นิตยสารรายสะดวก  Forward Articles  ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
ว่าด้วยตำนานวันวาเลนไทน์
ข้าวฟ่าง
...ประวัติวาเลนไทน์ของ​​แต่ละประเทศ​​จะมีเรื่อง​​ราวตำนาน​​ที่แตกต่างกันออก​​ไป...​​ "นักบุญวาเลนไทน์" (Saint Valentine) ​​ที่สร้างตำนาน​​ความรักให้​​กับผู้คน​​ทั้งโลก เสียชีวิต​​เมื่อวัน​​ที่ 14 กุมภาพันธ์ ในปี 296 A.D. ในคุกแห่งกรุงโรม...

ว่าด้วยตำนานวันวาเลนไทน์

เทศกาลแห่งการมอบ​ความรัก ใน "วันวาเลนไทน์" นั้น​ มีประวัติ​ความ​เป็นมาอันน่าขื่นขม​ที่สมควรนำมาเผยแพร่​เพื่อ​จะ​ได้รำลึกถึง "นักบุญวาเลนไทน์" (Saint Valentine) ​ที่สร้างตำนาน​ความรักให้​กับผู้คน​ทั้งโลกจนถึงทุกวันนี้
​เมื่อมี​ความรักคนเราเริ่มคิดว่า...​กามเทพแผลงศรมาแล้ว​"คิวปิด หรือกามเทพ" ถือ​เป็นสัญลักษณ์ของ วันวาเลนไทน์​ที่มีชื่อเสียงมาก​ที่สุด คิวปิด​เป็นบุตรของวีนัส​และมาร์ส ​ซึ่งชาวกรีก​โดยทั่ว​ไปเรียกคิวปิดว่า อีรอส ภาพของคิวปิด​ที่มนุษย์โลกของปัจจุบัน​ได้รู้จัก​คือภาพเด็กน้อย​ที่ถือคันธนู​และลูกศร มีหน้า​ที่ยิงศรรักให้ปักใจคน
...​...​ปัจจุบันคิวปิด​และธนูของ​เขากลายมา​เป็นเครื่องหมายแห่ง​ความรัก​ที่​เป็น​ที่รู้จักมาก​ที่สุด ​และ​ความรักของ​เขามีกล่าวถึงบ่อยในภาพของการยิงศรรัก ​ระหว่างหัวใจสองดวงให้รักกัน เรียกกันว่า "ศรรักคิวปิด" มีเรื่อง​เล่าสู่กันฟังเกี่ยว​กับประวัติ​ความ​เป็นมา​และ​ความสำคัญ ของวันวาเลนไทน์นี้ว่า
ตำนานของวันวาเลนไทน์เริ่มมีปรากฏในคริสต์ศตวรรษ​ที่ 3 ​ซึ่งอยู่​ใน สมัยกษัตริย์ Claudius​ที่ 2 แห่งกรุงโรม ในสมัยนั้น​กษัตริย์ Claudius ออกกฎห้าม ให้มีการ​แต่งงานในเมืองของ​พระองค์ ​เพราะกษัตริย์ทรง​ต้องการทำศึกสงครามทรง ​ต้องการให้ผู้ชายทุกคน​ไป​เป็นทหาร ​พระองค์เชื่อว่า​ถ้าไม่มีการ​แต่งงานผู้ชาย​จะสนใจ​กับการรบมากขึ้น​...​​แต่นักบุญวาเลนไทน์ขัดบทบัญญัติแห่งกฎหมายของกษัตริย์ ด้วยการ​เป็นบาท​หลวง ในพิธี​แต่งงานให้หนุ่มสาว​ที่​ต้องการ​แต่งงานอย่างลับ ๆ​ ​และแล้ว​วันหนึ่ง​ข่าวการทำ พิธีสมรสของนักบุญวาเลนไทน์ก็รู้ถึงหูของ​พระเจ้าClaudius ​พระองค์จึงทรงสั่งทหาร ​ไปจับ​เขา​ไปประหารชีวิตเสีย
​ระหว่างอยู่​ในคุก​เพื่อรอการประหาร มีคู่​แต่งงาน​ที่ท่านเคยทำพิธีให้หลายคู่ลอบ​ไปเยี่ยมเยียนท่านอย่างสม่ำเสมอ ​และ​ที่นั่นท่านยัง​ได้รู้จัก​กับหญิงสาวคนหนึ่ง​ ​ซึ่ง​เป็นลูกสาวของผู้คุม เธอมักมาพูดคุย​กับท่าน ​และบอกท่านเสมอ ๆ​ ว่า การกระทำของท่านถูก​ต้องแล้ว​ นักบุญวาเลนไทน์เสียชีวิต​เมื่อวัน​ที่ 14 กุมภาพันธ์ ในปี 296 A.D. ในคุกแห่งนั้น​ เอง ก่อนตายท่าน​ได้ฝากโน๊ตสั้น ๆ​ ถึง​เพื่อนของท่าน ​และลงท้ายว่า "Love from your Valentine"...​วันวาเลนไทน์​เป็นวันแห่ง​ความสูญเสียของคนๆ​หนึ่ง​
​ส่วนอีกตำนานหนึ่ง​​ได้กล่าวถึงประวัติวาเลนไทน์ไว้ว่า "มีผู้นำคริสตชนคนหนึ่ง​ชื่อ "วาเลนตินัส" ​เขา​เป็นคน​ที่มี​ความรัก​และ​ความเมตตาต่อ​เพื่อนมนุษย์มาก ​โดยทุกๆ​ วัน​เขา​จะแอบนำอาหาร​และของ​ใช้​ที่จำ​เป็น​ไปวางไว้ประตูหน้าบ้านของคนยากจน​โดยไม่ให้คนเหล่านั้น​รู้ ​ซึ่งในสมัยนั้น​ ศาสนาคริสต์ยังไม่​เป็น​ที่ยอมรับในจักรวรรดิโรมัน ​และถือว่า​ใคร​ที่นับถือศาสนาคริสต์​จะมี​ความผิดร้ายแรงมาก พวกคริสตนชนจึงถูกข่มเหง​และทารุณกรรมอย่างหนัก​เพื่อบังคับให้เลิก​เป็นคริสต์ ​ใคร​ที่ไม่ยอมเลิกนับถือคริสต์​จะถูกทรมาน​และฆ่าทิ้ง "วาเลนตินัส" ก็รวมอยู่​ในกลุ่มขบวนการถูกขู่เข็ญ​และทรมานบังคับให้เลิกนับถือศาสนาคริสต์ ​แต่​เขาไม่ยอมจึงถูกจับเข้าคุกในข้อหา​เป็นคริสตชน
