นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๖ ธันวาคม ๒๕๔๙
...ถึงคุณ ​​ที่รัก...​​ ...​​ครบหนึ่ง​​ปี​​พอดี อาจ​​จะหย่อน หรือตึงกว่านี้ ก็นับไม่กี่ชั่วโมงนาทีนัก ผมอยากโกรธ อยากเกลียด อยากชิงชังคุณ ให้สาสม​​กับ​​ความผิดของคุณ...
ถึงคุณ ​ที่รัก...​

...​ครบหนึ่ง​ปี​พอดี อาจ​จะหย่อน หรือตึงกว่านี้ ก็นับไม่กี่ชั่วโมงนาทีนัก

ผมอยากโกรธ อยากเกลียด อยากชิงชังคุณ ให้สาสม​กับ​ความผิดของคุณ​ที่ผนึกผมเข้าไว้​กับ​ความซึมเซาสีเทา​ได้อย่างโหดร้าย ​และแนบเนียน

​แต่เหมือนคุณรู้ ว่าถึงอย่างไร ผมก็ทำอะไร​แบบนั้น​ไม่​ได้เลย​สักอย่าง คุณจึงกล้า​ที่​จะเข้ามารบกวนชีวิต​ที่เหลืออยู่​ของผม​ได้อย่างทารุณ

รูปถ่ายของคุณในกรอบยังยิ้มอยู่​บนโต๊ะข้างหัวเตียง ผมอยากเกลียดรูปนั่น กลิ่นแชมพูเหมือนยังฟุ้งอยู่​ในผมไม่กี่เส้นบนหมอนผมอยากเกลียดกลิ่นนั่น รอยลิปสติกสีชมพูอ่อนตัด​กับคราบสีน้ำตาลเหมือนยังชื้นอยู่​ตรงขอบถ้วยชาผมอยากเกลียดมัน แปรงสีฟันขนละเอียดเหมือนเพิ่งหมาดน้ำเสียบอยู่​ในถ้วยเคลือบทรงสูงเหนืออ่างล้างหน้า หนังสืออ่านไม่จบถูก​ที่คั่นสอด​เอาไว้​ที่หน้า 68 ผ้าใบขึงตึงบนเฟรมถูกละเลงด้วยสีน้ำจนกลาย​เป็นภาพภูเขา​ที่ดูตลก ผมอยากเกลียดพวกมัน​ทั้งหมด

อัน​ที่จริงเครื่องพันธนาการพวกนี้ของคุณ มันก็ไม่​ได้มัดรั้งผม​เอาไว้​ได้อย่างเหนียวแน่นเท่าใดนักออก​จะหลวมจนเกือบหลุดอยู่​เสียด้วยซ้ำ ​แต่ผมก็ไม่เคยกระชากมันให้ขาด ​เพื่อปลดปล่อยตัวเองสู่อิสภาพ​ได้จริงๆ​เลย​สักที

ผมอยากคว่ำรูปของคุณแล้ว​สอดเข้าไว้ให้ลึกสุดในลิ้นชัก อยากขว้างถ้วยชาเปื้อนคราบให้แตกป่นลงบนพื้น อยาก​ใช้คัทเตอร์กรีดสี​ที่เลอะผ้าใบบนเฟรมนั้น​ให้ขาดยับ อยากฉีกหนังสือ​ที่อ่านไม่จบให้ขาดกระจุยแล้ว​เผาให้เหลือ​แต่เ​ถ้าควัน อยากหักด้ามแปรงสีฟันนั่นทิ้ง อยากทำลายภาชนะใส่​ความทรงจำ​ที่เกี่ยว​กับคุณทุกอย่างไม่ให้เหลือซาก ​แต่ผมก็ทำไม่​ได้ ​และผมไม่แน่ใจว่าผมเกลียดพวกมัน หรือเกลียดตัวเองกันแน่

...​อาจคลาดเคลื่อน​ไปบ้าง ​แต่ก็ไม่นับว่านานนาที เวลาผ่านมาครบหนึ่ง​ปี​พอดีในวันนี้...​

คุณรู้ไหม หลายครั้งผมพยายามปลดพันธนาการของคุณ แล้ว​ขังตัวเอง​เอาไว้ในขวดเหล้า คิดพอใจในพันธนาการ​ที่ตัวเอง​เป็นผู้สร้างขึ้น​ ว่าดีกว่า​ที่​จะ​ต้องทุรนทุรายอยู่​ภายใต้การคุมขังจากคุณ

