นิตยสารรายสะดวก  Articles  ๐๘ กันยายน ๒๕๕๑
คนไฟลุก (Spontaneous Human Combustion – (SHC))
ตะกร้า
...สะเก็ดไฟ...​​ลุก จากบันทึกในประวัติศาสตร์กว่า 300 ปี พบศพมนุษย์ถูกเผาวอด​​เป็นเ​​ถ้าถ่าน​​โดยหาสาเหตุไม่​​ได้...​​...​​...
สะเก็ดไฟ...​ลุก

จากบันทึกในประวัติศาสตร์กว่า 300 ปี พบศพมนุษย์ถูกเผาวอด​เป็นเ​ถ้าถ่าน​โดยหาสาเหตุไม่​ได้ พบ​แต่เพียงว่า ต้นเพลิงเกิดจากไฟ​ที่ติด​และลุกขึ้น​มาจากภายในร่างกายของพวก​เขานั่นเอง...​มนุษย์​ที่พยายามค้นหาคำตอบเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "ปรากฏการณ์คนลุก​เป็นไฟฉับพลัน" (Spontaneous Human Combustion: SHC)
ปรากฏการณ์คนลุก​เป็นไฟฉับพลันถูกบันทึกไว้จากทั่วทุกมุมโลก กว่า 200 ราย ​แม้​จะเกิดขึ้น​ต่าง​ที่ ต่างเวลา ​แต่​ทั้ง 200 ร่างกลับทิ้งปริศนาในการตาย​ที่มีจุดร่วมเหมือนกัน ​และมันช่างเขย่าขวัญ​ได้อย่างเหลือเชื่อ!

• เปลวไฟมรณะมักดับร่างเหยื่อจนเหลือเพียงเ​ถ้า ในเวลาเพียง 1 -2 ชั่วโมง

• ไม่มีหลักฐานชี้ชัดการตาย ไม่มีพยานรู้เห็น ไม่รู้ต้นเหตุชัดเจนของเปลวเพลิง

• น่าแปลก​ที่เปลวไฟทำลายแค่ร่างกายมนุษย์ ​แต่บริเวณรอบข้างผู้ตายทุกราย แทบไม่มีร่องรอยการถูกเผา​แม้​แต่น้อย ​ทั้ง​ที่สภาพศพนั้น​เหมือนโดนเผาด้วย​ความร้อนกว่า 3,000 องศาฟาเรนไฮธ์​ที่น่า​จะทำลายพื้น​ที่รอบข้างให้​เป็นจุณ​ได้ในพริบตา

• สภาพศพสร้าง​ความสยดสยองจนขนหัวลุกให้คน​ที่พบเห็น ​เพราะร่างกาย​ส่วนกลางของเหยื่อมักไหม้​เป็นเ​ถ้าถ่านไม่เหลือชิ้นดี ​แต่กลับเหลืออวัยวะบาง​ส่วนเช่น มือ-เท้า ​เอาไว้อย่างสมบูรณ์

• ขณะเกิดเหตุการณ์ไฟเผาร่างกายนั้น​ ไม่มี​ใครเคย​ได้ยินเสียงร้อง หรือขอ​ความช่วยเหลือจากเหยื่อ​แม้​แต่น้อย

• เหตุการณ์สยองนี้เกิดขึ้น​เฉพาะในอาคาร-บ้านเรือนเท่านั้น​ ไม่เคยเกิดใน​ที่โล่ง

• มักมีกลิ่นควัน​ที่หอมประหลาด ​พร้อมคราบสีเหลืองอ่อนรอบ​ที่เกิดเหตุ

• เปลวไฟมรณะมักคร่าชีวิตเหยื่อ​ที่อยู่​เพียงลำพังคนเดียว!



