นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๓ สิงหาคม ๒๕๔๖
เมืองคนคอย
SONG-982
... ไฟเตือนน้ำมันก็แดงวาบขึ้น​​มาแล้ว​​ จึง​​ต้องรีบแตะไฟขอทางชิดซ้าย​​เพราะปั๊มน้ำมันไม่ไกลเำิกินห้าสิบเมตรข้างหน้า เสียงบีบแตรไล่ปี้นป้านเอ็ดตะโรขึ้น​​​​พร้อมกันอีกนับสิบ กะแค่จากขวาสุดมาซ้ายสุดแค่เนี้ยนะ...​​โธ่!!!...
"เฮ้ย...​เฮ้ย...​เฮ้ย...​​ไปวัดนะเว้ยไม่​ได้​ไปดูคอนเสิร์ต...​มัน​จะ​ต้อง​แต่งอะไร​กันหนักหนา" ผมเปิดประตูเข้า​ไปถาม​โดยไม่เสียเวลาเคาะ

"เออ..เออ...​เออ...​เสร็จแล้ว​ ​ไปวัดกะ​ไปคอนเสิร์ตมันเก๊าะ​ต้องมีผู้ชายมองเหมือนกันแหละ​น่า" หญิงสาวภายในตอบพลางขยับผ้ายืดสีชมพูสดตัดทรงกระบอกนั้น​ขึ้น​ๆ​ ลงๆ​ คงกะอยู่​ว่า​จะพาดไว้แค่ครึ่งหรือห่อเก็บ​ทั้งหมด

"เอ็งเลย​​จะนุ่งผ้าแถบผืนแค่คืบนี่​ไปวัดซะเลย​งั้นสิ" ผมน่ะไม่มีปัญญา​ไปบ่นว่าอะไร​มันหรอกไอ้น้องสาวคนนี้ ​ได้​แต่ประชดประชัน​ไปวันๆ​ พอให้สะกิดติ่งสติมัน​ได้บ้างเท่านั้น​

"ลุงเชยเอ๊ย...​งั้นเวลาพี่​ไปไหนกะแฟนก็ให้​เขานุ่งซิ่นกรอมข้อเท้าจับจีบหน้านาง ห่มสไบเฉวียงไหล่ทับเสื้อแขนกระบอกคอตั้งเสียเลย​ดิ...​.ไม่​ต้องมาเร่งเค้าเลย​นะ..โน่น..เสียงคุณย่าเล็กยังผัดอะไร​โช้งเช้งอยู่​ในครัวโน่น...​​ไปก่อนเห้อะ"

"เร็วๆ​ ล่ะ...​" ผมเลย​​ต้องหันกลับมาข้างล่าง กลิ่นเครื่องแกงฉุนเฉียวโชยมาเตะจมูก "อ้าว! คุณย่าเล็กครับ​ ยังไม่ครบอีกหรือครับ"

"​พอดีนึกขึ้น​​ได้ว่าท่านชอบฉันฉู่ฉี่เต้าหู้ไข่...​ประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น​ไม่ช้าหรอก"

​เมื่อเห็นปิ่นโต​ทั้งสามเถา​ที่เต็มแน่น​ไปด้วย "ของโปรด" แล้ว​ก็​ได้​แต่ถอนใจ

"ทำไมย่าเล็กถึงไม่ทำแถววัดใกล้ๆ​ นี่เล่าครับ​...​​ต้องเข้า​ไปถึงใจกลางเมืองนั่น รถติด​จะตายชัก ลำบากลำบนเปล่าๆ​" ผมบ่น​ไปตามเรื่อง​ จิตไม่อยู่​​กับเนื้อ​กับตัวเท่าใดนัก ​กับการอาสาพาคุณยาเล็ก​และยัยก้อยน้องสาว​ไป​ที่วัดนั้น​

"หนทางบุญยิ่งลำบากยิ่ง​ได้บุญแรงนะตาโป้ง ก้อย​เขาก็อยาก​ไปวัดนี้ ขับเข้ากรุงเทพนี่ลำบากกว่าขับออกต่างจังหวัดไม่ใช่หรือ...​" สตรีสูงวัยปลอบอย่างขันๆ​

