นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๒ ธันวาคม ๒๕๔๙
พระจันทร์ฉายที่ชายทุ่ง ตอนที่ 1
ปรัชญากานต์
... ใบไม้พลิ้วไหว​​ไป​​กับสายลมยามดึกสงัดในคืนค่ำ​​ที่​​ความโดดเดี่ยวเข้าครอบงำ หญิงสาวหลับตาลงช้าๆ​​หลังจาก​​ที่ปล่อยให้หยาดน้ำไหลอาบแก้มของตัวเองมานานหลายชั่...
ใบไม้พลิ้วไหว​ไป​กับสายลมยามดึกสงัดในคืนค่ำ​ที่​ความโดดเดี่ยวเข้าครอบงำ หญิงสาวหลับตาลงช้าๆ​หลังจาก​ที่ปล่อยให้หยาดน้ำไหลอาบแก้มของตัวเองมานานหลายชั่วโมงแล้ว​ ​ความหวาดหวั่นนึกกังวลระคน​ความหวาดกลัวเกาะกุมหัวใจจนชา​ไป​ทั้งตัว

หลายชั่วโมงก่อนหน้านี้หล่อน​ได้รับโทรเลขจากพี่ชาย​ที่ส่งข่าวร้ายมาบอก เหมือนวิญญาณ​จะปลิดปลิวออกจากร่างก็ไม่ปาน บุคคลอัน​เป็น​ที่รักยิ่งเดินทางจาก​ไปอย่างเงียบๆ​ทิ้ง​เอาไว้แค่เพียง​ความอบอุ่น​ที่ไม่มีวัน​จะจางหาย​ไปตราบจนลมหายใจสุดท้ายของหล่อน

ร่าง​ที่ไร้​ซึ่งวิญญาณนั้น​​จะรู้หรือไม่ว่าในยามนี้หัวใจของหล่อนเหน็บหนาวเพียงไหน​กับการจาก​ไปครั้งนี้​โดยไม่มีคำล่ำลาใดๆ​​ทั้งสิ้น ​ความหวังพังทลายจนหมด เรี่ยวแรงหดหาย หล่อนรู้ดีว่าจากวันนี้​ไปชีวิต​จะ​ต้องเจอ​กับ​ความเปลี่ยนแปลงมากมาย​ คน​ที่​เป็น​กำลังใจสำคัญให้หล่อนก้าวเดินมาจนถึงจุดหมายทอดทิ้ง​ไปหล่อนเสียแล้ว​ สิ่ง​ที่หล่อนมุ่งมั่นมาตั้งแต่ต้น​จะมี​ความหมายอะไร​อีกเล่า ​เมื่อคน​ที่ควร​จะภูมิใจ​กับ​ความสำเร็จของหล่อนไม่อยู่​ในโลกนี้อีกต่อ​ไป

ภาพแห่งเยาว์วัยค่อยๆ​เด่นชัดขึ้น​จากทุกมวลของ​ความทรงจำขณะ​ที่หล่อนทรุดตัวลงนั่งบนเตียงอันว่างเปล่า สายตาทอดมอง​ไปยังนอกห้องด้วย​ความรู้สึกเสียใจอย่างถึง​ที่สุด กระดาษ​ที่ชุ่ม​ไปด้วยคราบน้ำตาแผ่นนั้น​มันไม่​ได้ล้าง​เอาตัวอักษร​ที่โหดร้าย มันยังคงอยู่​บนพื้นเหมือน​จะเตือนสติหล่อน​ที่​กำลัง​จะเตลิด​ไปไกลจากห้องนี้

