นิตยสารรายสะดวก  Articles  ๑๑ ธันวาคม ๒๕๔๖
การเลือกซื้อ COMPUTER ให้คุ้มค่า
ซัดดัม
... การเลือกซื้อ COMPUTER ให้คุ้มค่า ทุกวันนี้คอมพิวเตอร์แทบ​​จะเรียก​​ได้ว่า​​เป็นอุปกรณ์​​ซึ่ง​​เป็นหัวใจสำคัญใ...
การเลือกซื้อ COMPUTER ให้คุ้มค่า

ทุกวันนี้คอมพิวเตอร์แทบ​จะเรียก​ได้ว่า​เป็นอุปกรณ์​ซึ่ง​เป็นหัวใจสำคัญในการทำงานของหน่วยงานต่างๆ​ ​ทั้งภาครัฐ ​และเอกชน รวม​ไปถึงยัง​ใช้​เป็นอุปกรณ์เสริมการศึกษา เสริมสร้างทักษะ อำนวย​ความสะดวก​ หรือสร้าง​ความบันเทิงภายในบ้านอีกด้วย จนแทบ​จะกลาย​เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง​ ​ที่สำคัญไม่น้อยในการดำรงค์ชีวิตในปัจจุบันนี้แล้ว​

​ถ้า​เป็นหน่วยงานใหญ่ๆ​ ​ทั้งภาครัฐ​และเอกชน พวกนั้น​ ​โดยมากแล้ว​ ก็มัก​จะหันหน้า​ไปพึ่งคอมพิวเตอร์​ที่มีแบรนด์เนมต่างๆ​​เพื่ออำนวย​ความสะดวก​ในด้านการบริการหลังการขาย ​แต่สำหรับผู้​ใช้งานตามบ้านทั่วๆ​​ไป ​ถ้ามีฐานะสักหน่อย​ ก็อาจหัน​ไป มองคอมพิวเตอร์มีแบรนด์เนมด้วยก็​ได้ ​เพราะสะดวก​ดี ​แต่ก็มีบางพวก บางท่าน ​ที่รักการเลือกซื้อเองตามห้าง ตามร้านค้า ​ที่ขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์กันเอง แล้ว​นำมาประกอบ หรือ อาจนำมา Upgrade เครื่องเดิม​ที่มีอยู่​แล้ว​ ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น​

​ซึ่งการเลือกซื้อแบบหลังนี้ ก็อาจ​ต้องมีพื้นฐาน​ความรู้บ้างสักหน่อย​ อย่างน้อยๆ​ ก็จำ​ต้องรู้ว่า เวลา​จะซื้อคอมพิวเตอร์สักเครื่องหนึ่ง​​เพื่อมา​ใช้งานนั้น​ ​ต้องพิจารณาถึงอะไร​บ้าง? เวลา​จะซื้อ ​จะ​ต้องเลือกซื้ออย่างไร? ​เพื่อ​จะ​ได้เครื่องคอมพิวเตอร์​ที่ตรง​กับ​ความ​ต้องการ​ใช้ ​และ คุ้มค่า​กับเงิน​ที่ลงทุน​ไป

อย่างแรกสุดเลย​ เราจำ​ต้องทราบถึงอุปกรณ์หลักๆ​ ของคอมพิวเตอร์กันก่อนคอมพิวเตอร์นั้น​ ประกอบ​ไปด้วยองค์ประกอบต่างๆ​ ​ที่สำคัญมากมาย​ ​ทั้ง CPU ​ที่เปรียบเสมือนมันสมองของเครื่อง หรือ Mainboard ​ที่​เป็นเช่นหัวใจ RAM ​ที่เสมือนมันสมองอีกซีกหนึ่ง​ในการจดจำ ​เป็นต้น ​ซึ่งชิ้น​ส่วน​แต่ละชิ้นเหล่านี้ ก็มีหลากหลายรุ่น หลากหลายยี่ห้อ ​ที่แตกต่างกัน​ไป​ทั้งทางด้านราคา หรือประสิทธิภาพในการทำงาน บางรุ่น บางยี่ห้อ ก็ทำงาน​ได้ดี​กับงานหนึ่ง​ๆ​ ​แต่ก็ไม่เหมาะ​กับงานอีกประเภทหนึ่ง​ ​แต่ในขณะ​ที่ในอีกยี่ห้อหนึ่ง​นั้น​ ทำงาน​ได้ดีแทบ​จะทุกๆ​ ด้าน ​แต่ราคานั้น​ก็แพงกว่าอยู่​มาก

Harddisk ก็​เป็นอุปกรณ์​ที่สำคัญ​ที่ช่วยในการบันทึกข้อมูล ​และโปรแกรมการ​ใช้งานต่างๆ​ , จอ Monitor ก็สำคัญไม่แพ้กัน ​เพราะเรา​จะทราบผลการ ทำงานของคอมพิวเตอร์ผ่านทางหน้าจอ จริงไหมครับ​? ​โดยอุปกรณ์​ที่​จะช่วยในการติดต่อ​และจัดการการแสดงผลของคอมพิวเตอร์ออกสู่หน้าจอนั้น​ ก็ไม่พ้น VGA Card ละครับ​ นอกจากนั้น​ก็ยังมี Case ​ซึ่ง​เป็นเสมือนผิวหนัง​ที่คอยปกป้องฝุ่นละออง ​และปกปิด​ความยุ่งเหยิงของสายไฟต่างๆ​ ของวงจรคอมพิวเตอร์ภายใน​เอาไว้ ​ส่วน Power Supply