ในขณะ​ที่วาเลนตินัสถูกจับขังคุกนั้น​ ​เขา​ได้พบรัก​กับสาวตาบอด​ซึ่งเธอ​เป็นลูกสาวของผู้คุมในนั้น​​และด้วย​ความรัก​และคำอธิษฐานของ​เขา​พระเจ้า​ได้ทรงโปรดรักษาตาของคนรักของ​เขาให้หาย​เป็นปกติ จากเหตุการณ์นี้เองจึงทำให้ผู้คุม​และครอบครัวของ​เขาหันมานับเชื่อ​พระเจ้าของชาวคริสต์ ​ต่อมาเรื่อง​นี้รู้ถึงจักรพรรดิคลอดิอุส​ที่ 2 ของโรม ​พระองค์ทรงกริ้วมาก ​ได้สั่งให้ลงโทษวาเลนตินัสอย่างหนักด้วยการโบย​และนำ​ไปประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ ในคืนสุดท้ายก่อน​ที่​เขา​จะถูกนำ​ไปประหารนั้น​ วาเลนตินัส ​ได้เขียนจดหมายสั้นๆ​ ​เป็นการอำลาส่ง​ไปให้​เพื่อนหญิงคนรักของ​เขา ​และลงท้ายในจดหมายว่า "จากวาเลนไทน์ของเธอ"
รุ่งขึ้น​ของเช้า​วัน​ที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 วาเลนตินัสก็ถูกนำ​ไปตัดศีรษะ​และ​เอาศพ​ไปฝังไว้​ที่เฟลมิเนี่ยนเวย์ ​ซึ่งภายหลังมีการสร้างโบสถ์หลังใหญ่คร่อมสุสานของ​เขาไว้​เพื่อ​เป็นอนุสรณ์รำลึกถึงชีวิต​และ​ความรักอันยิ่งใหญ่ของ​เขา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คนทั่วประทับใจ​กับ​ความรักของ​เขาจึงยึดถือ​เอาวัน​ที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี​เป็น "วันวาเลนไทน์" ภาษาอังกฤษเรียกว่า Saint Valentine’s Day หรือ Valentine ‘s Day หรือ "วันแห่ง​ความรัก" ​ซึ่ง​ต่อมา​ได้นิยมแพร่หลาย​ไปทั่วยุโรป​และอเมริกา ​และเข้ามาในทวีปเอเชีย ​และประเทศไทยด้วย...​วันวาเลนไทน์​คือวันรำลึกถึงวันตายของคน​ที่มี​ความรักอันยิ่งใหญ่ ผู้ไม่ยอมพ่ายแพ้​และจบ​ความรักของตนเองลง​เมื่อยังมีลมหายใจอยู่​
สำหรับสาเหตุ​ที่ดอกกุหลาบ​เป็นสัญลักษณ์สำหรับวาเลนไทน์นั้น​ มีเหตุมาจากในศาสนาคริสต์เชื่อกันว่า ในสมัย​ที่​พระเยซูถูกตรึงไม้กางเขนอยู่​นั้น​ ​พระโลหิต​ได้ไหลหยดลงบนต้นหญ้ามอสส์​และ​ได้บังเกิด​เป็นต้นกุหลาบ​ที่มีดอกสีแดงสด จึงมีการเรียกขานกุหลาบชนิดนี้ว่า "กุหลาบมอสส์" นอกจากนี้ยังมีการสู้รบกัน​ระหว่าง 2 ตระกูลใหญ่ ​คือราชวงศ์ยอร์ค ​ซึ่ง​ใช้สัญลักษณ์​เป็นดอกกุหลาบขาว ​และราชวงศ์แลงแคสเตอร์ ​ใช้ดอกกุหลาบแดง​เป็นสัญลักษณ์ ​และเรียกสงครามครั้งนี้ว่า "สงครามกุหลาบ" ​ซึ่งเกิดขึ้น​ในปี พ.ศ. 1948-2028 ​และในสมัย​ต่อมา พวกกุหลาบแดง​ได้มา​แต่งงาน​กับพวกกุหลาบขาว ​ซึ่งในปัจจุบันกุหลาบ​ได้ถือ​เป็นดอกไม้ประจำชาติของชาวอังกฤษ
บางตำนานนั้น​​ได้กล่าวถึงดอกกุหลาบไว้ว่า ดอกกุหลาบมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ​ความสวยงามของดอก​และกลิ่นอันชวนพิสมัยของราชินีแห่งดอกไม้นี้ ​เป็น​ที่เลื่องลือมาช้านาน ​และ​ความงาม​เป็นสื่อ​ที่แสดงถึง​ความสุข ​ความมีไมตรีจิต ​ความน่ารัก​ความสวยงาม การบูชา ​และการเกี้ยวพาราสี ดังนั้น​ กุหลาบจึง​เป็นเสมือนตัวแทนแห่ง​ความรัก ​และ​ความอมตะ จนมีตำนานกล่าวขานกันต่าง ๆ​ นานา ตั้งแต่สมัยกรีก ตำนานเล่าว่า "คลอรีส" เทพธิดาแห่งดอกไม้ ​ได้บันดาลให้ร่างของนางไม้กลาย​เป็นกุหลาบ ​และยกให้​เป็นราชินีของดอกไม้ จากนั้น​​ต่อมาก็มีการมอบดอกกุหลาบแก่ "อีรอส" ลูกชาย ​ซึ่ง​เป็นเทพแห่ง​ความรัก
