นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๙
(รักของพ่อ) รักนะ...แต่ไม่แสดงออก
SONG-982
...ตีพิมพ์ครั้งแรก รวมเรื่อง​​สั้นชุด "รักพ่อ รักนี้ไม่ธรรมดา" สำนักพิมพ์บ้านหนังสือโกสินทร์ ธันวาคม 2549...
วัน​ที่มา เราดูคล้าย​พร้อมใจกันไม่บอก​กับ​ใคร ว่าฉัน​ต้องผละจากเมืองไทย มาผจญภัยใหญ่หลวง​ที่นี่ ​แม้ไม่อยากเลย​สักนิด ​แต่ฉันก็​ต้องมา

แม่คงกล้ำกลืน​ความวิตกไว้เต็ม​ที่ ​แม้ไม่เหนี่ยวรั้งยึดยื้อ​แต่รักของแม่​เป็นอย่างไร มากมาย​แค่ไหน

...​.ฉันรู้ดี...​

พ่อต่างหาก​ที่เงียบ...​นิ่ง...​เฉยอยู่​ตั้งแต่แรก ​และจนวันนี้ยังไม่มีเสียงพูดอะไร​จากพ่อสักคำ หนังสือสักตัวจากลายมือของพ่อก็ยังไม่เคย​ได้เห็น

พ่อไม่เคยหนีหาย​ไปไหนจาก​ความ​เป็นผู้นำครอบครัว ​แต่พ่อยืนอยู่​คล้ายไม่มีตัวตน...​มานาน

จนฉันเกือบลืม​ไปด้วยซ้ำว่า พ่อ สำคัญอย่างไร


เรา ​คือฉัน​และแม่ นั่งรถแท็กซี่มาสนามบิน เราต่างหลุดเข้า​ไปอยู่​ในห้วง​ความคิดของตนเอง ต่างๆ​ นานา​ที่​จะเกิดขึ้น​ข้างหน้า ไม่ว่า​กับฉันทางนี้ หรือ​กับพ่อแม่ทางเมืองไทย คงหนักหนาพอกัน

​ความรังเกียจอาจก่อให้เกิดเพียงแค่เสียงติฉินนินทา ​แต่​ความอิจฉาริษยา​สามารถก่อการทำลายล้าง

ก็​ใครๆ​ ต่างกังขา น้ำหน้าอย่างครอบครัวฉันน่ะหรือ ​จะมีโอกาสส่งลูก​ไปเรียนเมืองนอก หรืออย่างดี ​เอาอย่าง​ที่พอมีปัญญาขายนาขายควาย​เป็นค่าตั๋วเครื่องบิน ก็คง​ไป​ได้แค่เมืองนาของเมืองนอก ​คือบ้านนอกของเมืองนอก ​ไปขายแรงงานต่างวัวต่างควาย

แน่นอน! บางคน​ต้องหยามหยันดูแคลน

บ้านนี้มันส่งลูก​ไปขายตัว



​ที่สนามบิน ฉันเร่งตัวเองให้รีบเข้าสู่​ส่วนเฉพาะผู้​โดยสาร สีหน้าแม่เผือด​ไปเล็กน้อย น้ำตา​ที่ปริ่มคลอสองหน่วยตา หลั่ง​เป็นสายทันที​ที่ฉันกราบลงแทบอก

ไม่มีเสียงสะอื้น​แม้เพียงสักน้อยนิด

แม่ปาดน้ำตาทิ้ง ​และกลืน​ส่วน​ที่​จะเอ่อท้นออกมาอีก​เอาไว้ในอก

แล้ว​ยื่น​พระเครื่ององค์ขนาดเหรียญห้าบาท​ให้องค์หนึ่ง​

​พระของพ่อ...​หลวงพ่อขำ...​รุ่นเมตตา

เหรียญใหม่ของ​พระใหม่ ​ที่พ่อ​เป็นศิษย์รุ่นแรก

​เป็นเหรียญ​พระเหรียญแรก​และเหรียญเดียว ​ที่พ่อคล้องไว้​กับตัวไม่เคยห่าง



เหรียญโลหะ​ที่เคยคล้องห่วงโยง​กับสายสร้อย ถูกเปลี่ยน​เป็นโยง​กับแหนบเงินอันเล็ก สำหรับเหน็บติดกระเป๋าเสื้อหรือคอเสื้อ​ได้สะดวก​

แม่บอกว่า

ไม่รู้พ่อ​ไปเปลี่ยน​เป็นแบบเหน็บตั้งแต่ตอนไหน ​เมื่อเช้า​ก่อนออกจากบ้านก็ยื่นให้ บอกว่าให้ฉัน​เอาไว้คุ้มตัว

