นิตยสารรายสะดวก  Articles  ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐
วาเลนไทน์เดย์
ตะกร้า
... ในปัจจุบันคงไม่มี​​ใคร​​ที่​​จะไม่รู้จักวันวาเลนไทน์ หลายคนคง​​จะรู้ว่าควรทำอะไร​​ในวันนี้ ...
ในปัจจุบันคงไม่มี​ใคร​ที่​จะไม่รู้จักวันวาเลนไทน์ หลายคนคง​จะรู้ว่าควรทำอะไร​ในวันนี้
​แต่​จะมีซักกี่คน​ที่รู้จัก​และประวัติ​และ​ความ​เป็นมาของวันวันนี้
เราจึง​ได้หาข้อมูล​ที่น่ารู้มาฝาก​เพื่อนๆ​นะว่าทำไม​ต้อง​เป็นวันวาเลนไทน์ วันนี้มี​ความหมายอย่างไร ​และทำไม​ต้อง​เป็นวัน​ที่14กุมภาพันธ์
​โดย​จะมีหลายเรื่อง​เล่าต่างๆ​นาๆ​​แต่ทุกเรื่อง​มี​ความหมายเดียวกันก็​คือ วันแห่ง​ความรัก

เรื่อง​ของ วันวาเลนไทน์ นี้ มีมาตั้งแต่ศตวรรษ​ที่ 3 ณ กรุงโรม หรืออาณาจักรโรมัน ในยุคของจักรพรรดิคลอดิอุส ​ที่สอง (Claudius II) ​โดย​ที่จักรพรรดิ​พระองค์นี้ มีนิสัยชอบกดขี่ข่มเหงผู้อื่น ​เขา​ได้สั่งให้ชาวโรมันทุกคน สักการะนับถือ​พระเจ้า 12 องค์ ​โดยผู้​ที่ขัดขืนคำสั่ง​จะถูกทำโทษ รวม​ทั้งห้ามยุ่งเกี่ยว​กับพวกคริสเตียนด้วย ​แต่นักบุณวาเลนตินุส (Valentinus) มี​ความเลื่อมใส ศรัทธาต่อ​พระคริสมาก ​เขา​ได้กล่าวไว้ว่า ​แม้กระทั่ง​ความตายก็ไม่​สามารถ เปลี่ยน​ความคิดของ​เขา​ได้ ​เขาจึง​ได้ถูกขังคุก

ช่วงอาทิตย์สุดท้ายในชีวิตของ​เขานั้น​ ​ได้มีสิ่งแปลกประหลาดเกิดขึ้น​ ขณะ​ที่​เขาถูกคุมขังอยู่​นั้น​ ผู้คุมขัง​ได้ขอให้วาเลนตินุส สอนลูกสาว​เขา​ซึ่งตาบอดด้วย จูเลีย​เป็นคนสวย​แต่น่าเสียดาย​ที่เธอตาบอดตั้งแต่แรกเกิด วาเลนตินุส​ได้เล่าเรื่อง​ประวัติศาสตร์ต่าง ๆ​ สอนเลข ​และเล่าเรื่อง​​พระเจ้าให้เธอฟัง จูเลีย ​สามารถรับรู้สิ่งต่าง ๆ​ ในโลกนี้​ได้ ​โดยคำบอกเล่าของ วาเลนตินุส เธอเชื่อใจ​เขา​และเธอมี​ความสุขมาก​เมื่ออยู่​​กับ​เขา

วันหนึ่ง​จูเลียถามวาเลนตินุสว่า "​ถ้าเราอธิษฐาน ​พระผู้​เป็นเจ้า​จะ​ได้ยินเราไหม" ​เขาตอบ "​พระองค์เจ้า ​จะ​ได้ยินเราแน่นอน ท่าน​ได้ยินเราทุกคน" จูเลียกล่าว "ท่านทราบหรือไม่ว่า ข้าอธิษฐานขออะไร​ทุก ๆ​ เช้า​ ทุก ๆ​ เย็น...​.ข้าหวังว่า ข้า​จะ​ได้มองเห็นโลก เห็น ทุก ๆ​ อย่าง​ที่ท่านเล่าให้ข้าฟัง" วาเลนตินุสจึงบอก "​พระเจ้ามอบ​แต่สิ่ง​ที่ดี​ที่สุดให้แก่ทุกคน เพียงแค่เรามี​ความเชื่อมั่นใน​พระองค์ท่าน เท่านั้น​เอง"