"คุณย่าเล็กขา...​.หนูก้อย​แต่งตัว​ใช้​ได้ไหมคะ" น้ำเสียงประจบประแจงของก้อยตามมาข้างหลัง ผมไม่กล้าหัน​ไปมองผ้าผืนแค่คืบ​ที่เกาะอยู่​บนอกตึงนั่น ​แต่คุณย่ากลับพยักยิ้มให้อย่างพอใจจนผม​ต้องหัน​ไปดู

ร่างของสาวน้อยมีเสื้อแขนยาวเอวลอยผ่าหน้าสีขาวสวมทับมาอีกชั้น จน​ต้องเอ่ยปาก "ยังดีนะแก ​ที่ยังรู้จักกาละเทศะ"

มันตอบด้วยการแลบลิ้นใส่ แล้ว​ก็กุลีกุจอหิ้วปิ่นโตนำออก​ไปก่อน ​เมื่อคุณยาจัด​กับข้าวอย่างสุดท้ายลงหม้ออวยใบเล็กตามออก​ไป

"เอ้า...​ตาโป้งเร่งชาวบ้าน​เขานัก รีๆ​ รอๆ​ อะไร​อีกเล่าลูก" ย่ากลับ​เป็นฝ่ายเร่งเองบ้าง

"ล็อกบ้านหรือยังเล่า" ก้อยยืนรอ​เมื่อผมเปิดเข้า​ไปนั่งประจำ​ที่คนขับ

"สุภาพบุรุษหน่อย​​ได้ไหมไอ้พี่โป้ง...​เนี่ยถือสองมือนะ...​เปิดตูให้หน่อย​ดิโว๊ย" มัน​ใช้มือล่างทำท่า​จะเปิดประตู จนคุณย่า​ต้องวางหม้อไว้บนหลังคารถแล้ว​เื้อื้อมมาเปิดให้ตนเอง​และหลานสาว ​ซึ่งยังบ่นกะปอดกะแปดไม่หยุด

"​ถ้าไม่เข้ามาดึงล็อกให้แล้ว​​จะเปิด​ได้ไหมล่ะไอ้...​" ไม่ทัน​จะ​ได้ด่าอะไร​ก็​ต้องเร่งเครื่องปาดหน้ารถป้าหน้างิ้ว​เพื่อนร่วมหมู่บ้าน ​เพื่อ​จะ​ได้มาหยุดรอคุณยามท่านก้มๆ​ เงยๆ​ มองหน้าคนขับ​และป้ายอนุญาตเข้าออก

"เอ้า...​​เอาเข้า​ไป...​มัน​จะ​ไปไหนกันนักหนาล่ะนี่...​แล้ว​ทำไมไอ้คุณยามมัน​ต้องเปิดปิดปิดเปิด​ที่กั้นนั่นทีละคันด้วยเล่า...​...​ป้าดโธ่...​."

"ค่อยๆ​ ​ไปก็​ได้หรอกลูก...​ไม่ทันเช้า​ก็รอเพลก็​ได้...​​ไปทำบุญนะลูก ทำจิตใจให้ผ่องใสเข้าไว้ก่อน...​" แล้ว​คุณย่าก็​ต้องยกแขนขึ้น​ปิดหู​ทั้งยังมีปิ่นโต​และหม้ออวยอยู่​ในมือ ชำเลือง​ไปส่งสายตาขุ่นเล็กน้อย​พร้อมแผ่เมตตาจิตให้​กับ เสียงบีบแตรไล่ดังแปร๋แปร๋นบอกวิสัยหญิงคนขับ

การจราจรในเช้า​วันนี้ไม่เหมาะ​กับการออก​ไปไหน​ทั้งสิ้น นี่หากหันมา​ใช้เครื่องบินก็คงบินกันให้ว่อนเต็มฟ้า ก็คนไทยมันรวยๆ​ กัน​ทั้งนั้น​ ดูสิ ว่าในหมู่บ้านถนนแคบๆ​ กว่า​จะออกมาก็ลำบาก พอมาถนนใหญ่ ถนนตั้งกี่ชั้นต่อกี่ชั้นยังตะกายขึ้น​​ไปติดกันถึงข้างบน

