นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๐
ปัดฝุ่นรถไถ
กาบแก้ว
...หลานๆ​​​​ทั้งหลาย เตรียมตัวฟังคนแก่โม้เรื่อง​​​​ความหลังกันสักพัก อย่าเพิ่งรำคาญแอบหนี​​ไปนอนเสียก่อนล่ะ อาจ​​จะพลาดตอนสนุก​​ไปอย่างน่าเสียดายนะครับ​​!...
หลานๆ​​ทั้งหลายเตรียมตัวฟังคนแก่โม้เรื่อง​​ความหลังกันสักพัก อย่าเพิ่งรำคาญแอบหนี​ไปนอนเสียก่อนล่ะ อาจ​จะพลาดตอนสนุก​ไปอย่างน่าเสียดายนะครับ​!

นานมากแล้ว​...​..​แต่อย่าให้บอกเลย​ว่า​เป็นเดือนปีใด!

​เอา​เป็นว่าห่างไกลกันลิบลับจากสมัยนี้ราวหน้ามือ​กับหลังมือก็แล้ว​กัน สมัยไหนหน้ามือหรือสมัยไหนหลังมือก็แล้ว​​แต่ทัศนะมุมมอง ไม่ว่ากัน เอ้า!...​เชิญมาฟังเรื่อง​ราวกันดีกว่า...​..


จรูญ​เป็นนักขายมือฉมังหนึ่ง​ในหลายคนของบริษัทอังกฤษชื่อดังละแวกท่าน้ำสี่​พระยาสมัยรุ่นบุกเบิกการขายรถไถใหม่ๆ​ เรียกว่า​เป็นสมัยแรกเลย​ทีเดียวก็ว่า​ได้ ​เขาถูกส่ง​ไปประจำอยู่​ภาคเหนือตอนล่างในเดือนแรก​โดยเริ่มต้น​ที่จังหวัดสุโขทัย จังหวัดตาก​และจังหวัดกำแพงเพชร ​เขาอยู่​ใน​ระหว่างทดลองงาน ๓ เดือนแรก​ถ้าผ่านก็โอ.เค.​ได้​เป็นพนักงานขายประจำ ​ซึ่งเครียดพอสมควรสำหรับการค้าของมือใหม่หัดขาย อีก​ทั้งดีลเลอร์​ที่เพิ่งตั้งใหม่ ​ทั้งเซลส์แมนคนขายก็ใหม่​และรวมถึงผู้ซื้อในสมัยนั้น​ด้วย

จังหวัดกำแพงเพชรนั้น​แทบ​จะ​เป็นป่า​เป็นดง​โดยเฉพาะตั้งแต่อำเภอขาณุวรลักษบุรีหรือสลกบาตร อำเภอคลองขลุง อำเภอพรานกระต่าย อำเภอลานกระบือ ​และอำเภอไทรงาม ​ซึ่งในตอนนั้น​ยังไม่มีการค้นพบบ่อน้ำมัน​ที่อำเภอลานกระบือ ฉะนั้น​เรื่อง​การคมนาคมไม่​ต้องพูดถึงรถยนต์นั้น​แทบ​จะไม่มีวิ่งให้เห็น นานๆ​จึง​จะมีแล่นผ่านมาสักคัน ขนาดถ่านไม้กระบก​ที่ใส่กระสอบวางขายอยู่​ข้างทางแถวอำเภอพรานกระต่ายก็ตั้งราคาไว้เพียงกระสอบละ ๘ บาท​นับว่าถูกมากๆ​

พนักงานขายสมัยนั้น​​ใช้รถจี๊ปแลนด์โรเวอร์หรือบางคนก็​ใช้รถปิ๊กอัพเครื่องเบนซินขนาด ๑๓๐๐ ซีซี. ​เนื่องจากค่าน้ำมันเบนซินตอนนั้น​ถูกมากลิตรละเพียง ๔.๘๐ บาท​ หรือเพียงสี่บาท​แปดสิบสตางค์เท่านั้น​เอง วิ่ง​ใช้งาน​ทั้งวันไม่เกิน ๒๐๐ บาท​ ค่าโรงแรมก็แสนถูกคืนละ ๒๐ ถึง ๔๐ บาท​ ขนาดโรงแรมราชดำเนินในตลาดกำแพงเพชร ราคาเพียงคืนละ ๓๐ บาท​เท่านั้น​เอง

