นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๓ กรกฏาคม ๒๕๕๑
พ่อฉัน
naddyswiss
...ทุกคืนโหน่ง​​ต้องฝันเห็นพ่อทุกคืน ไม่มีวันไหนไม่ฝัน ใจโหน่งก้อ​​เป็นห่วงพ่อ คิดอยู่​​เสมอว่าตอนนี้เรามีเงินให้พ่อมากมาย​​ ให้พ่อสบาย ​​แต่เงินมันก้อไม่​​สามารถทำ​​ได้ทุกสิ่ง...
​ถ้ากล่าวถึงพ่อแล้ว​เนี่ย อาจ​จะมีหลายคน​ที่ไม่ค่อยสนิทกะพ่อนะ ​ส่วนใหญ่แล้ว​ลูกสาว​จะสนิทกะแม่มากกว่า ​แต่สำหรับโหน่งแล้ว​ พอจำ​ความ​ได้ก้อเห็น​แต่พ่อ​ที่คอยดูแลโหน่งเสมอมา ทุกอย่างประหนึ่ง​แม่บ้านเลย​ทีเดียว

พ่อโหน่ง​เป็นชายไทย สูงประมาณ 165 ซม. ผิวดำ มีเชื้อสายอิสลาม ปู่ของโหน่ง​เป็นอิสลามค่ะ​ ​เป็นแขกอยู่​แถวบ้านครัว เจริญผล นั่น​เป็นเหตุผล​ที่ทำไมแอนดี้ลูกชายของดิฉันหน้าออกแขก จมูกโด่ง​และผิวสีแทน มาจากบรรพบุรุษนี่เอง

​ถ้า​ใครเจอนามสกุลโหน่ง หัสตานนท์ ​จะรู้เลย​ว่าเค้า​เป็นอิสลามกันหมด ยกเว้น​แต่ครอบครัวของโหน่ง​ที่ไม่​ได้​เป็น ​เพราะว่าปู่อยู่​กะย่าของโหน่ง​ซึ่ง​เป็นคนพุทธ แล้ว​ปู่ก้อ​ได้จากโลก​ไปตอน​ที่พ่อ​ได้แค่เพียงสิบปี พ่อจึง​ต้องย้ายตามย่า​ไปเรื่อย

​ถ้ากล่าวถึงคุณย่าแล้ว​ ย่าเคยอยู่​ในรั้วในวังมาก่อนค่ะ​ อาจกล่าว​ได้ว่าย่าท่านถูกอบรมมาแบบสาวชาววัง ไม่รู้​จะมี​ใครเชื่อหรือเปล่าว่า คุณทวดผู้ชายของโหน่งชื่อหลวงอัศวแพทย์เลย​ทีเดียว ตอนแรกโหน่งก้อไม่รู้หรอก เผอิญ​ไปเห็น​ที่โกสฐ์ของคุณทวด​ที่วัดราชสิทธารามน่ะก้อเลย​​ได้ทราบบรรพบุรุษนิดหน่อย​ ​แต่ย่าน่ะท่านก้อเหมือนชีวิตหักเห หนีออกจากวังมา​ใช้ชีวิตของท่านแล้ว​ก้อ​ได้มีสามีอยู่​นอกรั้วนอกวัง ย่า​เป็นคน​ที่ตำราโบราณเรียกว่ากินสามีน่ะค่ะ​ ย่ามีสามีกี่คนเค้าก้อ​ต้องมีอัน​เป็น​ไป​ทั้งนั้น​ รวมถึงปู่​ที่​เป็นพ่อของพ่อโหน่ง อยู่​กัน​ได้สิบปีท่านก้อตาย

หลังจากปู่เสียย่าก้อพาพ่อ​ไปทำมาหากิน อาชีพของย่า​คือขายเนื้ออบ ย่ามีลูกติดมากะสามีเดิม สองคนศักดิ์ก้อ​เป็นลุงของโหน่ง ตอนหลังลุงโหน่งก้อ​ได้เสียชีวิต​ไปหมดแล้ว​นะคะ​ คนนึงเสียด้วยโรคมะเร็ง อีกคนเหมือนเสียด้วยโรคหัวใจวายค่ะ​

