นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๙ มิถุนายน ๒๕๕๑
กามเทพกับพู่กัน
อุทธิมันตา
...​​ใครก็ตาม​​ที่​​สามารถเขียนภาพ​​ได้ดีกว่า ก็มีสิทธิ์​​ที่​​จะเลือกเดินทางตามครรลองของ​​เขาหรือเธอ...
กามเทพ​กับพู่กัน
---​---​---​---​---​---​-
แปลจากเรื่อง​สั้น "Cupid and the Paint-Brush" ​โดย P.G. Wodehouse

ผู้ประพันธ์: พี. จี. วู๊ดเฮาส์
ผู้แปล: อุทธิมันตา

คลิกดูภาพขยาย


มาร์โจรีนั่งอยู่​ใต้ต้นซีดาร์​ที่สนามลอนเทนนิส สำหรับผมแล้ว​ดูเหมือนว่าการ​ใช้เวลาในช่วงเช้า​นี้ให้ดี​ที่สุด ก็​คือการเดิน​ไป​ที่นั่น​และนั่ง​ที่ใต้ต้นซีดาร์​ที่สนามลอนเทนนิสนั้น​ด้วยเช่นกัน

"อรุณสวัสดิ์ครับ​" ผมเอ่ยขึ้น​ขณะ​ที่​กำลังเดิน​ไปหาเธอ ผม​ได้เจอเธอมาก่อนหน้านี้แล้ว​ ​แต่คำว่า "อรุณสวัสดิ์" มันช่าง​เป็นคำจูงใจเข้าบทสนทนา​ได้ดีเยี่ยมเสียจริง

"อรุณสวัสดิ์ค่ะ​" มาร์โจรีเอ่ยตอบ เธอคั่นหน้าหนังสือ​ที่เธอ​กำลังอ่านอยู่​ด้วยนิ้วมือ ​และพยายามสร้างภาพให้ผมรู้สึกว่า​เธอนั้น​ไม่ว่าง ​แต่ก็ยังพอ​จะเจียดเวลาให้ผม​ได้ซักสองนาที ​ถ้าผมมีอะไร​บางอย่าง​ที่สำคัญ​เป็นพิเศษ​จะพูด

ผมปฏิเสธ​ที่​จะสนับสนุนท่าทีอันไร้เหตุผลแบบนี้ ผมก็เลย​ดึง​เอาหนังสือจากเธอมาอย่างละเมียดละไม​แต่จริงจัง วางมันลงบนสนามหญ้าให้ไกลออกจากเอื้อมมือของเธอ แล้ว​ก็เริ่มต้นอรัมภบท

"มาร์โจรีครับ​" ผมกล่าวขึ้น​

จากการ​ที่​ต้องเล่นบทบาท​ของจูเลียทคู่​กับบทโรมีโอของผมอยู่​บ่อยครั้ง [1] มาร์โจรีก็เลย​ติดนิสัย​กับการอ่านใจผม ​ซึ่งในหลายต่อหลายครั้ง ผมเห็นว่ามันช่างอีหลุกขลุกขลักเสียจริงๆ​

"ฉันน่า​จะทำให้คุณอนาถใจ" เธอกล่าวขึ้น​

"ไม่​ต้องหรอกครับ​" ผมบอกอย่างสุภาพ "​เพราะนอกเหนือจากนี้แล้ว​ คุณ​กำลังทำอะไร​อยู่​ตอนนี้ล่ะครับ​ ​ถ้าไม่ใช่ทำให้ผมอนาถใจ?"

"คุณไม่รู้เลย​ว่าฉัน​เป็นยังไง...​จริงๆ​นะ...​ไม่งั้นคุณก็คงไม่...​"

"เพียรพยายามหรือครับ​? ​แต่ว่า​ไปแล้ว​ผมก็ควร​จะนะครับ​ ผมรู้ดีมากว่าคุณซะอีกกว่าอะไร​มันดีสำหรับคุณ คิดดูเถอะครับว่า​ผม​เป็นผู้ใหญ่ขึ้น​มากแค่ไหน เราสองคน​เป็นคู่สร้างคู่สมกันนะครับ​"

