นิตยสารรายสะดวก  Articles  ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๐
อย่าลืมตัว
ชมดอกดาหลา
...อย่าลืมตัวอย่าลืมตัว ธรรมชาติอัน​​เป็นวิสัยของมนุษย์ ในสังคมปัจจุบัน​​ได้เพาะหว่านเมล็ดพันธุ์ แห่งการรักตัวเอง เห็นแก่ประโยชน์​​ส่วนตัว​​เป็น​​ที่ตั้ง...
อย่าลืมตัวอย่าลืมตัว

ธรรมชาติอัน​เป็นวิสัยของมนุษย์ ในสังคมปัจจุบัน​ได้เพาะหว่านเมล็ดพันธุ์ แห่งการรักตัวเอง เห็นแก่ประโยชน์​ส่วนตัว​เป็น​ที่ตั้ง ​ซึ่งก็​คือ ให้รักคนของตนเอง รักทรัพย์สินของตนเอง รักผลประโยชน์​ที่พรรคพวก ​และ ตัวเองพึงมีพึง​ได้ ไม่คำนึงถึง​ความถูก​ต้อง ​ความดีงาม ไม่ว่า​จะ​เป็นด้านศีลธรรม จริยธรรม ​และคุณธรรม ตรงกันข้า​กับการเพาะหว่านเมล็ดพันธุ์ ให้รู้จักการรักชาติบ้านเมือง รักผู้อื่น ​ที่​เป็นมนุษย์ร่วมชาติ ร่วมโลก ​และด้วยเหตุนี้เอง​ที่ทำให้ เกิดแนวทางของ​ความคิดแตกแยกออก​เป็นสองทางให้มนุษย์ในสังคม​ได้เลือกเดิน

ทางแรก ​คือ แนวทางในด้านคุณงาม​ความดี แนวทางนี้​ต้อง​ใช้​ความ​สามารถ ค่อนข้างสูงในการชักนำ โน้มน้าว จิตใจมนุษย์ ให้ก่อเกิด การสร้าง​ความดี​เพราะเหตุว่า การสร้าง​ความดี หรือการทำ​ความดี​เป็นการ ทำ​ที่เห็นผลช้า นานเกินรอ

ทางสอง ​คือ แนวทางในด้าน​ความไม่ดี ไม่งาม ​เป็นแนวทาง​ที่ง่ายต่อการชักนำ ให้มนุษย์​ได้ก้าวเข้าหาง่ายกว่า ​เพราะเส้นทาง หรือแนว​ความคิด ไม่ดีไม่งาม นี้มันฝังอยู่​ในจิตใจ​ที่​เป็นธรรมชาติของมนุษย์ ​เมื่อถูกกระทบ ทำให้เกิดพลังฮึกเหิม ในแนว​ความคิดไม่ดีไม่งามผุดขึ้น​มาทันที บางครั้งก็​จะโลดแล่น​ไปตามกระแส การชักนำ จนทำให้ก่อเกิดปัญหาต่าง ๆ​ ขึ้น​มา​ได้ บางครั้ง ก่อให้เกิด​ความอยากทำอะไร​ ๆ​ ต่าง ๆ​ ตามใจตัวเอง จนกระทั่ง ถูกมองว่า​เป็นการกระทำ​ที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์ของพรรคพวก ​และกลาย​เป็น​ความลืมตัวใน​ที่สุด

​ความลืมตัวนี่ เอง ​ที่สำแดงให้สันดานของมนุษย์บางกลุ่ม บางคน ปรากฏออกมาให้เห็น ​จะมาก หรือน้อย สุดแท้​แต่โอกาส ​และ เวลา ตลอดจนสิ่งแวดล้อม ​เป็นตัวชักนำ จนเกิดพลังอันมหาศาล กระทำตามอำเภอใจ ถึง​กับ​ใช้อำนาจบาตรใหญ่ หลงตัวเอง​และทะนงตนเอง ว่ายิ่งใหญ่ วิเศษกว่าผู้อื่น ไม่หวั่นเกรงต่อ​ความละอาย ​และผิดศีลธรรมอันดี หลายยุคหลายสมัย​ที่ผ่านมา คุณธรรมมี​ความสำคัญ มากกว่าประโยชน์​ส่วนตัว ผู้คนในสังคม จึงเห็นประโยชน์​ส่วนรวม ​เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ผิด​กับยุคสมัยนี้ ผู้คนในสังคมมี​ความเจริญขึ้น​ มีชีวิต​ความ​เป็นอยู่​​ที่สุขสบาย มากมาย​ด้วยสิ่งอำนวย​ความสะดวก​ ตลอด​ทั้งสินค้า​และบริการ บวก​กับ กระแส​ความเจริญในโลก​ที่ไร้พรมแดน ทำให้พฤติกรรม ในการบริโภคเปลี่ยน​ไป การ​ใช้ชีวิตตลอดถึง​ความ​เป็นอยู่​เปลี่ยนแปลง ชัดเจน สินค้าด้าน อีเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องมือสื่อสาร มีให้เลือกซื้อเลือกหา มา​ใช้กันอย่างฟุ้งเฟ้อ

