นิตยสารรายสะดวก  Forward Articles  ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๑
ทะเลเลือด
ชาร ทิคัมพร
...อดีตนักเรียนจากโรงเรียนนายเรือของอังกฤษ​​กำลังทบทวนบทเรียน...​​ ​​เขาจำ​​ได้แม่นยำถึงวิธีเดินทัพของ​​พระเจ้านโปเลียน ​​เขาจำรายละเอียดของยุทธนาวีทุกครั้งของลอร์ดเนลสัน นายพลเรือผู้ยิ่งใหญ่ของราชนาวีอังกฤษ​​ได้ดี ​​โดยเฉพาะ​​ที่ทราฟัลก้า...​​.....
ยุทธนาวี​ที่ยิ่งใหญ​ที่สุดในโลก​ซึ่งถือ​เป็นตำนาน ​และตำราทางการทหารตลอดมา​คือการรบทางทะเล​ที่แหลมทราฟัลก้า ​ระหว่างกองเรือผสมของสเปญ​และฝรั่งเศส ​กับกองเรือของราชนาวีอังกฤษ​ซึ่งนำ​โดยลอร์ดเนลสัน​เมื่อปี ค.ศ. 1805 นั่น​เป็นยุทธ นาวีสมัยเก่า​ที่ยัง​ใช้เรือใบ​และปืนใหญ่โบราณ​ที่​เอาลูกใส่ทางปากกระบอก
นาน​ต่อมาอีก 100 ปี ก็​ได้มียุทธนาวี​ที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้น​อีกครั้ง ​แต่​เป็นการรบสมัยใหม่​ซึ่งเรือรบแล่น​ได้ด้วย​กำลังเครื่องจักรไอน้ำ มีปืนใหญ่​ที่หัวกระสุนระเบิด​ได้ยุทธนาวีครั้งนี้เกิดขึ้น​ในปี ค.ศ. 1905 นั่น​คือยุทธนาวีใน “ช่องแคบสัชชิม่า” ​ที่ครบรอบ 103 ปี​พอดีในปีนี้​และเดือนนี้….

หลายวันมาแล้ว​​ที่กองเรือภาคแปซิฟิค​ที่สอง​และ​ที่สามของรัสเซียแล่นออกจากอ่าวคัมรานในประเทศญวน หลังจาก​ที่​ได้แวะจอด​เพื่อเติมถ่านหิน​และเสบียงอาหารให้เต็ม​ที่ ก่อน​จะแล่นผ่านทะเลจีนใต้​และทะเลเหลืองเข้าสู่ทะเลญี่ปุน ​เพื่อหาเส้นทางเข้าสู่เมืองท่าวลาดิวอสสต็อค ​โดยไม่ให้ข้าศึกรู้ ภาระกิจหลักอยู่​​ที่นั่น ! ……

พลเรือโทโรเซสท์เวนสกี้ ผิดหวังอย่างยิ่ง​เมื่อ​ได้เห็นสภาพของกองเรือภาคแปซิฟิค​ที่สาม ณ จุดนัดพบ​ที่เมืองท่าคัมรานของประเทศญวน กองเรือ​ที่สามจากทะเลดำ​ซึ่งอุตส่าห์แล่นลัดคลองสุเอซมาสมทบ​และมาอยู่​ใต้การบังคับบัญชาของ​เขานี้ เรือ​ส่วนใหญ่เก่า บางลำมีสนิมเขรอะ มัน​เป็นตัวถ่วงเสียมากกว่าตัวช่วย ​เพราะเรือหลายลำ​ความเร็วต่ำกว่ากองเรือ​ที่สองของ​เขา​ซึ่งก็นับว่าต่ำอยู่​แล้ว​ มัน​จะดึง​ความเร็วของกองเรือ​ทั้งขบวนให้ลดตามลง​ไปด้วย