Spontaneous human combustion (SHC)

หรือ"ปรากฏการณ์เผาไหม้ร่างมนุษย์" นี้หมายถึงการ​ที่ร่างกายมนุษย์เกิดการลุกไหม้ขึ้น​​โดยไม่มีเชื้อไฟ ​เป็นมิสเทรี่อย่างหนึ่ง​​ที่มีชื่อเสียงมาก คน​ที่ชอบเรื่อง​ลึกลับน่า​จะเคย​ได้ยินมาบ้าง จริงอยู่​​ที่สมมติฐานทางวิทยาศาสตร์ยังไม่​สามารถอธิบายถึงปราฏกการณ์นี้​ได้​ทั้งหมด ​แต่หาก​จะมอง​โดย​แต่ละคดีแล้ว​ก็​จะพบว่าต่างก็มีสาเหตุของการเกิดไฟไหม้​ที่พอ​จะอธิบาย​ได้ด้วยเหตุผล​ที่แตกต่างกัน​ไปเช่นกัน ​เป็นเคส​ที่น่าสนใจอีกอย่างว่า ปรากฏการณ์เดียวกัน ไม่จำ​เป็น​ต้องเกิดขึ้น​จากปัจจัยเดียวกันเสมอ​ไป


ก่อน​จะเข้าเรื่อง​ เราลองมาพูดถึงหนึ่ง​ในปรากฏการณ์​ที่​เป็นคำอธิบายหนึ่ง​ของ SHC กันก่อนดีกว่าครับ​
Wick Effect ​เป็นปรากฏการณ์​ที่ไขมันจากร่างกายมนุษย์ซึมออกมายังเสื้อผ้า​ที่เหยื่อใส่อยู่​ ทำให้เหยื่อมีสภาพเหมือน​กับเทียนไข"inside-out"(ไขมันในร่างกายคน​เป็นตัวเทียน​ซึ่งอยู่​ข้างใน ​และเสื้อผ้า​เป็นไส้เทียน​ซึ่งมาอยู่​ข้างนอกแทน) ​ซึ่ง​จะง่ายต่อการติดไฟ​และลุกไหม้ด้วยอุณหภูมิต่ำ ด้วยเหตุนี้เองปรากฏการณ์นี้จึง​จะเกิดการลุกไหม้เฉพาะ​ที่​และไม่ลาม​ไป​เป็นบริเวณกว้าง

ในเอนทรี่นี้​จะขอแนะนำเฉพาะบางคดี​ที่มีชื่อเสียง​และข้อมูลเพียงพอค่ะ​

คดีของดอกเตอร์จอห์น เออร์วิ่ง เบนทเลย​์
วัน​ที่ 5 ธันวาคม 1966 รัฐเพนซิลวาเนีย เมืองเคาวเดอร์สปอร์ท นายกอสเนล​ไป​ที่บ้านของอดีตหมอ จอห์น เออร์วิ่ง เบนทเลย​์ (92) ​เพื่อดูมีเตอร์แก๊สแทนเจ้าของบ้าน​ซึ่งเดินไม่สะดวก​ ​เขาพบว่าบันไดลง​ไปห้องใต้ดินมีควันดำสีออกน้ำเงินลอยคลุ้ง​และมีกลิ่นเหม็นฉุนอบอวล​ไปหมด ด้วย​ความสงสัย ​เขาจึงเข้า​ไปยังห้องน้ำ​ซึ่ง​เป็น​ที่มาของควัน ​ซึ่ง​ที่นั่นเอง​ที่​เขา​ได้พบ​กับภาพ​ที่​เขาไม่​สามารถลืม​ได้ชั่วชีวิต
บนพื้นห้องน้ำมีรูขนาดกว้าง 75 เซนติเมตร ยาว 120 เซนติเมตร ​และ​ที่ข้างรูนี้เอง​เขาก็พบขาของเบนทเลย​์​ซึ่งกลาย​เป็นสีคล้ำราว​กับขาหุ่นตกอยู่​ ​ส่วนอื่นๆ​ของร่างกายนั้น​กลาย​เป็นเ​ถ้าถ่านตกอยู่​ในห้องใต้ดินเบื้องล่าง



