นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๔ ธันวาคม ๒๕๔๖
จุดหมายเดียวกัน
ธีรนันท์
...จุดหมายเดียวกัน สามแยก วันนี้อากาศร้อนจัด อุณหภูมิในร่างกายสูงจนก่อให้เกิดเม็ดเหงื่อผุดขึ้น​​พร่างพรายทั่วใบหน้า ​​แม้กระทั่งใต้ร่มผ้าก็ไม่เว้นวาง...
จุดหมายเดียวกัน

สามแยก
วันนี้อากาศร้อนจัด
อุณหภูมิในร่างกายสูงจนก่อให้เกิดเม็ดเหงื่อผุดขึ้น​พร่างพรายทั่วใบหน้า ​แม้กระทั่งใต้ร่มผ้าก็ไม่เว้นวาง
ผมยืนรอรถเมล์สายหนึ่ง​ นานประมาณ 15 นาทีแล้ว​ ด้วยดวงใจ​และสายตา​ที่จดจ่อรอคอย..​ความกระวนกระวายก่อเกิดในดวงจิตดุจดังระลอกคลื่น​ที่คลุ้มคลั่งถาโถมสาดซัดโขดหิน​และ​และทรายขาว..ให้แตกกระเจิง
15 นาที​ต่อมา ผมรีบก้าวขาให้ยาว​ที่สุด พาสังขารอันร่วงโรยด้วยวัย​ที่ผุกร่อน ​เพื่อ​ที่​จะกระโดดขึ้น​รถเมล์สาย​ที่​ต้องการ ​ซึ่งจอดเพียงแค่ไม่ถึงอึดใจ ก็​พร้อม​ที่​จะทะยานตัวรถออก​ไปข้างหน้าทันที สายตาสอดส่ายหา​ที่นั่ง​ซึ่งเลือกไม่ค่อย​ได้นัก ผมก้าวขา​ไปตามน้ำ​เพราะรถเมล์กระชากตัวรถออก​ไปข้างหน้าทำให้เซถลาเสียหลัก ​แต่ไม่ถึง​กับล้มลง มือเกาะราวเบาะด้านบนเยื้องย่าง​ไปสู่จุดหมาย​คือเบาะหลังสุดติดหน้าต่างด้านซ้าย ผมนั่งลง​พร้อมด้วยอาการถอนหายใจ ตามองออก​ไปริมนอกหน้าต่าง
วรจักร
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น​มาจากกระเป๋าใบเล็กของหญิงสาววัยกำดัด ​ซึ่งอยู่​ในชุดนักศึกษา เสื้อสีขาวรัดรูป แขนเสื้อสั้นติดไหล่กลมมน แขนเรียวยาวประดุจสลักเสลาจากเนื้อหยกชิ้นดี กระโปรงสีดำสั้น ช่วงขาเรียวยาวไร้ตำหนิ เธอรีบเปิดกระโปรงเอ้ย..กระเป๋าสีดำใบเล็กหยิบโทรศัพท์ยี่ห้อดังขึ้น​มา กดรับ ​พร้อมกรอกเสียงอันชวนวาบหวามลง​ไป
"เมย์ค่า.."
"มีอะไร​หรือเปล่า..เออรู้น่าว่าคิดถึง..ก็​กำลัง​จะ​ไปหาเนี่ย..เจอกัน​ที่ศึกษาภัณฑ์นะ จ้า..หวัดดีจ้า"
"เฮ่ย..ปอ" เธอสะกิด​เพื่อนสาว​ซึ่งนั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างให้หันมาสนใจเธอพูด
"เสียงเค้าบ่งบอกว่าคิดถึงเรามาก รู้เปล่านี่แน่ะ​ถ้าเจอ​เขา​จะกระโดดกอดให้หายคิดถึงเลย​"
"อือ"...​...​ กริ๊ง ๆ​ ๆ​ๆ​
"เฮ้ย เมย์ รอเราแป๊บนะเรารับโทรศัพท์ก่อน" เธอพยักหน้า​พร้อม​กับหันสายตาดูรอบข้าง
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้น​มากดรับ กรอกเสียงลง​ไป
"​ใครคะ​ .. แม่งไอ้เหี้ย กูบอกมึงแล้ว​ใช่ไหมว่าเราไม่มีอะไร​​จะคุยกันอีกแล้ว​ อย่ามายุ่ง​กับกูนะ ​ไปตายซะ​ไป" เธอกด โทรศัพท์ทิ้ง​พร้อม​ทั้งคำหยาบ​ที่สบถออกมาจากปากจิ้มลิ้มสีแดงระเรื่อ
"สัตว์เอ๋ย"
ผมนั่งมองเธอด้วยดวงจิตอันหดหู่ปนอยากรู้​ความ​เป็นมา​และ​เป็น​ไปของเธอ..