พลเรือโทโรเซสท์เวนสกี้ส่งวิทยุโทรเลขถึงกองบัญชาการ​ที่เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์กทันที ขอย้ายหน้า​ที่จากภาระกิจครั้งนี้… ​แต่คำขอ​ได้รับการปฎิเสธ

บนเรือประจันบาน ซูวารอฟ ​ซึ่ง​เป็นเรือธง พลเรือโทโรเซสท์เวนสกี้ นั่งนิ่งอยู่​หน้าโต๊ะแผน​ที่ มองดูตำแหน่งกองเรือของ​เขา ​คือกองเรือภาคแปซิฟิค​ที่สอง​และ​ที่สาม​ซึ่งขณะนี้อยู่​ใต้การบัญชาการของ​เขาแล่นเข้าสู่ทะเลเหลืองแล้ว​ ​และอีกไม่กี่วันข้างหน้าก็​จะผ่านเข้าสู่ช่องแคบเกาหลี ทหารอาชีพอย่าง​เขารู้ดีว่าภารกิจครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ในขณะ​ที่ประชาชนชาวรัสเซีย รัฐบาล​และอาจรวมถึงองค์ซาร์นิโคลัส​ที่สองด้วย พากันคิดว่า กองเรือรัสเซีย​จะ​ต้องบดขยี้กองเรือญี่ปุ่น​ได้​โดยง่าย ​เพื่อยึดเมืองปอร์ตอาเธอร์คืน

วัน​ที่กองเรือ​ที่สอง​จะออกจากท่าโครนสตัดท์ในทะเลบอลติก โรเซสท์เวนสกี้ยังจำ​ได้ดี…​ที่ท่าเรือมีแตรวงเล่นเฉลิมฉลองการออกทัพครั้งนี้อย่างยิ่งใหญ่ ประชาชนหลายพันคนมาโบกมือไชโยโห่ร้องส่งทหารหาญของพวก​เขาเต็มท่าเรือ มีเสียงตะโกนโห่ร้องกึกก้องให้

“ถล่มญี่ปุ่น ๆ​ ๆ​ ๆ​ “

พวก​เขาโกรธแค้น​ที่กองทัพญี่ปุ่น บังอาจโจมตีเมืองปอร์ตอาเธอร์ของมหาอาณาจักรรัสเซีย ชน​ทั้งชาติมั่นใจ​กับทัพเรือของมหาอาณาจักรรัสเซีย หนังสือพิมพ์ฉบับ​หนึ่ง​ถึง​กับลงข้อ​ความว่า….

“แค่ทหารของเรา​เอาหมวกโยนใส่เรือรบญี่ปุ่น พวกมันก็จมแล้ว​…”
ประชาชนรัสเซียยังไม่รู้จักคนญี่ปุ่น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าประเทศญี่ปุ่นอยู่​​ส่วนไหนของโลก พวก​เขารู้​แต่ว่ารัสเซีย​คือประเทศมหาอำนาจของโลกเท่านั้น​ ​แต่สำหรับโรเซสท์เวนสกี้ ​แม้​จะไม่คิดดูถูกญี่ปุน ขนาดนั้น​ ​แต่​เขาก็ไม่ค่อยรู้จักญี่ปุ่นสักเท่าใด นอกจากในในแผน​ที่เดินเรือ ​และในวิชาภูมิศาสตร์​ที่เรียนมา ​เขาไม่รู้จักพลเรือเอกโตโก ผู้บัญชาการกองเรือ​ที่บุกปอร์ตอาเธอร์มากกว่า​ที่​เป็นข่าว…​และตอนนี้โรคปวดประสาทเรื้อรังของ​เขากำเริบขึ้น​อีกแล้ว​

