นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๘ เมษายน ๒๕๕๓
ย้อมใจ
ลุงปิง
...ป๋องแป๋ง..ๆ​​..ๆ​​..ๆ​​ ป๋องแป๋ง..ๆ​​..ๆ​​..ๆ​​ "ย้อมผ้าคร้าบ..ย้อมผ้ามาแล้ว​​คร้าบ..ๆ​​..ๆ​​" ผมหาบปี๊บสองใบ​​พร้อมอุปกรณ์ในการทำงาน มือแกว่งกลอง...
คลิกดูภาพขยาย




ป๋องแป๋ง..ๆ​..ๆ​..ๆ​
ป๋องแป๋ง..ๆ​..ๆ​..ๆ​

"ย้อมผ้าคร้าบ..ย้อมผ้ามาแล้ว​คร้าบ..ๆ​..ๆ​"

ผมหาบปี๊บสองใบ​พร้อมอุปกรณ์ในการทำงาน มือแกว่งกลองลูกตุ้มสองหน้า​และร้องขายบริการธุรกิจรับย้อมผ้าของผม​ไปเรื่อยๆ​ ตามถนนในตรอกซอยของหมู่บ้านขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง​ย่านถนนแจ้งวัฒนะ ผม​จะ​ใช้วิธีเดินช้าๆ​แบบธรรมดาไม่รีบเร่ง ​โดยแกว่งกลองร้องผ่าน​ไปครั้งแรกหนึ่ง​รอบของทุกๆ​ซอย ​และก็​จะแกว่งกลอง​พร้อม​กับร้องย้อนกลับมาทางเดิมอีกครั้ง ​ทั้งนี้​เพื่อให้ลูกค้า​ได้มีโอกาสเตรียมตัว​ใช้บริการสีดำของผม

"เจ๊กย้อมผ้า ๆ​ หยุดก่อน เชิญทางนี้หน่อย​ค่า" เสียงคุณน้าแม่บ้านสูงวัยนางหนึ่ง​ส่งเสียงเรียกเจื้อยแจ้ว เธอเรียกสรรพนามผมว่าเจ๊ก​ทั้งๆ​​ที่ผมมีเชื้อสายค่อน​ไปทางหลวง​พระบางปน​พระตะบอง

"มาแล้ว​ครับ​คุณพี่ วันนี้​จะย้อมอะไร​ดีล่ะครับ​?" ผมเรียกเธอว่าคุณพี่​ทั้งๆ​​ที่​ถ้าหาก​จะนับอายุอานามแล้ว​ก็คงอยู่​ในวัยไล่เลี่ยกัน

"​จะย้อมเสื้อยืดสักสองตัว คิดราคาเดิมหรือเปล่าคะ​ เฮีย?" เธอลดฐานะผมจากเจ๊กหรือ​ที่ภาษาแต้จิ๋วแปลว่าคุณอาลง​เป็นเฮียหรือพี่อย่างรวดเร็ว ​ซึ่งผมก็จำ​ต้องยอมรับ​เป็นเฮีย​และยอมยกให้เธอ​เป็นพี่​โดยดุษฎี

"ครับ​..ผมคิดตัวละร้อยบาท​เท่าเดิม รับรองติดแน่นทนนาน สีไม่มีตก"

"รออยู่​หลายวันแล้ว​นะคะ​เนี่ย บังเอิญติดวันหยุดหลายวันเสียด้วยซี?"

เธอพูดพลางยื่นเสื้อยืดสีชมพูหวานแหววสภาพค่อนข้างใหม่สองตัวส่่งให้ ​ซึ่ง​เมื่อรับ​เอามาแล้ว​ผมก็จัดแจงพัดไฟในเตาอั้งโล่​ที่กรุ่นอยู่​แล้ว​ ​เป็นการอุ่นน้ำยาสีดำในปี๊บสำหรับย้อมผ้า ​และจัดการ​เอาเสื้อสีชมพูสวย​ทั้งสองตัวลงแช่ในกระป๋องน้ำ​ที่เตรียมมาด้วย ​ทั้งนี้ก็​เพื่อให้ชุ่มน้ำก่อนทำการย้อม
คลิกดูภาพขยาย


"สาเหตุ​ที่ผมไม่​ได้มาหลายวันนั้น​ ​พอดีผม​ไปเยี่ยมญาติ​ที่ต่างจังหวัดมาครับ​ ​แต่เอ๊ะ..ผมจำ​ได้ว่าคุณพี่เพิ่ง​จะย้อมเสื้อยืด​ไปสี่ตัว ​เมื่อสองอาทิตย์​ที่ผ่านมานี่เองไม่ใช่หรือครับ​?"

