นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๑ สิงหาคม ๒๕๔๖
กำแพงแสงจันทร์
SONG-982
...ตีพิมพ์ครั้งแรกใน รวมเรื่อง​​สั้นชุด "เรื่อง​​รักไม่​​ได้เรื่อง​​"...
ก ำ แ พ ง แ ส ง จั น ท ร์





คืนนี้ฟ้าไม่สวยเลย​...​.​แม้แสงดาว​จะกลาดเกลื่อน...​​แม้แสงเดือน​จะทรงกลดงดงาม...​คืนนี้ฟ้าก็คงยังไม่สวยอยู่​นั่นเอง

คืนนี้​ที่นี่เงียบเกิน​ไป...​.​แม้ผู้คน​จะยังเดิน​ไปมา​เป็นคู่คู่...​​แม้บางคน​จะวิ่งหยอกหลอกล้อกันอย่างสนุกสนาน...​คืนนี้​ที่นี่ก็ยังเงียบ...​เงียบ...​เหลือเกิน

ทุกวันเสียงเรียก...​..พี่ครับ​...​..พี่ครับ​

​จะทำให้ฉันรีบหันกลับ​ไปยิ้มทักทาย

หนุ่มน้อยของฉันหอบหิ้วขนมนมเนย​ที่มีในร้านของ​เขาออกมาให้ฉันรับประทานเสมอ

บางครั้งเราก็นั่งกินด้วยกัน

บางคราว​เขาก็​จะขอตัวกลับ​ไปนอนเสียก่อน​จะ​ได้พูดคุย เกี่ยว​กับเรื่อง​ราว​ที่สรรหามาสร้าง​ความพึงใจให้แก่กัน

...​พี่ครับ​...​พี่ครับ​...​.

​ที่ฉัน​ได้ยินครั้งแรก มันฟังดูสดใสระคนเขินอาย

คงไม่ใช่​เพราะเครื่อง​แต่งตัวของฉัน​ที่ทำให้​เขารู้สึกอย่างนั้น​

คงไม่ใช่​เพราะรูปร่างของฉัน​ที่ทำให้​เขาประหม่า

คงไม่ใช่​เพราะกิริยาอาการของฉัน ​ที่ทำให้​เขากล้าๆ​ กลัวๆ​ ​ที่​จะเข้ามาทักทาย

"ผมขอนั่งด้วยคนนะครับ​" หนุ่มน้อยเพิ่งเอ่ยปากขึ้น​ด้วยเสียงแหบพร่า ​ทั้ง​ที่นั่งลงเคียงข้างฉันแล้ว​

​และฉันก็ไม่​ได้ขยับให้พื้น​ที่​เขาเพิ่ม​แต่อย่างไร...​..ฉันยังคงนั่งอยู่​​ที่เดิม

​ที่​ที่ฉันนั่งอยู่​ทุกวันคืน...​..​ที่​ที่ฉันนั่งชมแสงเดือนแสงดาว​โดยลำพังมานานนักหนา

ฉันหัน​ไปสบตา​กับแววเขินอาย ยิ้มให้​กับ​ความกล้าหาญ

เธอไม่ใช่คนแรกหรอก ​ที่มานั่ง​ที่เก้าอี้ตัวนี้ข้างๆ​ ฉัน

เธอไม่ใช่คนแรกหรอก​ที่ฉัน​จะลุกหนี​ไปเสียให้ไกลแสนไกล

"โรงเรียนยังไม่เลิกไม่ใช่หรือคะ​" ฉัน​จะมอบประโยคนี้แก่​เขาอย่างสม่ำเสมอ

​เมื่อเจอกันตอนกลางวัน

​เมื่อเจอกันตรงนี้

"ดึกขนาดนี้ยังไม่รีบนอนอีกหรือคะ​" ​และคำถามนี้ในเวลากลางคืน

ฉันแน่ใจว่าไม่เคยแอบซ่อนส่งสื่อ​ความหมายในไว้​กับคำถามเหล่านั้น​

ทุกครั้ง ฉันเพียง​แต่แตะ​ที่หลังมือ​เขาเบาๆ​ ยิ้มน้อยๆ​ ก่อน​จะพูดอะไร​สักคำออก​ไป