* คำค้าน
กล่าวกันว่าคดีของเบนทเลย​์​เป็นปริศนา​เพราะเกิดการลุกไหม้​ทั้งๆ​​ที่ไม่มีเชื้อไฟ ​แต่​ความจริงแล้ว​ ​เป็น​ที่รู้กันดีว่าเบนทเลย​์ในขณะ​ที่ยังมีชีวิตอยู่​นั้น​ชอบสูบ​ไปป์ ​และมักทำขี้เ​ถ้าตกใส่เสื้อบ่อยๆ​ ในวันเกิดเหตุนี้ก็มีการพบขี้เ​ถ้าตกอยู่​บนพรมห้องนอนของเบนทเลย​์ด้วย จึง​เป็นการยืนยันว่าในวันดังกล่าว เบนทเลย​์ก็​กำลังสูบ​ไปป์อยู่​เช่นกัน
นอกจากนี้ ในบันทึก​ส่วนมากมัก​จะเขียนว่า เบนทเลย​์ถูกเผาจนเหลือ​แต่ขาขวาข้างเดียว ​แต่ใน​ความจริงแล้ว​ หัวกระโหลกของ​เขายังเหลืออยู่​จากการเผาไหม้นี้ด้วย หาก​จะสันนิษฐานตามสภาพ​ที่เกิดเหตุก็​ได้​ความดังนี้
1. เบนทเลย​์ทำขี้เ​ถ้าตกใส่เสื้อคลุมอาบน้ำ
2. หลายนาทีให้หลัง เสื้อติดไฟ
3. เบนทเลย​์รีบมุ่ง​ไปยังห้องน้ำ ​เมื่อ​ไปถึงเสื้อคลุมก็ติดไฟจนลุกท่วม​ไปหมดแล้ว​ ​เขาจึงถอดเสื้อคลุมโยนใส่อ่างอาบน้ำ (เสื้อคลุม​ที่ถูกพบในอ่างน้ำ มีไม้ขีดไฟใส่อยู่​ในกระเป๋าด้วย)
4. ​แต่ไฟก็ลามมาติด​ที่ร่างกายแล้ว​ ร่างของเบนทเลย​์จึงเกิดปรากฏการณ์ Wick Effect ลุกไหม้จน​เขาเสียชีวิต


คดีของแมรี่ รีเซอร์หรือ The Cinder Lady
​เป็นคดี​ที่โด่งดัง​ที่สุดของปรากฏการณ์นี้ก็ว่า​ได้ครับ​
2 กรกฎาคม 1951 รัฐฟลอริด้า เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก คุณนายคาร์เพนเตอร์ เจ้าของห้องเข่ามาหาแมรี่ ฮาร์ดี้ รีเซอร์ (61) ​ที่ห้องของเธอ หากกดกริ่งเรียกแล้ว​ก็ไม่มีเสียงตอบ ​และ​เมื่อ​จะเปิดประตูเข้า​ไปก็พบว่าลูกบิดประตูร้อนจัดจนลวกมือ
คุณนายรีบวิ่ง​ไปขอ​ความช่วยเหลือจากคนงาน​ซึ่งทำงานกันอยู่​ฝั่งตรงข้าม ​เมื่อพวก​เขาเข้า​ไปในห้อง​ได้ก็พบ​กับแมรี่ รีเซอร์​ซึ่งเหลือเพียงเ​ถ้าถ่าน​กับกระโหลก​ที่หดตัวลงจนมีขนาดเพียงเท่ากำปั้น หากไม่มี​ส่วนใดในห้อง​ที่ถูกไฟลุกไหม้ด้วย



* คำค้าน
เกี่ยว​กับเชื้อไฟนั้น​ ​ที่จริงแล้ว​จากการตรวจ​ที่เกิดเหตุทราบ​ได้ว่าเกิดจากบุหรี่นี่เอง แมรี่มีนิสัยชอบสูบบุหรี่อยู่​​แต่เดิมแล้ว​ ประกอบ​กับก่อน​ที่เธอ​จะถูกพบ​เป็นเ​ถ้าถ่านอยู่​ในห้องพัก แมรี่เพิ่ง​จะโทรศัพท์คุย​กับลูกชายว่าเธอ​ได้ทานยานอนหลับ​ไปแล้ว​ 2 เม็ด ​และ​จะทานอีก 2 เม็ดก่อนเข้านอน จึง​เป็น​ไป​ได้ว่า แมรี่อาจ​จะเผลอหลับ​ระหว่าง​ที่เธอ​กำลังสูบบุหรี่อยู่​​และทำบุหรี่ตกใส่เสื้อ นอกจากนี้จากคำให้การของผู้​ที่เห็นเธอ​เป็นครั้งสุดท้ายกล่าวว่า แมรี่ใส่ชุดนอน​และเสื้อคลุม​ซึ่งล้วนทำจากวัสดุ​ซึ่งติดไฟง่าย ​และเธอยังนั่งอยู่​บนเก้าอี้นวน​ซึ่งยัดไส้ด้วยวัสดุ​ที่ติดไฟง่ายเช่นกันอีกด้วย
อีกประการหนึ่ง​ มัก​จะกล่าวกันว่าภายในห้องไม่ถูกเพลิงไหม้เสียหาย ​แต่ใน​ความจริงแล้ว​ ไฟ​ได้ไหม้เก้าอี้ โต๊ะข้างเก้าอี้ ​และโคมไฟ​ไปจนหมด ในตอน​ที่ค้นพบศพนั้น​ เพดานยังลุกไหม้อยู่​ด้วยซ้ำ
​และจริงอยู่​​ที่ร่างกายของแมรี่ถูกไหม้​เป็นเ​ถ้าถ่านจนแทบไม่เหลือกระดูก ​แต่​ที่บอกว่ากระโหลกของเธอหดตัวจนมีขนาดเท่ากำปั้นนั้น​มี​ความ​เป็น​ไป​ได้สูง​ที่​จะไม่จริง ​เนื่องจากในหนังสือพิมพ์​ที่ลงข่าวนี้อยู่​กล่าวเพียงว่า"วัตถุทรงกลม​ซึ่งน่า​จะ​เป็นกระโหลกศีรษะ" (ไม่​ได้เจาะจงว่า​เป็นกระโหลกจริงๆ​) นักวิจัยชี้ว่า​เป็น​ไป​ได้ว่าวัตถุดังกล่าวน่า​จะ​เป็นกระดูก​ส่วนฐานกระโหลก​ที่เชื่อม​กับคอก็​เป็น​ได้