มาร์โจรีแสดงท่าทีนึกไตร่ตรอง

"พูดมาเถอะครับ​" ผมเสริมต่ออย่างสนับสนุน มาร์โจรี​กับผมรู้จักกันมาตั้งแต่ผมยัง​เป็นเด็กชายน้อยในชุดทหารเรือ

"เดี๋ยวคุณก็คง​จะเกลียดขี้หน้าฉันในอีกไม่กี่ปี" เธอเอ่ยขึ้น​

"ผมว่า​เมื่อถึงตอนนั้น​ คุณอาจ​จะพิสมัยผมอย่างสุดเสน่หาขนาดคุณเองก็ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำนะครับ​ ผมน่ะ​เป็นเหมือนรสชาติพิเศษ​ที่​ถ้า​ได้ลิ้มลองแล้ว​ซักครั้ง รับรองว่าไม่มี​ได้ลืมเลือนครับ​"

"คุณก็รู้นี่ว่าแค่นี้น่ะมันไม่​ได้...​จริงๆ​เลย​นะ"

"งั้นขอผมถามหน่อย​เถอะว่าทำไมถึงไม่​ได้ล่ะครับ​? ผมหวังว่าเราน่า​จะจัดการเรื่อง​นี้​โดยไม่​ต้องมีการโต้แย้งกัน ผมไม่ชอบ​ที่​จะถกเถียง"

"ฉันก็ไม่ชอบค่ะ​"

"​ถ้าอย่างั้นเถียงทำไมล่ะครับ​? เห็นชอบ​กับผมเถอะ...​แล้ว​ทุกอย่างก็​จะ​ได้รับอภัยโทษ"

"คุณยัง​จะฟุ้งซ่านอยู่​อีกรึเปล่า​ถ้าฉัน​จะบอกอะไร​บางอย่าง​กับคุณ?"

"​เป็น​ไปไม่​ได้หรอกครับ​"

"จริงๆ​แล้ว​มันไม่ใช่คุณหรอกนะคะ​​ที่ฉันคัดค้าน ​แต่เรื่อง​​แต่งงานนั่นต่างหาก...​ยังไม่ก่อน" วลีสุดท้ายนั้น​ถูกเติมเข้ามาเพียงแค่​เป็นสายพันธุ์ของคำอธิบายเพิ่มเติม

"อ้า...​นี่มันก็​คือการยินยอมนะครับ​ อย่างงี้เรื่อง​การขอ​แต่งงานของผม...​แสดงว่าคุณก็รับไว้พิจารณาใช่ไหมครับ​?"

"ฉันนึกไว้แล้ว​เชียวว่ามัน​ต้องทำให้คุณ​ได้ใจ"

"ไม่เลย​ครับ​ แค่​ความอิ่มเอิบใจตามปกติเท่านั้น​เอง คุณคัดค้านอะไร​เกี่ยว​กับนามธรรมของการสมรสครับ​? บอกข้อเสีย​ที่สุดให้​กับผมเถอะ หรือว่าคุณ​คือผู้หญิง​กำลังมุ่งมั่นอยู่​​กับอุดมการณ์?"

"​จะว่า​ไปแล้ว​ ฉันก็คิดว่าฉัน​เป็นแบบนั้น​ล่ะค่ะ​ ฉันอยาก​จะลองเขียนภาพดู"

"​แต่ว่า...​"

"ฉันนึกแล้ว​ว่าคุณ​ต้องพูดขึ้น​มาว่า​แต่ อย่าทำ​เป็นแกล้งไม่รู้​ไปหน่อย​เลย​ ฉันก็หมายถึงเขียนภาพจิตรกรรมนั่นแหละ​ค่ะ​ คุณไม่น่า​จะบิดเบือน​ความหมายของคนอื่น...​มันช่าง​เป็นอุปนิสัย​ที่ไม่ดี​เอาซะเลย​ คุณช่วยกรุณาส่งหนังสือของฉันมาที​ได้ไหมคะ​?"

ผมจงใจเลื่อนไอ้เจ้าหนังสือตัวปัญหาออก​ไปให้ไกลกว่าเก่าด้วยเท้าของผม ​เพราะคำขอร้องของเธอในขณะนี้มันก็แค่เรื่อง​นอกประเด็น ผมก็เลย​ไม่สนใจมันเท่าไหร่

"คุณช่วยกรุณาคืนหนังสือของฉันมาด้วยค่ะ​"

"ไม่ครับ​ คุณไม่​สามารถ​ที่​จะทำกิจกรรมเขียนภาพต่อ​ไป​เมื่อคุณ​ได้กลายมา​เป็นภรรยาของผมแล้ว​หรือ?"