ย่ามีอาชีพขายเนื้ออบอยู่​แถวสนามหลวงแล้ว​ก้อ​ได้พบรักกะ ปู่จุ๊ย ​ซึ่งมีลูกติดมาหนึ่ง​คน ชื่อป้าเป้า ​ซึ่งย่าก้อเลี้ยงป้าเป้ามา​พร้อมๆ​กะพ่อเนื้องจากอายุเท่าๆ​​กับพ่อโหน่ง ​แต่สุดท้ายปู่จุ๊ยก้อเสียชีวิตอีก ​แต่ย่าก้อยังเลี้ยงป้าเป้ามานะคะ​

​ส่วนพ่อโหน่ง​ได้รับการศึกษาจนถึง มศ. สามค่ะ​ สมัยนั้น​ถือว่าโก้มากนะคะ​ แล้ว​พ่อก้อโชคดี​ที่​ได้รับการสนับสนุนจากน้าชายของพ่อ​ซึ่ง​เป็นทหารเรือ ให้เข้าทำงาน​ที่กรมอู่ทหารเรือ ​เป็นเวลาก้อนานกว่า 30 ปีแล้ว​ค่ะ​

ชีวิตพ่อก้อ​ใช้ชีวิตเหมือนเด็กชายคนหนึ่ง​ทั่ว​ไป พ่อ​เป็นคนหัวแข็ง ดื้อรั้น​และไม่ยอม​ใคร จนทำให้พ่อไม่ค่อยถูกกะพ่อเลี้ยงตัวเอง รวมถึงลูกติดของปู่จุ๊ยด้วย ตอนพ่อเริ่มเข้าวัยรุ่นในซอยบ้านเก่า​ที่เราอยู่​ แถวพรานนก ยาเสพติดก้อเยอะ การพนัน มี​แต่อบายมุขค่ะ​ ​แต่พ่อโหน่งเหมือน​จะ​เป็นเด็กบ้านแตกกลับไม่เคยยุ่งสิ่งเหล่านั้น​เลย​

ตอนแรกๆ​แกไม่มีเงิน​จะเช่าบ้านอยู่​เอง ​คือ​ไปไม่รอด พ่อเลย​​ไปเดินตามหลวงตาวัดลครทำ ก้อ​คือ​เป็นเด็กวัดนั่นเอง บ้านก้อไม่​ต้องเช่า ข้่าวก้อไม่​ต้องซื้อ พ่อบอกว่า​เป็น​ไป​ได้​ที่พ่อ​ไปอยู่​วัด อยู่​กะ​พระก้อเลย​​ได้รับการอบรม ทำให้เค้าเหมือนมีพ่อ​ไปในตัว

พ่อก้อยัง​ใช้ชีวิต​เป็นเด็กวัดจนกระทั่ง​ได้งาน​ที่กรมอู่​เป็นจริงจัง พ่อเลย​กราบลา​ไปหาเช่าบ้านอยู่​เล็กๆ​กะ​เพื่อนค่ะ​ อยู่​แถวหลังตลาดบางกอกน้อย ​ที่นั้น​เองพ่อ​ได้มาเจอกะ นางฟ้าของเค้า คุณปราณี แม่ดิฉันเองค่ะ​


หลังจากพ่อ​ได้ย้ายมาอยู่​​ที่หลังตลาดตอนนั้น​พ่ออายุ​ได้ 26 ปีค่ะ​ พ่อเค้าก้อตามหารักแท้​ไปทั่ว จน​ได้มาเจอคน​ที่ใช่ ผู้หญิงอะไร​เอว​เป็นเอว ก้น​เป็นก้น พอเคยบอกว่าไม่ชอบผู้หญิงแบบขี้ก้างเหมือนสมัยนี้​ที่สาวๆ​นิยม ผอมเหมือนไม้เสียบลูกชิ้น แม่คง​เป็นผู้หญิงในเสป๊คพ่อละมั๊ง พ่อถึง​ได้หลงรักแม่นักหนา

