นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๖
รักหรือจักร้าง ห่างหายเสน่หา
SONG-982
...ตีพิมพ์ครั้งแรก นิตยสาร Mad-Men ฉบับ​​​​ที่ ๗

ตีพิมพ์ครั้ง​​ที่สอง นิตยสารรายปักษ์ "ดิฉัน" ฉบับ​​เดือน ธค. ๔๗...
ชายหนุ่มนอนกระสับกระส่ายอยู่​​เป็นนาน ก่อน​จะตัดสินใจเหยียดยันกาย ลุกขึ้น​จาก​ที่นอนอย่างแผ่วเบา​โดยแทบไม่หายใจ กังวลเหลือเกินว่าภรรยาสุด​ที่รัก​จะตื่นขึ้น​มาถาม​เพราะ​เขาไม่​ได้ลุก​ไปเข้าห้องน้ำ หาก​แต่หมายใจ​จะ​ไปหาชายอีกคนหนึ่ง​ ณ ห้องตรงข้าง​ระหว่างห้องรับแขก​ที่มากมาย​​ไปด้วยสารพัดของประดับประดา​ซึ่ง​เขาหามากล่อมใจภรรยาในทุกโอกาสอำนวย ​ซึ่งล้วนกลับกลาย​เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการหลบเลี่ยง​ไปใน​ความมืด

สามปี​ที่ทุ่มเท ​เขาเฝ้า​เอาใจปรนเปรอเธอทุกอย่างทุกทาง​เพื่อสร้างครอบครัวในอุดมคติของพ่อ​และแม่ ผู้​ซึ่ง​กำลัง​จะ​ได้​เป็นปู่​และย่าของหลานตัวน้อย ​ที่​กำลัง​จะเกิดขึ้น​มา​เป็นสมาชิกใหม่​และ​เป็นทายาทสืบสายสกุลอันสั่งสมชื่อเสียงเกียรติศักดิ์ไว้​ได้อย่างดีมาตลอดตั้งแต่ต้นสายสมัยต้นกรุง ​ทั้งสายราชการ​และสายพลเรือน

​เขายอมละทิ้งคราบหนุ่มสำอางค์มาดเนี้ยบ ​และสังคมกลางคืนอันลึกลับ​และหลีกลี้ห่างไกลจากชื่อสกุล พลีกาย​เพื่ออารมณ์​และทัศนคติรวมถึงรสนิยม​ส่วนตัวมา​โดยตลอด จนสุด​ที่​จะต้านทานยืดยื้อเวลาต่อ​ไป​ได้อีกแล้ว​นั่นแหละ​ จึง​ต้องปลงใจ​แต่งงาน​กับเจ้าสาว​ที่​เขาเคยรักอย่างน้องสาวเสียมากกว่า

​เพราะเหตุ​ความ​เอา​แต่ใจเจ้าแง่แสนงอนของเธอ ไม่อาจ​จะเทียบเคียง​กับภาพของ​ความ​เป็นแม่เหย้าแม่เรือน เธออ่อนหวาน อ่อนโยน​กับทุกสัมผัส​ที่เข้ามากระทบ จนบางคราวอาจทำให้​เขารู้สึกว่า​เธออ่อนไหวกว่า​ความจำ​เป็น ​แต่นั่นก็​คือคุณสมบัติ​ที่​ทั้งพ่อแม่​และตัว​เขาเองตัดสินใจเลือกผู้​จะมา​เป็นศรีสะใภ้ ​และแม่ของหลานคนสำคัญ

ก่อน​แต่งงานพ่อแม่ลงทุนซื้อหาหนังสือประเภท "ทำอย่างไรจึงมัดใจภรรยา" มาให้​เขาอ่านมากมาย​ ด้วยเข้าใจว่าภาวะภาพครอบครัวปัจจุบันนั้น​ เปลี่ยน​ไปด้วยสภาพแวดล้อม​และการศึกษาแผนแปลกใหม่ ​ที่สำคัญกลุ่มสังคมสังสรรค์ของลูกชายล้วนเป็็น​เพื่อนชาย ​ทั้งจากวงสังคมชั้นสูงด้วยกัน ​และบางคน​ที่เข้ากลุ่มมาด้วย​ความ​สามารถ รูปสมบัติคุณสมบัติ​ส่วนตัวบางประการ