​ซึ่ง​โดยปกติ ก็​จะติดมา​กับ Case ก็​เป็นแหล่งจ่ายไฟ​ที่คอยหล่อเลี้ยงคอมพิวเตอร์นี่ละครับ​

อุปกรณ์หลักๆ​ ​ที่จำ​ต้องมีอีก ก็​ได้แก่ อุปกรณ์ภาค Input หรืออุปกรณ์​ที่เรา​ใช้ป้อนข้อมูลเข้า​ไปให้คอมพิวเตอร์ ก็​ได้แก่ Keyboard ​และ Mouse ต่างละครับ​

อุปกรณ์เหล่านี้ก็​เป็นอุปกรณ์หลักๆ​ ​ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกๆ​ เครื่องควร​จะ​ต้องมี ​และนอกเหนือ​ไปจากนี้ ก็ยังมีอุปกรณ์อื่นๆ​ เพิ่มเติม ​เพื่อช่วยอำนวย ​ความสะดวก​ ​และ/หรือ ​เพื่อช่วยเพิ่มขีด​ความ​สามารถของคอมพิวเตอร์ให้มี​ความ​สามารถด้านอื่นๆ​ มากขึ้น​ ก็​ได้แก่ CDROM Drive , Soundcard ​และ Modem ​เป็นต้น

​แต่สิ่งสำคัญในการเลือกซื้อนั้น​ ก็จำ​เป็น​ต้องพิจารณาถึงสิ่งอื่นๆ​ ประกอบด้วย ​ทั้งด้าน​ความคุ้มค่า เช่นหากว่า​ต้องลงทุนด้วยงบสูงๆ​ ​เพื่อซื้ออุปกรณ์​แต่ละชิ้น​ที่ราคาแพงๆ​ ​ที่ดี​พร้อมในทุกๆ​ด้าน ​เพื่อมาทำงานเล็กๆ​น้อยๆ​ ง่ายๆ​ หรือว่า ประหยัดเกิน​ไป​โดยซื้อ​แต่อุปกรณ์ราคาถูกๆ​ ​แต่​ต้องมาทำงานหนักๆ​ ...​ จริงอยู่​ ว่ามันก็ทำงาน​ได้หละครับ​ ​แต่กว่า​จะ​ได้ผลลัพธ์ ก็คง​ต้อง​ใช้เวลาในการประมวลผลมากหน่อย​ หรือว่า เลือกซื้อเครื่อง​ที่ออกแบบมา​เพื่องานหนึ่ง​ๆ​ ​แต่ให้มาทำงานในด้าน​ที่ไม่เกี่ยว​กับ​ที่ออกแบบมาเลย​ ดูแล้ว​มันก็​จะไม่คุ้มค่า​เอาเสียเลย​ละครับ​

ก็พอ​จะสรุปถึงสิ่ง​ที่ควรพิจารณา​เป็นหลัก ในการเลือกซื้อ CPU มา​ใช้ ให้เกิดประโยชน์ ​และ คุ้มค่า​ที่สุด ​ได้​เป็น 2 มุมมอง มุมมองหนึ่ง​​คือ มองใน​ส่วนของตัวเราเอง ​ซึ่งก็ควร​จะพิจารณาถึงสิ่งเหล่านี้ เรียงลำดับตาม​ความสำคัญ ​คือดังนั้น​ในการเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์สักเครื่องหนึ่ง​ ก็น่า​จะพิจารณาถึงเรื่อง​ต่างๆ​ ดังนี้ ประกอบ​ไปด้วย ​คือ


​ความจำ​เป็น ​และจุดประสงค์ในการ​ใช้งาน ...​ จำ​เป็นแค่ไหน ​ที่​จะ​ต้องซื้อ ซื้อมา​เพื่ออะไร​ ​เอามา​ใช้งานแบบไหน อย่างไร ​และ งบประมาณ​ที่มี ...​ เรื่อง​นี้ คงไม่จำ​เป็น​ต้องอธิบายละนะครับ​ ว่าจำ​เป็นอย่างไร​และในอีกมุมมองหนึ่ง​ ก็ควร​จะพิจารณาถึงสิ่ง​ที่เรา​จะซื้อ เรียงลำดับตาม​ความสำคัญ ดังนี้ครับ​

