นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๓ ตุลาคม ๒๕๔๙
พ่อขา...หนูขอ
SONG-982
...ตีพิมพ์ครั้งแรก รวมเรื่อง​​สั้นชุด "รักพ่อ รักนี้ไม่ธรรมดา" สำนักพิมพ์บ้านหนังสือโกสินทร์ ธันวาคม 2549...
(เรื่อง​​แต่งเสมือนจริง จากประสบการณ์จริงในชีวิต)



ครอบครัวเล็กๆ​ ของเรา ย้ายเข้ากรุงเทพ​เมื่อฉันอายุใกล้เจ็ดขวบ ด้วยอยากให้ลูกสาวคนนี้​ได้รับการศึกษาอย่างดี จากโรงเรียนวัดของเมืองหลวง

เขตตลิ่งชันขณะนั้น​ ​คือช่วง พ.ศ. ๒๕๒๖ สภาพวิถีชีวิต แทบเรียกไม่​ได้ว่า​เป็นชีวิตของคนเมือง ​เพราะบ้านริมคลอง ยังมีท่าน้ำให้พ่อค้าแม่ขาย พายเรือมาเทียบ ซื้อขายกันตั้งแต่ของกินประเภทขนมกล้วย ถั่วกวน ข้าวเหนียวเปียก จนถึงการเดินลง​ไปเลือกซื้อของ​ใช้ในเรือสำปั้นขนาดใหญ่ ​ซึ่งมีให้เลือกจับจ่ายครบครัน ​ทั้งเครื่องครัว มีด พร้า ตะกร้อสอยผลไม้ สุ่มไก่ เสื้อผ้า​และเครื่องสำอาง

วัดยัง​เป็นศูนย์กลางการพบปะ ทุกวัน​พระ เขื่อนริมตลิ่งหน้าวัด​จะจอดราย​ไปด้วยเรือพายใหญ่เล็ก เรียงชิดกันกราบต่อกราบ เรือหางหรือเรือติดเครื่องยนต์ ก็หัน​ส่วนหางขึ้น​พาดเก็บไว้ในเรือ ช่วยไม่ให้เกะกะแก่ผู้มาทีหลัง ​ใครมาล่ากว่าคนอื่น หาก​ต้องเทียบเรือต่อ​กับแคมเรือลำก่อน ก็อาศัยเรือ​เพื่อนบ้านนั่นเอง ​ใช้ต่างแพลูกบวบเดินขึ้น​​ไปทำบุญร่วมกัน

ลานดินกลางหมู่บ้าน ยัง​เป็น​ที่รวมเด็กหญิงชาย ​ส่วนมาก​จะเล่นรวมกัน​เป็นกลุ่มใหญ่ ​ใช้อุปกรณ์หลัก​คือร่างกาย เล่นไล่จับ แปะแข็ง ลิงชิงหลัก หรือมอญซ่อนผ้า การเล่นเหล่านี้ถือ​เป็นการออก​กำลังกาย​ไปในตัว ทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่ค่อยป่วยไข้อะไร​กันมากมาย​

น้อยครั้ง​ที่อาจเกิดอาการไม่กินเส้นกัน​ระหว่างกลุ่มเด็กหญิง​กับกลุ่มเด็กชาย กลุ่มผู้หญิงก็​จะแยกตัวมาเล่นตั่งเต รีรีข้าวสาร หรือแม่งูเอ๋ย ขณะ​ที่กลุ่มผู้ชาย​จะ​ไปเล่นอะไร​​ที่แผลง​ได้เต็ม​ที่ ไม่ว่า​จะ​เป็นกาฟักไข่ ตี่จับ หรือเล่นซ่อนหา

ทุกการละเล่น​ที่ไม่มีเด็กหญิงเข้า​ไปเกี่ยวข้องนั้น​ อาการแผลงก็​จะกำเริบหนัก คน​เป็นกา​ต้องฟักไข่ อาจถูกพวก​ที่​ต้องการลักไข่ (สมมุติด้วยรองเท้าของบรรดาผู้เล่น) ผลักด้วยเท้า กระเด็นออกนอกรัง ​เป็นโอกาสให้ไข่ถูกขโมย​ไป​ทั้งหมด ​ต้องเริ่มเล่นกันใหม่ คน​เป็นกายัง​ต้อง​เป็นคนเดิม ​เพราะแตะจับคนขโมยไข่ไม่​ได้ อาจ​ต้องเจ็บตัวหลายรอบ กว่า​จะมีผู้พลาดพลั้ง มารับกรรม​เป็นกาแทน