ค่อยผ่านบานประตูห้องนอนออกมาอย่างเงียบกริบ ไม่วายมือ​ที่ไต่เลาะ​ไปตาม​ความมืด​จะ​ไปปัด​เอากรอบภาพถ่ายคู่ของ​เขา​กับผู้มาเยือน กรอบเงินขัดมันไร้ลวงลายจนดูธรรมดาอย่าง​ที่สุด เหมือน​จะสมควรบรรจุไว้ด้วยเพียงรอยอาลัยบางอย่าง จนบางครั้งภรรยาจึงถามด้วย​ความสงสัย อีกคน​ที่ยืนเคียงกันด้วยท่าทางสนิทสนมนั้น​จากโลกนี้​ไปแล้ว​หรืออย่างไร ดู​เขาจึง​ได้​แต่เฝ้ามองมันด้วยแววรันทดหดหู่​เพราะการจากลา

ตัดสินใจยกมันขึ้น​มาแนบกาย แทน​ที่​จะบรรจงตั้งวางใน​ความมืด ด้วยการออกแบบ​ที่เรียบหรูจากปกติของผลิตภัณฑ์ทิพฟานี อันมีราคาระยับ​และีควรยิ่ง​กับการเก็บประทับรอย​ความทรงจำอันสำคัญ​ที่สุดของห้วงชีวิต อีกคนในภาพมิ​ได้ตายจาก​ไปไหน ตนต่างหากเร้นกายออกมาจากโลก​ที่อีกคนยังคงเสพชีวิตโสดอยู่​

​และวันนี้​เขาในภาพกลับปลีกตัวจากภาระผูกพันธ์ในโลกนั้น​ ​เพื่อ​จะพบปะพูดคุย​กับตน​เป็นครั้งสุดท้ายก่อน​จะ​ไปปฏิบัติภาระกิจ ณ ​ที่ไกลสุดขอบโลก ณ ​ที่​จะไม่มี​ใครเข้า​ไปซักไซ้ไถ่ถามถึง​ความหลังอันเจ้าตัวอยาก​จะฝังไว้ แ้ล้วเริ่มชีวิตใหม่เช่น​ที่​เขานำทาง ​และประคับประคองผ่านมา​ได้ถึงสามปี​โดยไม่กลับ​ไปข้องแวะในโลกใบเก่าอีกเลย​

เหมือนนานเหลือเกินกว่า​จะเคลื่อนกาย คลำทางมาจนถึงสวิตไฟของห้องรับแขกกลาง​ระหว่างห้องนอนตน​กับห้องนอนสำหรับผู้มาเยือน หลังจากค่อยๆ​ หับบานประตูห้องนอนอย่างเบา​ที่สุดแล้ว​ นอกจากกรอบรูป​ที่แนบอก ก็จวนเจียน​จะล้มคว่ำขมำหงายลง​ไป​กับผืนพรม สะดุดขาโซฟา เตะฝาตู้โชว์ ชนโต๊ะวางโทรศัพท์ กระแทกเข้า​กับลิ้นชักวางแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ ​ซึ่งผู้ภรรยาสรรหามาบรรจุไว้ในห้องสะดวก​​ใช้งานห้องนี้

ตอนแรกหวังใจว่าควร​จะมีแสงไฟลอดออกมาจากห้องนอนแขก ​ซึ่ง​จะแสดงว่าคนสำคัญ​ที่มาเยือนยังไม่หลับ ​แต่​เมื่อไม่มี​แม้แสงนวลระเรื่อของโคมหัวเตียง ​เขาก็เกรงใจเกินกว่า​จะเดิน​ไปเคาะประตูเพิ่มอีกจังหวะเสียงอันอาจ​จะดัง​ไปถึงหูภรรยา ​เขาอาจนอนกระสับกระส่ายข้างภรรยานานเกิน​ไป จนผู้มาเยือนเข้าใจว่า​เขาหมดแล้ว​​ซึ่งเยื่อใย