​ความเหมาะสม​กับการ​ใช้งาน ​ซึ่งควร​ต้องพิจารณาถึงว่า มี อุปกรณ์รุ่นไหนบ้าง ยี่ห้อไหนบ้าง ​ที่เหมาะสม​กับงานหลัก ​ที่​ต้อง​ใช้งาน​เป็นประจำ ​เมื่อรวบรวม​ได้แล้ว​ ก็นำมาพิจารณาต่อถึง
คุณภาพเทียบ​กับราคา ​เพื่อพิจารณาถึง​ความคุ้มค่าต่อสตางค์​ที่​จะ​ต้องเสีย​ไป ว่าคุ้มแค่ไหน ดัง​ที่กล่าว​ไปแล้ว​ข้างต้นละครับ​ ​ที่ว่า หาก​ต้องเพิ่มเงินอีกกว่าเท่าตัว ​เพื่อแลก​กับประสิทธิภาพ ​ที่เพิ่มขึ้น​มาอีกเพียงเล็กน้อย ...​ อย่างก็ไม่คุ้มละครับ​

​เอาละครับ​ ​เมื่อพิจารณาถึงเรื่อง​ต่างๆ​ เหล่านั้น​​ได้แล้ว​ เราก็มาเข้าสู่การเลือกซื้ออุปกรณ์หลักๆ​ ของชุดคอมพิวเตอร์กันเลย​ดีกว่าครับ​

เริ่มจากพิจารณาถึงตัวเองก่อน

1. ​ความจำ​เป็น ​และจุดประสงค์ในการ​ใช้งาน

อันดับแรกเลย​ ​คือ ควร​จะพิจารณาถึงเรื่อง​นี้ก่อน ว่าตัวเองนั้น​จำ​เป็นแค่ไหน ​กับการ​ที่​จะ​ต้องซื้อ เครื่องคอมพิวเตอร์มา​ใช้งาน หรือว่า จำ​เป็นแค่ไหน ​กับการ​ที่​จะ​ต้อง Upgrade เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องเก่าๆ​ เครื่องเดิม

ในกรณี​ที่ยังไม่มีเลย​ ก็ให้พิจารณาถึง​ความจำ​เป็นในการ​ใช้งาน ว่า​ถ้าซื้อมาแล้ว​ ​จะ​ได้​ใช้งานสักแค่ไหน ​ถ้ามีแล้ว​ ​จะช่วยแบ่งเบาภาระ​ได้สักแค่ไหน ​ถ้า​เป็นกรณีการ Upgrade เปลี่ยน อุปกรณ์ต่างๆ​ ก็ควร​จะพิจารณาถึง ตัว​ที่​ใช้อยู่​ ณ ปัจจุบัน ว่ายัง​ใช้งาน​ได้ไหม ​และ ​ความเร็ว หรือ ประสิทธิภาพ​ที่​ใช้อยู่​ ณ เวลานี้ เพียงพอต่อการ​ใช้งานไหม ​ถ้า​ที่​ใช้อยู่​ยังเพียงพอ ​และ ไม่ช้าจนเกินรอ ก็ยังไม่น่าเปลี่ยน ​แต่หากว่าอยากเปลี่ยน ก็ควรพิจารณา ถึงเรื่อง​จุดประสงค์ในการ​ใช้งานต่อ​ไปครับ​

สังเกตุจากรายการราคา​ที่เปลี่ยนแปลงทุกๆ​ สัปดาห์ ก็​จะเห็น​ได้ว่า รายการราคาชิ้น​ส่วนหลักต่างๆ​ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่​ตลอดเวลา ​ซึ่ง​โดยปกติแล้ว​ ก็​จะมีราคาลดลงๆ​ เรื่อยๆ​ ดังนั้น​ ผมจึงเน้นเรื่อง​​ความจำ​เป็นในการ​ใช้งานไม่ใช่น้อยๆ​ ​ถ้าจำ​เป็น​ต้อง​ใช้ ถึงค่อยซื้อ หรือ ประมาณการไว้ก่อนแล้ว​ว่า ​จะ​ต้อง​ใช้ในอีกไม่นาน ถึงค่อยซื้อ ​เพราะ​เมื่อถึงเวลานั้น​ ราคา ก็คง​จะตกลงมาอีกพอสมควรแล้ว​ หรืออาจมีรุ่นใหม่ๆ​ ​ที่ดีกว่าเดิม ให้พิจารณาเลือก​ใช้ ก็​เป็น​ได้ ​แต่ก็ไม่ใช่ว่า ​จะ​ต้อง​เป็นเช่นนี้​กับทุกๆ​ ชิ้น​ส่วนนะครับ​ พวกอุปกรณ์หลักๆ​ ก็อาจมีการซื้อเผื่อไว้​ได้ (​ถ้ามีงบเหลือ)​ ​แต่อุปกรณ์เสริมต่างๆ​ อุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ​ ​ถ้ายังไม่มี​ความจำ​เป็น​ต้อง​ใช้ ก็ยังไม่​ต้องซื้อมาเก็บไว้ก็​ได้ครับ​พอทราบถึง​ความจำ​เป็นแล้ว​ ว่าจำ​เป็นแค่ไหน ​และ​ถ้าหากว่าจำ​เป็น​ต้องซื้อ ก็ควร​จะพิจารณาถึงจุดประสงค์ ว่า ​จะนำมา​ใช้งานด้านไหน อย่างไร ...​ ​โดยลองตั้งคำถาม ถามตัวเองว่า ซื้อมา​เพื่ออะไร​? ​จะ​เอา​ไป​ใช้งานด้านไหน ​เพราะอย่าง​ที่กล่าว​ไปแล้ว​ ว่าอุปกรณ์​แต่ละชิ้น ​แต่ละรุ่น ​แต่ละยี่ห้อนั้น​ก็มีขีด​ความ​สามารถ หรือมีจุดเด่น จุดด้อย ​ที่แตกต่างกันออก​ไป ดังนั้น​ ก็ควร​ที่​จะคำนึงถึงงาน​ที่เรา​จะ​ใช้ก่อนว่า​ใช้งานด้านไหน ...​ ​ใช้งานทั่วๆ​ ​ไป ...​ ​เอามาเล่นเกมส์ ...​ มาดูหนัง ฟังเพลง ...​ ​ใช้งานใน Office ...​ ทำงาน Graphic หนักๆ​ ระดับ CAD/CAM หรือ พวก 3D Studio ...​ ​เอามาทำ​เป็น Server ...​ ​เอามาไว้​ใช้ท่อง Internet ...​ หรือเพียง​เพื่อ​เอาไว้คุย​กับคนอื่นๆ​​ได้ ว่า​ที่บ้านมีเครื่องคอมพิวเตอร์​ใช้แล้ว​ ...​ หาคำตอบให้​ได้ก่อน ว่า​จะ​เอา​ไป​ใช้งานด้านไหน ...​ จากนั้น​จึงคิดถึงว่า​จะซื้อแบบไหนต่อ​ไป

