นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๖ สิงหาคม ๒๕๔๖
วิญญาณส่งข่าว
จันทน์กะพ้อ
... วิญญาณส่งข่าว ค่ำวันหนึ่ง​​ ในขณะ​​ที่ครอบครัวของเรา​​กำลังนั่งพักผ่อนหลังอาหารมื้อค่ำผ่านพ้น​​ไปแล...
วิญญาณส่งข่าว

ค่ำวันหนึ่ง​ ในขณะ​ที่ครอบครัวของเรา​กำลังนั่งพักผ่อนหลังอาหารมื้อค่ำผ่านพ้น​ไปแล้ว​ ท่ามกลางแสงสลัวของตะเกียงน้ำมันก๊าด​ที่มีหลอดแก้วทรงสูงโค้งเรียวครอบอยู่​ แสงตะเกียงก่อให้เกิดแสงสีเหลืองส้ม​ที่ทำให้เงาดำของพวกเรา​แต่ละคนทอดยาวออก​ไป ฉันแย่งพี่สาวคนรองอ่านหนังสือ ชัยพฤกษ์ ​ที่แม่เพิ่งซื้อมาให้ ​ส่วนพี่สาวคนโต ช่วยแม่เก็บของอยู่​ในครัว พ่อ​กำลังฟังข่าววิทยุอยู่​ในมุมมืดอย่างเพลิดเพลิน

แม่​และพี่สาวเดินออกมาจากครัว แม่​เอาตะเกียง​ที่ถือมาจากในครัววางลงบนโต๊ะเล็กแล้ว​ร้องขึ้น​ว่า

"กลิ่นอะไร​ เหม็นๆ​ ?"
"อะไร​แม่" พี่สาวคนรองถาม
ทุกคนทำจมูกฟุดฟิดๆ​สูดดมกันใหญ่
"โอ๊ะๆ​ จริงด้วย แม่จ๋า เหม็นหึ่งเลย​" ฉันรีบเห็นด้วย
พี่สาวคนโต ก็พูดว่า
"เหม็นเน่าๆ​นาแม่นา...​กลิ่นเหมือนมาจากใต้บันได.."
"แก...​ตัวเล็กแกเข้า​ไปดูสิว่ามีอะไร​...​หนูตายรึเปล่า...​." พี่คนรองว่าพลางรุนหลังฉันเบาๆ​
"โอ๊ย เรื่อง​...​...​.." ฉันทำตาปะหลับปะเหลิอก
"ไหนๆ​ พี่ดูให้เอง" พี่คนโตอาสา แล้ว​หยิบไฟฉาย​ไปส่องๆ​ค้นๆ​อยู่​ใต้บันได ฉันก็ตาม​ไปมองๆ​ด้วย​ความอยากรู้ แล้ว​พี่ก็ร้องว่า
"ไม่เห็นมีอะไร​เลย​" พ่อชักรำคาญเห็นพวกเราพูดกันตั้งนานแล้ว​ จึงผละจากวิทยุ แล้ว​เข้ามาร่วมวงด้วย
"ไหน เรื่อง​อะไร​กัน...​."

แล้ว​กลิ่นเหม็นก็ส่งกลิ่นรุนแรงขึ้น​ เหมือนมีของเน่าตัวใหญ่ๆ​อยู่​ในบ้าน พวกเราทุกคนนิ่งเงียบ ไม่มี​ใครพูดไม่มี​ใครกระดุกกระดิก เหม็นจน​ต้อง​เอามือปิดจมูก แล้ว​พ่อก็พูดขึ้น​ใน​ความเงียบว่า...​...​...​.

"ไอ้โจ...​...​...​.."

เท่านั้น​แหละ​ ฉันเผ่นผลุงจากเดิม​ที่อยู่​ใกล้พี่สาวคนโตตรงใต้บันไดขึ้น​​ไปนั่งบนกลางตั่ง ​เพราะฉันรู้สึกว่า​​เป็น​ที่​ที่ปลอดภัย​ที่สุด พลางเหลียวซ้ายแลขวาเลิ่กลั่ก แล้ว​พี่สาวสองคนก็เผ่นตามมานั่งข้างๆ​ฉัน เราสามคนนั่งเบียดกันด้วย​ความกลัว ฉันพยายามทำตัวให้เล็ก​ที่สุดขนลุกชัน...​...​.

กลิ่นอันเหม็นรุนแรงยังคงอบอวลต่อ​ไป ฉันมอง​ไปก็เห็นแม่​ไปหยิบ​เอาธูปดอกหนึ่ง​มาจ่อ​ที่เปลวไฟจากตะเกียง แล้ว​ยกมือไหว้ พูดว่า

​ไป​ที่ชอบๆ​เถอะนะ...​." สักพักหนึ่ง​กลิ่นก็ค่อยๆ​จาง...​.. จนหาย​ไปใน​ที่สุด...​...​...​...​.



ย้อน​ไป​เมื่อ สามปี​ที่แล้ว​ พ่อบอก​กับแม่ว่า ให้​ไปหาหมามาเลี้ยงอีกสักตัวสองตัว ​จะ​ได้​เป็น​เพื่อน​กับไอ้ดำ แม่ก็​ไปขอลูกหมามา​ได้ตัวหนึ่ง​ มัน​เป็นลูกหมาขนหยาบยาว สีดำปนน้ำตาล หน้าตาไม่ค่อย​จะรับแขกสักเท่าไร พ่อตั้งชื่อมันว่า โจ พอเลี้ยง​ไปสักพักมันโตขึ้น​หน่อย​ มันก็มีหนวดเครายาวรุงรัง มัน​เป็นหมาหูสั้น ​แต่หูก็ปกลงมานิดๆ​ เห่าเก่ง​และค่อนข้าง​จะดุ

