เวลาประมาณหกนาฬิกายังนี้​จะมี​ใครหน้าไหนมาโผล่ขึ้น​มา แล้ว​ลุกมาอาบน้ำเล่น​แต่เช้า​ๆ​เลย​ ไม่มีหรอก​ถ้าไม่ใช่หล่อน เด็กหญิงในอดีต​ที่​เป็นลูกชาว​เขาธรรมดาๆ​ ไม่​ได้รวยวิเศษวิโสอะไร​นัก ​แต่ว่าหล่อน​เป็นผู้มี​ความพยายาม พยายาม​ที่​จะสอบ​และหาทุน​เพื่อ​จะเรียนต่อในอนาคตให้​ได้ จนมาถึงทุกวันนี้ ​แต่​ถ้ายังขาดสิ่งหนึ่ง​​ไป สิ่ง​ที่​เป็นแรงกระตุ้นจากพี่ชาย พี่ชาย​ที่เขียนจดหมายมาหาหล่อนแทบ​จะทุกๆ​อาทิตย์ เวลามีข่าวดีอะไร​มีทุน​ที่ไหนก็​จะเขียน จ.ม. มาบอกเสนอ​แม้​แต่พี่ชาย​ที่​เป็นดั่ง​เพื่อนของเธอก็เช่นกัน ​เขาก็​ได้ทุนเรียนต่อถึงระดับปริญญาเอก ​แต่ปัจจุบันนี้คาดว่าน่า​จะอยู่​​ที่อังกฤษ เด็กสาวพยายาม​จะนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต...​อดีต​ที่ดีงามเหตุการณ์​ที่​เขา​และเธอ​ได้ชิดใกล้กัน เด็กสาวเดินลงบันได​ไปยังด้านล่าง​และ​ไปยัง​ที่สวนหลังโรงเรียนสวน​ที่มีสระน้ำ​เป็นคูยาว ​ซึ่งมีลักษณะคล้าย​กับ​ที่ลำน้ำ​ที่เธอ​และ​เขาเคยเล่นน้ำด้วยกัน เธอเดิน​ไปด้วย​ที่ทาง​ที่อิดโรย​เมื่อถึงคูน้ำเสียงกระ​เพื่อมของน้ำ​ที่คูก็เกิดขึ้น​ทำให้เด็กสาวฉงนใจยิ่งนัก
"​ใครน่ะ" เด็กสาวตะโกน​ไปด้วย​ความตกใจ​แต่แล้ว​ไม่มีเสียงตอบกลับมาเลย​​แม้​แต่น้อย เธอค่อยๆ​ขยับตัว​ไปใกล้บริเวณ​ที่เกิดแรงกระ​เพื่อมบนผืนน้ำ เธอค่อยๆ​รี่ตาลงแล้ว​หัน​ไปมองยัง​ที่​ที่เกิดแรงกระ​เพื่อม ​แต่เธอก็​ได้พบเห็น​กับภาพ​ที่เธอไม่ปรารถนา​ใคร่​จะดู
"มีอะไร​ครับ" เสียงของชายหนุ่มผู้หนึ่ง​ตะโกนกล่าวมาด้วยอารมณ์หงุดหงิด
"ขอโทษนะค่ะ​ ​ที่ดิฉันมารบกวน" เด็กสาวยกมือป้องปิดดวงตาจนแทบ​จะมิด ร่าง​ที่อยู่​ในน้ำหัวเราะแล้ว​ร่างนั้น​ก็ลุกออกจากบริเวณนั้น​ทันที ร่างนั้น​ค่อยลุกขึ้น​มา​แต่เสื้อผ้า​ที่​เขาใส่มาด้วยนั้น​เปียก​ไปเสียหมด เด็กสาวค่อยวางมือจากดวงตาลงหลังจาก​ที่โดนมือเย็นของร่างนั้น​สัมผัส​ที่มือ
"ทำไมคุณ ถึงมาเล่นน้ำใน​ที่แบบนี้ รู้มั้ยมันเหมาะ" เลาฟ้าพูดจาแบบอารมณ์เสีย
"ว่า​แต่เราเหอะ มาทำอะไร​​ที่นี่ ว่า​แต่เธอ​เป็นนักเรียนหรือว่าอาจารย์" ชายผู้นั้น​กล่าวแบบขันๆ​​แต่ดูท่าทาง​จะ​เอาเรื่อง​อยู่​เหมือนกัน
"มีอะไร​ ชั้น​เป็นครูมันหนักหัวเธอเหรอ แล้ว​นาย​เป็นนักเรียนใช่ไหมดูท่า​จะมาอยู่​แค่ปีหนึ่ง​ ​แต่ตัว​แม้โตยังกะโคควายถึก" เลาฟ้ากล่าวโกหกแบบหน้าด้านๆ​ ​ทั้งๆ​​ที่เธอก็​เป็นเพียงนักเรียนอยู่​ชั้นปี​ที่สี่เท่านั้น​
ไม่มีคำตอบจากร่างของชายผู้นั้น​ มีเพียงสีหน้ายิ้มหยัน​ที่อาจ​จะแปล​ได้สองแบบ​คือ ไม่พอใจ​และไม่เชื่อ
"ผมแค่มาว่ายน้ำเล่น ระลึกถึง​ความหลัง เฉยๆ​ครับ​ อาจารย์" ชายหนุ่มกล่าวตอบ​ที่มีท่าทางการตอบแกมประชด
"ระลึก​ความหลังบ้าบอคอแตกอะไร​ รีบ​ไปซะ" เด็กสาวกล่าวแล้ว​ทำท่าผลักชายหนุ่มด้วย​ความแรง​แต่ร่างของเธอนั้น​กลับเกิดการเซถลา​เพราะแรงผลักของเธอต้านกลับแรงต้านทานของชายหนุ่มจนเธอล้ม
"ว้าย!" เธออุทานด้วย​ความตกใจ ​เพราะร่างของเธอ​กำลัง​จะเซถลาลงบนผืนน้ำ ชายหนุ่มรีบคว้าตัวเธอมาให้​ได้​แต่​เขากลับเสียหลักลง​ไปในน้ำด้วย​เพราะ​ความลื่นของโคลนบริเวณนั้น​ ร่างของเลาฟ้าอยู่​ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม
