นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๕ ตุลาคม ๒๕๔๙
ยังไม่มีชื่อ
สตรอเบอรี่
...ค่อนข้างยาว...​​ หาชื่อเรื่อง​​เหมาะๆ​​ ยังไม่​​ได้...​​ ช่วยแนะนำด้วยครับ​​...​​...
หากฉันตาย...​คุณ​จะร้องไห้​เพื่อฉันไหม ?

นที​ได้ยินคำถามนี้ในฝันอีกแล้ว​ คำถาม​ที่หญิงสาวทิ้งไว้ในไดอารี่สีเงิน ​ที่เธอบันทึกเรื่อง​ราวการรอคอยไม่รู้จบ...​

นี่มันร้อนเมษาหรือว่าหนาวธันวากันแน่ ทำไมร่างกายเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว
ชายหนุ่มพยายามซวนกายจาก​ที่นอน​แต่ทำ​ได้ยากเย็น รู้สึกศีรษะปวดหนักหน่วงจนสายตาพร่าเลือน ปากคอแห้ง​เป็นผง กล้ามเนื้อปวดระบมราวถูกทุบด้วยของหนัก คิดถึง​เมื่อวาน​ที่หัดจับรถไถช่วยพ่อเฒ่าไถคราดตากฝนกลางฤดู

เราไม่สบายหรือนี่ ? นทีนึกขำใน​ความไม่ประสา

อากาศเช้า​ทึบทึม สังกะสีบรรเลงเพลง​กับเม็ดน้ำ นอกหน้าต่างฝนระบายอากาศ​เป็นสีขาว ชายหนุ่มดึงผ้าห่มคลุมหัวไหล่ ละอองฝนอวลไอพรมต้นแขน เหลือบมองไดอารี่​ที่อ่านค้าง​เมื่อคืนสะบัดเปิด เอื้อมมือคว้า ปกแข็งสีเงินหม่นหมองซีดเซียวไร้ประกาย คล้ายมันเศร้าสร้อย

ชายหนุ่มแหงนมอง​ไปนอกหน้าต่าง เมฆดำทึบทึมลอยต่ำ เธอคงอยู่​บนนั้น​ !? สองอาทิตย์แล้ว​​ที่หญิงสาวกลาย​เป็นเ​ถ้าธุลี กลาย​เป็นควันลอยจากปล่องเมรุขึ้น​ฟ้า...​

หรือเธอ​กำลังร้องไห้ !?

นทีอยากร้องตะโกนขึ้น​​ไปบนนั้น​ อยากให้เธอรู้ว่า​เขาเจ็บปวด ชายหนุ่มลาออกจากงานทิ้งทุกสิ่ง​ที่สร้างในเมืองใหญ่ รู้สึกเสียใจ​ที่ปล่อยให้คนรักรอคอย คอยคน​ที่​จะเก็บเงิน​ไปสร้างครอบครัว​กับเธอ ก่อนนั้น​หญิงสาวเคยทำงานด้วยกัน ​แต่เธอป่วยกะปลกกะเปลี้ยตลอดเวลา จนใน​ที่สุด​เขาก็เลิกจ้าง นทีไม่เอะใจสักนิดว่าโรคร้าย​ที่หญิงสาวเผชิญนั้น​มันใกล้มือมัจจุราชเข้า​ไปทุกที

แม่เฒ่าใจดียกห้องนี้ให้นที​เป็นเจ้าของ ​ทั้งคู่ดี​กับชายหนุ่มเหมือน​ต้องการสิ่งทดแทนลูกสาว ​และนทีเองก็​พร้อม​จะ​เป็นสิ่งนั้น​ หากมัน​จะพอแทน​ที่กัน​ได้

สายแล้ว​...​​แม้อาทิตย์​จะยังเล่นซ่อนหา​กับม่านฝน แว่วๆ​ ว่าแม่เฒ่าบอกให้พักผ่อน ข้าวต้มอยู่​ในครัว​และยาลดไข้ในตู้ยาสามัญตรงห้องโถง นทีเดินโซซัดโซเซลง​ไปห้องครัวไม่นานก็กลับขึ้น​มาควานหายาลดไข้...​


เกด...​คุณดีเกิน​ไปสำหรับผม !

คำน้ำของผู้ชายในกรอบรูปช่างน่าชิงชัง ยิ้มหวานนั้น​ ไออุ่น​ที่​เขาสวมกอดจากด้านหลัง ภาพของคู่รัก หญิงสาวมองมันนิ่งนานจนน้ำตา​ที่เหือดแห้งร่วงเผาะลงอีกรอบ

หล่อนทิ้งรูปภาพนั้น​ซบก้นถุงดำ !

ลากันทีห้องเช่า​ที่ครั้งหนึ่ง​เคยอวลไอ​ไปด้วย​ความรัก หล่อนคิด
ผ้าม่านสีชมพูบนหน้าต่างพลิ้วไหวตามลม โปสเตอร์นักฟุตบอลห้อยโตงเตงบนผนัง แล้ว​ใบหน้า​ใครคนหนึ่ง​ก็ผุดขึ้น​ในห้วงคำนึง ผู้ชายคนนั้น​...​

เลวบัดซบ ! หญิงสาวสบถในลำคอ

​ความรู้สึกดีๆ​ เหมือนสลาย​ไป​พร้อมวจีน้ำเน่าตอนนั้น​ ​ความเย็นชา​ที่หญิงสาวพบในนัยน์ตาของ​เพื่อนชาย ทำหล่อนสะท้านเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นระริก

"ฉันมันดีเกิน​ไปงั้นเหรอ ? คุณพูดอย่างนั้น​​ได้ยังไง ?"

"เกดก็รู้...​ผมไม่คู่ควร​กับคุณจริงๆ​" น้ำเสียงเยือกเย็น "เรื่อง​​ระหว่างเราขอให้มันจบกันแค่นี้เถอะ !"

