นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๐๕ มีนาคม ๒๕๕๐
พญาไฟไปบาหลี
พญาไฟ
...สวัสดีค่ะ​​ มีเรื่อง​​เดินทางมาเล่าอีกครั้งจน​​ได้ คราวนี้​​ต้องเดินทาง​​ไปอินโดนีเซีย​​เพื่อสัมมนาของ​​ที่ทำงาน วัน​​ที่ 26-27 กุมภาพันธ์ 2550 ออกเดินทางตั้งแต่เช้า​​ว...
สวัสดีค่ะ​ มีเรื่อง​เดินทางมาเล่าอีกครั้งจน​ได้ คราวนี้​ต้องเดินทาง​ไปอินโดนีเซีย​เพื่อสัมมนาของ​ที่ทำงาน วัน​ที่ 26-27 กุมภาพันธ์ 2550 ออกเดินทางตั้งแต่เช้า​วัน​ที่ 25 เครื่องออก 8.20 น. บ้านพญาไฟอยู่​แถวบางนา ขับรถ​ไปแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว​ กะว่าให้ถึงสนามบินก่อนเครื่องออกซักชั่วโมงครึ่งก็ทัน เลย​ออกจากบ้านตอนหกโมงครึ่ง ​ไปถึงสนามบินประมาณเจ็ดโมง



พอ​จะเช็คอินตั๋ว โอ้ คนต่อคิวยาวเหยียด​เป็นกิโล (เว่อซะ) ไม่ถึงกิโลหรอก ​แต่ก็ยาวประมาณ 50-60 คิวล่ะ อะไร​​จะปานนั้น​ อ้อ แถว​ที่ยาวเนี่ย​เป็นแถวเดินทางภายในประเทศ แถวออกต่างประเทศสั้นกว่า ​แต่ก็ยังถือว่าคิวยาวอยู่​ดี ​จะไม่ให้ยาว​ได้ไง ก็เปิดเค้าท์เตอร์เช็คอินแค่ 2 เค้าท์เตอร์เอง ก่อนออกจากบ้าน แม่ทำไข่เจียวแสนอร่อยมาด้วย กะให้ทาน​ที่สนามบิน​ระหว่างนั่งคอย เลย​​เอามายืนกินซะเลย​ แฮ่ คิวยาวซะขนาดนี้ กว่า​จะ​ได้ขึ้น​เครื่องคงปาเข้า​ไปใกล้จวนเจียนเวลานั่นแหล่ะ กินซะตอนนี้เลย​ไม่งั้นแม่เสียใจแย่



ดีนะ ​ที่คน​ที่พญาไฟ​ไปด้วยเค้า​เป็นงาน ประสบการณ์เดินทางเยอะ ​ไปแจ้ง​ที่เค้าท์เตอร์ขอเช็กอินว่าเครื่อง​ที่เรา​จะ​ไปใกล้​ได้เวลาออกแล้ว​ เราเลย​​ได้ลัดคิวมาก่อน ขนาดลัดคิวแล้ว​นะ ​ได้ขึ้น​เครื่องจริง ๆ​ ก็โน่น 15 นาทีก่อนเครื่องออก ​ที่ช้าเนี่ย ก็หมดเวลา​ไป​กับการเดินจากทางเข้าจนถึงประตู​ที่​จะขึ้น​เครื่องเนี่ยแหล่ะ ไกลซะจริง ๆ​ คราวนี้เดิน​เป็นกิโลจริง ๆ​ แล้ว​ตอนผ่านเครื่องสแกนตรวจอาวุธ ยังถูกตรวจซะละเอียดยิบ เสื้อสูท​ที่ใส่​ไปด้วยก็​ต้องถอดออก เรา​ต้องหัดทำตัวให้คุ้นชิน​กับการรักษา​ความปลอดภัยแบบนี้แล้ว​รึเนี่ย







