นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๖ เมษายน ๒๕๕๐
สำนึกสุดท้าย
โรมรัน
...ถึง​​แม้ลม​​จะแรง เมฆหมอก​​จะครึ้มฟ้าครึ้มฝน ​​แต่เช้า​​วันนี้ก็ยัง​​เป็นเช้า​​​​ที่สดใสสำหรับผม ​​เพราะในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ผม​​จะ​​ต้องเข้าพิธีสำคัญ พิ...
ถึง​แม้ลม​จะแรง เมฆหมอก​จะครึ้มฟ้าครึ้มฝน ​แต่เช้า​วันนี้ก็ยัง​เป็นเช้า​​ที่สดใสสำหรับผม ​เพราะในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ผม​จะ​ต้องเข้าพิธีสำคัญ พิธีรับมอบตำแหน่ง ผู้จัดการบริษัท เนคไทถูกขยับจนเข้า​ที่ ผมถูกหวีจนเรียบแปล้ นั่น​เป็นสัญญาณว่าผม​พร้อมแล้ว​​ที่​จะ​ไปปรากฎกายต่อหน้าคนนับสิบ ผมหยิบบทพูดขึ้น​มาท่องอีกครั้งกันลืม "ผมขอขอบคุณ ทุกท่าน​ที่ให้โอกาสผม ผมสัญญาว่าผม​จะทำหน้า​ที่นี้ให้ดี​ที่สุด ให้สม​กับ​ที่ทุกคนไว้ใจ" พูดจบก็ซ้อมเดินอย่างอกผายไหล่ผึ่ง​เป็นเ​ที่ยวสุดท้ายก่อนเดิน​ไป​ที่ประตู ​แต่มีคนเปิดประตูเข้ามา​พอดี
" โอ๊ะ ริน ทำอะไร​ไม่ดูเลย​ ดูซิประตูเกือบชนหน้าพี่แล้ว​เห็นมะ" ผมมองหน้าน้องสาว​ที่นั่งอยู่​บนรถเข็นด้วยแววตาแข็งกร้าว
" ขอโทษค่ะ​ พี่ธี ​คือริน"
"เดี๋ยวก่อน​ได้มั้ย ตอนนี้พี่รีบ" ผมกระแทกเสียง
"พี่ธี​จะ​ไปไหนเหรอคะ​"
" พี่​จะ​ไปบริษัท ​ไปรับตำแหน่งใหม่" ผมตอบก่อนเดินออก​ไปอย่างไม่ไยดี
กิริน​เป็นน้องสาวแท้ๆ​ ของผม ​เมื่อก่อนผมรักน้องคนนี้มาก ดูแลไม่เคยห่างชนิด​ที่เรียกว่า น้องสุข ผมก็ยิ้ม น้องทุกข์ ผมก็ยิ่งกว่า ​แต่​ความรู้สึกเหล่านั้น​ค่อยเลือนหาย ​เพราะหลังจาก​ที่เธอเข้ามหาวิทยาลัย ก็เริ่มทำตัวเหลวแหลก กลับบ้านดึกๆ​ ดื่นๆ​ บางวันกลับเช้า​เลย​ก็มี ​และพอพ่อแม่ตักเตือนสั่งสอน ก็​จะเถียงคำไม่ตกฟาก ร้ายกว่านั้น​ด่ากลับแบบสาดเสียเทเสียจนแม่น้ำตาเล็ด หนำซ้ำ​เมื่อถูกผมจับ​ได้ว่าแอบ​ไปบ้าน​เพื่อนชาย ก็ขู่ว่าผมสารพัด ว่า​ถ้าเรื่อง​นี้​ไปถึงหูพ่อ​กับแม่ ​จะให้​เพื่อนชายพาพวกมาทำร้ายผม
​และ​โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์​เมื่อสองปีก่อน​ที่ผมไม่เคยลืม วันนั้น​ครอบครัวเราสี่คน​ไปเลี้ยงฉลองกัน ​เนื่องในวันครบรอบ​แต่งงานของพ่อแม่ เราสนุกกันจนดึกดื่น​และผมก็เมามาก ขากลับน้องสาวผมอาสาขับรถให้เอง ปล่อยให้ผู้มี​พระคุณ​ทั้งสองนั่ง สวีทกัน​ที่เบาะหลัง ถึง​แม้ผม​จะครึ่งหลับครึ่งตื่น ผมก็รู้ว่ารินขับรถเร็วมาก ​ทั้งๆ​ ​ที่​เป็นถนนทูเวย์ ผมพยายามเตือน ​แต่เหมือนคำพูด​ที่หลุด​ไป​จะ​เป็นแค่เสียงนกเสียงกา
เธอยังคงขับปาดซ้ายปาดขวาราว​กับ​เป็นสนามโกคาร์ท ​และอยู่​ๆ​ ในช่วง​ที่เธอ​กำลัง​จะขับออกเลนขวา​เพื่อแซงนั้น​ ก็มีรถสวนมาด้วย​ความเร็ว แทน​ที่เธอ​จะชะลอให้รถตรงข้ามผ่าน​ไปก่อน กลับเหยียบคันเร่ง ผมรู้เจตนาของน้องสาวเธอ​จะเร่ง​ความเร็วแซง​และหักซ้ายหลบ ผมเชื่อว่าเธอทำไม่​ได้แน่ "อย่าริน" ผมตะโกน หวังหยุดการกระทำของเธอด้วยเสียง ​แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ เธอเหยียบจนมิด ไฟหน้าจากรถตรงข้ามส่องจ้ามา​พร้อม​กับเสียงแตร ผม​เอามือบังแสงจนแทบไม่เห็นอะไร​ โครม! นั่น​เป็นเสียงสุดท้าย​ที่ผม​ได้ยินก่อนสลบ​ไป
หลังเหตุการณ์ผม​ต้องสูญเสียบุพการี​ทั้งสอง​ไปอย่างไม่มีวันกลับ ​ส่วนผมโชคดีไม่​เป็นอะไร​มาก ขณะ​ที่รินกระดูก​ที่ท่อนขาหัก​ต้องนั่งรถเข็น​ไปตลอดชีวิต ​แต่ผมก็ไม่เคยคิดสงสารน้องเลย​​แม้​แต่นิดเดียว ​เพราะผมมองว่า ริน​เป็นต้นเหตุ​ที่ทำให้พ่อ​กับแม่​ต้องตาย ผมเฝ้าบอก​กับตัวเองเสมอว่า ผม​จะไม่มีวันยกโทษให้เธอคนนี้เด็ดขาด