มัก​จะมีการอ้างว่า การ​จะเผาร่างกายมนุษย์ให้เหลือ​แต่เ​ถ้าถ่านนั้น​​ต้อง​ใช้อุณหภูมิ 1370 องศาเซลเซียสขึ้น​​ไปเผาติดต่อกัน​เป็นเวลา 3 ชั่วโมงขึ้น​​ไป ​แต่​ที่จริงแล้ว​​ใช้อุณหภูมิ 870 - 980 องศาเซลเซียส​เป็นเวลา 1 ชั่วโมงก็​สามารถเผาให้​เป็นเ​ถ้าถ่าน​ได้แล้ว​ ​และถึง​จะ​เป็นอุณหภูมิ​ที่ต่ำกว่า หาก​ใช้เวลาหลายชั่วโมงก็​สามารถทำ​ได้เช่นเดียวกัน อย่าว่า​แต่แมรี่ถูกเผาอยู่​ถึง 10 ชั่วโมงด้วยซ้ำ
นอกจากนี้ ไฟ​ซึ่งลุกไหม้ในสถาน​ที่ปิดนั้น​ ​จะไม่โหมลุกใหญ่โต​เนื่องจากมีออกซิเจนน้อย ​แต่​จะลุกไหม้อยู่​​ที่ต้นเพลิงทีละน้อยเท่านั้น​ ในกรณีของแมรี่นี้ ห้องของเธอ​เป็นพื้นคอนกรีตจึงมีสภาพปิดตาย​และทำให้ไฟไม่ลาม​ไปยัง​ที่อื่นมากนัก


คดีของจีนนี่ แซฟฟิน
15 กันยายน 1982 จีนนี่ แซฟฟิน (61) ​ซึ่งพักรักษาตัวโรคทางสมองอยู่​​กับน้องสาว จู่ๆ​เกิดมีอาการทรมาน​และพ่นไฟออกจากปากมาลุกติดศรีษะ จีนนี่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล​ที่ใกล้​ที่สุดทันที เธอถูกนำตัวเข้ารักษา​โดยแพทย์เฉพาะด้านของแผลไฟลวก หากการรักษาก็ไม่​เป็นผล เธอเสียชีวิตในอีก 8 วันให้หลัง
โดนัลด์ คาร์โรล​ซึ่ง​เป็นน้องเขยกล่าวว่า จีนนี่มีรอยไหม้เพียง​ที่​ส่วนศีรษะ แขน​และบาง​ส่วนของเสื้อ​ที่ใส่อยู่​​โดย​ที่ไฟไม่​ได้ลาม​ไป​ที่อื่น ​โดยเฉพาะใบหน้า​และภายในปากนั้น​​เป็นแผลไฟไหม้อย่างหนัก ​และใน​ที่เกิดเหตุไม่มีเชื้อไฟอยู่​เลย​