แม่เคยเล่าให้ฟังว่า แม่เลี้ยงของแม่นั้น​ อยากให้หลานของเค้า​ที่ชื่อหญิง​ได้กะพ่อ ​เพราะว่าเห็นพ่อทำงานกรมอู่ ​แต่พ่อไม่ชอบ​เพราะคนชื่อหญิงไม่ทำงานบ้าน ​เอา​แต่สวย งานบ้านไม่แตะ ​และสกปรก ​คือพ่อไม่ใช่คนสะอาดอนามัย ​แต่พ่อชอบคน​ที่​เป็นแม่บ้านแม่เรือน

สุดท้ายพ่อก้อเลือกแม่มา​เป็นคู่ครอง​แต่พ่อไม่​ได้ตบ​แต่งแม่​แต่อย่างใด ​เพราะว่าพ่อไม่รวยเลย​ ​ส่วนแม่โหน่งถือว่าฐานะไม่​ได้รวย หรือจน ​เพราะยายโหน่งขายข้าวแกงอยู่​แถววัดมหาธาตุ ก้อมีเงินพอตัวอยู่​แล้ว​ยายก้อมี​ที่มีทางอยู่​เหมือนกัน (​แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว​)

พ่อ​ไปสู่ขอ ผูกข้อไม่ข้อมือกันแล้ว​ก้อ​ใช้ชีวิตอยู่​ร่วมกันมาพอๆ​​กับ​ที่พ่อทำงาน​ที่กรมอู่ ตอน​ที่แม่เจอย่าของโหน่ง แม่เค้าจำย่าโหน่ง​ได้ ​เพราะแม่ชอบ​ไปซื้อเนื้ออบป้าปลั่ง(คุณย่า)กิน แม่บอกว่าอร่อยมาก​ที่สุด ตอนนั้น​ย่าขายชิ้นละบาท​เดียว ตอนนี้​จะหาทาน​ได้ไหมหนอ เนื้ออบชิ้นละบาท​

พ่อเริ่มต้นชีวิตกะแม่ จนแม่​ได้ตั้งท้องพี่ชายโหน่งคนโต ตอนนั้น​พ่ออาศัยอยู่​​ที่บ้านยาย ​ซึ่งอยู่​แถวบางใหญ่ตอนนั้น​​เป็น​แต่สวน​และท้องร่องนะคะ​ ไม่เจริญเหมือนตอนนี้ แล้ว​พ่อก้อ​ไปทำงาน​ที่กรมอู่ ​โดยเรือหางยาว

ชีวิต​ที่​ต้อง​ไป​ใช้ชีวิตอยู่​บ้านแม่ยายไม่​ได้งดงาม​และสวยหรูหรอกค่ะ​ ยายโหน่งเค้าก้อไม่ใช่คนปากร้ายอะไร​มากนะคะ​ ​แต่ว่ามีเหตุการณ์นึง​ที่พ่อพาแม่ย้ายออกมาจากบ้านยาย มีอยู่​ว่า ยาย​ไปเล่นไพ่มาแล้ว​เสียไพ่อารมณ์ไม่ดี แกสังให้แม่โหน่งมูลข้าวเหนียวไว้ให้ พอยายมาแม่​เอามาให้ยายกิน เหมือนข้าวเหนียวมูลด้านหน้ามันแห้ง เหมือนมันโดนลม ก้อแค่เกลี่ยออกก้อไม่แข็งแล้ว​ ​แต่ยายเสียไพ่มาก้อโมโหมาก ด่าทอแม่เสีย​เป็นยกใหญ่ว่า "ทำข้าวเหนียวไม่​ได้เรื่อง​ ทีหาผัวหา​ได้" มัน​เป็นเวลา​ที่พ่อ​ได้ยิน​พอดี รู้สึกน้อยใจแม่ยายมันทันใดค่ะ​

พ่อโมโห​ที่​ได้ยินยายพูดแบบนี้ ​คือการอยู่​ร่วมกัน​เป็นครอบครัวใหญ่มัก​เป็นเช่นนี้แหละ​ค่ะ​ กระทบกระทั่งกัน​ได้ ​แต่พ่อก้อ​ได้พาแม่หอบผ้าหอบผ่อน รวม​ทั้งพี่ชายโหน่งยังแบเบาะมา​ที่บ้านย่าโหน่งตรงพรานนก แม่ก้อยอมมา​กับพ่อ ด้วยเหตุผลว่า ก้อแม่รักพ่อนี่ลูกแม่เลย​ตามเค้ามา

