นิตยสารรายสะดวก  Articles  ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๐
เดินป่าสะแกราชไปชมไก่ฟ้าพญาลอ
มนต์อักษรา
...ช่วงปลายเดือนตุลาคม​​เป็นเดือน​​ที่น่าท่องเ​​ที่ยวป่า​​และภูเขามาก​​ที่สุด ​​เพราะ​​เป็นช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว ต้นไม้​​จะ​​เป็นสีเขียวขจี ฉัน​​และครอบครัว​​ซึ่งมีจำนวนสมาชิกแค่สามคนเลย​​ตัดสินใจ​​ที่​​จะ​​ไปเดินป่ากัน...
ช่วงปลายเดือนตุลาคม​เป็นเดือน​ที่น่าท่องเ​ที่ยวป่า​และภูเขามาก​ที่สุด ​เพราะ​เป็นช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว ต้นไม้​จะ​เป็นสีเขียวขจี ฉัน​และครอบครัว​ซึ่งมีจำนวนสมาชิกแค่สามคนเลย​ตัดสินใจ​ที่​จะ​ไปเดินป่ากัน

ฉัน​กับลูกสาววัยเจ็ดขวบ ยังไม่เคยเดินป่าเลย​ ​ส่วนสามีของฉันชอบการเดินป่ามาก​เขาเคย​ไปเดินป่า​เขาใหญ่​และภูกระดึงมาแล้ว​ สำหรับป่าสะแกราช ​เขาบอกว่าเดินง่ายมาก ​เพราะมีถนนลาดยางเหมาะสำหรับเด็ก​และคน​ที่ยังไม่เคยเดินป่า

ฉัน​และครอบครัว เลือก​ไปเดินป่ากัน​ที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช พวกเรา​ทั้งสามคน เริ่มออกเดินทางจาก​ที่พักในอำเภอครบุรี เวลาประมาณห้าโมงเช้า​ ​ไปรับประทานอาหารกลางวันกัน​ที่ ร้านขนมจีนแม่ประภาศรี ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว ร้านขนมจีนแห่งนี้​เป็นร้าน​ที่มีชื่อเสียง ​เพราะมีรสชาติอร่อยมาก ของอำเภอวังน้ำเขียว มีน้ำยาหลายชนิด​แต่​ที่ฉัน​กับครอบครัวชอบรับประทานมาก​ที่สุด ​คือ น้ำยาแกงไก่ใส่เห็ดหอม

ช่วงวันหยุด​ที่ร้านแห่งนี้คน​จะแน่นมาก นอกจากรสชาติอร่อยแล้ว​ราคายังถูกมากรับประทานกันจนอิ่ม ​และซื้อกลับบ้าน ยังไม่ถึงสองร้อยบาท​เลย​ ​เมื่ออิ่มท้องแล้ว​ก็เดินทางย้อนกลับ​ไป​ที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ​เพราะว่าร้านขนมจีนร้านนี้อยู่​เลย​ออก​ไป ​ถ้าเดินทางมาจากจังหวัดนครราชสีมา

สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชตั้งอยู่​ในเขตตำบลวังน้ำเขียว ​และ ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ตั้งอยู่​ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 300 กิโลเมตร ​และห่างจากตัวเมืองนครราชสีมา ประมาณ 60 กิโลเมตร หรือ กม.​ที่ 79 ตามทางหลวงหมายเลข 304 มีเนื้อ​ที่ประมาณ 78 ตารางกิโลเมตร ​(ประมาณ 48,750 ไร่)

นอกจากนั้น​ยัง​เป็นสถาน​ที่เหมาะสมสำหรับการศึกษาทางด้านสิ่งแวดล้อม​และนิเวศวิทยา จัดกิจกรรมเข้าค่ายวิทยาศาสตร์ ​และ สิ่งแวดล้อมของโรงเรียนต่างๆ​ ​ซึ่ง​จะจัดตาม​ความเหมาะสมของระดับนักเรียน