ปอย ผมม้า หน้าใส ไร้สิวเสี้ยน มีสิวหัวช้างเม็ดใหญ่​ที่แก้มซ้าย ใบหน้าหม่น แววตาหมอง ​เป็นภาพ​ที่ขัดกัน​แต่ก็ให้​ความงาม​ที่ลงตัวอย่าง​ที่ผมไม่เคยพบเห็นมาก่อน จิตใจผมเริ่ม​ที่​จะให้​ความสนใจเธอ มาก มากจนกระทั่งผมเองยังรู้สึกประหลาดใจ
ปอย คนแปลกหน้า บนรถเมล์ แววตา​ที่​สามารถหลอมละลายบุรุษผู้พบพานให้สยบอยู่​ในอำนาจด้วย​ความยินยอม​พร้อมใจ
"​เป็นอะไร​มากเปล่าวะปอย อย่า​ไปใส่ใจเลย​​กับไอ้คนชั่วประเภทนั้น​ เสียเวลา เสีย​ความรู้สึก เสียตัว มี​แต่สิ่ง​ที่​จะ​ต้องสูญเสีย ไม่มี​ได้ อย่าคิดมากนะ คิดมากไม่สวยน๊า หน้าแก่ ผมหงอก ตีนกาถามหาด้วย เอ๊า.." เมย์​เพื่อนของเธอพยายามดึงอารมณ์ของเธอให้เข้าสู่บรรยากาศ​ที่​เป็นสุข..
"​เอาล่ะ ​เอาล่ะ ฉัน​จะไม่ยุ่ง​กับเธอก็​ได้นะ ​ถ้าเธออยากอยู่​​เป็นทุกข์อย่างนี้ตลอด​ไป ก็ตามใจเธอ ​แต่ฉันไม่สบายใจรู้เปล่า ​ถ้ารัก​เขาก็จงตัดใจจาก​เขา ​เพราะ​ความรัก​ต้องนึกถึงตัวเองด้วย มันไม่มีเงื่อนไขอะไร​​ที่​จะมารองรับว่า การอยู่​​กับ​เขา​จะทำให้เรา​และ​เขา​ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมี​ความสุข ​ถ้าเรา​เป็นฝ่ายรัก​เขาเพียงข้างเดียว​โดยที​เขาไม่เคยเหลียวแล​และใส่ใจ​ความรู้สึกของเราเลย​"
ใน​ความอึกทึกของรถเมล์​ที่แล่น​ไปด้วย​ความเร็วสูง​และเสียงครางของเครื่องยนต์รอบตัว​ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศ ​ความเงียบของดวงจิตของเธอ
ปอย กระโปรงยาวปกคลุมเข่า เค้าหน้าคุ้นเคยสำหรับผม คุณเคยรับรู้ถึง​ความรู้สึกแปลกประหลาดนี้ไหม ​ความรู้สึก​ที่พบ​ใครสักคนแล้ว​ถูกชะตา คุ้นเคย เหมือน​กับเคยอยู่​ร่วมกันมาก่อน วางใจ ​โดยไม่มีเงื่อนไข ผมรู้สึกเช่นนี้ มันไม่ใช่​ความรู้สึกหลอน ​และไม่ใช่การหลอกตัวเอง ​เพราะผมมีสติอยู่​ร้อยเปอร์เซนต์ ผมนั่งสมาธิทุกวันประมาณสิบนาทีก่อนนอน ​พระ​ที่วัดป่าต่างจังหวัดแนะนำผม ​เมื่อผมตกอยู่​ในอารมณ์เดียวกัน​กับหญิงสาวนามว่า ปอย ​ซึ่งนั่งอยู่​เบาะด้านหน้า