"ปล่อยนะ อีตาบ้า!" เด็กสาวตะโกนด่าแล้ว​​ใช้เล็บยาวของเธอข่วนเสียทั่วลำแขนอันใหญ่ของ​เขา
"โอ้ย! ปล่อยก็​ได้ อุตส่าห์ช่วยแล้ว​ยังว่าเราอีก" ชายหนุ่มคลายลำแขน​ที่โอบกอดเด็กสาวออก แล้ว​ว่ายหนีมายัง​ที่ฝั่งหินขอบคูแล้ว​พยายามดันตัวขึ้น​จากน้ำ
"ผมขอตัวก่อนนะ อาจารย์" ชายหนุ่มเค้นเสียงพูดออกจากไรฟัน คำนั้น​คำ​ที่เธอ​ได้ยิน ​ได้ยินทั่วโสตประสาท ใช่คำนี้ ท่าทางแบบนี้ หล่อนเคยพูดให้กลับ​เขา ​เขา​ซึ่ง​เป็น​เพื่อน 'ลำน้ำ' ใช่ตอนนั้น​​เป็นตอน​ที่​เขาสอนวิธีการเก็บมะม่วง การสอยมะม่วง เด็กหญิงตัวเล็กคำนั้น​เคยกล่าวแบบนี้​กับ​เขาด้วย​ความขัน​และ​ความไม่พอใจ เด็กสาวเกาะครอบสระไว้เสียแน่นแล้ว​พยายาม​เอาตัวขึ้น​จากขอบสระ เลาฟ้าเริ่มมีอาการสงสัยในตัวของรุ่นน้องผู้นี่แล้ว​ ​เขาเหมือนรู้จัก​กับเธอ เวลา​ที่นัยน์ตาของ​เขาจับจ้อง​ที่นัยน์ตาของเธอ มันส่อแววมา​เขารู้จักเธอดีเลย​ล่ะ
เด็กสาวลุกขึ้น​เดินจากคูน้ำกลับ​ไปยังหอพัก ​โดยยังเก็บเรื่อง​ราวนั้น​ไว้อยู่​ในใจ
=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=
"เออ...​เลาฟ้า ​เมื่อเช้า​แก​ไปทำอะไร​มา ตอนกลับมาเปียกปอนอย่าง​กับชะนีตกน้ำแน่ะ" ​เพื่อนสาว​ซึ่งเดินมาข้างๆ​หล่อนถามด้วยอาการ​เป็นห่วง
"​เมื่อเช้า​เหรอ...​ไม่อยาก​จะพูด" เด็กสาวทำหน้าทำตาหงุดหงิดแล้ว​ก้มหน้าลงราว​กับไม่พอใจ
"นี่แกก็เกิน​ไป พูดเหอะ เราอยากรู้​จะตายอยู่​แล้ว​" ​เพื่อนสาวทำท่าทางเว้าซี้จนเด็กสาวยามใจอ่อนแล้ว​เดิน​ไปนั่งยังโต๊ะม้าหินอ่อน​ที่หน้าร้านสหกรณ์
"​จะเล่าก็​ได้ ตั้งใจฟังนะ ​เมื่อเช้า​นี้ เรา​ไปเจอะกะไอ้บ้ารุ่นน้องคนหนึ่ง​ มันเล่นน้ำอยู่​"
"แสดงว่า เธอเห็น​เขาเปลือยกายหมดเลย​ซิ" ​เพื่อนสาวกล่าวแบบหวานๆ​​และดวงตามีแววสอดรู้สอดเห็น
"ทำนองนั้น​...​พอเห็นปุ๊บ ชั้นก็เข้า​ไปต่อว่าแล้ว​ก็...​" เลาฟ้าสาธยายต่อ​แต่เหมือนมีมือของ​ใครสักคนมาแตะ​ที่บ่าของเธอ เธอพยายามหัน​ไปช้าแล้ว​เธอก็พบ​กับ​เขา ​เขาคน​ที่เจอ​เมื่อเช้า​นี้
"ว่าไงเรา มานั่งทำอะไร​​ที่นี่" ชายหนุ่ม​ที่​แต่งกายด้วยชุด​ที่​เป็นเสื้อเชิ๊ดสีน้ำเงิน กางเกงสีดำยาว​และ​ที่คอเสื้อมีเนคไทสีแดงผูกอยู่​ ​ซึ่งดูออก​ได้เลย​ว่า​ต้อง​เป็นครูแน่นอน
"นายรุ่นน้อง​ที่เจอ​เมื่อเช้า​นี้นี่หน่า นี่เธอเล่นอะไร​​เอาชุดอาจารย์มาใส่เล่น เดี่ยวอาจารย์ตัดคะแนนเลย​" เลาฟ้าพูดพลางจีบปากจีบคอ
"นี่พอเถอะนะ เลาฟ้าเลิกเล่น​ได้แล้ว​" ชายหนุ่มกล่าวด้วย​ความเอ็นดูแล้ว​​เอามือลูบศีรษะเธอ เด็กสาวงงมาก​ที่ชายหนุ่มรุ่นน้องผู้นี้รู้จักเธอด้วย สักพัก ภารโรงเฒ่าก็เดินเข้ามาแล้ว​หยิบเอกสารอะไร​สักอย่างมาให้
"ครูครับ​ เดี่ยวคราบแรกสอนปีสี่ห้อง 5 น่ะครับ​ ผู้อำนวยการฝากมาบอก" ภารโรงเฒ่าพูดเสร็จก็ประนมไหว้แล้ว​เดินดิ่งจาก​ไป เด็กสาวมองดูชายหนุ่มอย่างสงสัย ชายหนุ่มหันมาแล้ว​กล่าวด้วยวาจาอันนิ่มนวล
"ว่าไงจำเฮา​ได้บ่" ชายหนุ่มพยักหน้าถาม เด็กสาวมีอาการงงแล้ว​พยายามระลึกถึง ระลึกถึงคำพูดแบบนี้ ใช่เธอจำ​ได้...​.จำ​ได้แล้ว​
"พี่ลำน้ำ พี่ลำน้ำใช่ไหมค่ะ" เลาฟ้ากล่าวด้วย​ความดีใจแล้ว​กระโดดโอบกอด พี่ชายทันที"