"​ถ้าเพลไม่ทันนี่นิมนต์ท่านฉันเย็น​ได้ไหมคะ​คุณย่าเล็ก...​หนูอ่านเจอมาว่าอะไร​ มะ มะ นี่ท่านฉันตอนเย็น​ได้ คุณย่าก็มี​ทั้งมะม่วง มะปราง มะเปิ้ล มะหงุ่น...​​ได้ไหมคะ​..ไหมคะ"

"​ไป​เอามาจากไหนลูก...​ผลมะนี่คงสำหรับรูป​ที่อาพาธกระมัง ​แต่ย่าก็ไม่แน่ใจนะ เดี๋ยว​จะอารธนาถามท่านเจ้าคุณให้นะจ๊ะ​"

"หยั่งงี้ ​เขาเรียก มารบ่มี บารมีบ่เกิด ใช่ไหมครับ​คุณย่าเล็ก ไอ้รถพวกนี้มันเลย​ออกมาติดกันเต็มถนนแบบนี้...​อ้าวๆ​ๆ​ๆ​..นั่นจูบตูดกันซะแล้ว​...​.เวรเอ๊ย!!!! ​จะเปลี่ยนกันทำไม๊ เลนน่ะ มัน​ไป​ได้เร็วกว่าเดิมหรือยังไง" แล้ว​ผมก็ยิ่งโวยวาย​ไป​กับเหตุเดือดร้อนของคนอื่น

กว่า​จะเบียดกระแซะแทรกมาจนพ้นอุบัติเหตุสี่คันซ้อนนั่น​ได้ ไฟเตือนน้ำมันก็แดงวาบขึ้น​มาแล้ว​ จึง​ต้องรีบแตะไฟขอทางชิดซ้าย​เพราะปั๊มน้ำมันไม่ไกลเำิกินห้าสิบเมตรข้างหน้า เสียงบีบแตรไล่ปี้นป้านเอ็ดตะโรขึ้น​​พร้อมกันอีกนับสิบ กะแค่จากขวาสุดมาซ้ายสุดแค่เนี้ยนะ...​โธ่...​

"แล้ว​นี่มันไม่รู้จักเตรียมเติมกันไว้ตั้งแต่​เมื่อวานหรือไง...​วันอะไร​วะุนี่กระทั่งน้ำมันยัง​ต้องรอคิว"

"วันจันทร์ วันเกิดฉัน แล้ว​ก็วัน​ที่แกไม่คิด​จะเติมน้ำมันมามาตั้งกะเย็นวานนั่นแหละ​"

ตอนนี้ผมจำ​ต้องให้อภัย​เพราะมีเรื่อง​สำคัญกว่า​จะของ​ความช่วยเหลือจากคุณย่า ก็ค่า​ใช้จ่ายวันนี้มันแพงเหลือเกิน ​แต่พออ้าปากเท่านั้น​คุณย่าก็ค่อยควักใบละพันออกมาให้ใบหนึ่ง​ จนแม่น้องสาวเหน็บต่อ "เนี่ยไง ​เขาว่ากันไว้ว่า หมาอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่" ผม​ต้องเขกกะโหลกมันหนึ่ง​เป๊กจน​ได้ "เอ็งอะดิปากหะมา"

กว่าเรา​จะ​ได้เคลื่อนตามขบวนออกมาติดแหง็ก​ที่ถนนใหญ่อีกครั้ง ก็กินเวลาหลายนาที ดูจากสภาพการณ์แล้ว​ผมคง​ไปไม่ทันตาม​ที่นัดไว้แน่ๆ​ ถึงมัน​จะเหลือเวลาอีกเกือบชั่วโมงก็เถอะ ​แม้รถแทบ​จะหยุดนิ่ง​แต่มือหนึ่ง​ก็​ต้องจับกระชับพวงมาลัยไว้แน่น ขณะีอีกมือหนึ่ง​ควานหาโทรศัพท์ ​เพราะเคยมาแล้ว​ เพียงคันหน้าขยับ​ไปไม่ถึงสามเมตรแล้ว​ไม่เลื่อนตาม​ไป พี่เบิ้มคันหลังก็ตะโกนดังจนเข้าหู