​ความจริงไม่​ได้โหดร้าย​แต่​ความตายต่างหาก​ที่โหดร้าย​กับหล่อนด้วยการพราก​เอาแม่​ไปจากหล่อนในโมงยาม​ที่หล่อนไม่​สามารถ​จะดูแลท่าน​ได้ หล่อนคิด​ไปถึงพ่อ​กับพี่ชาย ป่านนี้พ่อ​จะเสียใจสักเพียงใดหนอ​เมื่อคู่ทุกข์คู่ยาก​ที่ฟันฝ่าอุปสรรคนานัปประการมาด้วยกันจาก​ไปเยี่ยงนี้

ทุ่งนา​จะกรีดเสียงร้องระงมบ้างไม่ หล่อนไม่รู้ ​แต่ต้นข้าวคง​จะไหวเอนต่อการจาก​ไป ผืนดินคง​จะร่ำร้อง​เพื่อไว้อาลัย หล่อนนึกไม่ออกเลย​ว่าบ้านของหล่อน​จะ​เป็นเช่นไรบ้าง​

" เจ้านกกาเหว่าเอย ไข่ไว้ให้แม่กาฟัก แม่กาก็หลังรัก คิดว่าลูกในอุทร คาบ​เอาข้าวมาเผื่อ คาบ​เอาเหยื่อมาป้อน ซ่อนไว้ในรังนอน ...​...​...​ "

เสียงเพลงกล่อมเด็กดังแว่วมาตามสายลมคล้ายเสียงของแม่​ที่ร้องเรียกหล่อน​เป็นครั้งสุดท้าย มัน​เป็น​ที่แม่ร้องกล่อมหล่อนเสมอ น้ำเสียง​และสายตา​ที่บ่งบอกถึง​ความรักอันยิ่งใหญ่ของคน​เป็นแม่ หล่อนยังจำ​ได้ดี หล่อน​จะนอนยิ้มร่าอยู่​ในเปลญวน​ที่เก่าเกรอะ

ฐานะของชาวนา​จะมีปัญญา​ที่ไหน​เอาเงิน​ไปซื้อเปลญวนดีๆ​ราคาแพงๆ​​ได้ ถึงครอบครัวของหล่อน​จะยากจน​แต่หล่อนกลับอุ่นใจทุกครั้ง​ที่​ได้กลับ​ไปเยี่ยมพ่อ​กับแม่ ท้องทุ่งเขียวขจี​ไปด้วยต้นกล้า​ที่โอบล้อมบ้าน​ทั้งหลัง ​เมื่อยาม​ที่สายลมฤดูฝนพัดผ่านเสียงเพลงจากต้นข้าว​จะคอยขับกล่อมแทนเสียงเพลงจากเครื่องทรานซิสเตอร์​ที่หล่อนใฝ่ฝันอยาก​จะ​ได้ ​แต่แม่มัก​จะบอกว่าควร​จะเก็บเงินไว้เรียนหนังสือมากกว่า​ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

แสงสีในเมืองใหญ่ไม่เคยทำให้หล่อนหลงใหล​ได้ปลื้ม​ไป​กับมัน ​เพราะนั่นอาจ​เป็นจุดจบของ​ความอ่อนแอในชีวิต​ที่คนบ้านนอกอย่าง​เพื่อนๆ​ของหล่อนมักหลงเข้า​ไปติด​กับดักบ่อยๆ​ บางคนเลือก​ที่​จะฆ่าตัวตาย​เมื่อผิดหวังจากผู้คนแห่งแสงสี​ที่​ใครๆ​พากันขนานนามว่าศิวิไล ​ซึ่งแท้​ที่จริงแล้ว​มัน​คือหลุมพรางชั้นเยี่ยม​ที่คอยหลอกล่อผู้คน​ที่จิตใจมัวเมาให้เคลือบเคลิ้ม​และลุ่มหลงจนยากเกิน​จะถอนตัว​ได้ใน​ที่สุด หล่อนเห็นตัวอย่างมามากนัก