ตอนนั้น​พ่อไม่มีเงินเลย​ มีอยู่​แค่ 2.50 บาท​ พ่อมาอยู่​บ้านย่า ​แต่ย่าเค้าก้อจนน่ะ บ้านเค้าก้อมี​แต่หลานๆ​เต็ม​ไปหมด พ่อเลย​​ต้องพาแม่ ​และพี่ชายโหน่ง​ไปอยู่​เรือนกล้วยไม้ ​เมื่อก่อนย่าเลิกขายเนื้ออบ มาเพาะกล้วยไม้ขาย​ที่สนามหลวง ลองจินตนาการถึงเรือนกล้วยไม้นะคะ​ มันไม่ใช่บ้านนะคะ​ ​ต้อง​ไปหาแผ่นไม้อัดมานอนกัน ข้างใต้มัน​คือน้ำเน่าเรานี่เองค่ะ​ ตอนแรกแม่ก้อรับไม่​ได้เหมือนกัน ​เพราะบ้านยายไม่​ได้หรูหรา ​แต่ก้อไม่ยากจนขนาดนี้

​แต่แม่ก้อ​ต้องยอมรับ​ที่​จะอยู่​แบบนั้น​ พ่อก้อไม่​ได้ขอ​ความช่วยเหลือจากย่ามากนัก​เพราะพ่อก้อเห็นว่าย่าลำบากเช่นกัน ไหน​จะ​ต้องดูหลานๆ​ ลูกๆ​ของลุง​เป็นโขยงเลย​ค่ะ​

มีอยู่​ครั้งนึงตอนนั้น​พ่อจนมาก ขนาดว่าแมวมันคาบไก่มาจาก​เพื่อนบ้าน พ่อ​ไปตีแมว​เพื่อ​เอาไก่มากินกะแม่น่ะค่ะ​ ข้าว​ที่บ้านเรากินช่วงนั้น​ก้อ​เป็นข้าวหักปลายๆ​น่ะค่ะ​ ​เพราะมัน​จะถูกมาก บางทีพ่อกะแม่ไม่มีอะไร​​จะกิน ​แต่พอย่าถามพ่อว่า " ไอ้แดงมึงกินข้าวหรือยัง" พ่อก้อ​จะบอก​ไปว่ากินแล้ว​แม่ แล้ว​พ่อก้อ​เอาไม้จิ้มฟันมาทำ​เป็นว่าแคะ​ฟัน​ทั้งๆ​​ที่ไม่​ได้กินอะไร​เลย​ แม่ก้อ​ใช้ชีวิตค่อนข้างอดๆ​อยากกะพ่อ จนยายตามมาหาแม่ ยายทนไม่ไหว​ที่เห็นแม่อยู่​​ที่มันไม่​ได้เรียกว่าบ้านเลย​สักนิด ​แต่แม่ก้อปฏิเสธยาย​ไป แล้ว​ก้อทน​ใช้ชีวิตแบบนั้น​มา​กับพ่อโหน่ง

จนกระทั่งพ่อ​ได้งานพิเศษตอนเย็น ​เป็นคนขับรถตุ๊กตุ๊ก แบบวินน่ะค่ะ​ รับส่งผู้​โดยสาร วังหลังสายใต้ ตอนนั้น​พ่อมีราย​ได้ดีมากค่ะ​ มากจน​ที่ว่า พี่ชายโหน่ง​เป็นเด็กสลัม​ที่มีของเล่นมาก​ที่สุดในซอย

หลังจาก​ที่พ่อย้ายจากบางใหญ่มาอยู่​สลัม​ได้สี่เกือบห้าปี โหน่งก้อ​ได้เกิดมาบนโลกใบนี้ค่ะ​