ฉันรับมาจบ​ที่หน้าผาก หากไม่​ได้สวดอาราธนา หรืออธิษฐานอะไร​

ก็ดูเถิด แค่ให้พรลูกสักคำก่อนออกจากบ้าน พ่อยังไม่ยอมทำ

วาบหนึ่ง​ของ​ความรู้สึก ​ซึ่งควร​จะเกิดขึ้น​ตั้งแต่ตอนนั้น​​คือ

"พ่อคงก็รักฉันเหลือเกิน"

จึงถูกกลืนหาย​ไป​กับจินตนาการถึงอนาคตอันกดดัน​และหม่นหมอง


จากวันนั้น​ถึงวันนี้ ทุกสิ่ง​ที่ผ่าน ทุกเรื่อง​ราว​ที่เข้ามากระทบ​กับชีวิต ​ที่แทบ​จะเรียก​ได้ว่า "ตัวคนเดียว" ในอีกซีกโลกทางนี้

ฉันประจักษ์ชัดแล้ว​ว่า

มันอึดอัดอัดอั้นยิ่งกว่า​ความกดดัน มันมัวซัวริบหรี่ยิ่งกว่า​ความหม่นหมอง

​ทั้งชีวิต​ที่​ต้องผูกติดไว้​กับถ้อยคำ​ที่ว่า

"อย่าท้อ!...​สู้ต่อ​ไป...​พิสูจน์ให้​ใครๆ​ เห็นว่าเราก็ทำ​ได้"

มันหนักหนาราว​กับ​ต้องแบกโลก​เอาไว้​ทั้งโลก!

การอยู่​คนเดียว หมายถึงการ​ต้องคิด​ต้องตัดสินใจทุกเรื่อง​ราวด้วยตัวคนเดียว

​และ​ต้อง​พร้อมยอมรับผลการตัดสินใจนั้น​ด้วยตัวคนเดียวเช่นกัน

หาก...​เรื่อง​​ที่ตัดสินใจกระทำลง​ไปถูก​ต้อง ฉันก็ยิ้ม​และภูมิใจในตัวเองบ้าง​เป็นธรรมดา

​แต่...​​เมื่อใดก็ตาม​ที่สิ่ง​ที่ตัดสินใจกระทำลง​ไปเกิดผิดพลาด

การยิ้มรับ​ความผิดพลาดหรือเก็บ​เอาข้อผิดพลาดไว้​เป็นบทเรียน มันกระทำ​ได้แสนยาก

​ใคร​ที่ไม่เคยจากบ้านมา ถึงถิ่น​ที่ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม ​จะไม่มีวันรู้สึก!



​ที่นี่...​ในวันนี้ ขณะ​ที่คนรอบข้าง ​ใครก็ตามเกิดปัญหาคับข้องหมองใจ อยากมี​ที่ระบาย อยาก​ได้คำปรึกษา ​เขาเหล่านั้น​​สามารถ "กลับบ้าน" กลับ​ไปหาครอบครัว​ได้ทุก​เมื่อ

​ใครว่าครอบครัวฝรั่งไม่อบอุ่น

ภาพ​ความห่างเหิน ตัว​ใครตัวมัน ไม่ใส่ใจ​ซึ่งกัน​และกัน

​เป็นเพียงภาพ​ที่ "เรา" ถ่ายทอดเรื่อง​ของ "​เขา" ให้คน​ระหว่าง "เราด้วยกัน" ฟังเพียงเท่านั้น​

แท้​ที่จริง ​ความห่วงใย ​ความใส่ใจเอื้ออาทรแก่กันนั้น​ "เต็ม" อย่างบริบูรณ์

"​ความห่างเหิน" ​ที่เราระบายสภาพให้​เขา แท้จริงนั่น​คือ

​ความรัก ​ความ​เอาใจใส่​ที่ถูกถ่ายทอดแก่กันของฝรั่ง พวก​เขากระทำ​พร้อม​กับการให้เกียรติใน​ความคิด​และการตัดสินใจของกัน​และกัน พวก​เขาเคารพในวุฒิภาวะ​และภาวะของ​ความ​เป็นมนุษย์ ​ซึ่งมี​ความเท่าเทียมกันทุกคน ต่อการลิขิต-ตัดสิน-เลือกเฟ้น เส้นทางเดินชีวิตของตัวเอง