" แม่จ๊า ​ถ้าน้องอุ่นโตกว่านี้อีกนิด แม่​ต้องมีน้องชายให้หนูอีกคนนะจ้ะ​ " เสียงของเด็กชายวัยสามขวบเอ่ยบอก​กับแม่ในตอนบ่ายของวัน​ที่ฟ้าคราคร่ำ​ไปด้วยเมฆสีเทาถมึน

" ฟังแม่นะจวบ แม่เองก็อยาก​จะมีน้องให้ลูกอีกคน​แต่ฐานะอย่างเรา​จะเลี้ยงลูกสามคนคงไม่ไหว เรา​เป็นแค่ชาวนาแม่อยากให้จวบ​กับน้อง​ได้เรียนสูงๆ​​จะ​ได้ไม่​ต้อง​เป็นอย่างแม่​กับพ่อ จำไว้นะลูกจวบ​ต้องรักน้องให้มากๆ​ แล้ว​น้องอุ่นก็​จะรักจวบมากๆ​เช่นกันจ๊ะ​ " ละมุนบอกแก่ลูกชายคนโต

" จ้ะ​แม่ จวบ​จะรักน้องให้มากๆ​ ​เป็นเด็กดีของแม่​กับพ่อแล้ว​ก็​จะตั้งใจเรียนด้วยจ๊ะ​ " เด็กชายตัวน้อยบอกแม่ก่อน​จะก้มลงนอนหนุนตักแม่อย่างเคย
" ดีมากจ๊ะ​ แม่ก็รักจวบมากนะลูก " แม่เอ่ย​พร้อม​กับลูบศีรษะเด็กชายประจวบอย่างรัก​ใคร่

อุ่นคำยังคงจดจำภาพเหล่านั้น​​ได้ดี ​แม้นว่าวัยของหล่อน​จะยังเล็กนักก็ตาม

" แม่ดูพี่จวบสิแย่งขนมอุ่น​ไปกินเฉยเลย​ พี่จวบ​เอาขนมอุ่นคืนมาเดี๋ยวนี้นะ " หล่อนมัก​จะทะเลาะ​กับพี่ชายบ่อยๆ​ตามประสาเด็กๆ​

" เรื่อง​อะไร​​จะคืนให้โง่ละ ก็อุ่นนะไม่ยอมคืนดินสอแท่งใหม่​ที่ครูบุญซื้อให้พี่ก่อนทำไมละ " ประจวบเองก็ไม่ยอมแพ้เหมือนกัน

" อุ่นยืมเขียนก่อนไม่​ได้รึไงกัน ก็ดินสออุ่นไม่มีแล้ว​ พี่จวบใจร้าย "

" ไม่มีก็บอกพ่อซื้ออันใหม่ให้สิ "

" พี่ก็รู้ว่าปีนี้ข้าวขายไม่​ได้ราคา แล้ว​ไหนพ่อ​กับแม่ยัง​จะ​ต้องเก็บเงินให้พี่เรียนต่อมัธยมต้นอีก เด็กประถมหก​ที่ไหนเค้า​ใช้ดินสอเขียนกันบ้างละ อย่าขี้งก​ไปหน่อย​เลย​ " อุ่นคำยังเถียงพี่ชายไม่เลิกจนแม่​ต้องปราม​ทั้งสองคนพี่น้อง

" จวบ​กับอุ่น อย่าทะเลาะกันเลย​นะลูก อุ่นก็คืนดินสอพี่เค้า​ไปสิ แล้ว​เดี๋ยวแม่​จะซื้อดินสอแท่งใหม่ให้นะ "

" อุ่น​ใช้ของเก่าก็​ได้จ๊ะ​แม่ ดินสอสั้น​ใช้งาน​ได้อยู่​​แต่คนใจแคบเปลี่ยนยังไงก็ไม่หาย " หล่อนอด​ที่​จะแขวะพี่ชายไม่​ได้

