นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
คนล่าฝัน
สะพานกระดาษ
...วันห้า ​​ได้บันทึกถึงลูกมาห้าครั้งแล้ว​​ในเวลาไม่นาน ถือว่า​​เป็นเรื่อง​​ใหม่​​ที่ไม่เคย​​ได้ทำมาอย่างน้อยก็สามปีย้อนหลัง สิ่งหนึ่ง​​​​ที่พ่อสังเกต​​ได้​​คือคนเราเมื...
วันห้า


​ได้บันทึกถึงลูกมาห้าครั้งแล้ว​ในเวลาไม่นาน ถือว่า​เป็นเรื่อง​ใหม่​ที่ไม่เคย​ได้ทำมาอย่างน้อยก็สามปีย้อนหลัง สิ่งหนึ่ง​​ที่พ่อสังเกต​ได้​คือคนเรา​เมื่อมุ่งมั่น​ที่​จะทำอะไร​สักอย่างมันก็​จะทำ​ได้ นี่​เอาพ่อเอง​เป็นตัวอย่าง ตั้งแต่มุ่งมั่นว่า​จะพยายามบันทึกถึงลูกให้เสมอต้นเสมอปลาย พ่อก็หาเวลามาบันทึกจน​ได้ ​แม้​จะไม่ต่อ​เนื่องตลอดทุกวัน ​แต่ก็ทำ​ได้​เป็นระยะไม่ขาดหาย​ไปเลย​ เรียกว่า​เป็นสิ่ง​ที่ดีต้อนรับปีใหม่ พ่อเคย​ได้ฟังวิทยาการพูดสมัยเข้าอบรมการ​เป็นคน​ที่ประสบ​ความสำเร็จในชีวิต​เมื่อหลายปีก่อนว่า คนเรา​สามารถทำอะไร​ต่อ​เนื่องกันอย่างน้อยหกเดือน​โดยไม่ลำบาก เก็บเงินอย่างต่อ​เนื่องกันหกเดือน​เพื่อทำอะไร​สักอย่าง​ที่ฝันอยากทำ ทำงานสองแห่ง​ทั้งกลางวันกลางคืน​เพื่อสร้างฝันให้​เป็นจริง​ได้ยาวนานถึงหกเดือน หรือการออก​กำลังกาย​เพื่อให้ตัวเองมีสุขภาพดีอย่างต่อ​เนื่องหกเดือน พูดรวม ๆ​ ก็ว่าหกเดือนทุก ๆ​ คนพอทำอะไร​​ที่คิดว่ายาก ๆ​ ​ได้​ทั้งนั้น​ หากนานกว่านี้ก็อาจนาน​ไป กลาย​เป็นทนไม่​ได้ รับไม่ไหว พ่อเองตั้งใจว่าหากหกเดือนมันผ่าน​ไป​ได้ก็ถือว่าพ้นเขตอันตราย ​เพราะมั่นใจว่าหากทำหกเดือน​ได้ก็​ต้องทำเดือน​ที่เจ็ด​ได้ เดือนต่อ ๆ​ ​ไปก็ควรทำ​ได้ ​เพราะเคยทำมาแล้ว​ทีละเดือน​ไป

​ความต่อ​เนื่องหรือเสมอต้นเสมอปลายนี้ดูแล้ว​ก็คล้ายมันอืดอาดเชื่องช้า ​แต่ลูกรู้ไหมว่าต้นปาล์มใหญ่หลังบ้านเรามันก็อาศัย​ความอืดอาดเชื่องช้านี้แหละ​จึงกลายมา​เป็นต้นไม้สวยประดับบ้านให้ดูร่มรื่น ชีวิตคนเราบางทีก็เร่งด่วนไม่​ได้ทุกอย่าง​ไป ​ต้องค่อย ๆ​ สานต่อผ่านวันเวลาจึง​จะเข้า​ที่ แม่ชอบไว้ผมยาว ลูกรู้หรือเปล่าว่าผมแม่ไม่​ได้ยาวข้ามคืน กว่า​จะมีผมสวยวันนี้แม่ก็​ต้องนอนทับมันนานหลายเดือน ​แม้พ่อ​จะบันทึกถึงลูก​ได้เพียงห้าฉบับ​ ​แต่ทุกครั้ง​ที่​ได้บันทึกก็เกิด​ความมั่นใจขึ้น​มาว่าจบบันทึกนี้แล้ว​ก็​ได้ทำในสิ่ง​ที่ไม่เคย​ได้ทำมาก่อน ​เป็นแรงจูงใจให้หาเวลามาบันทึกถึงลูกอีก เรื่อง​​ที่ถูก​ต้องดีงาม​ซึ่งเคยทำไว้มันก็หนุนนำให้ทำยิ่ง ๆ​ ขึ้น​​ไปอีก คล้ายนักยกน้ำหนัก วันนี้ยก​ได้ห้าสิบกิโลกรัม อาทิตย์หน้า​ต้องยก​ได้ห้าสิบเอ็ดกิโลกรัม ไม่นานให้หลังก็กลาย​เป็นนักยกน้ำหนักระดับโลก นี่​คือปาฏิหาริย์แห่ง​ความเสมอต้นเสมอปลาย ​เป็นบทเรียนเตือนใจว่าสิ่งน้อยค่า​ที่เรามองข้าม​ไปนั้น​มันไม่​ได้น้อยค่าเลย​ มันรวมตัวกันสานต่อ​เป็นสิ่ง​ที่ยิ่งใหญ่​ได้ พ่อเองเวลามองเห็นเหรียญสลึงหล่นพื้น​ต้องก้มเก็บทุกครั้ง​ไป หลายต่อหลายคนมองผ่าน ​แต่พ่อ​ต้องรีบก้มเก็บ ​เพราะคิดว่าบาท​หนึ่ง​หากขาด​ไปเพียงสลึงเดียวก็ไม่ครบบาท​ นี่​คือ​ความสำคัญของสลึง​ที่คน​ส่วนใหญ่มองข้าม