สาเหตุสำคัญ​ที่ทำให้เกิดการฟุ่มเฟือย ​คือการโฆษนาชักนำ ให้หลงเชื่อ หรือเกิด​ความเชื่อถือในสินค้า ​และ บริการนั้น​ ๆ​ ​จะเห็น​ได้ว่าผู้คนในสังคม ​ได้มุ่งเน้น ถึง ผลประโยชน์​จะ​ได้รับมากกว่า ​ความจริงใจ​และคุณธรรมต่าง ๆ​ จึง​ได้หดหาย​ไป ผู้คน​แต่ละคน​แต่ละชีวิต จึงแสวงหาผลประโยชน์ ลาภยศ สรรเสริญ ใส่ให้​กับตัวเอง บางครั้ง ถึง​กับหากลอุบาย ชั่วร้าย หลอก​เอาลวง​เอาจาก ชาวบ้านชาวเมือง ชีวิตของผู้คนในสังคม ​ที่คิดดูแล้ว​ มองดูแล้ว​ ​จะ​เป็นชีวิต ของ​ความอุดมสมบูรณ์ เปี่ยมด้วย​ความสุขนั้น​ ไม่จริงเสียแล้ว​ กลับกลาย​เป็น​ความสุข​ที่ไม่จีรังยั่งยืน ลึก ๆ​ แล้ว​ มี​ความหวั่นไหวอยู่​ตลอดเวลา ท่ามกลาง​ความผันผวน ​ความเปลี่ยนแปลง ​ไปตามกระแสของโลก ​และของสังคม​เป็นปัจจัยสำคัญ

​ความเชื่อ จึง​เป็นตัวชักนำ​ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง​ ​ถ้า​ความเชื่อนำพา​ไปสู่สิ่ง​ที่ดีงาม ก็ไม่​เป็นพิษ​เป็นภัย ​แต่​ถ้านำพาชีวิต​ไปในทาง​ที่ไม่ดีไม่งาม แล้ว​ มัก​จะเกิด​ความเดือดร้อนเกิดปัญหา ต่อชีวิต ​เพราะเชื่อในสิ่ง​ที่ผิด ​จะเห็น​ได้ว่า ยิ่งสังคมมี​ความเจริญมากขึ้น​เพียงใด ชีวิต​ความ​เป็นอยู่​ของคนในสังคม มีมาตรฐานสูงเพียงใดก็ตาม

ในขณะเดียวกัน ​ความสัมพันธ์​ระหว่างคน​กับคน มักมีการเปลี่ยนแปลง​ไป เกิดวิกฤติของสังคม ผู้คน​ส่วนใหญ่จึงมุ่ง​เอาผลประโยชน์ ​เพื่อ​ความอยู่​รอดของชีวิต การถูก​เอารัด​เอาเปรียบจึงเกิดขึ้น​ต่อผู้คน ในสังคม ผู้คนเหล่านั้น​อาจมีชีวิต​ความ​เป็นอยู่​ แบบไม่มี​ความสุข หรือบางราย อาจอยู่​แบบ สุขกาย​แต่ใจ​เป็นทุกข์ ดัง​ได้เห็น ​ได้สัมผัสกันอยู่​ทุกวันนี้

​ความเห็นแก่ตัวจึงมัก​จะอยู่​คู่​กับการ ลืมตัว ​เพราะ​ความลืมตัว ทำให้เกิด​ความเห็นแก่ตัว ​ทั้งสองสิ่งนี้​เป็นของคู่กัน ​กับมนุษย์มาตลอดเวลา มักแสดงออก​เป็นภาพมายา วิธีการก็​จะเปลี่ยนแปลง​ได้อย่างวิจิตรพิสดาร ยากต่อการตามทัน ​ถ้ามันเกิดขึ้น​ก็เปรียบเหมือนน้ำ ​เพราะกระแสน้ำไหล มัก​จะไหลจาก​ที่สูงลงสู่​ที่ตำเสมอ เส้นทางน้ำไหลหลั่ง ​จะรุนแรง ทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง​ได้อย่างน่ากลัว ​แม้ว่า​ความลืมตัว ​ความเห็นแก่ตัว​จะมีอำนาจเหนือจิตใจมนุษย์ ​แต่มนุษย์ด้วยกันเองนั่นแหละ​​ที่​จะ​ต้องช่วยเหลือกัน