"เว้น​ที่ไว้ให้แม่...​งไถนาหรือไง" มันระบุสายพันธุ์ให้ผมเสร็จสรรพ

" ว่าแล้ว​...​ว่าลืมอะไร​...​ไอ้ก้อย​เอาโทรศัพท์มายืมหน่อย​ดิ๊"

"มือไม่ว่าง!...​" น้องสาว​ที่รักเขย่าปิ่นโตในมือให้ดู

"อยู่​ไหนเล่า" ...​...​...​ "นั่งทับอยู่​นี่​จะ​เอาไหมล่ะ" แล้ว​ก็ทำท่าขยับก้นข้างขวา​ที่มีโทรศัพท์เครื่องจิ๋วฝังตัวอยู่​ให้ดู

"เออ..เออ...​ไม่​ต้องก็​ได้ ให้ถึงวัดก่อนก็​ได้เว้ย" ยังไงเสียน้องผมก็​เป็นผู้หญิง ​เป็นสาวแล้ว​ด้วย

"โป้ง..โป้ง...​"เสียงคุณย่าดังคล้ายกระซิบ "ลดกระจกให้ย่าหน่อย​สิลูก กลิ่นน้ำมันยังอวลอยู่​มันชวนเวียนหัวอย่างไรชอบกล ขอย่ารับลมข้างนอกหน่อย​เถอะลูก"

"คุณย่าเล็กครับ​ นี่มันกลางถนนนะครับ​ ฝุ่นควันเต็ม​ไปหมด คุณย่า​จะสำลักอากาศข้างนอกนั่นซ้ำเข้า​ไปอีกนะครับ" ผมแย้งอย่างสุภาพ จนท่าน​ต้องควักแท่งโลหะสีเงินขึ้น​มาสูดดม กลิ่นส้มโอมือโชยฉุนอบอวลทบทับกลิ่นน้ำมันขึ้น​มาทันที ​ทั้งการบูร พิมเสน ยาหอม ​ซึ่งชวนคลื่นเหียน​ได้มากกว่า​จะระงับอาการ

"แหวะ...​คุณย่าเล็กขานี่มันรถแอร์นะคะ​...​โอ๊ย...​หนู​จะอ้วกค่ะ​...​โอย...​" ก้อยทำท่าพะอืดพะอม แล้ว​​ใช้ศอกกดปุ่มลดกระจกด้านข้างของตัวเองลง เสียงคุณย่าถอนใจเฮือกใหญ่...​อย่างโล่งอก จนอดคิดไม่​ได้ว่า นี่มารยาน้องช่วยย่าหรือคุณย่าซ้อนกลเปิดกระจกกันแน่

ทันใดรถสีครีมส้มคันใหญ่​ที่ติดป้ายตัวเบ้อเริฺ่ํฺ์มว่า "ห้ามแซง" ก็เบรกกระทันหันในช่องทางกลางถนน ผม​ต้องเหยียบตามในระยะกระชั้นชิด

"ฟึ่บ..บ..บ" ​ที่เสียงมันดังสั้นๆ​ แน่นๆ​ อย่างนี้ก็​เพราะรถผมมัน​กำลังคลาน ไม่ใช่แล่นอย่างวิสัยอันควร ​และก็ไม่รู้​จะตะโกนด่ามัน​ได้อย่างไร รู้อยู่​แก่ใจว่า...​พวกท่านๆ​ อีกพวกนี้ ชิน​กับคำสาปแช่งตะโกนไล่หลังกันเสียแล้ว​...​ถึงว่า..ทำไมถึงไม่ตายๆ​ กัน​ไปเสียที คง​เพราะมีคนช่วยแช่งต่ออายุให้​ทั้งวี่​ทั้งวันนี่เอง

ภาพคนฝูงใหญ่ยืนออรอกัน​ที่หน้าประตู​ที่เบียดตัวกันอยู่​ตรงกลางตัวถังรถ ภาพคนลงพยายาม​จะแทรกตัวผ่านลงมาจากรถ ​แม้น​ใครเว้นช่องว่างแค่ครึ่งช่วงตัว ​ใครคนหนึ่ง​ก็​จะพยายามรีบเีบียดตัวขึ้น​​ไปทันที พวกพิทักษ์สิทธิ์การลงก็​จะช่วยกันเบียดดันลงมา จนค้างกันอยู่​ตรงนั้น​​ทั้งคนขึ้น​คนลง ไม่มี​ใครคิดหยุดรอให้​ใครขึ้น​ลงเลย​หรืออย่างไร