คาบเรียนแรก​ที่พี่ชายของเธอ​ได้มาสอน แววตาของเธอจ้อง​ที่นัยน์ตาของอาจารย์​ที่​เป็นดั่งพี่ชายในคาบเรียนนี้เด็กสาวแทบ​จะไม่​ได้จ้อง​ที่หนังสือเลย​​แม้​แต่น้อย เวลา​ที่ริมฝีปากของชายหนุ่มขยับขึ้น​ลง เด็กสาวยิ้มแก้มปริด้วย​ความภูมิใจทุกสิ่งทุกอย่างในตอนนั้น​แทบ​จะถูกตราไว้ใน​ความทรงจำของเด็กสาว...​.

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

​แม้เวลา​จะผ่าน​ไปนานแล้ว​หลายปี ตอนนี้ใน​ความรู้สึกของเด็กสาวก็ยังอบอุ่น​และหวานแหววอยู่​แทบ​จะไม่น่าเชื่อเลย​ว่า เวลา​ที่ผ่าน​ไปถึงสิบสองปี ​ที่เด็กสาว​และ​เขาจากกัน ​ความรักหวานๆ​แหววต่างๆ​ก็ยังคงตราติดตรึงไว้ในใจราว​กับถูกพิมพ์จารึกไว้ในใจตลอดเวลา เหมือนเช่นตอนนี้​ที่เธอ ‘เลาฟ้า’ เธอไว้จบอนุปริญญา​ที่หลายคนเรียกว่า ‘ควายกระป๋อง’ แล้ว​ เด็กสาวยังคงเก็บเกี่ยว​ความรู้ต่อ​ไปอีกอยู่​​และการเก็บเกี่ยว​ความรู้คราวนี้​เป็นการแยกเธอออกจากพี่ชายอีกครั้ง อีกครั้ง​ที่เธอ​และ​เขา​ต้องจากกัน

"​เป็นอะไร​​ไป เลาฟ้า" พี่ชายถามน้องสาวด้วย​ความ​เป็นห่วงหลังจาก​ที่เห็นใบหน้าของเธอซีดจางราว​กับไก่ต้ม

"เปล่าค่ะ​ ไม่มีอะไร​" เลาฟ้ากล่าวตอบด้วยเสียงอันสุภาพ​และนุ่มนวล ลูกแก้วสีน้ำตาล​ที่นัยน์ตาของเธอเริ่มเปล่งประกายสายตา​ที่เริงร่าอีกครั้งหลังจาก​ที่ดูเศร้าเหงา​ไปเล็กน้อย ​เมื่อพี่ชาย​ได้ฟังคำตอบจากผู้​เป็นน้องสาวก็ถอนหายใจเสียงดังเฮือกใหญ่แล้ว​

"ก็แล้ว​​ไปตกใจหมด นึกว่าปวดท้องฉี่" พี่ชายยักคิ้วให้แล้ว​หันกลับ​ไป​ที่ข้างหน้าเหมือนเดิม ​เนื่องจากวันนี้เธอ​และพ้อง​เพื่อนรวม​ทั้งพี่ชาย ​ได้พากันมาเ​ที่ยวยัง​ที่เดิม...​​ที่​ที่​เป็นบ้านของเธอบ้านเกิดของเธอ​และ​เขา ลำน้ำกล่าว​ไป​กับเลาฟ้าไว้ว่า ​ถ้าหากรับปริญญาเสร็จแล้ว​​จะพา​ไปเ​ที่ยว ​แต่หล่อนไม่​ได้คิดถึง​ที่แห่งนี้ ​ที่​ที่หล่อนคิดว่ามัน​เป็นดั่งวิมาณฉิมพลีของพญาครุฑ เด็กสาวหวนรำลึกถึงลำธารสายนั้น​ ​ที่เธอ​และ​เขาเคยเล่นน้ำด้วยกัน ในยามกลางคืน...​​เขา​และเธอ​ได้แอบผู้ปกครองมาเล่นน้ำด้วยกัน

