นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๔ ธันวาคม ๒๕๔๖
แก้วร้าว
ธีรนันท์
... `ว่าว​​จะขึ้น​​สู่​​ที่สูง​​ได้นานสักแค่ไหน ​​ถ้าไม่มีสายลมฤดูหนาวคอยช่วยหนุน`...
แก้วร้าว

แก้ว​ที่มันร้าว​จะต่อมันคืน​ได้หรือ ฉันไม่แน่ใจ
ในห้องสี่เหลี่ยมแสงสลัวเลือนของหลอดนีออนส่องแสงยวนตา ใน​ความฝันฉันเห็นภาพของตัวเองถูกกระแทกกระทั้นอย่างหนักหน่วง เสียงร้องครวญครางของ​ความเจ็บปวด ปนสุข ดังระงม​ไปทั่วทุกอณูของอากาศบริเวณห้อง ​ความรู้สึกในฝันมีคำถามผุดขึ้น​มามากมาย​ หรือว่าฉัน​เป็นเช่นนี้ หรือว่าฉันไม่อาจหวนคืนสู่สภาพเดิม
ฉันสะดุ้งตื่นขึ้น​จาก​ความฝัน มันก็​เป็นแค่ฝัน แล้ว​ทำไม​ต้องตามหลอกหลอนฉันด้วย ถึงมัน​จะ​เป็น​ความฝัน ​แต่มันก็​เป็นฝันร้าย​ที่ตามมาหลอกหลอนฉันมานานหลายปีดีดัก ฉันก็​เป็นแค่เพียงคน ๆ​ หนึ่ง​​ซึ่งอาศัยอยู่​ในสังคมไทย ​ซึ่งมีอยู่​หลายชนชั้นตั้งแต่ มีมากมาย​ มั่งคั่ง มั่งมี มีกินมี​ใช้ ​และก็ หมาเมิน ดูเหมือนฉัน​จะถีบตัวเองขึ้น​จากชนชั้นหมาเมิน ด้วย​ความ​สามารถพิเศษแห่ง​ความกล้า​ที่ไม่มี​ใครเสมอเหมือนของฉันทำให้ฐานะทางบ้านอยู่​ในขั้นมีกินมี​ใช้ ตอนนี้ฉัน น้องสาวอาศัยอยู่​ ณ มุมหนึ่ง​ในเมืองหลวง​ที่มี​แต่​ความวุ่นวาย ​แต่มันก็มีเรื่อง​ราวมากมาย​​ที่น่าค้นหาสำหรับฉัน ฉันชอบมัน อ๋อ พ่อ​กับแม่ เหรอ เสียหลายปีแล้ว​..
`ปานพรุ่งนี้​ไปโรงเรียนเปล่า` ฉันถามน้องสาว ​ซึ่งดูเหมือน​จะ​เป็นกิจวัตรประจำวัน ​เพราะไม่รู้​จะถามคำถามอะไร​ดี พรุ่งนี้หาคำถามใหม่​ที่ไม่ซ้ำซากดีกว่า ถามอะไร​ดีนะ `ตอนกลางวันฟ้าทำไมไม่มีดาว หรือว่า ดาวอังคารมีอ๊อกซิเจนอยู่​จริงหรือไม่ ..`
`​ไปพี่กบ พี่​เป็นอะไร​หรือเปล่า ดูเหมือนไม่สบาย มีอะไร​ให้ปานช่วยบอกนะ ตั้งแต่พี่ทำงานช่วงกลางคืนมาเนี่ย ดูพี่โทรม ๆ​ นะ ปาน​เป็นห่วงพี่รู้ไหม`
`จ้า แม่ยอดขวัญตา พี่รู้สึก​ได้ พี่ก็มีน้องคนเดียวนี่แหละ​ ​จะไม่รักก็คงไม่​ได้ ` ฉันพูดปนเปื้อนรอยยิ้ม อย่างน้อยก็ทำให้น้องภาคภูมิใจ ปนหมั่นไส้
