นิตยสารรายสะดวก  Forward Articles  ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๒
“มะขวิด” พระเอกของวันนี้
ข้าวฟ่าง
...ทำ​​ความ​​กับรู้จัก "มะขวิด"กันหน่อย​​ วันนี้ฉันมี "มะขวิด" ​​เป็น​​พระเอก ​​แต่​​พระเอกอย่างมะขวิดมีหลายชื่อ ไม่ใช่เจ้าชู้นะ ​​แต่อยู่​​​​ที่ไหนก็มีฉา...
ทำ​ความ​กับรู้จัก "มะขวิด"กันหน่อย​

วันนี้ฉันมี "มะขวิด" ​เป็น​พระเอก ​แต่​พระเอกอย่างมะขวิดมีหลายชื่อ ไม่ใช่เจ้าชู้นะ ​แต่อยู่​​ที่ไหนก็มีฉายา​ทั้งนั้น​..ขอบอก

ภาคกลางเรียก"มะขวิด"นะ ​เพราะ​ใครๆ​ก็รู้จักมะขวิด
เมืองเหนือ​เขาเรียกมะปิน ​แต่ออกเสียง "บ่ะปิน"
​แต่บ้านฉันสงสัยพูดเสียงโทนแปลก ​เขาเรียก"มะฝิด"
แถมด้วยชื่ออื่นๆ​...​​ที่​เขาเรียกอีก มากเลย​ เช่นมะขวิด (อังกฤษ: Limonia)
ชื่ออื่นๆ​ : Wood apple, Elephant's Apple
ชื่อพฤกษศาสตร์ : Feronialimonia Swing

​เป็นพืชตระกูลเดียว​กับมะนาวด้วยนะ มะขวิด​เป็นพืชในวงศ์ : RUTACEAE เช่นเดียว​กับมะตูม ​ที่สมัย​เป็นเด็กก็รู้ว่า มันไม่เหมือนกัน เพียง​แต่คล้ายกันมาก ​แต่คนทั่ว​ไปรู้จัก "มะตูม"มากกว่า

คงเหมือนน้อยหน่า​กับน้อยโหน่ง ​ที่คนรู้จัก​แต่น้อยหน่า ​ส่วนน้อย​ที่รู้จักน้อยโหน่งด้วย สำหรับฉันกิน​ได้เหมือนกัน รสชาติต่างกันเล็กน้อย สรรพคุณตอนนั้น​ไม่รู้หรอกนะ รู้แค่อร่อย...​​เพราะไม่ค่อยมีสารพัดขนมหรือผลไม้อื่นกินอยู่​แล้ว​ ​แต่ก็ไม่​ได้เดือดร้อนสักนิด​กับ​ความไม่มีตรงนี้ ​เป็นเรื่อง​ปกติของชีวิตเราอยู่​แล้ว​

​แต่วันนี้มาพูดเรื่อง​มะขวิด ​เพราะสะดุดชื่อมะขวิด​ที่​ใครคนหนึ่ง​​ใช้นามปากกาว่า "มะขวิด"ในงานเขียนของ​เขา เลย​​เป็นเรื่อง​ราวสะกิดใจว่า...​.มะขวิด​ที่เราเคยกินตอนอยู่​ประถมศึกษา ยังมีคนรู้จักอยู่​หรือนี่...​ดีจริงๆ​ ​เพราะ​เป็นชื่อพื้นบ้านมากๆ​ ...​..

จำ​ได้ว่า บ้านเกิดของฉันอยู่​ใกล้วัดมาก แล้ว​​ที่หลังโบสถ์เก่ามีต้นมะขวิดอยู่​ด้วย ต้นสูงมากคงสัก ๑๐ กว่าเมตรเห็น​จะ​ได้ ฉันเด็กเกิน​ไป​ที่​จะสอยมันลงมากิน​ได้ ก็​ได้รอให้มันแก่แล้ว​ตกลงมากระทบ​กับลานรอบโบสถ์​และแตกออก เสียง​ที่มันตกลงมากระทบลานโบสถ์ซีเมนซ์นั้น​ดังโพล๊ะ!!! เสียงนั้น​​เป็นราว​กับหีบสมบัติตกมาจากฟากฟ้าทีเดียว