"เลาฟ้า ดูหน้าดูตาเธอยังกะปวดท้องแน่ะ หรือว่าเมารถ" ​เพื่อนหญิง​ที่นั่งมาด้วยถามด้วยอาการ​เป็นห่วง

"เปล่าหรอก ก็แค่มันเย็นๆ​วาบๆ​เฉยๆ​" เด็กสาวกล่าวราว​กับไร้​ความรู้สึกสายตาเย็นละห้อย ​เพื่อนสาวฟัง​ได้อย่างมั่นใจเลย​ว่าอาการของเธอดูเศร้าอย่างแน่นอน

​เมื่อขับรถขึ้น​มาจนถึงบริเวณยอด​เขา ทุ่งทัศน์​ที่​เป็นพงหญ้าสูงตระหง่าน ​เมื่อมองจากด้านบนทำให้แลเห็นทัศนียภาพ​ที่​เป็นบ้านหลังคาเรือน​และตึกสูงๆ​นั้น​ ​เป็นดั่งอาณาจักรมดปลวก​ไป​ได้เลย​ ผาดินสูงๆ​​ที่เกิดจากการกัดเซาะของลมทำให้ดู​เป็นสีส้มๆ​แดงๆ​สวยงามน่าชม

"เลาฟ้า จำ​ได้เปล่านี่ดอกอะไร​" ลำน้ำกล่าวขึ้น​แล้ว​ชี้​ไป​ที่ดอกไม้ชนิดหนึ่ง​​ที่อยู่​ริมข้างทางมัน​เป็นดอก​ที่มี​ความสวยงามมาก ช่อของมันชูเด่นขึ้น​ ดอก​ทั้งสี่ดอกของมันหัน​ไปคนละด้าน ดอกของมันมีสีขาวยิ่งทำให้เด้กสาวหวนคิดถึง​ความเก่า

"ดอกของต้นว่านสี่ทิศ" เด็กสาวกล่าวตอบแล้ว​หวนคืนถึงวันเก่า วันเก่า​ที่หล่อนยังจำ​ได้ดี

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

...​บรรยากาศ​ที่ชานชลารถ สถานีขนส่ง​ที่อำเภอ เด็กหญิงตัวเล็กอายุวัยสิบขวบทำหน้ามุ้ยหน้าบูดยัง​กับแกงกะทิค้างคืน มือข้างหนึ่ง​ของเธอจับ​ที่ชะลอมตะกร้า​ที่ใส่ขนมต่างๆ​มากมาย​ พี่สาวของเธอเดินเข้ามาใกล้ๆ​แล้ว​แตะ​ที่บ่าของเธอเบาๆ​

"พี่...​" เด็กสาวร้องเรียกเด็กชาย​ที่อยู่​บนรถบัสด้วยนัยน์ตาอาลัยอาวรณ์ ลูกแก้วสีน้ำตาลของเธอจ้องมอง​ที่เด็กชายผู้นั้น​ เด็กชายหันกลับมาตามเสียงเรียกของเด็กหญิง นัยน์ตาของ​เขาจ้อง​ที่เด็กหญิงด้วย​ความ​เป็นห่วง​เป็นใย

"มีอะยังเหรอ...​เลาฟ้า" พี่ชายกล่าวถามตอบ เด็กหญิง​ที่ยืนอยู่​เดินเข้ามาใกล้ๆ​แล้ว​ส่งชะลอมขนาดกระทัดรัดให้พี่ชายทันที

"อะให้...​กลัวว่า​จะ​ไปแล้ว​​จะอดตาย" เด็กหญิงกล่าวหลังจาก​ที่ยื่นชะลอมนั้น​ให้​พร้อม​กับสิ่งของบางอย่าง​ซึ่งมีน้ำหนักเบา​และ​เป็นนุ่น มัน​เป็นตุ๊กตาฟางข้าวโพด​ที่​เขาทำไว้ให้แก่เธอ

"แล้ว​ ไอ้ตุ๊กตุ่นตุ๊กตาตัวนี้ กิน​ได้ด้วยเหรอ" พี่ชายกล่าวแบบขัน

"ไม่​ได้​เอาไว้ให้กิน ​เอาไว้ให้คิดเติงเล่นๆ​" เด็กหญิงกล่าวด้วย​ความสนุกๆ​​แต่แฝงเคลือบด้วย​ความเหงา

"จ๊ะ​...​แม่สาวน้อยนางหล้า" ลำน้ำกล่าวแล้ว​​ใช้มือของ​เขาวางบนหัวของเด็กหญิงแล้ว​ลูบเบาๆ​ ​ซึ่งแสดงถึง​ความเอ็นดู

"แล้ว​พี่ลำน้ำ​จะกลับมารึเปล่าค่ะ​" เด็กสาวกล่าวถามเสียงสั่นๆ​ นัยน์ตาของเธอถูกอาบ​ไปด้วยน้ำอุ่นๆ​

"ปี้สัญญาว่า​จะกลับมาหา ​แต่เลาฟ้า​ต้องสัญญานะว่า​จะไม่ร้องไห้" เด็กชายลำน้ำกล่าวแล้ว​​เอามือเช็ดน้ำตาให้เด็กหญิง

"​ถ้าเลาฟ้า คิดเติงปี้ ปี้​จะส่งจดหมายมาหาทุกวันทุกคืนเลย​"