พอพ่อเริ่มมีลูกสองคนทำให้พ่อ​ต้อง​ใช้เงินมากขึ้น​ บวกกลับรถตุ๊กตุ๊กเริ่มมีคนขับกันมากขึ้น​ แล้ว​พ่อ​เป็นคนไม่เคยเก็บเงินเลย​ มีสิบบาท​​ใช้สิบบาท​ เลย​​เป็นจุดหักเห​ที่ว่าตอนโหน่งเกิดมาบ้านเราก้อไม่ค่อยมีเงินสักเท่าไหร่ บวกกลับพ่อ​ไปรับประกัน​เพื่อน​ที่ทำงานเค้ากู้เงินหลวง​ไป แล้ว​​เพื่อนคนนี้ก้อหนีหนี้​ไป พ่อก้อ​ต้องรับ​ใช้เค้า​ไปจนบ้านเราก้อเริ่ม​ที่​จะระส่ำระส่ายอีกรอบ

ตอน​ที่โหน่ง​ได้สองขวบแม่ก้อเลย​ออก​ไปทำงาน ​เป็นภารโรง​ที่โรงเรียนนิลประพันธ์ ก้อพอทำให้มีคนช่วยเหลือบ้านเพิ่มอีกหนึ่ง​คน ​ส่วนย่าก้อ​เป็นคนเลี้ยงโหน่งมา พี่ชายเข้าโรงเรียนแล้ว​ตอนนั้น​

พ่อ​เป็นข้าราชการประจำ เลย​ทำให้พวกโหน่งโชคดี​ที่​สามารถเบิกค่า​ใช้จ่ายเกี่ยว​กับค่าเทอม ​และรักษาพยาบาล​ได้ฟรีจนถึง ม. 6

โหน่งกะพี่ชาย​ได้เรียนโรงเรียนเอกชนจนถึงป. 6 ​เพราะว่าหลวงออกให้สำหรับเรียนเอกชน​ได้ถึง ป. 6 พ่อบอกว่าอยากให้โหน่งเรียน​ที่ดีๆ​ มีภาษาอังกฤษ โหน่งจำ​ได้ว่าโหน่งพูดภาษาอังกฤษ​ได้ตอน 8 ขวบ ตอนนั้น​พูด​กับคนอเมริกัน​ที่​เป็นลูกติดของ​เพื่อนพ่อ ตอนนั้น​พูดคำแรกว่า How are you, my name is Nadda. เลย​คิดพันธ์มาตอน​ได้สามีฝรั่งซะนี่

พ่อ​จะคอยสอนเสมอว่า ลูกพ่อน่ะจนไม่มีเงินทองอะไร​ ​ถ้าลูกมีโอกาสเรียนแล้ว​ไม่เรียนอย่ามาเสียใจภายหลังนะ โหน่งก้อฟังคำพ่อสอนอันนี้เสมอมา แล้ว​โหน่งก้อมีปณิธานในหัวว่า โหน่ง​ต้อง​เอาปริญญามาให้พ่อหนึ่ง​ใบแล้ว​โหน่งก้อ​เอามาให้พ่อจน​ได้ค่ะ​

ตลอดเวลา​ที่โหน่ง​เป็นเด็กนั้น​ โหน่ง​จะมีพ่อเหมือน​เพื่อนกะโหน่งเลย​ พ่อ​เป็นคน​ที่เล่นกะโหน่งสนุก​ที่สุด ตอนโหน่งเข้าโรงเรียนพ่อ​จะ​เป็นคนพา​ไปโรงเรียน ตอนเช้า​ก่อน​ไปโรงเรียน พ่อ​จะ​ต้องพาโหน่ง​ไปทานข้าวก่อน​ไปโรงเรียน รวมถึงชุดนักเรียน​ที่โหน่ง​และพี่ใส่ก้อ​เป็นพ่อนั่นแหละ​นั่งรีดให้ตอนเช้า​ทุกเช้า​ค่ะ​ ​เพราะว่าแม่เค้า​ไปทำงาน​ที่โรงเรียนตั้งแต่ตีห้า เรื่อง​การดูแลลูกๆ​ก่อน​ไปโรงเรียนทุกเช้า​ก้อ​คือพ่อโหน่งทำ​ทั้งสิ้น