ฉันเข้ากัน​ได้ดี​กับ​เพื่อนใหม่ทุกคน ด้วย​ความ​ที่พ่อ​กับแม่ถูกให้คำจำกัด​ความจากหน่วยงานของรัฐว่า ​เป็นพวกหาเช้า​กินค่ำ จึง​ต้องย้าย​ที่อยู่​บ่อย ตาม​แต่งาน​ที่​ได้รับจ้าง การย้าย​ที่อยู่​บ่อยๆ​ ช่วยให้​ต้องรู้จักปรับตัว​ได้รวดเร็ว พ่อบอกว่า​ต้องรีบชิน​กับนิสัยใจคอของ​เพื่อนใหม่ให้​ได้เร็ว​ที่สุด ไม่อย่างนั้น​เรานั่นเอง ​จะ​เป็นคน​ที่อึดอัด​และลำบากใจ​ที่สุดในชุมชนใหม่

เราย้ายเข้ามาอาศัยอยู่​​กับผู้ใหญ่​ที่นับถือ​และเปี่ยมเมตตาท่านหนึ่ง​ ตั้งแต่ก่อนเปิดภาคเรียน ปลูกเพิงเล็กๆ​ ​ระหว่างตัวเรือนของท่าน​กับรั้วการเวก ขนาดพอปูเสื่อกางมุ้งนอน แค่นั้น​เราก็อยู่​ร่วมกัน​ได้อย่างสบายใจ ตัวฉัน​ได้รับการเจือจุนเสื้อผ้าอาหารจากท่านตามสมควร แม่​ไปรับจ้างถางหญ้า พ่อเข้าสวน-ลงคลองหาปลามาเร่ขายในหมู่บ้าน จนถึงเวลา​ที่ฉัน​ต้อง​ไปโรงเรียนทุกวัน พ่อ​กับแม่จึง​ต้องหางานประจำทำ ​เพื่อให้มีราย​ได้​เป็นค่าเล่าเรียนของฉัน​ได้อย่างสม่ำเสมอ

ก่อนเข้าโรงเรียน ฉันเคยเห็นพ่อดื่มเหล้าบ้าง​แต่ไม่บ่อยนัก ​คือจนกว่าพ่อ​จะมีเงินเหลือพอจากการ​ใช้จ่ายในบ้าน พ่อถึง​จะซื้อเหล้ามาดื่มฉลอง​เป็นครั้งคราว​เพื่อให้กำไรชีวิต ​และอาจ​เป็น​เพราะทุกครั้ง​ที่พ่อตั้งวงดื่ม​กับตนเองนั้น​ แม่​จะเริ่มบทนักเทศนาตั้งแต่เหล้าถูกเปิดฝา จนหยดสุดท้าย​ที่ถูกพ่อกรอกลงคอ ฉันจึงไม่​ได้เห็นพ่อดื่มบ่อยเท่า​กับลุงข้าราชการ หรือน้าข้างบ้าน​ที่​เป็นพนักงานบริษัทเอกชน

งานประจำของพ่อ​ที่หา​ได้​คือการ​ไปเช่ารถสองแถวมาขับ รับส่งผู้​โดยสารตั้งแต่ต้นสายวัดทองถึงปากทางบางขุนนนท์ ตอนนั้น​ฉันไม่รู้หรอกว่าพ่อแม่​ต้อง​ไปกู้ยืม​ใครมาเท่าไหร่ ​เพื่อวางมัดจำ​และค้ำประกันแก่เจ้าของอู่รถสองแถว ฉันรู้​แต่เพียงว่า จากการ​ที่ประคับประคองอยู่​กันมา​ได้​โดยไม่มีหนี้สิน อาศัยเพียงผักริมรั้ว หาปลา พึ่งพาอาหารกระป๋อง หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กลับกลาย​เป็นเราทุกคน​ต้องดิ้นรนทำหน้า​ที่ของตัวอย่างหนัก

ทุกเช้า​ฉันไม่รู้หรอกว่าพ่อหรือแม่​ที่ตื่นก่อน หรือ​ต้องตื่นเช้า​แค่ไหน รู้เพียงว่าหลังจากฉันเลิกเรียนกลับถึงบ้าน ทำการบ้าน​และหน้า​ที่ประจำ​ที่​ต้องทำเรียบร้อย​แล้ว​ ตกเย็นหลังห้าโมงหลังจากแม่เลิกงานรับจ้างในสวน แม่​ต้อง​ไป​เป็นกระเป๋ารถให้พ่อ ป้องกัน​ที่เวลาคนแน่นๆ​ แล้ว​บางคน​จะตั้งใจหรือแกล้งลืมจ่ายค่า​โดยสาร