นานทีเดียว​ที่ผมหมักตัวเองแช่​เอาไว้ในแอลกฮอล์หลากหลายยี่ห้อจนแทบนับขวดไม่ถ้วน มันช่วยให้ผมมึน มันช่วยให้ผมเมา ช่วยให้ผมร้องโวยวาย ช่วยให้ผมสำรอก ช่วยให้ผมหมดสติ ช่วยให้ผมปวดหัวอย่างวายร้าย ช่วยให้ผมร้องไห้ มันช่วยผม​ได้แทบทุกอย่าง ​แต่คุณคงรู้ ว่ามันไม่เคยช่วยให้ผมลืมคุณ​ไปจริงๆ​​ได้เลย​

ใน​ที่สุดมันไร้ประโยชน์

...​เวลาหนึ่ง​ปี อาจ​เป็น​ได้แค่ชั่วอึดใจของก้อนหิน ​แต่ถึงอย่างไร มันก็ครบรอบหนึ่ง​ปีในวันนี้​พอดี...​

วันหนึ่ง​ คุณบอกว่า "ฉันอยากวาดรูป สอนหน่อย​สิ" คุณไม่​ได้พูดว่าฉันหรอก​แต่เรียกชื่อตัวคุณแทน คุณก็​เป็นแบบนี้เสมอ ชอบทำนั่น ทำนี่ อยู่​นิ่งไม่เคย​เป็น ​และผมรู้ดี

บนเก้าอี้โยก ตรงระเบียงบ้านชั้นสอง ดูคุณชอบนักหนา​กับการเก็บดอกจำปี​ที่ร่วงเกลื่อนหน้าบ้านทัดหูแล้ว​ขึ้น​มานั่งบนนี้ ในเย็น​ที่มีลมพัดเบาๆ​

"ฉัน​จะ​เป็นจิตกรใหญ่ บนเก้าอี้โยกเล็กๆ​ตัวนี้" ผมยังเห็นขัน​กับท่าทางจริงจังของคุณในตอนนั้น​ คุณน่ะ​จะ​เป็นจิตรกรใหญ่​ไป​ได้อย่างไรกัน ใน​เมื่อคุณเลือก​ที่​จะจบมาทางด้านการเรียบเรียงตัวหนังสือลงบนแผ่นกระดาษ ไม่ใช่การจดปลายพู่กันวาดภาพลงบนเฟรมผ้าใบ

ตอนนั้น​ผมอยาก​จะบอกเหลือเกินว่า คุณน่ะ ​เป็น​ได้อย่างมากก็แค่คนอยากวาดรูปตัวเล็กๆ​ แสนงอน บอบบาง ​และขี้โรคเท่านั้น​เอง ​แต่ก็​เอาเถอะ ถึงอย่างไรเย็นวันนั้น​คุณก็​ได้พู่กันชุดใหม่อยู่​ดี ​และดูเหมือนว่าอาณาจักรเล็กๆ​ ของจิตรกรใหญ่ ​จะเริ่มก่อรูปก่อร่างขึ้น​มาบนเก้าอี้โยกตัวนี้ รู้ไหมว่าตอนนั้น​ คุณเกือบทำให้ผมเชื่อเช่นนี้​ได้จริงๆ​

ภาพสีน้ำหลายรูป​ที่คุณ​เอามาอวด ผมไม่เห็นว่ามัน​จะต่าง​ไปจากรูปวาดของเด็กอนุบาล​ที่ละเลงจนสีเลอะชุ่มแล้ว​ส่งครูในชั่วโมงศิลปะสักกี่มากน้อย ​แต่​ถ้าลองบอกว่า "เต็มห้าให้สามดาว" แล้ว​ล่ะก็ คุณ​จะทำท่าโกรธไม่ยอมพูด​กับผมอีก จนกว่าผม​จะเข้า​ไปหยิบสติกเกอร์รูปหัวใจ​ที่ซื้อเตรียมไว้มาแปะติดไว้​ที่หลังมือของคุณ "เพิ่มอีกสองดาว ให้จิตรกรขี้งอนก็แล้ว​กัน" นั่นแหละ​ รอยยิ้มจึง​จะกลับมาเปื้อนหน้าของคุณอีกครั้ง ก็คุณ​เป็นคนอย่างนี้นี่เล่า ผมถึง​ได้อยาก​จะเกลียดคุณนัก

คุณรู้ไหม จดหมายฉบับ​นี้ผมนั่งเขียนอยู่​บนเก้าอี้โยกของคุณ เสียงของมันกระทบพื้นไม้กระดานดังกุกกักน่ารำคาญ​จะตาย​ไปเวลา​ที่ขยับตัว ลมเบาๆ​จากชาย​เขา​ที่คุณว่าก็พัดเข้าตาแสบจนรื้นน้ำ แถมยังเสียงนกจิ๊กจั๊กน่าหนวกหูนี่อีก ​ที่ตรงนี้ผมไม่เห็นว่ามัน​จะมีตรงไหนเข้าท่า เหมือน​ที่ คุณว่า "ไม่รู้อะไร​ แบบนี้แหละ​ เค้าเรียกบรรยากาศดี " เลย​สักอย่าง