`อ๋อ หนูรู้แล้ว​​ถ้ามีคนอื่นพี่กบก็ไม่รักน้องแล้ว​สิ่ จำไว้เลย​ จำไว้ ฮึ ` เธอแกล้งงอนฉันรู้ เราก็​เป็นเช่นนี้มานานแล้ว​ ตั้งแต่แม่​กับพ่อเสีย​ไป​เมื่อปีกลายด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ฉันสองคนพี่น้องก็เหมือน​กับปลาท่องโก๋ เกาะกันติดแน่นช่วยเหลือกัน​และกัน ฉันออกจากมหาลัยมาท่ามกลางเสียงคัดค้านจากกลุ่ม​เพื่อน ​และน้องสาว ​ทั้ง ๆ​ ​ที่อีกปีเดียวก็จบ ​แต่ฉันไม่สนใจหรอก หวังให้น้องเรียนจบสูง ๆ​ มีอนาคต​ที่มั่นคงก็เพียงพอแล้ว​

ฉันในชุดสีดำสนิท ถนนสีดำ ​ความมืดมิดยามราตรีโรยตัวลงมา ป้ายรถเมล์หน้าวัดแห่งหนึ่ง​ ​เขาบอกให้ฉันรอ ฉันก็รอ รอด้วย​ความหวัง ​ความหวัง​ที่ริบหรี่ ​แต่มันก็ยังดีกว่าไม่มี​ความหวังมิใช่หรือ ยังงัยฉันก็​ต้องรออยู่​แล้ว​

คลิกดูภาพขยาย

รอแล้ว​รอเล่ารอ​ความว่างเปล่าแห่ง​ความฝัน
รอด้วยดวงใจ​ที่เงียบงัน รอ​ความฝัน​ที่ไม่มีวัน​เป็นจริง
ฉันด้นกลอนสดด้วยเสียงแผ่วเบา เดิน​ไปเดินมาบนถนนฟุตบาท​ ผู้คนเดินผ่าน​ไปผ่านมา บางคนหยุดมองฉัน บางคนเดินผ่าน​ไป​โดยไม่เหลียวมอง มันก็แค่ สายลมฤดูร้อนหอบ​เอาฝุ่นผงผ่านสายตา​ไป เศษของฝุ่นผงมีบ้าง​ที่ลอยมาเข้าตา ​แต่คง​จะน้อยนิดนัก ฉันก็คง​เป็นเช่นนี้ในสายตาของคนทั่ว​ไป ​แม้ฉัน​จะไม่มีอะไร​ดีเลิศ ​แต่สิ่งหนึ่ง​​ที่ฉันเลือก​ได้ก็​คือ ฉันเลือก​ที่​จะ​เป็นตัวของฉันเอง ฉัน​จะไม่ยอมให้อำนาจอะไร​มาบงการชีวิต​และจิตใจฉันเด็ดขาด หรือว่าอาจ​จะมี อำนาจแห่งรัก นึกแล้ว​ก็คิดถึง​เขา ป่านนี้แล้ว​ น่า​จะมา​ได้แล้ว​น๊า ​เป็นอะไร​หรือเปล่า ไม่สบายมั๊ง หรือว่าถูกรถชน ไม่​เอาน่าอย่าคิดมาก
ชายหนุ่มในชุด เสื้อสีขาว กางเกงสีดำ ดูดีมีสง่าราศรี เดินดิ่งตรงมาหาฉัน ฉันยิ้ม ว่า​จะแช่งแล้ว​เชียว แปลกนะบางครั้งการรอคอย​แม้ว่า​จะช้าหรือเร็ว ไม่ว่า​จะนานสักแค่ไหนมันก็ให้​ความรู้สึกอยู่​ประการเดียว ​คือ ทรมานใจ ​และ​ความรู้สึกสุดท้าย​ที่สิ่ง​ที่รอคอยหรือบุคคล​ที่เรารอคอยผ่านเข้าสู่สายตาย ​ความสุขใจอย่าง​ที่ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนก็แปรเข้ามาแทน​ที่อย่างคาดไม่ถึง​ทั้ง​ที่ก่อนหน้านี้ก็แช่งชักหักกระดูกให้​เขาตายให้รู้แล้ว​รู้รอด กิริยาท่าทางของมนุษย์ไฉนถึง​เป็นเช่นนี้หนอ ถึงยังงัย​เขาก็มาแล้ว​ล่ะ ฉันก็คงหนีไม่พ้น​ความรู้สึกนี้​ไป​ได้เหมือนกัน หรือว่าไม่มี​ใครหนีพ้น​ไป​ได้เลย​
`ทำไมมาช้าจัง`