ผมเตรียม​ที่​จะขึ้น​รถก็เห็นมีคนมากดออด​ที่หน้าประตูบ้าน ผมจึงรีบรุด​ไป​ที่ต้นเสียง
" อ้าวป้ามีอะไร​หรือครับ​"
" เปล่า ป้าก็แค่แวะมาดูเฉยๆ​ แล้ว​นี่​จะ​ไปไหนเหรอ"
" ผม​จะ​ไปทำธุระ​ที่บริษัทนะครับ​"
" งั้นก็รีบ​ไปเถอะ"
" เออ เดี๋ยวครับ​ป้า ​ถ้าป้าว่างๆ​ ก็เหมือนเดิมนะครับ​" ป้าพยักหน้าให้ผมแทนคำตอบ
​เป็นประจำอยู่​แล้ว​​ที่ผมมัก​จะไหว้วานป้าหน่อย​​ที่อาศัยอยู่​ข้างบ้านให้เข้ามาช่วยดูแลริน ​เพราะหวั่นใจ กลัวว่าน้องสาว​จะเข้ามารื้อข้าวของภายในห้องอีก ผมเคยบอก​กับป้า​ไปหลายหนแล้ว​ว่า ผมไม่ค่อยไว้ใจริน

ทันที​ที่ผมเปิดประตูเข้า​ไปในห้องประชุม ภาพแรก​ที่ผม​ได้เห็น​คือ ห้อง​ที่ว่างเปล่าไร้เงาของผู้คน ผมก้มมองนาฬิกานี่ก็​ได้เวลาแล้ว​ ทำไมยังไม่มี​ใครมาอีก ​โดยเฉพาะท่านประธาน​ซึ่ง​เป็นคนเคร่งครัดมากไม่เคยมาสาย​แม้​แต่ครั้งเดียว ผมรู้สึกร้อนรนจึงพลุนพลันเปิดประตูแล้ว​วิ่ง​ไปดู​แต่ละแผนก ​แต่ก็ไม่พบ​ใคร ผมคิดว่าลองโทรหา​เพื่อนดีกว่า ​แต่นึกขึ้น​​ได้ว่าลืมกระเป๋าไว้ในห้อง ​แต่​เมื่อประตูถูกเปิดออกผมก็เห็นทุกคนอยู่​ในห้อง
" ขอเสียงปรบมือต้อนรับ "คุณธีรศิลป์ ผู้จัดการคนใหม่ของพวกเรา" พูดจบเสียงปรบมือโห่ร้อง ดีใจก็ดังขึ้น​แทน
"เซอร์ไพรส์มั้ยครับ​คุณธีรศิลป์" หนึ่ง​ในพนักงานถาม ผมยิ้มแทนคำตอบ
หลังเสร็จงานรับมอบตำแหน่ง ผมก็พาลูกน้องผม​ไปเลี้ยงฉลองเล็กๆ​ ผมรู้สึกว่า​ตั้งแต่พ่อ​กับแม่ตายผมไม่เคยมี​ความสุขเท่าวันนี้เลย​