ผมเหม่อมองใบหน้าของเธอ เธอไม่รู้สึกตัว ​เพราะอยู่​ในอารมณ์ขุ่นมัว ผมอยากช่วยให้เธอพ้นจากอารมณ์นี้ ผมสาบาน​กับกระเป๋าคนขายล๊อตเตอรี่​ซึ่งนั่งอยู่​ข้าง ๆ​ ผมว่า "ผม​ต้องช่วยให้เธอพ้นจากอารมณ์อันเศร้าโศรก​ไปสู่อารมณ์อัน​เป็นสุขให้​ได้ สาธุ" ​พร้อม​กับยกมือไหว้ในใจ ​เพราะคงไม่มี​ใครคิดว่าผมปรกติแน่นอน​ถ้ายกมือไหว้กระเป๋าล๊อตเตอรี่ คนขาย ​เป็นชายวัยกร้านชีวิต สวมเสื้อสีลายตัดเขียวขาว ดำด่าง กางเกงยีนส์ ขาด หม่น นั่งหลับ ไม่รับรู้เรื่อง​ราว
วัดราชนัดดาราม
​พระในวัดนี้​เป็นอย่างไรหนอ ​จะ​เป็นเหมือนหลายวัด​ที่ตก​เป็นข่าวหรือไม่หนอ ​ถ้าเรา​จะเข้า​ไปหาปรึกษาปัญหาชีวิต​จะ​ได้ไหมหนอ แล้ว​​ถ้าเราแนะนำปอยให้​ไปปรึกษา​กับ​พระในวัดนี้​จะดีไหมหนอ หลวงพี่ หลวงพ่อ หลวงเณร คงมีวิธีแก้ปัญหาสินะ ​เพราะธรรมะก็​เป็นยาแก้ปัญหาชีวิต​ที่ดี​ที่สุด บรรยากาศวัดนี้ก็สงบร่มรื่นดี คงมีวิธีการสอนธรรมะ​ที่​ได้ผลดี ผมคิดเพริด
ครั้งหนึ่ง​ผมเคยนั่งคุย​กับหลวงพี่​ที่ต่างจังหวัดเรื่อง​ทั่ว ๆ​ ​ไปมีอยู่​ตอนหนึ่ง​หลวงพี่บอกว่า `คน​ที่​เป็นคนอย่างสมบูรณ์นั้น​​จะ​ต้องมีองค์ประกอบหลายประการ​ทั้ง​ความรู้​และ​ความประพฤติ หนึ่ง​ในนั้น​​จะ​ต้อง​เป็นคน​ที่ อ่อนโยน​แต่ไม่อ่อนแอ แข็งแกร่ง​แต่​ต้องไม่แข็งกระด้าง แข็งแกร่ง​ต้องอ่อนโอน อ่อนโยน​ต้องเข้มแข็ง ฟังง่าย​แต่เข้าใจยาก ​แต่ผมก็ชอบ
ผมตัดสินใจพาสังขารอันร่วงโรยลุกขึ้น​เดินเข้า​ไปหาเธอ​ทั้งในขณะ​ที่รถวิ่งอยู่​ ​พร้อมคำถามคำตอบ​ที่เตรียมไว้ในใจท่องมาสามสิบจบตั้งแต่เห็นหน้าเธอ "เอ่อ..อ่า..ขอโทษนะครับ​ผมพีครับ​"
"เราเคยรู้จักกันเหรอค่ะ​" เสียงจากปากน้อย ๆ​ ของหญิงสาวชื่อเมย์​เพื่อนเธอถามปนอาการประหลาดใจอย่างเปี่ยมล้น
"เอ่อ..​คือว่าผม ๆ​ คุณเมย์ เอ้ยคุณ ๆ​.." ผมหัน​ไปมองหน้าปอยด้วยดวงตา​ที่คุ้นเคย​แต่ไม่เคยชิน "ปอย ​เพื่อนเมย์ค่ะ​"
"ใช่ ๆ​ คุณปอยมีเรื่อง​หนักใจใช่ไหมคับ เล่าให้ผมฟัง​ได้ไหม ผมอยากช่วยนะครับ​"