แม่เหนื่อยมากขึ้น​ พ่อเองก็เช่นกัน หน้า​ที่​ที่เพิ่มขึ้น​ของฉัน จึง​เป็นการรับปากรับคำ ว่า​จะตั้งใจเรียนให้​ได้ดี​ที่สุด ​เพื่อให้พ่อแม่มีแรงใจต่อสู้​กับงานหนักต่อ​ไป

ฉันตั้งใจทำหน้า​ที่ของตัวเองอย่างเต็ม​ความ​สามารถ ​ทั้งด้านการเรียน​และงานบ้าน ระยะ​ต่อมาก็เริ่มช่วยแม่ประกอบช่อดอกไม้พลาสติกบ้าง ประกอบไม้หนีบผ้าบ้าง พับถุงบ้าง สำหรับ​เป็นค่ากินหรือเก็บสะสมไว้ซื้ออุปกรณ์การเรียนหรืออะไร​ก็ตาม​ที่อยาก​ได้

พ่อออกขับรถทุกวัน แม่ก็ทำงานรับจ้างต่างๆ​ ทุกวันเช่นกัน ตกค่ำหลังกลับจากขับรถพ่อ​จะมีเหล้าใส่ถุงกลับมาด้วยครึ่งขวดหรือกั๊กหนึ่ง​เสมอ ​ที่พ่อดื่มทุกวันอาจ​เพราะมีราย​ได้ประจำ หรือ​เพราะพ่อเครียด​กับการขับรถมา​ทั้งวันก็​เป็น​ได้ ทุกวัน​ที่พ่อดื่ม แม่ก็​จะทำหน้า​ที่​เป็นนักเทศน์ทุกครั้งเช่นกัน ข้ออ้างของ​ทั้งสองฝ่ายเวลามีปากเสียง มักยกฉัน​เป็นหลักใหญ่ ว่า​เพราะฉัน ​เพื่อฉัน ​จะทำอะไร​​ต้องคิดถึงลูก...​​คือฉัน

สถานการณ์ของครอบครัว​เป็นเช่นนี้มาอีกหลายปี ฉันใกล้จบชั้นประถมปี​ที่ ๖ ​เพราะภารหน้า​ที่ตลอดมา ทำให้เราห่างเหินจากชุมชน ​ที่จริงอาจ​เป็นทุกคน​ที่เริ่มเหินห่างจากชุมชน ถนนสายหลัก​ที่พ่อขับรถสองแถว ​ซึ่ง​ต้องเดินผ่านสวน​ไปอีกหลายขนัด ก็มีการตัดถนนซอยราดยางมะตอย ผ่ากลางสวนมาสุดทาง​ที่ริมคลองหน้าวัด ท่อระบายน้ำเสียถูกฝังลง​พร้อมกัน ​และมาสุดปลายท่อ​ที่คลองหน้าวัดเช่นกัน

น้ำเสียจากในเมืองระบายมาถึงในคลองบ้านเรา​ได้ง่าย พอ​กับการ​ที่คนบ้านเราขึ้น​รถเข้าเมือง ​ไป​เป็นแรงงานก่อสร้าง พ่อค้าเร่ข้างถนน วิถีชุมชน​ที่ค่อยเปลี่ยน​ไป ทำให้ชาวบ้านเราพบปะกันยากขึ้น​ ​จะเจอกันก็เฉพาะตอนเย็น หรือวันหยุด การตั้งวงสังสรรค์จึง​เป็น​ที่ถวิลหา ​โดยมีเหล้าหรือไพ่​เป็นตัวกลางส่งผ่านหัวข้อสนทนาให้ออกรสยิ่งขึ้น​

ตอนนั้น​ประเทศเรา​ใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับ​​ที่เท่าไหร่ไม่รู้ รู้​แต่เพียงว่าคงไม่ใช่แผน​ที่ว่า ‘พัฒนาคน​เพื่อพัฒนาชาติ’ ​เป็นแน่ ​เพราะถนนหนทางตึกราม​ที่เจริญขึ้น​ ช่างสวนทาง​กับ​ความย่อยยับ​กับวิถีชีวิตแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยของชุมชนดั้งเดิม ชนิด​ที่เด็กสิบสองขวบอย่างฉัน ก็สังเกตเห็น​ได้ไม่ยาก

วงสุราของกลุ่มพ่อบ้าน วงไพ่ของกลุ่มแม่บ้าน ตั้งวงกันทั่ว​ไป​เมื่อมีโอกาส คน​ที่ไม่ยุ่งเกี่ยว​กับสุราหรือการพนันกลาย​เป็นคนแปลกแยก ถูกจับตา ถูกจับกลุ่มนินทา คอสุรามักหาเวลามาชวนพ่อ​ไปร่วมวง การ​ได้ดื่มกินฟรีทำให้พ่อไม่ค่อยปฏิเสธ ขณะ​ที่กลุ่มภรรยาเริ่มพูดคุยเข้าหูแม่เกี่ยว​กับเรื่อง​นี้ พ่อ​กับแม่เลย​มีปากเสียงกันบ่อยขึ้น​ ยาวนานขึ้น​​และเสียงดังยิ่งขึ้น​

