นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๕ สิงหาคม ๒๕๔๖
เขตปลอดหมา
SONG-982
...ตีพิมพ์ครั้งแรก นิตยสารทำมือ Mad-Men ฉบับ​​​​ที่ ๑๖...
​ที่นี่...​กลางคืนไม่​ได้มอบ​ความมืดมัวหรือหม่นหมองใดๆ​ แก่ผู้คนในบริเวณ ราตรีกาลเพียง​แต่เพิ่มเงาดำของสุมทุมพุ่มไม้ ซอกหลืบของกำแพงอันสลับซับซ้อน ซอกซอย​ไปด้วยตรอกเล็กตรอกน้อย เหมาะเหลือเกิน​กับผู้​ที่ซุ่มซ่อนพักผ่อนอย่างอ่อนล้ายามอาิทิตย์แผดแสง ​จะออกมาอาบอากาศอ่อนละมุนใต้แสงดาว

"ไม่​ต้องมาทำตาละห้อย ยังไงวันนี้คุณก็​ต้องถูกล่าม" เสียงนั้น​แหบแห้ง​แม้พยายามเค้นแข็ง​เพื่อขู่คู่ยากของตน คงยังไม่มีถ้อยคำตอบกลับมา

"เดี๋ยวสายๆ​ ​จะหาข้าวหาปลามาให้กิน" คราวนี้เอื้อกระแสอาทร เธอลูบหัวคู่สนทนาเบาๆ​ ​เป็นการอำลา


ผิวขาวสะอาดตามเชื้อพันธุ์ ถูกรูปร่างอวบอัดขับเน้นให้อิ่มเอิบยวนตาในเสื้อกระโปรงชิ้นเล็กเกินประคอง​ส่วนโค้งเว้าของเรือนกาย พวงแก้ม​และริมฝีปากซับสีแดงระเรื่อ เน้นรูปหน้าเรียวมนชวนเพ้อ ผมดกหนาดำยาวถูกขมวดมุ่นคล้ายไม่ใส่ใจ กลับยิ่งเพิ่มเสน่ห์ของเธอให้เฉิดฉายยิ่งขึ้น​​ได้อย่างประหลาด

ยามรัตติกาล เธองามผ่องพรรณกว่า​ใครๆ​ ในย่าน จนบางครั้งถึง​กับถูกผลักไสให้ยืนอยู่​นอกกลุ่ม ​แต่กระนั้น​สายตาของเหล่าแมวโซก็ยังไม่วายเข้ามากลุ้มรุมปลาย่างเนื้อแน่นกลิ่นโชยฉม ​แม้ยืนอยู่​อย่างโดดเดี่ยว

หลายคนเสนอให้เธอ​เป็นอาหารมื้อประจำแทนสำรับ​ที่บ้าน หากเธอปฏิเสธอย่างอ่อนโยน​ไปเสียทุกราย ด้วยรักใน​ความอิสระของอาชีพ ​และยังมีอีกหนึ่ง​ชีวิตรอคอยการปรนนิบัติพัดวีของเธอ

แผงแบกะดินเริ่มปูลาดพรมผืนงามตาม​แต่​จะมี ทยอยเรียงถ้วยไหกะลาแตก นาฬิกาเ่ก่า รองเท้าขาด กางเกงปะสลับสี ​ที่​เมื่อเป่าเสกมนตร์มหาระรวยหว่านล้อม​ใครสักคน ​ที่หลวมตัวแวะขุดคุ้ยหามหาทรัพย์อันพึงใจตน อันอาจซุกอยู่​ในกองข้าวของสารพันกองใดกองหนึ่ง​

"โฉมจ๋า...​วันนี้สวยจัง เ​ที่ยงๆ​ พี่​จะ​ไปอุดหนุนนะจ๊ะ​" หนุ่มใหญ่วัยเกือบชราร้องทัก ขณะหญิงสาวก้าวลงบันไดเตี้ยตรงตีนสะพานข้ามคลองคูเมืองเก่า เธอชม้ายตามองต้นเสียง

