นิตยสารรายสะดวก  Regular Articles  ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๖
แดดร่มลมตก ชมนกชมไม้ ตอน ลอยกระทงกันนะ
จันทน์กะพ้อ
... ลอยกระทงกันนะ วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง เรา​​ทั้งหลายชายหญิง สนุกกันจริงวันลอยกระทง ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง ล...
ลอยกระทงกันนะ

วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง เรา​ทั้งหลายชายหญิง สนุกกันจริงวันลอยกระทง ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง ลอยกระทงกันแล้ว​ ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง รำวงวันลอยกระทง รำวงวันลอยกระทง บุญ​จะส่งให้เราสุขใจ บุญ​จะส่งให้เราสุขใจ ...​...​...​.

ลอยกระทง​เป็นประเพณีเก่าแก่​ที่สืบทอดกันมาช้านาน ผู้รู้สันนิษฐานกันว่าน่า​จะ​ได้รับอิทธิพลมาจากพิธีตามประทีปหรือทีปาวลี ของอินเดีย ​ซึ่ง​จะมีการลอยกระทง​เพื่อบูชาเทพเจ้า​ทั้งสามของศาสนาพราหมณ์ ​คือ​พระพรหม ​พระอิศวร ​และ​พระนารายณ์



ประเทศไทย​ได้รับ​เอาคติ​ความเชื่อนี้ เข้ามาปรับ​กับ​ความเชื่อของท้องถิ่น เกิด​เป็นประเพณีการลอยกระทง​เพื่อขอขมาลาโทษ "​พระแม่คงคา" ขึ้น​ ​ทั้งนี้​เพราะชาวไทยสมัยก่อนประกอบอาชีพเกี่ยว​กับการกสิกรรม​ซึ่ง​จะ ​ต้องอาศัยน้ำ​เป็นปัจจัยหลักในการเพาะปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหาร ​ต่อมาการลอยกระทง​ได้กลาย​เป็นประเพณี​ที่ชาว ไทยทั่วทุกภูมิภาคถือปฏิบัติกันทั่ว​ไป จน​เป็น​ที่รู้จักแพร่หลาย​ไปทั่วโลก​และ​เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง​ของประเทศไทย

การลอยกระทงในเมืองไทย เชื่อกันว่ามีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย เรียกว่า "การลอย​พระประทีป" หรือ "ลอยโคม" ​ซึ่งประเพณีลอยกระทงนี้เชื่อกันว่ามีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย​เป็นราชธานี ​โดยปรากฏหลักฐาน จากหนังสือเรื่อง​ นางนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ กล่าวถึงนางนพมาศ​ซึ่งมียศ​เป็นท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ​พระสนมเอก​พระร่วงเจ้า (​พระเจ้าอรุณกุมาร) เกี่ยว​กับเทศกาลนี้ว่าในฤดูเดือน 12 ​เป็นเวลาเสด็จลงประพาสลำน้ำตาม​พระราชพิธีในเวลากลางคืน ​พระอัครมเหสี​และสนมฝ่ายในตามเสด็จในเรือ​พระ​ที่นั่งทอด​พระเนตรการนักขัตฤกษ์ ​ซึ่งเหล่าราษฎรต่างเล่นในแม่น้ำตามกำหนดปี ​เมื่อนางนพมาศ​ได้เข้ามารับราชการจึง​ได้คิดอ่านทำกระทงถวาย​พระเจ้าแผ่นดิน​เป็นรูปดอกบัว​และดอกไม้ต่างๆ​ ให้ทรงลอยตามสายน้ำ​และคิดคำขับร้องขึ้น​ถวายให้​พระเจ้าแผ่นดินทรงดำริจัดเรือ​พระ​ที่นั่งเทียบขนานกันให้กว้างใหญ่สำหรับสนมฝ่ายใน​จะ​ได้ตามเสด็จประพาส​ได้มากกว่า​แต่ก่อน"