​เมื่อไฟสว่าง ห้องรับแขกดูชินตาเสียจน​เขานึกขันตัวเอง ​ที่รู้สึกประหม่า​และหวาดระแวงเกินกว่าเหตุ จนสะดุดชนนี่นั่นหลายครั้ง ชายหนุ่มตัดใจทรุดกายลงบนโซฟาบุไหมสีครีมใหญ่หนานุ่ม เครื่องเรือนสิ่งเดียว​ที่​เขาขอตามใจตน ​แม้มัน​จะไม่เข้า​กับเรื่อง​ราวของห้องนี้​แต่ประการใด อีกนั่นแหละ​หัวข้อสนทนาสารพัดตามประสาคนเคยคุ้นมา​แต่เก่าก่อน ภรรยาจึงซักถามถึง​ความ​เป็นมาของโซฟาตัวใหญ่ ​ซึ่งขยับขยาย​เป็นเตียงนอนขนาด​พอดีสำหรับให้สองคนตระกองกอดกันเข้าสู่นิทรารมย์​ได้อย่างสบาย

คู่สนทนาอีกคน​ได้​แต่นั่งอมยิ้ม ด้วยตนก็เคย​ใช้บริการมันมาหลายครั้ง ​ทั้งตอน​ที่มันอยู่​ในอพาร์ทเมนท์เล็กๆ​ ย่านคริสโตเฟอร์สตรีท เมืองซานฟรานซิสโก ครั้ง​ที่​ทั้งสองแบ่งปันการ​ใช้ชีวิตหนุ่มนักศึกษาไทยในต่างแดนร่วมกันตลอดหลายปีจน​ได้ดุษฎีปริญญามาด้วยกัน ​เพราะช่วยกันยื้อช่วงเวลานั้น​ไว้ให้นาน​ที่สุด กระทั่งอีกหลายเดือนในเมืองไทยในคอนโดหรูริมแม่เจ้า​พระยา ​ที่โซฟาสีสดหลังนี้ยังคง​ได้​เป็นพยานการร่ำลาอันเผ็ดร้อนในคืนสุดท้าย

​ความกระวนกระวายใจโถมกระหน่ำเข้ามาดั่งคลื่น​ที่ทุ่ม​ทั้งตัว ฟาดลงบนผืนทรายอย่างเกรียวกราดกลางพายุร้าย การมานั่งอยู่​กลาง​ระหว่างอดีต​กับปัจจุบัน ​ระหว่างห้องนอน​ทั้งสอง ยิ่งทำให้​ทั้งสองปลายของคันชั่ง ถูกถ่วงรั้งด้วยวัตถุอันแน่นหนักจนแกนกลางแทบหักสะบั้น มีหรืออีกหนุ่ม​ที่นอนอยู่​อีกห้อง​จะปฏิเสธ หาก​เขาเอ่ยปากกล่าวขอคำร่ำลา มีหรือ​ที่​เมื่อกลับ​ไปล้มตัวลงนอนเคียงข้าภรรยาอย่างอ่อนระโหยโรยแรง แล้ว​เธอ​จะไม่ถามด้วย​ความ​เป็นห่วงว่า "​เป็นอะไร​​ไปหรือเปล่าคะ​พี่"


กลักยาสูบสีเงินอันเคยคุ้น ยังเปิดอ้าเผยให้เห็นยี่ห้อดั้งเดิม​ที่เคยคุ้น ​ทั้งสองหนุ่มเคยปันกันสูบครั้งพลาดพลั้งเข้าตาจนเงินขาดมือ หลังคืนร่ำลาสุดท้าย​เขาเลิกแตะ​ต้องมันอย่างเด็ดขาด ​เมื่อเธอถามด้วย​ความฉงนว่าเหตุไรจึงเลิกเสีย​ได้ในทันที ​ทั้ง​ที่เธอก็รู้อยู่​ว่า​เขาอยู่​ในขั้นติดบุหรี่อย่างไม่ห่างนิ้ว เหตุผลง่ายๆ​ ของ​เขา​คือครอบครัวของเรา​จะ​ต้องไม่มี​ใครนำทาง​ใคร​ไปสู่ภัยร้าย​ที่มีบุหรี่​เป็นปฐม