"แหมพี่อู๊ด ประเดิมให้โฉมเลย​ไม่​ได้หรือคะ​...​​คือไหน​ได้พี่ประเดิม...​มันคึกคักแล้ว​ก็ยังเฮ้ง...​.เฮ็ง" เธอฉอเราะอย่างไม่เกรงใจ​ใคร จน​เพื่อนร่วมแผงอดอมยิ้มไม่​ได้

"เถอะน่า...​ยังไงโฉมก็คึก​ได้​ทั้งคืนอยู่​แล้ว​" เสียงโห่ฮา​ที่ตามมาไม่ไ้ด้สร้าง​ความขัดเ​คืองใดให้เธอ แล้ว​ก็ตั้งท่าทิ้งสะเอวโยกสะโพกก้าวเท้าทอดน่องต่อ​ไปยังจุดประจำ ทำเลดี​ที่สุดห่างจากปากหอยปากปู​ทั้งหลาย

"ไงจ๊ะ​ แม่โฉมเฉลาเงาจันทร์กระจ่างฟ้านภากาศ วันนี้ล่างผัวไว้ดีหรือเปล่า ​เมื่อบ่ายคุณพี่เทศบาล​เขาว่ากลางคืน​เขา​จะมากวาด​ไปอีกรอบให้เรียบร้อย​" ​เพื่อนร่วมอาชีพ​เป็นสาวใหญ่อารมณ์ดี รูปร่างสมบูรณ์กว่าเธอมาก ​แต่งปาก​และเปลือกตาด้วยสีจัดจ้ารับ​กับวัย​และลอนผม

"​เขาว่ากลางวันท่านห้ามล่า ​เพราะ​จะ​เป็น​ที่ครหาของนักท่องเ​ที่ยว ว่า​เป็นบ้านเมือง​ที่โหดร้าย ขนาดหมาตาดำๆ​ ยังไม่ปลอดภัย ชีวิต​และทรัพย์สินของคนๆ​ อย่างพวก​เขา​จะปลอดภัยกระไร​ได้" เธอต่อ​ความตามนิสัยช่างเจรจา

"​เขาไล่จับหมาแล้ว​มาเกี่ยวอะไร​กะฉันเล่าพี่สม" โฉมกล่าวอย่างสุภาพ "​ที่บ้านเมืองมันสกปรกรก​ไปด้วยกลิ่นเหม็นกลิ่นคาวมันเกี่ยว​กับหมา​ที่ตรงไหน" เธอยังคงรักษาระดับ​ความอ่อนหวานไว้​ได้อย่างดี

"พี่​เป็นห่วงน่ะ คอยระวังคุณของโฉมไว้เถอะนะ" ไม่ทันต่อ​ความอะไร​อีกก็มีชายร่างสันทัดผู้หนึ่ง​เข้ามาสะกิดจากด้านหลัง พี่สมจึงไม่ใส่ใจ​กับโฉมอีกต่อ​ไป

"ฉัน​ไปหละ ขอบคุณ​ที่ห่วงคุณ" เธออำลาอย่างชินเฉยเช่นกัน แล้ว​ค่อยทอดน่องผ่านสายตาหลายสิบคู่ีอย่างไม่ใยดีเท่าใดนัก เธอมีจุดประจำ​และเจ้าประจำอันไม่จำ​เป็น​ต้องต่อรองราคาอยู่​แล้ว​แทบ​จะทุกวัน ​แต่ก็ดูคล้ายขัดสนเงินทองอยู่​ตลอด เธอเพียงเช่าห้องเล็กๆ​ อับอู้​ไปด้วยน้ำครำ​และกลิ่นจากถังขยะขนาดยักษ์ประจำซอย

โฉมเคยพา "คุณ" เข้ามาพักด้วยแล้ว​ในตอนแรก ​แต่เจ้าของบ้านปากร้ายโวยวายลั่น ว่า "คุณ" ชอบคุ้ยเขี่ยขยะจนทำให้เหม็นคลุ้งสร้าง​ความรำคาญแก่​เพื่อนร่วมซอย ​และเจ้าของบ้านอีกนั่นเอง​ที่ตั้งตน​เป็นคู่อาฆาตอับหมาจรจัด​ทั้งถนน​ทั้งๆ​ ​ที่เธอเลี้ยงแมวเต็มบ้าน จน​แม้คนรักสัตว์อย่างโฉมยังแทบทนกลิ่นขี้-เยี่ยวของแมวแสนรักของเธอไม่​ได้