"ป๊านนนนนนนน!!!!!!!!!!!!...​...​...​...​" ผมบีบแตรดังสนั่นหวั่นไหว ช่วยให้สติจนเห็นพี่ส้มครีมขยับโยกตัวนิดหนึ่ง​จนหลุดจากพวง​ที่ห้อยรออยู่​ข้างรถ แล้ว​คนลงจึงค่อย​ได้ลง​เป็นปกติอีกคราว

"ตาโป้งๆ​...​.นั่นญาติธรรมย่า หิ้วปิ่นโตหิ้วตะกร้าอยู่​โน่นคง​จะ​ไปวัด รับเธอขึ้น​มาด้วยเถอะลูก"

"โธ่...​คุณย่าเล็ก...​" ผมกดกระจกลง "คุณย่าเล็กเรียกเถอะครับ"

"ขอบใจลูก...​คน​ไปทางเดียวกัน"

ดูเหมือนคุณย่าอีกคน​จะถอดใจ​กับการเบียดเสียดนั่นแล้ว​คงบวก​กับเสียงแตรของผมด้วย เธอจึง​ได้หันมาเจอรอยยิ้มเต็มไมตรีของคุณย่าเล็กทันที แล้ว​ก็ตรงรี่เข้ามาถึงรถ รวบของ​ทั้งหมดไว้ในมือเดียว​ได้อย่าง​สามารถ แล้ว​​ใช้ข้าง​ที่ว่างเปิดประตูรถ ​โดยไม่​ต้องรอคำทักทายเชื้อเชิญใดใด...​..คนกรุงเทพเต็มตัว...​ผมคิด

"ขอบ​พระคุณค่ะ​คุณพี่...​." หญิงชราจีบปากปรุงสำเนียงอย่างดี "แหมวันนี้โชคดี​แต่หัววัน สงสัยโชค​จะเข้าข้าง" เธอยิ้มแล้ว​ขยับขยายตัวเองให้อยู่​ในท่าสบาย​ที่สุด

"​ไปอย่างไรมาอย่างไรคะ​นี่...​หิ้วของเต็มไม้เต็มมือ​ไปหมด รถรา​ไปไหนเสียงคะ​ออกมาลำบากลำบนบนถนนนี่คนเดียว" ผู้นั่งอยู่​ก่อนส่งกระแสเมตตาฉ่ำชื่นให้ผู้ขึ้น​มาใหม่

"เอ่อ...​.​พอดีรถเสียน่ะคะ​...​เลย​​ต้องมาเอง" เธอตอบไม่เต็มเสียง

"แล้ว​ทำไมไม่ให้หลานๆ​ ขับมาส่งเล่าคะ​...​นี่ตาโป้ง..นี่หนูก้อย...​ไหว้คุณย้อยสิลูก" คุณย่าแนะนำ ผมมองกระจกหลังแล้ว​ส่งยิ้มนบนอบให้แทนการยกมือไหว้

"หรือว่า​ไปแท็กซี่ก็สะดวก​กว่านะคะ" คุณน้องสาวหัน​ไปออก​ความเห็น​เป็นการทักทาย

"ก็มองๆ​ อยู่​ค่ะ​คุณพี่...​​พอดีคุณพี่ผ่านมา...​โอ๊ยโชคดีจริงๆ​...​นี่ว่าวันนี้​จะ​ไปดูปฏิทิน​ที่กุฎิท่านเจ้าคุณน่ะค่ะ" ​เมื่อเธอผึ่ง​ได้​ที่ จึงเริ่มกระบวนการเสวนาตามปกติ

"อะไร​คะ​ งวด​ที่แล้ว​เพิ่มออก​เมื่อวานซืนไม่ใช่หรือคะ" คุณย่าเล็กถามเสียงหลงด้วยเข้าใจการ "​ไปดูปฏิทิน" ​ได้ดี

"นั่นมันของกองสลากเค้าค่ะ​...​นี่ออมสิน​จะตามมา" หญิงชราผมดัดหยิกปลอมดำมันเยิ้มขยาย​ความ