​โดยในประเทศไทยนั้น​ไม่ทราบแน่ชัดว่า มีกุหลาบมาตั้งแต่สมัยใด หาก​แต่มีการบันทึกของราชทูตฝรั่งเศส ในสมัยสมเด็จ​พระนารายณ์มหาราช ว่า​ได้เห็นดอกกุหลาบอยู่​ในกรุงศรีอยุธยา ​และอีกหลายแห่ง​ที่ปรากฎหลักฐานว่า มีกุหลาบเข้ามาเมืองไทยแล้ว​ก็​คือ กาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศก ​ซึ่ง​เป็น​พระราชนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์​ที่​ได้กล่าวถึง​ความงามของดอกกุหลาบไว้ด้วย นอกจากนั้น​ยังมีเรื่อง​ราวเล่าขานถึง​ความงดงามของดอกกุหลาบไว้​โดยปรากฏอยู่​ใน​พระราชนิพนธ์ ของ​พระมหาธีราชเจ้า รัชกาล​ที่ 6 ในเรื่อง​ "มัทนะพาธา" หรือ "ตำนานดอกกุหลาบ" ​ซึ่ง​ได้ปรากฏชัดว่าดอกกุหลาบ​ได้กลาย​เป็นดอกไม้​ที่นิยม​ไปทั่วโลก
มีผู้แปล​ความหมายจากสีของดอกกุหลาบ​ที่แตกต่างกัน​ไปดังนี้
กุหลาบสีแดง หมายถึง ​ความรัก​และ​ความปรารถนา ​เป็นดอกไม้ของคิวปิด​และอีรอส(กามเทพ) ​เป็นสิ่งนำโชคมาสู่ผู้หญิง​ที่​ได้รับ
กุหลาบสีขาว หมายถึง ​ความมีเสน่ห์ ​ความบริสุทธิ์ ​ความเงียบสงบ ​และนำโชคมาสู่ผู้หญิง​ที่​ได้รับเช่นเดียว​กับดอกกุหลาบแดง
กุหลาบสีชมพู หมายถึง ​ความรัก​ที่มี​ความสุขอย่างสมบูรณ์​ที่สุด
กุหลาบสีเหลืองหรือสีส้ม หมายถึง ​ความรักร้อนแรง​และยาวนาน ไม่จืดจาง หวานชื่น ​และมี​ความสุข
นอกจากนี้ ยังมีดอกไม้อื่นๆ​ ​ที่ถูกมา​ใช้แทน​ความหมายแห่ง​ความรักนั้น​ก็​คือ
ดอกทิวลิบสีแดง (red tulib) ชาวตะวันตก​ใช้มันแทนการประกาศ​ความรักอย่างเปิดเผย คล้าย ๆ​ ​กับดอกกุหลาบแดง
ดอกคาร์เนชั่นสีชมพู(pink carnation) ​ใช้สื่อ​ความหมายว่า "ถึงอย่างไรผมก็ยังรักคุณ" หรือ "คุณยังอยู่​ในหัวใจฉันเสมอ"
ดอกลิลลี่สีขาว (white lilly) แสดง​ความรักแบบบริสุทธ์ เช่นเดียวกัน​กับดอกกุหลาบขาว นอกจากนั้น​ลิลลี่สีขาวยังแสดงถึง​ความรักแบบอ่อนหวานจริงใจ ​และเทอดทูน ​และมักถูก​ใช้แทนประโยค​ที่ว่า "ฉันรู้สึกดี ๆ​ ​ที่​ได้​ได้รู้จัก ​และอยู่​ใกล้คุณ "
ดอก forget-me--not มี​ความหมายตรงตัว​คือ​ได้โปรดอย่าลืมฉัน ​และอย่าลืม​ความรู้สึกดี ๆ​ ​ที่เคยมีให้กัน
***ในประเทศไทยมีการมอบดอกทานตะวัน ​เพื่อแสดง​ความรักต่อกัน ​โดยหมาย​ความว่า​เป็น​ความรักแบบคลั่งไคล้ ​ความรักแบบบูชา
***​แต่สำหรับชาวตะวันตก ดอกทานตะวัน​จะหมายถึง​ความเข้มแข็งอดทน จึง​สามารถ​ใช้แทน​ความรัก​ที่​ต้องฝ่าฟันกว่า​จะ​ได้​ความรักมา
นอกจากดอกไม้​ที่นำมามอบให้กัน​เพื่อแสดงถึง​ความรักแล้ว​นั้น​ ​โดยประเพณีของหนุ่ม-สาวชาวอาทิตย์อุทัย หรือชาวญี่ปุ่นนั่นเอง​จะแตกต่าง​กับ ชาติอื่น ๆ​ ​คือในวัน​ที่ 14 กุมภาพันธ์ หรือ วันวาเลนไทน์ สาว ๆ​ ​จะ​เป็นคนให้ ช็อกโกเลต (Chocolate) รูปหัวใจขนาดเล็ก-ใหญ่ แล้ว​​แต่​ความชอบน้อย-มาก ​โดยตัวเอง​จะ​เป็นคนทำ๙อกโกเลตเอง​เพื่อมอบแก่หนุ่ม ๆ​ ​ที่เธอชอบ ​ซึ่งวันนั้น​หนุ่ม ๆ​ ยิ้มกันแก้มปริกัน​เป็นแถวเลย​ หลังจากวันนั้น​อีกหนึ่ง​เดือน​คือวัน​ที่ 14 มีนาคมหนุ่ม ๆ​ ก็​จะมอบดอกกุหลาบ ​เพื่อ​เป็นการขอบคุณสาวผู้ให้​เป็นการตอบแทน

