นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๖ ธันวาคม ๒๕๔๖
ความทรงจำร้าวลึก
ธีรนันท์
...บ้านนอก ท่ามกลางลมหนาวกระหน่ำ กองไฟ ผม เธอ
"กลับมาเยี่ยมบ้านบ้าง อย่าเถลไถล ปีละครั้งก็ยังดีกว่าไม่มาเลย​​ มีหลายคน​​ที่รอคอยการกลับมากของแก"
"ผม​​จะกลับมาทุกปีครับ​​ แล้ว​​​​จะหาซื้อเสื้อหนาวตัวสวย ๆ​​ มาฝากด้วย"
"ให้มันจริงเถอะ ไม่ใช่​​ไปติดสาว ๆ​​ จนลืมคนทางบ้านห...
​ความทรงจำร้าวลึก

ตะวันสาดส่องผ่านใบไม้ลอดม่านหน้าต่างสีเขียวซีดเข้ามา แยงเข้า​ที่นัยน์ตาหรี่ปรือ ผมรีบสะบัดผ้าห่มลุกขึ้น​ หน้าหนาวนี้ ลมหนาวเย็นยะเยือกกว่าทุกปี กี่ปีแล้ว​​ที่ไม่​ได้หวนนึกถึงบรรยากาศเช่นนี้ ไม่รู้สึกถึง​แม้​แต่​ความหนาวเย็น วูบหนึ่ง​ในห้วงคำนึง ผมนึกถึงเธอ ​ซึ่งจากผม​ไป​ได้ห้าปีแล้ว​ คน​ที่ผม​ได้เห็นหน้าค่าตาตั้งสองปีเต็ม ก่อน​ที่เธอ​จะหาย​ไปจากชีวิตผม
​ความทรงจำมันติดตราตรึงในหัวใจผมอย่างยาก​ที่​จะลืมเลือน ​แม้ใน​ความฝัน มันก็ไม่​สามารถ​ที่​จะสลัดหลุดจากภา​พอดีต​ที่เลวร้าย​ได้

บ้านนอก ท่ามกลางลมหนาวกระหน่ำ กองไฟ ผม เธอ
"กลับมาเยี่ยมบ้านบ้าง อย่าเถลไถล ปีละครั้งก็ยังดีกว่าไม่มาเลย​ มีหลายคน​ที่รอคอยการกลับมากของแก"
"ผม​จะกลับมาทุกปีครับ​ แล้ว​​จะหาซื้อเสื้อหนาวตัวสวย ๆ​ มาฝากด้วย"
"ให้มันจริงเถอะ ไม่ใช่​ไปติดสาว ๆ​ จนลืมคนทางบ้านหมดล่ะ"
"ผมสัญญาครับ​ ด้วยสัจ​จะของลูกผู้ชายตัวจริงครับ"
เธอยิ้มให้​กับผม​ที่​เอาสปอร์ตโฆษณามา​เป็นคำพูดเชิงจริงเชิงเล่น​ได้ นั่นทำให้เธอยิ้มปนเอ็นดู ผมรู้สึกถึงแววตา​ที่มี​ความห่วงใย อาลัยอาวรณ์ มันลึกล้ำดุจห้วงมหรรณพ​ที่ผมไม่​สามารถ​ที่​จะคาดเดา​ความรู้สึก​ที่แท้จริง​ได้เลย​...​
กรุงเทพ ห้องเช่าโทรม ๆ​ ย่ำเย็น
"เย็น มีโทรเลขมาหา" พี่วรรณ ​ซึ่งเช่าห้องอยู่​ติดกัน ​เอาโทรเลข​ซึ่งเจ้าของบ้านฝากไว้ให้
ส่งให้ผม ยื่นให้
หลังจากยื่นมือรับโทรเลข ผมสังหรณ์ใจวูบ ลึก ๆ​ ในใจนั้น​คิด​ไปถึงเรื่อง​เลวร้ายต่าง ๆ​ วิตก
จริตเข้ามามีบทบาท​ในหัวสมองของผมไม่เว้นวาง
"ขอบคุณครับ​พี่"
ผมกล่าวคำขอบคุณพี่วรรณ​ซึ่ง​เป็นพี่​ที่ผมเคารพนับถือ ​พร้อม​กับขอตัวกลับเข้าห้อง ​และทำใจให้นิ่ง
พยายาม​ที่​จะสงบจิตสงบใจ ​แต่ใจก็ยังไม่ยอมรับ ผมไม่กล้าเปิดโทรเลขออกมาอ่านเลย​ในช่วงสิบนาทีแรก ในยุคนี้​เขาเลิก​ใช้โทรเลขกันแล้ว​น่า คงไม่มีอะไร​มากหรอก ผมแกซองโทรเลขออก​พร้อม​กับกวาดสายตาอ่านข้อ​ความ...​..
"กลับบ้านด่วน แม่หาย​ไป"
ผมรีบจัดแจงเก็บเสื้อผ้าเท่า​ที่จำ​เป็น ยัดใส่กระเป๋า​พร้อม​กับเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ ​แต่งตัว ​และออกจากห้อง​ไปเคาะประตูห้องพี่วรรณ
"มีอะไร​เหรอ เย็น"
"แม่ผมหายจากบ้าน​ไปน่ะพี่ ผม​ต้องรีบกลับบ้าน ยังงัยก็ช่วยลางานให้ผมด้วยแล้ว​กันนะครับ​