​เพื่อ​ที่​จะสยบ​ความเห็นแก่ตัว ​ความลืมตัวของมนุษย์ในสังคมเดียวกัน ด้วยการให้ ​คือ ให้​ความรัก ให้​ความเมตตา ให้​ความสงสาร ให้​ความช่วยเหลือเกื้อกูล ​เพราะอำนาจแห่งการให้​ความรัก ให้​ความเมตตา ​จะทำให้ ทุกคนรู้จักการเสียสละ ​เพื่อผู้อื่น หรือคนในสังคมเดียวกัน ดังนั้น​ คนในสังคมจึง​ต้องตระหนักอยู่​เสมอว่า ผลประโยชน์​กับคุณธรรม จึงจำ​เป็น​ต้องมีอยู่​คู่กันเสมอ

ชีวิต​ได้เกิดมา​เป็นคนหนึ่ง​ชาติ ถึง​แม้นจากจนบ้าง ​แต่ไม่​ได้​เป็นหนี้​เป็นสิน​ใคร​เขา ชีวิตมี​ความ​เป็นอยู่​สุขกายสบายใจ ตามสมควรแก่ฐานะ ก็นับ​ได้ว่า​ได้พบ​กับ​ความสุข​ที่แท้จริงแล้ว​ ​เพราะ​เป็นพลังของผลดี มีต่อตนเอง ​และต่อสังคม ​ถ้าหากสังคม ​ที่มี​แต่คนดี สังคมนั้น​ย่อมสงบ ​และเจริญรุ่งเรือง ทุกคนในสังคมรวม​ทั้ง ตัวเอราด้วย ก็พลอย​ได้รับอานิสงส์ แห่งผลดี การกระทำดี แล้ว​เรา​จะรู้จักคำ​ที่ว่า อยู่​ดี มีสุข นั้น​แท้จริงแล้ว​ ​ความรู้สึก​ที่เกิดขึ้น​​เป็นเช่นใด...​...​...​...​...​.



ธรรมชาติอัน​เป็นวิสัยของมนุษย์ ในสังคมปัจจุบัน​ได้เพาะหว่านเมล็ดพันธุ์ แห่งการรักตัวเอง เห็นแก่ประโยชน์​ส่วนตัว​เป็น​ที่ตั้ง ​ซึ่งก็​คือ ให้รักคนของตนเอง รักทรัพย์สินของตนเอง รักผลประโยชน์​ที่พรรคพวก ​และ ตัวเองพึงมีพึง​ได้ ไม่คำนึงถึง​ความถูก​ต้อง ​ความดีงาม ไม่ว่า​จะ​เป็นด้านศีลธรรม จริยธรรม ​และคุณธรรม ตรงกันข้า​กับการเพาะหว่านเมล็ดพันธุ์ ให้รู้จักการรักชาติบ้านเมือง รักผู้อื่น ​ที่​เป็นมนุษย์ร่วมชาติ ร่วมโลก ​และด้วยเหตุนี้เอง​ที่ทำให้ เกิดแนวทางของ​ความคิดแตกแยกออก​เป็นสองทางให้มนุษย์ในสังคม​ได้เลือกเดิน

ทางแรก ​คือ แนวทางในด้านคุณงาม​ความดี แนวทางนี้​ต้อง​ใช้​ความ​สามารถ ค่อนข้างสูงในการชักนำ โน้มน้าว จิตใจมนุษย์ ให้ก่อเกิด การสร้าง​ความดี​เพราะเหตุว่า การสร้าง​ความดี หรือการทำ​ความดี​เป็นการ ทำ​ที่เห็นผลช้า นานเกินรอ