นี่รูป​ที่ทางเข้าใน​ส่วน​ที่มีขายของปลอดภาษีค่ะ​ เห็นเค้ายืนถ่ายรูปกันเยอะ พญาไฟก็​เอามั่งดิ ถ่ายรูปกะเค้าด้วย ​ระหว่างทางเดิน​ไปขึ้น​เครื่อง โอ้โห มีร้านค้ามากมาย​ ชักสงสัยว่า นี่เราสร้างสนามบินหรือห้างสรรพสินค้ากันแน่



เครื่องบิน​ใช้เวลาบิน 4 ชั่วโมงมาถึงสนามบิน Denparsar เวลาท้องถิ่น 14.00 น. ​ที่นี่เวลาเร็วกว่าบ้านเรา 1 ชม. เล่า​ความซื่อบื้อของตัวเองอีกหน่อย​ ก่อนมานี่ แม่ถามว่า ​ไป​ที่ไหนของอินโด พญาไฟก็บอกว่า เด็นบาซาค่ะ​ แล้ว​​ไปบาหลีหรือเปล่า แม่ถามต่อ เปล่าค่ะ​ ​ไปเด็นบาซ่า ในตั๋วมันเขียนไว้อย่างนี้ ฮา พอบินมาถึงแล้ว​ถึง​ได้รู้ว่า โง่จริงเรา บาหลีน่ะมันชื่อเกาะ เด็นบาซ่า​เป็นชื่อเมืองบนเกาะบาหลี ก็มอง​ไปทางไหน มี​แต่คำว่า บาหลี บาหลี เต็ม​ไปหมด ว้าว นี่​ได้มาบาหลีแล้ว​เรา ไม่​ได้นึกมาก่อนเล้ย



จากสนามบิน มีรถโรงแรมมารับ พอมาถึงโรงแรม เค้าก็มีดนตรีบรรเลงเพลงต้อนรับ อย่างรูป​ที่เห็นเนี่ยค่ะ​



คลิกดูภาพขยาย
คลิกดูภาพขยาย
คลิกดูภาพขยาย
คลิกดูภาพขยาย
คลิกดูภาพขยาย




เช็คอินเรียบร้อย​ เข้าห้องพักเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวออกเ​ที่ยว ฮา ก็เพิ่งบ่ายกว่า ๆ​ เอง มีเวลาเ​ที่ยวอีกตั้งครึ่งวัน พรุ่งนี้ถึง​จะเริ่มงานสัมมนา ออกจากโรงแรมเดิน​ไปตามทางเรื่อย ๆ​ สภาพถนน สิ่งก่อสร้าง ร้านต่าง ๆ​ ​เป็นเหมือนแหล่งท่องเ​ที่ยวบ้านเรา ประมาณสมุย กระบี่ ภูเก็ต ​ระหว่างทางเดินช้อปปิ้ง มีร้านขายของเรียงรายเหมือนบ้านเราจริง ๆ​ ​ทั้งบรรยากาศ​และสินค้า เสื้อยืด รูปภาพ ของจุกจิก สร้อย กระเป๋า เครื่องจักสาน เห็นแล้ว​ก็คิดว่า เรา​จะซื้อกลับ​ไปทำไมเนี่ย เหมือนบ้านเราเลย​ ก็เลย​ช้อปปิ้งแบบไม่จ่ายตัง เก็บ​แต่รูปถ่ายมาฝากกัน แฮ่



คลิกดูภาพขยาย
คลิกดูภาพขยาย




รูปบ้านสวย ๆ​



คลิกดูภาพขยาย
คลิกดูภาพขยาย




มีเครื่องเล่นนี้ด้วยค่ะ​ ​แต่ใจไม่กล้าพอ ​ได้​แต่ยืนมอง เวลาเล่น เราก็​จะขึ้น​​ไปนั่งในลูกกลม ๆ​ แล้ว​มันก็​จะเด้งขึ้น​เด้งลง ​ความสูงก็เท่าเสา​ที่อยู่​ในภาพบนนั่นแหล่ะค่ะ​ สูงไล่​กับต้นตาลเลย​ อูย ​ใคร​จะ​ไปลอง







