นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๑ มกราคม ๒๕๕๐
สายน้ำ
มีน[a]
...          ​​แม้ฝน​​ที่ตกหนักมาหลายวัน เริ่มซาลงแล้ว​​ ​​และตอนนี้มีเพียงสายฝน​​ที่ตกพรำๆ​​ ลงมาเท่านั้น​​ หาก​​แต่ว่าฟ้ายังคงมืดทมึนดูน่ากลัว กลุ่มเมฆสีหมนยังแผ่ปกคลุม​​ไปทั่วบริเวณ...
          ​แม้ฝน​ที่ตกหนักมาหลายวัน เริ่มซาลงแล้ว​ ​และตอนนี้มีเพียงสายฝน​ที่ตกพรำๆ​ ลงมาเท่านั้น​ หาก​แต่ว่าฟ้ายังคงมืดทมึนดูน่ากลัว กลุ่มเมฆสีหมนยังแผ่ปกคลุม​ไปทั่วบริเวณ สายลมยังพัดกระหน่ำรุนแรง แรงเสียจนต้นมะพร้าวสูงข้างบ้านโอนเอน​ไปตามแรงของมัน จนผมกลัวว่ามัน​จะล้มลงมาทับบ้านเสียให้​ได้ ​แต่มันก็ไม่เคยล้ม มันยังคงหยัดยื่นอยู่​ตรงนั้น​ เหมือน​ที่เคย​เป็นมาหลาบปี

          ผม ออกมายืนมอง สายน้ำสีขุ่นข้น​ที่ท่วมนอง​ไปทั่วบริเวณ ด้วย​ความรู้สึกเบื่อหน่าย เหมือนๆ​ ​กับ​เพื่อนบ้านคนอื่นๆ​ ปริมาณน้ำฝน​ที่ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาติดต่อกันหลายวัน รวม​กับปริมาณน้ำในคลอง​ที่มีมากอยู่​แล้ว​จากน้ำท่วมครั้งก่อน จึงไม่ใช่เรื่อง​เกินคาดอะไร​​ที่มัน​จะไหลล้น 2 ฝากฝั่งขึ้น​มาท่วมซ้ำอีกครั้ง ในเวลาห่างกันไม่ถึง 2 สัปดาห์เช่นนี้

          ​ความ​ที่หมู่บ้านของผม ตั้งอยู่​ในบริเวณ​ที่ลุ่ม ​และมีคลอง 2 สายไหลมาบรรจบกัน​พอดี จึงไม่ใช่เรื่อง​แปลกอะไร​ ​ที่​จะพบเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำซากแบบนี้ บางปีมีถึง 6-7 ครั้ง ​โดยเฉพาะในฤดูฝน ​และด้วยเหตุ​ที่น้ำท่วมบ่อยๆ​ นี้เองทำให้คนในหมู่บ้านแทบ​จะเลิกทำนากันแล้ว​ ​แต่หัน​ไปปลูกปาล์มน้ำมันแทน กระนั้น​น้ำท่วม​แต่ละครั้งก็พัดพา​เอา​ความเสียหายอย่างมหาศาลมาด้วยเสมอ

          บ้านของผม โชคดีกว่าคนอื่นในหมูบ้านอยู่​บ้าง ​เนื่องจากตั้งบน​ที่สูงกว่าบ้านหลังอื่น อีก​ทั้ง​เป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ทำให้น้อยครั้ง​ที่น้ำ​จะท่วมถึงบริเวณบ้านยกเว้นคราว​ที่น้ำท่วมหนักๆ​ จริงๆ​ เท่านั้น​ เหตุนี้เอง​ที่หลายๆ​ครั้งบ้านของผมจึงกลาย​เป็น​ที่พักของ​เพื่อนบ้าน​ที่ บ้านถูกน้ำท่วมจนมิดหลังคา​ไป​โดยปริยาย

          ​ความเบื่อหน่ายเกาะกุมใจผมมากยิ่งขึ้น​ ​แต่ละครั้ง​ที่น้ำท่วม ผม​ได้​แต่นั่ง นอน หรือเดินอยู่​ในบริเวณบ้าน​ที่น้ำท่วมไม่ถึงของผม มองดูสายน้ำไหลเรื่อยเอื่อยไม่ทุกข์ร้อน​กับ​ความทุกข์ยากของผู้คน หรือบางปี​ที่มันไหลหลากอย่างรุนแรงบ้าคลั่ง ดังว่า​จะโถมทำลายทุกอย่าง​ที่ขวางหน้ามันให้มลายสิ้น​ไป