เจ็ดเดือนมาแล้ว​​ที่กองเรือภาคแปซิฟิค​ที่สองภายใต้บัญชาการของ​เขา​ต้องรอนแรมฝ่าคลี่นลมอ้อมแหลมกูดโฮปมาจนถึงทะเลเหลืองในวันนี้ มัน​เป็นระยะทางถึง 18,000 ไมล์ ครึ่งโลกทีเดียว​ที่ทหารของ​เขา​ต้องระหกระเหินมา​เพื่อ​จะทำลายการปิดล้อมของญี่ปุ่น​ที่ปอร์ตอาเธอร์ มัน​เป็น 18,000 ไมล์​ที่แสนทารุณในสาระพัดเรื่อง​ นับ​แต่ขบวนเรือของ​เขาไม่มีท่า​ที่​จะเข้ารับเสบียงอาหาร​และการซ่อมบำรุง ถ่านหินก็ไม่มีเมืองท่าไหนเต็มใจขายให้ ​ทั้งอังกฤษ​และฝรั่งเศษ​ซึ่งมีถ่านหินเก็บสำรองไว้ตามเมืองท่าอาณานิคมของตัวเองทั่วโลก แสร้งทำตัว​เป็นกลางใน​ความขัดแย้ง​ระหว่างรัสเซีย​กับญี่ปุ่นในครั้งนี้

​ที่เกาะมาดากาสก้า เมืองขึ้น​ของฝรั่งเศส กองเรือของ​เขา​ได้รับอนุญาตให้เข้าจอดพัก​ได้แค่เวลา​ที่จำ​เป็น ​และ​ที่นี่เอง​ที่โรเซสท์เซนสกี้ ​ได้พบเรือรบของรัสเซียหลายลำ​ที่หนีตายกระเซอะกระเซิงอย่างบอบช้ำมาจากปอร์ตอาร์เธอร์ ​เขาจึง​ได้รู้ว่าปอร์ตอาเธอร์ถูกตีแตก​และถูกญี่ปุนยึดไว้​ได้แล้ว​​โดยสิ้นเชิง

แผนการของนายพลเรือจากกองเรือรัสเซียจึงเปลี่ยน​เป็นการหาทางผ่านช่องแคบเกาหลี​ไปตั้งหลัก​ที่เมืองท่าวลาดิวอสสต็อค ​และ​ถ้า​เป็น​ไป​ได้ ก็หวังว่า​จะไม่​ต้องเผชิญหน้า​กับกองเรือของนายพลโตโก

ในเดือนมีนาคม​และเมษายน ​ระหว่าง​ที่กองเรือของ​เขาแล่นอยู่​ในทะเลจีนใต้แถบเส้นศูนย์สูตร อากาศ​ที่ร้อนอบอ้าวทำให้ลูกเรือ​ต้องขึ้น​มานอนหลับกันบนดาดฟ้าเรือ ​แต่ก็​ต้องอยู่​กันอย่างแออัด​เพราะมีกระสอบถ่านหิน เชื้อเพลิงสำคัญวางอยู่​ทั่ว​ไปหมดในเรือทุกๆ​ลำ มันคล้ายเรือบรรทุกถ่านหินปน​กับเรือรบ ​และนี่ก็​เป็นสาเหตุหนึ่ง​​ที่ทำให้​ความเร็วของเรือลดลง​ไปอีก เจ็ดเดือน​กับ​ความยากลำบาก ​และขาดการติดต่อ​กับทางบ้าน ไม่มีขวัญ​และ​กำลังใจเหลืออยู่​สักเท่าใดสำหรับลูกเรือกองเรือภาคแปซิฟิคของ​เขา ร้ายยิ่งกว่านั้น​มันรวมถึงตัว​เขาเองด้วย !...​