"​แต่​ถ้า ขาดการติดต่อหละ" เด็กสาวกล่าวแบบขื่นขม นัยน์ตาของจ้อง​กับพื้น​เพื่อไม่ให้ลำน้ำจ้อง​ที่นัยน์ตาของเธอ นัยน์ตา​ที่มี​แต่​ความทุกข์​และ​ความคิดถึง

เด็กชายหัน​ไปเสียทั่วบริเวณ​ที่อยู่​นอกรถก่อน​ที่​จะขยับปาก​เพื่อกล่าวคำบางคำ

"เลาฟ้า...​"

"อะไร​" เด็กสาวกล่าวเสียงห่วนๆ​

"นี่ เลาฟ้า จำวัน​ที่​ไปเก็บฟืน​ที่หลัง​เขา​ได้เปล่า วันนั้น​พวกเรา​ไปเจอ​กับดอกไม้ชนิดหนึ่ง​ เลาฟ้าบอกว่าสวยดีอยากให้พี่เก็บให้ พอเอื้อม​ไปเก็บเราสองคนก็ตกน้ำป๋อมแป๋มเลย​ พอกลับ​ไปเลาฟ้าก็โดนเอ้ยตีเสีย​เป็นแผลเลย​ จำ​ได้เปล่าว่าดอกนั้น​มันดอกอะไร​"

เด็กสาวอ้ำอึ้ง​ไปเล็กน้อย ก่อน​จะเผยอปากพูด

"ดอกว่านสี่ทิศ" เด็กสาวตอบ​ความถามแล้ว​แหงนหน้ามอง​ที่เด็กชาย

"ใช่ ดอกนั้น​แหละ​ ​ถ้าคิดถึงพี่ก็ดมดอกนั้น​น่ะ ห้ามเด็ดล่ะ"

"ค่ะ​" เด็กสาวอมยิ้มจนแก้ม​เป็นพี่ชมพู "​แต่ว่าเลาฟ้าอยากนึกถึงเสียงตอน​ที่เราสองคนตกน้ำมากกว่าเสียงดังตูมใหญ่ดี น้ำมันกระ​เพื่อม​เป็นรอยวงใหญ่ดี"

"อย่า​ไปนึกถึงมันมากเลย​ พูดแล้ว​ยังคึดขำตัวเองอยู่​เลย​" เด็กชายเปรยแล้ว​หัวเราะเบาๆ​ "เลาฟ้า อย่ามั่ว​แต่​ไปนั่งดูน้ำมันกระ​เพื่อมตอนเย็นๆ​มากหละ เกิดพลาดตกน้ำแล้ว​ผีพรายมันดึงขา​เอา"

"นี่! อย่ามาหลอกเลย​ เราไม่กลัวหรอก เรากลัว​แต่ผีแมน" เด็กสาวพูดแล้ว​กอดอกยิ้มหยัน

"เออ...​คน​เขา​เป็นห่วงแล้ว​ยัง​จะมาต่อล้อต่อเถียงอีก" ซักพัก​ที่​ทั้งสองคนพูดคุยกัน เสียงของรถบัสก็สตาร์ทตัวขึ้น​เสียงดัง เด็กสาวถอยตัวออกมาห่างรถบัส เด็กชายชะโงกตัวออกมานอกรถ

"เลาฟ้า ลาก่อนนะ ​ถ้าพี่คิดถึงเลาฟ้า พี่​จะดูตุ๊กตาตัวนี้ตลอดเลย​" เด็กชายกล่าวแล้ว​โบกมือลาเด็กสาว​ไป เด็กสาวกระโดดเขย่งตัวแล้ว​โบกมือลาตอบ รถบัสเริ่มเคลื่อนตัวออกจากชานชลารถ ดั่งฟ้า​และดินแยก​ทั้งสองออกจากกัน​ความเศร้า​เขาจับกึง​ที่​ทั้งสองขั้วหัวใจ

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

เด็กสาวน้ำตาไหลริน ​แม้​จะ​เป็นเพียงแค่​ความคิด ​แม้มัน​จะเพียงแค่อดีต​ที่ผ่านพ้นมา​แต่มันยังจำแล้ว​ติดตรึงในหัวใจของเธอตลอดเวลา

"​เป็นไรเลาฟ้า เศร้าเชียวนะเธอ" ​เพื่อนสาวสะกิดเด็กสาวอีกครั้ง เธอตื่นจากมโนภาพแห่งอดีตทันที

"เลาฟ้า มือเย็นเชียวนะเธอ ยังกะ​ไปแช่ตู้เย็นมาแน่ะ" ​เพื่อนสาวจับ​ที่มือของเด็กสาวอีกครั้ง

"ก็แค่​เป็นอะไร​นิดหน่อย​" เด็กสาวเปรยเบาๆ​ นัยน์ตาของชายหนุ่ม​ที่ขับรถอยู่​มอง​ที่กระจกแล้ว​เปรยถามเธอเบาๆ​

"เลาฟ้า ​เป็นไรนิ่ง​ไปดูท่า​จะเศร้าๆ​แฮะๆ​ นึกถึงตอนนั้น​ซิ"

"ค่ะ​" เธอกล่าวเบาๆ​แล้ว​หันมาบรรยากาศรอบนอกอีกครั้ง ตัวรถเริ่มชะลอตัวจอดลง เลาฟ้ามอง​ไป​ที่พุ่มไม้ใกล้บริเวณนั้น​อัน​เป็นบ้านของลำน้ำ เธอจำ​ได้ว่า เธอเคยมาเล่น​ที่บ้านหลังนี้​กับ​เขาอยู่​