          หาก​เป็นตอนเด็ก ผมคงไม่รู้สึกอะไร​มากนัก นอกจากสนุกสนาน​ไปตามประสาเด็ก หรือดีใจ​ที่ไม่​ต้อง​ไปโรงเรียน ​แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว​ ดังนั้น​ทุกครั้ง​ที่น้ำท่วม​ความรู้สึกเบื่อหน่ายก็ยิ่งทับถมทวีในใจมากยิ่งขึ้น​ ผมไม่รู้ว่าคน​ที่นี่ทนรับสภาพแบบนี้​ไป​ได้ยังไง กี่ปีกี่เดือน​ที่สภาพแบบนี้​จะหมด​ไปเสียที ​เขาทนกัน​ได้อย่างไร ยิ่งไม่รู้ว่า ปู่ ย่า ตา ยาย คิดอะไร​ถึงมาตั้งรกรากอยู่​​ที่ริมน้ำแบบนี้

          ​แต่​เอาเถอะซักวันหนึ่ง​ ผม​จะออก​ไปจาก​ที่นี่ ​เมื่อผมโตพอ​ที่​จะ​ไป​ได้ ผม​จะไม่ทนรับสภาพชีวิต​ที่ไม่มีทีท่าว่า​จะดีขึ้น​เลย​แบบนี้อย่างแน่นอน ผมบอกตัวเอง ​และฝันถึงอนาคต​ที่สวยหรู เฝ้าบอกตัวเองว่า​ต้องเรียนให้สูงๆ​ แล้ว​​ไปให้พ้นๆ​ ชีวิต​ที่น่าเบื่อหน่ายนี้เสียที

          "​เป็นอะไร​ไอ้หนุ่ม" เสียงพ่อถาม​เมื่อเห็นว่าผมนั่งทำหน้าเซ็งๆ​ ผมไม่ทันรู้สึกตัวว่าพ่อ เดินเข้ามา​ที่ผมนั่งอยู่​ตอนไหน ​เพราะคิดอะไร​เพลินๆ​อยู่​นั่นเอง

          "ไม่มีอะไร​ครับ​ แค่เบื่อ" ผมตอบท่านสั้นๆ​

          "เบื่ออะไร​หรือ" ท่านถามผมกลับมาอีก

          "ก็น้ำท่วมเนี่ยพ่อ มันน่าเบื่อ ไม่รู้​จะท่วมอะไร​กันนักหนานะพ่อ" ผมตอบ

          "มัน​เป็นธรรมชาติของมันนะลูก ยังไม่ชินอีกเหรอไง" พ่อคงหมายถึง มัน​เป็นอย่างนี้ทุกปี ผมน่า​จะชิน​กับชีวิต​ที่อยู่​​กับสายน้ำแบบนี้​ได้แล้ว​

          "ชินจนเบื่อแล้ว​" ผมตอบท่าน​ไปตาม​ความคิดของตัวเอง

          "มันก็​ต้องทนนะลูก เกิด​เป็นคน​ต้องอดทน" คำพูดนี้พ่อสอนผมเสมอ ​แต่ผมเองก็ทนมาจนสุด​จะทนแล้ว​เช่นกัน

          "ผมไม่รู้พวกพ่อ​จะทนกัน​ไปถึงไหน ก็เห็นอยู่​ว่ามันไม่มีอะไร​ดีขึ้น​เลย​ นาก็เสียหาย ของในสวนก็ไม่มีเหลือแล้ว​ โดนน้ำท่วมหมดแล้ว​ ก็ยังเห็นทนทำ ทนอยู่​กันอยู่​​ได้ ทำสวน ทำไร่แล้ว​น้ำก็ท่วม ก็เสียหายอีก" ผมบ่น​ไปเรื่อย

          "​เมื่อก่อนพ่อก็คิดแบบนี้" พ่อยิ้มแล้ว​​เอามือลูบหัวผม "​แต่ไม่มี​ที่ไหนอยู่​แล้ว​สบายใจเหมือนบ้านเราหรอกลูกเอ๋ย ​ที่นี่ปู่ ย่า ตา ยาย ท่านสร้างไว้ ​และ​เป็น​ที่เกิดของพ่อ ของแม่ ​และของลูก ชีวิตพ่อผูกพันธ์​กับ​ที่นี่ ​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ชอง​ที่นี่พอๆ​​กับ​ที่ ​ที่นี่​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ของชีวิตพ่อ"

          "ผมไม่เข้าใจ​ที่พ่อพูดเลย​" ผมบอกท่าน

          "แล้ว​ลูก​จะเข้าใจเองในวันหนึ่ง​​ที่ลูกโตพอ" พ่อยังคงยิ้ม​และ​เอามือลูบหัวผมแบบเดิม มันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น​บ้าง การ​ได้พูดคุยระบาย​ความในใจออก​ไปบ้าง ย่อมดีกว่าเก็บมันไว้คนเดียวในใจ

          ...​...​...​...​...​...​...​...​...​..