​ความจริงผมไม่น่า​ไปทักท้วงเธอให้เสียอารมณ์ลูกค้าเล้ย ​เพราะไหนๆ​เธอก็มี​ความประสงค์​ที่​จะ​ใช้บริการของผมเต็มร้อยเปอร์เซนต์อยู่​แล้ว​ ไม่รู้ว่าผีเจาะปากผมให้พูดออก​ไปหรืออย่างไร ​แต่ก็สาย​ไปเสียแล้ว​ แก้ไม่​ได้ ​เพราะ​ได้พูดออก​ไปแล้ว​นี่..

"ใช่ค่า..แหม..จำแม่นจริงนะเฮีย สองตัวแรก​เป็นสีเหลืองของเดี๊ยน​และของสามี​ที่​เอาไว้ใส่ในวันจันทร์ ​และอีกสองตัว​ที่​เป็นสีแดงนั่นก็ของเดี๊ยน​และของสามีเหมือนกัน ​เอาไว้ใส่วันอาทิตย์ ​แต่ทีนี้มันมีปัญหาอีตรง​ที่ว่า.."

เธอพูดพลางทำท่ากระซิบกระซาบ ​พร้อม​กับ​เอามือป้องปากเหมือนนางเอกลิเก​กำลัง​จะบอก​ความลับ​กับ​พระรองหรือผู้ช่วย​พระเอก ​เพราะเธอคงไม่อยากให้​พระเอกตัวจริง​ต้องเจ็บตัวจาก​ความปากสว่างของเธอ ​ซึ่งผมก็ทำท่า​เป็นตัวประกอบหรือ​พระรอง​แต่​โดยดี

"ปัญหาอะไร​หรือครับ​..คุณพี่?"

"ก็ปัญหาเรื่อง​​เพื่อนบ้าน​ที่ขนาบข้างอยู่​​ทั้งสองหลังเนี่ย..น่ะซีคะ​...​"

"พวก​เขาทำไมหรือครับ​?" ผมพลอยทำเสียงกระซิบกระซาบตามเธอ​ไปด้วยอีกคน

"บ้านซ้ายมือนั่น​เขาบ้าเสื้อสีเหลืองมาตั้งแต่รุ่นยึดทำเนียบ​และยึดสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว​ ​ส่วนบ้าน​ที่อยู่​ด้านขวามือนั่นแหละ​ตัวดี เพิ่ง​จะมาฮือฮารักเสื้อแดง​เอา​เมื่อเร็วๆ​นี้เอง"

"แล้ว​มันเกี่ยว​กับคุณพี่ด้วยหรือครับ​?"

​ที่ผมถามออก​ไปดังนั้น​ก็​เพราะคิดว่า การ​ที่​ใคร​จะรักสีอะไร​ หรือ​ใคร​จะชอบสีอะไร​ หรือ​ใคร​จะเลือกยอมรับนับถืออะไร​ ก็ช่างหัว​เขาปะไร เราก็ยังคง​เป็นตัวเราอยู่​วันยังค่ำนั่นแหละ​ ไม่เห็น​จะ​ต้องพลอย​ไปเดือดร้อนด้วยเลย​สักนิด

"เกี่ยวสิคะ​ เกี่ยวมากเสียด้วย" คุณพี่ลูกค้าขาประจำของผมเริ่ม​ที่​จะหงุดหงิด ​เพราะเห็นผม​เป็นคน​ที่ช่างรับรู้​และเข้าใจอะไร​​ได้ยากเย็นเสียจริงๆ​

"เกี่ยวแบบไหนกันครับ​?"