ฉันเฝ้ามองภาพ​ความอบอุ่นอาทรเหล่านี้ ด้วยหัวใจอันแห้งแล้ง

พวก​เขาอาจดูโดดเดี่ยว ไม่​ต้องขึ้น​​กับ​ใครในการเลือก​ใช้ชีวิต

​แต่​เมื่อใดก็ตาม​ที่พวก​เขา​ต้องการ​ใครสักคน​เป็น​เพื่อนปรับทุกข์

บ้าน ครอบครัวของพวก​เขา​พร้อมอ้าแขนรับด้วย​ความเต็มใจเสมอ



​ที่นี่ทุกครั้ง​ที่ฉันอยากมี​ใครสักคนช่วยปลอบประโลม ปรับทุกข์

ฉัน​ต้องกลับมาอยู่​​กับตัวเอง

กลับมาอยู่​​กับกระดาษเขียนจดหมาย สมุดจดบันทึก...​ของแม่

กลับมาอยู่​​กับเหรียญหลวงปู่ขำรุ่นเมตตา...​ของพ่อ

มีอะไร​เล่า​ที่​จะช่วยกระซิบปลอบโยนหัวใจฉันยามทุกข์...​ท้อ...​หมด​กำลังใจ

นอกจากลมหายใจอุ่นๆ​ ของฉันตัวเอง



ฉันเขียนจดหมายถึงแม่-พ่อหลายฉบับ​

ไม่ทราบ​เพราะเหตุไรจึงไม่มีการตอบกลับ

​และอีกนาน กว่าแม่​จะ​สามารถต่อสายคุยกันทางโทรศัพท์​ได้

แน่นอน พ่อ​เป็นเหมือนเพียงภาพเงาเลือนราง ​ที่​ทั้งรู้ว่ายังขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว สุขภาพกาย-ใจยังแข็งแรง ​แต่ไม่เคยส่งเสียงซักไซ้ไต่ถามสารทุกข์สุขดิบของลูกคนนี้

แม่เคยแก้ต่างให้พ่อต่อกรณีนี้ว่า

"พ่อ​เขาเชื่อใจลูก ว่าลูก​จะไม่ทำให้พ่อเสียใจหรือผิดหวัง"

ด้วยอารมณ์น้อยใจต่ออะไร​หลายอย่างตอนนั้น​ ฉันเคยย้อนกลับ​ไปว่า

"พ่อก็ไม่เคยบอกหรอกว่า ตั้ง​ความหวังอะไร​ไว้​กับลูกคนนี้"

พักหลัง ​เมื่อฉันสังเกต​ได้ว่า แม่กังวล​กับสภาพจิตใจของฉันไม่น้อย การพูดคุยกันทางโทรศัพท์ในครั้งถัดๆ​ มา ฉันจึงปรับน้ำเสียงให้ท่านรู้สึกเหมือนว่า ฉันอยู่​​ได้-สบายดี ไม่​ต้อง​เป็นห่วง



เหรียญ​พระของพ่อยังวางอยู่​ตรง​ที่เดิมตั้งแต่เริ่มเข้าพัก​ที่นี่ ฉันโยงสายไหมพรมสามสี่สาย​ระหว่างเสาหัวเตียง​ทั้งสอง ​ใช้ไม้หนีบผ้าบ้างลวดเหน็บกระดาษบ้าง ติดห้อย "ประสบการณ์" ​และ "​ความทรงจำ" ไว้ในรูปแบบต่างๆ​ ตารางรถ​โดยสาร ตารางเส้นทางรถไฟ รถไฟฟ้า บัตรเข้าชมงานเข้าชมสถาน​ที่จัดแสดงต่างๆ​ โปสการ์ด ชุดดวงตรา​ไปรษณียากรตามวาระ กระทั่งกระดาษแข็งสำหรับรองแก้ว

ท่ามกลาง​ทั้งหมด

ตรง​ส่วน​ที่มองเห็นง่าย​ที่สุด

มี "​กำลังใจ" สองสิ่ง เฝ้ามองตอบสายตาฉันอยู่​เงียบๆ​

หนึ่ง​​คือ ภาพถ่ายคู่กันของฉัน​กับแม่

อีกหนึ่ง​​คือ เหรียญ​พระรุ่นเมตตาของพ่อ

​กับสายตาแม่ในภาพ​ที่มองมา บางครั้งฉันไม่กล้าสบสายตา ด้วยรู้สึกว่า​บางสิ่ง​ที่กระทำลง​ไป หากแม่อยู่​ใกล้ๆ​ แม่อาจคัดค้านหัวชนฝา

ทุกครั้ง​ที่ฉันรู้สึกอย่างนั้น​ ฉัน​จะเบนสายตามาทางเหรียญ​พระของพ่อ สงบจิตใจ "สารภาพ-ขอโทษ" ​และ "ให้สัญญา" ​ได้อย่างสบายใจ ​เพราะนึก​ไป​ได้ว่า หากฉัน​ไป สารภาพ ขอโทษ หรือให้สัญญาอะไร​ต่อหน้าท่าน พ่อก็​จะนิ่งอยู่​เหมือนเหรียญ​พระเหรียญนี้ นิ่ง...​สงบ ส่งผ่าน​ความเมตตาเฉพาะด้วยแววตา​และหัวใจ


​กับสภาพแวดล้อมของ​ที่นี่ ​กับภาพครอบครัวของ​ที่นี่ มีสิ่งหนึ่ง​​ที่ทำให้ฉันรู้สึกประหลาดใจ

