นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๔ ธันวาคม ๒๕๔๖
คืนหนึ่งในฤดูฝน
ธีรนันท์
...คืนหนึ่ง​​ในฤดูฝน `คืน​​และวันผันผ่าน​​ไปใจยิ่งเศร้า โลกอ้างว้างว่างเปล่าสุดเฉลย ลูกขาดแม่...​​โลกขาดตะวันเหมือนกันเลย​​ โอ้..แม่เคยคิดถึงลูกหรือเปล่านา...​​*`...
คืนหนึ่ง​ในฤดูฝน

`คืน​และวันผันผ่าน​ไปใจยิ่งเศร้า
โลกอ้างว้างว่างเปล่าสุดเฉลย
ลูกขาดแม่...​โลกขาดตะวันเหมือนกันเลย​
โอ้..แม่เคยคิดถึงลูกหรือเปล่านา...​*`

เมฆดำก่อตัว​เป็นกลุ่มก้อน ลอยล่องท่ามกลางท้องฟ้า​ที่มืดดำ ลมฝนพัดรุนแรง ฟ้าแลบแปลบปลาบ ​พร้อม​กับเสียงร้องครืนครางของฟ้าก่อนฝน ฟ้าผ่ากิ่งคูนหน้าบ้านหักโค่นลงสู่พื้นดินแฉะ ต้นหญ้าหน้าบ้านเริงร่ารับสายฝน​ที่โหมกระหน่ำมาอย่างไม่ขาดสาย ฝนเม็ดใหญ่กระทบหลังคาบ้าน​ซึ่งมุงด้วยหญ้าคาก่อเกิด​เป็นสำเนียงเสียงดนตรีแห่งธรรมชาติ​ที่ไพเราะ​เพราะพริ้งยาก​ที่​จะหาเสียงใดเสมอเหมือน ​แต่ฉันเกลียดมัน `สายฝน` เกลียดทุกอย่าง​ที่เกี่ยว​กับฝน ทุกอย่าง​ที่ก่อเกิด​และรวมตัว​เป็นสายฝน
น้ำตาฟ้า น้ำตาสายฝน ต่างกันตรงไหน กี่ปีแล้ว​​ที่​เขาจาก​ไปไม่หวนกลับมา ฉันเกลียด​เขา ​แต่ก็ยังนึกถึง​เขา ฉัน​จะทำอย่างไรดี ทุกที​ที่ฝนตก ฉันคล้ายบ้าคลั่ง ฉันกลัว กลัว​เขา ทำไมฉันถึงกลัว ​เพราะเหตุใด ​เพราะอะไร​
`ฝนวันนี้ กลับจากโรงเรียนแล้ว​ อย่าลืมหุงข้าว ทำ​กับข้าวรอแม่นะลูก วันนี้แม่อาจกลับจากนาช้า คิดว่า​จะวางเบ็ดไว้สัก สิบยี่สิบคัน พรุ่งนี้คง​ได้ปลามา​เป็นอาหาร ตำน้ำพริกปลาร้า ​และหาเก็บผักตำลึงหลังบ้านมาต้มไว้ด้วยนะ แม่ชอบ` แม่ของฉันในเสื้อสีเขียวเข้ม นุ่งผ้าถุงเก่าขาด สวมงอบปีกกว้าง เตรียมตัว​จะ​ไปนา เดินมาหาฉัน​ซึ่ง
อยู่​ในชุดนักเรียนสีขาวหม่น เตรียมตัว​จะ​ไปโรงเรียน ฉันรักโรงเรียน รัก​เพื่อน ๆ​ รักคุณครู
โรงเรียนของเราน่าอยู่​
คุณครูใจดีทุกคน
ฉันก็ไม่เคยซุกซน
พวกเราทุกคนชอบ​ไปโรงเรียน
ฉันฮัมเพลง โคลงคอ​ไปมา ครูสอนตอนอยู่​ประถมหนึ่ง​ฉันจำมัน​ได้ขึ้น​ใจ
แม่ยิ้มอ่อนโยนในเสียงร้อง​ที่ไม่​ได้เรื่อง​ของฉัน
`ค่ะ​ แม่รอทาน​กับข้าวฝีมือฝน​ได้เลย​ค่ะ​`
`แม่ อย่าเพิ่ง​ไปค่ะ​` ฉันเดิน​ไปหาแม่ของฉันบอกให้แม่เอียงหูมา แม่มองประหลาดใจ ​แต่ก็ย่อตัวลงให้เท่า​กับตัวฉันแล้ว​เอียงหูมาใกล้ปากฉัน ฉันกระซิบ​ที่ข้างหูแม่
`แม่วันนี้หนู​จะตั้งใจเรียนนะคะ​ แม่ไม่​ต้อง​เป็นห่วง หนูรักแม่​ที่สุดในโลกเลย​ค่ะ​ `
แม่ยิ้มเอ็นดู ลูบหัวฉัน ​ความอบอุ่นแห่งสายสัมพันธ์แม่ลูกฉันรู้สึก​ได้ ​แม้แม่​จะไม่เอ่ยปาก ​แต่แววตาแม่ดูอบอุ่นกระไรปานนั้น​ แววตาเช่นนี้หา​ได้ไม่ง่ายนักหรอก ​ถ้ามีคนมาขอซื้อให้เงินร้อยล้านให้บ้านร้อยหลัง ก็ไม่ขาย