คลิกดูภาพขยาย
ทางพุทธศาสนาเชื่อว่าการลอยกระทง​เป็นการทำพิธี​เพื่อต้อนรับ​พระพุทธเจ้าในวันเสด็จจากเทวโลกสู่โลกมนุษย์ ภายหลังจากทรงเทศนาโปรด พุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ บ้างก็เชื่อว่า​เพื่อบูชา​พระบรมสารีริกธาตุ​ที่บรรจุไว้ใน​พระจุฬามณี ​พระเจดีย์บนสวรรค์ บางก็ว่า​เพื่อบูชารอย​พระพุทธบาท​​ที่ทรงประทับไว้ ณ หาดทรายริมฝั่งแม่น้ำนัมมหานทีในแคว้นทักขิณาบถ ของประเทศอินเดีย (ปัจจุบันเรียกว่าแม่น้ำเนรพุททา) บางท่านก็ว่า ลอยกระทง​เพื่อขอบคุณ​พระแม่คงคา​ที่ให้เรา​ได้อาศัยน้ำกินน้ำ​ใช้ ​และขออภัย​พระแม่คงคา​ที่ทิ้งสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ​ ลงในน้ำ

นิทานต้นเหตุเกี่ยว​กับวันลอยกระทงอีกเรื่อง​หนึ่ง​​ที่น่าสนใจ ​เป็นนิทานชาวบ้าน กล่าวถึง ​เมื่อครั้งดึกดำพรรพ์ มีกาเผือกสองตัวผัวเมียทำรังอยู่​บนต้นไม้ในป่าหิมพานต์ใกล้ฝั่งแม่น้ำ วันหนึ่ง​กาตัวผู้ออก​ไปหากินแล้ว​หลงทางกลับรังไม่​ได้ปล่อยให้นางกาตัวเมีย​ซึ่งกกไข่อยู่​ 5 ฟอง รอด้วย​ความกระวนกระวายใจ จนมีพายุใหญ่พัดรังกระจัดกระจาย ฟองไข่ตกลงน้ำ แม่กาถูกลมพัด​ไปทางอื่น ​เมื่อแม่กาย้อนกลับมา​ที่รังไม่พบฟองไข่ จึงร้องไห้จนขาดใจตาย ​ไปเกิด​เป็นท้ายพกาพรหมอยู่​ในพรหมโลก ฟองไข่​ทั้ง 5 นั้น​ลอยน้ำ​ไปในสถาน​ที่ต่าง ๆ​ บรรดาแม่ไก่ แม่นาค แม่เต่า แม่โค ​และแม่ราชสีห์ มาพบเข้า จีงนำ​ไปรักษาไว้ตัวละ 1 ฟอง ครั้นถึงกำหนดฟักกลับกลาย​เป็นมนุษย์ ​ทั้งหมดไม่มีฟองไหนเกิดมา​เป็นลูกกาตามชาติกำเนิดเลย​ กุมาร​ทั้ง 5 ต่างเห็นโทษภัยในการ​เป็นฆราวาส​และเห็นอานิสงส์ในการบรรพชา จึงลามารดาเลี้ยง​ไปบวช​เป็นฤาษี ​ต่อมาฤาษี​ทั้ง 5 ​ได้มีโอกาสพบปะกัน​และถามถึงนามวงศ์​และมารดาของกัน​และกัน จึงทราบว่า​เป็นพี่น้องกัน ฤาษี​ทั้ง 5 มีนามดังนี้

คนแรก ชื่อ กกุสันโธ (วงศ์ไก่)
คน​ที่สอง ชื่อ โกนาคมโน (วงศ์นาค)
คน​ที่สาม ชื่อ กัสสโป (วงศ์เต่า)
คน​ที่สี่ ชื่อ โคตโม (วงศ์โค)
คน​ที่ห้า ชื่อ เมตเตยโย (สงศ์ราชสีห์)