          สายน้ำไหลเอื่อยตามลำคลองลดเลี้ยว​ไปสุดสายตา กอไฝ่​ที่ปลูกอยู่​ริมคลองถูกสายลมพัดเอนลู่​ไปตามแรงของมัน ลมพัดผ่านพาผืนน้ำพริ้วไหว​เป็นละลอกคลื่นน้อยๆ​ น้ำใสจนมองเห็นพื้นทรายด้านล่าง ฝูงปลาตัวน้อยแหวกว่าย​ไปตามกระแสน้ำ ลมเย็นพัดสบายผ่าน​ไป

          ผมยืนมอง สายน้ำ​ไปจนสุดตา ลูกๆ​ ​กำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ​โดยมีภรรยาของผมคอยดูแลอยู่​ไม่ห่าง เรา​แต่งงานกัน​ได้หลายปีแล้ว​ ลูกชาย 2 คน​คือสิ่ง​ที่ยืนยันใน​ความรักของสองเรา ผมยิ้มให้​กับสายน้ำ ​เมื่อมอง​ไปยังเจ้าตัวน้อย​ทั้ง 2 ​ที่​กำลังหยอกล้อ​กับแม่ของแกอย่างสนุกสนาน

          อร ​คือภรรยาของผม เรารู้จักกัน​เมื่อผมกลับมาบ้าน​เมื่อหลายปีก่อน เธอ​เป็นน้องสาวของ​เพื่อนรักของผม ตอนนั้น​ผมลาออกจากงาน​ที่ทำอยู่​​เพราะ​ความเบื่อหน่าย​กับชีวิตในเมืองหลวง ผมตระเวน​ไปบ้าน​เพื่อนทุกคนเท่า​ที่ทำ​ได้ จน​ได้รู้จัก​กับ อร

          หลังจากนั้น​ไม่กี่ปี​เมื่อ​ความรักเบ่งบานเราก็​แต่งงานกัน ​แม้หลายปีแล้ว​​แต่​ความรักของเรายังไม่เคยเสื่อมคลาย ผม​ใช้เวลา​ส่วนใหญ่​ไป​กับครอบครัว ทำสวน ทำไร่ มีชีวิตเรียบง่าย​แต่มี​ความสุข ​ความสุข​ที่ไม่เคย​ได้วาดฝันไว้ ​แต่กลับสุขยิ่งกว่า​ที่เคยวาดหวังมากนัก

          หลายปีมานี้น้ำยังคงท่วมอยู่​บ้าง ​แต่ก็ลด​ความรุนแรงลงมาก ​เนื่องจากโครงการแก้มลิง อัน​เป็น โครงการใน​พระราชดำริของในหลวง ​ที่ทรงดำริขึ้น​​เพื่อ ลดปัญหาอุทกภัย ​ที่เกิดขึ้น​ตลอดหลายปี​ที่ผ่านมา ผมสอนลูกให้รำลึกถึง ​พระมหากรุณาธิคุณ อันยิ่งใหญ่ของ​พระองค์อยู่​เสมอ ​เพราะคงไม่มีพ่อคนไหน​จะห่วงใยลูกเท่า​พระองค์ พ่อหลวงของชาวไทยทุกคน

          "พ่อคร้าบ มาเล่นไล่จับกันดีก่า" เสียงลูกชายคนเล็กเรียก

          "คร้าบบบ" ผมตะโกนบอก ก่อน​จะวิ่งเข้า​ไปหาแก เจ้าตัวเล็กวิ่งหนีก่อน​จะกระโดดลงน้ำเสียงดังตูม น้ำแตกกระเซ็น​เป็นฟอง ผมตามลง​ไปจับเจ้าลิงทโมนตัวน้อยขึ้น​มาหอมแก้มด้วย​ความรัก ก่อน​จะอุ้มแก​ไป​ที่ภรรยา​ซึ่งนั่งอยู่​ใต้ร่มไม้​กับลูกชายคนโต