​ส่วนคำตอบกลับมานั้น​มีสารพัดตามประสาเด็กชายวัยคะนองทั่ว​ไป

หลายครั้ง​ที่​เขา​ต้องรวบรวม​ความกล้ามากมาย​ไว้ในคำพูดบางประโยค

​ซึ่งทุกครั้งฉันก็ชื่นชมในมานะนั้น​ แล้ว​ก็ปฏิเสธออก​ไปด้วยอาการเดิม

...​ค่อยแตะ​ที่หลังมือเบาๆ​ ยิ้มน้อยๆ​ ก่อน​จะพูดอะไร​สักคำออก​ไป

"พี่พักอยู่​​ที่ไหน ทำไมผมเห็นพี่ทุกวัน ทุกครั้ง​ที่มองมา" หนุ่มน้อยเคยถามในครั้งแรกๆ​ ของการสนทนา

"น้องพักอยู่​​ที่ไหน ทำไมถึงเห็นพี่ทุกครั้ง​ที่มองมา" ฉันย้อนถามเรียบง่าย

พยายามไม่ทำให้​เขารู้สึกว่า​​กำลังถูกหมิ่นแคลนใน​ความ​เป็นชาย

"แม่เพิ่งมาเปิดร้านเบเกอรี่​ที่ตรงหัวมุมถนนนั่น" ​เขาชี้ให้มอง​ไป​ที่ลิบตา

ห่างจากสวนสาธารณะนี่ขนาด​ที่ตะโกนเรียกกันไม่​ได้ยิน

"มีคน​เขาว่าร้านเปิดใหม่นั่น อร่อยนัก..​ทั้งขนม​และเครื่องดื่ม" ฉันสานต่อ​ไปตาม​ที่​ได้ยินมา

หลายคนเคย​ใช้​เป็นของฝาก

บางคนแค่ให้ชม

บางคนเคยให้ชิม

บางคนให้ฉันเลือกก่อนชิ้น​ที่เหลือ​จะกลับถึงบ้าน

ฉันไม่มีโอกาสปฏิเสธ​ความปรารถนาดีของผู้คนเหล่านั้น​

จึง​ต้องรับมันไว้อย่าง​ที่​จะทำให้​เขารู้สึกว่า​เรามิ​ได้คิด​จะตัดไมตรี


ครั้งต่อๆ​ มา หาก​ได้พบกันหลังจันทร์ฉาย ​เขา​จะมีขนมเหล่านั้น​ติดมือมาด้วยเสมอ

ไม่เคยคิดเลย​ว่า...​.

น้องชาย​จะนำขนมนมเนยมาล่อหลอกพี่สาวอย่างฉัน​ได้อย่างไร

"พี่พักอยู่​แถวนี้หรือครับ​"

ฉันจับแววคาดคั้นนั้น​​ได้...​.

​ทั้ง​ที่เพียร​จะหันเหเรื่อง​ราว​ไปสู่สิ่งนั้น​สิ่งนี้..รอบกาย..​ทั้งใกล้​และไกลตัว

"พี่รู้จักทุก​ที่ในย่านนี้ดีกว่าเธอ"

ฉันยังคงไม่ตอบคำ เช่นเดียว​กับ​เขา​ที่ยังคงไม่ละ​ความพยายาม

​แต่คำหนึ่ง​​ซึ่งไม่อาจทำให้ฉันแสร้งเสเหหัวเรื่อง​​ไปสู่สิ่งอื่นก็เกิดขึ้น​

​เป็นคำหนึ่ง​​ซึ่งฉันไม่คิดว่า​จะหลุดออกมาจากปากของ​เขา

...​หาก​เขาเฝ้าดูฉันอยู่​ทุกวัน ​ทั้งกลางวันกลางคืน

"พี่ครับ​...​ผม...​ผมรักพี่ครับ​"

ฉันถึง​กับสำลักกาแฟร้อนๆ​ ​ที่​เขาบรรจงชงเอง​กับมือ

"พี่ครับ​...​ผมรักพี่จริงๆ​ นะครับ​"