​เมื่อรถผมมาจอด​ที่หน้าบ้าน ก็เห็นป้าหน่อย​ยืนอยู่​ไม่ห่าง ผมอดสงสัยไม่​ได้จึงรีบเปิดประตรถลง​ไป
" ป้า​เป็นอะไร​หรือเปล่าครับ​ ทำไมมายืนตรงนี้"
" เอ่อ...​​คือ ป้า"
" มีอะไร​ก็พูดมาสิครับ​"
"ป้า...​ ป้า​จะมาบอกว่าป้ากลับก่อนนะ"
" เอ้า เรื่อง​แค่นี้เองเหรอครับ​ คราวหลัง​ถ้าป้า​จะกลับก็กลับ​ไปเลย​ครับ​ ไม่​ต้องรอบอกผม"
ผมไม่เข้าใจแกจริงๆ​ ว่าทำไม​ต้องรอบอกด้วย ปกติก็ไม่เคยเห็นทำ สงสัยว่าแกคง​จะหลงๆ​ ลืม ๆ​ เสียแล้ว​

ผมเดินยิ้มเข้า​ไปในบ้านอย่างไม่กลัวถูกหาว่าบ้า ​เพราะ​ความสุข​ที่​ได้รับในวันนี้มันล้นปรี่
​แต่ก่อน​ที่ผม​จะวางของ ก็มีเสียงดังขึ้น​
"​เป็นอย่างไรบ้าง​ค่ะ​ พี่ธี" แค่เงยหน้ามองต้นเสียง ​ความสุขของผมก็เริ่มลดลง
"ก็ดี" ผมตอบเสียงห้วน
"ยินดีด้วยค่ะ​ เดี๋ยวก่อนรินมีอะไร​​จะให้"
พวงกุญแจพีน็อคคิโอถูกหยิบออกมาจากผู้​เป็นน้อง ผมแปลกใจเล็กน้อย​ที่เห็นเธอยังจำ​ได้ว่าผมชอบอะไร​
"รู้​ได้ไงว่าพี่ผมชอบพีน็อคคิโอ"
"​เป็นน้องก็​ต้องรู้ใจพี่สิคะ​" สิ้นเสียงเธอก็เกิดอาการวิงเวียน ไอเสียงดังจนของ​ที่อยู่​ในมือร่วงหล่น ผมมองการกระทำของน้องด้วยสีหน้าไม่พอใจ
"นี่​ถ้าไม่เต็มใจให้ก็ไม่​ต้องให้" ผมตวาด
​ความรู้สึก​ที่เกิดขึ้น​ก่อนหน้านี้​ได้เลือนหาย​ไปหมดแล้ว​ ตอนนี้ในใจผมมี​แต่​ความเดือดดาลเข้ามาแทน​ที่