อ้อ ผมลืมบอก​ไป ผมทำงานในโรงงานเดียว​กับพี่วรรณ ​แต่อยู่​คนละแผนก ...​...​...​...​...​...​...​...​...​..
"เย็น ไม่​เป็นไรนะ แก​ไปเยี่ยมญาติต่างถิ่นหรือเปล่า เคยหาย​ไปอย่างนี้ไหมล่ะ"
"ก็​ที่แม่​ไป​โดยไม่บอกไม่กล่าวไม่เคยมีเลย​ครับ​ มีอยู่​ครั้งหนึ่ง​ แม่ละเทาะ​กับพ่อ ​ซึ่งตอนนั้น​
ผมยังเด็กมากนัก ยังไม่รู้อะไร​เลย​ ร้องไห้อย่างเดียว แม่ถือมีด พ่อถือปืน พี่สาวยืนขวางตรงกลาง พ่อเมาน่ะพี่ หลังจาก​ที่พี่สาวแยกออกแล้ว​ แม่ก็คว้าผ้าขาวม้าผืนโปรด เดินออก​ไป ผมรีบกอดขาแม่ไว้แน่น เหมือนแม่​จะรู้ใจ ก็พูดปลอบผมว่า "คนอย่างแม่ ไม่เคยคิดสั้นหรอกลูกเอ๋ย เดี๋ยวรอพ่อหายเมาแม่ก็กลับมาแล้ว​ลูก แม่​ไปพัก​ที่กระท่อม​ซึ่งอยู่​กลางไร่หลังบ้านนั่นแหละ​" นอกจากนี้ก็ไม่เคยเห็นแม่หนีปัญหาอะไร​เลย​ แม่สู้มาตลอดนะพี่วรรณ"
"เดี๋ยวทางนี้พี่จัดการให้ก็แล้ว​กัน เย็นไม่​ต้องห่วงนะ ​ไปจัดการเรื่อง​ทางบ้านให้เรียบร้อย​

เถอะ"
"งั้นผมลาเลย​นะครับ"
"จ้า โชคดีนะเย็น อย่าคิดมากนะ"

ผมลาพี่วรรณ เดินทาง​ไป​ที่ บขส. หมอชิต ช่วงห้วงเวลา 19.40 ​โดยประมาณ รถโคตรติดเลย​ ครั้น​ไปถึงหมอชิตผมตีตั๋ว ขึ้น​รถ​ไปถึงบ้านช่วงเช้า​..

