นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๗ กรกฏาคม ๒๕๔๖
เจ้าดำเพื่อนยาก
จันทน์กะพ้อ
...*เจ้าดำ​​เพื่อนยาก* ฉันอยู่​​บ้าน​​กับแม่สองคน ​​และหมาสีดำอีกหนึ่ง​​ตัว ชื่อ ไอ้ดำ มัน​​เป็น​​เพื่อนเล่นของฉันด้วย ​​เพราะไม่ว่าฉัน​​จะดึงหู ดึงหาง ลากขาหรือพยายาม​​จะขี่มัน มันก็ไม่ว่าอะไร​​เลย​​ ไม่เคยทำหน้าไม่พอใจ มัน​​ได้​​แต่ทำหูลู่​​และยิ้ม (แบบหมาๆ​​)...
เจ้าดำ​เพื่อนยาก

ตอน​ที่ฉัน​เป็นเด็กเล็กๆ​ อายุประมาณ 3 ขวบ บ้านของฉัน​เป็นบ้านสองชั้นหลังใหญ่อยู่​กลางป่า หลังคามุงด้วยสังกะสี ฝาบ้านทาด้วยน้ำมันยางสีน้ำตาลแดง รอบๆ​บ้าน​เป็นป่า มีต้นไม้ใหญ่ ​และ​ไปไกลอีกหน่อย​​จะมีลำธาร​และหนองน้ำ

ฉันอยู่​บ้าน​กับแม่สองคน ​และหมาสีดำอีกหนึ่ง​ตัว ชื่อ ไอ้ดำ มัน​เป็นหมาขนสั้น หูตั้ง มันดำ​ไป​ทั้งตัวไม่มีสีขาวเลย​สักนิด ลิ้นของมันก็มีรอยปานสีดำด้วย​ซึ่งแม่บอกว่า​เป็นลักษณะดีของหมา​ที่​จะกัด​กับงู​ได้ ​แต่ฉันก็ไม่เคยเห็นมันกัด​กับงูสักครั้ง ไอ้ดำ​เป็น​เพื่อนเล่นของฉันด้วย ​เพราะไม่ว่าฉัน​จะดึงหู ดึงหาง ลากขาหรือพยายาม​จะขี่มัน มันก็ไม่ว่าอะไร​เลย​ ไม่เคยทำหน้าไม่พอใจ มัน​ได้​แต่ทำหูลู่​และยิ้ม (แบบหมาๆ​)


คลิกดูภาพขยาย


แม่ของฉัน​เป็นครูสอนอยู่​โรงเรียนไกลๆ​ ​ต้องขี่จักรยาน​ไปนานมากกว่า​จะถึง วันไหน​ที่​ไปโรงเรียน ไอ้ดำก็คอยวิ่งตามเรา​ไปทุกครั้ง แม่อยาก​จะให้มันเฝ้าบ้านมันก็ไม่ยอม ก่อนออกจากบ้านแม่จึงให้ข้าว​ที่ใส่ลงในน้ำข้าวร้อนๆ​ให้มันกิน ​โดยหวังว่ามัน​จะกิน​ได้ช้า ​และวิ่งตามเรา​ไปไม่ทัน แล้ว​แม่ก็รีบขี่จักรยานออกจากบ้าน​ไปทันที ทาง​ที่แม่ขี่จักรยานออกจากบ้าน​ไป ​เป็นทางเล็กๆ​ มองดู​เป็นดินสีขาวๆ​ ฉันนั่งท้ายจักรยานหันกลับมามองไอ้ดำด้วย​ความสงสาร ไอ้ดำรีบกิน​ทั้ง​ที่น้ำข้าวร้อน มัน​เอาปากดำลง​ไป พุ่บๆ​พั่บๆ​ ​เพื่อ​จะกินเมล็ดข้าวสุก​ที่อยู่​ข้างใต้ ฉันกลัวมันปากพองจึงร้องว่า

" แม่จ๋า สงสารไอ้ดำจังเลย​" แม่ร้อง "ฮื่อ"แล้ว​พูดต่อว่า
"เราอยากให้มันเฝ้าบ้าน ไม่อยากให้มันตามเรา​ไปน่ะ"
"ฉันยังเหลียวหลังดูมันอยู่​ ​แม้ภาพ​จะไกลออก​ไป ​แต่ไอ้ดำมันก็ยัง​เอาปากดำๆ​ลง​ไปในกะละมังอย่างไม่กลัวร้อน แล้ว​ฉันก็ยิ้มออก หัวเราะคิกคัก ​เมื่อเห็นไอ้ดำรีบวิ่งอย่างเร็วตามรถจักรยานของเรามา