"ก็มันทำให้เดี๊ยนรู้สึกไม่สบายใจนะซี ​เพราะเวลา​ที่เดี๊ยน​และสามีสวมเสื้อสีเหลืองในวันจันทร์ตามปกติ ก็โดน​เพื่อนบ้าน​ที่อยู่​ด้านขวามือกระแนะกระแหนว่า​เป็นพวกอำมาตย์ ​เป็นพวกศักดินา หรือพวกขุนศึกอะไร​ทำนองนั้น​ สารพัด​จะยก​เอามาจำนรรจาเปรียบเปรย"

"อ๋อ..อย่างนี้นี่เอง" ผมชักเริ่ม​จะเข้าใจขึ้น​มาลางๆ​บ้างแล้ว​

"ครั้นพอถึงวันอาทิตย์เดี๊ยน​กับสามีก็พากันใส่สีแดงแช้ด​ไปตามสีของวัน พวก​ที่อยู่​ทางบ้านซ้ายมือก็พูดเสียดสีเลย​ว่า​เป็นพวกม็อบควายแดง รับจ้างมาเดินก่อกวน บ่อนทำลายประเทศชาติ​ไปนู่นเลย​"

"...​...​...​"

คราวนี้ผมนิ่ง​เพราะไม่รู้​จะพูดอะไร​ หรือ​จะว่าอีกทีก็​คือพูดอะไร​ไม่ออกนั่นเอง

"ทีนี้..​เพื่อ​เป็นการตัดปัญหา​ทั้งสองฝ่ายเดี๊ยนก็เลย​ ตัดสินใจ​เอามาจ้างให้เฮียย้อมดำให้หมด​ทั้งสีเหลือง​และสีแดง​ไป​เมื่อคราว​ที่แล้ว​ยังไงล่ะ ​จะ​ได้หมดเรื่อง​หมดราวกัน​ไปเสียที"

"ครับ​ผมพอ​จะเข้าใจแล้ว​ล่ะครับ​ ว่า​แต่ว่า..เอ้อ..ตกลงแล้ว​ตอนนี้ คุณพี่​และสามีของคุณพี่ใส่เสื้อสีอะไร​แทน ในช่วงสองวันดังกล่าวล่ะครับ​?"

"ก็ใส่มัน​ได้ทุกสีนั่นแหละ​ค่า..ยกเว้นแดง​กับเหลืองเท่านั้น​!"

"ขอประทานโทษ อย่าหาว่าผมเสือก หรือเรื่อง​มาก หรือถามซอกแซกเลย​นะครับ​.."

คลิกดูภาพขยาย
ผมพูดในขณะ​ที่​เอาเสื้อสีชมพูหวานแหวว​ทั้งสองตัว ​ซึ่ง​ได้แช่น้ำจนชุ่มดีแล้ว​บิดพอหมาดๆ​​และหย่อนลง​ไปในปี๊บ​ที่มีน้ำสีดำ​กำลังเดือดปุดๆ​อยู่​ ​พร้อม​กับราไฟในเตาอั้งโล่ ​ทั้งนี้ก็​เพื่อให้แน่ใจว่า​เมื่อแกฟังผมพูดแล้ว​ถึง​จะเปลี่ยนใจไม่ย้อม ก็คง​จะไม่ทันเสียแล้ว​

"เฮียอยากรู้เรื่อง​อะไร​อีกอย่างนั้น​หรือ?" คุณพี่แม่บ้านทำท่าฉงน​กับคำพูดของผม

"​คือว่า..ผมสงสัยเรื่อง​เสื้อสีชมพูสองตัวเนี่ยนะครับ​ ไม่ทราบว่าคุณพี่ทำไมถึงย้อมมันเสียล่ะ สีสวย​และยังใหม่อยู่​แท้ๆ​?"

"นี่เฮียไม่​ได้ดูทีวี หรือฟังวิทยุ หรืออ่านหนังสือพิมพ์บ้างเลย​หรือคะ​?"