ตลอดมา พ่อปฏิบัติ​กับฉันเหมือน​กับ "พ่อ" ของคน​ที่นี่ปฏิบัติต่อลูก

​คือรัก​และ​เอาใจใส่เท่า​ที่ควร เท่า​ที่​จะทำให้ลูกยืนอยู่​​ได้​โดยลำพัง​เมื่อไม่มีท่าน ให้เกียรติใน​ความคิด​และการตัดสินใจของฉัน เคารพต่อการลิขิต-ตัดสิน-เลือกเฟ้น เส้นทางเดินชีวิตของตัวฉันเอง

"รักนะ...​​แต่ไม่แสดงออก"

​เป็นคำนิยาม​ที่มอบให้​กับพ่อ หลังจาก​ที่ฉันผจญ​กับอะไร​ต่อมิอะไร​ของ​ที่นี่มากมาย​ หลังจาก​ที่ฉันค้นพบแล้ว​ว่า คนคู่เดียว​ที่ติดตามหัวใจฉัน​ไปในทุกหนทุกแห่ง​คือ พ่อ​และแม่



ถึงวันนี้ ฉันส่งยิ้มให้ "หลวงพ่อขำ" รุ่นเมตตา ​เป็นประจำ

​และอดคิดไม่​ได้ว่า สิ่ง​ที่สะท้อนกลับมา​คือ "​กำลังใจมหาศาล"

​ที่ช่วย "เติมเต็ม" ​ความ "พร่อง" ​ที่เกิดขึ้น​​ระหว่างวัน

ช่วยให้ทุกวันนี้ของฉันมี "ต้นทุน" เต็มหัวใจ สำหรับการออก​ไปจับจ่าย "ประสบการณ์ชีวิต"



ถึงวันนี้ ฉันเลิกคิดอยากให้พ่อ​เป็นเหมือน​ใคร เลิกคิดอยากให้พ่อ​เป็นพ่ออย่าง​ที่ฉัน​ต้องการ

​เพราะถึงพ่อของฉัน​จะ​เป็นอย่างไรหรือ​จะไม่เหมือน​ใครๆ​

​แต่ท่านก็​คือพ่อของฉัน ​และก็​จะ​ต้อง​เป็นพ่อของฉันตลอด​ไป



ใน​เมื่อพ่อเลือก​ที่​จะ​เป็นพ่อแบบ "รักนะ...​​แต่ไม่แสดงออก" อย่างนี้ แล้ว​ฉัน​จะดิ้นรนให้ท่านแสดง​ความรักออกมาทำไม

ใน​เมื่อฉันสัมผัส​ได้แล้ว​ว่าใน​ความนิ่งเฉยนั้น​ ท่านน่า​จะรัก-ห่วงใยแค่ไหน ก็ไม่​ต้องสงสัยหรือหาคำตอบแล้ว​ว่า ท่านตั้ง​ความหวังอะไร​ไว้​กับฉัน

ใน​เมื่อฉันรู้แล้ว​ว่า ควร​จะวางตัวเอง​เอาไว้อย่างไรในการเลือกทางเดินชีวิต ​ความหวังของพ่อต่อตัวฉันก็คงสัมฤทธิ์ผลสมบูรณ์แล้ว​


อยากกลับ​ไปกอดพ่อให้ชื่นหัวใจ

ชนิกา วิศุทธิกานต์

December’ 2006
Wollongong NSW.,
AUSTRALLA

(หลังจากจากบ้านมาครบสามปี)

 

F a c t   C a r d
Article ID A-2016 Article's Rate 3 votes
ชื่อเรื่อง (รักของพ่อ) รักนะ...แต่ไม่แสดงออก
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๕๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๔
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-9694 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 14 พ.ย. 2549, 14.10 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : Rotjana Geneva [C-9713 ], [83.180.103.119]
เมื่อวันที่ : 15 พ.ย. 2549, 18.46 น.

ดีใจจังค่ะ​​ที่คุณชนิกาค้นพบ​และตี​ความหมาย "​ความรักของพ่อ" ​ได้ใน​ที่สุด แถมยังมีข้อสังเกตของชีวิตครอบครัวชาวต่างประเทศในมุม​ที่น่าสนใจอีกด้วย

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ลักยิ้ม :) [C-9904 ], [203.144.187.62]
เมื่อวันที่ : 29 พ.ย. 2549, 09.33 น.

อืมมม ...​ จริง ๆ​
อืมมม ...​ เห็นด้วย ๆ​
(รักของพ่อ) รักนะ ...​ ​แต่ไม่แสดงออก

ถึงพ่อ​จะไม่แสดงออก ​แต่พ่อก็รักใช่ไหมจ๊ะ​?


แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น