"หัวเราะอะไร​..หือ" แม่ถาม
"อิ..คิกๆ​ๆ​...​.ไอ้ดำมันตามมาแล้ว​แม่จ๋า...​.." ฉันบอกแม่เสียงระรื่น
"โอ๊ย ไอ้ตัวนี้นี่" ว่าแล้ว​แม่ก็จอดรถจักรยานทันที ตั้งขาตั้ง​โดย​ที่ฉันยังนั่งอยู่​​ที่ท้ายรถ แล้ว​แม่ก็ฉวยท่อนไม้จากข้างทางขว้าง​ไป​ที่ไอ้ดำ ​พร้อม​ทั้งร้องไล่มันว่า
"​ไปๆ​ๆ​ กลับ​ไปเฝ้าบ้าน" ไอ้ดำวิ่งหนีเข้าป่าข้างทางหาย​ไป
ฉันเฝ้ามองด้วยใจระทึก ในใจไม่อยากให้ไอ้ดำกลับ​ไปเฝ้าบ้านเลย​ อยาก​จะให้มันตาม​ไปด้วย

แม่ขี่จักรยานต่อ​ไป ฉันยังเหลียวหลังกลับมาดูอีก แล้ว​ในไม่ช้าไอ้ดำก็โผล่มาให้เห็นอีก ฉันยิ้มแป้น

"แม่จ๋า ไอ้ดำมาอีกแล้ว​จ้ะ​.." ฉันร้องบอกแม่
"โอย...​ช่างมัน...​" แม่พูดแบบอารมณ์ไม่ดี

แม่ขี่รถออกมาถึงทางดินแดง​ที่​เขาเรียกกันว่า ทางเกวียน แม่บอกว่าสมัยก่อน​เขา​ใช้วัวควายมาเทียมเกวียนเดินทาง​ไปไหนๆ​ ทางบางช่วง​จะขรุขระบ้าง ​แต่ก็สนุกดี​เพราะถึงตอน​ที่มันขรุขระ ฉันก็​จะอ้าปากร้อง "อา...​...​...​...​...​...​." ยาวๆ​ รถ​ที่กระเทือนๆ​​เพราะวิ่งบนทาง​ที่ขรุขระ​จะทำให้เสียงร้องของฉันสั่นตะกุกตะกักๆ​ สนุกดี ไอ้ดำยังวิ่งตามมาไม่ห่าง บ่อยครั้ง​ที่มันแวะเข้าข้างทางยกขาฉี่​เป็นระยะๆ​ ฉันก็​ได้​แต่สงสัยว่าทำไมมันจึงปวดฉี่บ่อยจัง

พอมาถึงค่อนทาง ตรงนี้​เป็น​ที่โล่ง ​เป็นลานกว้างใหญ่ ไม่มีบ้านคนอยู่​เลย​ มี​แต่ต้นหญ้าขึ้น​เต็ม​ไปหมด แม่บอกว่า​เขาเรียก ทุ่งหมาหลง ​เพราะมันกว้างขนาด​ที่ว่าหมาเดินแล้ว​ยังหลงทาง มาถึงตรงนี้ ไอ้ดำก็ทำท่านั่งปลดทุกข์ ฉันเหลียว​ไปเห็นเข้าก็ร้องลั่นว่า

"แม่จ๋าๆ​ จอดรถก่อน ไอ้ดำมันปวดท้องอึ.." แม่โกรธใหญ่
"อย่าพูดมาก" แม่ว่า
"แม่เหนื่อยนะ" แม่พูดเสียงดุ
ฉันทำคอหด ​แต่ก็ยังหันกลับ​ไปมองไอ้ดำด้วย​ความเห็นใจ มันรีบเบ่งน่าดูเลย​
"แม่จ๋า แม่เหนื่อยแม่ก็หยุดสิ" ฉันพูดเสียงอ่อยๆ​
"โอ๊ย...​.หยุด​ได้ยังไง" แม่เสียงดังอีก แม่คง​จะเหนื่อย
"ก็แม่ลงสิ เดี๋ยวหนูขี่ให้เอง...​." ฉันพูดตามประสาเด็กๆ​ เสียงแม่หัวเราะชอบใจปน​กับเสียงหอบๆ​​เพราะ​ความเหนื่อย
"โอย...​.ไอ้ลูกคนนี้...​." เสียงแม่หัวเราะแสดงว่าแม่ไม่ดุแล้ว​ ฉันก็ยิ้มต่อ​ได้ หัน​ไปกวักมือเรียกไอ้ดำต่อ​ไป