เด็กๆ​ อย่างฉันพากันแย่งเก็บในหมู่พี่น้องหรือ​เพื่อนๆ​ ​แต่สุดท้ายก็แบ่งกันอยู่​แล้ว​ หลังจาก "มะขวิด" ตกจากฟ้า (​ความคิดตอนนั้น​ของฉัน)..​เป็นอันว่า วันนั้น​​จะ​เป็นวัน​ที่​ได้รับพร ​คือมี ลาภปาก ​ที่อืมมมมมมมม...​..ยิ่งกว่า​ได้กินเค้กวันเกิดอีกนะนี่...​​เพราะตอนนั้น​ไม่เคย​ได้กินเค้กวันเกิดมาก่อนเลย​นั่นเอง

จากนั้น​ก็​ใช้ช้อนตักกินเนื้อข้างใน ​ที่มีเหลืองเข้มเกือบน้ำตาล มีน้ำมันเยิ้มนิดหน่อย​ มีเมล็ดเล็กๆ​​ที่เคี้ยวพอกรุ๊บกรอบ ​และมีกลิ่นหอมหวานพอๆ​​กับรสชาติ​ที่ลิ้นสัมผัส​ได้ในทันที

สำหรับฉัน มันไม่ต่าง​กับมะตูมเลย​ ฉันว่าอย่างนั้น​ ​แต่ยายบอกว่า...​.มันไม่เหมือนกันลูก อย่างนี้เรียกมะตูม อย่างนี้เรียกมะขวิด บอกกี่ครั้งๆ​ ฉันก็แยกไม่ออกสักที ​แต่ปัจจุบันฉัน​ได้เห็นมะตูมอยู่​ทั่ว​ไป ในรูปแบบต่างๆ​กัน ​แต่ไม่เคยเห็นมะขวิดอีกเลย​...​วันนี้พาตัวเอง​ไปตามหามะขวิดมาแล้ว​ ​ได้​ความว่า

มะขวิด : ​เป็นไม้ยืนต้น มีขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ​แต่ผลิใบไว สูง 15 - 25 ม.เปลือกนอกสีเทา เปลือกในสีขาว เรือนยอด​เป็นพุ่มกลม รูปทรงต้นสวยงาม ใบ ​เป็นช่อแบบข้อต่อเรียงสลับหรือติด​เป็นกระจุกบริเวณปุ่มตามกิ่ง ช่อใบ ยาว 8 - 15 ซม. ​แต่ละช่อ มี 1 - 4 ปล้อง เนื้อใบค่อนข้างหนา เกลี้ยงหลังใบสีเขียวเข้ม​เป็นมัน ​ส่วนท้องใบสีจางกว่า ​ถ้า​เอาใบส่องผ่านแสง​จะเห็นต่อมน้ำมันทั่ว​ไป รูปรี ๆ​ ใส ๆ​ มากมาย​ ขอบใบเรียบก้านใบย่อยสั้นมาก ​ส่วนก้านช่อใบ ยาว 3 - 4 ซม. ดอก เล็กสีขาวอมแดงคล้ำ ๆ​ ออกรวมกัน​เป็นช่อสั้น ๆ​ใน​แต่ละช่อมี​ทั้งดอกเพศผู้​และดอกรวมเพศ ผล แบบผลแห้ง เมล็ดจำนวนมาก รูปผลกลมโต เปลือกนอก แข็ง​เป็นกะลา สีเทาอมขาว ขนาดผลเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 - 10 ซม. เนื้อในอ่อนนิ่ม ​เมื่อสุกเนื้อเยื่อในมีสีเหลืองเข้มจนถึงดำ​และรับประทาน​ได้ มีกลิ่นหอม รสหวานอมเปรี้ยว มียางเหนียว​ใช้​เป็นกาว​ได้ เมล็ดเคี้ยวกินกรุบ ๆ​ อร่อยดี

สรรพคุณ : ราก แก้ลงท้อง แก้ฝีเปื่อยพัง แก้บวม แก้ตัวพยาธิ แก้ตกโลหิต เปลือก แก้ลงท้อง แก้ฝีเปื่อย แก้บวม แก้ตัวพยาธิ แก้ตกโลหิต ใบ แก้ฟกบวม แก้พยาธิ แก้ฝีเปื่อยพัง แก้ท้องร่วง แก้ตกโลหิต (ห้ามโลหิตระดูสตรี) ขับลม ฝาดสมาน ดอก แก้ลงท้อง แก้ฝีเปื่อยพัง แก้บวม แก้ตัวพยาธิ แก้ตกโลหิต ผล แก้ฝีเปื่อยพัง แก้บวม แก้ตัวพยาธิ แก้ตกโลหิต ​เป็นยาบำรุงทำให้สดชื่น เจริญอาหาร บำบัดโรคท้องเสีย รักษาโรค​ที่เกี่ยว​กับทางเดินอาหาร รักษาโรคลักปิด-ลักเปิด ยาง เจริญไฟธาตุ แก้ท้องเสีย สมานบาดแผล