          ครั้งหนึ่ง​ตอนเด็กผมก็เคยสนุกสนานแบบนี้ ​โดยไม่​ต้องคิดถึงอนาคต ​แต่อีกไม่นานเจ้าตัวน้อยเหล่านี้​จะเติบโตขึ้น​ ​และ ก้าวเดิน​ไปตามเส้นทางของ​แต่ละคน เหมือน​ที่ครั้งหนึ่ง​​ที่ผมเองก็ออกเดินทาง​ไปตาม​ความฝันของตัวเองเช่นกัน ​และผมก็ไม่​ได้หวังว่าลูกทุกคน​จะ​ต้องอยู่​​ที่บ้านเกิดของแก ดังเช่น​ที่ พ่อของผมไม่เคยหวงห้าม​ความฝันของผม

          จนถึงวันนี้ผมเข้าใจ​ความหมายทุกคำ​ที่พ่อเคยสอน ​ที่นี่​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ของผม เช่นเดียว​กับ​ที่ผม​เป็น​ส่วนหนึ่ง​ของ​ที่นี่ ​และซักวันหนึ่ง​ ลูก​ทั้ง 2 คงเข้าใจ​ความหมายเหล่านี้ ​ที่นี่​คือ​ที่เกิดของเรา ชีวิตของเราผูกพันธ์​กับสายน้ำ สายน้ำ​คือชีวิตของเรา สายน้ำก่อกำเนิดชีวิต ​และผูกพันธ์ทุกชีวิตริมฝั่งน้ำไว้ด้วยกัน อาจมีบางครั้ง​ที่มันเกรี้ยวโกรธ บางครั้งมัน​เป็นดั่งน้ำทิพย์ชะโลมใจดับไฟร้อนในกาย ​แต่​จะอย่างไรเราก็ไม่​สามารถแยกจากมัน​ไป​ได้

          ...​...​...​...​...​...​...​...​...​..

          สายน้ำยังคงไหลเรื่อยเอื่อย​ไปตาม 2 ฝากฝั่งคลอง​ที่โอบอุ้มมัน​ไปจนสุดตา พัดพาเรื่อง​ราวชีวิตของผู้คนริมฝั่ง​ที่มันผ่านพบ บอกเล่าเรื่อง​ราวสู่ฟากฟ้า ​และท้องทะเล

 

F a c t   C a r d
Article ID A-2162 Article's Rate 8 votes
ชื่อเรื่อง สายน้ำ
ผู้แต่ง มีน[a]
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๐
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๐๒๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-10480 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 11 ม.ค. 2550, 09.00 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : เก็จแก้ว [C-10482 ], [202.12.118.36]
เมื่อวันที่ : 11 ม.ค. 2550, 10.54 น.

คุณมีนเขียน​ได้น่าอ่านมากค่ะ​...​ บรรยายฝนตก น้ำท่วม ​ได้ดีจนมองเห็นภาพเลย​ล่ะค่ะ​

แก้วขอนิดนึงนะคะ​...​ คุณมีนช่วยย่อหน้าให้มากกว่านี้หน่อย​ก็ดีนะคะ​ แก้ว​จะ​ได้อ่านแบบสบายตาซักหน่อย​อ่ะค่ะ​

แก้วมอบ ให้นะคะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : มีน[a] [C-10487 ], [125.24.0.115]
เมื่อวันที่ : 11 ม.ค. 2550, 13.50 น.

จัดให้ตาม​ที่ขอครับ​ น่า​จะอ่านง่ายขึ้น​แล้ว​มั้งครับ​

ขอโทษทีครับ​ โดน โพส รีบ​ไปหน่อย​ ​คือใกล้​จะ​ได้เวลางานน่ะครับ​ ​แต่งเสร็จก็​เอามาโพสเลย​

ขอบคุณ คุณเก็จแก้วนะครับ​ ​ทั้งคำชม ดอกไม้ ​และ คำแนะนำครับ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : pilgrim [C-10488 ], [158.125.1.113]
เมื่อวันที่ : 11 ม.ค. 2550, 20.34 น.

คุณมีนเขียนบรรยายธรรมชาติ​ได้งดงาม​และมองเห็นภาพนะคะ​
มีปรัชญาสอนใจด้วย

​จะรออ่านงานเขียนเรื่อง​ต่อๆ​​ไปของคุณมีนค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น