หนุ่มน้อยยืนยันซ้ำแล้ว​ ด้วยอาจเกรงว่าเสียงตนเอง​จะสั่นเสียจนฉันจับ​ความ​ได้ไม่ถนัด


คืนนั้น​ฉันยืนขึ้น​อย่างเรียบเฉย ซับสีหน้าให้​เป็นปกติด้วยผ้าเช็ดหน้าลายตารางของ​เขา

น้องชาย​ได้​แต่แหงนมองจากท่านั่งหลังพิงพนัก แววตาหวาดหวั่น น้ำตารื้นเอ่อคลอแสดง​ความไม่มั่นใจด้วยการสั่นไหว​ไป​ทั้งร่าง

​เป็นครั้งแรก​ที่ฉัน​ได้สัมผัส​เขามากกว่าครั้งไหน

เนื้อหนุ่มบริสุทธิ์ใสไร้เดียงสา แข็งตึง ​และผ่าวร้อน

สองมือ​เขาค่อยยกขึ้น​มากุมมือ​ที่แตะนิ่งอยู่​​ที่สองข้างแก้มของ​เขา

เรายิ้มให้แก่กัน แล้ว​ฉันก็โน้มตัวลง​ไปประทับรอยริมฝีปาก​ที่หน้าผากเบาๆ​

...​เพียงแค่นั้น​...​

...​เพียงแค่นั้น​จริงๆ​...​.

​เขาถึง​กับเกร็ง​ไป​ทั้งเรือนกาย...​สั่นกระตุกสามสี่ครั้ง...​.แล้ว​ถอนหายใจโล่งยาว...​..

ครู่เดียว​ที่เหมือนว่า​เขาตั้งสติ​ได้ ก็รีบปัดมือ​ที่ยังคงแตะค้างอยู่​ทีสองแก้ม ผุดลุกแล้ว​วิ่งจาก​ไป​โดยไม่ร่ำลา

ฉันรู้ดี...​.

เหล่านั้น​​คือปฏิกิริยา

ฉันไม่​ได้ปฏิเสธ​เขา...​​และ...​​เขาก็ไม่​ได้ปฏิเสธฉัน ​เขาเพียง​แต่ล่วงหน้า​ไปก่อนฉัน ไกลเกินกว่า​ที่​จะหักห้าม

ฉันนั่งลงตรง​ที่เดิม

รอให้คำถามเดิมเวียนกลับมาอีกครั้ง

"ขอนั่งด้วยคนนะครับ​"

ด้วยคำถามนี้ ​จะจาก​ใครก็ตาม

ฉันก็ยังคงนั่งนิ่งไม่​ได้ขยับเขยื้อนหนี​ไปไหน

​ทั้งยังยิ้มรับทักทาย แตะ​ที่หลังมือ​เขาเบาๆ​ ก่อน​ที่​จะสานการสนทนาบทต่อ​ไป

เหล่านี้ทำให้บางคืนยาวนาน

บางคืนหดสั้น

บางวันอ่อนระโหย

บางวันสดชื่นชวนรื่นเริง

บางวันน้องชายยังคงมองมาจาก​ที่ไกล

บางคืนน้องชายยังคงมองมาจาก​ที่ไกล



วันคืนผ่าน​ไป​กับคำทักทายเดิมๆ​ หนุ่มน้อยยังมองฉันจาก​ที่เดิม

ทุกครั้ง​ที่ฉันมอง​ไป ทำไม​ต้องเห็น​เขามองมา

​ที่ลิบตานั้น​ ฉันเห็น​เขาเดินเข้าบ้านอย่างทรุดโทรม แล้ว​ขึ้น​​ไปเหม่อมองมาทางนี้จากหน้าต่างชั้นบน

ทำไม​เขาไม่เข้ามายิ้มแย้มทักทายเหมือนอย่างเดิม

ทำไม...​

​ทั้ง​ที่ฉันก็ไม่​ได้ปฏิเสธหัวใจตัวเองหรือหัวใจ​เขา...​.ทำไม...​

ทำไม...​.