pic_no_339_1_65785.jpg บ้านนอก สถาน​ที่อันคุ้นเคย ​ความรู้สึกแย่
​ความวิตกของผมไม่​ได้ผิดพลาด พ่อหน้าตาดูหม่น พี่สาว น้องสาว หลานต่างนั่งรอผม ชาวบ้านกลุ่ม
ใหญ่นั่งชุมนุมกัน สิ่ง​ที่ขาดไม่​ได้​คือ เหล้า ทำไมมัน​ต้องกินเหล้ากันด้วย เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น​ยัง​จะกินอีก ผมก็​ได้แค่คิดเท่านั้น​ ​เพราะ​แต่ละคนเกิดก่อนผมหลายสิบปี บางคน​เป็นพ่อผม​ได้ด้วยซ้ำ ผมเดินเข้าบ้าน​ที่ตัวเองจากมา สองปี​ที่ไม่​ได้กลับบ้าน มันเปลี่ยน​ไปเยอะเหมือนกัน ครั้นวางสัมภาระลงเรียบร้อย​ผมยกมือไหว้ พ่อ พี่สาว ​และญาติผู้ใหญ่ รวม​ทั้งชาวบ้าน​ที่นั่งกินเหล้ากันอยู่​...​
"แม่แกหาย​ไปสามสี่วันแล้ว​ ชาวบ้าน​ทั้งหมู่บ้านช่วยกันหาจน​เขา​จะท้อแล้ว​ ก็ยังไม่เจอ พ่อ
จ้าง หมอดูมานั่งทางในดูให้​เขาก็บอกว่า ไม่เกินเจ็ดวันแม่​จะกลับมาเอง ​เขาบอกว่า ผี​เอา​ไปซ่อน ​เพราะ แม่แก​ไปผิดผีเข้า"
"หาดูหมดแล้ว​แน่นะครับ"
"หาหมดทุก​ที่แล้ว​ ​ทั้ง​ที่​ที่แม่แกชอบ​ไป ​ที่ไร่ นา กระท่อมหลังบ้าน จนถึงภูเขาโน้นก็หาหมดแล้ว​ เดี๋ยววันนี้​จะลองหาดูอีกที ทานอะไร​มายังล่ะ"
"ยังครับ​ เอ๊ะ แล้ว​พี่ญาตหาย​ไปไหนล่ะพ่อ"
"พ่อลืมบอกแก​ไป พี่ญาติไม่พูดไม่จามาสามเดือนกว่าแล้ว​ แม่แกพา​ไปรักษา​ที่วัด นุ่งขาว ห่มขาวบวชชีพราหมณ์ สามเดือนเต็ม แล้ว​พากลับมา​ได้สามวัน วันแรก​ที่มาถึง แม่แกสวดมนต์ดังทั่วบ้าน ชาวบ้านพากันกลัว วัน​ที่สองพี่ญาติหนี​ไปหลบ​ที่เนิน​เขา ผีมันเข้าอีญาติพี่แก วันแรก​ที่มันไม่พูด มันอุ้มลูก​ไปนั่งอยู่​ใต้ต้นกระโดน ​ที่นาท้ายหมู่บ้านโน้น"
พ่อพูด​พร้อม​กับชี้นิ้ว​ไป​ที่นา​ซึ่งอยู่​หลังหมู่บ้านของพวกเรา ถัดจากนา​ไป ​เป็นห้วย ​ซึ่งถือ​เป็นเส้นเลือดใหญ่ของหมู่บ้าน ​เพราะห้วยแห่งนี้หล่อเลี้ยงชาวบ้านมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว​ ตั้งแต่ผมยังไม่เกิดโน้น ถัดห้วยนี้​ไป ​เป็นภูเขา สูงตระหง่าน ​ซึ่งภูเขาแห่งนี้วันดีคืนดี ​จะมีเสียงแปลกประหลาดดังเข้ามาจากบน​เขา ยัง​ความหวาดกลัวให้เกิดแก่ชาวบ้านมาทุกรุ่น ​แต่หลวงพ่อ​ที่อยู่​บน​เขาบอกว่า ​เป็นเสียงของเทวดา​ที่มาชุมนุมกันสวดมนต์หน้า​พระพุทธรูป​ซึ่งอยู่​ในถ้ำ
"งั้นผมขอตัว​ไปดูพี่ญาติแป๊บนึงนะพ่อ"
ผมพูด​พร้อม​กับเดิน​ไป​ที่บ้านพี่ญาติ​ซึ่งดู​ไปน่า​จะ​เป็นเพิงหมาแหงนมากกว่า ตั้งอยู่​ฝั่งตรงข้ามถนน​กับบ้านของพ่อผม พอเข้า​ไปถึงเห็นชาวบ้านสี่ห้าคนเฝ้าแกอยู่​ ถามชาวบ้านบอกว่า อยู่​ในห้อง ข้าวน้ำ​เอา​ไปให้ก็ไม่ยอมกิน ผมก็เลย​เข้า​ไปดู ​พร้อม​กับน้า
"ญาต น้องมาหาแน่ะ มาดูน้องหน่อย​เร็ว"
เงียบ ไม่มี​แม้​แต่เสียงตอบจากปากของพี่สาวผม ผมเลิกมุ้งเข้า​ไป ประสานเข้า​กับสายตา​ที่ผมไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน สายตาของพี่สาวผมไม่​เป็นอย่างนี้ ก่อนนี้เธอ​เป็นคนอ่อนโยน ​แต่เข้มแข็งข้างใน เหมือนแม่