"เจ้าคุณของคุณย่าท่านให้หวยด้วยหรือคะ" น้องสาวผมตามทันจึงถามขึ้น​บ้าง

"ไม่หรอกลูก...​ท่าน​เป็น​พระสงฆ์องคเจ้า...​ไม่ใช่กิจของท่าน" คุณย่าแก้ต่าง

"แม่นนักหละค่ะ​...​.ชุดสามตัวโต๊ดเต็งข้างบน...​.​แต่​ต้องของออมสินนะคะ​...​อิฉันหลงรอตามรัฐบาลมาทุกงวด...​​เพื่อน​เขาถูกกันโครมๆ​ ​ส่วนเราเข้าเนื้อเสียเกือบแย่" เธอคงหมายรวมถึงเนื้อ​ส่วน​ที่​เป็นรถยนต์​ส่วนตัวนั่นด้วยกระมัง

ขบวนแห่บนถนนอันมีเสียงแตรสารพัดชนิดเร่งประโคมมาตลอดทางค่อยเคลื่อนพาคันเรามาถึงเชิงสะพาน​ที่บีบจากแปดช่องทางเหลือเพียงสองช่อง...​.สาม​ถ้ารวมฝั่นรถสวนมาด้วย นี่เองสาเหตุรถติดมหาวินาศสันตะโรในวันนี้ ​ใคร​จะเชื่อว่าคนๆ​ เดียว​สามารถทำให้รถติด​ได้ตั้งแต่ถนนพุทธมณฑลสายสี่จนถึงสะพาน​พระปิ่นเกล้า แม่นางสาวนุ่งน้อยห่มน้อยคนนี้ทำ​ได้ เธอขึ้น​​ไปเกาะเสาไฟฟ้า​เป็นนางอายอยู่​นอกราวสะพาน​ได้เด่นเห็นสง่าเสียนี่กระไร

"พี่ขา...​...​พี่ขา...​...​รอหนูด้วย...​.หนู​จะ​ไปอยู่​​กับพี่แล้ว​.."เธอตะโกนโหยหวนอยู่​เช่นนั้น​

รถสองล้อ​ที่รีบเบียดซ้ายแซงขวาไม่​ได้เร่งรีบอีกต่อ​ไป ต่างก็จอดรถไว้บนถนนแล้ว​ก็มาทำตัว​เป็นพลมุง​ที่ดีของสังคม แสงวิบวับของรถตำรวจ รถอาสาฯ รถพยาบาล กินพื้น​ที่ครึ่งหนึ่ง​ มีตำรวจแก่ๆ​ รอเกษียณสองคนคอยโบกไล่พวก​ที่ชะลอดู​เมื่อถึงจุดชมวิว ให้รีบเร่งเครื่อง​ไปเสีย​โดยเร็ว...​ผมทำตาม​โดยมิรอช้า...​หลังจาก​ที่ท่านเป่าไล่อยู่​เกือบนาที

​เมื่อข้ามมาฝั่งเกาะรัตนโกสินทร์ ถนนโล่งโปร่งตลอด เพียงอึดใจก็มาถึงหน้าประตูวัดสำคัญวัดหนึ่ง​​ได้ใน​ที่สุด ผมรีบกระโดดลงจากรถ ไม่ลืมเปิดประตูด้านคุณย่าเล็กให้ท่านลงมาก่อน แล้ว​รีบมาเปิดประตูรถให้น้องสาวสุด​ที่รัก ยื่นมือรับปิ่นโตเถาหนึ่ง​อีกต่างหาก

"​เอาโทรศัพท์มายืมหน่อย​ดิ" ผมเร่ง จนเธอหน้างอ ​เมื่อ​ได้มาแล้ว​จึงเริ่มกด...​กด...​กด...​จิ้ม...​จิ้ม...​จิ้ม...​หาสุด​ที่รัก​เป็นการด่วน

"เลขหมาย​ที่ท่านเรียก ไม่​สามารถติดต่อ​ได้ในขณะนี้"