หลายครั้ง​ที่โฉมแอบปล่อยหมาหลายตัว​ที่ถูกล่ามไว้หน้าบ้าน​เพื่อรอรถเทศบาลมาจัดเก็บ แล้ว​ก็เฉยเสีย​กับการโวยวายสาปแช่งอันสืบไกล​ไปหลายชั่วอายุคน

​ที่จริงโฉมไม่​ได้ไร้ญาติขาดมิตร ​แต่เธอยอมทิ้งอดีตอันวิจิตรอลังการนั้น​ด้วย​เพราะรักคุณหนักหนา คุณชวนเธอหนีออกมาร่วมชีวิต อย่างรักกันปาน​จะกลืนกินกัน​และกัน​ได้แทนอาหาร ​ที่สุด​เขาก็ตายด้วย​เพราะเข้า​ไปช่วยกันลูกหมาตัวหนึ่ง​จากการถูกรถชน

เกราะเนื้อ​ที่​เขา​ใช้ป้องกันลูกหมาตัวนั้น​เสียหายยับเยินเกินเยียวยา ขณะเธอยืนตะลึง​กับเหตุการณ์นั้น​ จนรถเมล์เล็กคนนั้น​ขับหนีหาย​ไป คนเริ่มวิ่งมามุงจากทางโน้นทางนี้ ลูกหมาตัวนั้น​ก็มุดออกมาจากอ้อมอกของ​เขาแล้ว​วิ่งมา​ที่เธอ มันเข้ามาเลียแข้งเลียขาอย่างประจบประแจง

ตั้งแต่นั้น​เธอก็เฝ้า​แต่กอดจูบลูบคลำบำเรอ "คุณ" ใหม่ของเธออย่างทนุถนอม ปรนนิบัีติพัดวีให้ข้าวให้น้ำ ขัดสีฉวีวรรณอยู่​ทุกเช้า​สายบ่ายค่ำ ไม่มี​แม้เสี้ยว​ความคิด​ที่เธอ​จะหวนระลึกถึงร่าง​ที่ทอดกายอาบเลือดอยู่​กลางถนนในวันนั้น​ สติเธอมิ​ได้ดับ​ไป​พร้อม​กับชีวิต​เขา หากยังตรึงติดอยู่​​กับภาพของคุณตัวเล็ก​ที่วิ่งมาหาเธอเท่านั้น​


"ตำรวจมาโฉม! ตำรวจมันไล่มาตั้งแต่หน้า​พระแม่ธรณีโน่น ​เอากะบะมาตั้งหลายคัน!" พี่สมวิ่งมาเร็วจนน่าตกใจ ​ทั้งยังโบกมือขวักไขว่​และตะโกนโหวกเหวก ​เพื่อนร่วมอาชีพตะกายหนีหัวซุกหัวซุน ​แต่โฉมยังคงสติพอ​จะทำท่าเฉยเมยต่อวิกฤตการณ์นั้น​ กระทั่งหนุ่มมาดดี​แต่งเครื่องแบบเต็มยศขี่มอเตอร์ไซค์สีขาวติดอุปกรณ์เสริมจนแลดูเทอะทะเข้ามาจอดทาบข้างเธอ

"สวัสดีค่ะ​พี่" โฉมทักทายด้วยแววตัดพ้อในจริต ​กับการหายหน้า​ไปของ​เขา หรืออีกนัยหนึ่ง​ หากไม่มีการกวาดจับ เธอไม่เคย​จะ​ได้เจอ​เขาเลย​ ​และ​เมื่อครั้งใด​ที่เจอกัน เธอก็​ต้องให้​เขาเปล่าๆ​ แลก​กับอิสรภาพชั่วข้ามคืน กระทั่ง​จะมีการกวาดล้างกันใหม่อีกครั้งตามแสร้องขอขอบผู้เสียผลประโยชน์บางคน ​แต่ก็นานหนักหนากว่า​จะถึงสักคราวหนึ่ง​​ที่มีการ กวาด ต้อน จับ ปรับ แล้ว​ก็ปล่อยออกมาทำมาหากินอันอีก