นาทีนั้น​ โลก​ทั้งโลกหยุดหมุน วันเวลาหยุดเดิน หัวใจแตก​เป็นเสี่ยงๆ​ หญิงสาวเข่าอ่อนทรุดสะอื้นไห้​กับฝ่ามือ ลมหายใจกระตุกเฮือก ​ทว่าชายคนรักกลับเดินย่ำ...​เหยียบลงกลางดวงใจ​ที่ครั้งหนึ่ง​​เขาเคยสัญญา​จะปกป้อง เดินออก​ไปจากชีวิตหล่อนอย่างเย็นชา


ลูกเกดคิด นึกเสียดายเงินพ่อ​กับพี่สาว​ที่รวบรวมให้หล่อนลงทะเบียน ตอน​เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย หญิงสาวกลับ​ใช้มัน​เป็นทุนหนีตามผู้ชาย !

ลูกเกดปาดน้ำใส ๆ​ ​ที่เปื้อนแก้มทิ้ง กลาดสายตามองห้อง​ที่ว่างเปล่าอีกครั้ง ก้มคว้ากระเป๋าใบเขื่องเดินออกจากห้อง โบกแท็กซี่หน้าอพาร์ตเมนท์​ไปลง​ที่สถานีขนส่งสายอีสานเหนือ...​


หลังกินยาชายหนุ่มกลับเข้าห้อง ซุกตัวใต้ผ้าห่ม คว้าไดอารี่สีเงินมาเปิดอ่านอีกรอบ

15 กุมภาพันธ์

วันแห่ง​ความรักผ่าน​ไปอีกแล้ว​ สงสัยฉันคงนั่งคอยกินแห้วอีกตามเคย กุหลาบ​ที่คุณสัญญา​จะซื้อให้ทุกปี จมหมาย​ที่คุณ​จะเขียนมาหาทุกอาทิตย์ เฮ้ย...​ดูสิ ตู้รับจมหมาย​ที่ฉันอุตสาห์ทำเอง​กับมือมันยืนหาวหวอดๆ​ ไม่ค่อย​ได้ทำงานเลย​ ​แต่ไม่​เป็นไรคุณคงงานยุ่ง กุหลาบแค่ดอกเดียวฉันไม่อยาก​ได้แล้ว​ล่ะ...​
คนขี้โรค

1 มีนาคม

หนึ่ง​ปีแล้ว​สินะ นานจังสำหรับคนขี้โรคอย่างฉัน ตาบ้า ! ​จะให้ฉันคอยจนแก่เหนียงยานเลย​หรือไง ทำไมไม่กลับมาเยี่ยมฉันบ้าง จดหมายตั้งใจเขียนหน่อย​ก็ไม่​ได้ ดูสิ โย้เย้ยังกะคนเมาแน่ะ ​ใคร​จะ​ไปอ่านรู้เรื่อง​

รู้ไหม...​ฉันกลัวจัง วันก่อน​ไปโรงพยาบาล หมอบอกว่าฉัน​เป็นมะเร็งในลำไส้เล็กระยะสุดท้าย คุณรู้ไหมว่าฉันกลัวอะไร​ ? เปล่าเลย​...​ฉันไม่​ได้กลัวตายหรอกนะ ฉันกลัว​จะไม่​ได้เห็นหน้าคุณต่างหาก...​
คนขี้โรค

...​..นทีเผลอหลับ​ไป​เพราะฤทธิ์ยา นอกหน้าต่างฝนตกหนัก เสียงสังกะสีคล้ายเพลงกล่อมเด็กล่องลอยมาจาก​ที่ไกลแสนไกล แล้ว​ชายหนุ่มก็ฝัน...​

​เขา​กำลังวิ่งบนทะเลทราย​ที่ร้อนระอุอย่างเหน็ดเหนื่อย กระโจนผ่าพายุทรายลูกแล้ว​ลูกเล่า ระหกระเหินหาทางออกไม่​ได้ ชายหนุ่มเหนื่อยอ่อน​และคอแห้ง กระพุ้งแก้มเหมือนถูกลูกไฟลามเลีย พลันแม่น้ำก็ปรากฏต่อหน้า ​เขารวบรวมพละ​กำลังกระโดดลงลำน้ำทันที

นทีจ้วงน้ำกรอกปากอย่างหิวกระหาย ทันใดนั้น​น้ำ​ที่อยู่​รอบๆ​ กลับจับตัว​เป็นน้ำแข็ง ​ความเย็นยะเยือกแล่นพล่าน​ไปตามเส้นเลือดในร่างกาย ​เขาเริ่มหนาวเหน็บ พื้นน้ำกลาย​เป็นธารน้ำแข็ง ​เขาพยายามกระเสือกกระสนหนีจาก​ที่นั่น กล้ามเนื้อหัวใจใกล้แข็งตัว​และปวดชาตาม กระดูก พละ​กำลังเฮือกสุดท้าย​กำลัง​จะหมด
เสี้ยววินาทีนั้น​เอง ไออุ่นสายหนึ่ง​พลันแพร่ซ่านจากฟ้าลงมา​ที่หน้าผากแล่นพล่าน​ไปทั่วสรรพยางค์ ชายหนุ่มค่อยๆ​ ลืมตาขึ้น​เหมือนตื่นจากฝันร้าย ​แต่เปล่าเลย​​เขายังอยู่​ใน​ความฝัน

ฝัน​ที่มีหญิงคนรักจ้องมอง​เขาด้วย​ความห่วงใย ริมฝีปากบางๆ​ นั้น​ ขยับเรียก ชายหนุ่มยิ้มรั้งร่างเธอเข้ามากอด คล้าย​จะไม่ยอมให้เธอ​ไปไหนอีกแล้ว​ ไออุ่นจากหญิงสาวแผ่ซ่าน​ไปทั่วร่างกาย ​เขาหลับตาลง​และภาวนา...​
หากนี้​คือฝันดี ขอร้องล่ะอย่าปลุกให้ผมตื่นเลย​...​


ลูกเกดผละจากรถสองแถวเข้าหลบฝนตรงกั้นสาดหน้าร้านขายของชำ หญิงวัยกลางคนเจ้าของร้านมองหล่อนด้วย​ความสนใจ ลูกเกดยิ้มให้​และทักทายอย่างคนคุ้นเคย หญิงวัยกลางคนถึง​กับร้อง อ๋อ...​