"ทำไมไม่รับสายวะ หรือสายไม่ว่าง หรือปิดเครื่อง โธ่เว้ย...​รอมา​เป็นเดือนกว่า​จะถึงรอบนี้...​แล้ว​​จะรู้ไหมเนี่ยว่าว่างไม่ว่าง" ผมโหวกเหวกอยู่​ในใจ ขณะ​ที่​ต้องหันมาพยุงหญิงชราผมดำ​ซึ่งทำท่ายักแย่ยักยันอยู่​ข้างๆ​

"คุณย่าเล็กรู้จักคณะแปดไหมคะ" ก้อยถามขึ้น​

"​ไปทางเดียว​กับย่านี่แหละ​ลูก ​แต่ลึกเข้า​ไปข้างใน...​เอ...​.วันนี้สาวๆ​ เยอะจริง ดีนะคนหนุ่มคนสาวรู้จักเข้าวัดเข้าวา...​ดูพ่อหนุ่มคนนั้น​สิ..ผัดหน้าเสียอย่าง​กับ​พระเอกยิเก" คุณย่าเบิกบาน​และพลอยปลื้ม​กับหญิงสาวหลายกลุ่ม​ที่ทะยอยกันผ่านเข้า​ไปในบริเวณอันสงบ

"งั้นก็​ไปกันเถอะค่ะ​คุณย่า...​ของคุณย่าคณะไหนคะ​.."

"ค่อยๆ​ ​ไปเถอะลูก...​บุญน่ะรอหนูไม่​ไปไหนหรอก"

"บุญน่ะคงรอค่ะ​คุณย่า...​​แต่เดี๋ยวหลวงพี่​จะไม่รอเท่านั้น​...​​เขาว่า​จะสึกวันนี้เสียด้วย...​ตอนเย็น​ต้อง​ไป​เป็นนักร้องรับเชิญให้พี่ปานค่ะ"

คณะสองของคุณย่าอยู่​ไม่ลึกนัก มีไม้ใหญ่ร่มครึ้มจนน่า​จะสงบเหมาะ​กับ​ความ​เป็นสังฆาวาส ​ถ้ากลุ่มสาวๆ​ ​ที่ต่อแถวกันอยู่​นั้น​ไม่ตวัดหาง​และส่งเสียงเจี๊ยวจ้าวมาถึง

"วุ๊ย!!..เด็กสมัยนี้...​กะ​พระกะเจ้ายังตามมากรี๊ดๆ​ๆ​..ยังกะผีเปรต" คุณย่าผมดำบ่นอุบอิบ ​เมื่อเดินถึงท้ายแถว​ซึ่งก็​เป็นซุ้มประตูไม้ทางเข้าคณะสองนั่นเอง

​ที่ข้างซุ้มมีชายกลางคนรูปร่างสมบูรณ์เกินจำ​เป็นนั่งหน้าชุ่มเหงืออยู่​ ​พร้อมแผ่นพลาสติกกลมสีแดงในมือ

"จองไว้หรือเปล่า" ชายผู้นั้น​ถามเสียงห้วน

"ไม่​ได้จองค่ะ​คุณดิเรก...​​แต่คุณพี่นี่​เขาก้นกุฏิ...​ไม่​ต้องจองมังคะ" ผู้อาศัยมา ​ใช้คุณย่า​เป็นประโยชน์ ​แต่ไร้ผล

"ไม่​ได้ๆ​ ​ต้องรอคิว...​เดี๋ยวนี้​ต้องจองแล้ว​เข้าพบตามคิว ​จะ​ได้​เป็นระเบียบ "

ขณะผู้​กำลังต่อรอง​กำลัง​จะอ้าปากขอ​ความกรุณา สตรีผู้มีบุญในชุดสีแสดสดแสบกว่าจีวรราชนิยม มา​พร้อม​กับฟาร่าบานรับมงกุฎ ประดับมรกตล้อมเพชรพราว​ทั้งข้อนิ้ว ข้อแขน ปล้องคอ​และตีนหู แน่นอนมีชายร่างใหญ่ใส่แว่นดำตามมาสองคน คุณดิเรกพินอบพิเทาส่งหมายเลขศูนย์ให้​กับคุณเธอ

"อะไร​มีเลขศูนย์ด้วยหรือคะ​คุณดิเรก...​.แล้ว​คนหมายเลขหนึ่ง​​เขาไม่ว่า​เอาหรือคะ​ ​เขามารอ​เป็นคนแรกไม่ใช่หรือ" ผู้มาก่อนแสดง​ความฉงนอย่างออกนอกหน้า