"ไม่​ได้ค่ะ​ ​เพราะฉันอาจ​จะเกิดอาการขี้เกียจขึ้น​มา"

"เราก็ทำกิจกรรมงานศิลป็ด้วยกันก็​ได้นี่ครับ​ ผมเองก็​เป็นศิลปิน​ที่มีข้อดีแบบไม่ธรรมดาเหมือนกัน"

"คุณน่ะหรือคะ​?"

"แน่นอนสิครับ​ งั้นคุณก็ไม่​ได้เห็นบทวิจารณ์จากบรรดาหนังสือพิมพิ์ต่างๆ​เกี่ยว​กับภาพเขียนของผม​ที่สถาบัณราชบัณฑิตศิลป์ล่ะสิเนี่ย?"

"ไม่ค่ะ​ แล้ว​คุณล่ะ​ได้เห็นรึเปล่า?"

"ไม่ครับ​ ​แต่นั่นก็​เพราะว่าไม่​ได้มีรูปภาพอย่าง​ที่ว่า ​แต่ว่างานจิตรกรรรมเนี่ย ​เป็นเกม​ที่คนสองคน​สามารถเล่น​ได้นะครับ​ คุณรู้ไหมว่าตัวย่อของชื่อผม​คืออะไร​?...​อาร์. เอ. ครับ​" [2]

"แล้ว​ไงคะ​?"

"แล้ว​ไง...​​ถ้านั่นไม่ใช่ลาง...​แล้ว​อะไร​​จะ​เป็นลางครับ​? คุณบอกผมมาทีเถอะ นี่...​มาร์โจรีครับ​...​.ผมว่าเราลองมาพนันกันสนุกๆ​ดีกว่า เราต่างคน​จะเขียนภาพส่งให้​กับสถาบัณราชบัณฑิตศิลป์กันในปีนี้ ​และ​ใครก็ตาม​ที่​สามารถเขียนภาพ​ได้ดีกว่า ก็มีสิทธิ์​ที่​จะเลือกเดินทางตามครรลองของ​เขาหรือเธอ (ผมว่าคง​จะไม่ใช่เธอซะมากกว่า) ในเรื่อง​นี้"

"​ใคร​จะ​เป็นกรรมการตัดสินคะ​?"

"เราก็​ไปเกี้ยวพาราสีทาบทามท่านประธาน แล้ว​ขอ​ความคิดเห็น​ส่วนตัวของท่าน ​แต่คุณ​ต้องไม่ลงชื่อของคุณบนภาพนะครับ​ พวกสมาชิกของสถาบันราชบัณฑิตศิลป์เนี่ย...​คุณก็รู้...​ว่าพวก​เขา​ต้องลงมติตัดสินเข้าข้างสุภาพสตรี​โดย​ที่ไม่​ได้ดูภาพอีก​เป็นครั้ง​ที่สองด้วยซ้ำ ตกลงนะครับ​"

"ก็​ได้ค่ะ​ ถึง​แม้มัน​จะออกบ้าบอซะหน่อย​"

"บ้าบอ! คุณครับ​...​นี่มัน​เป็นเรื่อง​คอขาดบาดตายสำหรับผมเชียวนะครับ​ ผมอยาก​จะบอกคุณแค่นี้แหละ​ ตอนนี้คุณก็กลับ​ไปอ่านไอ้หนังสือไร้สาระของคุณต่อเถอะครับ​ ผม​ได้เสีย​ความสนใจของคุณ​ไปแล้ว​"

มาร์โจรีจาก​ไปในวันรุ่งขึ้น​ ​แต่อีกสองอาทิตย์​ต่อมาผมก็เจอเธอ​ที่ในเมือง ผม​กำลังเดินลงบันไดมาจากคลับ ​และทางคนของเราสองคน ด้วยเหตุบังเอิญอันน่ามหัศจรรย์ ดันเกิด​เป็น​ไปในทิศทางเดียวกัน