จูเลีย ผู้​ซึ่งมี​ความเชื่อมั่นใน​พระผู้​เป็นเจ้าจึง​ได้คุกเข่า กุมมือ อธิษฐาน​พร้อม​กับวาเลนตินุส ​และในขณะนั้น​เอง ก็​ได้มีแสงสว่างลอดเข้ามาในคุก ​และสิ่งมหัศจรรย์ก็​ได้เกิดขึ้น​ จูเลียค่อย ๆ​ ลืมตา ​พระเจ้า...​..เธอมองเห็นแล้ว​!!!!! ​เขา​และเธอจึงกล่าวขอบคุณต่อ​พระเจ้า ​และเรื่อง​มหัศจรรย์เรื่อง​นี้ ​ได้แพร่หลาย​ไปทั่วราชอาณาจักร

ในคืนก่อน​ที่วาเลนตินุส​จะสิ้นชีวิต ​โดยการถูกตัดศีรษะ ​เขา​ได้ส่งจดหมายฉบับ​สุดท้ายถึงจูเลีย ​โดยลงท้ายว่า "From Your Valentine" เข้าสิ้นชีพในวัน​ที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หลังจากนั้น​ ศพของ​เขา​ได้ถูกเก็บไว้​ที่โบสถ์พราซีเดส (Praxedes) ณ กรุงโรม จูเลีย​ได้ปลูกต้นอามันต์ หรืออัลมอลต์สีชมพู ไว้ใกล้หลุมศพของวาเลนตินุส ​แต่ผู้​เป็น​ที่รักของเธอ ​โดยในทุกวันนี้ ต้นอามันต์สีชมพู​ได้​เป็นตัวแทนแห่งรักนิรันดร์​และมิตรภาพอันสวยงาม

ประวัติวันวาเลนไทน์ นี้ ​เป็นเรื่อง​เล่าต่อ ๆ​ กันมาจนถึงปัจจุบัน เท่า​ที่ค้นหามา​ได้นี้​เป็นเพียงหนึ่ง​ในหลาย ๆ​ เรื่อง​เท่านั้น​ ไม่ว่าประวัติ​ที่แท้จริง​จะ​เป็นอย่างไรก็ตาม ​แต่ในปัจจุบันนี้ เรา​ได้ถือว่าวันวาเลนไทน์ ​เป็นวันสำคัญวันหนึ่ง​ในประวัติศาสตร์เลย​ทีเดียว คุณ​สามารถส่งดอกไม้ ขนม​และการ์ด ​เพื่อบอก​ความนัยในแก่คน​ที่พิเศษของคุณ วันนี้​จะ​เป็นวัน​ที่เราส่ง​ความรู้สึกดี ๆ​ ให้แก่กัน

วันวาเลนไทน์​คืออะไร​ ? ​และเกิดขึ้น​​ได้อย่างไร?