เช้า​ตรู่ของวัน​ที่ 27 พฤษภาคม ปี 1905 ช่องแคบเกาหลีมีคลื่นลมแรง​และมีหมอกลงหนา พลเรือเอก เฮอิฮาชิโร โตโก ยืนอยู่​บนหอบังคับการของเรือหลวง
“มิกาซา “เรือประจันบาน​ที่ใหญ่​และทันสมัย​ที่สุดในโลกลำหนึ่ง​ ​ซึ่งราชนาวีของสมเด็จ​พระจักรพรรดิ์สั่งต่อจากอังกฤษ เรือหลวง มิกาซา ถูก​ใช้​เป็นเรือธงของกองเรือผสม​ซึ่งมี​เขา​เป็นผู้บัญชาการ
พลเรือเอกโตโกกวาดกล้องสองตา​ไปมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ​แต่ก็ยังไม่เห็นอะไร​นอกจากหมอกหนา สิบกว่าวัน​ที่ผ่านมา ​เขา​ได้รับรายงานจากเรือสอดแนมว่า กองเรือของรัสเซียจำนวนมาก​ได้แล่นเข้าสู่ช่องแคบเกาหลีแล้ว​ ​และ​เขา​ได้รับรายงานล่าสุด​เมื่อ 7 น.วันนี้เองว่ากองเรือรัสเซียนับ​ได้กว่าสี่สิบลำ​กำลังผ่านเข้ามาทางช่องแคบด้านใต้ของเกาะ “สัชชิมา” มุ่งเข็มสู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

หมอกลงหนาจนมองเห็น​ได้ไกลไม่เกิน 5 ไมล์ ประมาณว่ากองเรือข้าศึกอยู่​ห่างออก​ไปเพียง 30 ถึง 40 ไมล์เท่านั้น​ โตโก สั่งให้หมู่เรือตอร์ปิโดหลบคลื่นลมอยู่​ตามฐานชายฝั่งก่อน

หลังจากพิชิตศึก​ที่ปอร์ตอาร์เธอร์​เมื่อครึ่งปีมานี้ ทหารเรือของสมเด็จ​พระจักรพรรดิ์เต็ม​ไปด้วยขวัญ​กำลังใจ​และ​ความฮึกเหิม พวก​เขา​ได้พักอย่างเพียงพอ​และถูกฝึกอย่างหนักอยู่​ในทะเลแถบนี้ ​ได้รู้จักเกาะแก่งทุกแห่ง รู้กระทั่งกระแสน้ำตลอด​ทั้งช่องแคบสัชชิม่า กองเรือผสมภายใต้การนำของพลเรือเอกโตโก​พร้อมอย่างยิ่ง​ที่​จะเข้าสู่ยุทธนาวีในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ มีคำสั่งให้​เอาทรายมาโรยไว้บนพื้นดาดฟ้าเรือ กันทหารลื่นล้มหาก​จะมีเลือดนองพื้น

11.00 น. พลเรือเอกโตโก​ได้รับรายงานครั้งอีกว่า กองเรือ​ทั้งสองของรัสเซียจัดขบวน​เป็นแถวตอนเรียงสอง ​ใช้​ความเร็ว 12 น๊อต ​และยังคงตั้งเข็มมุ่งสู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

13.45 น. โตโกก็เห็นกองเรือข้าศึก​เป็นครั้งแรก ในระยะห่างประมาณเจ็ดไมล์ มันเหมือนดัง​ที่​ได้รับรายงาน ! เรือรัสเซียจัดขบวน​เป็นสองแถวคู่ นำหน้าด้วยเรือประจัญบาน ตามด้วยเรือลาดตระเวน เรือพิฆาต ​และมีเรือลำเลียงอยู่​กลาง ขบวนเรือข้าศึกยาวถึงหกไมล์ !

13.55 น. พลเรือเอกโตโกสั่งเรือรบทุกลำประจำสถานีรบ ​และส่งสัญญานข้อ​ความถึงทหารบนเรือทุกลำว่า
“ ณ บัดนี้โชคชะตาของราชอาณาจักรเรา ขึ้น​อยู่​​กับการรบครั้งนี้แล้ว​ ขอให้ทหารทุกท่านทำหน้า​ที่ให้ดี​ที่สุด”….
โตโกเพ่งมอง​ไปยังเรือข้าศึก อดีตนักเรียนจากโรงเรียนนายเรือของอังกฤษ​กำลังทบทวนบทเรียน...​ ​เขาจำ​ได้แม่นยำถึงวิธีเดินทัพของ​พระเจ้านโปเลียน ​เขาจำรายละเอียดของยุทธนาวีทุกครั้งของลอร์ดเนลสัน นายพลเรือผู้ยิ่งใหญ่ของราชนาวีอังกฤษ​ได้ดี ​โดยเฉพาะ​ที่ทราฟัลก้า…..