"ภาพเขียนของคุณก้าวหน้า​ไปถึงไหนแล้ว​ครับ​?" ผมถามขึ้น​ "​โดย​ส่วนตัวแล้ว​ผมนั้น​เลือกเขียนภาพในเชิงสัญลักษณ์เปรียบเทียบครับ​ ผมตั้งชื่อภาพนี้ว่า ‘การรอคอย’ ครับ​"

"แหวกแนวดีนะคะ​"

"จริงเหรอครับ​? เรื่อง​สร้างสรรค์แบบแหวกแนวเนี่ยเรียกว่า​เป็นงานอดิเรกของผมเลย​นะครับ​ รูปนี้ผมตั้งใจ​จะโชว์สาวน้อยผู้งดงาม​ที่​แต่งกายด้วยชุดเรียบร้อย​สีขาว ยืนอยู่​บนสะพานเก่าแก่ ​โดย​ที่เธอนั้น​หันหลังให้​กับทิวทัศน์อันงามหยดย้อยของช่วงตะวันยอแสงในไสตล์ของเทอร์เนอร์ [3]"

"’งั้นหรือคะ​ แล้ว​มันเกี่ยวกันยังไง​กับชื่อของภาพคะ​?"

"หญิงสาวเธอก็​กำลังรอชายหนุ่มผู้​ซึ่งเธอจงรักภักดีมีใจให้ไงครับ​ ตอนนี้ชายคนนี้ไม่​ได้อยู่​ภาพ ​แต่ว่าในมุมหนึ่ง​ของผืนผ้าใบ​จะมีร่างของเทวดาองค์หนึ่ง​ ​ซึ่งสำหรับผู้ชม​ที่มีไหวพริบอันเฉียบแหลมนั้น​ ​จะมองออก​ได้ทันทีเลย​ว่านี่​คือ เทพบุตร "เฟม" [4] เทพเจ้าแห่งชื่อเสียงกิตติศัพท์ ผู้​ซึ่งป่าวประกาศการมาเยือนของ​เขาด้วยโน๊ตดนตรีเพียงไม่กี่ตัวจากแตรของ​เขา สีหน้า​ที่มุ่งมั่น​แต่เต็ม​ไปด้วย​ความอิ่มเอมใจตามธรรมชาตินั้น​เปล่งประกายบนใบหน้าของหญิงสาวผู้โสภา"

"ฉันว่าก็คงอย่าง​ที่คุณบอกไว้ล่ะนะคะ​"

"แล้ว​ภาพเขียนของคุณ​ไปถึงไหนแล้ว​ล่ะครับ​ มัน​จะออกมา​เป็นรูปอะไร​?"

"ฉัน​กำลังเขียนภาพวิวทิวทัศน์ค่ะ​"

"มีรูปของสิ่งอื่นด้วยรึเปล่าครับ​?"

"ก็มีวัวอยู่​ตัวหนึ่ง​​ที่อยู่​ในมุมหนึงของภาพ"

"ไม่มีอย่างอื่นอีกเหรอครับ​"

"ไม่มีค่ะ​"

"งั้นผมก็รู้สึกมั่นใจหน่อย​ครับ​ ในขณะ​ที่ท่านประธาน​กำลังเลือก​ระหว่างคุณภาพของรูปวิว ท่านคง​จะจำหญิงสาวผู้งดงามของผม​ได้ ผมจินตนาการเห็นท่านในตอนนั้น​ ใบหน้าของท่านเนี่ยบอกถึง​ความชื่นชมอย่างเต็มเปี่ยมเลย​ครับ​"

"จริงเหรอคะ​?"

"ใช่สิครับ​ ตอนนี้เห็นทีว่าในกรณีแบบนี้ คุณอยาก​จะถอนตัวออกจากการแข่งขัน แล้ว​ก็ยอมรับ​ความ​เป็นเหนือกว่าของผมไหมครับ​?"