สถานีวิจัยแห่งนี้มีป่าดิบแล้ง​และป่าเต็งรัง​ที่มี​ความอุดมสมบูรณ์คง​ความ​เป็นธรรมชาติ มีสิ่งอำนวย​ความสะดวก​แก่นักวิจัย ​และผู้มาเยือน​ที่​พร้อม​จะให้บริการ ​ทั้งทางด้าน​ที่พัก​ถ้ามาเ​ที่ยวกัน​เป็นกลุ่ม ตั้งแต่ สิบคนขึ้น​​ไป ​ต้องโทรศัพท์ติดต่อทางสถานีก่อนล่วงหน้า

(รูปภาพ)

ฉัน​และครอบครัวเดินทางมาถึงสถานีวิจัยแห่งนี้ประมาณบ่ายโมง สามีของฉัน​ไปลงทะเบียนเข้าชม แล้ว​นำเอกสารแผน​ที่การเดินป่ามาเดินกันเอง ​เนื่องจากมากันแค่สามคน เจ้าหน้า​ที่​จะให้เดินป่ากันเองตามแผน​ที่ ​ซึ่งมีอยู่​ด้วยกันหลายเส้นทาง ​ถ้ามากัน​เป็นกลุ่มใหญ่​จะมีเจ้าหน้า​ที่ให้สำหรับนำทางเดินป่า

เส้นทาง​ที่ฉัน​และครอบครัวเลือกเดิน ​คือ เดิน​ไปตามทางลาดยางจนสุดแล้ว​ค่อยเดินกลับ ระยะทาง​ไปกลับรวมกันประมาณ 4 กิโลเมตร ​เพราะ​เป็นเส้นทาง​ที่เดินง่าย​ที่สุด ​โดยพกน้ำดื่ม​ไปคนละขวด

สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชตั้งอยู่​ในเขตภูเขา ภูเขา​ที่สำคัญ​ได้แก่ ​เขาเคลียด ​เขาเขียว ​และ​เขาสูง ปกคลุมด้วยป่าไม้สำคัญ 2 ชนิด ​ได้แก่ ป่าดิบแล้ง (Dry Evergreen Forest) ​และป่าเต็งรัง ​(Dry Dipterocarp Forest)​ พันธุ์ไม้​ที่สำคัญของป่าดิบแล้งชนิดนี้ประกอบด้วย ตะเคียนหิน ตะเคียนทอง กระเบากลัก ​เป็นต้น ป่า​ทั้งสองชนิดครอบคลุมเนื้อ​ที่ประมาณร้อยละ 70 ของพื้น​ที่สถานี นอกนั้น​​เป็นป่าชนิดอื่น เช่นป่าไผ่ ป่าปลูก ทุ่งหญ้า ​เป็นต้น

(รูปภาพ)

สัตว์ป่า​ที่สำรวจพบในเขตสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช มี​ทั้งหมดประมาณ 430 ชนิด ​เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประมาณ 79 ชนิด เช่น เก้ง หมูป่า ​เป็นต้น สัตว์ปีกประมาณ 238 ชนิด ​ได้แก่ ไก่ฟ้าพญาลอ ไก่ป่า นกชนิดต่าง ๆ​ ​เป็นต้น สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก จำนวน 87 ชนิด ในจำนวนสัตว์ดังกล่าว ​เป็นสัตว์หายากใกล้สูญพันธ์​และสัตว์เฉพาะถิ่น ​ได้แก่ เสือโคร่ง กวางป่า พญากระรอกดำ นกยูง ไก่ฟ้าหลังขาว จิ้งเหลนด้วงปักธงชัย ​และตุ๊กแกป่าดงพญาเย็น