ทางสอง ​คือ แนวทางในด้าน​ความไม่ดี ไม่งาม ​เป็นแนวทาง​ที่ง่ายต่อการชักนำ ให้มนุษย์​ได้ก้าวเข้าหาง่ายกว่า ​เพราะเส้นทาง หรือแนว​ความคิด ไม่ดีไม่งาม นี้มันฝังอยู่​ในจิตใจ​ที่​เป็นธรรมชาติของมนุษย์ ​เมื่อถูกกระทบ ทำให้เกิดพลังฮึกเหิม ในแนว​ความคิดไม่ดีไม่งามผุดขึ้น​มาทันที บางครั้งก็​จะโลดแล่น​ไปตามกระแส การชักนำ จนทำให้ก่อเกิดปัญหาต่าง ๆ​ ขึ้น​มา​ได้ บางครั้ง ก่อให้เกิด​ความอยากทำอะไร​ ๆ​ ต่าง ๆ​ ตามใจตัวเอง จนกระทั่ง ถูกมองว่า​เป็นการกระทำ​ที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์ของพรรคพวก ​และกลาย​เป็น​ความลืมตัวใน​ที่สุด

​ความลืมตัวนี่ เอง ​ที่สำแดงให้สันดานของมนุษย์บางกลุ่ม บางคน ปรากฏออกมาให้เห็น ​จะมาก หรือน้อย สุดแท้​แต่โอกาส ​และ เวลา ตลอดจนสิ่งแวดล้อม ​เป็นตัวชักนำ จนเกิดพลังอันมหาศาล กระทำตามอำเภอใจ ถึง​กับ​ใช้อำนาจบาตรใหญ่ หลงตัวเอง​และทะนงตนเอง ว่ายิ่งใหญ่ วิเศษกว่าผู้อื่น ไม่หวั่นเกรงต่อ​ความละอาย ​และผิดศีลธรรมอันดี หลายยุคหลายสมัย​ที่ผ่านมา คุณธรรมมี​ความสำคัญ มากกว่าประโยชน์​ส่วนตัว ผู้คนในสังคม จึงเห็นประโยชน์​ส่วนรวม ​เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ผิด​กับยุคสมัยนี้ ผู้คนในสังคมมี​ความเจริญขึ้น​ มีชีวิต​ความ​เป็นอยู่​​ที่สุขสบาย มากมาย​ด้วยสิ่งอำนวย​ความสะดวก​ ตลอด​ทั้งสินค้า​และบริการ บวก​กับ กระแส​ความเจริญในโลก​ที่ไร้พรมแดน ทำให้พฤติกรรม ในการบริโภคเปลี่ยน​ไป การ​ใช้ชีวิตตลอดถึง​ความ​เป็นอยู่​เปลี่ยนแปลง ชัดเจน สินค้าด้าน อีเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องมือสื่อสาร มีให้เลือกซื้อเลือกหา มา​ใช้กันอย่างฟุ้งเฟ้อ

สาเหตุสำคัญ​ที่ทำให้เกิดการฟุ่มเฟือย ​คือการโฆษนาชักนำ ให้หลงเชื่อ หรือเกิด​ความเชื่อถือในสินค้า ​และ บริการนั้น​ ๆ​ ​จะเห็น​ได้ว่าผู้คนในสังคม ​ได้มุ่งเน้น ถึง ผลประโยชน์​จะ​ได้รับมากกว่า ​ความจริงใจ​และคุณธรรมต่าง ๆ​ จึง​ได้หดหาย​ไป ผู้คน​แต่ละคน​แต่ละชีวิต จึงแสวงหาผลประโยชน์ ลาภยศ สรรเสริญ ใส่ให้​กับตัวเอง บางครั้ง ถึง​กับหากลอุบาย ชั่วร้าย หลอก​เอาลวง​เอาจาก ชาวบ้านชาวเมือง ชีวิตของผู้คนในสังคม ​ที่คิดดูแล้ว​ มองดูแล้ว​ ​จะ​เป็นชีวิต ของ​ความอุดมสมบูรณ์ เปี่ยมด้วย​ความสุขนั้น​ ไม่จริงเสียแล้ว​ กลับกลาย​เป็น​ความสุข​ที่ไม่จีรังยั่งยืน ลึก ๆ​ แล้ว​ มี​ความหวั่นไหวอยู่​ตลอดเวลา ท่ามกลาง​ความผันผวน ​ความเปลี่ยนแปลง ​ไปตามกระแสของโลก ​และของสังคม​เป็นปัจจัยสำคัญ

​ความเชื่อ จึง​เป็นตัวชักนำ​ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง​ ​ถ้า​ความเชื่อนำพา​ไปสู่สิ่ง​ที่ดีงาม ก็ไม่​เป็นพิษ​เป็นภัย ​แต่​ถ้านำพาชีวิต​ไปในทาง​ที่ไม่ดีไม่งาม แล้ว​ มัก​จะเกิด​ความเดือดร้อนเกิดปัญหา ต่อชีวิต ​เพราะเชื่อในสิ่ง​ที่ผิด ​จะเห็น​ได้ว่า ยิ่งสังคมมี​ความเจริญมากขึ้น​เพียงใด ชีวิต​ความ​เป็นอยู่​ของคนในสังคม มีมาตรฐานสูงเพียงใดก็ตาม