วาเลนไทน์ หรือวันแห่ง​ความรักทำไม​ต้อง​เป็นวัน​ที่ 14 กุมภาพันธ์ ​เป็นคำถาม​ที่น่าสงสัยใช่ไหม มีเกร็ด​ความรู้เรื่อง​ วันวาเลนไทน์ มาฝากติดตามชม​ได้เลย​ วาเลนไทน์ (Valentine) ​คือวัน​ที่ระลึกถึง นักบุญเซนต์ วาเลนไทน์ (Saint Valentine)ผู้เปี่ยม​ไปด้วย​ความรัก​และ​ความปรารถนาดี ต่อ​เพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริงแต ่​เขา​ต้อง
จบชีวิตลงด้วยการรับโทษประหารในวัน​ที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หรือ​เมื่อประมาณ 1,728 ปีล่วงเลย​มาแล้ว​ ในจักรวรรดิโรมันประวัติ​ความ​เป็นมาของเรื่อง​นี้ เกิดขึ้น​ในคริสต์ศตวรรษ​ที่ 3 มีผู้นำคริสเตียนคนหนึ่ง​ชื่อ "วาเลนตินัส" ​เขา​เป็นคน​ที่มี​ความรัก​และ​ความ
เมตตาต่อ​เพื่อนมนุษย์มาก ​โดยทุก ๆ​ วัน​เขา​จะแอบนำอาหาร​และของ​ใช้​ที่จำ​เป็น ​ไปวางไว้ประตูหน้าบ้านของคนยากจน​โดยไม่ให้คนเหล่านั้น​รู้ ​ซึ่งในสมัยนั้น​นะคะ​ ศาสนาคริสต์ยังไม่​เป็น​ที่ยอมรับในจักรวรรดิโรมัน ​และถือว่า​ใคร​ที่นับถือศาสนาคริสต์ ​จะมี​ความผิดร้ายแรงมาก พวกคริสเตียนจึงถูกข่มเหง​และทารุณกรรมอย่างหนัก​เพื่อบังคับให้เลิก​เป็น
คริสเตียน ​ใคร​ที่ไม่ยอมเลิกนับถือคริสต์​จะถูกทรมาน​และฆ่าทิ้ง วาเลนตินัส ก็รวมอยู่​ในกลุ่มขบวนการถูกขู่เข็ญ​และทรมานบังคับให้เลิกนับถือศาสนาคริสต์ ​แต่​เขาไม่ยอมจึงถูกจับเข้าคุก ในข้อหา​เป็นคริสเตียนในขณะ​ที่​เขาถูกจับขังคุกนั้น​ ก็พบรัก​กับสาวตาบอด​ซึ่งเธอ​เป็นลูกสาวของผู้คุมในนั้น​ ​และด้วย​ความรัก​และคำอธิษฐานของ​เขา ​พระเจ้า​ได้ทรงโปรดให้ตาของคนรักของ​เขา​ซึ่งเธอตาบอด หาย​เป็นปกติ จากเหตุการณ์นี้เองจึงทำให้ผู้คุม​และครอบครัวของ​เขาหันมานับถือศาสนาคริสต์ ​เมื่อ​ความนี้นี้เองรู้ถึงจักพรรดิคลอดิอุส​ที่ 2 ของโรม ​พระองค์ทรงกริ้วมาก สั่งให้ลงโทษวาเลนตินัส อย่างหนักด้วยการโบย​และนำ​ไปประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะในคืนสุดท้ายก่อน​ที่​เขา​จะถูกนำ​ไปประหารนั้น​ ​เขา​ได้เขียนจดหมายสั้น ๆ​ ​เป็นการอำลาส่ง​ไปให้หญิงคนรัก ของ​เขา​และลงท้ายในจดหมายว่า "จากวาเลนไทน์ของเธอ" รุ่งขึ้น​ของเช้า​วัน​ที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 วาเลนตินัสก็ถูกนำ​ไปตัดศีรษะ​และ​เอาศพ​ไปฝังไว้​ที่เฟลมิเนี่ยนเวย์​ซึ่งภายหลังมีการสร้างโบสถ์หลังใหญ่คร่อมสุสานของ​เขาไว้​เพื่อ​เป็น อนุสรณ์รำลึกถึงชีวิต​และ​ความรักอันยิ่งใหญ่ของ​เขา คนทั่ว​ไปประทับใจ​กับ​ความรักของ​เขาจึงยึดถือ​เอาวัน​ที่14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี​เป็น "วันวาเลนไทน์" ภาษาอังกฤษเรียกว่า Saint Valentine's Day หรืValentine's
Day หรือวันแห่ง​ความรัก ​ซึ่ง​ต่อมา​ได้นิยมแพร่หลาย​ไปทั่วยุโรป​และอเมริกา ​และเข้ามาในทวีปเอเชียด้วย
แล้ว​ทำไม? วันวาเลนไทน์​ต้องให้ดอกกุหลาบด้วยนะ...​สงสัยจัง...​
ด้วย​ความ​ที่กุหลาบมีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลแล้ว​ จึงทำให้​ความสวยงามของดอก​และกลิ่นอันชวนพิสมัยของราชินีแห่งดอกไม้นี้​เป็น​ที่เลื่องลือมาช้านาน ​และล้วนกล่าวถึง​ความงาม​เป็นสื่อ​ที่แสดงถึง​ความสุข ​ความมีไมตรีจิต ​ความน่ารัก​ความสวยงาม การบูชา ​และการเกี้ยวพาราสี ดังนั้น​ กุหลาบจึง​เป็นเสมือนตัวแทนแห่ง​ความรัก ​และ​ความอมตะ