"ช่วยยังงัย" คำถามแรกโพล่งจากปากหญิงสาวหน้าใส ไร้สิวเสี้ยนมี​แต่สิวหัวช้างเม็ดหนึ่ง​ ​ที่แก้มซ้าย นามว่าปอย โอ้​พระพุทธเจ้าผมอุทานออกมาด้วยเสียงอันดังในใจ ใน​ที่สุดเธอก็พูด​กับผม
"​ไปวัดงัยครับ​ ผม​จะพาคุณ​ไปฟังเทศน์หลวงพ่อ หลวงพี่ หลวงเณร รับรองคุณ​จะ​ต้องหัวเราะจนน้ำตาเล็ดอย่างมี​ความสุข"
ปอย ใบหน้าหมอง แววตาหม่น สวยอย่างลึกลับ เดา​ความรู้สึกยาก เธอยิ้ม​ที่มุมปาก ไม่มีคำตอบจากปากของเธอ ​ความเงียบเข้าปกคลุม ผมใจเต้นโครมคราม รอคอย
"ขอบคุณค่ะ​ใน​ความหวังดี ​แต่ฉันมีวิธี​ที่ดีกว่านี้"
ผมพยายามชวนเธอคุย ยก​ความดีของการเข้าวัดตั้งแต่การ​ได้บุญกุศลมหาศาล​เมื่อถวายทานแก่​พระสงฆ์ การ​ได้ข้อคิดในการดำเนินชีวิตจากการฟังธรรมะในทาง​พระพุทธศาสนา การ​ที่มีจิตใจสงบนิ่งไม่วุ่นวาย​เมื่อนั่งสมาธิ การตัดสินใจ​ที่ไม่ค่อยผิดพลาด มีสติอยู่​ทุก​เมื่อ จนกระทั่งถึง​กับ​ได้กินข้าวฟรี ให้เธอฟัง
สีหน้าของปอย แววตาของเมย์ บ่งบอกว่าเบื่อหน่าย ผมก็​เมื่อยปาก ​แต่เหนื่อยใจมากกว่าผมตัดสินใจย้ายก้นของตัวเองมานั่งลง​ที่เบาะเดิม คนขายล๊อตเตอรี่ตื่นตั้งแต่​เมื่อไร ผมไม่อาจทราบ​ได้ ​แต่รับรู้ถึงสายตาแปลกประหลาดของ​เขา ​และอีกหลายคน​ที่จ้องมองมา "เธอคงอาย" ผมคิดเข้าข้างตัวเอง
ราชดำเนิน (อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย)
ใกล้ถึงจุดหมายแล้ว​ ผมมา​ที่นี่ด้วยกิจธุระจำ​เป็น​ที่สุดในชีวิต ให้ตายสิ ไม่อยากเชื่อเลย​ผ่านมาตั้งหลายปี​ที่นี่ก็ยังให้​ความรู้สึกเหมือนเดิม ทุกครั้ง​ที่ผมกลับมา​ที่นี่ผมอยาก​จะร้องก้องให้​กับ​ความผิดพลาดของชีวิตหลายชีวิต​ที่​ต้องพลี​เพื่อคำว่า "ประชาธิปไตย" คำห้าพยางค์นี้มันมีอิทธิพลต่อคนมากมาย​ขนาด​สามารถพลีชีพของตัวแลก​กับคำ ๆ​ นี้เชียวหรือ บางครั้งผมก็อด​ที่​จะสงสัยไม่​ได้ ​เมื่อ​ได้มาแล้ว​ก็ยังคง​เป็นแบบเดิม คอรัปชั่น โกงกิน แดก จนพุงปลิ้น บางคน​ใช้สถานการณ์นี้​เพื่อก้าว​ไปสู่อำนาจทางการเมือง แล้ว​ก็เหมือนเดิม ​ความรู้สึกผมสับสน ผมหัน​ไปมองเธอสองคนข้างหน้า ​เขา​ทั้งสอง​ถ้าหาก​เขาเกิดในยุคนั้น​​จะ​เป็นเช่นนั้น​หรือเปล่าหนอ แล้ว​ยุคนี้ล่ะมันต่างกันตรงไหน คำถามมากมาย​ผุดขึ้น​ในดวงจิตของผม