บางวันมี​เพื่อนกลุ่มใหญ่กลับจากโรงเรียนมา​พร้อมกัน

บางวันมีเพียงสาวน้อยอีกคนหนึ่ง​

บางวันเธอคนนั้น​ก็หายเข้า​ไปนานจนปิดร้าน

หายเข้า​ไปนานจนน้องชายลืมมองมาทีฉัน

หายเข้า​ไปนานจนหลายคนเข้ามาเอ่ยถาม​กับฉัน

"ขอนั่งด้วยคนนะครับ​"



​เป็นวัน...​.

​เป็นสัปดาห์...​..

​เป็นเดือน...​...​...​...​...​

หลังจากคืน​ที่​เขาวิ่งจาก​ไป

หลังจาก​ที่​เขาเอ่ยคำรัก แล้ว​ฉันตอบกลับด้วยรอยจุมพิต​ที่หน้าผาก



​เขากลับมาอีกครั้ง​พร้อม​กับกาแฟร้อน​และขนมหวาน

​แม้น้ำเสียง​จะรื่นเริง ​แต่ท่าทีอิดโรยอ่อนล้า ก็ทำให้ฉัน​ต้องถามไถ่

​โดยกลืนการตัดพ้อน้อยอกน้อยใจไว้ภายใน

"ผมสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จแล้ว​ครับ​...​.วันนี้วิชาสุดท้าย"

​ความมั่นอกมั่นใจเพิ่ม​ความใสกังวานในน้ำเสียงให้ชวนฟัง​และพลอยปลื้ม

"ดีนะ..​ได้เรียนสูงๆ​ มีการงานดีๆ​ ทำ ​จะ​ได้ไม่ลำบากเหมือนพี่"

ฉันแน่ใจว่าสิ่ง​ที่เอ่ยออก​ไปไม่​ได้เจือแววอาลัยอันใดเลย​

"พี่ครับ​...​ผม...​ผมรักพี่นะครับ​...​นะครับ​...​.พี่พักอยู่​แถวนี้ไม่ใช่หรือครับ​"

ทำไมฉัน​จะจับ​ความตั้งใจจริงนั้น​ไม่​ได้ ​เขาเฝ้าเวียนเพียรถามอยู่​เช่นนั้น​



ก่อนช่วง​ที่​จะห่างกัน​ไปพักนั้น​...​..

ฉันยังคงไม่ตอบคำ ยังคงไม่แตะ​ต้องสิ่งของอันใด

ไม่​แม้​แต่แตะ​ที่หลังมือ​เขาเบาๆ​ อย่าง​ที่เคย

ไม่ยอม​แม้​แต่​จะรินน้ำตาให้​เขาเห็น

"พี่คง​จะอยู่​คนเดียว...​คง​จะเหงา...​ให้ผมอยู่​​เป็น​เพื่อนพี่อย่างนี้ทุกคืน​ได้ไหมครับ​"

​เขาก้มหน้าพูด​กับเงาของตนเอง

"ผมขอโทษ...​..ผมไม่​ได้ตั้งใจให้มัน​เป็นอย่างนี้...​.​แต่ผม...​ผมกลัวครับ​"

ฉัน​ได้​แต่นิ่งฟังคำสารภาพจากปากของน้องชาย

จากปากของหนุ่มน้อย

จากอัธยาศัยไมตรีของผู้​ที่ฉัน​พร้อม​จะตอบรับคำรัก

"พี่ครับ​...​ผมขอโทษนะครับ​...​"

​เขาคง​จะ​ใช้หลังมือนั้น​ป้ายปาดน้ำตา ​ที่ฉันทัน​ได้เห็นหยาดหนึ่ง​หยดลงบนพื้น

"เธอไม่​ต้องขอโทษพี่...​.หนุ่มน้อย...​.​ที่รักของพี่...​พี่ก็รักเธอเหลือเกินเช่นกัน"

ฉันโอบปลอบ​เขาไว้ในอ้อมแขน

ในครั้งนี้

​แม้​เขา​จะยังคงนิ่งเฉยอยู่​ใน​ความเปล่าเปลี่ยว

ฉันก็​จะ​เป็นฝ่ายขยับให้ชิดแล้ว​​ใช้วงแขน​และเรือนร่างกอดกระชับ​เขาไว้อย่างนั้น​

​ทั้งยัง​จะกระซิบรำพันคำรักจนกว่าน้ำตานั้น​​จะเหือดแห้ง

​แต่มันยากเหลือเกิน...​.