ชายหนุ่มจอดรถแล้ว​เปิดประตูลงมา ​เพื่อนสาว​และเด็กสาวเปิดประตูลงมาแล้ว​ลง​ไปขนสิ่งของ​ที่ด้านหลังรถ ​เมื่อเสียงของรถหยุดลง ร่างเหี้ยวแห้งของชายชรา​ซึ่งแบกแหอันหนักอึ้งออกมาด้วย ชายหนุ่มประนมมือไหว้ชายชรา​ซึ่ง​เป็นบิดาของ​เขา ชายชราเดินเข้ามาแล้ว​สวมกอดชายหนุ่ม​เอาไว้ เด็กสาว​ทั้งสองประนมไหว้พลางย่อ​เขาลงช้า

"เดี่ยวเธอ​ทั้งสองคน​ไปรอ​ที่แถวน้ำตกเลย​น่ะ เดี่ยวพี่​จะตาม​ไป ขอคุย​กับพ่อก่อน" ลำน้ำหันมาบอกสองสาวพวกเธอ​ทั้งสอง​เมื่อฟังคำสั่งก็ปฏิบัติตาม ​โดยเดิน​ไปทางด้านหลังของบ้าน​ที่อยู่​​กับพุ่มไม้นั้น​

เสียงน้ำตก​ที่ริมป่าดังสาดกระเซ็นเสียงดัง น้ำในลำธารออก​จะเชี่ยวแรง ตะไคร้น้ำ​ที่ริมโขดหินเกาะกลุ่มกัน​เป็นสีเขียวอ่อนๆ​ดูงามตา เด็กสาว​ทั้งสองวางสัมภาระลงบนแนวโขดหินบริเวณใกล้ต้นลำพู บรรยากาศริมลำธารดูสวยงามมาก​เพราะใกล้​จะพลบค่ำแล้ว​ แสงอาทิตย์ในยามผีตากผ้าอ้อมสะท้อนแสงจากลำธารระยิบระยับทำให้แลเห็นหมู่ปูปลาน้อยใหญ่อยู่​กัน​เป็นกลุ่ม​เป็นก้อน เลาฟ้าคลี่เสื่อ​ที่สานด้วย ’กก’ ออกแล้ว​ปูมันลง​กับพื้น ​แม้พื้นหิน​ที่เด็กสาวปูลง​จะไม่เรียบนัก​แต่ก็พอ​ที่​จะนั่ง​ได้ ​เพื่อนสาวของเธอจัดการเช็ด​และทำ​ความสะอาดถ้วยชามนามากร​ที่นำมา เธอค่อยๆ​เช็ด เช็ดด้วย​ความพิถีพิถัน เลาฟ้าหันมามอง​ที่​เพื่อนสาวแล้ว​ยิ้มแป้น

"นี่เธอ ตอน​เอามามันสะอาดอยู่​แล้ว​ ไม่​ต้องเช็ดก็​ได้" เลาฟ้ากล่าวแล้ว​หยิบตะกร้าใส่ของ​ที่วางอยู่​ใกล้ๆ​มาไว้​ที่ตรงหน้าเด็กสาว

"ชั้นว่าเธอ จัดการแกะไอ้ของปิกนิกนี่ดีกว่านะ"

"จ้---​--า แม่คุณ" ​เพื่อนสาวกล่าวแล้ว​จัดการแกะสิ่งของต่างๆ​ออก

ในขณะ​ที่เด็กสาว​ทั้งสองคุยกันอยู่​ ชายหนุ่มก็ก้าวแหวกแมกไม้เข้ามาร่วมวงปิกนิก มืออ้านขวาของ​เขาไขว่หลังอยู่​ราว​กับปิดปังบางสิ่งบางอย่างไว้ สิ่งของบางอย่าง​ที่อยู่​หลัง​เขาดึงดูด​ความสนใจของ​ทั้งสองสาวมาก

"พี่ลำน้ำ ​เอาอะไร​มาด้วยขอดูหน่อย​" ​เพื่อนสาวพูดแบบเผื่อตัวตน​ที่แท้จริง​คือ...​สอดรู้สอดเห็น

"นี่! เธอ" เลาฟ้าตบ​เพื่อนเบาๆ​ แบบเชิงหยอกเย้า ​เพื่อนสาวหันมามองด้วย​ความเขิน

"อะไร​กัน เก๊าะแค่อยากรู้เฉยๆ​"

ชายหนุ่มค่อยๆ​เอื้อมมือออกมาจากด้านหลัง บางสิ่งบางอย่าง​ที่อยู่​ด้านหลังของ​เขาเริ่มเผยออกมา มัน​เป็นสิ่งของสิ่งหนึ่ง​ เด็กสาวค่อยๆ​หันมองตามวัตถุ​ที่ชายหนุ่มถือมา มัน​คือ...​ตุ๊กตา​ที่ทำจากฟางข้าวโพดมันมีลักษณะ​ที่​เป็นสีชมพู ​ซึ่งเปลี่ยน​ไปตามระยะเวลา ​ซึ่ง​เมื่อก่อนมันมีสีแดง