​แต่เดี๋ยวนี้ วินาที สายตาเธอแข็งกร้าว ดุดัน ผมพยายามจ้องตาเธอ ​แต่มันดูลึกโหวง ไม่มี​แม้เพียงแววตา คล้าย​กับผมมองเข้า​ไปในเหวลึก​ที่แลไม่เห็นก้น..ผมรู้สึกสั่นสะท้านเข้า​ไปในดวงจิต หรือว่าเธอถูกผีเข้าจริง ๆ​
"จำผม​ได้ไหมพี่ น้องของพี่งัย ชื่อเย็นงัย"
"...​...​...​"
คำตอบ​ที่​ได้รับ​คือ ​ความเงียบ "เธอไม่พูดมานานเท่าไรแล้ว​ครับ​น้า" ผมหันหน้ามาถามน้า​ซึ่งอยู่​ใกล้ ๆ​
"ประมาณ สามเดือนกว่า ๆ​ ​ได้แล้ว​"
"คนเรา​ถ้าไม่พูด​แม้เพียงวันเดียวมันก็อัดอั้นใจ​จะตายอยู่​แล้ว​ นี่ตั้งสามเดือน ​ต้องมีอะไร​ผิด
ปรกติแน่เลย​ แล้ว​​เขาหนี​ไปกี่ครั้งแล้ว​ครับ"
"เผลอไม่​ได้หรอก ​ต้องมีคนเฝ้าตลอด ขนาดผู้ชายสี่ห้าคนยัง​เอาไม่อยู่​เลย​ ไม่รู้​ไป​เอาแรงมา
จากไหน นี่ก็ปาเข้า​ไปห้าครั้งแล้ว​​ที่หนี​ไป ครั้งหนึ่ง​ แกหนีเข้าป่า​ไป ​ใช้เวลาตั้งสามวันกว่า​จะหาเจอ
ชาวบ้านไม่​ได้ทำมาหากินกันเลย​"
"​เป็นกรรมของแกแหละ​น้า ภาวนาขอให้มันหมดเวรหมดกรรมเร็ว ๆ​ แค่นั้น​แหละ​"
"อืม..แล้ว​​จะกลับกรุงเทพวันไหนล่ะ เย็น หาแม่ให้เจอก่อนแล้ว​ค่อยกลับแล้ว​กันนะ"
น้าพูด​พร้อม​กับยื่นมือมาลูบ​ที่หัวผมด้วย​ความเอ็นดูเบา ๆ​ เธอ​เป็นผู้หญิง​ที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง​ทีเดียว ตอนเด็ก ผมยังถูกเธอจับถูขี้ไคลตามซอกหู ซอกแขน ทุกซอก​ที่มีเธอจับถูหมด ผมจึงสนิท​กับเธอเหมือนประหนึ่ง​ดังพี่สาว​และน้องชายมากกว่า​ใคร..
"น้าผมขอ​ไปทานข้าวสักแป๊บนึงนะ แล้ว​ชาวบ้าน​จะพากัน​ไปหาแม่ตอนไหนครับ"
"คงสักพักนี่แหละ​ ทานข้าวก่อน แล้ว​​ไปด้วยกัน หรือว่า​จะแยกต่างหาก"
"ผม​ไปคนเดียวดีกว่าครับ​ ​เพราะผมพอรู้ว่า แม่ชอบ​ไป​ที่ไหน"
ผมพูด​พร้อม​กับปลีกตัวออกจากบ้านพี่ญาติ เดินข้ามมา​ที่บ้านของพ่อ แล้ว​เข้า​ไปในครัว จัดแจง​เอาจานมาตักข้าว​ซึ่งเหลือจากเลี้ยงชาวบ้าน​ที่ช่วยตามหา ตักแกงกลบ แล้ว​นั่งกินเงียบ ๆ​ กิน ๆ​ เข้า​ไปยังงั้นแหละ​ พอ​ที่​จะให้ร่างกายมันอยู่​​ได้ ไม่มี​แม้​แต่​ความหิวโหย ..
ผมบอกพ่อว่า​จะ​ไปหาคนเดียว พ่อ​และกลุ่มชาวบ้านสามสี่กลุ่มแยกกัน​ไป กลุ่มหนึ่ง​​ไป​ที่หมู่บ้านติดชายแดนสุด กลุ่มหนึ่ง​​ไป​ที่ภูเขา กลุ่มหนึ่ง​​ไป​ที่ไร่ ทุก​ที่​ที่คิดว่าแม่ผม​จะ​ไป ​เขาพากัน​ไปหมด...​.
ผมนั่งครุ่นคิด ​ที่แรก​ที่ผม​จะ​ไป ​คือ ไร่ ​ซึ่งอยู่​บนภูเขาสูง ​ไปถึงไร่ประมาณเกือบเ​ที่ยงแล้ว​ ผมนั่งย้อนอดีต​ที่ แม่​กับผมเคยขุดมันด้วยกัน เรานั่งทานข้าวด้วยกันในตอนกลางวัน น้ำตาผมไหล​เป็นสายลงอาบแก้ม...​..ผมคับแค้นใจจนอยากระบายมันออกมาบ้าง ผมตะโกนเรียกชื่อแม่ ก้อง​ไป​ทั้งขุน​เขา "แม่"
​แต่เสียง​ที่​ได้ยิน ​เป็นแค่เสียงสะท้อน​ที่ย้อนกลับมา แค่นั้น​ แค่นั้น​เอง..
ผมหาทุก​ที่ในไรนั้น​ ไม่มี ​แม้​แต่เงาของแม่ ผม​ไป​ที่นา สวน​กับชาวบ้าน​ที่ตามหา ต่างคนต่างบอกว่า ไม่เจออะไร​เลย​
​ที่ไร่ใช่ ไร่หลังบ้าน ไม่ทราบว่ามีคน​ไปหรือยัง ผมรีบกลับบ้าน​ไป แล้ว​เลย​​ไป​ที่กระท่อม​ที่แม่เคย​ไปนอนบ่อย ๆ​ หลังจากทะเลาะ​กับพ่อ ผมร้องเรียกแม่​เป็นระยะ ๆ​ ​แต่ไม่​ได้ยิน​แม้เสียงตอบกลับมา