บางคน​ที่​เป็น​ที่ถูกตา​ต้องใจของ​ใคร ก็​ต้องออกจากห้องขัง​พร้อม​กับ​ใครคนนั้น​ออกเวร

"ผมไม่อยากให้โฉมเสียประวัติ..ขึ้น​รถเถอะ..เร็็ว...​เดี๋ยวผม​จะแย่​ไปด้วย" น้ำเสียงเข้มเครียดบังคับให้โฉม​ต้องขึ้น​คร่อมเบาะหลังอย่างทุลักทุเล ไม่ทัน​จะนั่ง​ได้เต็มก้น หนุ่มในเครื่องแบบก็กระชากเครื่องยนต์แรง​และจากบริเวณ​ไปในทันทีทันใด


​เขาขี่รถพาเธอซ้อนเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาสองสามครั้งก่อน​จะเบาเครื่อง แล้ว​เข้า​ไปจอดเทียบในมุมมืดของซุ้มประตูประดับกระเบื้องเคลือบ โฉมฉงนใจ​เพราะครั้งก่อนๆ​ ​เขา​จะพาเธอเข้าโรงแรม​เป็นเรื่อง​​เป็นราว

"เรามาแอบอยู่​มุมนี้ทำไมหรือคะ​พี่" โฉมถามด้วยน้ำเสียง​ที่ดัดจริตให้รู้สึกตื่นเต้นกันสถานการณ์​และสถาน​ที่ใหม่

"พวกผมผ่านตรงนี้​ไปแล้ว​ ​และ​จะวนมาใหม่ในอีกสองสามชั่วโมงข้างหน้า" หนุ่มในเครื่องแบบพูดพลางถอดหมวกนิรภัยออก เผยให้เห็นสันจมูกโด่งงาม​ได้สัด​ส่วน​กับคิ้วเข้มตาคม ริมฝีปากหยักยกขอบอยู่​บนโครงหน้าคมคาย ราว​กับหล่อ

อัน​ที่จริงโฉมไม่​ได้หวั่นเกรงอะไร​เกี่ยว​กับสถาน​ที่ให้บริการสาธารณะของตน ​แต่​ส่วนใหญ่​เมื่อลูกค้าเสนอให้เริ่มกิจกรรมในสถาน​ที่​ที่แตกต่างออก​ไป ดูพวก​เขาเหล่านั้น​​จะตื่นเต้นตื่นตัวกว่าปกติ ​ซึ่งก็ทำให้เธอทำงานของตัว​ได้อย่างรวดเร็ว​และง่ายขึ้น​ คราวนี้ก็เช่นกัน โฉมยกมือขึ้น​มาทาบอก​พร้อมออกอุทาน

"อุ๊ย!..งั้นพี่ก็​จะ..ตรงนี้เลย​หรือคะ​" ชายในเครื่องแบบไม่ตอบ ​เขา​ใช้มือหนึ่ง​รูดซิปกางเกง อีกมือหนึ่ง​บรรจงกดศรีษะของเธอให้ต่ำลงสู่จุดมุ่งหมาย จนโฉมยกมือไหว้ขอขมาลาโทษสิ่ง​ที่อยู่​ภายในกำแพงนั้่นแทบไม่ทัน

ร่วมครึ่งชั่วโมง​ที่โฉม​ต้องกล้ำกลีืนอารมณ์​ใคร่ของชายหนุ่ม ​เขาจุดบุหรี่ขึ้น​สูบขณะปรับลมหายใจให้​เป็นปกติ ​และเริ่ม​ใช้มือสากๆ​ ลูบไล้ผ่านชายกระโปรงสั้นขึ้น​​ไปเกี่ยวชั้นในตัวน้อยของเธอลงมา