​และการตัดขาดจากบุหรี่ก็เหมือนสายโซ่สำคัญ​ที่พันล่าม ยึด​เขาไว้จากสิ่งอื่นๆ​ อันคุ้นเคย การเจอกันบ้างตามงานสังคมของผอง​เพื่อน ก็​เป็นเพียงทักทายกันตามควร ​โดยไม่​ได้เท้า​ความหรือเกริ่นเริ่มถึงโลกลึกลับใบเก่า​แต่อย่างไร ​แต่บุหรี่ในกลักเก่า​ที่​เขาซื้อให้ยัง​เป็นยี่ห้อเดิม คล้่าย​กับว่าชาย​ที่หลับอยู่​หลังประตูนั่น ​จะส่งสัญญาณบอก​เขาว่า หัวตนใจยังวางอยู่​ ณ ตรง​ที่เดิม ​และเปิดรอการกลับมาของ​เขาเสมอ

จน​ที่สุด​เขาเผลอจุดมันขึ้น​มาสูบ​เพราะภาพ​และบรรยากาศอันชินตาหวนกลับมาแทบ​ทั้งหมด ​เขานั่งอยู่​บนโซฟา​ที่เคยคลอเคลียป้อนคำหวาน รูปรสอันเคยคุ้นของกลิ่นควัน ​และ​เขา​ที่คงเหยียดกายนอนในท่าทางเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง อยู่​ไม่ไกลเกินประตูกั้น รูปถ่ายคู่กันในกรอบสีเงินสะท้อนรอยยิ้มอันชื่นบาน​และเปี่ยมสุข ช่วงเวลา​ที่​ทั้งโลกมีเีพียงเรา ฉายชัดออกมาจากแววของหัวใจ​ทั้งสองดวง

​จะ​เป็นไร​ไปหรือ หากคืนนี้​เขา​จะเข้า​ไปถามหา​ความรัก​ความหลัง​ที่ผ่านพ้น จากยอดดวงใจดวงเก่า ​แต่​เมื่อเงยหน้ามอง​ไปยังบานประตู​ที่มีดวงใจดวงนั้น​นอนรออยู่​ ทุกสิ่งในกรอบสายตากลับล้วน​เป็นสิ่ง​ที่ภรรยาหามาประดับ แล้ว​​เขาก็ยินยอม​พร้อมใน​กับรสนิยมเหล่านั้น​ด้วย​ความเต็มใจยิ่ง ดวงใจอีกดวง​ที่อยู่​หลังประตูอีกบาน ก็ดีเสียเหลือเกิน ​เพราะ​แม้เธอ​จะห่วงใยบุตรในครรภ์ขนาดไหน ก็ยังมิเ่อ่ยปากทักท้;งกระไร ​เมื่อ​เพื่อนเก่าของสามีขออนุญาตสูบบุหรี่ กลับอุตส่าห์เปิดตู้หยิบ​ที่เขี่ยแก้วเจียระไน ​ที่มีไว้เพียงประดับเรือนออกมาให้​เพื่อนสามี​ได้​ใช้

เสียงกระแอมไอเบาๆ​ สองครั้งของภรรยา ทำให้​เขาหันขวับ​ไปมอง ประตูห้อง​ที่หับไว้ไม่สนิทเผยออกเล็กน้อย ​แต่ก็ไม่​สามารถแลเห็นรอยเคลื่อนไหวใดในเงามืด กลิ่นควันบุหรี่คงเข้า​ไปไม่ถึงเธอ ​เพราะเครื่องปรับอากาศพ่นระบายลมออกมาทางประตู จนเย็นใจละเลียดอารมณ์​กับกลิ่นรสอันคุ้นเคยมาเนิ่นนาน

เหลือบ​ไปยังประตูห้องนอนอีกบาน มีแสงโคมนวลตาลอดออกมา หาก​แต่ไม่มีสรรพสำเนียงใดส่งสัญญาณให้รู้ว่า มีผู้​ที่​กำลังรอคอยอย่างใจจดใจจ่อหรือไม่อย่างไร ชายหนุ่มยิ้มให้​กับแผ่นแสง​ที่ทอดออกมานั้น​อย่างสบใจ อย่างไรเสีย​จะลืมกัน​ได้ลงหรือ​ซึ่งรสรัก แค่ลุกขึ้น​เดิน​ไปไม่กี่ก้าว กระซิบเบาๆ​ ​กับประตู มีหรือหนุ่มรูปงามในห้อง​จะไม่รีบเปิดประตูออกรับ รออีกครู่​เพื่อเรียกร้องอารมณ์รัญจวนให้เอ่อท้นอาบท่วมห้วงสติก็ยัง​ได้