หญิงสาวมองสายฝน​ที่ดูท่า​จะไม่ยอมอ่อนแรงง่ายๆ​ ตัดสินใจยกกระเป๋าเสื้อผ้าแทน​ที่กำบัง วิ่งกระย่องกระแย่ง​ไปตามซอกมุมของถนน กว่า​จะถึงหน้าบ้านก็เล่น​เอาเปียกมะลอกมะแลก​ไป​ทั้งตัว ​ทว่าหล่อนหา​ได้ให้​ความสำคัญเท่าสิ่ง​ที่ยืนเด่นต่อสายตา บ้าน...​

ต้นลำไย​ที่เคยให้ลูกดกอันตรธาน​ไปแล้ว​ ก่อดอกเข็ม​ที่สูงเพียงหัวเข่าบัดนี้ท้วมบั้นเอว​และถูกตัดแต่งอย่างสวยงาม เยื้องๆ​ มีตุ้มน้ำดื่ม ใต้ซุ้มเฟื้องฟ้ามีม้าหินอ่อนซุกซ่อนหยอกเย้า​กับสายฝน​ที่แตกกระเซ็น

​แม้ทุกอย่าง​จะเปลี่ยนแปลง ​แต่กลิ่นบ้านเกิดไม้อบแดดพรมฝน กลิ่นดินชุ่ม สังกะสีร้องเพลง กลับคุ้นเคยในมโนสำนึกพาให้หลงใหล​ใคร่ครวญถึงคนรักเก่า คน​ที่เคยไกวเปล เล่านิทาน นอนหนุนตัก ​และพาขี่คอเดินข้ามลำห้วย

เสียงกัมปนาทครางแผ่วเบาจาก​ที่ไกลๆ​ หล่อนย่างเข้า​ไปในบ้าน ​แม้​จะรู้จากการบอกเล่าของป้าร้านขายของชำว่าพ่อ​กับแม่ออกนา​แต่เช้า​มืด ​แต่หล่อนก็ใจหาย​เมื่อเห็นสภาพร้างไร้ผู้อยู่​ ​ทว่าไม่ทันวางกระเป๋า พลันแว่วยินเสียงโอดครวญแสนเจ็บปวด หญิงสาวขนแขนลุกชันเย็นวาบ​ทั้งตัว เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ มันดังมาจากข้างบน !

ขโมย ! ผีหลอก ! เปล่านา...​หรือแมว​จะร้องคราง ลูกเกดกลั้นใจย่องขึ้น​บนบ้าน

ในห้องนั้น​ประตูยังเปิดทิ้งไว้ กลิ่นอับชื้นลอยมาปะทะจมูก พอหล่อนชะโงกหน้าเข้า​ไป ภาพ​ที่ปรากฏ​คือชายคนหนึ่ง​นอนขดตัวอยู่​ใต้ผ้าห่มร่างสั่นเทิ้ม ใบหน้าซีดเซียวคล้ายสิ่งไม่มีชีวิต ​เขาขบฟันละเมอพึมพำไม่​ได้ศัพท์...​


เหมือน...​ เหมือนกันยัง​กับแกะ !

นทีแอบมองหญิงสาว​ที่นั่งอยู่​เบื้องหน้า หล่อน​กำลังคดข้าวใส่จานส่งให้​เขา ชายหนุ่มรับ​และหลบสายตา ทำทีขยับถ้วยแกงให้เข้า​ที่ หญิงสาวจ้องเขม็งไม่สบอารมณ์​ที่​เขามองหล่อนอย่างเสียมารยาท

หรือ​เมื่อกลางวันเราไม่​ได้ฝัน !!? นทีครางอยู่​ในใจ

"ลูกเกดกลับมาพักหรืออยู่​เลย​ ?" แม่เฒ่าถามขึ้น​ ขณะรับจานข้าวจากมือลูกสาวคนเล็ก

"ยังไม่รู้เลย​แม่ ?" หญิงสาวตอบอย่างขอ​ไปที ชะเง้อมองออก​ไป​ที่ประตู

"คงนั่งดูข่าวทีวี​ที่ร้านป้าแตง กินกันก่อนเลย​ ไม่​ต้องรอพ่อแกหรอก" หญิงชราเข้าใจแววตาลูกสาวดี แกขยับช้อนตักแกงเลียงตรงหน้า



ไส้เดือนไต่กระดืบตามแปลงนาทีคราดเสร็จยั้วเยี้ยเต็ม​ไปหมด มัดกล้ากระชับมือซ้าย มือขวาคลี่แบ่งสี่ห้าเบี้ย แล้ว​ปักลงดินด้วย​ใช้หัวแม่มือกดรากจมโคลน ชักมือกลับแบ่งกล้า​ที่มือซ้ายปักลง​ไปอีก กะระยะประมาณหนึ่ง​ศอก ทำอย่างนั้น​​ไปเรื่อยจนกว่า​จะหมดแปลง

"ยังพอไว้" แม่เฒ่ายั้วล้อ ชำเลืองมองนทีด้วย​ความ​เป็นห่วง

"ของมันแน่อยู่​แล้ว​" ชายหนุ่มยืดอกรับ หัวเราะจนเห็นไรฟัน ​ที่จริง​เขาอยากจับรถไถแทนพ่อเฒ่าด้วยซ้ำ ​แต่แกไม่ยอมกลัวพิษไข้​จะคืนมาอีก

"ลูกชาวนาแท้ ๆ​ ยังสู้ไม่​ได้เล๊ย" หญิงชราหัน​ไปเหน็บลูกเกด​ที่ปักต้นข้าวเก่ๆ​ กังๆ​
ลูกเกดมองค้อนแม่เฒ่าจนตาเขียว นึกมั่นไส้ชายหนุ่ม​ที่ยิ้มกริ่มออกนอกหน้า หล่อนเพิ่งรู้​เมื่อคืนว่าผู้ชายคนนี่แหละ​​ที่พี่สาวเฝ้าคอยจนตรมใจ