มะขวิด ​เป็นไม้พื้นเมืองตระกูลเดียว​กับมะนาว ปัจจุบันเกษตรกรนิยม​ใช้มะขวิด​เป็นต้นตอ​เพื่อขยายพันธุ์​ทั้งมะนาว ​และส้มโอก็​สามารถ​ใช้มะขวิด​เป็นต้นตอ​ได้
​โดยการนำเมล็ดมะขวิดมาเพาะ​และเลี้ยงให้โตสักหน่อย​ประมาณขนาดนิ้วก้อย ก็​สามารถหากิ่งพันธุ์มะนาว มาเสียบยอด​ได้ ข้อดี​คือทำให้มะนาวอายุยืน​และให้ลูกดก ​เนื่องจากระบบรากของมะขวิดหาอาหารเก่ง การ​ได้มา​ซึ่งต้นตอมะขวิด ก็​ต้องเกิดจากการเพาะเมล็ด ​เพราะเมล็ด​จะมีรากแก้ว ​ซึ่ง​เป็นข้อดี...​

ไม่ธรรมดานะ "มะขวิด" สารพัดประโยชน์จริงๆ​ ​ต้องกลับ​ไปหาพันธุ์มาปลูกไว้บ้างแล้ว​ ​ที่บ้านฉันคงยังพอมีหลงเหลืออยู่​บ้าง...​.อย่าว่า​แต่บรรพบุรุษ​ที่​เป็นคนเลย​ ​แม้บรรพบุรุษพืชก็ยังคงรักษา​ความดีงามของตัวเองไว้เช่น "มะขวิด" ​พระเอกของวันนี้

ขอปรบมือให้​พระเอกอย่าง...​"มะขวิด"​ที่รักษา​ความดีงามไว้เสมอมา

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล​และ​ความรู้​ที่​ได้รับด้วยเช่นกัน...​มาร่วมกันอนุรักษ์สมุนไพรไทยดีกว่า

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3260 Article's Rate 8 votes
ชื่อเรื่อง “มะขวิด” พระเอกของวันนี้
ผู้แต่ง ข้าวฟ่าง
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๒
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เก็บความคิดมาฝาก
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๐๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๘ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : มะขวิด [C-16136 ], [118.173.65.50]
เมื่อวันที่ : 27 ส.ค. 2552, 09.02 น.

ชอบมากครับ​​ที่บอกว่า "มะขวิด" ​เป็น​พระเอก อิอิ

สารภาพตรง ๆ​ ว่าผู้​ใช้นามว่ามะขวิด อย่างกระผมนั้น​ เคยเห็นมะขวิด ก็​แต่ในรูป​ที่เรียกดูจากแหนานาชาติเท่านั้น​ อ้อ เคยเห็นตอมะขวิดด้วย ​เอามาเสียบยอดมะนาววางขายทั่ว​ไปตามตลาดต้นไม้ ​และงานเกษตรแฟร์

ยิ่ง​ได้รู้ว่ามะขวิดมีระบบราก​ที่ขยันหากิน มีทรงต้นทรงพุ่ม​ที่ให้ร่มเงา มีสรรพคุณทางยา ​และยังมีรสชาดอร่อย ยิ่งรู้สึกภูมิใจ​กับนามนี้ยิ่งขึ้น​

ถึงเวลาทำตัวให้เหมือน มะขวิด จริง ๆ​ ซะแล้ว​สิเรา

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ลุงเปี๊ยก [C-16138 ], [111.84.37.50]
เมื่อวันที่ : 27 ส.ค. 2552, 14.38 น.

​ได้อ่านเรื่อง​ลูกมะขวิดแล้ว​ก็คิดถึง​ความหลังครับ​ จำ​ได้ว่าเห็นลูกมะขวิดครั้งแรก จากการเดินทาง​ไปร่วมงานทอดผ้าป่า​ที่จังหวัดทางภาคกลาง หรือภาคเหนือตอนล่าง ตอนนั้น​ผมยังเด็กมากสักสิบสองมั้ง รถบัสจอด​ที่ลานดินโล่งข้างวัด มีต้นมะขวิดขึ้น​สูงอยู่​หลายต้น ผลมะขวิดร่วงอยู่​บนลานดินเต็มเลย​ครับ​ บางลูกยังไม่แตกกลมดิ๊กเลย​ ผมเห็นผลไม้เปลือกแข็งชนิดนี้แล้ว​ก็ชอบใจครับ​ คิดตามประสาเด็กว่ามันเหมือนลูกกระสุนปืนใหญ่ เก็บมา​ได้ ๒ ลูกก็ไม่มีมือ​จะหยิบอีก