"​เอาน่าคุณ...​งานบุญการกุศลไม่มีก่อนมีหลังหรอก ​ถ้าคุณรีบก็ฝากปิ่นโตไว้​ที่ผมก็​ได้ แล้ว​หลังเ​ที่ยงค่อยหา​ที่กรวดน้ำรับศีลรับพร ก็​ได้เหมือนๆ​ กันแหละ​"

"ขอบัตรคิวท้ายสุดนี่เถอะค่ะ​คุณดิเรก...​ิดิฉัน​จะรอสนทนาธรรม​กับหลวงพ่อท่าน" คุณย่าเล็กร้องขอด้วยยินดีรอตามลำดับ จนผม​ต้องถอนใจอีกเฮือก​เมื่อคุณดิเรกยื่นคิว​ที่ยี่สิบสองมาให้

"คงอีกตั้งนานนะครับ​คุณย่า...​​จะรอไหวหรือครับ​ ผมรีบด้วย...​ป่านนี้คงรอแย่แล้ว​"

เสียงโทรศัพท์ของน้องในมือผมดังขึ้น​ ผมเหลียวหาก้อย​แต่ไม่เจอเสียแล้ว​ คง​ไปเบียดกันชมบารมีหลวงพี่คณะแปดนั่นแล้ว​ จึง​ต้องรับสายเสียเอง

ผู้​ที่โทรเข้ามา​คือคน​ที่ผมรอมาตลอดวัน ​เมื่อให้ข้อมูลสถาน​ที่จนผมพอใจแล้ว​ก็ตัดสาย​ไป เธอ​ต้อง​ใช้โทรศัพท์ในห้อง​เพื่อการนี้​และรออยู่​นานแล้ว​

"ผมขอตัวนะครับ​คุณย่าเล็ก ​พอดีแฟนผมมารออยู่​แล้ว​ ใกล้ๆ​ นี่เอง คุณย่าเล็กคงไม่เหงานะครับ​ ไม่เกินบ่ายสองผมกลับมารับนะครับ​...​นะครับ​คุณย่า"

ผมไม่​ได้รอการพยักยิ้มรับข้อเสนอจากท่านอีก รีบวิ่งออกมา​โดยไม่สนใจด้วยซ้ำว่าพวกสาวๆ​ ​ที่พากันเดินสลดออกมา​จะมียัยก้อยรวมอยู่​ด้วย...​หลวงพี่คณะแปดคงลาสิกขาบท​ไปแล้ว​...​.

ผมวิ่งตรง​ไปยังจุดหมาย ก็ทางโน้นพ่อดุ​จะตาย...​กว่า​จะจัดเวลาจองห้อง​ได้ก็แทบแย่...​.นี่ให้ขึ้น​​ไปรออยู่​ในห้องก่อนแล้ว​...​​เพราะกลางวันแสกๆ​ เข้า​ไป​พร้อมกันมันน่าเกลียด

ผมเร่งฝีเท้าขึ้น​อีก​เมื่อเห็นป้ายสถาน​ที่นัดหมายอยู่​ข้างหน้า มือตบกระเป๋ากางเกง...​.ห่อฟรอยบางๆ​ สามห่อซ่อนสงบอยู่​ในนี้...​ดีนะแค่ลืมโทรศัพท์..ไม่ลืมไอ้นี่

"เถอะน่าลูกพ่อ...​​ถ้า​พร้อมกว่านี้...​พ่อ​จะไม่ป้องกันเลย​เชียว..จริงจริ๊ง...​."

 

F a c t   C a r d
Article ID A-205 Article's Rate 7 votes
ชื่อเรื่อง เมืองคนคอย
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๓ สิงหาคม ๒๕๔๖
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๑๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๘
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-637 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 20 ก.ค. 2546, 19.48 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : add [C-691 ], [169.210.20.145]
เมื่อวันที่ : 03 ส.ค. 2546, 22.38 น.

เขียนเก่ง​และบรรยาย​ได้เห็นภาพ สนุกดีจังค่ะ​ อ่านเพลินเลย​...​...​..

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น