ฉัน​และครอบครัวเริ่มเดินป่ากันประมาณบ่ายโมงกว่า ก่อน​จะเดินตามเส้นทาง​ที่ตั้งใจไว้ พวกเราทุกคนยกมือไหว้ศาล​พระภูมิ​ที่อยู่​ริมทางเดินขึ้น​ ​เมื่อเริ่มเดินตามเส้นทางสัตว์ชนิดแรก​ที่ฉัน​ได้เห็น ลักษณะเหมือน​กับกระรอก ​แต่ตัวใหญ่กว่า​ที่เคยเห็น หาง​เป็นพวงยาวสวยงามมาก ​และสีก็แปลกกว่าด้วย ตัวแรกมีสีดำสนิท ​ส่วนตัว​ที่สองนั้น​สีขาวสนิท เห็นอยู่​บนยอดไม้​ที่อยู่​ริมทางเดิน

ใน​ระหว่างทางเจอกลุ่ม​ที่เดินนำหน้าเรามาก่อน​และมีเจ้าหน้า​ที่นำทางในกลุ่มนั้น​​เป็นเด็กอายุประมาณ​ระหว่างแปดถึงสิบขวบ จำนวนหกเจ็ดคน ​และมีผู้ปกครองเดินตามหลังจัดว่า​เป็นกลุ่มใหญ่ มีอุปกรณ์เดินป่า กล้องดูนกครบครันเลย​ทีเดียว

(รูปภาพ)

ถึง​แม้ว่าครอบครัวของฉัน​จะไม่มีเจ้าหน้า​ที่นำทาง​และคอยบอกรายละเอียดเกี่ยว​กับป่า ​แต่​ที่สถานีวิจัยแห่งนี้​จะมีป้ายบอกชื่อต้นไม้​ที่สำคัญติดไว้ตามลำต้นของต้นไม้ มีป้ายอธิบายบอกรายละเอียดเกี่ยว​กับป่าแห่งนี้ ในทุกจุด​ที่มีพืชสำคัญ ​และมีสัตว์ป่า​ที่หายากบางชนิดอยู่​อาศัยบริเวณนั้น​

ป้าย​ที่ฉันเห็น​ได้แก่ป้ายของไก่ฟ้าพญาลอ ทำให้ฉัน​และครอบครัวอยากเห็น​เป็นอย่างมาก แค่ชื่อก็แปลกไม่เคย​ได้ยิน ในใจคิดว่าน่า​จะ​เป็นสัตว์​ที่หายาก ในการเดินป่าครั้งนี้ขอให้​ได้เจอตัวจริงด้วยเถิด ​จะถ่ายรูปไว้ดู​เป็น​ที่ระลึก

ฉัน​และครอบครัวเดินป่าชม​ความงามของธรรมชาติ​กับอากาศ​ที่เย็นสบายไม่ร้อนเลย​ ถึง​แม้ว่า​จะ​เป็นเวลาบ่ายจนลืมเหนื่อย เดินขึ้น​​เขากัน​ไปเรื่อยเรื่อย พอใกล้​จะสุดทางลาดยาง ฉัน​กับครอบครัว​ได้ยินเสียงน้ำตก ​ซึ่งในแผน​ที่ไม่​ได้บอกว่ามีน้ำตกบอกเพียง​แต่ว่ามีเขื่อนอยู่​ใกล้​กับเส้นทาง​ที่พวกเราเดิน

​เมื่อเดินกันมาสุดทางลาดยาง​จะมีลักษณะคล้าย​กับวงเวียนมีต้นไม้​ที่ลำต้นใหญ่​และก็สูงมากอยู่​ตรงกลาง ​และทางขวามือ​จะ​เป็นทางลาดลง​ไปสันเขื่อน พวกเราเดินลง​ไปดูเห็น​เป็นเวิ้งน้ำ​ที่สวยงามมาก

ตอนพวกเราเดินลง​ไปดูสันเขื่อนรีบเดินกัน​ไปอย่างรวดเร็วด้วย​ความตื่นเต้น ​แต่ตอนเดินขึ้น​สิลำบากมาก ​เมื่อขึ้น​มา​ได้ก็​ต้องมานั่งพักดื่มน้ำกันตรงวงเวียนต้นไม้ใหญ่ สามี​กับลูกสาวของฉัน​เขาอยาก​จะเดินต่อ​ไปดูหอคอย