หมอนวดประจำโรงแรมสนนราคา ๒๐ บาท​ อะแฮ่ม! เดินกันให้ขวักไขว่ บางนางก็นั่ง​เอามือเท้าเก้าอี้ม้านั่งแขนอ่อน​แต่งตัวเช้งวับ ทาหน้าขาวปากแดงรอลูกค้าอยู่​ใกล้ๆ​แถวห้องล็อบบี้ เรื่อง​แบบนี้​เอาไว้เล่าทีหลังดีกว่าเดี๋ยว​จะเสียภาพพจน์การค้าการขายรถไถหมด

​เนื่องจากเ​ถ้าแก่ฮงผู้​เป็นดีลเลอร์ใหม่นั้น​เดิมทีแก​เป็นพ่อค้าพืชไร่ในตลาดอยู่​ก่อนแล้ว​ทำให้มี​ความสัมพันธ์​กับลูกค้าเป้าหมายดีพอสมควร จรูญจึง​ได้รับการร่วมมือจากเ​ถ้าแก่ฮง​เป็นอย่างดีในการแนะนำลูกค้า...​..


"เฮ้ย! อาฉายวันนี้อั๊วมาเยี่ยมถึงบ้าน มีอาไรให้อั๊วกินบ้างวะ?"
เ​ถ้าแก่ฮงโผล่หน้าต่างรถร้องทักก่อนทันที​ที่รถจอดหน้าบ้านอย่างคนคุ้นเคย​เมื่อพาจรูญแวะ​ที่บ้านของนายฉายชาวไร่ข้าวโพดหลังหนึ่ง​ในหมู่บ้านวังพิกุล เขตอำเภอไทรงาม ​เนื่องจากสมัยนั้น​รถยนต์ไม่มีแอร์คอนดิชั่นเนอร์ติด​เพื่ออำนวย​ความสะดวก​สบายเหมือนสมัยนี้ หน้าตา​ที่โผล่ให้เห็นจึงคล้าย​กับฝรั่งหัวแดงกลายๆ​

"อ้าว! เ​ถ้าแก่เองนึกว่า​ใคร ไม่ทัน​ได้มองว่ารถ​ใคร​เพราะไม่เคยเห็นมาก่อน" นายฉายเอ่ยตอบอย่างอารมณ์ดี

"รถของคุงจารูญ​เขามาจากบริษัท ​เขา​จะมาขายรถไถให้ลื๊อ ​เอาไหมวะ?" เ​ถ้าแก่ฮงเปิดการขายทันทีอย่างไม่อ้อมค้อม

"ผม​จะ​เอาเงิน​ที่ไหน​ไปซื้อ เงินไม่มีสักแดง" นายฉายพูด​ความจริง ​เพราะคนอยู่​ป่าอยู่​ดงไม่จำ​เป็น​ต้องมีเงินติดตัว ​จะพกเงินทีก็ตอน​ที่จำ​เป็น​ต้องเข้าเมืองหรือเข้าตลาดเท่านั้น​แหละ​

"ไอ้ห่า..ฉายยังไม่ทันถามเลย​ว่ารถราคาคันละเท่าไหร่ บอก​ได้ว่าไม่มีตังค์" เ​ถ้าแก่ฮงแย็บตามฟอร์มพ่อค้า

"แล้ว​มันราคาเท่าไหร่กันล่ะ ไอ้รถถงรถไถของเ​ถ้าแก่เนี่ย?" นายฉายเริ่มตกกระได

"ขนาดแปดสิบห้าแรงม้าก็เก้าหมื่นสอง ​และขนาดกลางหกสิบห้าแรงม้าก็แปดหมื่นห้าเท่านั้น​เอง" จรูญตอบแทนเ​ถ้าแก่ฮงแทบ​จะทันที

"ตายโหง..ตั้งแปดเก้าหมื่นผมไม่มีปัญญาซื้อหรอกครับ​!" นายฉายว่า "ขายข้าวโพด​ทั้งปียังไม่พอซื้อเลย​"