​แต่ก็นานเหลือเกินแล้ว​​ที่​เขาไม่​ได้รบกวนภรรยาในเรื่อง​ของอารมณ์ธรรมชาติชาย บ่อยๆ​ ​ที่​เขาปลดปล่อยมันออกมาด้วยน้ำมือของตนเอง บางหน​เมื่อเห็นรอยยิ้มจากริมฝีปากฉ่ำสดใสของคนเคยรักในภาพนั้น​ ก็อดนึกถึงว่าหากเอ่ยปากขอให้ภรรยาสุด​ที่รักรับปรนนิบัติให้บ้าง เยี่ยง​ที่​ทั้งคู่เคยมอบให้กัน​และกันมายาม​เมื่ออยู่​​เป็นคู่ เธอ​จะว่ากระไร ​เขา​จะทนให้เธอก้มหน้าก้มตารับกรรม​ไปอยู่​ฝ่ายเดียวกระไร​ได้ ​เพราะเธอก็มิ​ได้เคยร้องขอให้​เขาปลดเปลื้องให้เธอในรูปนั้น​​แม้​แต่สักครั้งเดียว

ยิ่งนึก ​ความปั่นป่วนโหยหาก็ยิ่งถั่งโถม มันท้นทะลักออกมาตามริ้วของอารมณ์ อย่างสุดระงับ สัญชาติญาณแทบบังคับให้​เขาวิ่งกลับเข้า​ไปโถมทับภรรยา ​แต่สามัญสำนึกของ​ความ​เป็นพ่อก็กลับกระชากรั้งร่าง​เขาไว้​ได้ทันท่วงที แล้ว​อย่างไรหนอจึง​จะสงบ​ความฟุ้งซ่านอันนี้ลง​ไปไ้้ด้

​เขานิ่งพิจารณามือข้างขวาของตนอีู่กนาน ละอายเหลือเกิน​กับการ​จะ​ต้อง​ใช้มันตอบสนองคลื่นอารมณ์ ​แม้​จะมั่นใจว่าคนคุ้นเคย​จะไม่มีวันผลักไส ​แต่​เขา​จะเหลือ​ความเด็ดเดี่ยวอันใด​กับการตั้งปฏิญาณ​กับตัว ว่า​จะไม่กลับ​ไปสู่โลกใบเดิม กลับ​ไปดื่มด่ำสุนทรียรสจากมัดกล้ามอันเนียนแกร่ง ทั่ง​ที่อีกไม่นาน​เขา​กับภรรยาก็​จะ​สามารถกลับมาถักสาน​ความสุขนั้น​ร่วมกันอีกครั้ง การร่วมแรงร่วมใจกันลงหลักปักเสาตั้งแต่ต้นมา​จะหลงเหลือคุณค่าอันใด

พลันสายตา​ที่จ้อง​ไปยังลำแสง​ที่ทอดผ่านจากใต้ประตูนั่น ก็เห็นเงาดำคู่หนึ่ง​ทอดทับลำแสงออกมา ​ความรักเก่าหลังบานประตูคงอยากรู้เหลือเกินว่่า​ใครหนอออกมานั่ง​ที่ห้องรับแขก บางทีคู่สามีภรรยา​ที่น่ารักอาจ​กำลัง​จะถกเถียง ปรับทุกข์หรือสารภาพสิ่งใดเกี่ยว​กับเรื่อง​ราวของ​เขา ​แต่ก็คงไม่กล้าเปิดประตูออกมาร่วมวงสนทนา ​เพราะนี่ก็ดึกขนาดถึงเวลาของ​ความ​เป็น​ส่วนตัว หรือไม่ก็อดรนทนรออยู่​บนเตียงไม่​ได้ จึง​ต้องมาแนบหัวใจรอฟังว่า​เมื่อไร ไฟรักเก่า​จะโชนแสง ​เพราะ​เขาก็พยายามสื่อด้วยหลายนัยว่า​ที่ขอค้างคืน​ที่นี่​เพื่อสิ่งไร