​เป็นอีกวันแล้ว​สินะ​ที่ผมกลับบ้านหลังไฟถนนถูกเปิด ภายในบ้านเงียบเชียบทีเดียว สงสัยว่าน้องสาวตัวดีหลับ​ไปแล้ว​ ดีเหมือนกัน​จะ​ได้ทำงาน​ได้อย่างสบายหู ​แต่อยู่​ๆ​ ผมก็​ได้ยินเสียง ตุ้บ! ดังมาจากห้องริน ผมวิ่งเข้า​ไปดูก็เห็น ร่างของน้องสาวนอนคว่ำหน้าอยู่​​ที่พื้น ไม่ไกลมีรถเข็นล้มลงอยู่​ใกล้ๆ​
"ริน ริน​เป็นอะไร​ ริน" ไม่มีเสียงตอบทำให้ผมชักใจไม่ดี รีบพาน้องสาวขึ้น​รถ​ไปโรงพยาบาล
ผมนั่งรอฟังอาการอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่ตื่นตระหนก​กับสิ่ง​ที่เกิดขึ้น​ ​เพราะ​ที่ผ่านมาเธอก็แทบไม่​ได้อยู่​ในสายตาผมอยู่​แล้ว​ บุรุษในชุดขาวออกมาจากห้องด้วยท่าทางเขร่งขรึม
"​ใคร​เป็นญาติของคนไข้ห้องนี้เองครับ​"
"ผม​เป็นพี่ชายเธอครับ​"
"เดี๋ยวเชิญทางนี้หน่อย​ครับ​"
ผมเดินตามหมอ​ไป​ที่ห้องพัก ​ซึ่งอยู่​ถัด​ไปไม่กี่เมตร ​เป็นห้องขนาดกลางมีเตียงอยู่​ด้านซ้าย ขวา​เป็นโต๊ะทำงานลึกสุด​เป็นห้องน้ำ
"หมอพาผมมา​ที่นี่มีอะไร​หรือครับ​"
" หมอมีเรื่อง​สำคัญ​จะบอกคุณ ฟังหมอให้ดีๆ​ นะ น้องสาวคุณป่วย​เป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้าย"
ผมแทบช็อก​กับสิ่ง​ที่​ได้ยิน มัน​จะ​เป็น​ไป​ได้อย่างไร
"ไม่จริงหมอ​เอาอะไร​มาพูด ผมไม่เชื่อ"
"​เป็น​ความจริงครับ​ ​ถ้าคุณไม่เชื่อลองดูผลการตรวจก็​ได้" ชายชุดขาวย้ำพลางยื่นเอกสารสีเหลืองให้ ข้อ​ความในนั้น​ระบุตรง​กับสิ่ง​ที่ผม​ได้ยิน
ในหัวของผมตอนนี้มันหมุนติ้ว​ไปหมดไม่รู้​จะทำอย่างไรต่อดี ใจจริงก็รู้สีกห่วง​และสงสารน้องสาวขึ้น​มาจับใจ ​แต่พอนึกถึงภาพบุพการี​ทั้งสองก็กลาย​เป็น​ความโกรธแค้นเข้ามาแทน​ที่

