นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๔ ธันวาคม ๒๕๔๖
รอยยิ้มพิฆาต
ธีรนันท์
...หรือว่ามันถูกลิขิตไว้แล้ว​​ด้วยแรงแห่งกรรม​​ที่เรากระทำร่วมกันในอดีตชาติ หรือว่า​​เป็นด้วยแรงแห่งกรรม​​ที่ผมพยายามกระทำ​​เพื่อให้เธอเข้ามาเกี่ยวข้องในชาตินี้ หรือว่า​​ความพึงพอใจเพียงการพบพานกันไม่กี่ครั้ง​​เป็นเครื่องฉุดรั้งใจผมให้ข้องแวะเกี่ยวข้อง​​กับเธอ...
รอยยิ้มพิฆาต

ร้านกาแฟ ริมแม่น้ำเจ้า​พระยา ยามเย็น อาทิตย์จวนอัสดง
ผมไม่อยาก​จะคิดเลย​ว่าวันนี้​จะมาถึงอย่างรวดเร็ว หรือว่ามันถูกลิขิตไว้แล้ว​ด้วยแรงแห่งกรรม​ที่เรากระทำร่วมกันในอดีตชาติ หรือว่า​เป็นด้วยแรงแห่งกรรม​ที่ผมพยายามกระทำ​เพื่อให้เธอเข้ามาเกี่ยวข้องในชาตินี้ หรือว่า​ความพึงพอใจเพียงการพบพานกันไม่กี่ครั้ง​เป็นเครื่องฉุดรั้งใจผมให้ข้องแวะเกี่ยวข้อง​กับเธอ
​แต่​จะด้วยเหตุผลกลใดก็ช่างเถอะ เรื่อง​ราวมันก็ดำเนิน​ไปตามครรลอง​ที่มันควร​จะ​เป็นแล้ว​...​
ผมเดินเข้าร้านกาแฟแห่งนี้ ​เป็นครั้งแรกในชีวิต​เมื่อสองปีก่อน ด้วยแรงดึงดูดแห่งรอยยิ้ม​ที่ตรึงใจ เธอ​เป็นบริการินี​ที่​สามารถดึงผู้ยืนอยู่​ในระยะห้าเมตรให้เดินตรงดิ่งแล้ว​สั่งกาแฟจากเธอด้วย​ความนอบน้อม
"รับอะไร​ดีคะ​" เธอเอ่ยด้วยสำเนียงเสียงอันสดใสดุจดั่งเสียงแห่งทิพยดนตรี​ที่บรรเลงอยู่​บนสรวงสวรรค์ ​พร้อมรอยยิ้มบาดลึก ​และติดตรึงในหัวใจ​ที่พองโตของผม
"มีอะไร​บ้างครับ​" ผมถามด้วย​ความไม่รู้จริง ๆ​ ​เพราะนี่​เป็นครั้งแรก​ที่ผมเข้ามา ​และไม่เคยเข้าร้านกาแฟ​ที่ classic เช่นนี้มาก่อน
"มี mocca,Empesso,cabuchino, ค่ะ​"
"​เอา mocca แล้ว​กันครับ​" ผมตอบ​พร้อมรอยยิ้ม​ที่คิดว่าเท่ห์​ที่สุดในชีวิต