เดินเ​ที่ยว​ได้สักพักท้องเริ่มหิว กะว่า​จะหาอะไร​รองท้องเล่น ๆ​ สักหน่อย​ มอง​ไปมองมา เจอ McDonald เลย​แวะเข้า​ไปซื้อ มันฝรั่งทอด​พร้อมน้ำดำ มารองท้องก่อน มาถึงบาหลี​ทั้งที กินแม็กเนี่ยนะฝัน​ไปเถอะ



หลังจากหาอะไร​ใส่ท้องเล็กน้อยแล้ว​ ก็เริ่มเดินต่อ คราวนี้มุ่งหน้า​ไปชายหาด มีผู้คนเล่นน้ำแบบใส่เสื้อยืดอย่างบ้านเราเลย​ค่ะ​ ดูแล้ว​นักท่องเ​ที่ยว​เป็นชาวเอเชียมากกว่าชาวตะวันตก เลย​ไม่เห็นแบบนุ่งบิกินีเล่นน้ำ มีคนหนึ่ง​เดินตรงเข้ามา​เอาสร้อยไข่มุกมาขายสวยดีเหมือนกัน ถามราคาดูแล้ว​ก็ประมาณ 240 บาท​ ​แต่บอกแล้ว​ อะไร​​ที่บ้านเรามีก็​จะไม่ซื้อ แฮ่ ​แต่จริง ๆ​ แล้ว​ ​คือไม่นิยมเครื่องประดับค่ะ​ พยายามหัดซื้อมาใส่หลายครั้ง ​แต่ใน​ที่สุดมันก็ถูกเก็บลง​ไปนอนนิ่งในกล่อง​ที่ไหนสักแห่งในบ้าน เลย​ไม่รู้​จะซื้อมาเก็บทำไมอีก



ทะเลบาหลีไม่เห็นสวยอย่าง​ที่เคย​ได้ยินเสียงเล่าอ้างเลย​ หรือว่าเราอาจ​จะมาอยู่​ในถิ่น​ที่มันเสื่อมโทรมซะแล้ว​หรือเปล่า หาดทรายไม่สวย น้ำทะเลก็ไม่น่าเล่น เลย​​ได้​แต่ยืนมอง​และเดินรับลมทะเล ​ถ้าเทียบ​กับทะเลภูเก็ต กระบี่ แล้ว​นะคะ​ ของเราสวยกว่าเยอะ ดูจากรูปละกันค่ะ​



คลิกดูภาพขยาย




จากทะเล กลับมาเดินช้อปปิ้งบนบกต่อ มีร้านขายของแบรนเนมเยอะแยะ คน​ที่​ได้วยกันเค้าแวะเข้า​ไปดูกางเกงยีนส์ Vesache (สะกดถูกหรือเปล่าไม่แน่ใจ ​ที่คนไทยเราออกเสียงว่า "เวอซาเช่" น่ะ) นำเข้าจากฮ่องกง สวยดี ​กำลังลดราคา 50% ราคาประมาณ 800-1000 บาท​ ​แต่ไม่​ได้ซื้อหรอกค่ะ​ ปล่อยให้อีกคนเค้าดู​ไปเรื่อย ๆ​ เราก็คอยเดินตาม​เพราะเราไม่เน้นซื้อของอยู่​แล้ว​ ​แต่กะว่า​จะดูให้ทั่ว ๆ​ ก่อน แล้ว​ค่อยมาซื้อของฝากในวันสุดท้ายก่อนกลับ







คลิกดูภาพขยาย



คราวนี้​ได้เวลาหาอะไร​มื้อเย็นทานจริง ๆ​ แล้ว​ เห็นมีร้าน kebab ​เป็นอาหารของประเทศแถบ ๆ​ ตุรกี อาหรับ ประมาณนั้น​ ส่งกลิ่นหอมมากออกมายั่วยวนน้ำลาย จนอด​ไปไม่​ได้​ต้องสูดจมูกฟิตฟิต ตามกลิ่น​ไป อื้อ อร่อยสม​ความตั้งใจเลย​ค่ะ​ จำชื่อเมนูไม่​ได้แล้ว​ ดูรูปก็แล้ว​กันนะคะ​ หลังอาหารหนัก ก็สั่งของหวานมาตบท้าย หวานสุดสุด หวานเจี๊ยบจริง ๆ​ อร่อยค่ะ​ ​แต่ทานมากกว่า 1 ชิ้นไม่​ได้นะ น้ำตาลขึ้น​แน่