`รถติด`
`คำถามเดิม คำตอบก็เดิม ๆ​ ไม่อยากฟัง ​เอาคำถามเดิม​แต่คำตอบใหม่​ได้ไหม ​ที่มันฟังแล้ว​ดูมีเหตุผล​ที่ฉันไม่​สามารถขัดแย้ง​ได้`
`ไม่มี` ห้วน ๆ​ สั้น ๆ​ ​แต่มีน้ำหนักยิ่งกว่าหมัดของ​เขาทราย ฉันขำใน​ความ​เป็นตัวของตัวเองของ​เขา รู้สึกว่า​​เขาน่ารัก น่ารักจนอยาก​จะกลืนกิน​ไป​ทั้งตัว
`​ไปกันเถอะ วันนี้ไม่สิ่เวลานี้​คือเวลาของสองเรา ขอสนุกให้มันเต็ม​ที่สักวันเถอะน่า นะจ๊ะ​`
บางครั้งฉันก็ไม่อยาก​ใช้ชีวิตให้มันยุ่งยาก ​ไปกว่ากินดื่มนอนพักผ่อนเ​ที่ยวสรวลเสเฮฮา​ไปวัน ๆ​ วันนี้​ได้หลบมาพัก​กับคนรักก็​ต้องตักตวงให้เต็ม​ที่
มุมหนึ่ง​ ในเมืองกรุง มุดมืด ราตรีนี้มีแสงไฟ เสียงเพลงสากลของ...​ ดังกระหึ่ม กลบเสียงพูดคุยของผู้คน จังหวะเร่งเร้าสัญชาติญาณดิบในตัวมนุษยให้ลุกโชนอย่างไม่อาจบังคับยับยั้งให้อยู่​ในขอบเขต​ที่​ต้องการ​ได้ ฉัน​ต้องการปลดปล่อย ปล่อยมันออกมา ให้ออกมา​โดย​ที่ไม่​ต้องการหยุดยั้ง ​ถ้าฉัน​จะรั้งให้มันอยู่​ก็รั้ง​ได้ ​แต่ฉันไม่​ต้องการ ไม่มีเหตุผล หรืออาจ​จะ​เป็น​เพราะฉัน​ต้องการเรียกร้อง​ความสนใจจาก​ใครบางคน อาจ​เป็น​เพราะฉัน​ต้องการ​ความอบอุ่น อาจ​เป็น​เพราะฉัน​ต้องการ​ความเข้มแข็ง ​เพราะฉันอ่อนแอ ตั้งแต่วัน​ที่​เขาเดินออก​ไปจากชีวิตฉัน ฉันก็คล้ายไม้ผุปักอยู่​บนโคลนเลน​ที่รอวันสายลมพัดมา​ต้องให้ล้มลง จวบจนกระทั่ง​ได้เจอ​เขา ​เขาผู้ให้ทุกสิ่งทุกอย่าง​ที่ฉันขาดหาย ​ความรัก ​ความเอื้ออาทร ​ความจริงใจ สิ่งใด​ที่ฉัน​ต้องการ​เขาให้ทุกอย่าง ​แต่มีข้อแลกเปลี่ยน ​ต้อง​เอาร่างกายเข้าแลก ฉันในขณะนั้น​ยินยอม ในขณะนี้ก็เช่นกัน หรือว่าฉันไม่อาจหวนคืนกลับสู่สภาพเดิม ช่างมันปะไรชีวิต​จะสิ้นสุด​เมื่อใดก็ไม่อาจทราบ​ได้ คติของฉันวันนี้​คือทำวันนี้ให้มี​ความสุข​ที่สุด
`​เอาอะไร​ดี ว๊อดก้า ฮอนโนลูลู สาโท หรือว่าเหล้าขาว` ​เขาถามหน้าทะเล้น ​พร้อม​กับโยก​ไปมา ​กับเสียงเพลงในจังหวะเร่งเร้าอารมณ์ให้เร่าร้อน มันดูเท่ห์ยิ่งกว่าสิ่งใด
`​เอาอะไร​ก็​ได้​ที่ไม่​ได้พูด​เมื่อกี๊นี้` ฉันตอบยียวน ทำให้เรายิ้ม​พร้อมกัน มันช่วยไม่​ได้นี่นา​เขาอยากกวนก่อนทำไมล่ะ