ฉันโตขึ้น​มากแล้ว​ในตอนนั้น​ เรียน​ได้ดีเท่า​ที่สภาพการเรียนการสอนในโรงเรียนวัดขนาดเล็ก​จะเอื้ออำนวย มีสติรู้คิดเท่า​ที่วุฒิภาวะ​จะพาให้​เป็น​ไป วิชาจริยธรรม​และสร้างเสริมลักษณะนิสัยช่วยฉัน​ได้มาก การอบรมบ่มนิสัยให้ใฝ่ดีบวก​กับ​ความรู้สึกโตพอ​จะชี้แจงแสดงเหตุผล​กับผู้ใหญ่​ได้ ทำให้ฉันเริ่มสร้างเงื่อนไขแรกในชีวิต ​กับผู้​เป็นพ่อ

"พ่อขา...​หนูขอ...​"

​เป็นประโยค​ที่ฉัน​ใช้​กับเงื่อนไขสำคัญ มันไม่ใช่เรื่อง​​เพื่อตัวฉัน ​แต่​เป็นเรื่อง​​เพื่อตัวพ่อ ​เพื่อสุขภาพของพ่อเอง

ในฐานะลูก ฉัน​ใช้​ความ​เป็นลูกขอให้พ่อเลิกดื่มเหล้า

ไม่ว่า​จะตอนเมาหรือไม่เมา ทุกครั้ง​ที่ฉันร้องขอ พ่อ​จะยิ้มหรือไม่ก็หัวเราะ ​พร้อม​กับลูบหัวฉันเบาๆ​ ด้วย​ความนุ่มนวล แววตาของพ่อ​ที่มองมา เปี่ยมด้วย​ความรัก ​ความเข้าอกเข้าใจ พ่ออาจเพลาการดื่มให้น้อยลง หรือพยายามไม่ดื่มต่อหน้าฉัน ​แต่พ่อไม่​ได้เลิกดื่มเหล้าอย่าง​ที่ฉันขอร้อง

ฉันไม่เคยละ​ความพยายามในเรื่อง​นี้ ด้วยในโรงเรียนครูก็พร่ำสอน ในโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์​พระอาจารย์ก็บอก ​แม้ในเวลาโฆษณาของรายการโทรทัศน์ ​จะทำให้ผู้ชมเห็นว่ายิ่งดื่มมากยิ่งมีโอกาสลุ้นโชคมาก ​แต่เหล้า​ที่พ่อดื่มไม่ใช่ชนิด​ที่โฆษณาออกโทรทัศน์ พ่อจึงอ้าง​กับฉันไม่​ได้เกี่ยว​กับการลุ้นโชค ตรงข้าม​กับฉัน​ที่​สามารถยกคำ​พระ คำพูดของครู มาบอกพ่อว่าเหล้าไม่ดีอย่างไร เช่นเคย พ่อยิ้มลูบหลังลูบไหล่ แล้ว​มองหน้าฉันด้วย​ความรัก

ข้อต่อรองสำคัญ ​ที่ฉันคิดอยู่​นานกว่า​จะกล้าเอ่ยปาก ​คือหากฉันสอบเข้าชั้นมัธยมในโรงเรียนชื่อดังแห่งนั้น​​ได้ พ่อ​จะ​ต้องเลิกดื่มเหล้า หลังจากดูสัด​ส่วนจำนวนผู้เข้าสอบ​กับปริมาณ​ที่โรงเรียนรับ​ได้ พ่อก็ยิ้ม ดึงมือฉัน​ไปกุมแล้ว​บีบเบาๆ​ ใน​ที่สุดพ่อก็รับปาก ว่าหากฉันทำ​ได้ พ่อก็​จะทำให้ฉัน​ได้

ฉันคงเหมือนกบ​ที่​ใครมาเตะกะลา​ที่ครอบให้กระเด็นหาย​ไป ​ที่หนึ่ง​ของนักเรียนโรงเรียนวัดชานเมือง นอกจากไม่​ได้สิทธิพิเศษ ในเรื่อง​รับเข้าเรียน​โดยไม่​ต้องสอบ​เพราะบ้านอยู่​ใกล้โรงเรียนแล้ว​ ข้อสอบแบบฝนคำตอบด้วยดินสอแรเงาสีเข้มเท่านั้น​ ​กับกระดาษคำตอบหน้าตาพิลึกนั่น ทำให้ฉัน​ต้องตั้งใจ​เป็นพิเศษตลอดเวลาการสอบสี่วิชาสำคัญ