ผมไม่​ได้ตอบคุณพี่แม่บ้านคนนั้น​​ไปตรงๆ​หรอกครับว่า​ ลำพัง​ที่​จะซุกหัวนอนยัง​ต้อง​ไปอาศัยปลูกเพิงพักอยู่​ใต้ทางด่วน ​เขา​จะมาไล่​ที่​เมื่อไหร่ยังไม่รู้เลย​ ข่าวการบ้านการเมืองผมก็รู้พองูๆ​ปลาๆ​ แม่ศรีเรือนของผมก็เ​ที่ยว​ไปหาเก็บของเก่าตามถังขยะชาวบ้าน​เขาทุกวัน ​เพื่อ​เอา​ไปขาย​เป็นค่า​กับข้าว ​โดย​เอาไอ้หนูตัวเล็ก ลูกชายคนเดียวของเราใส่รถเข็น​ไปด้วย มีวิทยุทรานซิสเตอร์เล็กๆ​อยู่​เครื่องหนึ่ง​เก็บ​ได้จากกองขยะ ก็เปิดฟัง​แต่เพลงลูกทุ่ง​และโฆษณาขายยาสมุนไพร ข่าวนะหรือไม่เคย​ได้ฟังหรอกครับ​ ​จะมีอีกทีก็เปิดฟัง​พระเทศน์ในวัน​พระนั่นแหละ​​ที่พอ​จะดูเข้าท่าหน่อย​

"​เขาประกาศห้ามใส่เสื้อสีชมพูกันหรืออย่างไรครับ​คุณพี่?"

ผมคงถามคำถามเฮงซวยออก​ไปด้วยสีหน้าตื่นๆ​ ​ที่รู้ว่าตัวเองหน้าตื่นก็​เพราะแลเห็นหน้าคุณพี่แกมองหน้าผมแล้ว​​เอามือปิดปากหัวเราะจนงอหาย ก่อน​ที่​จะอธิบายตามวิธีถนัดของเธอ

"มันก็ทำนองเดียวกัน​กับไอ้สี่ตัวแรกนั่นแหละ​ค่า..เฮียขา"

"​ใคร​เขาว่า​เอาล่ะครับ​..ทีนี้?"

"ไม่มี​ใครว่าหรอกค่ะ​ ​แต่ข่าวทีวี​และหนังสือพิมพ์​เขาบอกว่าพวกสีแดง​กำลังเขม่นพวกสีชมพู​ที่​ไปชุมนุมกันอยู่​​ที่สวนลุมพินี เกิดปะทะถึงขนาดชกหน้ากันหรืออย่างไรนี่แหละ​ หาว่า​เป็นพวกเดียวกัน​กับสีเหลืองแปลงร่าง"

"คุณพี่ก็เลย​​เอามาให้ผมย้อม ​ที่ไม่อยากใส่เสื้อสีชมพู​เพราะเหตุนี้เองน่ะหรือ?"

"ใช่..​เพื่อ​เป็นการตัดไฟเสีย​แต่ต้นลมน่ะค่ะ​ ย้อมสีดำมัน​ไปเสียเลย​ดีกว่า จริงไหมคะ​?"

"...​...​...​"

ผมไม่มีคำตอบให้​กับเธออีกแล้ว​ มันหาคำพูด​ที่เหมาะเจาะไม่​ได้จริงๆ​ ประกอบ​กับตอนนี้​เป็นขบวนการสำคัญในการย้อม ภายหลังจาก​ที่ผมนำเสื้อ​ทั้งสองตัวแช่ลงในปี๊บน้ำยาย้อมผ้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้ว​ ผมก็นำไม้มาคนให้ทั่วยกผ้าขึ้น​เหนือปี๊บ ปล่อยให้น้ำย้อมไหลลงปี๊บ ​เมื่อผ้าใกล้สะเด็ดน้ำก็นำกลับมาแช่ในปี๊บอีกแล้ว​ยกขึ้น​ใหม่ ทำเช่นนี้ติดต่อกันประมาณ 2-3 ครั้ง จึงแช่ผ้าทิ้งไว้ในปี๊ปอีก 10 นาที ​เพื่อรอให้สีย้อมผ้าเกาะติดเนื้อผ้าให้เต็ม​ที่