"ฉันไม่มีทางทำอย่างงั้นหรอกค่ะ​ ​เพราะฉันไม่เชื่อว่าคุณ​จะเขียนภาพ​ได้เลย​​แม้​แต่น้อย ฉันไม่เชื่อว่าคุณ​สามารถทำงานจิตรกรรม​ได้"

"สวัสดีครับ​ มิสโซเมอร์วิลล์" ผมกล่าวตอบ "หลังจาก​ที่คุณพูดออกมาแบบนั้น​แล้ว​เนี่ย คุณคงไม่คิดว่าผมยัง​จะสนทนาปราศัย​กับคุณอยู่​นะครับ​ นี่ครับ​...​เรามาถึงหน้าบ้านของคุณแล้ว​ ผมก็ขอลากสังขารอันบาดเจ็บของผมกลับ​โดยรถม้าละกันนะครับ​"

วันส่งผลงานมาถึงแล้ว​ก็ผ่าน​ไป ​และในรุ่งเช้า​ของวันหนึ่ง​ ผมแวะ​ไป​ที่บ้านโซเมอร์วิลล์​และขอพบมาร์โจรี พ่อบ้านคิดว่าเธอนั้น​อยู่​​ที่ห้องนั่งเล่น คนอื่นๆ​ในครอบคร้วนั้น​ออก​ไปข้างนอกกันหมด แต​ทว่าเธอนั้น​ขอหยุดอยู่​​กับบ้าน ​เขาถามว่า​เขาควร​ไปบอกเธอมั๊ยว่าผมมาหา ผมบอก​ไปว่าคงไม่จำ​เป็น​ต้อง​ไปป่าวประกาศว่าผมมาหรอก ผม​จะ​ไป​ที่ห้องนั่งเล่นเอง

ผมเคาะ​ที่ประตู​เป็นระยะๆ​ในช่วงเวลาสี่สิบห้านาที (อาจ​จะไม่นานขนาดนั้น​ด้วยซ้ำ) แล้ว​ก็เข้า​ไปข้างใน ตอนแรกห้องมันดูว่างเปล่า ​แต่แล้ว​ผมก็เห็นร่าง​ที่อ่อนปวกเปียกอยู่​บนเก้าอี้โซฟา นั่น​คือมาร์โจรี ​และเธอก็​กำลังร้องไห้ ผม​สามารถทนอะไร​ๆ​​ได้หลายอย่าง ​แต่สิ่งหนึ่ง​​ซึ่งผมไม่​สามารถทนเห็น​ได้ก็​คือมาร์โจรี่ร้องไห้ เธอลุกตัวขึ้น​​เมื่อผมเข้ามา ​และก็พยายามกลบเกลื่อนร่องรอยด้วยผ้าเช็ดหน้า​ที่ไม่ค่อย​จะสมประกอบ​เอาซะเลย​

"ผมเคาะแล้ว​นะครับ​" ผมเอ่ยบอก "มาร์โจรีครับ​ บอกผมมาเถอะครับว่า​คุณ​เป็นอะไร​ ภาพเขียนของคุณโดนปฏิเสธหรือครับ​?"

"ใช่ค่ะ​" เสียงสะอื้นเอ่ยขึ้น​มาจากเก้าอี้โซฟา

"อย่า​ไปใส่ใจมันเลย​นะครับ​ ​เพราะเรา​ทั้งคู่ก็เหมือนกัน...​"

"ตอนนี้ฉันรู้แล้ว​ค่ะว่า​มันงี่เง่าแค่ไหน​ที่ฉันเคยคิดว่าตัวฉันเอง​สามารถทำงานจิตรกรรม​ได้"

ผมจับสายตาของตัวเอง​ได้ในเงากระจก ก็เลย​ขยิบตาให้ตัวเองด้วย​ความชอบพอใจ

"มาร์โจรีครับ​" ผมพูดขึ้น​ในขณะ​ที่วางมือนึงของผมบนมือของเธอ "เรามาลืมเรื่อง​การเดิมพันอันบ้าบอนั่นดีกว่านะครับ​ ตอบผมเหมือน​กับว่าผมไม่เคยขอคุณมาก่อน ​และบอกผมว่าคุณ​จะตกลง...​​ได้ไหมครับ​?"

ตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าถึงเวลาอันเหมาะเจาะแล้ว​​ที่ผม​จะยกมือของผมออกจากมือเธอ แล้ว​ก็เลื่อนมัน​ไปโอบ​ที่เอวของเธอแทน ​เมื่อผมทำเช่นนั้น​ เธอเองก็มิ​ได้คัดค้านอะไร​

"มาร์โจรีครับ​ พูดว่า ‘ตกลง’ สิครับ​"

"ตกลงค่ะ​" เสียงแผ่วกระซิบเอ่ยขึ้น​มาจากโซฟา

หลังจากนั้น​ หลายสิ่งหลายอย่างดูช่างเหมาะเจาะ ​และผมเองก็ทำมัน​ไปหมด เธอเองก็ดูเหมือนว่าชอบพอ​กับมันซะด้วยซ้ำ

"มาร์โจรีครับ​" ผมเอ่ยขึ้น​หลังจากเงียบกริบมา​เป็นเวลานาน "คุณรู้ไหมครับว่า​ทำไมผมถึงมา​ที่นี่ในวันนี้? ผมแค่อยากให้คุณยอมรับผมถึง​แม้ว่าเรา​จะมีเรื่อง​เดิมพัน​ที่บ้าบอนั่นกัน"

"​แต่คุณชนะมันค่ะ​"

"ไม่ครับ​ มัน​เป็นเกม​ที่เสมอกัน ภาพเขียนของผมนั้น​คว้าน้ำเหลวในการสร้าง​ความประทับใจให้​กับคณะกรรมการเช่นกันครับ​"

"อะไร​นะคะ​!...​คุณถูกปฏิเสธเหรอ?"

"ภาพเขียนผมถูกปฏิเสธ ​แต่ผมนั้น​​ได้รับการยอมรับ...​จากคุณ อย่า​ไปไหนนะครับ​"

เธอไม่​ได้เคลื่อนตัว​ไปไหน

อีกชั่วยามของ​ความเงียบงันผ่าน​ไป

"เราน่า​จะลองการถ่ายภาพนะครับ​" ผมเอ่ยขึ้น​มาใน​ที่สุดหลังจากครุ่นคิดอยู่​นาน "แชร์กล้องถ่ายรูปแล้ว​ก็ล้างรูปออกมาจากแผ่นฟิล์มเดียวกัน"

มาร์โจรีลุกขึ้น​มาทันใด

"คุณรู้ไหมคะ​" เธอกล่าวขึ้น​ "ฉันเองก็ไม่​ได้ใส่ใจมากมาย​อะไร​​กับเรื่อง​ภาพเขียนหรอกนะคะ​ ฉันไม่เคยคิดยกย่องสถาบัณราชบัณฑิตศิลป์เท่าไหร่นัก คุณรู้ไหมคะ​ว่ามันช่าง...​ช่าง...​"

"ใช่สิครับ​...​ใช่จริงๆ​ด้วย" ผมเอ่ยตอบ ตรง​ไปอย่าง​ที่ผมคิดเกี่ยว​กับมันมาเสมอ "อย่า​ไปไหนนะครับ​"

เธอก็ไม่​ได้ลุก​ไปไหน



--จบบริบูรณ์--
_____________________________________

TRANSLATION NOTE:

[1] การอ้างอิง หรือ Allusion ถึงบทละครเรื่อง​ Romeo & Juliet ของ William Shakespeare’s

[2] ‘R.A.’ -- ​เป็นอักษรย่อมาจาก Royal Academian ​ซึ่งบ่งบอกถึงตำแหน่งของผู้​เป็นสมาชิกของ Royal Academy of Arts หรือ สถาบัณราชบัณฑิตศิลป์ ​(Royal Academy of which is an independent institution, led by distinguished artists and architects whose purpose is to promote the creation, enjoyment and appreciation of the visual arts through exhibitions, education and debate.)

[3] ‘Turnuresque’ - ภาพเขียนในสไตล์ของ โจเซฟ เทอร์เน่อร์ (Joseph Turner) นักจิตรกรชาวอังกฤษผู้เขียนภาพจิตรกรรมในแนว Impressionism

[4] "Fame" or "Fama" ​เป็น god/goddess of fame in Roman Mythology หรือเทพแห่งชื่อเสียงกิตติศัพท์ จากเทพนิยายโรมัน

 

F a c t   C a r d
Article ID A-2841 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง กามเทพกับพู่กัน
ผู้แต่ง อุทธิมันตา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๙ มิถุนายน ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องแปล
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๘๙๕ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-14171 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 09 มิ.ย. 2551, 12.32 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น