14.00 น….แล้ว​พลเรือเอกโตโกก็ตัดสินใจครั้งสำคัญ…. ด้วยฝีจักร​ที่เร็วกว่า ​เขาสั่งกองเรือเลี้ยวตัดตรง​เป็นเส้นตั้งฉากเข้าหาขบวนเรือรัสเซีย​ที่หัวขบวนด้วยแถวตอนเรียงหนึ่ง​ ​ซึ่งลอร์ดเนลสันเคยทำมาแล้ว​​ที่ทราฟัลก้าในเดือนเดียวกันนี้​เมื่อร้อยปีก่อน

14.08 น. เรือรัสเซียเปิดศึกทันทีด้วยการระดมยิงเข้าใส่กองเรือผสมของญี่ปุ่น ​แต่ระยะยังห่างเกินกว่า​ที่​จะ​เป็นอันตราย​ได้ ​เมื่อหัวขบวน​ซึ่งนำ​โดยเรือธง มิกาซา แล่นเข้ามาถึงระยะ 6000 เมตร โตโกสั่งบรรดาเรือของ​เขายิงตอบกลับ​ไป ​โดยให้เน้น​ที่เรือธง ซูวารอฟ ​และเรือประจันบาน อเล็กซานเดอร์-3 ​ซึ่งอยู่​ต้นขบวนให้หนัก เรือประจันบานรัสเซีย​ที่อยู่​หัวขบวนแถวซ้ายถูกยิงจนเกิดไฟลุกท่วม ​และ​ต้องผละออกจากการรบ​ไป

กองเรือญี่ปุ่นแล่นตัดทะลุขบวนเรือ​ทั้งสองแถวของรัสเซีย แล้ว​เลี้ยวกลับ​เป็นรูป ตัวยู หัวแถวของกองเรือรัสเซียเสียขบวน ​และถูกบีบให้แล่นขนาน​กับกองเรือผสมของโตโก ควันจากปล่องไฟของกองเรือรัสเซียลอยบังทางปืนของตัวเอง จากนั้น​เรือรบทุกลำของพลเรือเอกโตโกก็ยิงปืนเข้าใส่เรือรัสเซียตลอด​ทั้งขบวนด้วยอานุภาพการยิง​ที่เหนือกว่า…

เรือธง ซูวารอฟ ​และเรือ อเล็กซานเดอร์–3 เกิดระเบิดอย่างรุนแรง​และไฟไหม้หนัก ไม่​สามารถปฎิบัติการ​ได้​ต้องหนีออกจากแนวรบ พลเรือโทโรเซสท์เวนสกี้​ได้รับบาดเจ็บสาหัส​และหมดสติอยู่​ในหอบังคับการ กองเรือรัสเซีย​ต้องเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการรบกลางศึก ยัง​ความสับสนในการสั่งการทันที เรือรบรัสเซีย​ที่ตามมาอีกเจ็ดแปดลำถูกยิงไฟไหม้เกิดควันโขมงผสม​กับหมอกหนาจนปกคลุม​ไปทั่วท้องทะเล จนมองไม่เห็นเรือรัสเซีย​ซึ่งเสียขบวนแตกกระจัดกระจาย พลเรือเอกโตโก​ต้องสั่งหยุดยิงชั่วคราว​เมื่อ เวลา 14.45 น.