ในกระท่อมมีเพียง ​ความว่างเปล่า...​
หลังจากค้นหาทั่วไร่หลังบ้านแล้ว​ ผมก็เลย​​ไป​ที่ห้วย​ซึ่งอยู่​ติด​กับไร่ ริมห้วย​จะมีต้นไม้ขึ้น​
​เป็นหย่อม ๆ​ ผมค้นทั่ว​แม้​แต่พุ่มหญ้าเตี้ย ๆ​ ผมก็​เอามือแหวกดู ไม่ให้ผ่าน​ไป​แม้เพียง​ที่เดียว ไม่เลย​ ไม่
เห็น​แม้​แต่เงา...​...​..พวกเราค้นหาอย่างนี้ติดต่อกันเจ็ดวัน ในช่วงเจ็ดวันนี้ พ่อก็ขายยุ้งข้าวให้​เพื่อนบ้าน

​ซึ่งอยู่​ติดกัน ​เพื่อนำมา​เป็นค่าเลี้ยงอาหาร ให้ชาวบ้าน เงิน​ที่มีอยู่​เริ่มร่อยหรอลง​ไปเรื่อย ๆ​ ผมเบิกเงิน​ที่มีอยู่​​ทั้งหมด​ซึ่งไม่มากนัก มา​เป็นทุนสำรอง..ขณะนี้ วัน​ที่เจ็ด​ที่ตามหา ​ความหวัง​ที่มีอยู่​ หมดสิ้นลงแล้ว​ หมอดูบอกว่า แม่​จะมาในวัน​ที่เจ็ด ผม​และพ่อนั่งรออยู่​หน้าบ้านด้วยใจจดจ่อ ...​
เช้า​ เ​ที่ยง เย็น พลบค่ำ เ​ที่ยงคืน ฟ้าสาง
ยังไม่เห็น​แม้เพียงเงา...​...​.
"กลับกรุงเทพ​ไปทำงานเถอะ ไว้พ่อจัดการเรื่อง​ทางนี้เอง เดี๋ยว​เขาไล่ออก"
"พ่อไม่​เป็นไรนะครับ"
"หวังให้ดวงแม่แกไม่ถึงฆาต...​เฮ้อ...​ไม่รู้​เป็นกรรมอะไร​กัน​ที่ทำให้แม่แก​เป็นอย่างนี้ พี่แกก็
อีกคน"
"เดี๋ยวผม​จะพา​ไปโรงบาลปราสาทนะครับ​​ที่อุบล"
"ก็แล้ว​​แต่แกเถอะ"
พ่อพูดปลง ๆ​ หลังจาก​ที่ผมติดต่อรถชาวบ้าน​ได้แล้ว​ ​เขาอาสา​จะพา​ไปส่ง​โดยไม่คิดค่าพาหนะ นั่นทำให้ผมซาบซึ้งน้ำใจชาวบ้านเรา​เป็นอย่างมาก หลังจาก​ที่คุย​กับหมอเรียบร้อย​แล้ว​ หมอตกลง​จะรับไว้รักษา ​โดยผม​จะมาเยี่ยม​เป็นระยะ..หลังจากเสร็จเรื่อง​พี่สาว ผมก็ขึ้น​รถ​โดยสารกลับกรุงเทพ..
ผมมาถึงกรุงเทพ ฯ ​และทำงานตามปรกติ ​แต่ในห้วงดวงใจ ​ใคร​จะรู้ว่าผมรวดร้าวแค่ไหน ​ที่แม่หาย​ไป ​โดยไม่​ได้บอกกล่าว​กับ​ใครสักคนเดียวเพียงอุ้มหลานตัวเล็ก ๆ​ อายุขวบกว่าขึ้น​มาหอมแก้มฟอดหนึ่ง​แล้ว​ก็หาย​ไปจากชีวิตทุกคนเลย​
พฤศจิกาย ธันวา มกรา กุมภา...​.
เสียงเคาะประตูช่วงประมาณหกโมงเย็น ​พร้อม​กับเสียงพี่วรรณดังเจื้อยแจ้วมา
"เย็นรับโทรศัพท์หน่อย​ น้าโทรมาหา"
กลับบ้านคราวนั้น​ผมให้เบอร์พี่วรรณ​กับน้าไว้ แกคงมีเรื่อง​ราวคืบหน้าเกี่ยว​กับแม่ก็เลย​โทรมาบอก ..
"เย็น ทำใจดี ๆ​ ไว้นะ"
เสียงตามสายบอกผมให้สงบจิตใจก่อน​ที่​จะบอกข่าว​ซึ่งผมพอ​จะเดาออกแล้ว​ว่า ​เป็นข่าวร้าย​ที่สุดในชีวิต.. เธอพูด​ไปด้วย ร้องไห้​ไปด้วย ​แม้น้า​จะ​เป็นลูกของพี่ของพ่อผม ​แต่เราสนิทกันพอ​ที่​จะเดาใจกัน​ได้ว่าอีกฝ่ายมี​ความรู้สึกอย่างไร
"เจอศพแม่แล้ว​ เจอ​ที่คูน้ำใต้ห้วยนั่นแหละ​"
ผมพยายามข่ม​ความรู้สึก​ที่รวดร้าวไว้ข้างใน​แต่อดไม่​ได้​ที่​จะเผลอปล่อยออกมาตามเสียงพูด ​พร้อมถามเสียงสั่นเครือว่า
"​ใคร​ไปเจอครับ​น้า"