จนมีตำนานกล่าวขานกันต่าง ๆ​ นานา ตั้งแต่สมัยกรีก ตำนานเล่าว่า "คลอรีส" เทพธิดาแห่งดอกไม้ ​ได้บันดาลให้ร่างของนางไม้กลาย​เป็นกุหลาบ ​และยกให้​เป็นราชินีของดอกไม้ จากนั้น​​ต่อมาก็มีการมอบดอกกุหลาบแก่ "อีรอส" ลูกชาย ​ซึ่ง​เป็น
เทพแห่ง​ความรัก​ส่วนในศาสนาคริสต์เชื่อกันว่า ในสมัย​ที่​พระเยซูถูกตรึงไม้กางเขนอยู่​นั้น​ ​พระโลหิต​ได้ไหลหยดลงบนต้นหญ้ามอสส์​และ​ได้บังเกิด​เป็นต้นกุหลาบ​ที่มีดอกสีแดงสด จึงมีการเรียกขานกุหลาบชนิดนี้ว่า "กุหลาบมอสส์" นอกจากนี้ยังมีการสู้รบ
กัน​ระหว่าง 2 ตระกูลใหญ่ ​คือราชวงศ์ยอร์ค ​ซึ่ง​ใช้สัญลักษณ์​เป็นดอกกุหลาบขาว ​และราชวงศ์แลงแคสเตอร์ ​ใช้ดอกกุหลาบแดง​เป็นสัญลักษณ์ ​และ​ได้เรียกสงครามครั้งนี้ว่า "สงครามกุหลาบ" ​ซึ่งเกิดขึ้น​ในปี พ.ศ. 1948-2028 ​และในสมัย​ต่อมาพวกกุหลาบแดง​ได้มา​แต่งงาน​กับพวกกุหลาบขาว ​ซึ่งในปัจจุบันกุหลาบ​ได้ถือ​เป็นดอกไม้ประจำชาติของชาวอังกฤษ​ไป นี่แหละ​ค่ะ​​ถ้าทุกคนมี​ความรักให้แก่กันแล้ว​โลก​จะสงบสุขแน่นอนครับ​
เรามาดูกันในประเทศไทยบ้างครับ​มีเรื่อง​ราวเล่าขานถึง​ความงดงามของดอกกุหลาบไว้​โดยปรากฏอยู่​ใน​พระราชนิพนธ์ของ​พระมหาธีราชเจ้า รัชกาล​ที่ 6 ในเรื่อง​ "มัทนะพาธา" หรือ "ตำนานดอกกุหลาบ" ​ซึ่ง​ได้ปรากฏชัดว่าดอกกุหลาบ​ได้กลาย
​เป็นดอกไม้​ที่นิยม​ไปทั่วโลกเรามาย้อนอดีต...​กุหลาบ...​ราชินีแห่งบุปผชาติกันดูไหม
ด้วย​ความโดดเด่นของรูปโฉมอันพิลาส กอปร​กับกลิ่นหอม​ที่มีเสน่ห์เย้ายวนชวนให้น่าหลงไหล กุหลาบจึง​เป็นดอกไม้​ที่นิยมมาตั้งแต่อดีตกาล ​โดยสันนิษฐานว่า กุหลาบถือกำเนิดมาตั้งแต่สมัย Taceous หรือ​เมื่อประมาณ 40 ล้านปีมาแล้ว​​โดยดู​ได้จากซากฟอสซิล​ที่ขุดพบ​โดยนักวิทยาศาสตร์ ​แต่หลักฐาน​ที่ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดแน่นอน​จะอยู่​ในราว 5,000 ปี​ที่ผ่านมาค่ะ​ ตั้งแต่สมัย สุเมเรียน (Sumerians)​โดยนักโบราณคดีชาวอังกฤษ​ได้ขุดค้นพบน้ำ​ที่มีกลิ่นกุหลาบในหลุม ศพของกษัตริย์ในสมัยนั้น​ นอกจากนี้ยังค้นพบเครื่องประดับของชาวสุเมเรียน ​ซึ่งมีรูปทรง​เป็นดอกกุหลาบทำด้วยทองคำ
​แต่ในบางแหล่ง​ได้กล่าวไว้ว่า กุหลาบมีกำเนิด ณ เทือก​เขาคอเคซัส ประเทศเปอร์เซีย หรืออิหร่านในปัจจุบัน​และมีชื่อเรียกดอกไม้ชนิดนี้ว่า "คุล" Gol หรือ Gul ​ซึ่งแปลว่า ดอกไม้ ​และคำว่า "คุลาพ" หมายถึง กุหลาบอย่าง​ที่คนไทยเราเรียกกันสำหรับประเทศไทยไม่ทราบแน่ชัดว่า มีกุหลาบมาตั้งแต่สมัยใด หาก​แต่มีการบันทึกของราชทูตฝรั่งเศส ในสมัยสมเด็จ​พระนารายณ์มหาราช ว่า​ได้เห็นดอกกุหลาบอยู่​ในกรุงศรีอยุธยา ​และอีกหลายแห่ง​ที่ปรากฎหลักฐานว่า มีกุหลาบเข้ามาเมืองไทยแล้ว​ก็​คือ
กาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศก ​ซึ่ง​เป็น​พระราชนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรมาธิเบศร์​ที่​ได้กล่าวถึง​ความงามของดอกกุหลาบไว้ด้วยรูปร่าง​และสีสันของดอกกุหลาบ...​แปล​ความหมาย​ได้ว่า...​...​