ถนนสีดิน ทาง​ไปโรงเรียน ต้นไม้ริมทาง
ฉันเดินกึ่งวิ่งออกจากบ้าน​เพื่อ​ที่​จะ​ไปให้ทัน​เพื่อน​ซึ่งบ้านอยู่​ติดกัน `เฮ่ย ไอ้แก้ว รอกูด้วยโว้ย อย่าวิ่งหนีสิวะ ​ถ้าฉันวิ่งทันแก เดี๋ยว​จะตีให้น่วมเลย​คอยดูสิ`
`แน่จริงก็ตามให้ทันสิโว้ยไอ้ฝน ฝน​จะตกแล้ว​นะ สายฝน ชื่อเชยฉิบหาย`
`เฮ่ย ไอ้แก้วแกไม่​ต้องพูดเลย​ ชื่อแกใช่​จะเลอเลิศประเสริฐศรีเสีย​เมื่อไร ประหลาดพิกลคนอะไร​ชื่อ แก่นแก้ว ฮ่ะ ๆ​` ฉันตะโกนตอบ​ไปด้วย วิ่ง​ไปด้วย
แก่นแก้วหยุดรอฉัน​ที่ตีนสะพานไม้ข้ามหนองน้ำ​ซึ่งไม่ลึกนัก มองเห็นปลาแหวกว่าย​ไปมา บางตัวว่ายทวนกระแสน้ำ กบกระโดดลงในน้ำเสียงดัง `จ๋อม ๆ​` ​เป็นระยะ หอยโข่งเกาะอยู่​ตามกิ่งไม้​ซึ่งอยู่​ในน้ำ ใบไม้สีเหลืองสลัดกิ่งก้านร่วงหล่นจากต้นลงสู่แม่น้ำ​ที่
ไหลเอื่อย มองลง​ไปริมฝั่งมีโคลนเลนสีดำ ใบไม้สีดำทับถมกันอยู่​ริมฝั่ง บางแห่งมีทรายสีขาว ใบไม้บนทรายสีขาว ริมฝั่งหนองน้ำ ต้นไม้หลายชนิดใหญ่บ้างเล็กบ้างเรียงรายให้ร่มเงาแก่สิ่งมีชีวิตทุกชนิด​ที่มาพักพิง ​โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิต​ที่เรียกว่าคน ฉันเห็นบ่อย มานั่งเล่นบ้าง ยืนบ้าง วักน้ำขึ้น​มาลูบหน้าบ้าง
`แก้วปีนี้ แกอายุเท่าไรแล้ว​วะ` แก่นแก้ว​เพื่อนจอมทะเล้นของฉันเอ่ยปากถาม
`ปีนี้ สิบสองเราอยู่​ปอหกแล้ว​ แกล่ะยัยฝน จบแล้ว​แก​จะเรียนต่อเปล่าวะหรือว่า​จะทำนาช่วยแม่ ฉันคิดว่าฉัน​จะเรียนต่อให้จบปริญญา​จะ​เป็นด๊อกเตอร์ เฮอะ ๆ​`
`ย่างสิบสามโว้ย ไม่รู้เหมือนกันว่ะ ไม่มีเงิน แล้ว​​แต่แม่ ​แต่ก็อยากช่วยแม่ทำนา ทำไร่ แม่เหนื่อย ลำบาก ฉันรู้ พ่อก็​เอา​แต่กินเหล้า เล่นไพ่ สงสารแม่ ฯลฯ`
สามฤดูกาล หน้าฝน หน้านา ฉันในชุดสีเขียวเข้ม ผ้าถุงเก่าขาด ปีนี้ฉันอายุสิบหกมีหนุ่มบ้านใกล้ บ้านไกลมาฝากขนมจีบไม่เว้น​แต่ละวัน ฤดูดำนา เกี่ยวข้าวมีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่อาสามาช่วยมากมาย​ ฉันไม่สนใจหรอก แม่บอกว่า​จะเลือกคู่​ทั้งที​ต้องดู
ให้ดี ๆ​ เลือกผิดก็​คือ​ความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ชั่วชีวิต ลูก​จะ​ต้องตกนรก​ทั้ง​เป็น ลูก​จะทน​ได้หรือ นั่นสิฉัน​จะทน​ได้หรือ
วันหนึ่ง​ ฤดูฝน ณ ร่มไม้รัง ฉันนั่งกินข้าวกลางวัน​กับแม่ฉันถามแม่ `แม่ ​เมื่อไรพ่อ​จะเลิกกินเหล้า เลิกเล่นการพนัน`
แม่เงียบ ใบหน้าเศร้าลงถนัดตา `​ถ้าแม่ย้อนกลับ​ไป​ได้แม่​จะไม่เลือก​เขา ​แต่แม่ก็หลงคารม​เขา ในหมู่บ้านนี้เรื่อง​เจ้าชู้ประตูดินไม่มี​ใครเกิน​เขา ​แต่​เมื่อ​เขา​แต่งงาน​เขาก็เลิก เหลือ​แต่เหล้า​กับการพนัน​ที่ยังสิงอยู่​ในใจ​เขา แม่จนใจลูก ภาวนาให้​เขาคิด​ได้เอง`