​เมื่อ​เขาถึง​กับปล่อยโฮออกมาอย่างสุด​จะกลั้น

ไม่สนใจ​แม้ฉัน​จะพร่ำปลอบ

หากถึง​กับตีอกชกหัวตัวเอง...​หรือคิดสั้น​ไป...​แล้ว​​จะทำอย่างไร

​เขาร่ำไห้อย่างนั้น​อยู่​จนรุ่งสาง

จนฉัน​ต้อง​เป็นฝ่ายผละออกมาเอง

อารมณ์หนุ่มนั้น​ปรวนแปรถั่งโถม ดั่งพายุในฤดูมรสุม

มัน​จะ​ทั้งชุ่มชื่น​และเกรี้ยวกราดรุนแรง



วันคืนค่อยเคลื่อนผ่าน​ไป

ทุกคืนฉันยังนั่งคอยหนุ่มน้อยของฉัน...​.

หากมี​ใครนั่งอยู่​ก่อนใน​ที่ของฉัน...​​เขาก็​จะยืนรออยู่​ไม่ห่าง...​

แล้ว​ค่อยลงนั่งเคียง​กับฉัน​เมื่อ​ใครคู่นั้น​ผละ​ไป

กาแฟร้อนๆ​ ​และขนมหวานอย่าง​ที่ฉันชอบ ถูกนำมา​พร้อม​กับรอยยิ้ม​และคราบน้ำตา

"​จะร้องไห้​ไปไยเล่าหนุ่มน้อย...​​ที่รักของพี่...​พี่บอกแล้ว​อย่างไรเล่า...​ว่าพี่ก็รักเธอเหลือเกิน"



บางคืน​ที่​เขานั่งเหม่อซึม ฉันก็ค่อยเอนกายหนุนนอนบนตักอุ่น

ส่งแผ่​ความยินดี​ที่​ได้อยู่​ร่วมกันผ่านทางกระแส​ความรู้สึก

พยายามลืม​ความท้อระทม​ที่เพิ่งพ้นผ่าน​ไปไม่นาน


บางคืน​ที่ฉันปลอดโปร่งใจถึง​ที่สุด

ฉันก็​จะหยิบยกเรื่อง​ในวันนั้น​ขึ้น​มายั่วเย้า

วัน​ที่​เขาจูงมือเด็กสาวออกมาจากร้าน...​ขณะ​ที่​ใครคนหนึ่ง​แอบยืนรอ​เขาอยู่​ตรงมุมถนน

แล้ว​ก็ทำท่าวิ่งข้ามถนนจากมา อย่างผู้พ่ายแพ้...​พ่ายแพ้ด้วยประการ​ทั้งปวง

ผู้หญิงคนนั้น​​คือพี่สาวของเธอคนนี้หรือเปล่านะ

ผู้หญิงคนนั้น​ใช่ไหม​ที่​ไปคอยดักมองเธอให้ใกล้กว่า​จะเห็น​ได้จากม้านั่งตัวนี้

ช่างน่าสงสารเหลือเกิน

​ที่เธอไม่เร็วพอ​จะหลบพ้นรถคันนั้น​​ไป​ได้

พี่สาวคนนี้ยังเห็นเธอวิ่งเข้ามาช่วยประคองร่างไร้วิญญาณ ร่ำไห้ อย่างโศกสลดหมดอาย

​ทั้ง​ที่ร่างนั้น​​คือโสเภณีชั้นต่ำ​ที่​ต้องหากิน​ทั้งกลางวันกลางคืน ไม่เลือกพ่อ​เขาหรือลูก​ใคร

เหตุนี้แหละ​พี่ถึงกล้าพูด​ได้เต็มคำ

ว่า...​.พี่รักเธอเหลือเกิน...​..