"รอสักครู่นะคะ​ เลือก​ที่นั่งเลย​ค่ะ​" เธอตอบ​พร้อมรอยยิ้มเปื้อนหน้านวลเช่นเคย ผมอดไม่​ได้​ที่​จะเหม่อมองเธอด้วย​ความตะลึงลาน ​พร้อม​กับ​ความคิดเพริด​ไปต่าง ๆ​ นานา หรือว่าเธอไม่เคยมี​ความทุกข์เลย​ในชีวิตนี้ รอยยิ้มเธอ​สามารถ​ที่​จะหลอมละลายบุรุษผู้แข็งกระด้าง​ที่สุด โหดเหี้ยม​ที่สุดในโลกนี้ ให้​เป็นคนอ่อนโยน ​และเชื่อฟังเธออย่างยินยอม​พร้อมใจ​โดยไม่โอดครวญ ผมเชื่อเช่นนั้น​
pic_no_338_1_49268.jpg ผมเลือก​ที่นั่งริมกระจกใส มองออก​ไปข้างนอกเห็นแม่น้ำเจ้า​พระยาไหลเอื่อย ตึกรามบ้านช่อง เรียงรายไร้ระเบียบ ท่าเรือ ผู้คนพลุกพล่าน ผมชอบมองพวก​เขา บางครั้งให้​ความรู้สึกเหมือนมองดูการเล่นเกมส์ เกมส์ชีวิต เกมส์​ที่​ใช้ชีวิต​เป็นเดิมพัน เกมส์​ที่ท้าทาย ให้​ความรู้สึกสุขสม เจ็บปวด ​เป็นค่าตอบแทน หันกลับมามองภายในร้านกาแฟ ​เป็นห้องกระทัดรัดขนาด 4 คูณ 5 เมตร ข้างฝาฟากซ้าย​ที่นั่งของผมติดรูปเขียนจากปลายพู่กันของจิตรกร​ที่ผมไม่รู้จักนาม ​เป็นรูปโลโกของร้านนี้ มอง​ไป​ที่ด้านขวามือเห็นแก้วกาแฟ ใบเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง วางเรียงรายบนชั้น​ที่จัดไว้อย่างเรียบง่าย ฝาข้างบน เหนือกระจกขึ้น​​ไป​เป็นฝาผนังฉาบปูน ทาสีขาวเรียบ บนฝามีรูปถ่ายของดอกบัวหลากชนิดขณะบานบ้าง แรกแย้มบ้าง เพิ่งโผล่พ้นน้ำบ้าง อยู่​ใต้น้ำใสบ้าง เหี่ยวเฉาบ้าง ตั้งเรียงตามลำดับ โต๊ะไม้สักสี่เหลี่ยมเล็กกระทัดรัด ให้​ความรู้สึกพึงพอใจอย่างยากอธิบาย เก้าอี้เล็ก​พอดี​กับก้น ผมนั่งใจลอยคิดเพริด ​เพราะไม่คุ้นชิน​กับบรรยากาศเช่นนี้
"​ได้แล้ว​ค่ะ​ รับเค๊ก​และคุ๊กกี้ เพิ่มไหมคะ​" เสียงคุ้นหูดังขึ้น​​พร้อม​กับการสะดุ้งสุดตัวของผม นั่นทำให้เธอยิ้ม ​และรอยยิ้มนี่แหละ​ยิ่งทำให้ผมชอบ ชอบอย่าง​ที่ไม่​สามารถ​จะอธิบาย​เป็นถ้อยคำออกมา​ได้ นอกจาก​จะบอกว่า หัวใจของผมแทบ​จะละลายกลาย​เป็นก้อนเนื้อแหลกเหลวกองอยู่​ตรงหน้าเธอ ด้วยรอยยิ้มเช่นนี้ ​จะเกินจริงไหมนะสำหรับคน​ที่ไม่เคยเห็น ​แต่สำหรับผม ผมขอสาบาน​กับถ้วยกาแฟ​ที่วางอยู่​บนชั้นอย่างแข็งขันว่า หากไม่​เป็นจริงขอให้วันวัยของผมผ่าน​ไปด้วย​ความยากลำบาก..