รถเมล์เลี้ยวอ้อมอนุสาวรีย์แล้ว​เลี้ยว​ไปทาง​ที่​จะเข้า​ไปวัดสุทัศน์ วัดนี้มี​พระนักเทศน์ดังหลายท่าน ผมเคยฟัง ร้านรวงรอบวัด​ส่วนมาก​จะขายเครื่องสังฆภัณฑ์เกี่ยว​กับบริขารของ​พระสงฆ์องค์เจ้าตั้งแต่ กลด บาตร จีวร อังสะ เครื่องสังฆทาน สำหรับทำบุญถวายทาน ผมเคยเข้ามาซื้อ​ไปถวายหลวงพี่​ที่ต่างจังหวัดบ่อย
จุดหมาย
เสียงรถเมล์บ่งบอกว่า​กำลัง​จะจอด ผมรีบพยุงสังขารอันร่วงโรยลุกขึ้น​เกาะราวเบาะด้านบนข้างหน้า หัน​ไปมองเธอ
ปอย ผมม้า หน้าใส ไร้สิวเสี้ยน มีสิวหัวช้างอยู่​ข้างแก้มซ้าย ใบหน้าหม่น แววตาหมอง เมย์​เพื่อนเธอสะกิด​ที่ไหล่ด้านซ้าย ​พร้อมคำพูดแผ่ว "ถึงแล้ว​ปอย เตรียมตัวลง" เธอลุกขึ้น​เกาะราวเบาะด้านบน ผมรู้สึกประหลาดใจ เรามีจุดหมายเดียวกันหรือนี่
ผมยืนอยู่​ริมประตูกลางเกาะ​กับราวเหล็ก​ที่ตั้งชันตรงขอบประตู รถจอด ผมก้าวลง เมย์​และ ปอยก้าวตาม ผมมองซ้ายมองขวารถบางตาตัดสินใจเดินข้าม​ไปถนนฟุตบาท​ด้านตรงกันข้าม เธอ​ทั้งสองก้าวตาม หรือว่าเธอ​จะ​ไปศึกษาภัณฑ์ ผมคิด​แต่ก็ไม่​ได้ถาม เลี้ยวเลาะ​ไปตามฟุตบาท​​ไป​ที่ป้อมตำรวจตรงไฟจราจร รอจังหวะให้รถบางตา เตรียมตัวข้าม
5 นาที​กับการรอจังหวะรถ ถนนสองด้านกว้างมากมี​ที่พักสำหรับข้าม​ไปถนนอีกด้านหนึ่ง​กั้นกลาง เสาไฟฟ้าตั้งเรียงราย ​พระบรมฉายาลักษณ์ของ​พระบาท​สมเด็จ​พระเจ้าอยู่​หัว​และ​พระราชินีตั้งตระหง่านดูงดงาม ต้นไม้ในกระถางหลากหลายพันธ์ถูกวางอย่าง​เป็นระเบียบกลางแดดร้อน ​แต่มันก็ดูสวยงามแปลกตา
ผู้คนกลุ่มหนึ่ง​ข้างตู้จราจร ผม ปอย เมย์ ​ความรู้สึก​ที่แตกต่าง ​แต่จุดหมายเดียวกัน ข้าม​ไปสู่ฝั่งถนนฟากโน้น​ซึ่งกั้นด้วยรถรา​ที่แล่น​ไปมาขวักไขว่​และกระถางต้นไม้กลางแดด ผมหันมองเธอ..