2. งบประมาณ​ที่มี

หากว่ามีงบจำกัด การ​ที่​จะฝันถึงเครื่องระดับ High-End หรือเครื่องระดับสูงๆ​ ก็คง​ได้เพียงแค่ฝัน ...​ ​แต่ก็ใช่ว่า การ​ที่มีงบจำกัดไม่มากนี้ ​จะหาเครื่อง​ที่ดีๆ​ คุ้มค่า​กับงบประมาณเพียงเล็กน้อยไม่​ได้ ​ซึ่งเรื่อง​นี้ ​จะ​ได้กล่าวถึงต่อ​ไป ...​ เพียง​แต่ ก่อน​จะคิด Spec อะไร​ๆ​ ก็ควร​จะมองถึงงบประมาณของตัวเองก่อนด้วย หากมีงบจำกัด ก็อยากให้พิจารณาเลือกหา​แต่สิ่ง​ที่จำ​เป็นๆ​ ก่อน ​ส่วน​ที่ยังไม่ค่อย​ได้​ใช้งาน ก็รอไว้ก่อนก็​ได้ ดัง​ที่กล่าว​ไปแล้ว​ ในหัวข้อแรก


มองถึง​ความจำ​เป็น ​และ งาน​ที่​ใช้ จากนั้น​ก็มามองถึงงบประมาณ​ที่มีอยู่​ ​เพื่อให้เข้าใจในตัวเองเสียก่อน ว่าตัวเองนั้น​​ต้องการอะไร​กันแน่ ​ต้องการ​ใช้งานระดับไหน ​และ มีศักยภาพเท่าใด มีงบประมาณเท่าใด ในการเลือกซื้อ ...​ จากนั้น​ ก็มาพิจารณาถึงสิ่ง​ที่เรา​จะเลือกซื้อ เลือกหามา​ใช้งานกันบ้าง

1. ​ความเหมาะสม​กับการ​ใช้งาน

อย่าง​ที่​ได้กล่าวถึง​ไปแล้ว​ ว่า อุปกรณ์​แต่ละชิ้น ​แต่ละยี่ห้อ ก็ให้ประสิทธิภาพในงาน​แต่ละงานแตกต่างกัน​ไป การเลือกซื้อเลือกหาก็ควร​จะเลือกให้เหมาะสม​กับงาน​ที่​จะนำ​ไป​ใช้ด้วย ​โดยพยายามศึกษาหาข้อมูลการทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ หรืออุปกรณ์​ที่​กำลังสนใจ

ยอมเสียเวลาในการค้นคว้า หรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ต่างๆ​ ก่อน ​ซึ่งปกติแล้ว​​ใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน ก็น่า​จะ​ได้ข้อมูลมากในระดับ​ที่​จะตัดสินใจ​ได้แล้ว​ ไหนๆ​ ก็​จะ​ต้องเสียเงินซื้อแล้ว​นี่นา ยอมเสียเวลาศึกษาข้อมูล รายละเอียดสักหน่อย​ ​และลองหายี่ห้ออื่นๆ​ ประกอบ​ไปด้วย ​เพื่อการตัดสินใจ ดีกว่า​ที่​จะ​ไปหาซื้อมา​ใช้ ​โดย​ที่ยังไม่ทราบอะไร​เกี่ยว​กับสิ่ง​ที่ซื้อมาเลย​ หากไม่พอใจในภายหลัง หรือมีปัญหาในภายหลัง ​จะวุ่นวาย ​และเสียเวลานานยิ่งกว่า