ฤดูฝน เมฆดำก่อตัว​เป็นกลุ่มก้อน ลอยล่องท่ามกลางท้องฟ้า​ที่มืดดำ ลมฝนพัดรุนแรง ฟ้าแลบ ฟ้าผ่ากิ่งคูนหน้าบ้านหักโค่นลงสู่พื้นดินแฉะ ต้นหญ้าหน้าบ้านเริงร่ารับสายฝน​ที่โหมกระหน่ำมาอย่างไม่ขาดสาย
แม่เข้านอน​แต่หัวค่ำ ฉันนั่งอยู่​ในห้อง แม่แยกห้องให้ฉันตั้งแต่ฉันจบปอหก ​เป็นห้องเล็ก ๆ​ กะทัดรัด ฝาไม้มีรูปโปสเตอร์ขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้างของดาราผู้ชายแปะติดไว้หลายรูป แสงตะเกียงวับวามส่องสว่างสลัวเลือน ฉันอยาก​เป็นดารา ไม่เกินยี่สิบปีฉัน​จะเข้ากรุงเทพ เดินตามห้าง ​จะมีแมวมองมาติดต่อ ให้เบอร์โทรศัพท์ ฉัน​ได้เล่นหนัง ละคร รูปโปสเตอร์ของฉัน ติดอยู่​ข้างฝาบ้านหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ ฉัน​จะโด่งดัง ฉันยิ้ม
ดึกแล้ว​ ฉันดับตะเกียง ​ความมืดเข้าปกคลุม สายฝนยังคงโหมกระหน่ำมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา
เสียงเคาะประตูเรียก `ฝน ฝน เปิดประตูหน่อย​` ฉันเปิดประตู ร่างของชายวัยกลางคนคลุ้งด้วยกลิ่นเหล้าถาโถมเข้าทับเรือนร่างของฉัน​พร้อม​กับมืออันหยาบกร้านหนาใหญ่ปิดปากฉันสนิทแน่น ฉันดิ้นรนสุดเรี่ยวแรง ​เขาแข็งขืนมือไม่หยุดนิ่งลูบไล้ทั่วเรือนร่าง น้ำตาฉันไหลหลั่งลงอาบแก้มสองข้าง ฉันพ่ายแพ้ให้​กับอารมณ์เร่าร้อนแห่งตัณหา​ซึ่งลุกโพลงจากการกระตุ้นของ​เขา ฉันเลื่อนลอยไม่มีหลักแหล่งเกาะยึดไหล่ ​เขาถาโถมเข้ามาประดุจสายฝน
เสียงประตูเปิดออก​พร้อม​กับร่าง ๆ​ หนึ่ง​กระโจนเข้ามา เสียงร้องอย่างโหยหวน ตาฉันพร่ามัว เลือดแดงฉาน อาบทั่วเรือนร่างฉัน ฉันไม่​สามารถรับรู้เรื่อง​ราว
ใน​ความฝันฉันคล้ายเห็นเลือด เลือดแดงฉาน​ที่ไหลหลั่งจาก​ส่วนกลางของร่างกายฉัน สายฝนตกลงมา ​แม้​แต่สายฝนก็สีแดงฉาน แม่ร้องเรียกฉัน น้ำตาสีเลือดของแม่ไหลออกมาอาบสองแก้มกร้านดำด้วยฤดูกาล​ที่ผ่านพ้นวันวัยอันยากเข็ญ ฉันนอนอยู่​บนกอหญ้านุ่มหน้าบ้านแม่โอบกอดฉัน สายตาปวดร้าว ​ความรู้สึกอันปวดร้าวประดังเข้าจู่โจมจิตใจฉัน ฉัน​เป็นอะไร​​ไป ฉันตายแล้ว​หรือไม่ หรือว่านี่​เป็นขุมนรก ฉันไม่เคยทำบุญ ฉันคงตกนรกสิ่นะ
ฟ้าสีหม่น ตะวันหมอง คล้ายไม่อยากส่องแสง ให้​ความรู้สึกเดียวดาย ต้นคูนหน้าบ้าน ออกดอกสีเหลืองอร่ามเรียงรายอยู่​ตามกิ่งก้านสาขามาหลายฤดูกาลแล้ว​ มันยังคงยืนหยัดท้า แดด ลม ฝน ถึง​แม้​จะมีกิ่งหักโค่นบ้าง ​แต่มันก็ยังอยู่​​ได้ ฉันล่ะ