"ซื้อเงินผ่อนก็​ได้นี่ครับ​" จรูญเสนอ

"ผ่อนยังไงล่ะ?" นายฉายเริ่มซักด้วย​ความสนใจ แสดงว่าปลาเริ่มตอดเหยื่อแล้ว​ ทำให้จรูญเริ่มใจชื้นขึ้น​มานิดๆ​

"ก็เงินดาวน์สองหมื่นสอง ​ที่เหลือผ่อนสองปีคิดดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปี" จรูญเปิดกระเป๋าเอกสารหยิบลิฟเฟล็ทหรือแคตตาล็อก​พร้อมใบเสนอราคาออกมาให้ดู

"ผ่อนเดือนละ ๓,๘๐๐ บาท​ ราคานี้รวมอุปกรณ์เบ็ดเสร็จสองชุด​คือ ไถบุกเบิกสามจาน ​กับไถพรวนเจ็ดจาน ของนอกผลิตจากประเทศอังกฤษ​ทั้งหมด"

"แล้ว​ผม​จะ​เอาเงินดาวน์​ที่ไหนล่ะ?" นายฉายถามซื่อๆ​

จรูญไม่นึกว่า​จะมาเจอคำถามปัญหาโลกแตกแบบนี้ ทำ​เอางุนงง​ไปพอสมควร พลางหันหน้ามองเ​ถ้าแก่ฮงคล้าย​จะปรึกษาว่า​จะ​เอาอย่างไรกันดี ก็​พอดีเหลือบ​ไปเห็นหญิงสาววัยกำดัดนางหนึ่ง​หน้าตาหน้าเอ็นดูยกขันน้ำมาตั้งตรงหน้า ​พร้อมสบตาชายหนุ่มอย่างเอียงอาย

"โฉมฉินลูกสาวผมเอง" นายฉายบอกสีหน้าเรียบๆ​

"เดี๋ยวบอกแม่มึงเตรียมข้าวปลาอาหารไว้ต้อนรับเ​ถ้าแก่ฮงแกหน่อย​เดี๋ยว​จะหาว่าไอ้ฉายใจจืดใจดำ" ประโยคหลังแกหันมาบอกโฉมฉินลูกสาว

"จ๊ะ​พ่อ" สาวน้อยโฉมฉินรับคำ แล้ว​ค่อยๆ​ถอยเดินออก​ไป​แต่ไม่วายหันหน้ามามองหนุ่มแปลกหน้าก่อนผละ​ไป ดวงตากลมโตแจ่มใสทำ​เอาจรูญใจเต้นไม่​เป็นส่ำ​เมื่อมาเจอ​เอาช้างเผือกกลางไพรเข้าแบบนี้

"ลื๊อไม่มีเงินจริงๆ​หรือวะอาฉาย?" เ​ถ้าแก่ฮงถามตรงๆ​

"ก็จริงละซี!" นายฉายตอบ​พร้อมทำท่าแบมือโบ๋เบ๋ให้ดู

"ค่าไถ​ที่ไร่ข้าวโพดเนี่ย..ตกไร่ละเท่าไหร่?" จรูญซัก

"ไร่ละ ๔๐ บาท​ ​ถ้าไถนาก็ ๒๐-๓๐ บาท​แล้ว​​แต่ยากง่าย"

"น่าสนใจ นี่​ถ้าน้าฉายรับจ้างไถ​ที่ปีสองปีก็เกินคุ้มแล้ว​" จรูญแนะ

"กลัวว่าไถแล้ว​​จะเก็บเงินไม่​ได้ละซี้!" นายฉายว่า

"เรื่อง​นี้ผมกล้ารับ​เอาหัว​เป็นประกันเลย​ว่า​ต้องเก็บ​ได้แน่ ​เพราะธรรมดาหว่านพืชมัน​ต้อง​ได้ผลแน่นอนอยู่​แล้ว​"

จรูญยืนยันพลางชำเลืองหัน​ไปมองทางเ​ถ้าแก่ฮง​เพื่อหาลูกคู่ ​เมื่อเห็นแกยังนิ่งเฉยแบบแบ่งรับแบ่งสู้ ​เขาจึงหัน​ไปพูด​กับแก​เป็นเชิงสรรพยอกว่า

"เ​ถ้าแก่กลัวไม่​ได้หนี้คืนละซี ใช่ไหมล่ะ?"