เห่อกันเข้า​ไป ยังไม่ตัวอีกว่า​เขามาทำดี​เพื่ออะไร​ หวังเงินประกันล่ะซิถึงไม่ยอมกลับซักที หล่อนมองชายหนุ่มอย่างเย้ยหยันชิงชัง พาลคิดถึงชายอีกคน

ผู้ชาย...​มันก็เหมือนกัน​ทั้งโลกน่ะแหละ​ ฮึ คอยดูนะ ฉันนี่แหละ​​จะทำให้ทุกคนตาสว่าง​และทำให้ตานี่เตลิดกลับกรุงเทพแทบไม่ทันเชียว

แล้ว​วัน​ต่อมาโอกาสก็ดูเหมือน​จะ​เป็นของหญิงสาว ​เมื่อพ่อเฒ่าแม่เฒ่า​ต้องเข้าอำเภอ​ไปตรวจเบาหวาน​ที่โรงพยาบาลตามใบนัด

"ไถนาโดนฝนหน่อย​ทำยังกะ​จะ​เป็น​จะตาย" หญิงสาวปรามาส ท้าทายชายหนุ่ม ​ทั้ง​ที่จริงก่อน​ไปพ่อเฒ่าก็กำชับว่าวันนี้ไม่​ต้องทำอะไร​ ให้ช่วยกันถอนกล้าเตรียมไว้ก็พอ ​ทว่าหญิงสาวกลับพูดแทงใจดำนทีเข้าให้

"​ถ้าอยากไถ่โทษเรื่อง​พี่สาวฉันจริง แค่นี่ทำไม่​ได้หรือไง ?" ลูกเกดเค้นหัวเราะ "โธ่เอ๋ย...​ขี้เขลา คนเมืองก็งี้แหละ​"

ชายหนุ่มสตาร์ทเครื่องรถไถ​และพามันลงแปลงนาในขณะ​ที่เมฆครึ้ม ฟ้าแลบแปลบๆ​ สักพักฝนก็เท ลูกเกดยิ้มย่องบนเถียงนามองห่าฝน​ที่​กำลังโหมกระหน่ำมืดฟ้ามัวดิน รู้สึกสะใจนิด ๆ​ ​ที่​ได้แกล้ง​เขา

แล้ว​ค่ำนั้น​นทีก็จับไข้ หนุ่มชายคุดคู้อยู่​ในผ้าห่มลง​ไปทานข้าวไม่ไหว จนแม่เฒ่าเอะใจขึ้น​​ไปตามถึงรู้เรื่อง​ พ่อเฒ่าตาลุกโชนตวาดลูกสาวดังลั่น

"แก-อีนางสารเลว ! แกน่า​จะตายโหงตายห่า​ไป​กับผัวอยู่​​ที่กรุงเทพโน้น ​จะกลับมาสร้าง​ความเดือดร้อนให้คนอื่นอีกทำไมหะ !?" ​เป็นครั้งแรก​ที่พ่อเฒ่าเอ่ยปาก​กับลูกสาว ​แต่​ทว่า​เป็นการเอ่ยปาก​ที่เต็ม​ไปด้วยโทสะ แกปรี่เข้า​ไปคว้าแขนลูกเกดลากถูลู่ถูถัง​ไป​ที่ประตูบ้าน

"​ไป ! แก​จะ​ไปตายห่าตายโหง​ที่ไหนก็เชิญ !"

"พ่อบ้าหรือเปล่า !? ​ไปไว้ใจผู้ชาย​ที่ไหนก็ไม่รู้" หญิงสาวทัดทาน "พ่อเห็นคนอื่นดีกว่าลูกในไส้หรือไง !?"

เพี๊ยะ !

ฝ่ามือ​ที่หยาบกร้านของพ่อเฒ่าฟาดลงบนใบหน้าหญิงสาว นัยน์ตาแกคุคลั่งแวววาว แล้ว​คำพูดเนิบนาบ​แต่รุนแรงเหมือนฟ้าฟาดพลันหลุดจากปาก


"ลูกเกด !" แม่เฒ่าร้องเสียงแหบพร่า นางวิ่งออก​ไป​ที่ประตู​แต่ไม่ทันเสียแล้ว​
นทีโซซัดโซเซลงมาจากห้องทัน​ได้ยิน​และเห็นภาพ​ที่เกิดขึ้น​​ทั้งหมด


​ทั้งคืนหญิงสาวไม่​ได้กลับเข้าบ้าน นทีรู้สึกประหวั่นใจ​ที่ตนกลาย​เป็นต้นเหตุ อยากออก​ไปตามหล่อนนัก ​แต่อาการของ​เขาก็หนักหน่วงเหลือ​กำลัง ชายหนุ่มกินยา​และม่อยหลับจนถึงเช้า​

"พ่อนที ๆ​ ค่อยยังชั่วหรือยัง ?" แม่เฒ่ายืนกระสับกระส่ายอยู่​ข้างเตียง ชายหนุ่มลืมตาเบลอ ๆ​ พยักหน้าแทนคำตอบ "​ถ้าค่อยยังชั่วแล้ว​ พ่อนทีช่วยออก​ไปตามหาลูกเกดหน่อย​​ได้ไหม ? ตั้งแต่​เมื่อคืนแกยังไม่กลับเข้าบ้านเลย​"

นทีหน้าล้างเสร็จรีบทะยานออกจากบ้านทันควัน ฟ้าขลิบท้องเบิกม่านหมอกค่อย ๆ​ สะลาย ชายหนุ่ม​ไปถาม​ที่ร้านค้าป้าแตง ถาม​ไปทั่วเท่า​ที่คิดออก ​แต่คำตอบ​กับ​เป็นเพียงการส่ายหน้า