หลังจากนั้น​ไม่นาน ​เมื่อกลุ่มควันจางลงจนพอมองเห็นเรือรัสเซีย​ได้อีก กองเรือรบญี่ปุ่นก็ไล่ล่าเรือเหล่านั้น​​ไปทางทิศใต้ด้วยการเข้า​ไปเลือกระดมยิงตามสบาย เรือตอร์ปิโดจากชายฝั่งอีกกว่าสี่สิบลำเข้ามาสมทบ ​และยิงตอร์ปิโดใส่เรือ​ที่​ส่วนใหญ่เสียหายอยู่​แล้ว​ เรือรัสเซียแตกขบวนหนี​ไปหลายทิศทาง ​แต่ก็ถูกเรือลาดตระเวนหุ้มเกราะ เรือพิฆาต ​และหมู่เรือตอร์ปิโดของญี่ปุ่นตามยิงกระหน่ำ หลายลำ​ต้องจมลง ​และหลายลำลูกเรือ​ต้องเปิดน้ำเข้า​เพื่อจมเรือตัวเอง อีกหลายลำไฟไหม้ลามถึงห้องคลังกระสุน​และระเบิดกระจาย​เป็นเสี่ยงๆ​

เรือธง ซูวารอฟ ลอยนิ่ง ไม่อยู่​ในสภาพ​ที่ช่วยเหลือตัวเอง​ได้ เปลวไฟลุกโชติช่วง เสากระโดงอันหนึ่ง​หักสะบั้น ปล่องควันแหลกกระจุย​ทั้งสองปล่อง กลาย​เป็นเป้านิ่งสำหรับเรือตอร์ปิโด​และเริ่มจมลง เรือพิฆาต บายนี่ ของรัสเซียเข้ามาจอดเทียบ​เพื่อช่วย​เอาตัวผู้บัญชาการกองเรือของ​เขา​และทหาร​ที่ยังมีชีวิตอยู่​ออกมา​ได้ ​แต่มีนายทหารหนุ่มหลายคนปฏิเสธ​ที่​จะออกจากเรือ​และยอมจมลง​ไป​กับเรือธง ซูวารอฟ
การรบในวันแรกจบลง​เมื่อเวลา 19.27 น. ​เมื่ออาทิตย์อัสดง….

ใกล้รุ่งของวัน​ที่ 28 พฤษภาคม ปี 1905 หมอกจางกว่า​เมื่อวาน ขณะ​ที่พลเรือเอกโตโก​กำลังจัด​กำลังเรือลาดตระเวนหุ้มเกราะ ​เพื่อติดตามสะกัดเรือรัสเซีย​ที่หลบรอด​ไป​ได้นั้น​ ​เขาก็​ได้รับรายงานเข้ามาว่า พบเรือข้าศึกแล่น​เป็นขบวนอยู่​ทางทิศตะวันออกเจ็ดลำ ประกอบด้วยเรือประจันบาน เรือลาดตระเวน ​และเรือป้องกันฝั่ง ขบวนเรือ​กำลังมุ่งขึ้น​เหนือ โตโกสั่งกองเรือลาดตระเวนของ​เขาตาม​ไปสะกัดกันทันที ​และ​ไปทันกัน​เมื่อเวลา 10.30 น พบว่าเรือเกือบทุกลำอยู่​ในสภาพบอบช้ำจากการรบ​เมื่อวาน ​เมื่อเรือลาดตระเวนของโตโกเปิดฉากยิงชุดแรก พลเรือตรีโนโบกาต๊อฟ ก็ส่งสัญญาณขอยอมแพ้​พร้อม​กับทหาร​ทั้งหมด พลเรือเอกโตโกให้เกียรติแก่นายทหารเรือ​ที่ยอมแพ้นี้​โดยไม่ปลดกระบี่ประจำตัวออก​เมื่อถูกนำตัวขึ้น​เรือของญี่ปุน

กองเรือญี่ปุ่นแยกกันออกหลายทิศทาง​เพื่อติดตามเรือรัสเซีย​ที่แตกหนีจากการรบ​เมื่อวาน มีการต่อสู้จากเรือรัสเซียบ้างอย่างประปราย ​และ​สามารถจมเรือรัสเซีย​ได้หลายลำ ​ทั้งยังยึดเรือ​ได้อีก​พร้อมเชลยศึกจำนวนมาก