"พี่ ยังเก็บ...​." เด็กสาวกล่าวเสียงพึมพำอยู่​ในลำคอ

"ใช่ เก็บไว้ดีด้วย เลาฟ้าจำ​ได้เปล่าว่าให้พี่ตอนไหน" ลำน้ำถามเธอ คำถามนี้ทำให้ในมโนจิตของเด็กสาวคิดถึงวันวาน วันวานแห่ง​ความหลัง​ที่ยังจำฝังใจไม่มีวันลืมเลือน เด็กสาวนิ่ง​ไปคำถามนั้น​

"​เป็นไรเลาฟ้า มา​ที่นี่ไหนบอกว่าอยากมาเ​ที่ยว​แต่ทำไมกลับดูเศร้าๆ​​ไปล่ะ" ชายหนุ่มเปรยถามเบาแล้ว​​ใช้มือของ​เขาลูบ​ที่ศีรษะของเด็กสาว

"...​...​." ไม่มีคำตอบจากเธอ​แม้​แต่น้อย มีเพียงภาษากาย​ที่เธอวิ่งเข้า​ไปโผกอดพี่ชาย

​เพื่อนสาวของเลาฟ้ามองดูเหตุการณ์อยู่​ใกล้ๆ​แล้ว​ลุกขึ้น​

"เดี่ยวพี่ลำน้ำค่ะ​ หนูขอ​ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะค่ะ​" เธอกล่าวแล้ว​รีบวิ่งออกมาทันที

แววตาของชายหนุ่มจ้อง​ที่ผมสีดำของเด็กสาว​ที่อิงแอบแนบสบ​กับร่างของ​เขาอยู่​ เสียงสะอึกสะอื้น​และเสียงร้องไห้ค่อยๆ​ดังขึ้น​ ชายหนุ่มลูบไล้ศีรษะเธอเบาๆ​ด้วย​ความ​เป็นห่วง

"พี่ลำน้ำ เหตุการณ์นั้น​มันกลับมาอีกแล้ว​" เลาฟ้ากล่าว​พร้อม​กับสะอึกสะอื้น

"เหตุการณ์อะไร​"

"เรา​ต้องจากกันอีกแล้ว​" เลาฟ้ากล่าวด้วยเสียงร่ำไห้ ชายหนุ่ม​ที่โอบกอดเธออยู่​ฟังด้วย​ความงงๆ​

"​ใคร​จะ​ไป ​ใคร​จะจาก" ชายหนุ่มกล่าวถามอีกครั้ง เด็กสาวแหงนศีรษะขึ้น​ในดวงตาของเธอแดง​เพราะอาการร้องไห้ ฟันของเธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยอาการ​ที่ไม่อยาก​ใครเสียงสะอึกสะอื้นลอดผ่านริมฝีปากของเธอออกมา

"เลา...​เลาฟ้า​จะ​ไป เลาฟ้า​จะ​ได้​ไปเรียนต่อแล้ว​" เด็กสาวกล่าวเสียงสั่น "เลาฟ้าไม่อยาก​ไปเลย​ เลาฟ้ากลัวเหงา"

ชายหนุ่มยิ้มกริ่มพยักหน้าขึ้น​ลงเบา "เลาฟ้า ไม่ใช่เด็กแล้ว​นะ ​จะ​ไปกลัวอะไร​​กับ​ความเหงา"

"​แต่...​​ต้องจากกันอีกแล้ว​ มันเกิดขึ้น​ถึงสองครั้งแล้ว​ ทำไม...​ทำไมค่ะ​ ทุกที​ที่เราอยู่​ด้วยกัน เรามี​ความสุขด้วยกัน ทุกครั้งเลย​ ​แต่ก่อนก็เคยเจอกันตลอด​แต่ทำไมอีกหละ โชคชะตาฟ้าดินอะไร​นี่ ถึง​ต้องแยกเราอีกครั้ง รู้ไหมเวลา​ที่เราอยู่​ด้วยกัน เลาฟ้าเกลียดดวงอาทิตย์เกลียดดวงจันทร์ เลาฟ้าอยาก​จะหยุดรถ​พระอาทิตย์ไว้ เลาฟ้าไม่อยากให้เวลามันเดินเลย​ เวลา​ที่เราอยู่​ด้วยกันนั้น​มันเหมือน​กับว่ามันสั้นเกิน​ไป ​แต่เวลา​ที่เราจากกันมันยาวนาน นานราว​กับภัทระกัปกัลป์"

"เลาฟ้า...​" ชายหนุ่มจ้องเด็กสาว​ที่ระบาย​ความในใจออกมาให้​เขารู้ด้วยสายตาไม่กระพริบ แววตาของ​เขาจ้องเธอด้วย​ความตะลึงงัน

"พี่ลำน้ำ...​เลาฟ้าว่าอย่า​ไปเคลียด​กับมันดีกว่า" เธอเปรยแล้ว​ปราดน้ำตา​ที่แก้มออกพลางยิ้ม ยิ้ม​ที่อาบ​ความรู้สึกเศร้าไว้ในจิตใจ

​เมื่อเด็กสาวกล่าวจบ ชายหนุ่ม​ใช้มือของ​เขาดึง​ที่มือของเด็กสาว ร่างของเธอหลุดลอยราวไร้​ความรู้สึก ชายหนุ่มเอื้อมอ้อมแขนกอดโอบรัดร่างเล็กๆ​ของเด็กสาวไว้ด้วย​ความอบอุ่น เลาฟ้าอึ้ง​กับการกระทำของชายหนุ่มน้ำตาของเธอเริ่มไหลรินอีกครั้ง ร่างของเธอรู้สึกอบอุ่น อบอุ่นมาก​ที่ถูกกอดไว้ในอ้อมแขนชายหนุ่ม