ชายหนุ่มวนเวียน​ไปทั่วหมู่บ้านจนเหนื่อยหอบ รู้สึกเนื้อตัวร้อนๆ​ หนาวๆ​ พิกล ​แต่ตราบใด​ที่ยังหาลูกเกดไม่เจอนทีก็ไม่ยอมกลับ ตะวันเริ่มสายโด่ง​และก่อน​ที่ชายหนุ่ม​จะหมดหวัง ​เขาพลันนึกถึง​ที่ๆ​ หนึ่ง​ ​ที่หญิงสาวชอบ​ไปนั่งคนเดียวเงียบๆ​ ยามว่างงานนา แล้ว​ชายหนุ่มก็พบร่างหล่อนนอนขดคู้อยู่​บนนั้น​...​

"มาส...​ มาส...​ คุณอย่าทิ้งฉัน​ไปนะ" หญิงสาวร่างสั่นเทิ้มบนเถียงนา

นทีสัมผัสตัวหญิงสาวร่างกายหล่อนร้อนยัง​กับไฟ หล่อนละเมอ​และมีไข้ ชายหนุ่มรีบอุ้มร่างนั้น​ขึ้น​หลังพาวิ่งกระย่องกระแย่งกลับเข้าหมู่บ้านอย่างฉุกละหุก แม่เฒ่าปรี่เข้าหาลูกสาว ฟูมฟายโทษพ่อเฒ่าไม่หยุดปาก

"แกมันคนไม่มีหัวใจ ​จะฆ่าลูกให้ตาย​ไปอีกคนรึ !?"

พ่อเฒ่านิ่งมองอย่างเย็นชา แกปลีกตัวออกจากบ้านในทันที แม่เฒ่าเช็ดเนื้อเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า พยุงร่างป้อนยาลูกสาว​และเฝ้าดูอาการจนไข้ทุเลา ใกล้เ​ที่ยงแกจึงตาม​ไปดูพ่อเฒ่า​ที่นา

"เดี๋ยวแม่​ไปส่งข้าวให้พ่อ​เขาก่อน พ่อนทีอยู่​บ้านดูลูกเกดให้แม่ที หยูกยาอยู่​ในตู้นั่น ฝากด้วยนะ"

"​ได้ครับ​"

บ่ายนั้น​ พอลูกเกดพื้นลืมตาก็พบชายหนุ่มนั่งสัปหงกอยู่​ข้างๆ​ ก้มสำรวจตัวเองหญิงสาวพลันตกใจ ตาเบิกกว้าง ไรขนตรงท้ายทอยลุกชัน คิดถึง​เมื่อคืนจำ​ได้ว่าตนไม่​ได้อยู่​ในชุดนี้ ลูกเกดลุกพรวดปาหมอนใส่นทีทันควัน

"ไอ้บ้า ! ไอ้ลามก !" หญิงสาวโกรธจนควันออกหู อยากลุก​ไปกระทืบชาย​ที่นั่งอยู่​ข้างๆ​ นัก ​แต่ก็จนปัญญา​ที่​จะทำ นทีสะดุ้งตื่นตกใจ พอจับเค้า​ได้ว่าอะไร​​เป็นอะไร​ ชายหนุ่มก็ตวาดกลับอย่างหงุดหงิด

"ผม​จะ​ไปทำอะไร​คุณ...​ แม่คุณ​เป็นคนทำ​ทั้งหมดแหละ​"

หญิงสาวหน้าเปลี่ยนสีจากบึ้งตึงแก้มกลับแดงระเรื่อ พลิกตัวหันหลังให้ชายหนุ่ม เหมือนเรื่อง​​จะจบ​แต่ก็เปล่า...​สักหน่อย​พอนที​จะป้อนข้าว หญิงสาว​ที่เกลียดนทีเข้ากระดูกก็ทำกระบิดกระบวนไม่ยอมกินอีก

"​จะกินข้าวต้มแล้ว​กินยาดี ๆ​ หรือ​จะให้ปล้ำง้างปาก"

"กินก็​ได้ !" หญิงสาวค้อนจนตาเขียว หล่อนกลืนข้าวต้ม​แต่ละช้อนอย่างพะอืดพะอม กิน​ได้ไม่กี่คำก็ยอมแพ้

ทานยาเสร็จ หญิงสาวพลิกตัวนอนตะแคงหันหลังให้ชายหนุ่ม

"ออก​ไป​ได้แล้ว​ ฉัน​จะนอน...​ ​และ​ถ้าไม่จำ​เป็นไม่​ต้องเข้ามาอีก จำไว้"

นทีเบ้ปากยักไหล่ เปิดประตูออก​ไปยังโถงบ้าน บรรยากาศรอบๆ​ ดูวังเวงชอบกล รู้สึกอ้างว้างหงอยเหงาจับจิต ชายหนุ่มหยิบไดอารี่สีเงินนอนอ่านเงียบๆ​ ​ความรู้สึกคิดถึงคนรักรุนแรงขึ้น​อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย...​


พอฤดูกาลหว่านไถเสร็จ อาทิตย์​ต่อมานทีก็บอกลาพ่อเฒ่าแม่เฒ่ากลับเมืองใหญ่ จิตใต้สำนึกบอกให้​เขารู้ ว่า​เขาไม่ควรอยู่​​ที่นั้น​นานเกิน​ไปกว่านี้ สัญญาณบางอย่างจากข้างในมันฟ้อง ว่า​เขา​กำลัง​จะทำผิดต่อคนรัก

นทีอาศัยพักอพาร์ตเมนท์​กับ​เพื่อน​ที่เคยเช่าอยู่​ด้วยกันสมัยยังทำงาน ​ทว่าน่าแปลก...​ ​ที่​ที่ทางตรงนี้ชายหนุ่มไม่รู้สึกคุ้นเคยเสียแล้ว​ ​เขานอนไม่​เป็นสุข อากาศในห้องอับชื้นชวนอึดอัด หายใจไม่สะดวก​ บางคืนนอนไม่หลับ บางครั้งรู้สึกแปลกแยก​ไปจาก​ความทรงจำเดิมๆ​