รักเหมือนอย่าง​ที่ผู้หญิงสักคน​จะมองให้ผู้ชายสักคน ผู้ชาย​ที่ผู้หญิงคนนั้น​เลือกแล้ว​ว่า​จะ​สามารถแบ่งปัน​ความรักอันชื่นบานให้แก่กัน​ได้อย่างไม่รู้จักหมดสิ้น



"พี่คงเบื่อกาแฟเต็มที...​.วันนี้ผมมีชาเขียวมาฝาก...​ดื่มเสียก่อนครับ​ ​จะ​ได้ไม่หนาว"

เสียง​เขายังเอื้ออาทรเสมอเหมือนวันแรก

"คืนนี้อากาศเย็นจัด...​ผมมีของผมมาด้วย ​จะ​ได้นั่งอยู่​​เป็น​เพื่อนพี่​ได้นานๆ​"

ฉันยิ้มปลื้ม...​ดีใจเหลือเกิน​ที่​เขาพอใจ​จะอยู่​​เป็น​เพื่อนฉันเพียงแค่ตรงนี้

ใช่สิ...​.

ตั้งแต่คืน​ที่​เขาร้องห่มร้องไห้ขอโทษขอโพย

​เขาก็ไม่​ได้ร่ำร้องให้ฉันพา​ไป​ที่พักอีกเลย​

คำรักของ​เขา​กับ​ความรักของฉัน กลับมาตรงกันด้วย​ความรู้สึกใสพิศุทธิ์​ได้แล้ว​จริงๆ​



เรานั่งเคียงกันอยู่​อย่างนั้น​เรื่อยมา ไม่มี​ใครมาถามฉันอีกแล้ว​

"ขอนั่งด้วยคน​ได้ไหมครับ​"

​และผู้คน​ที่ผ่าน​ไปมานั้น​ ก็ไม่มีทีท่า​จะสนใจหนุ่มน้อยของฉัน ว่า​เขา​จะพูดคุยกระซิบกระซาบยิ้มหัวอยู่​​กับ​ใคร

​ที่จริงบริเวณนี้สงัดกว่า​ที่เคยเสียด้วยซ้ำ

จากเคย​เป็น​ที่​ที่​ใครสักคน​จะเดินมาพบ​ใครอีกคน

ก็กลับกลาย​เป็น​ที่​ที่คนสองคนจูงมือมาด้วยกันเงียบๆ​ แล้ว​หลบหาย​ไปตามสุมทุมพุ่มไม้

​เพื่อพร่ำพรอดคำรักให้แก่กัน

บางครั้งเราก็หันมาสบตากันอย่างไม่​ได้ตั้งใจ

​เขาเสมองเลย​ออก​ไปยังหนุ่มสาวคู่หนึ่ง​ ​ที่หัวเราะคิกคักหาย​ไปในเงามืดของหมู่ไม้

ฉันไม่แน่ใจว่ารอยยิ้มนั้น​ส่งมา​ที่ฉัน หรือ เลย​​ไป​ที่​ใคร

​แต่ฉันแน่ใจว่า...​ตราบใด​ที่​เขายังคงมานั่งเคียงข้างฉันอยู่​อย่างนี้

หัวใจ​ทั้งดวงของ​เขาก็​จะอยู่​​ที่ฉันตลอด​ไป



"ผมสอบเข้ามหาวิทยาลัย​ได้แล้ว​นะครับ​" ​เขาเอ่ยขึ้น​ในคืนหนึ่ง​

คืน​ที่ฉันนอนหนุนตักอุ่นของ​เขาอย่าง​ที่เคย

คืน​ที่มีชาเขียวกรุ่นควันร้อน ​กับขนมชิ้นน้อยมาวางไว้ข้างกาย

"ดีนะ...​​ได้เรียนสูงๆ​ มีการงานดีๆ​ ทำ ​จะ​ได้ไม่ลำบากเหมือนพี่"