​เมื่อรู้ผลสอบ ฉันรีบกลับมาบอกพ่อ ​ความยินดีของเราน่า​จะเพิ่ม​เป็นสองเท่า ​เพราะนอกจากฉัน​จะสอบเข้าโรงเรียนรัฐชื่อดัง​ได้แล้ว​ พ่อยัง​จะเลิกดื่มเหล้า ตาม​ที่รับปากไว้​กับฉันอีกด้วย

นับว่าการดิ้นรนเข้า​ไปสอบแข่งขันครั้งนั้น​ประสบ​ความสำเร็จ ฉัน​เป็นนักเรียนคนเดียวในละแวกบ้าน​ที่สอบเข้าโรงเรียนนั้น​​ได้ ทำให้แม่ยิ้ม​ได้มากขึ้น​ทุกครั้งเวลามีการจับกลุ่มพูดถึงฉัน ​เพื่อนร่วมวงหลายคนของพ่อ ออกตัวอยาก​จะฉลองให้ในโอกาสนี้ด้วย ​แต่พ่อปฏิเสธ ดูเหมือนพ่อ​ต้อง​ใช้​ความพยายามมากมาย​

ฉันมารู้ทีหลังว่าพ่อ​ต้องเสีย​เพื่อน​ไปหลายคน ​เพื่อทำให้​ได้อย่าง​ที่ลูกขอร้อง

การเรียนชั้นมัธยม​ต้องเริ่มต้นด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ อุปกรณ์การเรียนใหม่ ค่าเล่าเรียน​ที่​ต้องเพิ่มขึ้น​​เพราะ​ต้องจ่าย​เป็นค่ากิจกรรมพิเศษ ค่าสมาคมครู​และผู้ปกครอง ​ต้อง​ใช้​ทั้งกระเป๋านักเรียน กระเป๋าเคียง ​ต้องมีชุดสำหรับเนตรนารีสมุทร ชุดพละศึกษา ​ต้องจ่ายค่าหนังสือเล่มพิเศษจ่ายค่าครูพิเศษ ​และอะไร​อื่นๆ​ อีกจิปาถะ

ฉันไม่สบายใจนัก ทุกครั้ง​ที่​ต้องนำจดหมายเรียกเก็บค่า​ใช้จ่ายต่างๆ​ มาให้พ่อ​กับแม่ ค่าเทอมของโรงเรียนรัฐแห่งนี้ไม่แพงเลย​ แค่หกร้อยกว่าบาท​ ​แต่ค่า​ใช้จ่าย​ทั้งสิ้นต่อภาคเรียน ร่วมหมื่นบาท​ จากค่า​ส่วนเพิ่มต่างๆ​ ดัง​ที่ว่า ทุกครั้ง​ที่มีจดหมายเรียกเก็บเช่นนี้มา พ่อแม่ต่างมองหน้ากัน ท่านคง​ต้องมีการปรึกษากันอย่างใดอย่างหนึ่ง​ ก่อน​ที่วันหรือสองวันถัดมา ฉัน​จะมีเงินสำหรับค่า​ใช้จ่ายเหล่านั้น​

เราอยู่​กันอย่างประหยัด แบ่งเบาภาระให้กัน​และกันเท่า​ที่​จะช่วยกัน​ได้ พ่อยังขับรถสองแถว​ซึ่งมีคู่แข่งเพิ่มขึ้น​มากมาย​ แม่เช่าซื้อรถเข็นคันย่อม เริ่มลงทุนเล็กน้อยด้วยการขายขนมปังปิ้ง น้ำเต้าหู้ ขยับขยายเรื่อยขึ้น​​ไปจน​เป็นการขายข้าวแกง เข็นเร่ขายตามทางตั้งแต่หน้าวัดจนถึงถนนใหญ่ ฉันทำเรื่อง​ขอรับทุนอาหารกลางวัน ​โดย​ต้องทำงาน​ที่ห้องพักครูในช่วงพักเ​ที่ยง​เป็นข้อแลกเปลี่ยน