ยามจ้องมองมือตัวเอง​ที่จับปากกากรอกแบบฟอร์มสมัครงาน มือเกรียมด้านๆ​ กร้านงานหนัก นิ้วชี้มีแผล​เป็น​ที่เกิดขึ้น​​เมื่อไม่นานพาชายหนุ่มหวนนึกถึงวัน​ที่​เขาร้องลั่นทุ่งอย่างเจ็บปวด ขณะ​ที่หญิงสาวนั่งหัวเราะบนคันนา หล่อนวิ่งเข้าหมู่บ้านกลับมา​พร้อมชุดทำแผล เวลากินข้าวนทีคิดถึงต้นกำเนิดของมัน ใช่...​​เขาปลูกข้าวมา​กับมือ แล้ว​​เขาก็คิดถึงปลาป่น แกงบวบ ปูนาผัดพริกฝีมือ​ใครบ้างคน

ยามยืนหลบฝนตรงป้ายรถเมล์ นทียังนึกชอบใจ คิดเห็นตอน​ที่หลบฝนบนเถียงนา​กับหญิงสาว หล่อนนั่งชันเข่า​เอาคางเกย ริมฝีปากซีดคล้ำ​และร่างสั่นสะท้านจนชายหนุ่มสละเสื้อแขนยาวคลุมไหล่ให้

"คุณร้องไห้ไหม ตอน​ที่รู้ว่าพี่สาวฉันเสีย" หล่อนถาม​เขาในขณะหนึ่ง​

ชายหนุ่มสบตาหญิงสาวงงงัน เสมองสายฝนนิ่งนานก่อนเอ่ยปากพูดเบาๆ​

"ไม่รู้สิ มันก็แปลกๆ​ ตั้งแต่ตอนนั้น​ถึงตอนนี้ผมยังไม่​ได้ร้องไห้เลย​" นทีงึมงำครุ่นคิด "ผมรู้สึกเหมือนเธอยังไม่​ได้จากผม​ไปไหน...​"

นทีหัน​ไปสบตา​กับหญิงสาวอีกครั้ง นัยน์ตาเต้นระริกพูดภาษา​ที่ยากเข้าใจ​ความหมาย ก่อนคน​ทั้งคู่​จะหลบเร้นปฏิเสธมัน

คลับคล้ายทุกสิ่งทุกอย่างอวลไออยู่​รอบๆ​ น่าแปลก​ที่นทีมองป่าคอนกรีต รถราขวักไขว่ด้วยอาการทุรนทุราย อยากสลัดคราบมนุษย์เศรษฐกิจ กลับ​ไปนอนฟังเสียงกบเขียดร้องระงมแทนเสียงคำรามของรถราบนถนนเหลือเกิน

"ยังทำใจไม่​ได้หรือไง" ​เพื่อนร่วมห้องถามนทีในคืนหนึ่ง​ "​จะเศร้าเสียใจยังไง นายก็ควรมีสติอยู่​​กับปัจจุบันบ้าง ไม่ใช่จมอยู่​​กับคน​ที่ตาย​ไปแล้ว​ พรุ่งนี้​จะกินอะไร​...​เดือนหน้า​จะกินอะไร​คิดหน่อย​สิ หาสมัครงานน่ะกระตือรืนร้นหน่อย​ ทำตัวยัง​กับคนตายเดินหาหลุมซะงั้นแหละ​ ​เป็นอะไร​ของนายวะ"

"เราก็ไม่รู้เหมือนกัน" นทีถอนหายใจอย่างอ่อนล้า เพ่งมองเพดานห้องใน​ความมืด "​จะว่ายังเสียใจเรื่อง​เธอ...​ไม่รู้สิ เรารู้สึกเคว้งคว้างยังไงชอบกล...​พูดไม่ถูกว่ะ" แล้ว​นทีก็ตัดสินใจเล่าบางอย่าง​ที่ค้างคาในใจให้​เพื่อนฟัง...​

"เออมันเรียกว่าอะไร​ก็ช่างเถอะ ว่า​แต่ตอนนี้หัวจิตหัวใจนายอยู่​​ที่บ้านนอกแน่ๆ​ เฮ้อ...​อย่าปล่อยให้มันสายเสียล่ะ กว่า​จะรู้ว่าอะไร​​เป็นอะไร​เดี๋ยวมันก็​ไปจากนายอีกหรอก"

​ความเงียบปกคลุม​ไปทั่วห้อง นทีตั้งคำถาม​กับตัวเองวก​ไปวนมาจนหัวรุ่ง ตกบ่ายชายหนุ่มก็สะพายกระเป๋าขึ้น​บ่า ทิ้งโน้ตไว้บนหลังทีวี เรา​จะกลับบ้านนอกสักพัก...​ไม่​ต้อง​เป็นห่วง


ลูกเกดพายเรือเฉื่อยๆ​ เก็บผักกระเฉด​และสายบัวเงียบเบามือ สายตาชำเลืองมองรอบบึงน้ำ​ที่หล่อนปักเบ็ดไว้​เป็นระยะสิบกว่าคัน สายเบ็ดจมน้ำบางคันกระตุกไหว ปลาซิวปลาสร้อยหรือไม่ก็ปลา​ที่ใหญ่กว่าคง​กำลังเล่นชักเขย่อ​กับเหยื่อ หญิงสาวยิ้มเกลื่อนใบหน้า วันนี้ตั้งใจ​จะแกงสายบัวใส่ปลา​เป็นมื้อเ​ที่ยง...​

คิดถึงสมัยเด็กๆ​ แม่เคยพายเรือพาพี่สาว​กับหล่อนกู้เบ็ดตอนเช้า​มืด ขณะ​ที่ดาวประกายพรึกยังส่องแสงระยิบระยับ จำ​ได้ว่าตัวเองตื่นเต้น​และอุทานเสียงดังลั่นท้องน้ำทุกครั้ง​ที่เห็นปลาช่อน ปลาดุกตัวเขื่องห้อยโตงเตงบนสายเบ็ด...​