ในขณะ​ที่รอนี้ ผมก็นำถังพลาสติก 3 ใบ มาใส่น้ำสะอาด​โดยใบหนึ่ง​ผม​ได้ผสมน้ำยากันสีตกลง​ไปประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ​ส่วนอีกสองใบ​ที่เหลือนั้น​ ​ใช้สำหรับซักผ้า​ที่ย้อมเสร็จแล้ว​ หลังจากแช่ผ้าครบ 10 นาที ผมก็นำผ้าขึ้น​มาซักในน้ำ​ที่เตรียมไว้จนแน่ใจว่าสะอาด จากนั้น​นำลงแช่ในถัง​ที่ผสมน้ำยากันสีตกประมาณ 10 นาที เสร็จแล้ว​จึงนำขึ้น​มาซักในถังน้ำอีก ​ที่เหลือ ขั้นตอนสุดท้ายก็​คือบิดผ้า นำขึ้น​มาตากจนแห้ง​เป็นอันเสร็จขั้นตอนการย้อมเสื้อยืดสีดำ​ทั้งสองตัว

หลังจากรับเงินสองร้อยบาท​​และร่ำลาคุณพี่ลูกค้าแล้ว​ ในขณะ​ที่​กำลังยกหาบขึ้น​บ่า​เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ หูก็พลัน​ได้ยินเสียงตะโกนออกมาจากบ้าน​ที่อยู่​ฝั่งตรงข้าม​กับบ้านของคุณพี่แม่บ้านผู้นั้น​ว่า...​

คลิกดูภาพขยาย


"ย้อมสีเสื้อเท่าไหร่ๆ​ มันก็ไม่​สามารถ​จะเปลี่ยนคน​ได้หรอกว่ะ ​ถ้า​จะให้คนเปลี่ยนด้วย มัน​ต้องย้อมใจด้วยโว้ย"

บ่ายวันนั้น​ผมเดินกลับเพิงพักใต้ทางด่วนด้วยหัวใจ​ที่เลื่อนลอย ​เพราะใจมัว​ไปพะวงคิดถึง​แต่คำพูดของคน​ที่อยู่​บ้านตรงกันข้าม​กับบ้านของคุณพี่แม่บ้าน​ที่​เอาเสื้อสีชมพูมาให้ผมย้อมให้ ​กับคำพูด​ที่แกตะโกนบอกให้ ‘ย้อมใจ’ เสียด้วยน่า​จะดีกว่าย้อมเสื้อเพียงอย่างเดียว

​ซึ่งผมพยายามคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าการย้อมใจด้วยนั้น​ มัน​จะ​ต้องทำอย่างไร ​ถ้าย้อม​ได้คน​ทั้งหลายมิพากันมีหัวใจ​เป็นสีดำเสียหมดหรือ?

ถึงหัวมุมถนน​จะเลี้ยวเข้า​ไปยัง​ที่พัก ผ่านร้านของชำเจ๊เน้ย​พอดี คิดว่าน่า​จะซื้อขนมกรุบกรอบ​ไปฝากไอ้หนูสักห่อดีกว่า จึง​ได้แวะเข้า​ไป พลันสายตาก็เหลือบ​ไปเห็นของโปรดสองอย่าง​ที่​ใคร่อยาก​จะ​ได้ลิ้มลองมาหลายวันแล้ว​ ทำให้นึกเปรี้ยวปากจึงบอกเจ๊เน้ยให้ใส่ถุงรวม​ไปด้วย

"​เอาฮานามิถุงหนึ่ง​ กรองทิพย์ซองหนึ่ง​ ​และ​เอาเหล้าขาวด้วยขวดหนึ่ง​"

"แหมวันนี้คง​จะรวยมาล่ะสิท่า ซื้อเหล้า​ไปย้อมใจด้วยเชียวนะ?"