ต่างตั้งจิตอธิษฐานว่า​ถ้าต่อ​ไป​จะ​ได้​ไปเกิด​เป็น​พระพุทธเจ้า ขอให้ร้อน​ไปถึงมารดา ด้วยแรงอธิษฐาน ท้าวพกาพรหมจึงเสด็จมาจาก เทวโลกจำแลงองค์​เป็นกาเผือก แล้ว​เล่าเรื่อง​ราว​แต่หนหลังให้ฟัง ​พร้อมบอกว่า ​ถ้าคิดถึงมารดา ​เมื่อถึงวันเพ็ญเดือน 11 เดือน 12 ให้​เอาด้ายดิบ ผูกไม้ตีนกา ปักธูปเทียนบูชาลอยกระทงในแม่น้ำ ทำอย่างนี้เรียกว่าคิดถึงมารดา แล้ว​ท้าวพกาพรหมก็ลากลับ​ไป ตั้งแต่นั้น​มาจึงมีการลอยกระทง​เพื่อบูชาท้าวพกาพรหม ​และ​เพื่อบูชารอย​พระพุทธบาท​​ซึ่งประดิษฐานอยู่​ริมฝั่งแม่น้ำ นัมมทานที ​ส่วนฤาษี ​ทั้ง 5 ​ต่อมา​ได้ตรัสรู้​เป็น​พระพุทธเจ้า ​คือ

ฤาษีองค์แรก ชื่อ กกุสันโธ ​ได้แก่ ​พระพุทธเจ้าทรง​พระนามว่า ​พระกกุสันโธ
ฤาษีองค์​ที่สอง ชื่อ โกนาคมโน ​ได้แก่ ​พระพุทธเจ้าทรง​พระนามว่า ​พระโกนาคมน์
ฤาษีองค์​ที่สาม ชื่อ กัสสโป ​ได้แก่ ​พระพุทธเจ้าทรง​พระนามว่า ​พระกัสสปะ
ฤาษีองค์​ที่สี่ ชื่อ โคตโม ​ได้แก่ ​พระพุทธเจ้าทรง​พระนามว่า ​พระสมณโคดม
ฤาษีองค์​ที่ห้า ชื่อ เมตเตยโย ​ได้แก่ ​พระพุทธเจ้าทรง​พระนามว่า ​พระศรีอาริยเมตไตรย

​พระพุทธเจ้า 3 ​พระองค์แรก ​ได้มาบังเกิดบนโลกแล้ว​ในอดีตกาล ​พระพุทธเจ้าองค์​ที่ 4 ​คือ ​พระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ​พระพุทธเจ้าองค์​ที่ 5 ​คือ ​พระพุทธเจ้า​ที่​จะมาบังเกิดบนโลกในอนาคต​ได้ แก่ ​พระศรีอาริยเมตไตรย

คลิกดูภาพขยาย


​เมื่อถึงวันเพ็ญ เดือน 12 ประชาชน​จะเตรียมประดิษฐ์กระทง​เป็นรูปต่าง ๆ​ ด้วยใบตองหรือกาบใบต้นพลับพลึง หรือวัสดุอื่น ๆ​ ​ซึ่งหา​ได้ในท้องถิ่น กระทง​ที่นำมาลอย​ส่วน ใหญ่มัก​จะประดิดประดอย​เป็นรูปดอกบัวบาน ​เมื่อถึงเวลาพลบค่ำบรรดาผู้คนต่างนำกระทง​ที่เตรียมไว้มาปักดอกไม้ จุดธูป เทียน บางคนก็ตัดผม ​และเล็บใส่ลง​ไปด้วย​เพื่อให้เคราะห์ต่างๆ​ลอย​ไป​พร้อม​กับกระทง บางคนก็หมากพลูหรือใส่เงินลง​ไปในกระทง​เพื่อ​เป็นการให้ ทาน หนุ่มๆ​ สาวๆ​ก็อธิษฐานขอพรให้สมหวังใน​ความรัก บางคนก็อธิษฐานขอให้โชคดี ขอให้ทุกข์โศกลอย​ไป​กับสายน้ำ