​จะเห็น​ได้ว่าประวัติวาเลนไทน์ของ​แต่ละประเทศ​จะมีเรื่อง​ราวตำนาน​ที่แตกต่างกันออก​ไป รวม​ทั้งประเพณีปฏิบัติจากเดิม พอถึงวันวานเลนไทน์ก็มีช่อดอกกุหลาบมามอบให้แก่คน​ที่เรารัก ​ต่อมา ดอกกุหลาบ​ที่​เป็นช่อก็กลาย​เป็นดอกกุหลาบก้านยาว​ซึ่งมีราคาแพงนำมามอบ​เป็นของขวัญแก่กัน...​คู่รักนิยม​แต่งงาน​และจดทะเบียนสมรสกันมากมาย​ในวันวาเลนไทน์ ​ซึ่งถือ​เป็นวันแห่ง​ความรัก
...​​ถ้าเราเปลี่ยนจากดอกกุหลาบราคาแพงแสนแพงของเทศกาลวันแห่ง​ความรัก มา​เป็นดอกบัว​พร้อมดอกไม้ธูปเทียน ​เพื่อแสดงถึงการบูชา​ความรัก​และการให้อภัยแก่กันอยู่​เสมอคงดีไม่น้อย หรือคนสองคน​ที่รักกันจูงมือกันถือดอกบัว​ไปถวาย​พระ​ที่วัด ให้​พระรดน้ำมนต์เจริญมงคลคาถาให้ฟัง ก็น่า​จะ​เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง​ของ​ความรักอย่างไทยๆ​ของเรา...​.​และควรทำ​ความรักให้เกิด​กับคนสองคน​และคนรอบข้าง รวมถึง​ความรักสรรพสิ่งรอบกายในโลกของเราด้วย...​.โลกของเราคงสงบสุข​และน่าอยู่​มากทีเดียว..มารักกันด้วย​ความเมตตา มีน้ำใจ ​และให้อภัยต่อกันดีกว่า...​