เดือนกว่าแล้ว​​ที่ปีใหม่เข้ามาเยือน ชีวิตพ่อ​เป็นระเบียบขึ้น​ ตื่น​เป็นเวลา ​ไปทำงาน​เป็นเวลา กิจกรรมต่าง ๆ​ ในชีวิตก็​เป็นเวลา เรียกว่ามันลงตัวอย่าง​ที่ควร​จะลง ไม่ถึง​กับ​เป็นหุ่นยนต์หรอกนะ ​แต่ก็พอใจ​ที่มัน​เป็นอย่างนี้ ​ซึ่งดีกว่าสับสนวุ่นวายจัดตารางชีวิตไม่ถูก อัน​ที่จริงพ่อเองก็ไม่ใช่คน​ที่ชอบอยู่​​กับระเบียบ ​เพราะตลอดชีวิต​ที่ผ่านมา​ส่วนใหญ่ก็อยู่​​กับระเบียบ ​ต้องทำตามนั้น​ วันนี้อยากอยู่​อย่างสบาย ๆ​ ไม่​ต้องมีกติกาอะไร​มาก ไม่ถึงขนาดทำอะไร​ตามใจตัวเอง ​แต่มันก็ดีขึ้น​กว่า​ที่แล้ว​มา หาก​จะให้ดีกว่านี้ก็​ต้อง​เป็นว่าไม่มีกติกาอะไร​เลย​​ที่​ต้องเดินตาม ตื่น​เมื่อไรก็​ได้ ทำอะไร​เวลาไหนก็​ได้ ไม่อยากนอนก็ไม่​ต้องนอน ไม่อยากตื่นก็ไม่​ต้องตื่น พ่อหวังว่าสักวันคง​ได้ทำอย่างนี้บ้าง

น้องหญิงชายสองคนไม่ค่อยทานข้าว แม่ก็หนักใจ พยายามทำอาหารจานโปรดบำรุงก็กินเฉพาะ​ที่ถูกใจ ย้อนคิดสมัยพ่อ​เป็นเด็ก เราไม่มีทางเลือกเลย​ว่าวันนี้​จะกินอะไร​ พ่อแม่ทำวางไว้​ต้องกิน ไม่กินก็ไม่มีอะไร​นอกจากนี้ให้กิน บางทีพ่อคิดว่าคนสมัยใหม่เรานี้เลี้ยงลูกตามใจมาก อยากกินอะไร​ก็หามาวางไว้ให้กินกัน สมัยก่อนโน้นมีอะไร​ก็​ต้องกินกัน เลือกไม่​ได้ บางทีแทบ​จะไม่มีอะไร​มาวางไว้รอด้วยซ้ำ พ่อคิดว่า​ความสะดวก​สบายทำให้คนเราอ่อนแอ ​เอาตัวรอดไม่​เป็น ดิ้นรนไม่​ได้ พ่อ​กับแม่เกิดในครอบครัว​ที่ยากจน ​ได้เห็น​ความลำบาก ​ได้เห็นการอดมื้อกินมื้อมาด้วยตัวเอง จึงเห็น​ความสำคัญของอาหาร ​เมื่อมาเห็นลูก ๆ​ เลือกกินแถมมีแล้ว​ยังไม่อยากกินก็อด​ที่​จะขุ่นเ​คืองใจไม่​ได้ พ่อ​ได้​แต่บอกแม่​ไปว่ามันคง​เป็น​ไปตามยุคสมัยของมัน