เวลา 15.30 น.เรือพิฆาต ซาซานนามิ ​และเรือพิฆาต กาเกอโร พบเรือข้าศึกสองลำ​กำลังหลบหนี​ไปทางทิศตะวันออก จึงไล่ติดตามจนทัน​เมื่อเวลา 16.45 น. เรือรัสเซีย​ทั้งสองลำชักธงขาวยอมจำนนทันที ​เมื่อเข้ายึดเรือ​ได้ก็พบพลเรือโทโรเซสท์เวนสกี้ ผู้บัญชาการกองเรือรัสเซีย ​และบรรดานายทหารผู้ช่วยอยู่​บนนั้น​ จึงจับ​เป็นเชลยศึก

การรบสิ้นสุดลงในบ่ายวัน​ที่ 28 พฤษภาคม ปี 1905 ยัง​ความสูญเสียให้​ทั้งสองฝ่าย​คือ เรือรบของรัสเซีย​ส่วนใหญ่ในจำนวน​ทั้งสิ้น 45 ลำ ​ต้องจมลง​และถูกยึด​ได้ มีเพียงไม่กี่ลำ​ที่หนีรอด​ไป​ได้ถึงวลาดิวอสสต๊อค​และเมืองท่าประเทศ​ที่สาม รัสเซียสูญเสียชีวิตทหาร 5,045 คน ถูกจับ​เป็นเชลย 6,106 คน สำหรับญี่ปุ่นสูญเสียเรือตอร์ปิโดเพียงสามลำ ​และเรือขนาดใหญ่ถูกยิงเสียหายบ้าง ญี่ปุ่นเสียทหารในการรบครั้งนี้ 116 คน ​และ​ได้รับบาดเจ็บอีก 538 คน

ยุทธนาวี​ที่ช่องแคบสัชชิมาทำให้ประชนรัสเซียถึง​กับช็อค กองทัพเรือถูกตำหนิอย่างรุนแรงจากทุกฝ่าย นายทหารระดับสูง​ที่ร่วมอยู่​ในการรบ​ต้องกลาย​เป็นแพะรับบาป​โดยถูกนำขึ้น​ศาลทหาร​เมื่อกลับมาถึงประเทศ ​และทั่ว​ทั้งยุโรปเริ่มค้นหาว่า “ญี่ปุ่น” ​เป็น​ใคร อยู่​​ที่ไหน… ​ที่ญี่ปุ่น พลเรือเอกโตโกกลาย​เป็นวีรบุรุษ​และ เรือหลวง มิกาซาก็​เป็นขวัญใจของชาวญี่ปุ่น

​แต่ก็เหมือนกำกงกำเกวียน เพียงอีกสี่เดือน​ต่อมา เรือหลวงมิกาซาเรือประจันบานขวัญใจของประเทศระวางขับน้ำ 15,200 ตัน ก็ประสพอุบัติเหตุ​โดยห้องคลังกระสุนเกิดระเบิดขึ้น​ขณะจอดอยู่​ในอ่าวเมืองซาเซโบ ​และ​ได้จมลง​พร้อม​กับทหาร ถึง 339 คน มากกว่าทหาร​ที่เสียชีวิตในการรบ​ที่สัชชชิม่าถึงสามเท่า

เรือหลวงมิกาซาถูกกู้ขึ้น​ในเวลา​ต่อมา ขณะนี้จอด​เป็นอนุสรณ์สถานอยู่​ ณ ฐานทัพเรือ​ที่เมืองโยโกซูกะ ประเทศญี่ปุน….O

 

F a c t   C a r d
Article ID A-2824 Article's Rate 3 votes
ชื่อเรื่อง ทะเลเลือด
ผู้แต่ง ชาร ทิคัมพร
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เก็บความคิดมาฝาก
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๑๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-14116 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 27 พ.ค. 2551, 13.31 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น