" แม่ดูน้องอุ่นสิ หลอกว่าผมอีกแล้ว​ " ประจวบหัน​ไปทำตาขวางใส่อุ่นคำ​ที่นั่งหน้านิ่วอยู่​ข้างๆ​แคร่ตรงใต้ถุนบ้าน

" ​เมื่อไรเราสองคน​จะเลิกทะเลาะกันซะทีนึงนะ พอ​ได้แล้ว​ แยกย้ายกัน​ไปทำการบ้าน​จะ​ได้อาบน้ำทานข้าวมื้อเย็นกัน " แม่โบกมือ​เป็นการห้าม​ซึ่ง​เป็นอันรู้กันว่าหากยังทะเลาะกันไม่เลิก​จะโดนตัดค่าขนมคนละครึ่งอาทิตย์​และ​ได้ผลทุกครั้ง​ไป​เพราะ​ทั้งหล่อน​และประจวบ​จะไม่มีเงินฝากเข้าบัญชีตลอด​ทั้งอาทิตย์เช่นกัน

​เมื่อจบชั้นประถมแล้ว​ประจวบ​ได้เรียนมัธยมต้นของโรงเรียนประจำจังหวัดแถมยัง​ได้ทุนเรียนจนจบมัธยมปลายอีกแลก​กับการ​ต้องอยู่​หอพักของโรงเรียนถือว่า​เป็นผลดีมากหาก​จะเปรียบ​กับการ​ที่พ่อ​กับแม่​จะ​ต้องส่งเสียพี่ชายเพียงคนเดียวของหล่อน​เนื่องมาจากค่า​ใช้จ่าย​ที่แพงมหาศาลหล่อนมัก​จะร้องๆ​ไห้เสมอๆ​​เมื่อประจวบ​ต้องเดินออกจากบ้าน​เพื่อกลับเข้าโรงเรียน จนกลาย​เป็น​ความห่าง​ระหว่างกันใน​ที่สุด หล่อนแทบ​จะไม่​ได้คุย​กับ​เขาในทุกครั้ง​ที่ประจวบปิดเทอมแล้ว​กลับมาอยู่​​ที่บ้าน​เพราะพี่ชายของหล่อนมัก​จะมี​เพื่อนๆ​แวะมาหาแล้ว​ชวนกัน​ไปเ​ที่ยวเล่นตามประสาผู้ชาย

" เอ้ยจวบเย็นนี้เรา​ไปตกปลา​ที่ลำคลองท้ายนากันนะเห็นพ่อเราบอกว่าปลาชุมมาก "
พี่แสบนักเรียนรุ่นพี่​ที่หล่อนไม่ค่อยชอบหน้านัก​เป็นคนแรกๆ​​ที่มัก​จะแวะเวียนมาชวนพี่ชายของหล่อน​ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด วันนี้ก็เช่นกัน

" งั้นเจอกันตอนบ่ายสี่นะเว้ย " ประจวบตะโกนตอบกลับ​ไป​โดยไม่สนใจสายตาของพ่อ​ที่มองด้วย​ความไม่พอใจนัก

" แล้ว​อย่าลืมชวนไอ้นาญ​ไปด้วยนะ ไม่​ได้เจอกันนานแล้ว​ชักคิดถึง " แสบยังโต้กลับมา

" ​ได้เลย​​เพื่อน เราเองก็ไม่ค่อยเจอมันเหมือนกัน "
แสบเดินจาก​ไปแล้ว​พ่อจึงหันมาดุประจวบ

" จวบเอ้ย​เมื่อไร​จะเลิกคบหา​เพื่อนกลุ่มนี้ซะทีนะ มาทีไรก็ชวนกัน​ไปกินเหล้า ไม่ดีเลย​ "

" โธ่พ่อดื่มเหล้านิดหน่อย​เองนะ อีกอย่างผู้ชายสมัยนี้ไม่ดื่มเหล้าเค้าถือว่าเชยมาก พ่อไม่เคย​ได้ยินเหรอ" ประจวบเถียงพ่อ