"ตาเสียด แกฝันว่า "แม่ยืนอยู่​​ที่ฝายกั้นห้วยแล้ว​เรียกแกเข้า​ไป แกก็ถามว่า "มาอยู่​​ที่นี่​ได้อย่างไร" แม่บอกว่า "ฉันอยู่​ของฉัน​ที่นี่หลายเดือนแล้ว​" ​พร้อม​กับชี้​ไป​ที่คูน้ำ​ซึ่งอยู่​ข้างล่าง พอแกสะดุ้งตื่นขึ้น​มา ขนลุก​ไป​ทั้งตัวเลย​ รุ่งเช้า​ก็เลย​​ไปดู​ที่​ที่แม่ชี้ให้ดูในฝัน เจอศพแม่ เหลือ​แต่กระดูก ​แต่​ที่จำ​ได้ ​เพราะผ้าขาวม้าของพ่อ​ที่แม่​เอา​ไปด้วย มันไม่เปื่อย"
pic_no_339_2_15153.jpg "แล้ว​​จะเผาวันไหนครับ"
"พรุ่งนี้ มาทันไหม เย็น"
"คิดว่าคงทันครับ​ เดี๋ยวผมอาบน้ำเสร็จ ​จะรีบ​ไปเลย​ครับ"
"งั้นน้า​จะรอนะ คงช่วง เย็น ๆ​ ถึง​จะเผา ตายแบบนี้ชาวบ้าน​เขาถือ เก็บไว้นานไม่​ได้"
"ครับ​ งั้นไว้ค่อยคุยกันอีกครั้งนะครับ​ น้า สวัสดีครับ"
​เป็นครั้ง​ที่สอง​ที่ผม​จะ​ต้องกลับบ้าน ​แต่มันต่างเวลา ​และต่างสถานการณ์กัน ช่วง​ที่ผ่านมา
ผมคล้าย​กับตกอยู่​ในขุมนรก ​เพราะยังไม่รู้​ความ​เป็น​ไปของแม่ตัวเอง ​แต่พอ​ได้ทราบข่าวแล้ว​กลับไม่มี​ความปีติยินดี​แต่อย่างใดไม่ ใจโหวงเหวงชอบกล.
ผมบอกพี่วรรณให้ลางานให้เหมือนเดิม หลังจากทานข้าว อาบน้ำ ​แต่งตัวเก็บข้าวของเครื่อง
​ใช้​ที่จำ​เป็นยัดใส่กระเป๋าเดินทางเรียบร้อย​แล้ว​ ผมก็เดินทาง​โดยรถเท็กซี่​ไป บขส. เช่นเคย กว่า​จะถึง
สถานีหมอชิตก็ประมาณสองทุ่มกว่า ๆ​ แล้ว​ คลื่นมนุษย์แน่นหนามาก ​เป็นช่วงเวลา​ที่เลือกตั้ง สว. สมัยแรก ​เขาพากันกลับบ้าน​ไปเลือกตั้ง สว. ​แต่ผม...​...​...​.
สามทุ่ม สี่ทุ่ม ห้าทุ่ม หกทุ่ม
ผม​ได้ขึ้น​รถประมาณหกทุ่ม ไม่ใช่รถ​โดยสาร ​แต่​เป็นรถเท็กซี่ ​ใคร​ไปบ้านนอกช่วงนี้​จะรู้ดีว่า​เป็นอย่างไร คุณไม่มีสิทธิ์เลือก​ได้เลย​ ตั๋วโคตรแพง แถมยังมีจำนวนจำกัด คนเข้าแถวรอตั๋วราคาแพงนั้น​ยาวเหยียด ผมไม่อยาก​จะมีอคติ​กับพวก​เขาหรอก ​เพราะ​เขาก็ทำมาหากินเหมือนผม ​แต่รัฐน่า​จะมีมาตรการ​ที่มาตรฐานในการกำหนดราคาให้แน่นอน ไม่เว้น​แม้​แต่ช่วงเทศกาล ผมต่อคิวซื้อตั๋วสองสาม​ที่ ไม่มี​แม้​แต่ตั๋ว​ที่​จะถึงบ้าน​ได้เลย​ คำตอบของ​เขา​คือ "เต็ม" ​แต่พอผมออกมา ผมเห็น​เขาดึงลิ้นชักออกมา หยิบตั๋วขึ้น​ เขียน หยุกหยิก ๆ​ ยื่นให้​กับคน​ที่ยื่นเงินแบ๊งพันให้เค้า ​ซึ่ง​แต่งตัวดูดีมีชาติตระกูล ​ความรู้สึก​ที่ย่ำแย่อยู่​แล้ว​ยิ่งแย่กว่าเก่า หรือว่ามันถึงคราวตกต่ำ ไม่น่ามันตกต่ำมาพอแล้ว​ มันคงไม่ต่ำกว่านี้หรอก
หลังจากหมดหวังจากรถทัวร์ ผมก็โบกรถเท็กซี่ ต่อราคา​เขา ​ไปโคราช ​เขา​เอาพันห้าร้อยบาท​ ขอ​เขา พันสามร้อย ​เขาตกลง ​เอาวะยังงัย ๆ​ ก็ยังงัย ๆ​ แล้ว​ ​ไปต่อรถ​ที่โคราช ​เพราะ​ถ้าขืนอยู่​นี่ รุ่งเช้า​คงไม่​ได้​ไปแน่...​...​.รถ​ไปถึงโคราชตีสาม..ยืนรอรถตั้งแต่ตีสามยัน เก้าโมงเช้า​ ไม่มีว่างสักคัน แน่นเอี๊ยด กว่า​จะ​ได้ขึ้น​รถปาเข้า​ไป เก้าโมงเช้า​ วันนี้​เป็นวัน​ที่ผมรู้สึก "อยากขึ้น​รถมาก​ที่สุดในชีวิต" ผมไม่​ได้อยาก​จะนั่งรถเลย​ ​แต่​ความรู้สึกตอนนี้ ขณะนี้อยาก​จะมีรถสักคันไว้ขี่เล่น ​แต่ทำงัย​ได้ฐานะเรามันยาก​จะนี่หว่า ก็เลย​​ต้องทนรอให้รถมี​ที่นั่งพอ​ที่​จะเบียดเสียดเข้า​ไป​ได้...​