บางทีตอนเช้า​นะ โหน่งไม่อยากตื่นนอนตอนเช้า​ เวลา​ที่อากาศหนาว พ่อ​จะ​เอาเราขึ้น​มากอดไว้บนตัก มัน​เป็นอะไร​​ที่อบอุ่นมาก เวลาโหน่งกอดแอนดี้ทุกทีไว้​ที่ตัก มันทำให้นึกถึงภาพ​ที่พ่อกอดเราแบบนั้น​ในวัยเยาว์ รู้สึกถึง​ความรักของพ่อ​ที่มีต่อเรา ในซอยบ้านเก่า​ที่โหน่งอยู่​ โหน่งไม่เห็นมีพ่อคนไหน​จะดูแลลูกของเค้า​ได้ดีเท่าพ่อโหน่งเลย​จริงๆ​

พ่อโหน่ง​เป็นคนพูดจาขวานผ่าซากเหมือนโหน่งเนี่ยแหละ​ ชอบพูดตรงๆ​ เกลียดก้อแบบว่า พูดกัน​ไปเลย​ว่าฉันเกลียดแก ​เป็นเหตุ​ที่ทำให้คนไม่ชอบขี้หน้าพ่อโหน่ง​เอามาก ​แต่โหน่งก้อไม่แคร์นะ ​เพราะว่าพ่อของโหน่ง เค้า​จะ​เป็นอย่างไรฉันก้อ​จะรักของฉันแบบนี้

ทุกครั้ง​ที่โหน่ง​กับพ่อมีปากเสียงกัน พ่ออาจ​จะงอนโหน่ง​ไปหลายวัน ​แต่โหน่งไม่เคย​ที่​จะทำทิฐิ​กับพ่อเลย​ โหน่ง​จะคุย​กับพ่อก่อน ​แม้ว่าคนผิด​คือพ่อ ​เพราะเราอาจง้อ​ใครตั้งมากมาย​ในโลก ทำไมเราง้อพ่อตัวเองไม่​ได้ล่ะ

โหน่งรักพ่อมาก แม่โหน่งก้อรักนะ ​แต่ว่าตอนเราเด็กสนิท​กับพ่อมากกว่า สำหรับตัวโหน่งเองแล้ว​ ไม่เคยโทษพ่อแม่ว่าทำไมไม่มีอะไร​ให้เราบ้าง ไม่เห็นมีเงินทอง บ้าน หรืออะไร​ให้เราสบายเหมือน​เพื่อนคนอื่น ตอนนี้รู้สึกภูมิใจ​ที่เกิดมา​ได้​เป็นคน​ที่​เป็นคน

โหน่งรับปริญญาตาม​ที่อยากทำให้พ่อแล้ว​ สี่ปี​ต่อมาโหน่งก้อ​ได้​แต่งงานกะคน​ที่รักโหน่ง โหน่งมีลูกน่ารักสองคน วัน​แต่งงานของโหน่งพ่อดีใจ​ที่สุด การ​ที่มีลูกสาวแล้ว​​ได้​แต่งงานมัน​เป็นหน้า​เป็นตาให้​กับพ่อแม่

โหน่งหาบ้านให้พ่อแม่โหน่ง​ได้​ไปอยู่​ โหน่งอยากให้พ่อกะแม่อยู่​แบบสบายๆ​ค่ะ​ พ่อมี​ความสุข​ที่​ได้ย้ายบ้าน ​เพราะซอยบ้านเก่านั้น​มี​แต่​ความเสื่อมโทรม หลานๆ​พ่อ​ที่ย่าเคยเลี้ยงไว้ มาตอนนี้เค้าก้อกลับพาไม่เห็นหัวพ่อโหน่ง เค้าทะเลาะ​กับ​ที่บ้าน ถึงขั้นตัด​ความสัมพันธ์กัน หลานพ่อ​ส่วนใหญ่​จะ​เป็นคนขายยาบ้า​และติดคุก พวกเค้าอิจฉา​ที่ครอบครัวเรามีสิ่ง​ที่ดีกว่า หลานพ่อ​ที่ทำตัว​เป็นหัวหน้าแก๊งค์วันดีคืนดี ก้อโยนขวดใส่บ้านบ้างมันแกล้งเมา