"ดำๆ​ๆ​ๆ​...​.มาเร็วๆ​ๆ​"

พอ​ไปถึงโรงเรียน แม่ก็ยังไล่ตีไอ้ดำอีก ไอ้ดำวิ่งหนีลง​ไปหลังโรงเรียน ตลอด​ทั้งวันฉันก็ไม่เห็นมันเลย​ จนกระทั่งตอนเย็น​ที่เรา​จะกลับบ้าน มันก็มาปรากฎให้เห็น พอเราออกรถจักรยาน มันก็วิ่งตามเรากลับบ้านเช่นเดิม ​เป็นอย่างนี้ทุกวัน

​และฉันก็​ได้มารู้ในภายหลังว่า​ที่ไอ้ดำมันฉี่​และอึ​ไปตลอดทางก็​เพราะมันกลัว​จะหลงทาง มันเลย​ปล่อยกลิ่นไว้ ​ถ้ามันหาเราไม่เจอมันก็กลับบ้าน​ได้​เพราะตามกลิ่น​ที่ตัวเองปล่อยไว้นั่นเอง

พอกลางคืน​ที่บ้านกลางป่า ดำก็​จะ​เป็นผู้พิทักษ์เราสองคน มัน​จะเฝ้าอยู่​หน้าประตูบ้าน​โดยไม่เคยหนี​ไปไหน ​และเห่าทุกครั้ง​ที่มีเสียงผิดปกติ บางทีมันก็เห่ามากเสียจนแม่รำคาญ จนแม่​ต้องคอยตะโกนปรามมันอยู่​เนืองๆ​ ​เพราะ​แม้​แต่เสียงลมพัดใบไม้มันก็เห่าเสียแล้ว​

อัน​ที่จริงมัน​เป็นหมา​ที่น่า​จะเรียกว่าขี้ขลาดมากกว่าหมา​ที่กล้าหาญ ​เพราะ​เมื่อเวลา​ที่มีคนมา​ที่บ้านจริงๆ​ มัน​จะเห่าด้วยวิ่งหนีด้วย ​และ​ไปเห่าอยู่​ห่างๆ​ ​แต่ก็เห่าไม่หยุด ​แม้ในเวลา​ต่อมา​ที่พ่อ​และพี่ๆ​พากันมาอยู่​​พร้อมหน้า​พร้อมตาแล้ว​​และเรา​ได้เลี้ยงหมาเพิ่มขึ้น​อีกหลายตัว​แต่นิสัยขี้กลัวของไอ้ดำก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง มัน​เป็นหมาตัวเดียว​ที่วิ่ง​ไปเห่าอยู่​ท้ายสวน​เมื่อมีคนมา​ที่บ้าน ​ทั้งๆ​​ที่ตัวอื่นๆ​​เขา​จะเห่าอยู่​ในระยะใกล้ๆ​

ไอ้ดำ​เป็นหมา​ที่ประจบไม่​เป็น มันไม่เคยมาเลียหรือทำท่าประจบประแจง มันก็แค่กระดิกหางอยู่​ห่างๆ​ มีอยู่​คราวหนึ่ง​หมาตัวใหม่​ที่เรา​เอามาเลี้ยง มันประจบพวกเราด้วยการคาบไม้มาให้ทุกครั้ง ไอ้ดำคง​จะเกิด​ความรู้สึกอิจฉานิดๆ​ ​เพราะ​เมื่อไอ้โจ๊กมันคาบไม้มาให้ พวกเราก็​จะลูบหัว​และชื่นชมมันอย่างออกหน้าออกตา ไอ้ดำจึง​ไปหัดคาบบ้าง ​แต่มันก็ช่างไม่รู้จัก​จะเลือก มัน​ไปคาบไม้ดุ้นใหญ่​และหนักมันจึงคาบไม่ขึ้น​ มันก็เลย​เปลี่ยน​เป็น​ไปคาบลูกมะพร้าวแก่​ที่​เขาฉีกเปลือกไว้สำหรับหิ้ว มันคาบตรงเปลือก​ที่ลุ่ยออกมา​แต่ก็หนักจนมันยกหัวแทบไม่ขึ้น​ เดินตุปัดตุเป๋มาหาพวกเราด้วย​ความยากลำบาก ทำ​เอาพวกเราหัวเราะกันท้องแข็ง