คลิกดูภาพขยาย




วันสุดท้ายของการสัมมนา เจ้าภาพพามาเลี้ยงอาหาร​ที่สถาน​ที่หนึ่ง​​ที่ทางบาหลีตั้งใจ​จะสร้าง​เป็นแหล่งท่องเ​ที่ยว ​เป็นบริเวณกว้างใหญ่มาก ตัดภูเขา ​และสร้างรูปปั้นของ​พระวิศณุทรงครุฑตาม​ความเชื่อศาสนาฮินดู ใหญ่แค่ไหนดูจากภาพเทียบ​กับตัวพญาไฟละกัน ​แต่​เนื่องจากประสบภาวะเศรษฐกิจ​ที่ส่งผลกระทบทุกประเทศในเอเชีย อินโดก็​เป็นอีกหนึ่ง​​ที่โดนด้วย โครงการก่อสร้างสถาน​ที่นี้จึง​ต้องหยุดชะงักลง ​เพราะไม่มีงบประมาณสร้างต่อ ก็น่าเสียดายนะคะ​ ลงทุนทำมาตั้งเยอะขนาดนี้แล้ว​ เท่า​ที่​ได้ก็​คือรูปปั้นองค์​พระวิษณุครึ่งบน ยังไม่มีแขน ​และ​ส่วนหัวของพญาครุฑ เท่า​ที่เห็นในภาพนี่แหล่ะค่ะ​


คลิกดูภาพขยาย
คลิกดูภาพขยาย




อย่างภาพ​ที่เห็นเหมือนกำแพงสูง ๆ​ นั่น ไม่ใช่กำแพง​ที่ก่อขึ้น​มานะคะ​ ​แต่​เป็น​ส่วนของภูเขา​ที่เค้าตัดให้​เป็นลักษณะกำแพงอย่างนั้น​ ​ส่วนพี้น​ที่คนเดินอยู่​นั้น​​คือ​ส่วนภูเขา​ที่ถูกตัดออกแล้ว​ ขนาดนั้น​เชียวค่ะ​



นี่​คือภาพจำลองของรูปสำเร็จค่ะ​



คลิกดูภาพขยาย




ในงานเลี้ยง เจ้าภาพจัดการแสดงรำท้องถิ่น​พร้อมวงดนตรีมาต้อนรับ ดีค่ะ​ นางรำนอกจากรำเองแล้ว​ ยังมีการเดินมาดึงตัวผู้ชมขึ้น​​ไปร่วมรำบนเวทีด้วย ​เป็น​ที่สนุกสนานกันใหญ่ เสียดาย​ที่แบตกล้องหมดซะก่อน เลย​ถ่ายภาพงานเลี้ยง​ได้มาภาพเดียว



คลิกดูภาพขยาย




เช้า​วันรุ่งขึ้น​​เป็นวันสุดท้ายในบาหลี ตื่นเช้า​มาแบบไม่เร่งรีบ ​เพราะมีเวลาตั้ง 1 วัน เครื่องบินกลับเมืองไทยเ​ที่ยว ห้าโมงเย็น วันนี้จึงจัดไว้​เป็นวันช้อปปิ้งของฝากจริง ๆ​ จาก​ที่สำรวจดูในวันแรกแล้ว​ว่า​จะซื้ออะไร​มั่ง (​ทั้ง ๆ​ ​ที่บอกว่ามีของเหมือนเมืองไทยเนี่ยนะ) ก็เลย​เลือกซื้อของ​ที่ไม่มีในเมืองไทย ​คือ สละอินโด (Salak) นั่นเอง แฮ่ ​คือตัวเองกินแล้ว​ชอบ เลย​อยาก​เอามาฝากคน​ที่บ้านบ้าง เนื้อสละ​ที่นี่​จะต่างจากบ้านเรา ของเค้าเนื้อ​จะแน่น​และหนา รสออกฝาดเล็กน้อย ตอนอ่อนรส​จะออกอมเปรี้ยว ​แต่พอแก่แล้ว​ รสออกอมหวาน ​แต่​แม้​จะมีรสฝาดก็อร่อยค่ะ​ ​เพราะเนื้อกรอบ เคี้ยว ๆ​ ​ไป​ความหวานค่อย ๆ​ ซึมชุ่มคอ



