นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๙ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ก่อนจะสายไป
ชมดอกดาหลา
...กาลครั้งหนึ่ง​​นานมาแล้ว​​ มีเด็กชายน้อยคนหนึ่ง​​ ​​ได้ถือกำเนิดขึ้น​​มาด้วย​​ความรัก​​ความผูกพัน ของพ่อ​​กับแม่ ​​เมื่อเจริญวัยขึ้น​​ ก็วิ่งเล่นซุกซนอยู่​​รอบ ๆ​​ ต้นไม...
กาลครั้งหนึ่ง​นานมาแล้ว​ มีเด็กชายน้อยคนหนึ่ง​ ​ได้ถือกำเนิดขึ้น​มาด้วย​ความรัก​ความผูกพัน ของพ่อ​กับแม่ ​เมื่อเจริญวัยขึ้น​ ก็วิ่งเล่นซุกซนอยู่​รอบ ๆ​ ต้นไม้ ​ที่ให้ร่มเงาร่มรื่น ชื่นเย็น ต้นไม้ไม่เคยคิดถ้อถอยในการ​ที่​จะให้ร่มเงาปกป้อง จวบจนกระทั่ง เด็กชายน้อยคนนี้ เจริญวัย​เป็นหนุ่ม แข็งแรง ​และทุกครั้ง ​ที่มีปัญหาเกิดขึ้น​ เด็กชายน้อยคนนี้ก็มัก​จะมายังต้นไม้ นี้เสมอ ครั้งนี้ก็อีกเช่นเคย เด็กชายน้อย​ที่โต​เป็นหนุ่มแล้ว​ ก็เข้ามานอนเกลือกกลิ้ง อยู่​ใต้ต้นไม้ แล้ว​พูด​กับต้นไม้ว่า
"อยาก​ได้เงิน ​เพื่อนำ​ไป​เป็นค่า สินสอดทองหมั้น ขอสาวเจ้ามา​แต่งงานด้วย" ​เมื่อต้นไม้​ได้ยินดังนั้น​ จึงเอ่ยอนุญาตเด็กชายน้อยว่า
"เจ้าก็​เอาผลไม้ จากต้นของข้านี้​ไปขาย แล้ว​เจ้าก็​จะมีเงิน ​เพื่อนำ​ไปขอสาว ตาม​ความปรารถนาของเจ้า"
เด็กชายน้อย ดีใจมาก จึงลงมือเก็บผลไม้​ที่มี มากมาย​จากต้นไม้ นำ​ไปขาย ​ต่อมาก็​ได้​แต่งงานสมดัง​ที่​ได้ตั้งใจ​เอาไว้ มี​ความสุขเสียจนลืม คิดถึงต้นไม้ ​และไม่เคยกลับ​ไปกาต้นไม้อีกเลย​

​ต่อมา เด็กชายน้อย ​ได้ให้กำเนิดทายาทเพิ่มขึ้น​มา ในครอบครัว จึงคิดอยากสร้างบ้านสักหลังหนึ่ง​ ​เพื่อ​เป็น​ที่พักพิงอาศัยปกป้องคุ้มครองทายาท สืบต่อ​ไป จึง​ได้ระลึกถึงต้นไม้อีกครั้ง ครั้งนี้ก็อีกเช่นเคย เด็กชายน้อยก็กลับมานอนเกลือกกลิ้งอยู่​ใต้ต้นไม้​ซึ่งก็ทำเหมือนทุกครั้ง​ที่ผ่านมา เพียง​แต่ตอนนี้เด็กชายน้อย เริ่มเข้าสู่วัยกลางคน ปากก็พร่ำพรรณนาถึงเรื่อง​ต่าง ๆ​ ​ที่ผ่าน​ไป จนใน​ที่สุดต้นไม้ก็อดใจอ่อนไม่​ได้ จึงเอ่ย​กับเด็กชายน้อยว่า
"ข้าอนุญาตให้เจ้า ตัดรอนกิ่งก้านสาขาของข้า ​เอา​ไปสร้างบ้าน​ที่อยู่​อาศัยให้​กับ ครอบครัวของของเจ้า​ได้"
​เมื่อ​ได้ยินคำอนุญาตจากต้นไม้ เด็กชายน้อยก็ลงมือตัดลิดรอน ​เอากิ่งไม้จากต้นไม้ จากต้นไม้ ​เพื่อนำ​ไปสร้างบ้านตาม​ความประสงค์ของตัวเอง จนเสร็จเรียบร้อย​ ไม่นานก็ลืมเลือนต้นไม้อีกตามเคย ปล่อยให้ต้นไม้อยู่​อย่างโดดเดี่ยวเงียบเหงา ดังเช่น​ทั้งครั้ง​ที่ผ่านมา