​โดยข้อมูลเหล่านี้ ​สามารถหา​ได้ไม่ยากเย็นนัก ​ทั้งจากผลการทดสอบต่างๆ​ ใน Internet หรือในนิตยสารต่างๆ​ ​ซึ่งก็พอ​จะให้ข้อมูลคร่าวๆ​ บ้าง ​และควรหาอ่านจากหลายๆ​​ที่ ​เพื่อประกอบการพิจารณา การฟัง​ความเพียงข้างเดียว ก็​จะ​ได้เพียงมุมมองเพียงด้านเดียวเท่านั้น​ อย่าง​ที่เราๆ​ ก็พอ​จะทราบกันมาบ้างแล้ว​ ว่านิตยสารนั้น​ รับสินค้าจากทางผู้นำเข้า หรือผู้ผลิต มาทำการทดสอบ ​โดยอาจมีค่าจ้าง ค่าเขียนการทดสอบด้วย หรือ​เพื่อ​เป็นการรักษาหน้าของผู้​ที่ให้ยืมมาทดสอบ ​เพื่อว่าในโอกาสหน้า​จะ​ได้หยิบยืมสินค้าอื่นๆ​ มาทำการทดสอบ​ได้อีก ดังนั้น​ ผลการทดสอบ​ที่​ได้ ก็อาจไม่​เป็นกลางนัก หรือมี​แต่เพียงด้านดีๆ​ ​แต่ไม่​ได้กล่าวถึงข้อเสียเลย​ ดังนั้น​ก็ควร​จะลองดูจากหลายๆ​ ​ที่ ​และฟังหูไว้หู รับฟังข้อมูลจากหลายๆ​​ที่ แล้ว​ค่อยมาคิดประมวลผลอีกที ...​ ​แต่หากว่าไม่มีเวลามากนัก การสอบถามจาก​เพื่อนๆ​ หรือผู้​ที่เคย​ใช้ ก็​เป็นอีกวิธีหนึ่ง​​ที่ให้ข้อมูล​ได้ดีในระดับหนึ่ง​ เพียง​แต่​ต้องแยกให้ออกว่า ตรงไหน ​คือ​ความจริง ​และตรงไหน ​คือ​ความเห็น​ส่วนตัวของผู้​ที่เราสอบถาม

ในการหาข้อมูลจากใน Internet จากนิตยสาร หรือ จากการสอบถามผู้รู้ต่างๆ​ ก็ควร​จะระมัดระวังไว้ 2 เรื่อง​ ​คือ อย่าตามกระแสอย่าง​ที่เคยกล่าวไว้บ้างแล้ว​ เกี่ยว​กับเรื่อง​เทคโนโลยีต่างๆ​ ​ที่ว่า

" ทุกวันนี้เทคโนโลยีต่างๆ​ ล้วนพัฒนา​ไปกันอย่างรวดเร็วมาก ​โดยเฉพาะเทคโนโลยีทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ​ทั้งด้านหน่วยประมวลผล ทางด้านตัวช่วยประมวลผลต่างๆ​ ทางด้านมัลติมีเดีย ทางด้านการจัดเก็บข้อมูล หรือ​แม้​แต่ทางด้านเน็ตเวอร์ค ก็พัฒนา​ไปเร็วจนเราๆ​ ท่านตามมันแทบไม่ทันอยู่​แล้ว​

ถึง​แม้ว่าเทคโนโลยีนั้น​ก้าว​ไปไกลขนาดไหนก็ตาม เราก็ไม่จำ​เป็น​จะ​ต้องทำตัวตามให้ทันมันอยู่​เสมอ ​เพราะ ให้เทคโนโลยี​ไปไกลแค่ไหน ​แต่ว่า เราไม่​ได้​ใช้เทคโนโลยีนั้น​ๆ​ มันมีไว้ก็ไร้ค่า แถมยัง​ต้องมาสูญเสียเงินในการตามซื้อ ตาม Upgrade ​เพื่อให้​ได้มา​ซึ่งเทคโนโลยีใหม่ๆ​ นั้น​อยู่​ตลอดเวลาด้วย ...​ ​เพราะ​เมื่อมีการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ๆ​ ​และผลิตออกมา​เป็นผลิตภัณท์​เมื่อไร ราคาเริ่มต้นนั้น​ มัก​จะแพง​เอามากๆ​ ...​ ​และหากว่า สิ่งเหล่านั้น​ คุณไม่​ได้​ต้องการ​ใช้ประโยชน์จากมันเท่าไร หรือไม่​ได้​ใช้เลย​ ...​ คุณจำ​เป็นไหม? ​ที่​จะ​ต้อง​ไปขวนขวาย หาซื้อมันมาเชยชม ...​ จำ​เป็นไหม ​ที่​จะ​เอามาเพียง​เพื่ออวด​เพื่อนๆ​ อวดโลกว่า ข้ามีไอ้นู่น ข้ามีไอ้นี่แล้ว​ ...​ ​แต่หากมี​ใครถามย้อนกลับมาบ้าง ว่ามีไว้ทำอะไร​? คุณ​จะตอบอย่างไร? เสียเงิน​ไปแพงๆ​ ​เพื่อแลก​กับหน้าตา อย่างนั้น​หรือ?"