ลมเฉื่อยฉิวหยอกเย้าดอกข้าวอ่อนบนท้องนา ต้นหว้าริมบึงโยกไหวเริงรมย์ ฟ้าครึ้มหมอกหม่นเศร้า นกกระเต็นอกขาวบินโฉบผิวน้ำ บัวแดง​ที่แพร่สล้างทั่วบึง​เป็น​ที่พักชั่วคราว ปากสีแดงสดของมันปรากฏปลาซิวดิ้นกระแด่วๆ​ หางสีฟ้ากระดกขึ้น​ลงอย่างเริงร่า หญิงสาวหายใจยาวๆ​ เข้าปอด แววตาเศร้าเต้นระริก​กับทัศนียภาพยามนี้ ลูกเกดรู้สึก​เป็นสุข ​แม้ลึกๆ​ หล่อน​จะอดคิดไม่​ได้ว่า​ความเจ็บปวดใน​ความทรงจำมันหาย​ไปตั้งแต่​เมื่อไร

ตั้งแต่มีคนโดนปูหนีบมือหรือเปล่านะ...​


...​ฉันอยากเห็นคุณมี​ความรัก...​

ข้อ​ความสุดท้าย​ที่นทีจำ​ได้ ​ทว่าวันนี้ไดอารี่สีเงิน​กับมีข้อ​ความเพิ่มมาอีก...​ทำชายหนุ่มประหลาดใจ



เหมือนทำนบเขื่อนพังทลาย น้ำตาชายหนุ่มร่วงเผาะไร้การบังคับ ​ความเคล้งคว้าง สับสน เงียบเหงาถูกบีบเค้นฉุดกระชาก ผนังหัวใจคล้ายโดนเข็มทิ่มตรงจุด​ที่กัดหนอง ​ความปวดร้าวทะลักล้น น้ำตาอาบแก้ม ร่างนทีนอนคุดคู้สะทกสะท้านในห้องนอนเจ้าของไดอารี่...​

พับ...​ ประตูห้องถูกเปิดอย่างแรง

"แม่ครับ​...​ ลูกเกดอยู่​ไหน" ชายหนุ่มถามระลำระลัก ดวงตา​ที่แดงก่ำของ​เขาทำแม่เฒ่าใจหาย "​ได้โปรดตอบผมก่อนว่าลูกเกดอยู่​ไหน"

"พายเรือเก็บสายบัวอยู่​​ที่บึงกลางทุ่ง...​ พ่อนที​เป็นอะไร​...​"

ไม่ทันจบคำชายหนุ่มกระโจนออกจากบ้านทันที แม่เฒ่าตระหนก​กับสิ่ง​ที่เกิดขึ้น​ปัจจุบันทันด่วน รู้สึกห่วงชายหนุ่มจับจิต ​เขาเพิ่ง​จะนั่งรถจากกรุงเทพมาถึงบ้าน​เมื่อไม่กี่ชั่วโมง​ที่แล้ว​ ​เอาสัมภาระเข้า​ไปเก็บ​ที่ห้องนอนกลับออกมาก็เกิดเหตุการณ์อย่าง​ที่เห็น

ฉันรักคุณนะนที ​เมื่อฉันจาก​ไปแล้ว​ ฉันอยากเห็นคุณมี​ความรัก...​

นทีวิ่งสุดฝีเท้า​แต่กระนั้น​ก็ยังไม่เร็วเท่าหัวใจ​ที่มันเตลิด​ไปไหนต่อไหน ชายหนุ่มวิ่งผ่านป่าละเมาะ ตัดข้ามลำห้วย​ที่น้ำไหลระริก โผล่ขึ้น​เนินดินริมตลิ่งก่อน​จะเข้าสู่เขตทุ่ง ​เขาวิ่งเลียบเลาะวกวน​ไปตามคันนาท่ามกลางทุ่งเขียวขจี ลมลู่สะบัดร่วงข้าวอ่อนดุจหญิงสาวสยายผมผึ่งแดด นทีมอง​ไป​ที่เถียงนาแวบหนึ่ง​มันยืนโดดเดี่ยวบนหัวดอน

ฟากทุ่งลิบๆ​ ต้นหว้ายืนเด่น บึงใหญ่บัวแดงชูสล้างสะดุดตา น้ำใสสะท้อนแสงระยิบระยับ กลางบึง​ใครคนหนึ่ง​​กำลังเคลื่อนไหว ชายหนุ่มคู้เข่าหอบหายใจอย่างเหน็บเหนื่อย​เมื่อ​ไปถึงตลิ่ง มือซ้ายจับไดอารี่สีเงินกระชับ

พอเงยหน้าก็พบหญิงสาว​กำลังขึ้น​จากเรือ มือหนึ่ง​ถือข้องใส่ปลา มืออีกข้างถือถุงพลาสติกใบใหญ่ใส่สายบัว​และผักกระเฉด สีหน้าหล่อนประหลาดใจ​ที่เห็น​เขา นทียิ้มบางๆ​ ​ที่มุมปาก คว้าข้องในมือลูกเกดมาถือไว้

"ผมเข้าใจแล้ว​" ชายหนุ่มจ้องลึกเข้า​ไปในดวงตาคู่นั้น​ "ผม​จะรักคนอื่น​ได้ยังไง หากหญิงสาวในใจผมยังไม่​ได้ตาย​ไปจริงๆ​...​"

นทียื่นสมุดปกแข็งสีเงินให้ลูกเกด "คุณช่วยเขียนมันที ผมอยาก​จะอ่านตอนจบ...​"

ลมหนาวพัดผ่าน​ระหว่าง​ความเงียบ นกกระเต็นอกขาวร้องรัว คี้ก-คี้ก-คี้ก แว่วมาจากต้นหว้า ดอกข้าวส่งกลิ่นหอมบางเบา ผีเสื้อปีกเหลืองบอบบาง​ทั้งภู่ผึ้งบินว่อนดอมดมหญิงสาว ประกาย​ทั้งคู่ระยิบระยับสื่อ​ความหมาย​ที่พวก​เขาไม่อาจปฏิเสธ...​

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1927 Article's Rate 6 votes
ชื่อเรื่อง ยังไม่มีชื่อ
ผู้แต่ง สตรอเบอรี่
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๖๔๗ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑๓ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-9369 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 15 ต.ค. 2549, 12.57 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : รักคนอ่าน [C-9376 ], [202.29.22.17]
เมื่อวันที่ : 15 ต.ค. 2549, 22.18 น.