* คำค้าน
​ความพิสดารของคดีนี้อยู่​ตรง​ที่จีนนี่พ่นไฟออกจากปาก​และในปากของเธอมีแผลไฟไหม้ด้วย ​แต่ตามบันทึก​ที่หลงเหลืออยู่​จริง แพทย์ชันสูตร​ได้กล่าวว่า"มีขี้เ​ถ้ามี​ที่จมูกก็จริง ​แต่ในปากไม่มีแผลใดๆ​" นอกจากนี้ ยังไม่มีรอยแผลไฟไหม้ภายในร่างกายอีกด้วย
​ถ้าเช่นนั้น​เรื่อง​จินนี่พ่นไฟมาจาก​ที่ไหน? ​ที่จริงแล้ว​รายละเอียดดังกล่าวถูกเพิ่มเติมขึ้น​ในการสัมภาษณ์โดนัลด์ คาร์โรลในอีก 12 ปีให้หลังจากคดี มี​ความ​เป็น​ไป​ได้สูงว่า​เป็นเรื่อง​​ที่​แต่งเติมขึ้น​​โดยนักข่าวคอลัมภ์อีกที
​ส่วนเชื้อไฟนั้น​ ตอน​ที่เกิดเหตุ จีนนี่นั่งอยู่​ในครัว​กับแจ๊ค แซฟฟิน​ซึ่ง​เป็นพ่อ ก่อนเกิดเหตุ แจ๊ค​กำลังสูบ​ไปป์​และหน้าต่างก็เปิดอยู่​ จึงพอ​จะสันนิษฐาน​ได้ว่า ลม​ได้พัด​เอาขี้เ​ถ้าจาก​ไปป์​ไปติดยังเสื้อของจีนนี่ ​และจากคำให้การของตำรวจ​ซึ่งอยู่​ใน​ที่เกิดเหตุว่า"​เมื่อตอน​ที่ผม​ไปถึง เสื้อของเธอยังมีไฟลุกอยู่​" หมาย​ความว่า​ที่ไฟไหม้นั้น​ ไม่ใช่จากหน้าของเธอ ​แต่​เป็นจากเสื้อของเธอมากกว่านั่นเอง


คดีของเฮเลน คอนเวย์
8 พฤศจิกายน 1964 รัฐเพนซิลวาเนีย ​เมื่อหลานสาวกลับมาถึงบ้านก็พบ​กับเฮเลน คอนเวย์ถูกไฟไหม้เหลือเพียงขาตั้งแต่เข่าลง​ไปสองข้างเท่านั้น​ หลานของเธอออกจากบ้าน​ไปเพียงช่วงสั้นๆ​ ​ซึ่งหมาย​ความว่า​เป็นคดี​ที่เกิดในระยะเวลาเพียง 6 - 20 นาทีเท่านั้น​เอง
คอนเวย์​เป็นนักสูบบุหรี่จัด​และไม่ค่อยระวังไฟ ใน​ที่เกิดเหตุพบรอยไหม้ของบุหรี่ ​และหลานสาว​ได้ยืนยันว่าก่อน​ที่เธอ​จะออก​ไปซื้อของ ​ได้ส่งไม้ขีดไฟกล่องใหม่ให้​กับเฮเลน จึง​เป็นธรรมดา​ที่สาเหตุ​จะถูกเล็ง​ไปยังไฟบุหรี่นั่นเอง
เกี่ยว​กับเรื่อง​นี้ ลารี่ อาร์โนลด์ ​ซึ่ง​เป็นผู้สนับสนุนทฤษฎี SHC ​ได้กล่าวว่ามี​ความ​เป็น​ไป​ได้หรือไม่ว่า​ที่จริงแล้ว​ร่างของเฮเลน​ได้เกิดการระเบิดขึ้น​มา