ในขณะเดียวกัน ​ความสัมพันธ์​ระหว่างคน​กับคน มักมีการเปลี่ยนแปลง​ไป เกิดวิกฤติของสังคม ผู้คน​ส่วนใหญ่จึงมุ่ง​เอาผลประโยชน์ ​เพื่อ​ความอยู่​รอดของชีวิต การถูก​เอารัด​เอาเปรียบจึงเกิดขึ้น​ต่อผู้คน ในสังคม ผู้คนเหล่านั้น​อาจมีชีวิต​ความ​เป็นอยู่​ แบบไม่มี​ความสุข หรือบางราย อาจอยู่​แบบ สุขกาย​แต่ใจ​เป็นทุกข์ ดัง​ได้เห็น ​ได้สัมผัสกันอยู่​ทุกวันนี้

​ความเห็นแก่ตัวจึงมัก​จะอยู่​คู่​กับการ ลืมตัว ​เพราะ​ความลืมตัว ทำให้เกิด​ความเห็นแก่ตัว ​ทั้งสองสิ่งนี้​เป็นของคู่กัน ​กับมนุษย์มาตลอดเวลา มักแสดงออก​เป็นภาพมายา วิธีการก็​จะเปลี่ยนแปลง​ได้อย่างวิจิตรพิสดาร ยากต่อการตามทัน ​ถ้ามันเกิดขึ้น​ก็เปรียบเหมือนน้ำ ​เพราะกระแสน้ำไหล มัก​จะไหลจาก​ที่สูงลงสู่​ที่ตำเสมอ เส้นทางน้ำไหลหลั่ง ​จะรุนแรง ทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง​ได้อย่างน่ากลัว ​แม้ว่า​ความลืมตัว ​ความเห็นแก่ตัว​จะมีอำนาจเหนือจิตใจมนุษย์ ​แต่มนุษย์ด้วยกันเองนั่นแหละ​​ที่​จะ​ต้องช่วยเหลือกัน

​เพื่อ​ที่​จะสยบ​ความเห็นแก่ตัว ​ความลืมตัวของมนุษย์ในสังคมเดียวกัน ด้วยการให้ ​คือ ให้​ความรัก ให้​ความเมตตา ให้​ความสงสาร ให้​ความช่วยเหลือเกื้อกูล ​เพราะอำนาจแห่งการให้​ความรัก ให้​ความเมตตา ​จะทำให้ ทุกคนรู้จักการเสียสละ ​เพื่อผู้อื่น หรือคนในสังคมเดียวกัน ดังนั้น​ คนในสังคมจึง​ต้องตระหนักอยู่​เสมอว่า ผลประโยชน์​กับคุณธรรม จึงจำ​เป็น​ต้องมีอยู่​คู่กันเสมอ

ชีวิต​ได้เกิดมา​เป็นคนหนึ่ง​ชาติ ถึง​แม้นจากจนบ้าง ​แต่ไม่​ได้​เป็นหนี้​เป็นสิน​ใคร​เขา ชีวิตมี​ความ​เป็นอยู่​สุขกายสบายใจ ตามสมควรแก่ฐานะ ก็นับ​ได้ว่า​ได้พบ​กับ​ความสุข​ที่แท้จริงแล้ว​ ​เพราะ​เป็นพลังของผลดี มีต่อตนเอง ​และต่อสังคม ​ถ้าหากสังคม ​ที่มี​แต่คนดี สังคมนั้น​ย่อมสงบ ​และเจริญรุ่งเรือง ทุกคนในสังคมรวม​ทั้ง ตัวเอราด้วย ก็พลอย​ได้รับอานิสงส์ แห่งผลดี การกระทำดี แล้ว​เรา​จะรู้จักคำ​ที่ว่า อยู่​ดี มีสุข นั้น​แท้จริงแล้ว​ ​ความรู้สึก​ที่เกิดขึ้น​​เป็นเช่นใด...​...​...​...​...​.

 

F a c t   C a r d
Article ID A-2263 Article's Rate 0 votes
ชื่อเรื่อง อย่าลืมตัว
ผู้แต่ง ชมดอกดาหลา
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ สัพเพเหระ
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๘๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-11196 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 14 มี.ค. 2550, 13.30 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น