ฉันแน่ใจว่า​คืออีกครั้ง​ที่สิ่ง​ที่เอ่ยออก​ไปไม่​ได้เจือแววอาลัยอันใดไว้เลย​

"พี่ครับ​...​.ผมรักพี่นะครับ​...​.ผม​จะรักพี่สาวของผมตลอด​ไป"

​เขาทำท่า​จะหลั่งน้ำตาออกมาอีกครั้ง

ฉัน​ได้​แต่นิ่งมอง ไม่รู้​จะทำอย่างไร​ได้ ใน​เมื่อ​เขา​พร้อม​ที่​จะรักฉันตลอด​ไป

"​แต่ผม​ต้อง​ไปอยู่​หอพักนะครับ​" เสียง​เขาเบาเหมือนกระซิบ

"​แต่ผม​เป็นห่วงพี่ กลัวพี่​จะหนาว ​จะหิว...​กลัว​จะไม่มี​ใครนั่ง​เป็น​เพื่อนพี่"

หนุ่มน้อยของฉันช่างน่ารัก จนฉันรู้สึกตัวเหมือนว่า ฉัน​เป็นเด็กสาว​ที่แบบบาง ผู้​ได้รับ​ความคุ้มครองป้องกันจากคน​ที่รักฉันอยู่​ตลอดเวลา

เหมือน​กับ...​

เด็กสาวคนนั้น​...​...​...​..


"ผมบอกพ่อไว้แล้ว​นะครับ​...​พี่​จะ​ได้อิ่ม ​ได้อุ่น ​แม้​จะไม่​ได้มีผม​เป็น​เพื่อนคุย...​พี่อย่าโกรธผมนะครับ​"

แล้ว​ฉัน​จะทำอย่างไร​ได้...​นอกจากนั่งนิ่ง เฝ้าดูการกระทำของ​เขาต่อ​ไป



​ที่รักของฉันค่อยล้วงมีดพกใบคมแข็งแรงออกมา

​เขาหันมายิ้ม​กับฉัน แล้ว​หันเข้าหาพนักพิงของม้านั่งตัวนี้

ตัวเดิมตัวเดียว​ที่เราพบกัน

​ที่เรารักกัน

​ที่เราถ่ายทอดสายใยแห่งรักให้แก่กัน



​เขาสลักรอย​เป็นรูปหัวใจทรงสวย ...​..

แล้ว​ค่อยบรรจงเซาแซะเนื้อ​ที่ตรงกลางใจนั้น​​เป็นชื่อของเราสอง

ท้ายอักษรของชื่อหนุ่มน้อย​ได้กลายมา​เป็นสระตัวแรกของชื่อฉัน

มันแสดงถึง​ความรัก​ความผูกพันของเราสอง​ได้​เป็นอย่างดี


ในหัวใจนั้น​ ไม่มีคำว่าพี่สาวหรือน้องชาย

ในรอยใจอันงดงามนั้น​สลักคำว่า "ชิน" ​และ "แพร" ​พร้อม​กับประทับ​ความรัก​ที่แท้จากหัวใจของคน​ทั้งคู่​เอาไว้อย่างบริบูรณ์



...​.คืนนี้​แม้ฟ้า​จะไม่สวยเลย​...​.คืนนี้​แม้​ที่นี่​จะเงียบเกิน​ไป...​..

...​คืนนี้​ที่นี่...​​แม้คน​ที่นำชาร้อน​และขนมหวานมาวางไว้...​..

​จะแสดงอาการหวาดหวั่น ยกมือไหว้​ไปทั่วทิศ​โดยไม่เห็นหัวฉัน

...​.ฉันก็​จะรอ...​.รอวัน...​...​วัน​ที่​เขา​จะกลับมานั่งเคียงข้างฉันตลอด​ไป

 

F a c t   C a r d
Article ID A-254 Article's Rate 14 votes
ชื่อเรื่อง กำแพงแสงจันทร์
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๔๖
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๑๙๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๖๖
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-764 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 21 ส.ค. 2546, 19.25 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : เด็กหญิงลิลลา [C-2697 ], [202.57.174.83]
เมื่อวันที่ : 20 ธ.ค. 2547, 15.13 น.

เศร้าจังค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น