โฉมรู้หน้า​ที่ดีจึงหันหลังให้​เขา ศอก​ทั้งสองท้าวลง​กับเบาะรถ กระโปรงถูกถลกขึ้น​​ไปบนคอดสะเอว มัน​เป็นท่วงท่า​ที่ธรรมดาเหลือเกิน​และคุ้มค่า​กับการแลกเปลี่ยน​กับอิสรภาพในคืนนี้

เธอร่ายรับ​ไปตามลีลา​โดยมิ​ได้รู้สึกรู้สมอะไร​ด้วย ​ทั้งยังหวนนึกถึงวัน​ที่ "คุณ" ของเธอ​เป็น "สัด" ครั้งแรก อารมณ์ของ "คุณ" คงคล้าย​กับ​เขาในเวลานี้ ​คือขอเพียง​ได้ปลดปล่อยมันออกมาจากสัญชาติญาณทางเพศ​ที่ซ่อนเร้นอยู่​ในจิตสำนึกของสิ่งมีชีวิตทุกตัว

​ความรุนแรงทวีขึ้น​อย่างสูงสุด​และหยุดลงอย่างกระทันหัน กุญแจมือตวัดฉับ​ที่ข้อมือของเธอ ยังไม่ีทัน​ที่​ทั้งคู่​จะจัดการ​กับเสื้อผ้า หนุ่มในเครื่องแบบก็สับห่วงเหล็กอีกด้านไว้​กับลูกกรงซุ้มประดับกระเบื้องเคลื่อบนั่นเอง โฉมตะลึงจนพูดอะไร​ไม่ออก จน​เขาจัดการ​กับเครื่องแบบให้รัดกุมเช่นเดิมแล้ว​เร่งเครื่องรถจาก​ไป

โฉม​กำลัง​จะถูกจับหรือ เธอเวียนถามตนเองอยู่​อย่างนั้น​ แล้ว​​ใคร​จะหาข้าวหาปลาให้คุณ แล้ว​นี่เธอ​จะถูกปล่อยตัวออกมา​เมื่อไหร่ มัน​จะ​ต้องนานจน "คุณ" ผิดสังเกตแล้ว​​จะตะกุยตะกายร่ำร้องหาเธอ

แล้ว​​ถ้า "คุณ" ส่งเสียงดังจนยัยเจ้าของบ้าน​ได้ยินแล้ว​ตามมาเจอเข้า "คุณ" ​จะปลอดภัยอยู่​หรือ..แล้ว​​ถ้า..​ถ้า..แล้ว​​ถ้า...​เธอพร่ำวนอยู่​ในห้วงคำนึง กระทั่งเสียงหนึ่ง​ดังขึ้น​ตรงหน้า

"​แต่งตัวให้เรียบร้อย​ซะ" เสียงนั้น​ห้วนกระชากรุนแรงพอ​กับการไขกุญแจมือแล้ว​รุนหลังเธอให้ขึ้น​​ไปรวม​กับหญิงอีกกว่าสิบคนบนกะบะหลัง

"คุณยังไม่​ได้กินข้าวเลย​น้า" เธอหัน​ไปบอกชายอีกคน​ที่​กำลังเปิดประตูรถ "ฉัน​ไปหาข้าวให้คุณก่อน​ได้ไหมน้า" เธอเริ่มอ้อนวอนซ้ำ​ไปซ้ำมา

น้ำตาเอ่อท้น​และไหลพรากออกมาอย่างไม่สนใจ​ใคร ไม่สนว่ารถคันนั้น​​จะพาเธอ​ไป​ที่ใด ในวาบ​ความคิดเธอคิด​จะกระโดดลง​ไป ​แต่วิบตานั้น​ภาพคุณนอนจมกองเลือดก็ยังยั้งเธอไว้ "คุณ" ​กำลังรอเธออยู่​

"รอก่อนนะคุณนะ รอก่อนนะคุณ" โฉมเริ่มคร่ำครวญด้วยอาการ​ที่สงบลง

เธอถูกยัดเข้าห้องขังหลังจากเข้าคิวรอการสอบสวน ​ซึ่ง​เมื่อถึงคิวเธอ โฉมก็เพียง​แต่ยก​เอา​ความห่วงใยในตัว "คุณ" ของเธอมาเล่าให้คนตรงหน้าฟัง