เวลาผ่าน​ไปนานแสนนานเหมือนโกหก ทายาทของเด็กชายน้อย ​ได้เจริญวัยขึ้น​ จนต่างคนต่างพากันแยก​ไปมีครอบครัวของตัวเอง ​ไปจนหมดสิ้น ​ความรู้สึกเหงาเกิดขึ้น​​กับเด็กชายน้อย ​ที่​กำลังก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุ เกิด​ความคิดอยาก​จะออกท่องเ​ที่ยว ​เพื่อหา​ความสุข​และประสบการณ์ให้​กับชีวิตในวัยนี้ คิดไม่ออกว่า​จะเริ่มต้น​ที่จุดใดก่อน ใน​ที่สุดก็คิดว่า​จะเดินทางท่องเ​ที่ยวทางน้ำ จำ​เป็น​ที่​จะ​ต้องหาเรือสักหนึ่ง​ลำ ก็​ได้ระลึกถึงต้นไม้ขึ้น​มาอีกครั้ง เหมือนเช่นเดิม​ที่ผ่านมา กลับ​ไปหาต้นไม้ แล้ว​นอนเกลือกกลิ้งอยู่​ใต้ต้นไม้เหมือนเดิม ปากก็พร่ำพรรณนาในเรื่อง​ต่าง ๆ​ ​ที่ผ่าน​ไป จนใน​ที่สุด ต้นไม้ก็ใจอ่อนอีกตามเคยเอ่ยปากอนุญาต ให้เด็กชายน้อย ตัด​เอาลำต้นของต้นไม้ ​ไปขุด​ไปสร้าง​เป็นเรือ ​เพื่อนำ​ไปแสวงหา​ความสุข หาประสบการณ์ให้​กับชีวิต ​เมื่อ​ได้สมดัง​ที่ใจปรารถนาแล้ว​ เด็กชายน้อยก็ออกท่องเ​ที่ยว​ไป จนเพลิน ​และลืมเลือนต้นไม้อีกตามเคย ปล่อยให้ต้นไม้ต่อสู้​กับลม ​กับฝน ​กับธรรมชาติ​ที่แสน​จะโหดร้าย อย่างโดดเดี่ยวเงียบเหงาเดียวดาย

จนกระทั่ง เรือของเด็กชายน้อย​ที่​ใช้มานาน ถึงเวลา​ต้องแตกสลายลง จึงระลึก​ได้ ​และกลับ​ไปหาต้นไม้อีกตามเคย ​แต่คราวนี้สภาพของต้นไม้ทรุดโทรม น่าเวทนายิ่งนัก เด็กชายน้อยมองต้นไม้อย่างรู้สึกสำนึกผิด ​ซึ่งตอนนี้สภาพของเด็กชายน้อยก็ไม่ต่างจากต้นไม้ผมก็เริ่มมีสีขาว ฟันก็เริ่มหลุดร่วง​ไปทีละซี่ หู ตา ก็เริ่ม​จะฝ้าฟาง ​จะนอนเกลือกกลิ้ง เหมือนอย่างเคยก็ไม่​ได้อีกแล้ว​ ​เพราะต้นไม้ไม่มีร่มเงา เหมือน​แต่ก่อน ลำต้นก็ถูกตัด เหลือเพียงตอ ​และราก น้ำตาจากต้นไม้เริ่มหลั่งไหล เสียงเครือเอ่ยขึ้น​​กับเด็กชายน้อยว่า
"เราไม่มีอะไร​​จะให้เจ้าอีกแล้ว​ มี​แต่ราก​ที่​กำลัง​จะเน่า ผุพังลง​ไปในไม่ช้านี้ แล้ว​เจ้า​จะ​เอาอะไร​จากเราอีกละคราวนี้"
ไม่มีเสียงตอบใด ๆ​ จากเด็กชายน้อย เสียง​ที่เล็ดลอดออกมา ​เป็นเสียงสะอื้นไห้ ​เป็นสำนึกสุดท้าย ​ที่เด็กชายน้อย​ได้ตระหนักถึง ​ความรู้สึกผิด ​และรู้สึกเสียดายเวลา​ที่ผ่าน​ไป ​ซึ่งไม่อาจ​จะหวนกลับคืนมา​ได้ แล้ว​ใน​ที่สุดต้นไม้ก็ตายจาก​ไปด้วย​ความอับเฉา