`เราเจอกันยังงัย` ฉันเปลี่ยนคำถาม ฉันเพียง​แต่​ต้องการย้อนอดีตให้​เขาระลึกถึงวันวาน​ที่ผ่านมาเท่านั้น​แหละ​ ​ถ้า​เขาจำ​ได้ฉันก็สุขใจ ​ถ้า​เขาจำไม่​ได้ ฉันก็ไม่​ได้ทุกข์ใจ​กับมันหรอก เพียง​แต่งอนง้อ​เขาเล่นสักพักก็เท่านั้น​แหละ​
​เขาตีสีหน้าครุ่นคิด
`วันนั้น​​เป็นคืนเดือนมืด ​พระจันทร์เต็มดวง คุณเมาผมก็เมา คุณอกหัก ผมก็อกหัก คุณมีปัญหาในชีวิต​ที่แก้ไม่ตก ผมก็เช่นกัน เรามีอะไร​คล้ายกัน ​แต่มีอย่างหนึ่ง​ไม่เหมือนกัน`
ฉันยิ้ม​กับคำตอบ​ที่คลอบคลุมจักรวาล​และเจือด้วยอารมณ์ยียวนของ​เขา
`อีตาบ้า คืนเดือนมืด​ที่ไหนเล่า ​พระจันทร์​จะเต็มดวง` ฉันยื่นหน้าเข้าชิดหน้า​เขา จน​ได้กลิ่นเหล้าจาง ๆ​ ประทะจมูก ​พร้อมพูดเจือเสียงกระซิบ ​เขายิ้มอย่าง​เป็นต่อ ก็รู้รู้ว่า​เขาปากคอเราะร้าย​แต่ฉันก็ยังรัก รักจนสุดขั้วหัวใจ รักอย่างไม่เคยรัก​ใครมาก่อน อานุภาพแห่งรักมันมากมาย​ขนาดทำให้คนดีกลาย​เป็นคนบ้า คนบ้าอยู่​แล้ว​บ้ายิ่งขึ้น​ ​และ​สามารถ​ที่​จะทำให้คนบ้ากลับ​เป็นคนดี คน​ที่ดีอยู่​แล้ว​กลับ​เป็นคนดียิ่งขึ้น​​ไปเรื่อย ๆ​ อีกตราบเท่า​ที่ยังมีรัก ฉันเชื่อในอานุภาพของมันว่า​สามารถบันดาลให้ทุกสิ่งเกิดขึ้น​​ได้ ​และฉันก็​กำลังบ้ารัก
ฉัน​และ​เขาร่วมร่ำดื่มสนุกสนาน นี่อาจ​จะ​เป็นเวลา​ที่​เขามี​ความสุข​ที่สุดเท่า​ที่ฉันดูจากสีหน้าท่าทีของ​เขา ฉันไม่รู้สึกเบื่อหน่าย​เขาเลย​หรือไง หรือชีวิตฉันฝากไว้​กับ​เขาแล้ว​ ไม่หรอกฉันยังคงหาเลี้ยงชีพด้วยสตางค์ของตัวเอง มีเพียงบางครั้งเท่านั้น​​ที่ให้​เขาช่วยเลี้ยง หนังบ้าง ไอติมบ้าง แล้ว​​แต่โอกาส ​ที่ว่างเว้นจากการงาน ชีวิตคนกลางคืนก็​เป็นเช่นนี้แหละ​ ไม่​เป็นตัวของตัวเอง ไม่มิสิทธิ์มีเสียงในการเลือกเหมือนผู้แทน ​ถ้าเลือกก็อด

`ว่าว​จะขึ้น​สู่​ที่สูง​ได้ไกลสักแค่ไหน ​ถ้าไม่มีสายลมฤดูคอยช่วยหนุน` ฉันคิดถึงคำพูดนี้ของ​เขาตอน​ที่เจอ​เขาครั้งแรก ​เขา​ต้องการดูแลฉัน ฉันก็เต็มใจให้​เขาดูแล
​เขาคิดอะไร​อยู่​นะ ตอนนี้ หรือว่าฉัน​จะ​ต้องมี​เขาคอยช่วยให้​กำลังใจในการดำเนินชีวิตตลอด​ไป ฉันไม่มี​เขา​ได้หรือไม่ ลองถาม​เขาดู​เป็นไร​ไป
`​ถ้าหากว่า สักวันหนึ่ง​ข้างหน้าฉันไม่​ได้อยู่​เคียงข้างคุณ คุณ​จะ​เป็นอย่างไร`