กระทั่ง​เมื่อเธอถูกพา​ไปยังห้องขัง พี่สมนั่งชันเข่ายิ้มกริ่มรอเธออยู่​แล้ว​ในนั้น​ "โดนจน​ได้นะเอ็ง" สาวร่างใหญ่ทักทายอารมณ์ดี

"อะไร​ทุกครั้งเห็นรอด​ไป​ได้ทุกที คราวนี้​ไปพลาดท่ามันเข้าตรงไหนล่ะ" อีกคนช่วยซัก​เมื่อพี่สมฉุดให้เธอนั่งลงเคียงเข่า

"ฉันยังไม่​ได้หาข้าวให้คุณเลย​นะพี่" น้ำตา​ที่แห้ง​ไปแล้ว​เริ่มเอ่อขึ้น​มาอีก ​เพราะ​ความอาทรยังไม่สิ้นสุด

"ข้่าเห็นเอ็งซ้อนมอฯไซค์ไอ้หนุ่มสามดาวโต๊ะนั้น​​ไปไม่ใช่เหรอ" ​เพื่อนอาวุโสชี้มือ​ไป​ที่โต๊ะตัวในสุด มีป้ายระบุตำแหน่งหน้า​ที่เสร็จสรรพ โฉมมองตามนิ้ว​ไปยังชายรูปงามนั้น​

"แหมนึกว่าแม่นางโฉมงาม​จะ​ได้​ไปไต่กะไดสวรรค์​กับพี่เทพบุตรนั่นเสียอีกนะ" น้ำเสียงเยาะหยันดังขึ้น​จากอีกคน

โฉมยังคงเขม้นมองชายหนุ่มอย่างไม่วางตา เธอพินิจพิเคราะห์​ทั้งป้ายตำแหน่งหน้า​ที่ เครื่องหมายบอกยศ​และชื่อเสียงเรียงนาม แสงหนึ่ง​สว่างวาบเข้ามาในห้วง​ความคิด เธอตะกายขึ้น​มาเกาะลูกกรง เบียดร่าง​กับซี่เหล็กเขรอะสนิม สองมือกวักคว้าตะกุยในอากาศเบื้องนอกกรง ปากตะโกนลั่นๆ​

"พี่ๆ​...​นี่ฉันเอง...​พี่ๆ​...​คุณยังไม่​ได้กินข้าว..ให้ฉัน​ไปหาข้าวให้คุณก่อน​จะพี่...​นะพี่นะ.." อาการของเธอคล้ายคลุ้มคลั่งจนคุมสติไม่​ได้

จน​เพื่อนร่วมห้องขังหลายคนพยายามรั้งร่างของเธอให้ห่างออกมา ​แต่เธอก็สะบัดซ้ายป่ายขวาเข้ามาเกาะเขย่าลูกกรงอย่างสุด​กำลัง

"พี่ขา..พี่ขา..ให้โฉม​ไปหาข้าวให้คุณก่อนนะ...​นะคะ​พี่ขา..คุณพี่คนดี...​นะคะ​คุณพี่คนใจดี..นะพี่นะ...​นะพี่.."

เธอยังตะโกนซ้ำแล้ว​ซ้ำเล่า ​แม้​เมื่อหนุ่มในเครื่องแบบคนนั้น​​จะลุก แล้ว​เดินหาย​ไปจากบริเวณ ​โดยไม่ชำเลืองมองเธอ​แม้หางตา เธอก็ยังพร่ำตะโกนโหยไห้อยู่​อย่างนั้น​

 

F a c t   C a r d
Article ID A-207 Article's Rate 8 votes
ชื่อเรื่อง เขตปลอดหมา
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๔๖
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๖๙๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-639 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 20 ก.ค. 2546, 19.54 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : พญาไฟ [C-748 ], [203.107.130.10]
เมื่อวันที่ : 15 ส.ค. 2546, 11.43 น.

ไม่เข้าใจง่ะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : Song982 [C-752 ], [203.121.146.79]
เมื่อวันที่ : 15 ส.ค. 2546, 14.47 น.

งานนี้​ต้องอ่านอย่างพินิจสารอะครับ​...​...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น