นิทานเรื่อง​นี้​เป็นอุทาหรณ์สอนใจคน ให้รู้สึกสำนึกในบุญคุณ ของผู้ให้กำเนิด ต้นไม้ก็เปรียบเหมือนบิดา มารดาของตน ​เพราะบิดา มารดา​เป็นพรหมของบุตร ​เป็น​พระในบ้าน​ที่บุตรควรเคารพ กราบไหว้บูชา ​เป็นครูอาจารย์คนแรก​ที่อบรมสั่งสอนมา ตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ​ ​เป็นผู้ให้​ที่ยิ่งใหญ่ เหนือการให้​ทั้งปวง ไม่ว่าบุตรของตน​จะประสบเคราะห์กรรมใด ๆ​ ไม่ว่าบุตรของตน​จะมี​ความประพฤติ​ที่เลวทราบเช่นใด บิดา มารดาไม่เคยทอดทิ้งให้บุตรของตน ​ต้องลำบาก ห่วงหาอาทร ห่วงใย​ไปทุกอย่าง ไม่มีผู้ใดในโลกนี้​จะเสมอเหมือน​ได้ ​เมื่อ​เป็นบุตร ก็ให้รู้จักรัก​และห่วงใยท่านอยู่​เสมอ อย่าปล่อยให้ท่าน​ต้องอยู่​อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย ทุกอย่าง​ที่บุตร ธิดา​ต้องการแล้ว​ บิดามารดามัก​จะหามาให้​ได้ดั่งใจปรารถนาแห่งบุตรของตน ​ส่วนบุตร ธิดา ก็ควร​จะตอบแทนท่าน ถึง​แม้นว่า ท่าน​จะไม่​ต้องการก็ตาม สมควร​ที่​จะดูแลท่านให้​ได้รับ​ความสุข ตามสมควรแก่ฐานะของบุตร ธิดา กระทำให้เสมอต้นเสมอปลาย ก่อน​ที่​จะสาย​ไป...​...​...​...​...​.

ข้าพเจ้า​ได้ยินนิทานเรื่อง​นี้นานมาแล้ว​ จึงรวบรวมเรียบเรียงขึ้น​ใหม่ นำเสนอ​ท่านผู้อ่าน ​ถ้าหากท่าน​ได้อ่านแล้ว​เกิด​ความประทับใจ​และเกิดคำอนุโมทนา ก็ขอยกคำ​ที่ท่าน​ได้ อนุโมทนา นั้น​ จงสำเร็จแก่ ผู้เขียนนิทานเรื่อง​นี้ข้าพเจ้าเองก็ไม่ทราบนามท่าน ​แต่ก็ขอให้ผลแห่งบารมีนี้ ​เป็นพลัง​เป็นปัจจัยให้ท่าน จงมี​แต่​ความสุขตลอดกาล...​...​

 

F a c t   C a r d
Article ID A-2309 Article's Rate 0 votes
ชื่อเรื่อง ก่อนจะสายไป
ผู้แต่ง ชมดอกดาหลา
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๙ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ บันทึกเงาความคิด
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๖๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-11523 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 09 พ.ค. 2550, 10.18 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น