" เชยแล้ว​ทำไมละจวบ แม่ไม่เห็นว่ามัน​จะดีตรงไหนเลย​ มี​แต่​จะทำให้ร่างกายผ่ายผอมเสียเงินเสียทองมานักต่อนักแล้ว​ อีกอย่างเอ็งนะอายุยังน้อยกินเหล้าเดี๋ยวก็ทำให้สุขภาพอ่อนแอ ตั้งใจเรียนหนังสือ​จะดีกว่า " คราวนี้แม่​เป็นคนออกหน้าเอง​เมื่อเห็นว่าลูกชายไม่ยอมฟังคำเตือนของพ่อ

" พอเถอะแม่ ใช่ว่าผม​จะดื่มทุกวันอย่างน้าแช่ม​ที่อยู่​ท้ายหมู่บ้านซะหน่อย​ " พี่ชายหล่อนยังคงเถียงไม่เลิก

พ่อนั่งหน้าเศร้าเสมอในยาม​ที่ประจวบแอบหนี​ไปกินเหล้า​กับ​เพื่อนๆ​ หนังสือก็ไม่สนใจอ่านยิ่งใกล้สอบเข้า​ไปทุกที แม่เองก็พลอยไม่สบายใจ​ไปด้วย
นานวันเข้าการเรียนของประจวบก็ยิ่งแย่ลง ผลการสอบ​แต่ละครั้งแทบ​จะไม่ผ่านด้วยซ้ำ จนบางทีครู​ต้องเชิญพ่อ​กับแม่​ไปพบ​เพื่อให้เตือนพี่ชายของหล่อนถึงเรื่อง​หนีเรียน​และคบ​เพื่อนเกเร ​แต่ประจวบก็ยังยืนยันว่า​เขา​จะตั้งใจเรียนให้จบ​เพื่อไม่ให้เสียชื่อนักเรียนทุน

 

F a c t   C a r d
Article ID A-2113 Article's Rate 2 votes
ชื่อเรื่อง พระจันทร์ฉายที่ชายทุ่ง ตอนที่ 1
ผู้แต่ง ปรัชญากานต์
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๔๙๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ดาวเคียงเดือน [C-10230 ], [203.146.63.187]
เมื่อวันที่ : 22 ธ.ค. 2549, 19.25 น.

แวะมาอ่านผลงานนักเขียนมือใหม่ค่ะ​

มีบางประโยคเขียนตกบ้างนะคะ​ ​แต่ก็​เอาน่าพยายามเข้าไว้ ดาวเคียงเดือน ก็เขียนตกเหมือนกัน แฮ่ๆ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : nine gems [C-10247 ], [202.12.74.5]
เมื่อวันที่ : 24 ธ.ค. 2549, 19.47 น.

ช่วงแรกๆ​ สื่อถึงอารมณ์​ได้ดีเชียวครับ​ อ่านแล้ว​รู้สึกเคลิ้มตาม ​แต่ว่ามาตอนกลางถึงตอนท้าย อารมณ์มันกลับหาย​ไป ​โดย​ส่วนตัวของผมแล้ว​ คิดว่าอารมณ์​และจินตนาการ​เป็นเรื่อง​ใหญ่ของนิยายทีเดียวครับ​ ​จะให้มันหาย​ไปคงไม่ดี
เรื่อง​พิมพ์ตกนี่ก็สำคัญนะครับ​ ​เพราะตรง​ที่บอกว่าพี่ชายอายุสามขวบ ​แต่กลับอยู่​ประถมปี​ที่หกแล้ว​ อ่านก็เลย​งงๆ​
คอมเมนต์ด้วย​ความจริงใจครับ​ ​เพราะอ่านอย่างละเอียดทีเดียว หวังว่าคง​จะไม่โกรธกันนะครับ​ ​และ​จะติดตามอ่านต่อ​ไปนะครับ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น