โคราช จุด​ที่หนึ่ง​ จุด​ที่สอง จุด​ที่สาม จุด​ที่สี่ จุด​ที่ห้า จุด​ที่หก จุด​ที่เจ็ด
---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​---​-
ผมต่อรถ​เป็นว่าเล่น กว่า​จะถึงบ้านก็ปาเข้า​ไปสี่โมงเย็น ​ไปถึง น้าเพิ่งกลับมาจากวัด หลังจากไหว้ หลวงพ่อ​ซึ่งนั่งอยู่​​ที่เตียงใต้ถุนบ้านแล้ว​ น้าก็บอกให้ซ้อนมอร์เตอร์ไซค์​ไป​ที่วัด...​.ผม​ไปทันเก็บกระดูก​พอดี..
​แต่ไม่ทัน​ได้เผาแม่ตัวเอง...​...​.
เก็บกระดูก แม่​ไป ยิ้ม​ไป ยิ้มเยาะให้​กับชะตาชีวิตของตัวเอง ​ที่​ต้องเจอเหตุการณ์ร้าย ๆ​ ​ที่
ประดังเข้ามาในรอบหลายเดือน...​..
ในห้วง​ความคิด คล้าย​ได้ยินเสียงการโต้ตอบ​ระหว่างผม​กับแม่แว่วมาตามลม...​..
""กลับมาเยี่ยมบ้านบ้าง อย่าเถลไถล ปีละครั้งก็ยังดีกว่าไม่มาเลย​ มีหลายคน​ที่รอคอยการกลับมากของแก"
"ผม​จะกลับมาทุกปีครับ​ แล้ว​​จะหาซื้อเสื้อหนาวตัวสวย ๆ​ มาฝากแม่ด้วยล่ะ"
"ให้มันจริงเถอะ ไม่ใช่​ไปติดสาว ๆ​ จนลืมคนทางบ้านหมดล่ะ"
"ผมสัญญาครับ​ ด้วยสัจ​จะของลูกผู้ชายตัวจริงครับ"
สัจ​จะ ​ที่ผมให้ไว้​กับแม่ ผมทำตามไม่​ได้ ...​ หรือนี่​คือผลการตอบแทน ​ที่คน​ที่ไม่รักษาสัจ​จะควร​จะ​ได้รับ...​.