"เปล่าน่อ! ไร่ยังไม่​ได้ไถ​จะ​เอาเงินมาจากไหน ​ใครอี​จะให้วะ?" เ​ถ้าแก่ฮงแย้งเสียงหลง

"นี่ก็ใกล้ฤดูเพาะปลูกพืชรุ่นใหม่ ​ต้องเริ่มเร่งเก็บเกี่ยวของเก่า​ที่ตกค้างอยู่​ให้หมด ​และเริ่มลงมือไถกัน​ได้แล้ว​ใช่ไหมครับ​น้าฉาย?" จรูญถามตาม​ความรู้​ที่​ได้สอบถามมาก่อนแล้ว​จากชาวไร่ทั่ว​ไป ​โดยเฉพาะจากเ​ถ้าแก่ฮงนายทุนพ่อค้าพืชไร่

"ครับ​" นายฉายตอบตาม​ที่​เป็นจริง "​แต่เก็บเกี่ยวแล้ว​​จะมีเงินเหลือกันซักเท่าไหร่ยังไม่รู้เลย​ หลังจาก​ใช้หนี้เสร็จก็คง​ต้อง​เป็นหนี้ขอกู้ต่อกันใหม่อีกปี" ​เขาพูดพลางหัน​ไปมองหน้าเ​ถ้าแก่ฮง

"น้าฉายกะว่า​จะรวบรวมชาวไร่​ที่​จะไถ​ที่ไร่ในบริเวณนี้​ได้สักกี่คนละครับ​ตอนนี้" จรูญถามราว​กับมีอะไร​อยู่​ในใจ

"เดี๋ยวนี้เลย​หรือครับ​?" แกถามซ้ำ​เพื่อยืนยัน

"ครับ​" ชายหนุ่มพยักหน้ารับคำ

"เย็นนี้กินเหล้ากินข้าว​ที่บ้านผม แล้ว​ผม​จะป่าวประกาศชาวไร่ให้มารวมตัวกัน​ที่นี่" นายฉายพูดรับรองหนักแน่น

"ขอบคุณครับ​"


เย็นนั้น​เ​ถ้าแก่ฮงล่อเหล้าจนตัวแดง​เป็นลูกตำลึงสุกด้วยส่าเหล้า แก​เป็นคนผิวขาวตัวใหญ่พูดจาฉะฉาน​และใจถึง ​ที่เราชอบเรียกกันว่าใจนักเลงนั่นแหละ​ จนชาวบ้านพากันให้สมญาแกว่า "เจ๊กนักเลง" ถึงอย่างไรแกก็​เป็น​ที่รักนับถือของชาวบ้านแถบนี้ ​ทั้งนี้​ทั้งนั้น​ก็​เพราะด้วย​ความมีใจนักเลงนี่แหละ​ครับ​!

ชาวไร่​ที่มารวมตัวกันนั้น​มากเกิน​ความคาดหมาย ต่างพากันแสดง​ความยินดี​ที่นายฉาย​จะถอยรถไถใหม่เอี่ยมจากร้านเ​ถ้าแก่ฮงดีลเลอร์ใหม่ แรกๆ​ทำ​เอานายฉายงุนงง​ไปจนถึง​กับนิ่งอึ้งเลย​ทีเดียว ราว​กับถูกหมัดเด็ดก็ไม่ปาน

นายฉายเองนั้น​นึกไม่ถึงว่า​เขา​จะถูกชาวบ้านพากันมาตู่​เอาว่า ​เขาซื้อรถไถใหม่แล้ว​เรียก​เพื่อนบ้านให้มาฉลองในโอกาส​ที่ซื้อรถใหม่...​.นี่​ถ้าไม่​ได้ไอ้หนุ่มหน้ามนคนซื่อเจ้าหน้า​ที่บริษัทขายรถไถช่วยไว้ในระฆังยกสุดท้ายแล้ว​ละก็ นายฉายคงหน้าแตก​เป็นริ้วปลาแห้งแน่ๆ​ นับว่า​ต้องขอบคุณสวรรค์ทีเดียว ​ที่ช่วยส่งเจ้าหมอนี่มา​พร้อมกัน!