เสียงดิ้นรนปลุกแม่ขึ้น​กลางดึก ​แต่ก็สาย​ไปเสียแล้ว​ แม่​เป็นคนเปิดประตูเข้ามา ​เอาขวานของพ่อ​ซึ่ง​ใช้ผ่าฟืนจามเข้า​ที่หัวของ​เขา แม่จุดตะเกียง ตกตะลึง​กับภาพเบื้องหน้า ร่างพ่อนอนจมกองเลือดเสื้อผ้าหลุดลุ่ย เรือนร่างแน่นิ่งแนบสนิท​กับร่างกายฉัน เลือดสีแดงไหลเปรอะเปื้อนฟูกสีฟ้า แม่หายหน้า​ไปยามฟ้ามืด ดาวอับแสง
ฉันจัดการเกี่ยว​กับเรื่อง​ศพของพ่อ บอกชาวบ้านว่า `โจรร้าย​จะเข้ามาทำร้ายฉันพ่อเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยก็เลย​ถูกคนร้าย​ใช้ขวานจามเข้า​ที่หัว ฉัน​ได้ยินเสียงร้องด้วย​ความกลัวก็เลย​ซ่อนตัวอยู่​ในตู้เสื้อผ้า แม่โดนคนร้ายฉุด​ไป` ฉันควร​จะทำอย่างไร ฉัน​จะทำอย่างไรต่อ​ไป ​และฉัน​จะปฏิบัติต่อศพของพ่ออย่างไร พ่อผู้ให้กำเนิดฉัน ​แต่ก็ฆ่าฉัน​ทั้ง​เป็น ฉันก้มลงกราบศพพ่อ​ทั้ง​ที่ใจไม่ยอมรับ
เมฆดำก่อตัว​เป็นกลุ่มก้อน ลอยล่องท่ามกลางท้องฟ้า​ที่มืดดำ ลมฝนพัดรุนแรง ฟ้าแลบ ดอกคูนสีเหลืองหน้าบ้านร่วงหล่น ต้นหญ้าหน้าบ้านเริงร่ารับสายฝน​ที่โหมกระหน่ำมาอย่างไม่ขาดสาย ฤาต้นหญ้าไม่เคยอิ่มในการรับสายฝน​และแพร่พันธ์ วันนี้ฉันในวัย ยี่สิบ บนชานบ้าน ไม่อาจสลัดหลุดจากอดีตอันเลวร้าย ฉันเกลียดสายฝน ฉันเกลียดทุกอย่าง​ที่ก่อเกิด​เป็นสายฝน ฉันคิดถึงแม่ ฉันคิดถึง​เขา ใยฉัน​ต้องคิดถึง​เขา ​ทั้ง​ที่ฉันเกลียด​เขา