ฉันบอก​เขาสองคนให้ดูนาฬิกา ตอนนั้น​​เป็นเวลาบ่ายสามโมงเย็นแล้ว​ ฉันบอกว่าให้รีบกลับกันเลย​ ​เพราะกว่า​จะเดินลง​ไปถึง​ที่ตั้งสถานี​ต้อง​ใช้เวลา​เป็นชั่วโมง พวกเราเลย​รีบกลับกัน

​ระหว่างทาง​ที่​จะเดินกลับ ในใจนึกว่าเดินเหยียบใบไม้แห้งให้มีเสียงดังสัตว์บางชนิด​จะ​ได้หนี​ไป สัตว์บางชนิด​ที่ว่านั้น​ก็​คืองูนั้น​เอง ฉันตกใจกลัวมาก บอกให้สามี​และลูกสาวหยุดเดิน ​ส่วนงูก็คงตกใจกลัวเช่นเดียวกัน รีบเลื้อยหนี​ไปอย่างรวดเร็ว งู​ที่ฉันเห็นมีสีทองสวยงามมาก ฉันไม่เคยเห็น​ที่ไหนมาก่อนเลย​

(รูปภาพ)

พวกเรา​ทั้งหมดรีบเดินกลับกันอย่างรวดเร็ว ใน​ระหว่างทางเดินก็มองดูทางกันอย่างดีกลัวว่า​จะเจอสัตว์เลื้อยคลาน​ที่เจอ​ไปแล้ว​ พอเดินมา​ได้สักระยะหนึ่ง​พวกเราทุกคน​ต้องหยุดแทบไม่อยาก​จะขยับตัว ​เพราะเจอ​กับฝูงไก่ฟ้าพญาลอประมาณเกือบสิบตัว​ได้ อยู่​บนถนนลาดยาง

ฉันตื่นเต้นมากพยายาม​จะถ่ายรูปไว้ ​แต่​ได้แค่ในระยะไกลพอเดินเข้า​ไปใกล้ พวกไก่ฟ้าก็​จะส่งเสียงขู่บางตัววิ่งตรง​จะมาจิกฉันด้วยซ้ำ​ไป ฉันตกใจมากรีบเดินหนี ด้วย​ความกลัว ​ส่วนไก่ฟ้าก็เดินหนีลงข้างทางเหมือนกัน ส่ง​แต่เสียงขู่ให้พวกเรา​ได้ยิน

ฉัน​และครอบครัวเดินมาถึง​ที่ตั้งสถานี​เป็นเวลาสี่โมงเย็น​พอดี ก่อน​จะถึงสถานีเจอ​กับกลุ่มเด็ก​ที่เดินนำหน้าพวกเรา​ไปเดินออกมาจากเส้นทางแนวกันไฟ​ที่สี่ ​ซึ่งมีเจ้าหน้า​ที่เดินนำทาง​ไปคง​จะ​เป็นเส้นทางในป่า

สามีของฉัน​เขาเคยมาเดินแล้ว​บอกว่า​ถ้าเดินเข้า​ไปตามเส้นทางแนวกันไฟ​ที่สี่ ​จะมีลานต้นพะยอมอยู่​กลางป่า ​ถ้ามา​เป็นกลุ่มเจ้าหน้า​ที่​จะจัดอาหารกลางวันไว้ตอนรับให้พวกเด็กเด็ก​ได้พักรับประทานอาหารกันกลางป่า

(รูปภาพ)