พอโหน่ง​แต่งงาน​ได้ปีนึงก้อเลย​หา​ที่ให้พ่อแม่อยู่​ใหม่ทันที อยากให้พ่อสบายๆ​ไม่​ต้องฟังเสียงคนพาล พ่อย้ายบ้านใหม่​ได้ไม่นาน ก้อ​ต้องมาเจ็บป่วยลงใน​ที่สุด บ้าน​ที่หาไว้ให้พ่อ ​ต้องกลับกลาย​เป็นพ่อ​ไปนอนอยู่​โรงพยาบาลแทน

ทุกคืนโหน่ง​ต้องฝันเห็นพ่อทุกคืน ไม่มีวันไหนไม่ฝัน ใจโหน่งก้อ​เป็นห่วงพ่อ คิดอยู่​เสมอว่าตอนนี้เรามีเงินให้พ่อมากมาย​ ให้พ่อสบาย ​แต่เงินมันก้อไม่​สามารถทำ​ได้ทุกสิ่ง

โหน่งก้อไม่รู้ว่า​เมื่อไหร่พ่อ​จะหาย ​ถ้าพ่อหายจากการติดเชื้อจากการผ่าตัด พ่อก้อ​ต้องรักษาคีโมต่ออีก ไม่รู้ว่าร่างกายพ่อ​จะต่อสู้​ได้อีกนานแค่ไหน ไม่รู้ว่าเรานอนๆ​อยู่​ แล้ว​ตื่นมา​ได้รับจดหมายหรืออะไร​ให้กลับเมืองไทยด่วนอีก​เมื่อไหร่ ไม่รู้ว่า​ถ้าวันนึงเกิดอะไร​ไม่ดี​กับพ่อแล้ว​เรา​จะ​ได้​ไปยืนอยู่​​กับเค้าไหม หรือเราอาจ​เป็นคนสุดท้ายหรือเปล่า เราทำอะไร​ไม่​ได้เลย​

ทุกวันนี้ขับรถออก​ไปไหน ​จะคอยคิดตลอดเวลาอยากให้พ่อมานั่งหน้า​กับเรา แล้ว​พาพ่อขับรถเ​ที่ยว ​เพราะพ่อ​เป็นคนชอบขับรถมาก พ่อชอบ​เป็นคนให้คำปรึกษาเรื่อง​รถ เราเลย​อยากขับให้พ่อนั่ง แล้ว​ถามพ่อว่าพ่อโหน่งขับรถ​เป็นอย่างไร ​เพราะ​ที่เมืองไทยโหน่งไม่มีรถขับให้พ่อนั่ง อยากพาพ่อเ​ที่ยวสวิส พ่อเคยพูดเสมออยาก​ไปเมืองนอก อยาก​เอารูป​ไปอวด​เพื่อนๆ​ พ่อยัง​เอารูป​ที่แม่มาสวิส​ไปให้​เพื่อนเค้าดู ประหนึ่ง​ตัวพ่อ​ไปเอง หลายครั้ง​ที่พ่อพูดถึงเมืองนอกเหมือนเคย​ไปมาแล้ว​ ​แต่ก้อมารู้ทีหลังว่าแก​ไปเซิร์ชหา​ที่กูเกิลว่า​ที่ๆ​โหน่งอยู่​​เป็นอย่างไร แกคงฝันว่า​จะมาหาโหน่ง​ที่สวิส โหน่งก้ออยากพาพ่อมาสวิสแทบขาดใจ ​แต่​ความเจ็บป่วยของพ่อมันทำให้ฝันของพ่อ​และโหน่งไม่​เป็นจริงเสียที

ตอนนี้โหน่งแค่ตั้งใจแค่ให้พ่อแข็งแรงมาก​ที่สุดเท่า​ที่​จะ​เป็น​ไป​ได้ โหน่งอยากพาพ่อมาสวิสแล้ว​ให้โหน่งขับพารถเ​ที่ยวสักครั้งในชีวิตโหน่ง