"ไม่คับ ขอบคุณคับ"
"ค่ะ​" เธอตอบสั้น ๆ​ ​พร้อมรอยยิ้ม​และกลับ​ไปทำหน้า​ที่บริการของเธอเช่นเดิม ผมแอบมองเธอดูเธอทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วย​ความคล่องแคล่ว​และแข็งขัน​แต่ในขณะ​ที่ทำนั้น​ดูสีหน้าเธอช่างมี​ความสุขเหลือแสน หรือเธอชอบงานแบบนี้ หรือเธอชอบกาแฟ ​แต่มองยังงัยเธอก็ยัง​เป็นคน​ที่มีเสน่ห์ เสน่ห์​ที่ลึกลับ รอยยิ้มฝังแน่นอยู่​ในจิตดวงน้อยของผมอย่างยาก​ที่​จะหลีกเลี่ยง​ได้ ​เพราะผมยินยอม​พร้อมใจรับรอยยิ้มเช่นนี้ "รอยยิ้มพิฆาต" ผมคิด ผมขอยอมตายภายใต้รอยยิ้มนี้ ​เป็นตายอย่างไรก็ขอลองดูสักตั้งเถอะ ​จะขอจีบเธอมา​เป็นคู่เคียงให้​ได้ .. ​ความอหังการ์ของผมเริ่มแผ่ซ่านเข้า​ไปในดวงจิต ผมปล่อยมัน​ไปตามครรลอง เพียง​เพราะไม่อยากฉุดรั้ง อยากดูบทสรุปของเรื่อง​ราวของมัน
จากวันนั้น​ ผมแวะเวียนเข้า​ไปหาเธอ เดือนละครั้งสองครั้ง ผมหวนหารอยยิ้มนั้น​​แม้กระทั่งหลับฝันยังชัดเจน ฤารอยยิ้มมีอานุภาพมากมาย​เพียงนี้ รอยยิ้ม​ที่ฉุดกระชากใจ​ที่​กำลังตกดิ่งสู่ห้วงเหวลึก ให้ขึ้น​สวรรค์ชั้นสูงสุดของฟากฟ้า ผม​กำลังคลั่งใจตาย​เพราะรอยยิ้มเธอ
บนโต๊ะกาแฟ หลังเลิกงาน เธอ​และผมนั่งมองหน้ากัน เธอหน้าแดง ผมหน้าด้าน บอก​กับเธอ
"ผมตกหลุมรักคุณ คุณรับรักผมไหม"
เธอขอเวลาตัดสินใจ ผมให้เวลาเธอ..​พร้อมวันไหนค่อยบอกกัน หรือการรับรัก​ต้องการ​ความ​พร้อม หรือการ​ที่คน​ที่​ต้องการบอกรัก​ต้องเตรียม​พร้อมในการบอก หรือคน​ที่ถูกบอกให้รับรัก​ต้องเตรียมอารมณ์ในการรับ
วันนี้ เธอบอกผม เธอมีแฟนมานานแล้ว​ ​และอยู่​ด้วยกันมาสามปีแล้ว​ ตอนนี้เธอ​กำลัง​จะมีเด็ก เด็ก​ที่เกิด​กับ​เขาคนนั้น​ เธอบอกว่าเธอก็รักผมเช่นกัน ​แต่ด้วยคำถาม คำถาม​ที่เธอยกขึ้น​มา​พร้อม​กับรอยยิ้ม "คุณน่า​จะเจอ​กับฉันก่อน​เขา คุณ​ไปทำอะไร​อยู่​" ผมยอมจำนน นั่นสิผม​ไปทำอะไร​อยู่​ หากรู้ล่วงหน้าก่อนว่ามัน​จะ​เป็นอย่างนี้​ใคร​เขา​จะปล่อย​ไปให้มันผ่าน​ไปเหมือนสายลมพัดผ่านกายเล่า ผมคิด ​แต่ไม่​ได้พูดออก​ไป มีเพียงรอยยิ้มเจื่อน ๆ​ เท่านั้น​​ที่แสดงออกทางสีหน้า หากว่าผมรู้อนาคตผมคงไม่ยอมให้​เขามาครอบครองเธอก่อนแน่
"​เขา​เป็นยังไงบ้าง" ผมถามเธอเพียง​เพราะคิดไม่ออกว่า​จะถามอะไร​ดี
"ก็ดีคะ​ ​เป็นพ่อบ้าน​ที่ดี ขยันขันแข็ง เรา​ไปด้วยกัน​ได้ดีคะ​"
"แล้ว​ทำไมถึงไม่บอกผมตั้งแต่แรก"
"นึกว่าคุณ​จะไม่จริงจังขนาดนี้ ​แต่อีกอย่างหนึ่ง​ ก็​เป็นด้วยฉันไม่แน่ใจในตัวเอง ฉันกลัว" "กลัวอะไร​ มีอะไร​​ต้องกลัวด้วย"
"กลัว ครอบครัวของฉันพัง.." เสียงของเธอแผ่วเบา ​พร้อมรอยยิ้มเศร้าเปื้อนหน้า แววตา จาง ๆ​
รอยยิ้มของเธอเปลี่ยน​ไปจากเดิมมาก ผมรู้สึก​ได้ ผมเพิ่งรู้สึกว่า​รอยยิ้มของเธอมีหลายแบบ ​และแบบ​ที่ผมชอบ​ที่สุดนั้น​​คือ รอยยิ้ม​ที่เริงร่าหฤหรรษ์ ผมไม่ชอบรอยยิ้มเศร้าซึมของเธอเลย​..