มันไม่มีเหตุผลอะไร​เลย​​ที่​จะทำให้ผม​ต้องชอบมานั่งบนเก้าอี้โยกแล้ว​ทนฟังเสียงดังกุกกักของมันประสานแข่ง​กับเสียงจิ๊กจั๊กน่ารำคาญของนกพวกนั้น​เหมือนคุณ ​จะให้ผมเขียนหวานๆ​อย่างว่า "ผมชอบนั่งตรงนี้ ​เพราะว่า​ที่นี่​เป็น​ที่ ​ที่คุณชอบ" อย่างนั้น​เห็นที​จะยาก คุณหาอ่านประโยคเอียนๆ​ อย่างนี้ในหนังสือนิยาย​ที่เก็บไว้บนหิ้งพวกนั้น​ดูท่า​จะง่ายกว่า ก็บรรดาหนังสือของคุณ​ทั้งนั้น​ มัน​ทั้งดูรกหูรกตา ​ทั้งไร้สาระประโยชน์ ​และผมอยาก​จะเกลียดมันให้​ได้จริงๆ​

...​เข็มสั้นยังพยายามกระดิกหนีเข็มยาวบนหน้าปัทม์นาฬิกาอย่างอืดเอื่อย ​แต่ถึงอย่างไรวันนี้ก็วนมาจนครบหนึ่ง​ปี​พอดี

คุณคงลืม​ไปแล้ว​ ​แต่ผมกลับตรงกันข้าม

"คุณ​เป็นคนแปลก​ที่วาดรูป​ได้สวย" ​คือค่าจ้าง​ที่​ได้รับจากคุณ หลังจาก​ที่ผมยื่นภาพเขียนดินสอถ่าน​ที่มีคุณ​เป็นแบบส่งให้ "อุตสาห์นั่งเขียนตั้งนาน แล้ว​ขายแบบนี้ มิน่าล่ะ ผอมแห้งเชียว"

"ผมชอบวาดรูป​ที่มีแบบสวยๆ​ บางทีมีเงินมากเท่าไรก็หาซื้อแบบสวยๆ​มาให้วาดไม่​ได้ " ตอนนั้น​ผมหมาย​ความตาม​ที่พูดจริงๆ​ มาจนถึงตอนนี้ ผมคิดว่าภาพเสก็ตช์ใบนั้น​​เป็นรูป​ที่สวยงาม​ที่สุดเท่า​ที่ผมเคยเขียนมาเลย​ทีเดียว ​และยังสงสัยอยู่​ว่า ต่อ​ไปผม​จะวาดรูปผู้หญิง​ที่สวยเท่านั้น​​ได้อีกหรือเปล่า

ตอนนั้น​ดูเหมือนแสงไฟ​ที่ส่องออกมาจากในร้านขายรูปภาพแห่งนั้น​​จะทำให้ผิว​ที่บางใสจนแทบเห็นเส้นเลือดของคุณแดงขึ้น​ สวยงามกว่าภาพเขียนหรืองานศิลปะใดๆ​เท่า​ที่ผมเคยเห็นมา ​และนั่น​คือกำไรมาก​ที่สุดเท่า​ที่เคย​ได้รับจากอาชีพพ่อค้าขายรูปเขียนของผม

ไม่รู้ว่านั่น​เป็นจุดเริ่มต้นหรือเปล่า ​แต่​ที่แน่ๆ​มันลงท้ายด้วย​ความรัก

...​ดอกจำปีบนต้นร่วงหล่นลงมาอีกดอกหนึ่ง​ เวลาหนึ่ง​ปีคงไม่มี​ความสำคัญใดๆ​สำหรับมัน...​

อาจ​เป็น​เพราะ "คนอะไร​ก็ไม่รู้ หา​ความโรแมนติกซักนิดก็ไม่มี" ผมเลย​ไม่เคยบอกคุณสักครั้งว่าคุณสวยงาม ​และมีค่ามากขนาดไหนสำหรับชีวิตของผม ผมไม่เข้าใจว่า​ความโรแมนติก​ที่คุณทวงหาอยู่​บ่อยๆ​ มัน​เป็นอย่างไร

อัน​ที่จริงทุกเช้า​ผมอยากยื่นดอกจำปี​ที่คุณชอบให้แล้ว​พูดว่า"​เมื่อคืนผมฝันถึงคุณนะ คุณสวยเหมือนตอนนี้เลย​"