ในสมัยก่อนงานลอยกระทงมัก​จะมีการเล่นสักวา เล่นเพลงเรือ ​แต่สมัยปัจจุบันมักมีแข่งเรือยาว การแสดงมหรสพต่างๆ​ มีการประกวด นางนพมาศ ประกวด กระทง การจุดพลุ ดอกไม้ไฟ ฯลฯ ​ซึ่ง​เป็นประเพณีไทย​ที่​เป็น​ที่รู้จักของชาวต่างประเทศ

การลอยกระทง ​เป็นประเพณี​ที่คนไทยรุ่นหนุ่มรุ่นสาวนิยมกันมากไม่มีเสื่อมคลาย ​แม้ว่า​ความงามตามธรรมชาติ​จะลดน้อยลงกว่า​เมื่อก่อน ​และ​แม้ว่าน้ำ​จะไม่นองตลิ่งดัง​ที่เพลงกล่าวไว้ ​แต่คนไทยเราก็ยังนิยม​ไปลอยกระทงกันเสมอ



พลันก็​ได้ยินเสียงเพลงแว่วมา...​...​.หนุ่มสาวเล่นเรือ ร้องเพลงไม่เบื่อลอยเรือเล่นกัน เดือนสิบสองน้ำนองตลิ่ง รักสุขจริงยิ่งดั่งฝัน ช้า..ทิงนองนอย ช้าเอย..ทิงนองนอย เอ้า ฮ้าไฮ้ เชี้ยบๆ​

​ใคร​ที่ยังอยาก​ไปลอยกระทงอยู่​ แสดงว่ายัง​เป็นหนุ่ม​เป็นสาวอยู่​ จริงไหม?

ลอยกระทง
ลอยกระทง

 

F a c t   C a r d
Article ID A-304 Article's Rate 34 votes
ชื่อเรื่อง แดดร่มลมตก ชมนกชมไม้ ตอน ลอยกระทงกันนะ
ผู้แต่ง จันทน์กะพ้อ
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๖
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ แดดร่มลมตก ชมนกชมไม้
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๒๐๑๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๓๙
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-923 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 07 พ.ย. 2546, 07.48 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : นกหวีด [C-927 ], [66.217.137.145]
เมื่อวันที่ : 09 พ.ย. 2546, 00.32 น.

ยังอยาก​ไปลอยกระทงอยู่​ แสดงว่ายัง​เป็นหนุ่ม​เป็นสาวอยู่​ จริงไหม?
จริงค่ะ​ จริงค่ะ​ จริงค่ะ​ จริงค่ะ​ อิอิ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : sawasdee [C-6262 ], [203.156.135.142]
เมื่อวันที่ : 12 พ.ย. 2548, 10.59 น.

คงไม่จริง ​เพราะ​แม้ไม่ใช่หนุ่มสาวก็​สามารถลอยกระทง​ได้

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : รจนาอยู่ไกลกระทงจ้า [C-6298 ], [213.103.128.253]
เมื่อวันที่ : 16 พ.ย. 2548, 03.51 น.

น่า ​จะหนุ่ม​จะสาว หรือ ไม่หนุ่มไม่สาว ก็​ไปร่วมลอยกระทงกันเถอะจ้ะ​ อย่ารอช้า
คนอยู่​เมืองนอกไม่มีกระทง​กับแม่น้ำ​จะให้ลอยนะเนี่ย ขืน​ไปลอย เทศบาลเมืองเจฯ​จะ​ได้มาไล่จับว่า ทำทะเลสาป​เขาเลอะเทอะ ขอลอยด้วยใจแล้ว​กันค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น