นี่ค่ะ​ รูปสละจากอินโดนีเซีย



คลิกดูภาพขยาย




นอกนั้น​ก็ซื้อมีน้ำมันหอมระเหยแบบ​ที่เค้า​เอาไว้หยดใส่ตะเกียงเผาไฟค่ะ​ ​ที่ซื้อเนี่ย ​เพราะแพ็กเกจสวย



คลิกดูภาพขยาย




แล้ว​ก็ซื้อกาแฟ ​เพื่อนบอกว่า​ที่นี่กาแฟดี​เป็นอันดับสองของโลกเชียวนะ เลย​ซื้อมาฝากคอกาแฟซะหน่อย​



คลิกดูภาพขยาย




มอง​ไปมองมา เจอบุหรี่พื้นเมืองอีก ก็เลย​ซื้อกลับมาฝากสิงห์อมควันอีก ใน​เมื่อไม่เลิก ก็ซื้อมาฝากซะเลย​



คลิกดูภาพขยาย




พอแล้ว​สำหรับของฝาก กลับมา​ที่โรงแรม​เพื่อเช็คเอ้า เครื่องออกเวลาห้าโมงเย็น ​แต่เค้าใจดียอมให้เช็คเอ้า​ได้ช้าสุดตอนบ่ายสามโมง กลับจากซื้อของฝาก ก็จัดการเก็บของ อาบน้ำเรียบร้อย​ ขนของลงมาเช็คเอ้า​ที่ล็อบบี้ แค่ระยะทางจากห้องพักเดินมาล็อบบี้ เหงื่อก็ออกอีกแล้ว​ ล็อบบี้​เป็นลักษณะเปิดโล่ง ไม่ติดแอร์ ​แต่ถูกขนาบด้วยตึกห้องพัก ​ซึ่งบังลมไว้ ทำให้ไม่ค่อย​ได้มีลมพัดผ่าน เค้าน่า​จะตั้งพัดลมไว้ให้ลูกค้าซะหน่อย​ ​เมื่อเช็คเอ้าเสร็จแล้ว​ พญาไฟ​ต้องนั่งคอย​ที่ล็อบบี้​เพื่อรอให้ถึงเวลา เลย​​ต้องนั่งนิ่ง ๆ​ ทำใจสงบไว้ ไม่ให้เหงื่อออก มิน่าล่ะ สังเกตุดูคน​ที่นี่ เค้า​จะเดินลักษณะเนิบ ๆ​ ทำอะไร​ช้า ๆ​ ไม่เร่งรีบ ไม่งั้น คง​จะตัวเปียก​ทั้งวัน ​เพราะอากาศ​ที่นี่ร้อนชื้นสุด ๆ​ ​แต่คน​ที่นี่น่ารักนะคะ​ ยิ้มแย้มแจ่มใส ​แม้ว่า​จะหน้าดุ ​แต่ยิ้มแย้มดีค่ะ​



ถึงเวลา​ไปสนามบิน จ่ายค่าภาษีสนามบิน 100,000 Rupiah เวลา​จะคิดราคากลับมา​เป็นเงินไทย ก็​ใช้ 0.004 คูณเข้า​ไป หรือง่าย ๆ​ ก็คิดซะว่า 10000 ละ 40 บาท​ ​เพราะของ​ที่นี่​ที่ซื้อ ​ส่วนใหญ่ราคา​จะประมาณ หมื่นรูเปียขึ้น​​ไป ​ถ้าคิด​เป็นดอลล่าห์ ก็ 1 ดอลล่าห์ = 9000 รูเปีย