 

F a c t   C a r d
Article ID A-2727 Article's Rate 8 votes
ชื่อเรื่อง ว่าด้วยตำนานวันวาเลนไทน์
ผู้แต่ง ข้าวฟ่าง
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เก็บเสียงหัวเราะมาฝาก
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๐๐๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๖
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-13641 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 13 ก.พ. 2551, 12.33 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-14747 ], [83.189.165.71]
เมื่อวันที่ : 05 ต.ค. 2551, 14.05 น.

เห็นด้วย​กับข้อเสนอว่า "​​​ถ้าเราเปลี่ยนจากดอกกุหลาบราคาแพงแสนแพงของเทศกาลวันแห่ง​​ความรัก มา​​เป็นดอกบัว​​พร้อมดอกไม้ธูปเทียน ​​เพื่อแสดงถึงการบูชา​​ความรัก​​และการให้อภัยแก่กันอยู่​​เสมอคงดีไม่น้อย"

​แต่​เอาเข้าจริงคง​จะยาก ​เพราะเรามักมองศาสนาสวนทาง​กับ​ความรักในทางโลก

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-14748 ], [83.189.165.71]
เมื่อวันที่ : 05 ต.ค. 2551, 14.06 น.

อ้อ...​ ​แต่ว่าบท​ความนี้น่า​จะอยู่​ผิดคอลัมน์นะคะ​ ​เพราะมันไม่ี่ใช่ "เก็บเสียงหัวเราะมาฝาก" สักเท่าไร

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ด.ช.วรวิทย์ and ด.ช.ธนพล [C-15423 ], [125.27.218.69]
เมื่อวันที่ : 25 ก.พ. 2552, 09.08 น.

หวาดดีครับ​ ขอให้ทุกคนสมหวังในเรื่อง​​ความรักทุกคนเยยนะคร๊าฟ
...​...​...​...​...​...​. ...​...​...​...​...​...​...​...​.
...​...​...​...​...​...​. ...​...​...​...​...​...​...​.
...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​
...​...​...​...​...​...​...​...​...​..
...​...​...​...​...​...​...​
...​...​...​..
...​...​
...​.

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น