ยังไม่อ่านเลย​ รักนะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : รักคนอ่าน [C-9377 ], [202.29.22.17]
เมื่อวันที่ : 15 ต.ค. 2549, 22.20 น.

ยังไม่อ่า นเลย​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ออนชอม [C-9379 ], [202.29.22.17]
เมื่อวันที่ : 15 ต.ค. 2549, 22.39 น.

สนุกจังทำให้คิดถึงคนรักนะคุณนักเขียน

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : pilgrim [C-9385 ], [158.125.1.113]
เมื่อวันที่ : 16 ต.ค. 2549, 16.25 น.

เขียนดีเหมือนเคยจ้ะ​ บรรยายบรรยากาศท้องทุ่ง​ได้อภิรมย์มาก เห็นภาพเลย​ ​แต่พิมพ์ผิดเยอะ​ไปหน่อย​นะ ทำให้พี่พิล​ต้องนั่งเดา​เป็นบางตอนว่ามัน​คืออะไร​
รออ่านเรื่อง​ต่อ​ไปนะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : pilgrim [C-9386 ], [158.125.1.113]
เมื่อวันที่ : 16 ต.ค. 2549, 16.29 น.

อิๆ​ๆ​ มาร่วมตั้งชื่อด้วยคน ตั้งชื่อว่าอะไร​ดีล่ะ บันทึกรักสีเงิน บันทึกรัก​และการรอคอย เงาใจในบันทึกรัก
เฮ้อ เชยอ๊ะเปล่าเนี่ย พี่พิลก็ตั้งชื่อไม่ค่อยเก่งแฮะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : สตรอเบอรี่ [C-9389 ], [203.113.17.134]
เมื่อวันที่ : 16 ต.ค. 2549, 19.27 น.

ขอบคุณครับ​พี่พิล เริ่ม​ได้ชื่อดีๆ​ แล้ว​...​

ผิดเยอะอีกแล้ว​...​อุตสาห์ทิ้งไว้นานๆ​ ตรวจทานสุดๆ​ แล้ว​นะนี่ ฮือๆ​ๆ​ พี่แอ๊ดอยู่​ไหน...​ เฮ้อ...​ หวัง​แต่พึ่งคนอื่น เดี๋ยว​เอากลับ​ไปตรวจใหม่ดีกว่า...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๘ : ดาวเคียงเดือน [C-9398 ], [203.170.228.172]
เมื่อวันที่ : 17 ต.ค. 2549, 20.44 น.

บางคำเขียนตก ​แต่ไม่​ได้เดาค่ะ​ ​เพราะเข้าใจ แฮ่ๆ​ เหมือน​กับสัมผัสบรรยากาศจริงเลย​นะ เห็นนกมีขนสีขาวบินอยู่​ตามท้องทุ่งนาบ่อยครั้ง เพิ่ง​จะรู้ว่า ชื่อนกกระเต็นอกขาวก็คราวนี้แหละ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๙ : ลักยิ้ม :) [C-9434 ], [203.144.187.62]
เมื่อวันที่ : 23 ต.ค. 2549, 16.14 น.

เข้ามาอ่านแล้ว​นะคะ​ .. เรื่อง​ราวน่าติดตามดีจัง .. เขียนมาอีกนะคะ​ ๆ​ ...​
เรื่อง​น่ารัก ๆ​ อย่างนี้ ไม่อ่านไม่​ได้แล้ว​

ว่า​แต่​ได้ชื่อเรื่อง​ยังเอ่ย?
ร่วมเสนอชื่อเรื่อง​จ๊ะ​ "ไดอารี่สีเงิน" ก็น่ารักดีนะ

หรือว่า "สมุดบันทึกสีเงิน" ก็เก๋​ไปอีกแบบน้า

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๐ : เก็จแก้ว [C-9486 ], [202.12.118.36]
เมื่อวันที่ : 30 ต.ค. 2549, 08.16 น.

แก้วตามมาอ่านด้วยคนค่ะ​

มอบดอกไม้ให้นะคะ​

ขอร่วมสนุกในการตั้งชื่อเรื่อง​ด้วยค่ะ​...​.มีรางวัลให้ป่ะคะ​? (...​..ขี้งกกกก ง่ะ...​.ว่าตัวแก้วเองนะคะ​เนี่ย อิ อิ ) ลองพิจารณาดูนะคะ​ มีชื่อดังต่อ​ไปนี้ค่ะ​.-

- บท​ที่สองของ​ความรัก

-เงาจันทร์เงาใจ

-หัวใจนี้มี​เพื่อรัก

​เป็นไงคะ​คุณสตรอเบอรี่ โดนใจมั่งป่ะ...​.ไม่เข้าท่าเลย​ช่ายม๊า...​...​ว่าแล้ว​ววววว

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๑ : สตรอเบอรี่ [C-9612 ], [203.113.17.134]
เมื่อวันที่ : 07 พ.ย. 2549, 20.32 น.

ดีใจ​ที่หลายคนชอบ...​ ขอบคุณ​ที่ร่วมตั้งชื่อ ตอนนี้ผม​ได้ชื่อเหมาะๆ​ ​และส่ง​ไปให้หน้านิตยสาร​เขาพิจารณาเรียบร้อย​แล้ว​...​ มาคอยลุ้นกัน...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๒ : เด็ดดื้อ [C-10054 ], [203.113.45.228]
เมื่อวันที่ : 11 ธ.ค. 2549, 09.08 น.

เรื่อง​สั้นเรื่อง​นี้สนุกมากๆ​เลย​คะ​ อ่านแล้ว​​สามารถจินตนาการตามบท​ได้เลย​
รู้สึกเหมือน​กับว่า​เป็นตัวละครในเรื่อง​นั้น​จริงๆ​เลย​คะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๓ : เด็กดื้อ [C-10055 ], [203.113.45.228]
เมื่อวันที่ : 11 ธ.ค. 2549, 09.09 น.

ปนกะ

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น