ดอกกุหลาบนั้น​​ทั้งลักษณะ​และสีสันของมัน​สามารถสื่อ​ความหมายถึงคน​ที่เรามอบให้ ​ได้ว่าอย่างไร ​ที่เราทุกคนเรียก

มันว่า "ภาษาดอกไม้" อย่างไรไงครับ​ เรามาดูกันเลย​นะครับว่า​ดอกกุหลาบ​แต่ละแบบ ​แต่ละสีสื่อ​ความหมายไว้ว่าอย่างไรกันบ้าง

กุหลาบแดง หมายถึง ​ความรัก​และ​ความปรารถนา ​เป็นดอกไม้ของคิวปิด​และอีรอส (คุณกามเทพไง) ​เป็นสิ่งนำโชคมาสู่ผู้หญิง​ที่​ได้รับ

กุหลาบขาว หมายถึง ​ความมีเสน่ห์ ​ความบริสุทธิ์ ​ความเงียบสงบ ​และนำโชคมาสู่ผู้หญิง​ที่​ได้รับเช่นเดียว​กับดอกกุหลาบแดง

กุหลาบสีชมพู หมายถึง ​ความรัก​ที่มี​ความสุขอย่างสมบูรณ์​ที่สุด

กุหลาบสีเหลืองหรือสีส้ม หมายถึง ​ความรักร้อนแรง​และยาวนาน ไม่จืดจาง หวานชื่น ​และมี​ความสุข

กุหลาบตูม หมายถึง ​ความรัก​และ​ความเยาว์วัย

กุหลาบบาน หมายถึง ​ความรัก​ที่​กำลังเบ่งบาน ​ความอ่อนหวาน สดชื่น

​เป็นอย่างไรบ้าง​ หวังว่าคุณคงหายสงสัยแล้ว​นะครับว่า​ทำไมวัน​ที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปีจึง​เป็นวันวาเลนไทน์

​และทำไม​ต้องให้ดอกกุหลาบในวันนั้น​ อ้อ ประเพณีของหนุ่ม-สาวชาวอาทิตย์อุทัย หรือชาวญี่ปุ่นนั่นเอง​จะแตกต่าง​กับ ชาติ
อื่น ๆ​ ​คือในวัน​ที่ 14 กุมภาพันธ์ หรือ วันวาเลนไทน์ สาว ๆ​ ​จะ​เป็นคนให้ ช็อกโกเลต (Chocolate) รูปหัวใจขนาดเล็ก-ใหญ่
แล้ว​​แต่​ความชอบน้อย-มาก ตัวเองทำเองแก่หนุ่ม ๆ​ ​ที่เธอชอบ เรียกว่าวันนั้น​หนุ่ม ๆ​ ยิ้มกันแก้มปริกัน​เป็นแถวเลย​ หลังจากวันนั้น​อีกหนึ่ง​เดือน​คือวัน​ที่ 14 มีนาคมหนุ่ม ๆ​ ก็​จะมอบดอกกุหลาบ ​เพื่อ​เป็นการขอบคุณสาวผู้ให้

ข้อมูลจากนิตยสาร ผาสุก , 108 ซองคำถามของนสพ.สารคดี ​และ จุลสาร 3495 News

 

F a c t   C a r d
Article ID A-2220 Article's Rate 3 votes
ชื่อเรื่อง วาเลนไทน์เดย์
ผู้แต่ง ตะกร้า
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ ภาพยนตร์ เพลง บันเทิง
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๙๖๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-10854 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 16 ก.พ. 2550, 10.09 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-10884 ], [83.189.129.231]
เมื่อวันที่ : 17 ก.พ. 2550, 18.13 น.

ขอบคุณตะกร้าจ้า​ที่ขยันค้นคว้ามาให้อ่าน...​มอบ ให้นะคะ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น