ปอย ผมม้า หน้าใสไร้สิวเสี้ยน สิวหัวช้างเม็ดใหญ่​ที่แก้มข้างซ้าย ใบหน้าหม่น แววตาหมอง เธอใจลอย ผมรู้สึกสังหรณ์วูบ​ที่ดวงจิต
ผมตัดสินใจก้าวขาลง​ไปบนถนน​พร้อม​กับการก้าวย่าง​ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งในจังหวะ​ที่รถบางตา ผู้คนหญิงชายหลายคนก้าวตามรวม​ทั้ง ปอย​และเมย์
อีกสามก้าวก็​จะถึงจุดพักข้ามทาง เสียงร้องเอ็ดอึงของผู้คนด้วย​ความตกใจ รถหลายคันหยุดนิ่ง มีบางคนเปิดประตูรถออกมามุงดู ชั่วอึดใจไทยมุงเต็ม​ไปหมด ผมแหวกฝูงชนเข้า​ไปข้างในสุดด้วย​ความลำบาก ปอย หญิงสาวผมม้า แปลกหน้า​แต่คุ้นเคย กองเลือด กระเป๋าดำเปื้อนเลือด โทรศัพท์แตกกระจายปนเลือด นอนนิ่งในอ้อมกอดของเมย์ ​เพื่อนเธอ ​ความรู้สึกปวดร้าวชนิดหนึ่ง​แล่นมาจุก​ที่คอหอยของผม หัวใจผม​กำลังร้องไห้
ผมเฝ้าโทษตัวเองเสมอ..หากว่าผม​ใช้​ความพยายามอีกเพียงนิดเดียว​เพื่อ​จะเกลี้ยกล่อมให้เธอลคล้อยตามผม เธอคงไม่พบจุดจบ​ที่น่าเศร้าแบบนี้ หรือว่าเธอคล้อยตามผม..
วันนี้อากาศร้อนจัด
ปอย ผมม้า หน้าใส ไร้สิวเสี้ยน​และสิวหัวช้าง แววตามุ่งมั่น หมอบอกเธอไม่มีสิทธิ์เดินตลอดชีวิต ร่างกายซีกซ้ายตั้งแต่​ส่วนกลางลง​ไป​เป็นอัมพาต สมอง​ได้รับ​ความกระทบกระเทือนเล็กน้อยผมเทียวเข้าเทียวออกโรงพยาบาลเกือบครึ่งปี
วันนี้อากาศเย็นสบาย ลมพัดเฉื่อยฉิว โบกสะบัดใบไม้ปลิวไสว
ผม ปอย ลานหินในวัดต่างจังหวัด ​ความสงบ
กลิ่นธูปโชยมาตามลม เราสองสบตา ดวงตาของเธอคล้ายมีชีวิต
เราหันหน้า​ไปในทิศทาง​ที่กลิ่นธูปโชยมา หลวงพี่ นั่งอ่านหนังสืออยู่​บนโขดหินใต้ร่มไทร ถัดออก​ไปไม่ไกล ​พระพักตร์ของ​พระพุทธรูป ปรากฏเด่น​เป็นสง่าแก่สายตาสองเรา...​...​

 

F a c t   C a r d
Article ID A-333 Article's Rate 3 votes
ชื่อเรื่อง จุดหมายเดียวกัน
ผู้แต่ง ธีรนันท์
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๔๖
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๘๐๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-986 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 14 ธ.ค. 2546, 10.32 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปอย [C-7420 ], [58.147.33.124]
เมื่อวันที่ : 27 เม.ย. 2549, 00.01 น.

สนุกดีค่ะ​
ชื่อนางเอก เหมือนชื่อเราเรย
เราจา จมกองเลือดมั๊ยอ่ะ
T^T
​เอาน่าๆ​555
พยายามเข้านะคะ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น