เงินค่ารถ​และค่าขนมวันละ ๒๕ บาท​ จึงมากพอ​กับค่า​ใช้จ่ายประจำวัน ​แต่ไม่เหลือพอสำหรับอย่างอื่น เช่นเงินสะสมของห้อง หรือเล่นเกมบัดดี้​ที่​เพื่อนในห้อง​ต้องเล่นร่วมกัน ด้วยการแอบซื้อขนมนมเนยหรืออะไร​อื่นมอบให้คน​ที่ตนจับฉลากชื่อ​ได้ ​โดย​จะ​ต้องปกปิดไม่ให้​เพื่อนคนนั้น​รู้ว่าคน​ที่มอบสิ่งของให้​เป็น​ใคร จนกว่า​จะถึงวันเฉลย ​ซึ่ง​แต่ละคน​ต้องเตรียมของขวัญพิเศษอีกสองชิ้น สำหรับแลกเปลี่ยน​กับ​เพื่อนคน​ที่เราจับฉลากชื่อ​เขา​ได้ ​และคน​ที่​เขาจับชื่อเรา​ได้ ฉันจ่ายเงินสะสมของห้องหรือ​ที่เราเรียกว่าเงินค่าห้องไม่ค่อยตรงเวลานัก ​และปฏิเสธการร่วมเล่นเกมบัดดี้ตั้งแต่แรก

แม่ซื้อชุดนักเรียนใหม่ให้ฉันภาคเรียนละหนึ่ง​ชุด ​แม้ท่านไม่​ได้บอกว่า​เพราะเงินไม่พอซื้อให้​พร้อมกันในคราวเดียว ​แต่ฉันก็เข้าใจ​ได้ไม่ยาก ฉันยิ้มรับ กราบขอบคุณ​และสวมใส่เสื้อผ้าเหล่านั้น​ด้วย​ความภูมิใจเสมอ

ฉันไม่เคยเห็นพ่อดื่มเหล้าอีกเลย​ตั้งแต่เข้าเรียนชั้นมัธยมปี​ที่ ๑ ​แม้เคย​ได้กลิ่นเหล้าบ้างในบางคืน ​แต่ฉันไม่​ได้เรียกร้องทวงสัญญาอะไร​อีก ​เพราะฉันเห็นแล้ว​ว่าพ่อให้เกียรติใน​ความคิด​ความรู้สึกของลูกแค่ไหน ​และเห็นแล้ว​ว่าพ่อ​ได้พยายาม​เพื่อฉันแล้ว​
สิ่ง​ที่ฉัน​ต้องขบคิด​ต่อมาก็​คือ ทำไมพ่อจึงเลิกเหล้าไม่​ได้ ใน​เมื่อนักวิชาการต่างๆ​ ล้วนยืนยันตรงกัน ว่า​ใครก็เลิกดื่มเหล้า​ได้ ​โดยไม่​เป็นอันตรายหรือเกิดอาการทุรนทุรายทุกข์ทรมานจากการไม่​ได้ดื่ม ฉันแน่ใจว่าพ่อหยุดดื่มเหล้า​ไปพักใหญ่ มันนานพอ​ที่​จะเลิกเหล้า​ได้อย่างเด็ดขาด ​แต่ทำไมพ่อจึงหันกลับมาดื่มเหล้าอีกครั้ง

​ความจำ​เป็น​ต้องสู้ทน​กับภาระหนักในชีวิต ​ความเคร่งเครียด​กับการงาน​และหนี้สินกระมัง ​ที่ทำให้พ่อหันกลับ​ไปหาเครื่องย้อมใจชนิดนี้

ฉันพยายามมองหาเครื่องบันเทิงใจหรือวิธีการผ่อนคลาย​ความเคร่งเครียดชนิดอื่น ​แต่ด้วยอาชีพอย่างพ่อ​จะ​ไปทำกิจกรรมอย่างนั้น​​ได้อย่างไร ​แม้กระทั่งเจ็บป่วยยังไม่มีเวลา​จะพักฟื้นรักษาตัว นับประสาอะไร​​กับการสันทนาการ นันทนาการต่างๆ​ นานา ​ที่นักวิชาการเรียงหน้าออกมาเสนอแนะ

ฉันคงไม่เคย​ได้รับ​ความเคร่งเครียด หรือ​ความกดดันจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวขนาดนั้น​ จึงไม่รู้ว่าการ​ที่​ใครสักคน​ต้องหันหน้าเข้าหาสุรา ​เพื่อมอมเมาตัวเอง หลอกตัวเองให้เลื่อนลอยหลุดจากโลกของ​ความ​เป็นจริง ​แม้ชั่วครู่ชั่วยามนั้น​ ​ต้อง​ใช้ระดับ​ความเคร่งเครียด ​ต้องถูกกดดันขนาดไหน หรือ​จะมีทางรับมือ​กับ​ความกดดัน ​ความเคร่งเครียดในระดับนั้น​อย่างไร

กระทั่งเช้า​วันหนึ่ง​ในภาคเรียน​ที่ ๒ ของชั้นมัธยมศึกษาปี​ที่ ๓ ครูฝ่ายปกครองยืนรอรับนักเรียนอยู่​หลังประตูโรงเรียนตามปกติ ฉันสวมชุดนักเรียน​ที่ซักรีดอย่างเรียบร้อย​ ​แม้สีกระโปรง​จะซีดหรือสีขาวของเสื้อ​จะหม่นมัวลง ​แต่ฉันก็มั่นใจว่ายังรักษาหน้าตาของโรงเรียนไว้​ได้เต็มภาคภูมิ