รูปทะเลจากสนามบิน Denparsar ขณะเดินทางขากลับค่ะ​



คลิกดูภาพขยาย
คลิกดูภาพขยาย




กลับถึงเมืองไทยดูเหมือน​จะเรียบร้อย​ดี แม่มารับ​ที่สนามบิน กลับถึงบ้านถึง​ได้รู้ว่าลืมโน๊ตบุ้คไว้​ที่สนามบิน ใจหายแว้บ รีบโทรติดต่อเจ้าหน้า​ที่สนามบิน แล้ว​บึ่งรถจากบ้านกลับ​ไป​ที่สุวรรณภูมิ ในใจก็คิดว่า​จะ​ได้คืนมั้ยน้า มาถึงสนามบินก็รีบติดต่อ​ที่​ส่วนกระเป๋าหาย (baggage claim) โชคดีค่ะ​ เจ้าหน้า​ที่เค้าเก็บไว้ให้ สอบถามดูซักรายละเอียดว่าของข้างใน​คืออะไร​ ตอบถูกเรียบร้อย​เจ้าหน้า​ที่ก็คืนของให้ ​โดยเค้าให้กรอกแบบฟอร์มรับของคืน ใส่ชื่อนามสกุลหมายเลขพาสปอร์ต เซ็นชื่อรับของกลับ​ได้ เฮ้อ โล่ง นึกว่าชวดซะแล้ว​ โน้ตบุ้คนี้เพิ่งซื้อ​เมื่อเดือนต้นเดือนธันวานี้เอง แฮ่ อยู่​กันยังไม่ถึง 3 เดือนเลย​ ก็​จะจากกันแล้ว​รึ อิอิ นี่ดีนะ​ที่ลืม​ที่สนามบินเมืองไทย ​ถ้า​เป็นสนามบินเด็นบาซ่า ก็​เป็นอันหมดหวัง ไม่มีปัญญาบินกลับ​ไป​เอาของคืนแน่ (เหอ เหอ ขออวดโฉมลูกสาวหน่อย​เต๊อะ)



คลิกดูภาพขยาย




จบการเดินทางเยือนบาหลีด้วย​ความสวัสดิภาพ



แถมท้ายด้วยภาพดอกไม้จากบาหลีค่ะ​



คลิกดูภาพขยาย
คลิกดูภาพขยาย
คลิกดูภาพขยาย
คลิกดูภาพขยาย
คลิกดูภาพขยาย

 

F a c t   C a r d
Article ID A-2254 Article's Rate 6 votes
ชื่อเรื่อง พญาไฟไปบาหลี
ผู้แต่ง พญาไฟ
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๕ มีนาคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ รูปภาพเล่าเรื่อง
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๐๔๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-11072 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 04 มี.ค. 2550, 22.37 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : add [C-11086 ], [203.114.119.103]
เมื่อวันที่ : 05 มี.ค. 2550, 23.07 น.

รูปปั้น​พระวิษณุน่าดูมากเลย​นะ ใหญ่จัง ติดตามพญาไฟ​ไปเ​ที่ยวสนุกดีจ้ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : แสนรัก [C-11102 ], [219.184.210.1]
เมื่อวันที่ : 07 มี.ค. 2550, 12.18 น.

ตามมาเ​ที่ยวบาหลีด้วยคนค่ะ​ ..เคยคิดอยาก​ไปซักครั้ง..​แต่เท่า​ที่ตามคุณพญาไฟ​ไปเ​ที่ยวแล้ว​..เ​ที่ยวกระบี่บ้านเฮาน่า​จะสวยกว่า...​ทำไมดอกไม้​ที่บาหลีมี​แต่ดอกลีลาวดีน้า...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : พญาไฟ [C-11230 ], [124.121.22.114]
เมื่อวันที่ : 17 มี.ค. 2550, 17.18 น.

ทดสอบ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : พญาไฟ [C-11236 ], [124.121.18.39]
เมื่อวันที่ : 18 มี.ค. 2550, 06.42 น.

test

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น