`ผมคงอยู่​ไม่​ได้​ถ้าปราศจากคุณ` สายตา​เขาบ่งบอกถึง​ความจริงจัง ฉันดูไม่ออกเลย​ว่ามัน​เป็นการเสแสร้งหรือไม่ ถึงยังงัยตอนนี้ก็มี​เขาอยู่​แหละ​น่าคิดอะไร​มากมาย​
`คุณถามทำไม`
`เปล่า ก็..แค่อยากรู้เผื่อว่าฉัน​จะ​ต้องเตรียมใจไว้เผื่อขาดเผื่อเหลือในอนาคตข้างหน้า ​เพราะฉันก็มีเพียงคุณเท่านั้น​​ที่คอยแบ่งเบาภาระทางใจ​ที่หนักอึ้ง​ได้ ฉันโชคดีนะ​ที่มีคุณ​และอยากให้มันคงอยู่​เช่นนี้ตลอด​ไป ไม่อยากให้คุณ​ไปไหนเลย​`
`วันเวลาเท่านั้น​​ที่​จะ​เป็นเครื่องพิสูจน์​ความสัมพันธ์​ระหว่างเราสอง`
`จ้า..ฉัน​จะรอดูเวลา ว่า​แต่ว่าเวลามัน​เป็นตัวยังงัยนะ`
`มันคงคล้าย ๆ​ ช่วงระยะเวลา​ที่คุณ​และผมไม่​ได้พบกัน มัง`
`​ไปกันยัง ดึกแล้ว​คุณไหวไหม`
`ไหว ​ไปกันเถอะ`
`เรา​จะเจอกันอีก​เมื่อไร` ฉันเอ่ยปากถาม​เขา
`วันเวลา​ที่คุณว่าง` ​เขาตอบปนยิ้มในหน้า
​เขาตอบ​พร้อม​กับก้าวนำหน้าออกจากห้องสีเทา ควันบุหรี่สีขาวลอยอ้อยอิ่ง แสงไฟสลัวเลือนขับเน้นบุคลิกลักษณะมาดแมนของ​เขา ให้​ความรู้สึกประทับใจแก่ฉัน​เป็นพิเศษ ค่ำคืนนี้มีดวงดาว คืนเดือนมืด ดาวมัก​จะสวยงาม​เป็นพิเศษ สวยสว่างกระจ่างจ้า ท่ามกลางนภากาศ เหตุไฉนดาว​ต้องสวยงามยามมืดมิดเท่านั้น​ หรือว่าเหมือนฉัน
ผ่านพ้นวันนั้น​จนฉันลืมเลือน ฉันลืม หรือว่าฉันแกล้งลืม
`พี่กบ พรุ่งนี้หนู​จะพาแฟนมา​ที่บ้านนะ พี่​จะขัดข้องอะไร​หรือเปล่า`
`ก็พามาสิ่ ไม่​ได้เห็นหน้าแฟนแกตั้งนานแล้ว​ คนเดิมหรือเปล่า`
`คนใหม่อ่ะพี่ เพิ่งรู้จักกันสามเดือนเอง ​ถ้าพี่เห็นพี่​ต้องชอบแน่เลย​`
`บ๊ะยัยนี่ เปลี่ยนแฟนเหมือน​กับเปลี่ยนเสื้อผ้าเลย​นะ..ฉันไม่แย่งแฟนน้องหรอกน่า อ๋อหึงใช่ไหมล่ะ รู้น่า เดี๋ยว​ถ้ามา​จะลองจีบเล่น ๆ​ สักหน่อย​` ฉันก็พูดแกล้งแก​ไปงั้นแหละ​ ​แต่ดูหน้าตาแกทำท่าหึงหวงชัดเจนจน​จะแจ้งแล้ว​ ฉันรีบหุบปากทันที
`พี่ไม่​ต้องแกล้งปานเลย​นะ ​เขาหยิ่งนิด ๆ​ ​แต่​เขาตลกดี ​เขาสมาร์ทอย่าบอก​ใครเชียว` เธอพูด​พร้อมทำตาปรือเพ้อฝันเหมือนละครทีวีเลย​ ชัก​จะอยากรู้แล้ว​ล่ะสิ่ว่า​เขา​เป็นยังงัย
`​จะมากี่โมงล่ะ`
`ก็คงช่วงเช้า​อ่ะพี่`
`อือ ไม่รู้พี่​จะอยู่​หรือเปล่า`
จากนั้น​ฉันก็ไม่​ได้ใส่ใจอะไร​​ทั้งสิ้น ​เพราะชีวิตวันนึง วันนึงของฉันก็หมด​ไป​กับงาน แล้ว​บางที​ต้องกลับดึกดื่นค่อนคืน ซ้ำบางคืนยัง​ต้องเมามายอย่างช่วยไม่​ได้ ​แต่มันก็คุ้ม ฉันรู้มันคุ้มค่า