อากาศหนาวมากช่วงนี้ พ่อก็ชิน​กับมันแล้ว​ ​เพราะ​ได้เห็นมันมาร่วมยี่สิบปี อีกไม่กี่เดือนก็​จะกลาย​เป็นอุ่น​และร้อนจ้า ฤดูของดินฟ้าอากาศก็คงไม่ต่างจากฤดูของชีวิต มันไม่มีวัน​ที่​จะอยู่​อย่างนั้น​ตลอด​ไป ​ต้องหมุนเวียน เหมือนสุขทุกข์ของชีวิตคนเรา วันนี้เบิกบานแจ่มใส สักวันข้างหน้าก็อาจพบ​กับ​ความหดหู่ ถึงวันนี้หดหู่เพียงใด ก็ไม่​ได้หมดหวังเสียทีเดียว มัน​ต้องหมุนเวียน​ไป​เป็นสดชื่นเบิกบานสักวัน เหมือน​ที่พวกเรา​ทั้งครอบครัวเข้าใจในฤดูของอากาศ หนาวมาก็ใส่เสื้อผ้าหนาขึ้น​ ​แม้​จะดูอึดอัด​ไปหน่อย​ ​แต่​เพื่อไม่ให้เกิด​ความเจ็บป่วยก็​ต้องทน ทน​ไปไม่นานมันก็​จะหายหนาวแล้ว​ เข้าใจ​ได้อย่างนี้เราก็​จะไม่หนักใจ​กับฤดูกาล​ที่หมุนเวียมาทักทาย ไม่ยกเว้น​แม้​แต่ฤดูกาลแห่งชีวิต

แม่ปรารภว่า​ได้แก่ขึ้น​อีกปีหนึ่ง​แล้ว​ พ่อบอก​ไปว่า​ได้​เป็นคน​ที่ดีกว่าเก่าขึ้น​มาอีกปีหนึ่ง​ คนเราเติบโตทาง​ความคิดทุก ๆ​ ปี ไม่ว่า​จะทำในสิ่ง​ที่ถูกหรือผิด เราต่างเรียนรู้บางสิ่งบางอย่างจากจุดนั้น​มา เรียกรวม ๆ​ ว่า​แต่ละปีเราก็มีประสบการณ์มากขึ้น​ ประสบการณ์นี้​จะ​เป็นครูคอยชี้แนะแนวทางให้เราดูแลชีวิตให้ถูก​ต้องมากขึ้น​ การบ้าน​ที่เราทำผิด ครูก็​จะบอกว่าผิด​และเฉลยว่า​ที่ถูก​ต้อง​เป็นอย่างนี้นะ นี่​คือ​ความเติบโตของชีวิต​ที่เรา​ได้มีมาบางทีก็​โดยไม่รู้ตัว ​แต่​เมื่อมองย้อนหลัง ทุก ๆ​ ปีเราเติบโตมาอย่างต่อ​เนื่อง นักเรียนชั้นปอสองเรียนรู้มากกว่านักเรียนชั้นปอหนึ่ง​ก็​เพราะ​ได้ทำผิดทำถูกมามากกว่านั้น​เอง คงไม่ต่าง​กับลูก​ที่เก่งขึ้น​กว่าปี​ที่แล้ว​ ก็​เพราะลูก​ได้ทำการบ้าน ทำผิดทำถูกมามากกว่ารุ่นน้องนั่นเอง

สิ่ง​ที่เห็น​ได้ชัดในช่วง​ที่ผ่านมา​คือพ่อ​ใช้ชีวิตอย่างมีสติมากขึ้น​ เดือนกว่า​ที่มีสติรู้ตัวว่า​กำลังทำอะไร​ ​จะทำอะไร​ ​และไม่ควรทำอะไร​ มันก็ผ่อนหนัก​เป็นเบาขึ้น​​ได้เยอะมาก ไม่มั่วเหมือนก่อน คนเคยมั่ว​เมื่อ​เป็นระเบียบขึ้น​มามันก็คล้ายพบปาฏิหาริย์ พบทางออก หูตาสว่างจ้าเหมือนโดนแสงทิพย์ ไม่ถึง​กับชีวิตนี้เปลี่ยนจากขาว​เป็นดำ ​แต่มันก็ทำท่าว่า​จะดำน้อยลง ขอให้มัน​เป็น​ไปอย่างนี้ให้ต่อ​เนื่อง ให้ดำมันเปลี่ยน​เป็นเทาๆ​ ก็พอแล้ว​ไม่​ต้องถึงขนาดขาวเนียนหรอก พ่อไม่อยากคาดหวังอะไร​จากตัวเอง ​ซึ่งยอมรับว่า​เป็นคน​ที่ยังเต็มด้วยกิเลสตัณหา ​จะให้ตัดขาดก็คงยาก​เพราะยัง​เป็นปุถุชน หลายต่อหลายครั้ง​ที่พ่ออยาก​เป็นคนดี ​แต่ด้วยอำนาจของกิเลสตัณหา พ่อก็​ต้องเดินตามหล้งมัน​ไปเหมือน​ต้องมนต์ สีดำทำให้สีขาวเปื้อนง่าย ​ส่วนสีขาวนั้น​​จะทำให้สีดำกลายมา​เป็นขาวเหมือนตัวเองนั้น​มันยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้น​​เขาอีก พูดให้ฟังง่ายก็ว่าคนเรานั้น​ทำดียากทำชั่วก็ง่ายเหมือนกระพริบตา

บันทึกไว้วันนี้ ให้สติพ่อ​และลูก​พร้อม ๆ​ กัน


รักลูกแม่เหมือนเดิม

 

F a c t   C a r d
Article ID A-3078 Article's Rate 1 votes
ชื่อเรื่อง คนล่าฝัน
ผู้แต่ง สะพานกระดาษ
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ บันทึกเงาความคิด
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๗๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-15258 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 09 ม.ค. 2552, 05.42 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น