​แต่เช้า​วันนั้น​ฉันถูกกักตัวไว้​ที่หน้าประตู ครูฝ่ายปกครองผู้เคร่งครัดท่านนั้น​ นำฉันเข้า​ไปในห้องปกครอง รายงาน​กับหัวหน้าฝ่ายปกครองว่าฉัน​แต่งกายผิดระเบียบ ฉันก้มลงพิจารณาตัวเอง รองเท้าคู่คับถูกระเบียบแน่นอน ​เพราะ​ได้รับคราว​ที่เจ้าของทุนท่านหนึ่ง​ แจกให้แก่นักเรียนทุนหลายคนในวันมอบทุนการศึกษา ถุงเท้าซ่อนรอยขาดรอยเย็บของมันไว้ในรองเท้า กระโปรงสีซีดขึ้น​เส้นตามรอยจีบ​เป็นสีอ่อนจางกว่าสีของเนื้อผ้า ด้วยผ่านการซักรีดมาร่วมสองปี ยังยาวเลย​หัวเข่าลง​ไปอีกสิบกว่าเซ็นติเมตร ​ที่จริงเครื่อง​แต่งกายทุกชิ้นแม่ก็ซื้อจากโรงเรียนในวันเปิดภาคเรียน​ทั้งนั้น​

คุณครูฝ่ายปกครอง ยืนยันว่าฉัน​แต่งกายผิดระเบียบ สิ่ง​ที่ผิดระเบียบ​คือเสื้อนักเรียน ​ซึ่งบัดนี้แขนมันเต่อสั้นกว่า​ที่กฎของโรงเรียนกำหนด

ฉันไม่รู้ว่าตัวเองสูงขึ้น​ขนาดไหนใน​ระหว่างปี​ที่ผ่านมา ไม่รู้ว่าเสื้อ​ที่เคยถูกระเบียบกลับกลาย​เป็นผิดระเบียบ​ไป​ได้อย่างไร เพียง​เพราะฉันสูงขึ้น​หรือเพียง​เพราะมันถูก​ใช้งานมานานเท่านั้น​หรือ

ฉันน้ำตาซึม ก้มหน้ารับข้อกล่าวหา​โดยปราศจากข้อโต้แย้งใดใด

การตั้งใจเรียนมาตลอดคงไม่​ได้ช่วยให้อะไร​ดีขึ้น​เลย​ หากฉันยัง​เป็นนักเรียนเรียนดีในเสื้อนักเรียนตัวนี้

ฉันถูกภาคทัณฑ์ ​คือตำหนิโทษไว้​เป็นลายลักษณ์อักษร ​ทั้งยัง​ต้องมารายงานตัว​ที่ห้องปกครองทุกเช้า​ ตลอดหนึ่ง​เดือน​ต่อมา ​พร้อม​กับชุด​ที่ถูกระเบียบ ​โดยเฉพาะ​ต้องไม่สวมเสื้อตัวเก่าแขนเต่อตัวนั้น​ให้ครูเห็นอีก

เสื้อใหม่​ที่ถูกระเบียบแน่นอนมีเพียงสองตัว อีกสองตัวฉันไม่แน่ใจ ​ส่วนตัว​ที่​เป็นเหตุของการตำหนิถูกฉันซักรีดแขวนเก็บไว้ในตู้อย่างถาวร ตลอดหนึ่ง​เดือนฉัน​ต้องซักเสื้อทุกวัน ​เพื่อให้มีเสื้อถูกระเบียบสวม​ไปรายงานตัว ฉันไม่เห็นเหตุผลว่า​จะ​ต้องให้แม่ซื้อตัวใหม่หรือ​ต้องเก็บเงินซื้อเอง ​เพราะชั้นมัธยมปี​ที่ ๓ ใกล้สิ้นสุดลงแล้ว​ เครื่องแบบนักเรียนในชั้นสูงขึ้น​​ไป​ต้องถูกเปลี่ยนอีกครั้ง สู้เก็บเงินไว้ตอนนั้น​​จะดีกว่า

นั่น​คือครั้งแรก​ที่ฉันรู้สึกไม่ดี​กับ​ความจน รู้สึกว่า​​ความยากจนทำให้คุณค่าของคนต่ำลงในสายตาคนอื่น ​และด้วย​ความจนนี่เอง ​ที่ทำให้การรักษาระดับ​ความ​เป็นอยู่​ให้ทัดเทียม​กับ​ใครอื่นนั้น​แสนยาก ​และการ​ต้องถูกจ้องจับผิดจากสังคมเพียง​เพราะว่าเรา​เป็นคนจนนั้น​แสนทรมาน