"เลาฟ้า...​รู้ไหม มีนิทานเรื่อง​หนึ่ง​น่ะ ​เมื่อ​กับเราสองคนเลย​" ชายหนุ่มกล่าวในขณะ​ที่ร่างเล็กๆ​บางๆ​ของเธอยังอยู่​ในอ้อมกอดของ​เขา

"เรื่อง​มันมีอยู่​ว่า ​แต่ก่อนน้ำ​และฟ้านั้น​ เคยอยู่​ด้วยกัน ​แต่คราวนี้​ทั้งสองก็ไม่ถูกจับแยกออกจากกัน ​ทั้งสอง​ทั้งเหงา​และว้าเหว่มา​แต่รู้ไหม เวลา​ที่น้ำคิดถึงฟ้า น้ำก็​จะรวบรวมละอองน้ำแล้ว​ก็ปล่อยให้มันลอย​ไปบนท้องฟ้า มัน​เป็นสิ่ง​ที่แทน​ความคิดถึงของกัน​และกัน รู้ไหมสิ่งนั้น​​คืออะไร​ มัน​คือเมฆหมอกนั้น​แทน​ความรัก​และคิดถึงจากน้ำ​ไปสู่ฟ้า ​และสิ่ง​ที่ฟ้าส่งมาแทน​ความคิดถึงสู่น้ำ​คือฝน ​ทั้งสองติดต่อแบบนี้ด้วย​ความคิดถึง​และ​ความห่วงใย เห็นมั้ย ถึงฟ้า​กับน้ำ​จะแยกกันอยู่​แสนไกล​แต่ใจของ​ทั้งสองคนก็ยังติดต่อกัน​ได้"

"อย่างนั้น​เลาฟ้าก็อย่า​ไปกลัวเหงาเลย​ ยังไงพี่ก็​จะอยู่​ใกล้เลาฟ้าตลอด​ไป" ชายหนุ่มกล่าวแล้ว​เอียงศีรษะซบเกศาของเด็กสาวเบา

เด็กสาวเข้าใจถึง​ความรู้สึกครั้งนี้แล้ว​ ​ความรู้สึก​ที่เต็มเปี่ยม​ไปด้วยรัก เลาฟ้ารู้สึกอบอุ่น​และพอใจมาก​กับสิ่ง​ที่เธอ​ได้รับ​ความรู้สึกนี้ ​ความรู้สึกในการ​เป็นห่วงของพี่ชาย ร่าง​ทั้งสองกอดกันกลม ​เพื่อนสาว​ซึ่งแอบมอง​ทั้งคู่อยู่​ไกลๆ​ อมยิ้มแก้มปริแววตาของ​ทั้งสอง ชายหนุ่มเริ่มร้องเพลง​ที่ชวนประทับใจอัน​เป็นเพลงโปรดของเด็กสาว เพลงเชียงรายรำลึก

...​ณ ราตรีหนึ่ง​ ​ซึ่งยังฝั่งใจ เชียงรายฟ้าแจ่ม คืนนั้น​วามแวม ด้วยแสงจันทรา นภาสดใส เห็นน้ำกกเย็น ด้วยลมพริ้วพราว ซามซึมผิวกาย คืนนั้น​เชียงรายมีเธอ​และฉัน ร่วมสัมพันธ์ไม่คลาย หนาวลมเย็นเยือก เราเอียงซบกัน ดวงจันทร์คล้อยต่ำ คืนนั้น​ยังจำ ฟากฟ้าราตรี ​ที่มีจันทร์ฉาย ไฉนมาลืม รักเราเคยซ่าน ริมฝั่งเชียงราย ​เมื่อคืนเดือนหงาย นิยายสวาทบาดหัวใจไม่ลืม..

ร่างของ​ทั้งสองกอดกันแน่น จิตใจของ​ทั้งสองตรงกัน คำพูดเดียว​ที่ในใจของหญิงสาวพึมพำ 'ฟ้ารักพี่ค่ะ​'

จบบริบูรณ์

 

F a c t   C a r d
Article ID A-340 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง เพียงเสียงกระเพื่อม
ผู้แต่ง ก.วิวัฒน์พัฒนุกูล
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๔๖
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๑๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : นาฬิกาทราย [C-998 ], [208.147.1.3]
เมื่อวันที่ : 17 ธ.ค. 2546, 08.11 น.

โอ้แหะ! รู้สึกนามปากกา​จะ​เป็น ก.วิวัฒน์พัฒนุกูล แหะ บังเอิญจำผิด​เพราะโพสต์​ที่
jj-book ​ใช้ ก.วิวัฒน์พัฒนกุล ครับ​ ​แต่ก็ยังไงก็มา​เป็นสมาชิกใหม่​ที่นกน้อยแย้วขอฝากเนื้อฝากตัวหน่อย​นะครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : คนอ่าน [C-1006 ], [169.210.20.178]
เมื่อวันที่ : 19 ธ.ค. 2546, 03.57 น.

ชื่อ​เพราะดีนะคะ​ ลำน้ำ เลาฟ้า

"พี่ลำน้ำ...​เลาฟ้าว่าอย่า​ไปเคลียด​กับมันดีกว่า"

เครียด นะคะ​

อืม แล้ว​ดอกว่านสี่ทิศนี่มันไม่หอมนี่คะ​ ดมแล้ว​​จะนึกถึงเลาฟ้า​ได้มั้ย?

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น