ก่อนนอนคิดถึง​เขาดีไหม ก็ตอนนี้​กำลังคิดถึงอยู่​นี่นา ​เขาคนนั้น​​จะคิดถึงฉันไหมหนา คิดถึงเธอแทบทุกเวลา ​จะมาหาวันไหนให้บอกกัน ฉันหลับฝันเห็น​เขามา​กับผู้หญิงคนหนึ่ง​ ผู้หญิงคนนั้น​หน้าตาคล้ายฉันยัง​กับแกะ หรือว่า​เป็นฉัน ฉันไม่แน่ใจ
ฉันพาตัวเองกลับจากทำงานตอนตีห้า กลับถึงบ้านประมาณตีห้าครึ่ง​ได้ เข้าห้องน้ำ อาบน้ำล้างหน้า เช็ดตัวซักเสื้อผ้า ฉันบอกตัวเอง ซักผ้าเสร็จ นอนพักสักงีบประมาณเ​ที่ยงค่อยตื่นดีกว่า
เอ..​แต่ว่าวันนี้ยัยปานพาแฟนมาบ้านนี่ รอดูหน่อย​​จะ​เป็นไร​ไปนี่ก็ใกล้เจ็ดโมงแล้ว​
`พี่กบจ๋า มาดูนี่สิ​ใครมาเอ่ย`
`นี่แฟนกบเองจ๊ะ​ คุณ..​เขา​เป็นนายตำรวจอนาคตดีอยู่​พื้น​ที่นี้แหละ​ ​เป็นงัยเซอร์ไพรส์ไหมพี่กบ ตะลึงเชียว อิจฉาป่ะ`
`นี่พี่กบค่ะ​ พี่สาวปาน เธอบอกให้ปานเรียกพี่สาว​เพราะพี่กบอยาก​เป็นผู้หญิง ​แต่พี่กบก็เหมือนผู้หญิงจริง ๆ​ นะแปลงเพศมาตั้งแต่อยู่​ปีสามแน่ะ รู้จักกันไว้นะพี่กบ`
ยามเช้า​เช่นนี้ อากาศบริสุทธิ์เช่นนี้ ผู้ชายคนนี้ คน​ที่ฉันรู้จัก​เขาดี หรือว่าฉันไม่รู้จัก​เขาเลย​ ​เขาน่า​จะยืนอยู่​เคียงข้างฉัน..
ในฝันฉันเห็น​เขามา ​พร้อม​กับผู้หญิงหน้าตาคล้ายฉันยัง​กับแกะ หรือว่า​เป็นฉัน ฉันไม่แน่ใจ ตอนนี้ฉันแน่ใจ ​เขามา​กับน้องสาวฉัน ​เขาหยิ่งนิด ๆ​ ​แต่​เขาตลกดี
ลมยามเช้า​วูบหนึ่ง​ พัดผ่านหน้า ฉันคิดถึงคำพูดของ​เขา
`ว่าว​จะขึ้น​สู่​ที่สูง​ได้นานสักแค่ไหน ​ถ้าไม่มีสายลมฤดูหนาวคอยช่วยหนุน` ​เขาก็​เป็นเหมือนสายลม..สายลมเดือนเมษายน..​ที่ให้​ความร้อนอบอ้าวแก่ฉัน ​แต่ไม่ใช่สายลมเดือนสิงหาหน้าฝน..​ซึ่งให้​ความรู้สึกสดชื่น..


ธีรนันท์

 

F a c t   C a r d
Article ID A-336 Article's Rate 0 votes
ชื่อเรื่อง แก้วร้าว
ผู้แต่ง ธีรนันท์
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๔๖
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๒๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-989 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 14 ธ.ค. 2546, 10.55 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น