` แม่จ๋าแม่แม่รักหนูบ้างไหมหนา
หากแม่หนูนั้น​ยังไม่ตายวายชีวา
โปรดเมตตารับหนู​ไปอยู่​ด้วยคน *`

ฝนซา ฟ้าซีด ดาราเรียงราย คนเดียวดาย ใจเปล่าดาย ฉันยิ้มเยาะในโชคชะตาของตัวเอง ฟ้ากำหนด หรือกรรมลิขิต ฉันไม่แน่ใจ อาจใช่ประการใดประการหนึ่ง​หรืออาจไม่ใช่​ทั้งสองประการ ถึงยังงัยฉันก็เดียวดายอยู่​ดี ใส่ใจใย ดูต้นคูนสิ่ยังอยู่​ให้ดอกสีเหลืองงามอร่ามตา ​แม้​จะผ่านวันเวลา​ที่ถูกฟ้าผ่ากิ่งก้านหักโค่นลง ​แต่ต้นใหญ่ก็
ไม่เคยล้มลงตาม ฉันอยู่​มา​ได้ตั้งยี่สิบปีแล้ว​เหตุใดฉัน​จะอยู่​ต่อ​ไปอีกไม่​ได้เล่า
รุ่งสาง ตะวันฉายแสง อากาศยามเช้า​สดชื่น กลิ่นฝน กลิ่นดิน​ที่ถูกฝนชะล้าง​เมื่อคืน สายลมพัด​เอาดอกคูนดอกหนึ่ง​ตกลงตรงหน้าฉัน ฉันหยิบมันขึ้น​มาสูดดม ฉันรักมันดอกคูน​ที่​ต้องฝน


ธีรนันท์
* เพลง `แม่หนูอยู่​ไหน` สมาน กาญจนะผลิญ เรียบเรียง

 

F a c t   C a r d
Article ID A-334 Article's Rate 3 votes
ชื่อเรื่อง คืนหนึ่งในฤดูฝน
ผู้แต่ง ธีรนันท์
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๔๖
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๗๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๒
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-987 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 14 ธ.ค. 2546, 10.36 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น