ผมเก็บรถเข็น​ที่ล้มคว่ำในห้องขึ้น​มา สภาพตอนนี้แทบดูไม่​ได้ ล้อข้างซ้ายกระเด็น​ไปอย่างไม่รู้ทิศ ​ที่วางแขนเริ่มชำรุด ขณะ​ที่เบาะมีรอยขาด พลัน ผมเหลือบ​ไปเห็นซองยา​ที่วางอยู่​บนสมุด เม็ดยายังเหลืออยู่​2เม็ด ​แต่ข้อ​ความบนฉลากเริ่มเลือน เธอกินยาตั้งแต่​เมื่อไหร่ทำไมผมไม่รู้ ผมหยิบสมุดเล่มแดงขึ้น​มาเปิดหน้า​ที่คั่น​เอาไว้
15 มีนาคม : วันนี้พี่ธี​แต่งตัวหล่อ​เป็นพิเศษ​ไปทำงาน ​แต่ขากลับหน้าบึ้งเชียว สงสัยงานหนัก อย่าเครียดๆ​ๆ​ เดี๋ยวไม่หล่อนะ
16มีนาคม : ตื่นเต้นแทนพี่ธีจัง เข้ารับตำแหน่งผู้จัดการ ตอนเช้า​​จะอวยพรซักหน่อย​ ​แต่เสียดายพี่ธีรีบ​ไป ตอนบ่าย​ไปซื้อพีน็อคคิโอเซอร์ไพรส์พี่ธี
17มีนาคม: อีก2วัน ถึงวันเกิดพี่ธีแล้ว​ ของขวัญ​พร้อม ปี​ที่แล้ว​พลาด​ไป ปีนี้รับรองชัวร์
ผมไม่เข้าใจว่าทำไมบันทึกของเธอกลับมี​แต่เรื่อง​ของผม ​และสิ่ง​ที่ผมเห็นนั้น​ใช่​ความรู้สึกจากใจรินจริงๆ​ หรือเปล่า ​ระหว่าง​ที่​กำลังขบคิดอยู่​นั้น​ก็มีเสียงดังเข้ามา
" ธีอยู่​หรือเปล่า" ผมเดิน​ไปหาต้นเสียง​พร้อมหยิบสมุดติดมือ​ไปด้วย
" อ้าวป้า เข้ามาข้างในก่อนสิครับ​"
" ป้ามีเรื่อง​​จะถาม อาการน้องสาวแก​เป็นอย่างไรบ้าง​"
" ไม่ทราบสิครับ​ ผมกลับมาก่อน"
" นี่อย่าหาว่าป้าอย่างโน้นอย่างนี้เลย​นะ ป้า​จะบอกอะไร​ให้ ถึง​แม้แกว่า​จะโกรธน้องสาวมากแค่ไหน ​แต่รู้มั้ยเค้าไม่เคยเกลียดแก ตรงกันข้าม กลับ​ทั้งรัก​และ​เป็นห่วง"
" ไม่จริงป้า​เอาอะไร​มาพูด"
"จนป่านนี้ยังไม่รู้อีกเหรอ จำวัน​ที่บอกป้า​ได้มั้ยว่าแกไม่ไว้ใจน้องสาว ผมพยักหน้า ​แต่รู้มั้ยวันนั้น​​ที่น้องสาวเข้า​ไปค้นในห้องป้าก็อยู่​ด้วย รินมันเค้า​ไปค้นเอกสารอยู่​นานสองนานข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน ​เพราะตอนเช้า​มัน​ได้ยินแกโวยวายว่าเอกสารสำคัญหาย"
" ไม่จริง ป้าโกหก" ผมกระแทกเสียง พลัน กระดาษ​ที่สอดอยู่​ในหนังสือร่วงลงมา ผมหยิบขึ้น​มาดู เห็น​เป็นรูปของผม​และรินสมัยตอนเด็กๆ​ ​กำลังแย่งหุ่นยนต์ ​ซึ่งผมจำ​ได้ว่า​เป็นของเล่นชิ้นแรกกันอย่างสนุกสนาน ผมพลิกดูข้างหลัง มีข้อ​ความ "ดีใจ​ที่สุด​ที่​ได้เกิด​เป็นน้องพี่ธี ขอให้เราสองพี่น้องรักกันตลอด​ไปนะ"
ผมเดาเจตนาของเธอออก คงรู้สึกผิดอยาก​จะกลับตัวกลับใจ ​แต่คิดเหรอว่าทำดีเล็กๆ​ น้อยๆ​ แค่นี้​จะทดแทนในสิ่ง​ที่ทำ​ไป​ได้

คืนนี้ผมนอนไม่หลับไม่ใช่​เพราะ​เป็นห่วงน้องสาว ​แต่​เป็น​เพราะพรุ่งนี้ผม​จะ​เป็นตัวแทนของบริษัท​ไปเจรจา​กับคู่ค้า ​ซึ่ง​เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ ​เพื่อขอให้​เขาร่วมลงทุน นับ​เป็นภาระ​ที่หนักอึ้ง รับขวัญผู้จัดใหม่ถอดด้ามอย่างผม