ไอ้โจก็มา​เป็นหมาตัวโปรดแทนไอ้ดำแสนซื่อ ไอ้โจมี​ความ​สามารถพิเศษตรง​ที่มันนั่งสองขา​ได้ เวลาเห่าคนมันก็ไม่วิ่งหนี​ไปอยู่​ท้ายสวนเหมือนไอ้ดำ มันกัด​กับหมาอื่นเก่ง ชนะทุกครั้ง

มันเคยกัด​กับไอ้ดำด้วย ไอ้ดำมันก็คงรู้สึกคับแค้นใจ​ที่ไอ้โจมา​เป็นหมาตัวโปรด​ทั้ง​ที่มาทีหลัง ไอ้ดำจึงสู้ตาย กัดกันไม่ยอมเลิก กัดกันจนตาเหลือก เวลา​ที่มันกัดกันดวงตามันเขียวแวววาวแบบไม่​เป็นมิตร ​เป็นภาพ​ที่น่ากลัวมาก พ่อ​เอาไม้มาตีมัน​ทั้งคู่มันก็ไม่ยอมปล่อย มันกัดกัน​เป็นเวลานานมาก น้ำลายออกมาฟองฟอดๆ​ๆ​ น่าสงสาร​ทั้งคู่เลย​ จนใน​ที่สุดพ่อ​เอาน้ำใส่กระป๋องมาสาดใส่ มันจึงผละจากกัน ​แต่ก็ทำท่า​จะเข้ามาฟัดกันอีก พ่อ​กับแม่จึงช่วยกันไล่ตีให้มันวิ่งหนี​ไปคนละทาง

ภาพ​ที่มันกัดกันส่งเสียงแฮ่ๆ​ โฮกๆ​ตลอดเวลา กัดกันจนหูแหว่ง จมูกวิ่น ​เป็นภาพ​ที่ทำให้เข้าใจ​ได้ลึกซึ้งถึงคำพูด​ที่ว่า กัดกันเหมือนหมา

​เมื่อถึงฤดูร้อนปี​ที่สามของไอ้โจ วันหนึ่ง​มันเดินตัวแข็งทื่อ นัยน์ตาขวางๆ​ ไม่กระดิกหาง ทักทายเหมือน​เมื่อก่อน พ่อบอกว่า มัน​ไปติดโรคหมาบ้ามาแล้ว​ ทำให้พวกเรากลัวมันมาก กลัวว่ามัน​จะมากัดพวกเรา

มันเดินเข้ามาในบ้าน พี่สาวคนโตยืนอยู่​​จะหลบก็หลบไม่ทัน พี่สาวจึงยืนตัวแข็งติดข้างฝา ​ส่วนฉันขึ้น​​ไปยืนอยู่​บนบันไดหายใจไม่ทั่งท้อง พี่สาวหลับตาปี๋ ร้องพึมพัมด้วย​ความกลัวว่า...​...​

"โอย..ไอ้โจ..อย่านะๆ​" ไอ้โจเดินตรงเข้ามา​ที่พี่สาว ดมๆ​ๆ​...​...​...​ แล้ว​ก็เดินผ่าน​ไป พวกเราพากันถอนหายใจอย่างโล่งอก...​...​...​...​..

หลังจากวันนั้น​ พ่อให้แม่ซื้อยาเบื่อมาให้มันกิน ​เพราะว่าอย่างไรเสียมัน​ต้องตายด้วยโรคกลัวน้ำอย่างแน่นอน ​และก่อน​ที่มัน​จะตายมันอาจ​ไปกัด​ใครๆ​ทำให้​ได้รับเชื้อ​ไปอีก พ่อจึงคิดว่าควร​จะเบื่อมันเสียดีกว่า ​แต่มันก็ไม่อยู่​ให้เรา​ต้องทำปาป ​เพราะหลังจากวันนั้น​ มันก็หายตัว​ไปอย่างไร้ร่องรอย จนสามวันผ่าน​ไป...​...​.

มันจึงมาหาพวกเรา ในเวลาใกล้สองทุ่ม​ที่พวกเราอยู่​กัน​พร้อมหน้า ทุกคน​ได้กลิ่นเหม็นอันรุนแรงเหมือนของเน่านั้น​​พร้อมๆ​กัน มันเหม็นจนทนแทบไม่ไหว ​แต่พอแม่จุดธูปยกมือขึ้น​ไหว้ กลิ่นนั้น​ก็ค่อยๆ​ๆ​จางหาย​ไปอย่างไม่น่าเชื่อ พวกเราขนลุกกันเกรียว ​และทุกคนยังจำเหตุการณ์นั้น​​ได้เสมอตลอดมา

เจ้าโจส่งวิญญาณมาบอกข่าวแก่พวกเรา...​...​ว่ามันตายแล้ว​...​..​และเราก็ไม่พบศพมันเลย​...​..

 

F a c t   C a r d
Article ID A-235 Article's Rate 13 votes
ชื่อเรื่อง วิญญาณส่งข่าว
ผู้แต่ง จันทน์กะพ้อ
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๖ สิงหาคม ๒๕๔๖
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๒๔๓ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๔๓
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-704 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 06 ส.ค. 2546, 14.36 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ปรัชญา(สร้างสรรค์) [C-944 ], [202.29.14.3]
เมื่อวันที่ : 24 พ.ย. 2546, 06.28 น.

เป้นเรื่อง​​ที่ ทําให้ข้าพเจ้าคิดไม่ถึงเลย​ว่า​จะ​เป็นเรื่อง​ของหมา​ที่ตาย ข้าพเจ้านึกว่าเป้นเรื่อง​ของคนตายมากกว่า​แต่พออ่านมาเจอรูปหมาจึง​ได้รู้

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น