*คำค้าน
ลารี่ อาร์โนลด์นี่ก็ไม่ใช่​ใครอื่นครับ​ คนๆ​เดียวกัน​กับ​ที่สัมภาษณ์โดนัลด์ คาร์โรลในคดีของจีนนี่ แซฟฟินนี่เอง ลารี่เสนอสมมติฐานการระเบิดก็จริง ​แต่ใน​ที่เกิดเหตุ ไม่มีชิ้น​ส่วนของร่างกายกระจัดกระจายดัง​ที่ควร​จะ​เป็น​เมื่อเกิดระเบิด
ในเรื่อง​ของระยะเวลาการเผาไหม้​ที่สั้นมากนั้น​ ​ถ้าลองเปรียบเทียบรูป​ทั้งสามรูปในเอนทรี่ก็​จะเข้าใจ​ได้ง่ายขึ้น​ คดีของเบนทเลย​์​และแมรี่นั้น​ ไฟ​ได้เผาจนเกิด​ความเสียหาย​ไปยังรอบๆ​ด้วย (คดีของเบนทเลย​์เกิด​เป็นรู​ที่พื้น คดีของแมรี่เครื่องเรือน​และเพดานถูกเผาจนเกือบหมด) ​แต่กรณีของเฮเลนนี้ ของรอบๆ​ตัวเธอไม่มี​ความเสียหายมากถึงขนาดนั้น​ ​แม้​แต่เก้าอี้​ที่เธอนั่งอยู่​ก็ยังคงสภาพเดิมไว้​ได้​ส่วนใหญ่ จึงมีการสันนิษฐานว่าเฮเลนอาจ​จะหัวใจวายตายก่อนเกิดไฟไหม้ ทำให้เธอไม่​ได้ดิ้นรนมากจนสะเก็ดไฟกระจาย​ไปรอบๆ​ ​และบุหรี่ก็น่า​จะตกลงบนตักของเธอเองทำให้ไฟลุกในแนวตั้ง​ซึ่ง​จะมีลักษณะ​เป็นไฟแรงกว่าไฟ​ที่ไหม้ในแนวนอน ​ซึ่งทำให้ท่อนบนของเฮเลนถูกไฟเผา​ไปในระยะเวลาอันสั้น​ได้


มันเกิดขึ้น​​เพราะอะไร​

นักวิทยาศาสตร์​ได้ตั้งชื่อปรากฏการณ์นี้ ว่า spontaneous human combustion (SHC)
หรือแปล​เป็นไทยๆ​ (​เอาแบบ​ที่แปลตรงๆ​ ตัวเลย​นะ) ก็​ได้ประมาณว่า
การสันดาปของมนุษย์อย่างฉับพลัน หรือแปลให้เข้าใจ​เป็นภาษาชาวบ้านก็​คือ อยู่​ๆ​
ไฟก็ลุกท่วมตัว ​และไหม้​เป็นเ​ถ้า​ไปเองซะเฉยๆ​ ยังงั้น
หลายคน​เขามองเรื่อง​ของ spontaneous human combustion ​เป็นเรื่อง​ขี้จุ๊เบ่เบ๊ ขี้ฮกตาราร่า
​แต่ปัญหาก็​คือ เรามีคดี​ที่เกิดขึ้น​จริงๆ​ ​ที่ผู้เคราะห์ร้ายถูกเผากลาย​เป็นเ​ถ้าอย่างไม่ทราบสาเหตุจริงๆ​
มันเกิดขึ้น​​ได้ยังไง?!? มีอยู่​ทฤษฎีหนึ่ง​​ที่พอ​จะอธิบาย​ได้ครับ​
นั่นก็​คือทฤษฎีของการเผาไหม้ของเทียนไข หรือเรา​จะเรียกว่าทฤษฎีไส้เทียนก็ว่า​ได้ละมั้ง
เรา​จะเห็นว่าเวลา​ที่เราจุดเทียนไขนั้น​ ไส้เทียนมัน​จะลุกไหม้ตลอดเวลา
ไม่มีดับ...​ ​ที่มัน​เป็นยังงี้ก็​เพราะขี้ผึ้ง​ที่อยู่​รอบๆ​ ไส้เทียนนั่นแหละ​ครับ​
ขี้ผึ้งนั้น​ทำมาจากไขมัน ​ซึ่ง​จะ​เป็นตัวช่วยให้ไส้เทียนเกิดการเผาไหม้อยู่​ตลอดเวลา
ในร่างกายคนเราก็มีไขมัน ​ที่ทำหน้า​ที่​เป็นวัตถุ​ที่ติดไฟ​ได้ ​และมีคุณสมบัติคล้ายขี้ผึ้ง
ในขณะ​ที่บรรดาเสื้อผ้า ​และขน เส้นผม ก็เปรียบเสมือนไส้เทียน
อีตอน​ที่ร่างกายเผาไหม้ ไขมันในร่างกายก็​จะละลายด้วย​ความร้อนซึมเข้าสู่เสื้อผ้า
ทำให้กลาย​เป็นเหมือนขี้ผึ้ง​ที่ซึมเข้าสู่ไส้เทียน ​ที่กันไม่ให้ไส้เทียนไหม้​เป็นเ​ถ้า
​และทำให้ไส้เทียนลุกไหม้ตลอดเวลา...​ นักวิทยาศาสตร์ว่ากันว่า นี่แหละ​​คือสาเหตุ​ที่ทำให้รอบๆ​
ตัวของผู้เคราะห์ร้ายไม่มีร่องรอย​ความเสียหายจากไฟ
ทีนี้ก็มีคำถามอีกว่า ในบางราย​ที่ศพของผู้เคราะห์ร้ายยังมีบาง​ส่วนอยู่​ในสภาพดี เช่น มือ หรือเท้า ล่ะ?!?
มีผู้ให้คำตอบว่าน่า​จะ​เป็นเรื่อง​ของการไล่ระดับของ​ความร้อนครับ​
​โดยมีแนวคิด​ที่ว่าอุณหภูมิของร่างกายของคน​ที่นั่งนั้น​ ​ส่วนบนสุด​จะร้อนกว่า​ส่วนล่าง
สุดท้าย​คือคำตอบต่อคำถาม​ที่ว่า ไอ้ของ​ที่มีสภาพคล้ายๆ​ จารบีเหนียวๆ​
​ที่เกาะติดอยู่​แถวๆ​ ผนังหรือเพดาน หลังจากเกิดปรากฏการณ์ มัน​คืออะไร​...​ ​เขาตอบง่ายๆ​
ตามทฤษฎีเลย​ว่า มันก็​คือ ไขมัน ​ที่ออกมาจากตัวเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายนั่นเอง
จากทฤษฎีดังกล่าว เราอาจ​จะแบ่งสภาวะการเกิด spontaneous human combustion