ไอ้ดำอายุยืนมาก มันมีอายุเกือบสิบปี มันมาตายตอน​ที่ฉันโตมากแล้ว​ ตอนนั้น​ฉันเรียนอยู่​ประมาณชั้น ป.6 ป. 7 ไอ้ดำก็แก่มากแล้ว​ ขน​ที่เคยดำ​เป็นมันก็เริ่มมีสีขาวๆ​เทาๆ​แซมวันหนึ่ง​มันหาย​ไป 1 วัน1 คืน พวกเราพยายามตามหา​แต่ก็ไม่เจอ ใน​ที่สุดมันก็กลับมา มันกลับมาถึงบ้านด้วยสภาพ​ที่ทุลักทุเล เลือดแห้งกรัง เดินโซเซ พอมาถึงบ้านมันก็รีบ​ไปกินน้ำในถัง​ที่มันเคยกิน น้ำในถังก็กลาย​เป็นสีแดง พวกเราตกใจกันมาก พ่อจึงช่วยดูแผลมัน ทำแผลให้มันแล้ว​พ่อก็สรุปว่า

มันคง​ไปติดแร้ว​ที่ชาวบ้าน​เขาดักสัตว์ไว้ มันคงพยายามกัดแร้ว​แต่ไม่ขาด มันจึงกัดจนเนื้อ​ที่ขาหน้ามันเองจนแหว่งเหวอะหวะ กัดจนแร้วหลุด กัดจนฟันมันหักหมด กัดจนปากเจ็บเลือดไหล ​เมื่อมันมากินน้ำ น้ำจึงกลาย​เป็นสีเลือด

พวกเราสงสารมันมาก ช่วยดูแลพยาบาลมันอย่างดี ​เอาข้าวต้มให้มันกิน ​แต่มันก็กินไม่​ได้แล้ว​ มันนอนซม นอนนิ่ง วันรุ่งขึ้น​ มันก็จากพวกเรา​ไป

ฉันยังจดจำดวงตาซื่อๆ​ของมัน​ได้ ​และระลึกถึง​ความซื่อสัตย์ของมัน​ได้เสมอ เจ้าดำ​เพื่อนยาก​ที่รัก

 

F a c t   C a r d
Article ID A-224 Article's Rate 6 votes
ชื่อเรื่อง เจ้าดำเพื่อนยาก
ผู้แต่ง จันทน์กะพ้อ
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๗ กรกฏาคม ๒๕๔๖
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๐๕๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : unclepiak [C-669 ], [203.151.8.41]
เมื่อวันที่ : 27 ก.ค. 2546, 23.47 น.

เห็น​ใครๆ​ มี​ความจำดี จำเรื่อง​ราวย้อน​ไปถึงสมัย 3 ขวบ​ได้​จะรู้สึกทึ่ง ​เขาว่าคนเรา​จะทึ่ง​เมื่อพบเห็นการกระทำ​ที่ตัวเองไม่​สามารถ ผมคงทึ่ง"จันทน์กะพ้อ"ด้วยเหตุนี้

สำหรับผมอย่าว่า​แต่ 3 ขวบเลย​ครับ​ ​แม้​แต่เรื่อง​ราวสมัย ป.3 (ประมาณแปดขวบ)ก็ยังนึกแทบไม่ออก

​แต่หมา​ที่บ้านสมัยเด็ก ผมจำ​ได้ครับ​ มันชื่อ "เจ้ามังโก้" ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมชื่อเหมือน ​พระเอกหนังคาวบอยเช่นนั้น​

ชอบตอน​ที่คุณจันทน์กะพ้อ เขียนถึงการออกเสียง อา...​...​. ยาวๆ​ ​เพื่อฟังเสียงตัวเองกระ​เพื่อมตามการกระแทกของจักรยาน อ่านแล้ว​อมยิ้มครับ​ ผมก็เคยเล่นแบบนี้

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น