ตอนเย็นๆ​ เวลา​ที่คุณนั่งหัดวาดรูปบนเก้าอี้โยกตัวนี้ ผมก็อยาก​จะเก็บดอกจำปีหอบใหญ่มาโปรย​เอาไว้รอบๆ​ตัว

หรือหอมแก้มคุณก่อนนอนทุกคืน ​และบอกว่า "คืนนี้ผม​จะฝันถึงคุณนะ"

​แต่ผมก็ไม่เคยทำอะไร​อย่าง​ที่ว่านี้เลย​สักอย่างเดียว

...​หนึ่ง​ปี​พอดี​ที่คุณจากผม​ไป...​

คุณรู้ไหมว่าตอนนั้น​ผมแทบไม่​ต้องเสียเวลาตัดสินใจเลย​ด้วยซ้ำ ในการขายร้านต่อให้​เพื่อน แล้ว​เลือก​ที่​จะมาขึ้น​มาเขียนรูป​และ​ใช้ชีวิตอยู่​​กับคุณ​ที่นี่

ผมอยาก​จะรู้จริงๆ​ ​แต่ผมก็ไม่มีวันรู้หรอกว่าโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือ ลูคีเมีย ​ที่คุณ​เป็นนั้น​มันทรมานมากขนาดไหน ​แต่อย่างน้อยผมก็​ต้องขอบคุณมัน ​ที่ช่วยเร่งให้ผมตัดสินใจขอให้คุณ​แต่งงาน​กับผมเร็วขึ้น​

คุณคงไม่รู้ ว่าผมปวดร้าวขนาดไหนทุกครั้ง​ที่อาการของโรคกำเริบ ผิวขาวบางใสดูเผือดซีด อาการเลือดจาง หน้ามืด เวียนศีรษะดู​จะหนักมากขึ้น​ทุกที หลังจาก​แต่งงานกันเพียง'ไม่ถึงสองปี คุณก็จากผม​ไป คุณขอร้องว่าคุณชอบ​ที่นี่ ชอบระเบียงไม้ของบ้านหลังนี้ ชอบเก้าอี้โยกตัวนี้ ​และคุณก็​ได้นอนหลับลง​ไปใน​ที่ๆ​คุณชอบ เฉยเมยจนผมอยาก​จะเกลียดคุณ เวลาหนึ่ง​ปี​ที่มี​ความสุข ก็ดูเหมือนว่า​จะหลับใหลตามคุณ​ไป

...​หนึ่ง​ปี​ที่คุณง่วงแล้ว​นอนหลับ​ไป​ที่ตรงนี้...​

คุณหลับ​ไป ดูเหมือน​จะง่ายๆ​อย่างนั้น​ ​แต่ผมสิ ​ต้องทนดูทุกสิ่งรอบตัวอย่างเจ็บปวด นั่งเขียนจดหมาย​ที่ไม่รู้ว่า​จะส่ง​ไปไหนจึง​จะถึงคุณ

​แต่ก็ช่างเถอะ เขียนมาจนถึงตรงนี้ ลืม​ไปแล้ว​ล่ะว่าผมควร​จะเกลียดคุณในเรื่อง​ไหน ผมนึกไม่ออกว่าผม​จะ​ต้องลืมคุณ​ไปทำไม ​เพราะอัน​ที่จริงแล้ว​ ผมรักคุณมาก ​และคิดถึงคุณเหลือเกินต่างหาก

ปล. ขอให้มี​ความสุขไม่ว่าคุณ​จะอยู่​​ที่ไหน ​ส่วนผมก็​จะพยายามมี​ความสุข​ที่นี่ให้ดี​ที่สุดเหมือนกัน

 

F a c t   C a r d
Article ID A-2078 Article's Rate 4 votes
ชื่อเรื่อง จดหมาย
ผู้แต่ง เม็ดทรายใต้ฝ่าเท้า
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๖ ธันวาคม ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๓๙ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๙
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-10021 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 06 ธ.ค. 2549, 16.16 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : pilgrim [C-10022 ], [158.125.1.113]
เมื่อวันที่ : 06 ธ.ค. 2549, 18.21 น.

คุณเม็ดทรายใต้ฝ่าเท้าเขียน​ได้ดีนะคะ​ ​แม้โครงเรื่อง​​จะคล้ายๆ​​และทำให้นึกถึงหนังไทยเรื่อง​ The Letter ​แต่ขอชมเรื่อง​การเรียบเรียงทางภาษา ​และการบรรยายคำ ทำ​ได้สละสลวยมากค่ะ​

​จะรออ่านผลงานชิ้นต่อ​ไปนะคะ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น