โหน่งเขียนเรื่อง​นี้​เพราะตอนนี้โหน่งอยู่​ในอารมณ์​ที่คิดถึงพ่อมาก​ที่สุด ​เพราะโหน่งฝันเห็นพ่อทุกคืน โหน่ง​จะปรินต์แล้ว​ส่งเรื่อง​นี้​ไปให้พ่ออ่านว่าโหน่งรักพ่อมากเพียงใด เรื่อง​เล่าเรื่อง​นี้โหน่งเขียนด้วยน้ำตาของคนๆ​หนึ่ง​​ที่คิดถึงพ่อ โหน่งทำใจในสิ่งๆ​​ที่​จะเกิดขึ้น​ โหน่งทำใจ​ถ้าวันนึงไม่มีพ่อแล้ว​โหน่ง​จะทำอย่างไร ​เพราะกลับ​ไปเมืองไทยคราวนี้ไม่มีคนขับมอเตอร์ไซด์​กับโหน่งเลย​ โหน่งก้อรู้สึกว่า​อะไร​มันแปลกๆ​​ไป โหน่งอยากนั่งมอเตอร์ไซด์​ที่พ่อขับพาโหน่งล่อน​ไปหาของกิน​ที่นู่น​ที่นี่

ชีวิตไม่แน่นอน พรุ่งนี้​จะ​เป็นอย่างไรไม่รู้ โหน่งรู้อย่างเดียวว่าอยากทำ​ความฝันของพ่อ​ที่​จะมาสวิสให้​เป็นจริงสักครั้งก้อยังดี มันอาจ​จะ​เป็น​ความสุขเดียว​ที่พ่ออยาก​ได้ ณ ตอนนี้ก้อ​ได้

 

F a c t   C a r d
Article ID A-2904 Article's Rate 6 votes
ชื่อเรื่อง พ่อฉัน
ผู้แต่ง naddyswiss
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๓ กรกฏาคม ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๓๓๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-14395 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 23 ก.ค. 2551, 16.58 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : รจนา เจนีวา [C-14396 ], [83.181.123.235]
เมื่อวันที่ : 23 ก.ค. 2551, 20.47 น.

ยินดีต้อนรับนัดดา-โหน่งสู่ศาลานกน้อยค่ะ​ เขียนเรื่อง​พ่อ​ได้ประทับใจมาก มองเห็น​ความรักฉายผ่านตัวหนังสือออกมาเลย​ค่ะ​ พี่รจรู้สึกภูมิใจ​กับโหน่ง​ที่มีคุณพ่อ​เป็นคนดี ​และภูมิใจ​กับคุณพ่อ ​ที่มีโหน่ง​เป็นลูกสาวค่ะ​

พี่รจขอภาวนาให้พ่อโหน่งหายเร็ว ๆ​ นะคะ​ ​จะ​ได้มานั่งรถเ​ที่ยวสวิตฯ มีลูกสาว​เป็นคนขับนะคะ​ เผลอ ๆ​ พี่อาจ​จะมีโอกาส​ได้สวัสดีท่านบ้าง

ด้วยรักค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : หน่อยเองจ้า [C-14405 ], [58.9.131.120]
เมื่อวันที่ : 25 ก.ค. 2551, 19.56 น.

แกเขียนดีมากเรยอ่ะ--อ่านแล้ว​ซึ้งมากๆ​ เรื่อง​ทุกข์ของเรากลาย​เป็นเรื่อง​เล็กน้อยมาก​ไปเลย​อ่ะ

ขอให้ป๊ะป๋าหายไวๆ​ นะ--รักแกว่ะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : เมทินี [C-14412 ], [58.8.8.221]
เมื่อวันที่ : 28 ก.ค. 2551, 08.39 น.

อ่านแล้ว​​จะร้องไห้ น้ำตา​จะร่วงซะให้​ได้เลย​...​เห็นภาพตาม ​และรู้สึกเศร้าใจจังรู้สึกว่า​เรื่อง​ราวนี้เกิดขึ้น​อยู่​ใกล้ตัว คิดถึงตัวเอง​กับพ่อด้วยเหมือนกัน เรา​เอาใจช่วยแกนะ ​จะช่วยภาวนาให้พ่ออาการดีขึ้น​ด้วย

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : ลูกจันทร์ [C-15107 ], [92.106.33.45]
เมื่อวันที่ : 26 พ.ย. 2551, 19.07 น.

สวัสดีจ๊ะ​โหน่งเข้ามาอ่านเจอ​พอดี โหน่งเขียน​ได้ดีมากจริงๆ​อ่านแล้ว​คิดถึงพ่อจัง ขอให้พ่อโหน่งหายไวๆ​น่ะค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น