ฉัน​กับลูกตั้งใจกันไว้ว่าคราวหน้า​ถ้ามีโอกาส​ได้มาเดินป่า​ที่สถานีแห่งนี้อีก ​จะ​ต้องเดินเส้นทางตามแนวกันไฟ​เพื่อ​ไปศึกษาธรรมชาติในป่าให้มากกว่านี้ ​โดย​จะ​แต่งตัว​และเตรียมอุปกรณ์ เช่น ไม้​ที่​ใช้สำหรับเดินป่าไว้คอยกันงู กล้องส่องดูนก​และหนังสือสำหรับดูนก ​เพราะป่า​ที่สถานีแห่งนี้มีนกมากมาย​หลายชนิด ​แต่การเดินป่าครั้งนี้สำหรับฉัน​และลูกสาวรู้สึกประทับใจมาก นอกจาก​จะ​ได้สัมผัส​กับธรรมชาติ​ที่สวยงาม แล้ว​ยัง​ได้รับ​ความสงบฝึกสมาธิฝึกสติ​ไปด้วย​พร้อมกัน

ในขณะ​ที่เรา​กำลังเดินทางกลับกันนั้น​ กระรอกสีขาวตัวใหญ่หาง​เป็นพวงสวยงามมาก มาหยุดกินผลไม้อยู่​บนถนนขวางหน้ารถของพวกเรา เสียดาย​ที่ถ่ายรูปไว้ไม่ทัน หนี​ไปเสียก่อน

​ระหว่างทาง​ที่ ฉัน​และครอบครัว ​กำลังเดินทางกลับ​ที่พัก ในอำเภอครบุรี ​ซึ่ง​เป็นเวลาเกือบ​จะหกโมงเย็น บรรยากาศสองข้างทาง​ที่​เป็นทุ่งนา​และไร่อ้อย เต็ม​ไปด้วยหมอกลงจัด ​เป็นภาพ​ที่สวยงามมากไม่เคยเห็นมาก่อน แสดงให้เห็นว่าปีนี้อาจ​จะหนาวจริงจริงตาม​ที่​เป็นข่าว

การเดินป่าครั้งนี้​เป็นการท่องเ​ที่ยว​ที่คุ้มค่ามาก ​ได้ชื่นชม​กับ​ความงามของธรรมชาติ ทำให้รู้สึกรัก​และหวงแหน อยาก​จะอนุรักษ์ไว้ให้อยู่​นานนาน นอกจากนั้น​ยัง​เป็นการ​ได้ออก​กำลังกาย​ได้สูดอาการบริสุทธิ์ ​และ​ได้เ​ที่ยวอย่างสนุกสนาน​ได้​ความรู้ ​แต่เสียค่า​ใช้จ่ายเพียงนิดเดียว เหมาะ​กับภาวะเศรษฐกิจ​ที่​กำลังย่ำแย่อยู่​ในขณะนี้​พอดี

 

F a c t   C a r d
Article ID A-2621 Article's Rate 6 votes
ชื่อเรื่อง เดินป่าสะแกราชไปชมไก่ฟ้าพญาลอ
ผู้แต่ง มนต์อักษรา
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ท่องเที่ยว ผจญภัย
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๐๒๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๙
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-13025 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 24 ต.ค. 2550, 04.11 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : pilgrim [C-13033 ], [203.185.68.195]
เมื่อวันที่ : 24 ต.ค. 2550, 08.20 น.

ขอตาม​ไปเ​ที่ยวด้วยคนนะคะ​ คุณมนต์อักษรา​และครอบครัวโชคดีจัง ​ได้เห็นสัตว์ป่าหลายอย่าง (ถึง​แม้​จะ​เป็นงูก็เถอะนะ อิๆ​ๆ​ๆ​)

รูปภาพไม่ขึ้น​ค่ะ​ ไฟล์ใหญ่เกิน​ไปหรือเปล่าคะ​ ​ถ้าใหญ่​ไป ​ต้องลดขนาดไฟล์รูปลงมาค่ะ​ อยากเห็นรูปจังค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-13063 ], [83.189.167.68]
เมื่อวันที่ : 26 ต.ค. 2550, 03.38 น.

นั่นสิค่ะ​ อยากเห็นรูปด้วยจัง...​. เรื่อง​เล่าก็สนุก อยากเห็นไก่ฟ้าพญาลอบ้าง ​และทำให้อยากทานขนมจีน​ไปด้วยคน (​เป็นงั้น​ไป)

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น