คัดตอนจาก " รู้ให้ทันเทคโนโลยี ​แต่ ไม่จำ​เป็น​จะ​ต้องทำตัวตามให้ทันเทคโนโลยีเหล่านั้น​"

ผู้ผลิตสินค้าต่างๆ​ มัก​จะสร้างกระแส หรือมีการปล่อยข่าวสินค้าใหม่ๆ​ ของตนออกมาก่อน ​เพื่อเรียกน้ำย่อยของผู้บริโภค ​และหลังจากนั้น​ไม่นานถึง​ได้ปล่อยสินค้านั้น​ๆ​ ออกมาขายจริงๆ​ ​ซึ่งก่อน​ที่มีสินค้านั้น​ ๆ​ออกมาจริงๆ​ ก็​จะมีกระแสนิยมชมชอบ ​(หรือต่อต้าน)​ สินค้าใหม่ๆ​ ชิ้นนั้น​ ไม่ใช่น้อยๆ​ บวก​กับโฆษณาชวนเชื่อจากเจ้าของสินค้านั้น​ๆ​ อีกแรง ​ซึ่งตรงนี้ ก็จัด​เป็น เทคนิคในการค้า ​ที่​จะ​ต้องสร้างกระแสนิยมก่อนสักพักหนึ่ง​ แล้ว​จึงค่อยปล่อยสินค้าออกมาวางตลาดจริงๆ​

​แต่​ทั้งนี้ ​ทั้งนั้น​ ก็อยากให้พิจารณาให้ดี ถึงสิ่ง​ที่เรา​ต้องการ​ใช้งานจริงๆ​ อย่า​ไปมองว่าสิ่งนั้น​ ๆ​ ​เป็นสิ่งใหม่ แล้ว​​จะดีกว่าของเก่าเสมอ​ไป จริงอยู่​ ​ที่ว่า ของใหม่ ​จะมีลูกเล่นอะไร​ใหม่ๆ​ มี​ความ​สามารถใหม่ๆ​ เพิ่มขึ้น​มาด้วย ​แต่ลองคิดทบทวนถึงสิ่ง​ที่เรา​ต้องการก่อนนะครับ​ ว่าสิ่ง​ที่เพิ่มมานั้น​ จำ​เป็น​กับเราแค่ไหน ​ถ้าไม่จำ​เป็น ก็อย่าเพิ่ง​ไปสนใจเท่าไรเลย​ครับ​

"เทคโนโลยีใหม่ๆ​ มี​ใครคิดค้นขึ้น​มา​เมื่อไร ประเดี๋ยวก็มีคนตาม ​และกลาย​เป็น Standard ใน​ที่สุด ...​ ​ถ้าหากว่าคุณไม่​ได้จำ​เป็น​ต้อง​ใช้มัน หรือไม่​ได้รีบ​ใช้มัน ก็ไม่จำ​เป็น​ต้องรีบ​ไปขวนขวายหาซื้อมันมาครอบครองหลอกครับ​ ...​ ​เพราะ​เมื่อคุณมี​ความจำ​เป็น​ต้อง​ใช้จริงๆ​ เวลานั้น​ ราคาอาจตกหล่นลงมากว่าครึ่ง จาก​เมื่อตอน เปิดตัวในตอนแรกแล้ว​ก็​ได้ครับ"

จริงอยู่​​ที่ว่ารอต่อ​ไปอีกนิด ก็​จะมีรุ่นใหม่ๆ​ออกมา ...​ ​แต่ว่าเจ้ารุ่นใหม่ๆ​นี้ พอออกมาแรกๆ​ ราคามันก็แพง แถมบางอย่างเราก็ไม่จำ​เป็น​ต้อง​ใช้งานระดับนั้น​ เช่น​จะ​เอามา​ใช้งานเล่น Internet ดูหนัง ฟังเพลงทั่ว​ไป ​แต่มา​ใช้ CPU ระดับ Coppermine 733 MHz หรือ Athlon 1500 MHz มันก็ใช่​ที่ แล้ว​กว่าเจ้าพวกรุ่นใหม่ๆ​นี้ ราคา​จะตกลงมาระดับ​ที่พอ​จะหาซื้อ​ได้ ก็​ได้ของรุ่น​ที่ใหม่กว่าออกมาตีตลาด​พอดี ก็เลย​​จะรอซื้อรุ่นใหม่กว่านี้แทน ​เพราะ เกรงว่าซื้อรุ่นนี้​ไปแล้ว​​จะตกรุ่นอีก อย่างนี้​เมื่อไร​จะ​ได้ซื้อละครับ​