การเจรจาเริ่มต้นขึ้น​ทันที​ที่ผม​ไปถึง ผม​ใช้เวลาไม่นานก็ทำให้​เขาลุกขึ้น​​และจับมือ​กับผม ​และ​เมื่อผมโทร​ไป​ที่บริษัท ท่านประธานบอกว่า​จะตบรางวัลให้ผมทันที​ที่ผม​ไปถึง ​แต่​เมื่อวางสาย​ไปไม่ถึงนาทีป้าหน่อย​ก็โทรมา
"ว่าไงครับ​ป้า"
" ธีป้ามีเรื่อง​สำคัญ​จะบอกตอนนี้รินฟื้นแล้ว​" "ครับ​" ผมตอบกลับ
"รีบมาเลย​นะรินมันอยากเจอแก " "ครับ​" ผมตอบเหมือนเดิม
"แค่นี้ก่อนนะเดี๋ยวป้า​ไปดูรินก่อน แกรีบๆ​ มาละ"
พอวางสาย ผมตัดสินใจ​โดยไม่ลังเล ผม​จะ​ไปบริษัท
​เมื่อผมมาถึง ท่านประธานก็สั่งให้ทุกคน​ไปรวมตัวกัน​ที่ภัตตาคาร "เฮือนพี่เฮือนน้อง" ​ที่อยู่​ตรงข้ามบริษัท ท่านประธานบอกว่า​จะเลี้ยงฉลองให้ผม​เนื่องในโอกาส​ที่ผมทำให้บริษัทก้าวหน้า​ไปอีกขั้น
อาหารชั้นเลิศจานแล้ว​จานเล่าถูกเสริฟ์อย่างไม่ขาดตอน ​แต่ผมก็​ต้องพบ​กับอุปสรรค ​เพราะบรรดาลูกน้องมือไวเสียเหลือเกิน เผลอแป้ปเดียวในจานเหลือ​แต่กระดูก กิน​ไปกินมา​ได้สักพัก หนึ่ง​ในลูกน้องก็ชวนทุกคนชนแก้วฉลอง ทันใดนั้น​ป้าหน่อย​ก็โทรมาบอกว่าตอนนี้รินอาการกำเริบขี้นอีก อยากให้ผม​ไปหา ผมปฎิเสธ​ไปบอกว่าตอนนี้ไม่ว่าง ป้าแกไม่ยอมยังยืนกราน​จะให้ผม​ไปให้​ได้ ​โดยบอกว่าสงสัยอาการริน​จะหนัก ​เพราะเห็นหมอสั่งให้พยาบาลเตรียมเครื่องปั๊มหัวใจ เสียงป้าหน่อย​เริ่มสั่นเครือ เวลาเดียวกันบรรดาลูกน้องก็ตะโกนเรียก "เจ้านายครับ​" ​เพื่อเร่งเร้า ป้าพยายามขอร้องผมอีกรอบให้ผม​ไปให้​ได้ ผมตัดสินใจกดสายป้าทิ้ง แล้ว​เดินกลับเข้า​ไป
"เจ้านายมาแล้ว​ เอ้าทุกคน"
"เคลียร์" หมอสั่ง
"ไชโย" ผมยกแก้วขึ้น​
"เคลียร์"
"ไชโย"
"เคลียร์"
"ไชๆ​ๆ​ๆ​ โยๆ​ๆ​ๆ​" ผมยกดื่มหมดแก้วก่อนวาง
"เคลียร์"
อยู่​ๆ​ บรรดาลูกน้องก็มาจับผมโยน​ไปบนอากาศ ​พร้อมด้วยเสียงร้อง เฮๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​
ร่างบนเตียงนิ่งไม่ไหวติง​พร้อม​กับกราฟบนจอเปลี่ยน​เป็นเส้นตรงดัง ตี๊ดๆ​ๆ​ๆ​ๆ​ๆ​

 

F a c t   C a r d
Article ID A-2287 Article's Rate 19 votes
ชื่อเรื่อง สำนึกสุดท้าย
ผู้แต่ง โรมรัน
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๘๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๖ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๙๒
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-11408 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 16 เม.ย. 2550, 16.03 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : aomka [C-11475 ], [58.137.21.2]
เมื่อวันที่ : 01 พ.ค. 2550, 20.02 น.

ดูเหมือนว่่าพี่ชาย​จะใจร้ายจังนะคะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Rotjana Geneva [C-11484 ], [83.180.99.56]
เมื่อวันที่ : 01 พ.ค. 2550, 23.46 น.

อืมม์ เศร้าจังเลย​ค่ะ​...​..

เฮ้อ...​ไม่รู้​จะพูดอย่างไรนะ คนหนึ่ง​ก็น้อง คนหนึ่ง​ก็พี่...​.ทุกคนล้วนผิดพลั้ง​ได้​ทั้งสิ้น...​การให้อภัยจึง​เป็นทาน​ที่ยิ่งใหญ่​ที่สุด...​.

​จะบอกว่า ผูกเรื่อง​ดี ​ใช้​ได้ค่ะ​...​.

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : โรมรัน [C-11511 ], [58.10.84.25]
เมื่อวันที่ : 07 พ.ค. 2550, 14.00 น.

ขอบคุณมากครับ​ คุณรจนาสำหรับ​ความคิดเห็น

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : ปปป [C-11709 ], [222.123.96.55]
เมื่อวันที่ : 19 มิ.ย. 2550, 00.51 น.

เรื่อง​สั้น​ที่เล่น​กับ​ความตายมัก​จะ​ได้ใจเสมอ เก่งมากครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : ดำรงเฮฮา [C-12163 ], [58.9.67.171]
เมื่อวันที่ : 08 ส.ค. 2550, 18.46 น.

ขออนุญาตแจมชื่อภาษาอังกฤษให้หลังอ่านจบนะครับ​
The Moment
น้องสาวแบบนี้ไม่รู้ในโลกนี้มีจริงไหมนะครับ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น