นี่​ถ้านายฉายรู้ว่าจรูญเจ้าเซลส์แมนตัวดีนั่นเอง​ที่แอบ​ไปตีสนิท​กับลูกสาวกะลูกชายของแก ​โดยกระซิบบอก​กับโฉมฉิน​และส้มฉุนน้องชายให้​ไปโพนทะนาว่านายฉาย​จะถอยรถใหม่ให้มาฉลองกันหน่อย​ ​ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่อง​คอขาดบาดตายอะไร​นักหนา ​เพราะถึงอย่างไรนายฉายก็ตระเตรียมเหล้ายาปลาปิ้งไว้อย่าง​พร้อมสรรพอยู่​แล้ว​

จรูญกะว่า​จะพูดตรงๆ​​กับชาวไร่เรื่อง​เงินดาวน์รถไถ​ที่​เป็นปัญหานั้น​ ​ซึ่งแก้​ได้ง่ายนิดเดียวเพียงชาวไร่จ่ายเงินค่าไถ​ที่ดินล่วงหน้าให้​โดยจัดคิวการไถเรียงตามลำดับจ่ายเงินก่อนหลังเท่านี้ก็สิ้นเรื่อง​


"กราบเรียนท่านพ่อ-แม่พี่น้อง​และท่านเกษตรกร​ที่เคารพรักทุกท่าน" จรูญเริ่มอารัมภบท

"ตาม​ที่ท่านคงทราบดีอยู่​แล้ว​ว่าคุณน้าฉาย​จะซื้อรถไถใหม่​แต่ยังขาดเงินดาวน์อีกเพียงเล็กน้อย​และมี​ความจำ​เป็น​ที่​จะ​ต้องชำระเงินดาวน์ให้ครบจำนวนตามระเบียบของบริษัทก่อน จึง​จะ​สามารถนำรถไถออกมาทำงาน​ได้" หลังจากจรูญพูดจบเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจจากผู้มาร่วมงานก็ค่อยๆ​ทวีดังขึ้น​เรื่อยๆ​

"ทำไมบริษัทถึงใจดำจัง ให้ไอ้ฉายถอยรถไถออกมาทำงานก่อนก็ไม่​ได้ พวกเรา​พร้อม​จะจ่ายค่าไถ​ที่ให้อยู่​แล้ว​" ลุงน้อยเจ้าของไร่มันสำปะหลังรายหนึ่ง​กล่าว​กับจรูญด้วยสีหน้าตึงนิดๆ​

"ผม​ต้องขอโทษด้วยครับ​ ​เพราะอันนี้​เป็นระเบียบของบริษัท​ที่​จะ​ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด" ชายหนุ่มตอบพยายามทำสีหน้าให้เรียบเฉยเข้าไว้

"งั้นข้าช่วยก่อนสามพันพรุ่งนี้เบิกค่าส่งมันสำปะหลังจากโรงโม่​ได้​จะ​เอามาให้ ​แต่ไอ้ฉายเอ็ง​ต้องสัญญา​กับข้าว่า​ต้องไถ​ที่ของข้าก่อน​ใครนาโว้ย ห้ามเบี้ยว" ลุงน้อยตั้งข้อเสนอ​พร้อมกำหนดกฎเกณฑ์ให้เสร็จสรรพ ​ซึ่งถูกใจจรูญเซลส์แมนรถไถ​เป็น​ที่สุด

"ของข้านายี่สิบแปดไร่ค่าจ้างไถเท่าไหร่วะ" เฒ่าโพธิ์เจ้าของนาอีกคนหนึ่ง​​ที่สนใจเอ่ยถาม "ไถด้วยคราดด้วยข้า​จะปลูกแตงโมจินตหรา สักสองพันก่อนพอไหมวะไอ้ฉาย ​แต่​ต้องไถ​ที่ข้าต่อจากทิดน้อยด้วย ไม่งั้นข้าไม่ยอม ​ที่เหลือคิดกันหลังไถเสร็จแล้ว​" เฒ่าโพธิ์เจ้าของนาสำทับ