​เมื่อคิดดังนี้ อารมณ์ระริกรัวของไฟกามาก็ยิ่งกำเริบ หยัดกายอย่างแข็งขันไม่หวั่นคร้ามเกรงกังวลสิ่งใดอีกต่อ​ไป โถคนดี..ออกมายืนรอรับอยู่​เพียงแค่นี้แล้ว​ เสียงกระแอมไอของเธอ​ที่รักก็ขาดห้วง​ไปนาน จนน่า​จะกลับคืนสู่การหลับใหลอันบรมสุข ชายหนุ่มมิอาจข่ม​ความแข็งขืนนั้น​​ได้อีกต่อ​ไป

​แม้ระยะทางจาก​ที่นอนของตน มาสู่โซฟาแห่ง​ความหลังตัวนี้​จะดูยาวไกล​และสร้าง​ความสั่นรัวในจิตใจคล้ายคน​ที่​กำลังลักลอบ​ไปทำ​ความผิดคอขาดบาดตายอันใด ​แต่ระยะทางจากมัน​ไปสู่ประตูอีกบานกลับดูยาวไกลเสียยิ่งกว่า ​ความหลัง​ทั้งมวลพลุ่งพล่านวาบวับสลับสลอนคล้ายภูติพราย​ที่พยายามอำพรางมโนสำนึกของ​ความ​เป็นมนุษย์อัน​ได้ชื่อว่า​เป็นผู้สอนตน​ได้​และเจริญกว่าสัตว์

​แต่ละก้าวของการสืบเท้ากลับสู่อดีตช่างยากเย็น สิ่งเดียว​ที่ยังคงมุ่งมั่นดึงดัน​จะตรง​ไปยังหลังประตูนั่น​คือรสอันเคยลิ้มมิรู้อิ่ม อีกเพียงก้าวเดียว​ทั้งหลาย​ทั้งหมด​จะกลับคืนเก่า ​จะ​ได้ลิ้มรส​ที่กระหายห่างมาเนิ่นนาน อีกครึ่งก้าว​จะไกลจากโลก​ที่อุปโลกชื่อเสียงเกียรติศักดิ์​ที่มีมาหา​ได้​โดยการแฝงฝืนปฏิบัติตน​ไปตามสากลโลก

ใน​ที่สุด​เขาก็ก้าวมาถึงเส้นบางๆ​ ​ที่คั่น​ระหว่าง​ความหฤหรรษ์รัญจวนใจ​ส่วนตัว ​ที่​จะช่วยให้​เขาลืมวันลืมคืน ลืมหลับลืมตื่น ลืมทุกข์โศกในโลกหล้า​ได้​ทั้งสิ้น เพียงแค่ส่งเสียงกระซิบแผ่วเบาผ่านบางประตู​ไปยังอีกร่าง​ที่แนบกายรอ แล้ว​​ทั้งนั้น​​ที่เฝ้าเพียรพยายามสั่งสมมาก็​จะมลายหายสิ้น

ไม่รู้ว่านานเท่าใด​ที่​เขาแนบหน้า​กับผิวเย็นเยียบ​ที่กางกั้น ประทับ​ทั้งร่างสนิท​กับพื้นผิวแล้ัวส่งผ่านกระแสเยื่อใยสุดท้าย​ที่ยังหลงเหลือให้​กับผู้ยืนรออยู่​อีกฟาก ​และนานเท่าไรไม่รู้​ที่​เขาผละจากประตูบานนั้น​มาสู่อีกประตู ​โดยไม่​ได้สูญเสียสิ่งใดนอกจากอดีต เคลื่อนกายมาสู่ประตูอีกบาน​ซึ่งมีภรรยา​และบุตรสุด​ที่รัก รวมถึงชีวิตอีก​ทั้งชีวิตรออยู่​

​เขาขยับลูกบิด​ไปมาหลายครั้ง​แต่ไม่​สามารถบิดหมุนให้มันเปิดเข้า​ไป​ได้

​และอีกนาน​ที่​เขานิ่งยืน เพ่งพินิจบานประตู​ที่หวนกลับมาหา ​ซึ่งบัดนี้มันถูกล็อกเสียแล้ว​...​...​.

 

F a c t   C a r d
Article ID A-206 Article's Rate 5 votes
ชื่อเรื่อง รักหรือจักร้าง ห่างหายเสน่หา
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๖
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๕๑ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-638 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 20 ก.ค. 2546, 19.51 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น