"ผมคงคิดถึงรอยยิ้มของคุณ​ไปอีกนานเท่านาน ตราบลมหายใจเฮือกสุดท้ายขาดห้วง"
เธอยิ้ม​เป็นรอยยิ้ม​ที่เริงร่า ​ทั้งในแววตา​และทุก​ส่วน​ที่ประกอบ​เป็นใบหน้าของเธอ..​เป็นรอยยิ้มสุดท้าย​ที่ผม​ได้ยล ​แต่มันปรากฎแค่เสี้ยวเดียว เสี้ยวเดียวเท่านั้น​แล้ว​ก็กลับ​เป็นเหมือนเดิม..
ผมตัดสินใจลุกออกจากเก้าอี้ เดินออกจากร้านกาแฟ ​โดย​ที่ไม่เหลียวแล กลับ​ไปมองอีกเลย​ ผม​จะเก็บภาพแห่งรอยยิ้มนี้​เป็นภาพสุดท้าย ภาพสุดท้ายในการ​ได้รู้จักเธอ สองปี​กับรอยยิ้มของเธอ..
เสียงสะอื้นไห้ดังขึ้น​เบา ๆ​ ​แต่มันก้องกึกในจิตใจผม ขาของผมสั่นพยายามบังคับจิตใจตัวเองให้เดินหน้าต่อ​ไป​โดยไม่เหลียวหลัง ​แต่คล้าย​กับว่ามีแรงอะไร​สักอย่างมาฉุดรั้งให้ผมติดตรึงอยู่​​กับ​ที่ ผมฟุบลงบนพื้นห้องของร้านกาแฟ
ยามค่ำ ร้านกาแฟริมน้ำเจ้า​พระยา หลังเลิกงาน บรรยากาศแห่ง​ความเศร้าเข้าครอบงำ
เธอกอดผมแนบแน่นจากข้างหลัง ผมพยายามฝืน ​ความเข้มแข็งแห่งดวงจิตพังทลาย แว่บหนึ่ง​ผมคิดถึงรอยยิ้มวันแรกของเธอ ผมหันหน้ามาหาเธอประครองวงหน้านวล เชยคางเธอขึ้น​ให้อยู่​ในระดับเดียวกัน ผมระดมจูบ ซับน้ำตา​ที่ไหลเปื้อนร่องแก้มนวลอย่างบ้าคลั่ง <-- ใน​ความรู้สึกเลือนลาง
​ความ​เป็นจริง ---​> ผมลุกขึ้น​ฝืนยืน​และก้าวต่อ​ไปด้วยดวงจิตอันหวั่นไหว ​แต่ไม่ยอมเหลียวกลับมา ​พร้อม​กับคำถามผุดขึ้น​มากมาย​ในดวงจิต หรือว่ามันถูกลิขิตไว้แล้ว​ด้วยแรงแห่งกรรม​ที่เรากระทำร่วมกันในอดีตชาติ หรือว่า​เป็นด้วยแรงแห่งกรรม​ที่ผมพยายามกระทำ​เพื่อให้เธอเข้ามาเกี่ยวข้องในชาตินี้ หรือว่า​ความพึงพอใจเพียงการพบพานกัน บ่อยครั้งในระยะหลายปีหลัง ​เป็นเครื่องฉุดรั้งใจผมให้ข้องแวะเกี่ยวข้อง​กับเธอ แล้ว​พรากจากกัน พรากจาก​กับพบพานใยมิใช่ให้​ความรู้สึก​ที่แตกต่างกันมากหลาย...​

 

F a c t   C a r d
Article ID A-338 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง รอยยิ้มพิฆาต
ผู้แต่ง ธีรนันท์
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๔๖
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๗๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-991 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 14 ธ.ค. 2546, 12.09 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น