"เออๆ​..ข้าด้วยไอ้ฉาย" เสียงป้ามาลัยเจ้าของไร่ข้าวโพดส่งเสียงใสมาจากด้านหลัง "ข้าช่วยเท่าตาน้อยมันสามพันเหมือนกัน ไถ​ที่ไร่ปลูกข้าวโพดของข้าต่อจากไถนาตาโพธิ์เสร็จแล้ว​ค่อยมาคิดกันอีกที" ป้ามาลัย​เป็นหญิงวัยกลางคนร่างท้วมเกล้ามวยมัดแน่นจนหน้าตึง ​แต่ท่าทาง​เป็นหญิงอารมณ์ดี

"ข้าด้วยไอ้ฉาย...​" เสียง​ใครอีกคนตะโกนทันที​ที่ป้ามาลัยพูดจบ

"ข้าด้วย...​"

"ข้าด้วย..ข้าด้วย ๆ​ ๆ​" แล้ว​เสียงต่อๆ​มาก็ดังแก่งแย่งกันพูดจนเสียงขรม

สรุปแล้ว​ชาวไร่ชาวนา​ที่มาร่วมงานคืนนั้น​ต่างยินดี​เป็นลูกค้าของนายฉาย​ทั้งหมด​และ​พร้อม​ที่​จะจ่ายเงินให้ล่วงหน้า​โดยไม่บิดพลิ้วสักรายเดียว

ฉะนั้น​​กับข้าวเหล้ายาปลาปิ้งคืนนั้น​นายฉายจึงยกออกมาเลี้ยงอย่างไม่อั้น​เมื่อเหตุการณ์เกิดกลับตาลปัตรขึ้น​มาเช่นนั้น​ แทน​ที่​จะ​ได้เพียงเงินดาวน์กลับกลาย​เป็นว่านายฉายมีเงินมากพอ​ที่แทบ​จะซื้อรถไถในราคาเงินสด​ได้เลย​ทีเดียว

ไม่เชื่อก็​ต้องเชื่อ!

​เพราะละแวกนั้น​รถไถหาทำยาแทบไม่​ได้เลย​ บางคนยังไม่เคยเห็นหรือรู้จักด้วยซ้ำ​ไปว่าหน้าตาของรถไถนั้น​มัน​เป็นอย่างไร?

ตกลงคืนนั้น​​ทั้งจรูญ​และเ​ถ้าแก่ฮงก็กลับกำแพงเพชรไม่ไหว ​เป็น​เพราะพิษสง​และฤทธิ์เดชของส.ร.ถ.น้ำตาตั๊กแตนไหนั้น​


ตอนเช้า​วันรุ่งขึ้น​ขณะเดินทางกลับกันมาบนรถ จรูญขับรถหลบหลุม​และร่องล้อเกวียนมาตลอดทาง เ​ถ้าแก่ฮงนั่งโงกเงกคอพับคออ่อนตามแรงกระแทกของรถเหมือนตอนขาเข้า​ไป​เมื่อวานไม่มีผิด

หลังจาก​ที่หูตาเริ่มสว่างหายพ้นจาก​ความมึนเมา พอสร่างเมาทำให้สติเริ่มฟื้นคืนกลับ พลันจรูญก็​ได้ยินเสียงบ่นงึมงำพอ​ได้ยินชัดว่า

"ไอ้...​เห้..เอ๊ย! เงินดาวน์รถไถของอาฉายนี่มันเงินอั๊ว​ทั้งนั้น​เลย​นี่หว่า! พวกชาวไร่​ที่นี่ลูกหนี้อั๊วกว่าครึ่ง ตกลงเท่า​กับอั๊ว​ต้องออกเงินดาวน์ให้อาฉายก่อนคนเดียว..ไอ๊ย่า!..นี่มันเนื้อเต่ายำเต่านี่หว่าอาคุงจารูญ?"


*********

 

F a c t   C a r d
Article ID A-2661 Article's Rate 4 votes
ชื่อเรื่อง ปัดฝุ่นรถไถ
ผู้แต่ง กาบแก้ว
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ฉันเขียนให้เธออ่าน
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๘๘๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๖
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-13303 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 23 พ.ย. 2550, 15.01 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : pilgrim [C-13335 ], [124.121.116.192]
เมื่อวันที่ : 03 ธ.ค. 2550, 22.50 น.

มาฟังชีวิตชาวไร่ด้วยคนค่ะ​ ลุงปิง

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น