แบ่งออก​ได้​เป็น 3 ขั้นก็​คือ

1. ในขั้นแรกผู้เคราะห์ร้ายเกิดอะไร​ซักอย่างทำให้หมดสติ ไม่รู้สึกตัว​ไป
แล้ว​เสื้อผ้าก็เกิด​ได้รับ​ความร้อนจากภายนอก ทำให้เกิดการลุกไหม้

2. ​ความร้อน​ที่เกิดขึ้น​ก็​ไปละลายไขมันในร่างกาย ให้ไหลออกมาซึมเข้าสู่เสื้อผ้า
ทำให้มีสภาพเหมือนไส้เทียน​ที่ชุ่ม​ไปด้วยเนื้อเทียนไข

3. ร่างกายก็​จะ​ได้รับ​ความร้อน​ที่เกิดจากการเผาไหม้ไขมันนั้น​​เป็นเวลานานมากๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​
จนทำให้​ทั้งเสื้อผ้า ​และร่างกายกลาย​เป็นขี้เ​ถ้า​โดยสมบูรณ์แบบ

ขอขอบคุณ http://space.postjung.com/blog-show.php?sid=597972&id=5713
สเปซของคณ K9999 ด้วยนะครับ​สำหรับข้อมูลนี้รวบรวม​ได้ครบดีมากๆ​

 

F a c t   C a r d
Article ID A-2960 Article's Rate 3 votes
ชื่อเรื่อง คนไฟลุก (Spontaneous Human Combustion – (SHC))
ผู้แต่ง ตะกร้า
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๘ กันยายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ภาพยนตร์ เพลง บันเทิง
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๐๓๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-14584 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 08 ก.ย. 2551, 15.29 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : นกเขา [C-14602 ], [203.152.15.70]
เมื่อวันที่ : 12 ก.ย. 2551, 20.59 น.

สงสัย คดีทนาย​ที่หาย​ไปไม่เจอตัว ก็น่า​จะ​เป็น​ไป​ได้นะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-14710 ], [83.180.75.247]
เมื่อวันที่ : 28 ก.ย. 2551, 22.13 น.

​ได้​ความรู้เรื่อง​การสอบสวนดีเหมือนกัน ทำให้เราไม่ตื่นข่าวเชื่ออะไร​ง่าย ๆ​ ​โดยยังไม่มีการพิสูจน์
ขอบคุณตะกร้านะคะ​ ​ที่อุตส่าห์​ไปสรรหาบท​ความมาเล่าสู่กันฟัง

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น