​ถ้ามี​ความจำ​เป็น​ต้อง​ใช้มัน ก็เลือกซื้อ เลือกหา​เอา​ที่มันตรง​กับงาน​ที่​ต้อง​ใช้ก็พอครับ​ ไม่จำ​เป็น​ต้อง ​ใช้เครื่องรุ่นใหม่ๆ​ เสมอ ...​ เครื่องรุ่นใหม่ ​ความเร็วระดับ 2000 MHz มันก็ไม่​ได้เร็วกว่าเครื่องในระดับ 900 MHz ถึงเท่าตัวละครับ​ ...​ ในการทำงานจริงๆ​ มันให้ผลต่างกันไม่ถึง 50% ด้วยซ้ำ ...​ หรือ​แม้​แต่เทคโนโลยีใหม่ๆ​ จริงๆ​ ก็ไม่​ได้เร็วกว่าเดิมนักละครับ​ เช่นจาก​ที่หลายๆ​ ​ที่​ได้ทำการทดสอบกันมาแล้ว​ ว่าเทคโนโลยี RAMBUS ​ที่​กำลัง​จะออกมาตีตลาดในเร็ววันนี้ ให้ประสิทธิภาพ​ที่พอๆ​กันหรือดีกว่า SDRAM เพียงเล็กน้อยเอง ...​ ​แต่ด้านราคานั้น​ต่างกันหลายเท่าตัวเลย​ ...​ อย่างนี้ ก็คงไม่คุ้มค่า​กับการลงทุนในระดับ​ใช้งานตามบ้าน หรือ​ใช้งานทั่วๆ​​ไปละนะครับ​ ...​

อย่า​ไปกลัว​กับคำว่า "ตกรุ่น"

สินค้าใหม่ๆ​ ​ที่ออกมา ​เขาจำ​เป็น​ต้องขายให้ออก ดังนั้น​ ก็อาจ​ใช้วิธีการโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ​ นาๆ​ ​ทั้งกล่าวว่ารุ่นใหม่ๆ​ นี้ ดีกว่ารุ่นเก่า มีประสิทธิภาพ​ที่ดีเหนือกว่า มีคุณสมบัติพิเศษมากกว่า ​และ มัก​จะย้ำว่า รุ่น​ที่ออกมาก่อนหน้านี้นั้น​ "ตกรุ่น" ​ไปแล้ว​

ตกรุ่น​คืออะไร​? ​คือการ​ที่ผู้ผลิตสินค้าไม่ผลิตชิ้นนั้น​ๆ​ ออกมาแล้ว​ ​เพราะมีรุ่นใหม่มาแทน​ที่ หรือว่า ​คือการ​ที่มันไม่รองรับการทำงานของ Software ​และ OS ต่างๆ​ แล้ว​ หรือ ​เพราะมันไม่รองรับ​ความ​สามารถใหม่ๆ​ ​ที่เพิ่มขึ้น​มาในสินค้า หรือผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ​?

คำว่า "ตกรุ่น" นี้ ดูเหมือน​จะ​เป็นคำ​ที่ผู้ผลิตสินค้าต่างๆ​ ​ใช้​เพื่อ​เป็นเทคนิคทางการค้าเสียมากกว่า ​ถ้าเราลองมองเพียงแค่การ​ใช้งานแล้ว​ เรื่อง​คำว่าตกรุ่น ก็ดูเหมือน​จะ ไม่ค่อยมีผลกระทบ​กับเราเท่าไรละครับ​ ถึง​แม้ว่าเครื่องเก่า​ที่มี หรือ เครื่อง​ที่​กำลัง​จะซื้อมาใหม่นั้น​ ไม่ใช่รุ่นล่าสุด ​แต่​ถ้าหากมัน​ใช้งานตรง​กับ​ที่เรา​ต้องการ ​ถ้าหากว่างาน ​ที่เรา​ต้องการ​ใช้นั้น​ ไม่​ได้​ต้องการเทคโนโลยีใหม่ๆ​ เข้ามาช่วย ...​ ก็​จะ​ไปแคร์อะไร​ ​กับคำว่า "ตกรุ่น" ...​ ตราบเท่า​ที่ยัง​ใช้งาน​ได้อยู่​ ตราบเท่า​ที่เครื่องนั้น​ ๆ​ยังรองรับการทำงาน ​ที่เรา​ต้องการไหว ก็อย่า​ไปสนใจ​กับคำๆ​ นั้น​เลย​ครับ​

หรือในกรณี​ที่​จะเลือกซื้อเครื่องใหม่ๆ​ ก็ไม่จำ​เป็น​ที่​จะ​ต้อง​ไปเลือกซื้อ เลือกหา​แต่เครื่องรุ่นใหม่ล่าสุด หรือ มัว​แต่รอ​จะหาซื้อ​แต่สินค้าใหม่ๆ​ เท่านั้น​ เพียง​เพราะกลัวว่าซื้อ สินค้า​ที่ออกวางตลาดแล้ว​ในขณะนี้​ได้ไม่นาน ก็​จะตกรุ่น

อย่า​ไปสนใจ​กับประโยค​ที่ว่า "อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจซื้อตอนนี้ ​เพราะ​จะตกรุ่นเดือนหน้า" หรืออะไร​ทำนองนี้ละครับ​ ฟังแล้ว​ก็รู้สึกไม่ค่อยดีเลย​ ​เพราะเราไม่​ได้ซื้อ Computer มา​ใช้ หรือ Upgrade ​เพื่อให้ทันสมัย ทันรุ่น ทันเทคโนโลยี นี่ครับ​ เราซื้อ Computer มา​เพื่อ​ใช้งาน ให้ตรง​กับงาน​ที่​ต้องการ ให้คุ้มค่า​กับ เงินทอง​ที่ลงทุน​ไปต่างหาก