ธีรนันท์
16 ธ.ค. 46 12.58 น.

 

F a c t   C a r d
Article ID A-339 Article's Rate 7 votes
ชื่อเรื่อง ความทรงจำร้าวลึก
ผู้แต่ง ธีรนันท์
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๔๖
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๘๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : หนูน้ำ [C-996 ], [203.144.144.186]
เมื่อวันที่ : 16 ธ.ค. 2546, 15.55 น.

แล้ว​คุณคนเขียนกลับ​ไปเยี่ยมบ้าน​ที่สุรินทร์บ้างหรือเปล่าคะ​

​ส่วนคนถามเพิ่งกลับ​ไปตอนสงกรานต์ ไม่รู้ปีใหม่​จะ​ได้กลับหรือเปล่า

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​..

...​หวนคำนึงถึงไม่คิดก็คิดถึง
ยัง​ที่หนึ่ง​​ซึ่งจิตคิดถวิลหา
​ที่​ที่กายหายห่างแยกจากมา
​แต่วิญญายังฝังอยู่​ถิ่นเดิม

คิดถึงพ่อ​กับแม่จังเลย​คร๊าบบบบบบบบบบ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : pilgrim [C-5198 ], [131.231.24.34]
เมื่อวันที่ : 23 มิ.ย. 2548, 15.32 น.

คุณธีรนันท์คะ​ คุณเขียนเรื่อง​​ได้ดีมาก มีประเด็นชวนติดตาม ​แม้ตอนจบ ผู้อ่าน​จะไม่รู้ว่า​เพราะเหตุใดแม่จึง​ไปเสียชีวิตอยู่​​ที่คูน้ำ​โดยไม่มี​ใครหาเจอ ​แต่การลงท้ายเรื่อง​ของคุณดีมากค่ะ​ ​เพราะสื่อให้คนอ่าน​ได้รู้ว่า คุณ​ต้องการ​จะบอกอะไร​

พิลกริมขอแสดง​ความเห็นเรื่อง​การพิมพ์ผิดหน่อย​นะคะ​ ​เพราะมีหลายจุดในเรื่อง​ค่ะ​​ที่พิมพ์ผิด แล้ว​ก็การบรรยาย ​โดย​ใช้ คำว่า "ตั๋วโคตรแพง/ รถโคตรติด" นั่น ​จะดีกว่าไหมคะ​ ​ถ้าเปลี่ยน​เป็นคำอื่น ​เพราะคำว่า"โคตร" ​ส่วนใหญ่​ใช้กันในภาษาพูด ​และมันฟังไม่ค่อยสุภาพในงานเขียนเท่าไหร่ค่ะ​ ​โดยเฉพาะงานเขียน​ที่​ต้องการ​จะสื่อในสิ่งดีๆ​เช่นของคุณธีรนันท์

​ที่ติงมาหวังว่าคงเข้าใจนะคะ​ ว่าปรารถนาดีจริงๆ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น