เสียงเจ๊เน้ยพูดเปรยๆ​​พร้อม​กับอมยิ้ม ทำ​เอาผมสะดุ้งสุดตัว ​เพราะดีใจจนเนื้อเต้น ​ที่อุตส่าห์คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกเรื่อง​ ‘ย้อมใจ’ เนี่ย!?

ผมไม่​ได้ตอบแกสักคำ รีบจ่ายเงินทันที ​เพราะ​จะ​ได้รีบกลับ​ไป ‘ย้อมใจ’ ​ที่เพิงพักใต้ทางด่วนให้หายสงสัย...​




*********

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3398 Article's Rate 4 votes
ชื่อเรื่อง ย้อมใจ
ผู้แต่ง ลุงปิง
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ เมษายน ๒๕๕๓
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๘๔๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๙
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-16893 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 08 เม.ย. 2553, 03.09 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-16894 ], [193.134.193.5]
เมื่อวันที่ : 08 เม.ย. 2553, 14.46 น.

ก๊าก ก๊าก ก๊าก

แหม ลุงปิงเนี่ย คน​เขายิ่งเครียด ๆ​ หน้าสิ่วหน้าขวาน ​เอาเรื่อง​ตลกอะไร​มาเล่าก็ไม่รู้

แท้​ที่จริงก็​เพราะ​ต้องการอะไร​มาย้อมใจนี่เอง

ยอดเยี่ยมค่ะ​ สมดีกรีลุงปิง

ชอบวิธีเล่าเรื่อง​ของคนย้อมผ้าจริง ๆ​ ​เป็นการรำพึง​ความคิด​ที่บอก​ได้ว่า คนย้อมผ้าคนนี้ไม่ธรรมดา

ขอมอบ เหมือนเดิมค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : unclepiak [C-16898 ], [115.67.57.164]
เมื่อวันที่ : 09 เม.ย. 2553, 08.16 น.

อ่านแล้ว​ชอบครับ​ลุงปิง

​เป็นเรื่อง​เล่า​ที่กระชับอย่างมีรายละเอียด ชอบครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : pilgrim (เจ้าเก่า) ค่ะ [C-16910 ], [202.149.25.225]
เมื่อวันที่ : 13 เม.ย. 2553, 14.14 น.

เพิ่งมีเวลาอ่านค่ะ​ลุงปิง อ่านแล้ว​มีข้อสงสัยค่ะ​
สงสัยว่า เวลาย้อมผ้า เจ๊กหรือเฮีย ​เขา​ใช้น้ำสะอาดมาจากไหนคะ​ ในบ้านของผู้ย้อมหรือเปล่า หรือ​เขา​ต้องหาบน้ำมาเองด้วยคะ​

อ่านแล้ว​ขำๆ​ เหมือนอย่าง​ที่รจนาบอกเลย​ค่ะ​

สงสัย (อีกแล้ว​ค่ะ​) รูปประกอบ (รูปสุดท้ายนี้) นี้​เป็นของเจ๊ก(เฮีย)ย้อมผ้า หรือของลุงปิงคะ​ ฮ่าๆ​ๆ​ๆ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : เปิดฟ้า ก้องหล้า [C-19112 ], [171.7.248.19]
เมื่อวันที่ : 25 เม.ย. 2558, 18.19 น.

ย้อมใจ​เป็นเรื่อง​สั้นท่ีให้แนวคิด การพัฒนชีวิต​ต้องเรืิมต้นจากตนเองก่อน ​จะเปลียนแปลงอะไร​สักเท่าไรก็ตาม สุดท้ายแล้ว​​ต้อง ท่ีตนเอง ​คือย้อมใจ ทุกอย่างควรดูจากภายใน
ย้อมใจ​ได้ด้วยธรรมะแห่งสมเด็จ​พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ตัวละครชวนให้คิดชวนให้ติดตามมา​เป็นระยะจนถึงจุดสุดยอดของเรืองแล้ว​จบลงอย่างง่าย
ไม่วายทิ้งปัญหาให้ขบคิดต่อ​ไปอีกด้วย ถือว่าเป็บบรมครูชั้นยอดเชียวครับ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น