ลองหาข้อมูล ของผลิตภัณฑ์​ที่​กำลังสนใจต่างๆ​ แล้ว​เรียบเรียงออกมา ​เพื่อดูว่า มีคุณสมบัติ​ที่เหมาะสม​กับงาน​ที่​ต้องการหรือไม่ อย่างไร ​เมื่อ​ได้รายการออกมาหลายๆ​รุ่น หลายๆ​ยี้ห้อ ​ซึ่งตรง​กับ​ที่​ต้องการ ​ทั้งด้านคุณสมบัติ ​และ ประสิทธิภาพ ...​ ตรงนี้ เรากก็​จะ​ใช้ราคา​เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจอีกทีหนึ่ง​

2. คุณภาพเทียบ​กับราคา

หลังจาก​ที่​ได้รายการ​ที่เข้าข่ายสนใจมาแล้ว​ ​ถ้าหากว่า มีหลายรุ่น หลายยี่ห้อ​ที่เข้าตากรรมการ ​ทั้งด้านประสิทธิภาพ ​และคุณสมบัติ​ที่จำ​เป็นแล้ว​ ​(รวมถึงคุณสมบัติพิเศษต่างๆ​)​ ก็​จะ​ใช้ ราคา ​เป็นตัวแปรในการพิจารณาถึง​ความคุ้มค่าต่อสตางค์​ที่​จะ​ต้องเสีย​ไป ว่าคุ้มแค่ไหน

​ถ้าประสิทธิภาพแตกต่างกันเพียงไม่มาก ​แต่ราคานั้น​ต่างกันไม่ใช่น้อยๆ​ หรือ​ต้องเพิ่มเงินอีกเท่าตัวก็ดู​จะไม่คุ้มค่าสักเท่าไร หรือในกรณี​ที่​ต้องเพิ่มเงินอีกไม่ใช่น้อยๆ​ ​เพื่อให้​ได้มา​ซึ่งคุณสมบัติพิเศษใหม่ๆ​​ที่เพิ่มเข้ามา ​โดย​ที่เราไม่​ได้​ใช้คุณสมบัติใหม่ๆ​ เหล่านั้น​ ก็ดู​จะไม่คุ้มค่าเช่นกัน จริงไหมครับ​?

​ถ้ามองในด้านบริษัทหรือหน่วยงานใหญ่ๆ​ ​ที่เวลา​แต่ละนาที วินาที มีค่ายิ่ง การ​ที่​ต้องยอมลงทุน​เพื่อซื้อเครื่องดีๆ​ ประสิทธิภาพสูงๆ​ ​เพื่อลดเวลาในการประมวลผลให้น้อยลงนั้น​ ก็​เป็นเรื่อง​​ที่เลี่ยงไม่​ได้เช่นกัน ​เพราะในงานระดับนั้น​ หากช้า​ไปเพียงวินาทีเดียว ก็อาจทำให้สูญเสียราย​ได้​ไปไม่ใช่น้อย อย่างนี้ ก็จำ​ต้องยอมละครับ​

ดังนั้น​ ก็ไม่จำ​เป็น​จะ​ต้องพิจารณา เพียงแค่ ราคาว่า ​ต้อง​เอา​แต่ของถูกๆ​ เท่านั้น​ ในบางครั้ง ​ถ้ามันจำ​เป็น​ต้อง​ใช้ของแพงๆ​ จริงๆ​ ก็จำ​ต้องยอมลงทุน ​แต่​เมื่อลงทุน​ไปแล้ว​ ก็ขอให้​ใช้ให้คุ้มค่า​กับการลงทุนด้วยละครับ​ อย่ามองเพียงแค่ว่า​ต้อง​ใช้​แต่ของถูกๆ​ เท่านั้น​ หรือ​ใช้​แต่ของแพงๆ​ เท่านั้น​ ...​ พิจารณาถึง​ความจำ​เป็น ​และ​ความคุ้มค่า ซื้อมาแล้ว​ ​ใช้ให้คุ้มค่า​กับ​ที่ลงทุน​ไป นั่นก็ถือว่าคุ้มแล้ว​ละครับ​

 

F a c t   C a r d
Article ID A-324 Article's Rate 34 votes
ชื่อเรื่อง การเลือกซื้อ COMPUTER ให้คุ้มค่า
ผู้แต่ง ซัดดัม
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๔๖
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๖๓๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๕๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-968 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 02 ธ.ค. 2546, 00.50 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : hum [C-5619 ], [210.233.192.102]
เมื่อวันที่ : 16 ส.ค. 2548, 08.10 น.

จริงครับ​ จริงด้วย ขอมอบให้ครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : พชร [C-8834 ], [61.19.220.130]
เมื่อวันที่ : 10 ส.ค. 2549, 13.10 น.

การเลือกซื้อแป้นพิมพ์

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : นารี [C-9809 ], [125.24.158.103]
เมื่อวันที่ : 21 พ.ย. 2549, 16.49 น.

ดี

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : อาหมี่ [C-18321 ], [182.93.200.31]
เมื่อวันที่ : 27 มิ.ย. 2554, 10.19 น.

ดีค่ะ​น่าอ่านมาก

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น