​เมื่อรู้ว่าเนื้อกิน​ได้ก็ตาวาวครับ​ ​ได้ลองลิ้มเข้าแล้ว​ก็ไม่โปรด ​เพราะ​เขาหวานแบบไม่ถึงใจ ​และเนื้อแบบเม็ดทรายปะแล่ม ๆ​ ถึงไม่ชอบรสชาติ​แต่ก็ยังชอบมะขวิด มันเหมือนหัวนกตะกรุมด้วย ทำให้นึก​ไปถึงขุนช้าง ​และในงานวัดนั้น​ ชาวบ้าน​ที่มาเ​ที่ยวงานก็ปะแป้งบนแก้ม ด้วยซี่ของหวี เข้าบรรยากาศไทย ๆ​ แบบในเสภาซะอีก

ขอบคุณข้าวฟ่าง ​ที่ค้นเรื่อง​มะขวิดให้​ได้อ่านนะครับ​ นี่ก็เพิ่งรู้ครับว่า​ต้นมะขวิด​เป็นต้นตอ​ที่ดี คุณมะขวิดทราบแล้ว​คงดีใจ ​เพราะเพิ่ง​จะขยายพันธ์ลูกชายออกมา​ได้หนึ่ง​หน่อแล้ว​ ดูท่า​จะมี​ได้อีกหลายคนนะครับ​

สมัยก่อนร้านค้าเพิงหมาแหงนบางแห่งในกรุงเทพฯ ยังมีลูกมะขวิดขายให้เห็นอยู่​บ้าง ​แต่เดี๋ยวนี้ดูท่า​จะไม่มีแล้ว​กระมัง...​ วันนี้หวนอดีต​ไปไกลเลย​ ขอบคุณ​ที่ยังหายใจอยู่​ แง่ม ๆ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : add [C-16140 ], [117.47.199.120]
เมื่อวันที่ : 27 ส.ค. 2552, 19.09 น.

รสชาติเนื้อในมะขวิดออกคล้ายมะขามเปียกนะ ​แต่มัน​จะสากๆ​กว่า

อิิอิ ขำจัง​พระเอกมะขวิดร้องไห้แงๆ​เลย​ กิ๊วๆ​ นึกว่ารูปหล่อ ลุงเปี๊ยก​ไปเปรียบเทียบ​กับลูกมะขวิด​กับหัวนกตะกรุม หัวขุนช้าง​ไปโน่น โอย ขำจัง ก๊ากๆ​ มีแววป่าวมะขวิดเอ๊ย

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : มะขวิด [C-16145 ], [118.173.66.156]
เมื่อวันที่ : 28 ส.ค. 2552, 17.33 น.

มีแววครับ​ ตอนนี้ก็ห้าแสนกว่าแล้ว​ล่ะป้า

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : ดักแด้ [C-16147 ], [85.0.183.178]
เมื่อวันที่ : 28 ส.ค. 2552, 20.51 น.

ครึ่งทางแล้ว​คุณมะขวิด อะนะ...​ศีรษะ​ที่มีผมน้อยไม่ใช่อุปสรรคของชีวิตสักนิดเลย​ สู้ๆ​ๆ​ๆ​ เข้าไว้นะคะ​ สำคัญ​แต่อย่ามีอุปนิสัยใกล้ขุนช้างเลย​...​(ระวัง​จะอายุยืน​เพราะหูยาน)

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : pilgrim [C-16148 ], [124.122.230.87]
เมื่อวันที่ : 28 ส.ค. 2552, 21.18 น.

ชอบกินมะขวิดมานานแล้ว​ค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : ข้าวฟ่าง [C-16149 ], [85.0.183.178]
เมื่อวันที่ : 28 ส.ค. 2552, 23.54 น.

ไม่น่าเชื่อว่า...​​ความจริงมีคนเคยกินมะขวิดตั้งแยะเนอะ คิดว่า...​เรา​เป็นเด็กไกลเมืองอยู่​คนเดียว อันนี้​เพราะว่า ไม่เคยเห็นในเมืองมีให้เห็นเลย​อะนะ...​นานแล้ว​​ที่ไม่เห็นมะขวิด

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๘ : ระพิน [C-19043 ], [171.7.132.205]
เมื่อวันที่ : 28 มิ.ย. 2557, 14.51 น.

บ่ะปิน ​เขา​ใช้เรียก มะตูม
​ส่วนทางเหนือ เรียก หมากขิด

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น