ฉันสูญเสียศรัทธาของการมีชีวิตให้​กับเหตุการณ์ครั้งนั้น​ การ​ต้องซักเสื้อทุกวันเพิ่ม​ความลำบาก​กับฉันไม่มาก สิ่ง​ที่ฉันหวาดหวั่น​คืออนาคตข้างหน้า ​แม้​ความจน​จะไม่ทำให้​ความมุ่งมั่นจางหาย ​แต่ก็ทำให้หนทางพร่าเลือน​ได้ไม่น้อย

การหมกมุ่นอยู่​​กับการพิจารณาหนทางชีวิตของตนเองตลอดมา รวมถึงในอนาคต​ที่​จะ​เป็น​ไป อาจทำให้พ่อ​กับแม่สังเกต​ได้ แม่ออกปากถามฉันด้วย​ความ​เป็นห่วง จากหลายหัวข้อ​ที่ว่าด้วยวัยรุ่น​และ​ความคะนอง แม่สรุปท้ายทุกครั้งว่าไว้ใจฉัน ดังนั้น​จึง​ต้องอย่าทำให้พ่อแม่เสียใจ

​แม้ฉัน​จะมั่นใจว่าไม่เคยทำอะไร​ให้พ่อแม่เสียใจ ​และจำไม่ทำอะไร​อย่างนั้น​เด็ดขาด ​แต่ฉันก็ยังอดเสียใจไม่​ได้ ​เพราะ​ความจนนี่เอง​ที่ทำให้เราอาจพลั้งเผลอไม่ไว้ใจกันในบางเวลา ด้วยว่าสายตา​และน้ำคำของคนอื่นรอบตัว ​พร้อม​ที่​จะสร้างภาพร้ายหรือมองเราในแง่ลบ​ได้ตลอด

พ่อยังปลอบใจฉันด้วยการลูบหัว ยิ้มให้ ​และมองดูหน้าฉันด้วยแววตา​ที่รัก​และห่วงใยเช่นเคย

กลิ่นเหล้า​ที่ระเหยอวลออกมาจากตัวพ่อ ไม่​ได้ทำให้ฉันนึกตำหนิท่านอีกเลย​หลังจากนั้น​ ​ความอับอายจาก​ความผิด​ที่ตัวเองไม่​ได้ก่อ ​ความจน​ที่ทำให้คุณค่าของ​ความ​เป็นคนของเราลดลง ​ที่ฉัน​ได้พบ​กับตัวเอง มัน​เป็นเพียง​ส่วนเสี้ยวหนึ่ง​ของชีวิต เทียบไม่​ได้​กับพ่อ​ที่​ต้องผจญ​กับมันตลอดมา กระไรเล่า​กับ​ความมึนเมาสักน้อย ​ที่ช่วยย้อมใจให้ชีวิตรื่นรมย์ให้เพียงสักนิด

​ส่วนทางออกของฉัน ​คือการพยายามพิสูจน์ให้​ได้ว่า คนจนก็​เป็นคนดี​ได้ ​ได้ดี​ได้เช่นกัน ฉันตั้งใจเรียนหนักขึ้น​ เตรียมตัวสำหรับการสอบเข้าเต็ม​ที่ ฉันเลือก​ที่​จะสอบเข้าวิทยาลัยอาชีวะ ​เพื่อหากคิดทำงานหลังเรียนจบชั้นปวช. ก็​จะ​สามารถเริ่มงาน​ได้ทันที

ข่าวการ​จะย้าย​ที่เรียนของฉันแพร่​ไปในหมู่บ้านอีกครั้ง แม่ไม่​ได้ยิ้ม​กับข่าวนี้​เมื่อมี​ใครมาซักถาม ​เพราะการเรียนอาชีวะถูกดูแคลนกว่านักเรียนสายสามัญ​ที่มุ่งตรงสู่มหาวิทยาลัย ฉัน​ต้อง​ใช้เวลาอธิบายมากมาย​​เพื่อให้แม่สบายใจ ​ทั้งยังยืนยันว่า​จะสอบเข้าวิทยาลัย​ที่ดี​ที่สุดในประเทศในสายวิชา​ที่ฉันเลือกเรียนให้​ได้ ตลอดเวลาพ่อฟังอยู่​ด้วย ท่านส่งรอยยิ้มให้​กำลังใจ สบตาฉัน ส่งแววตาแห่ง​ความหวัง​และ​ความเชื่อมั่นมาให้ฉัน​ได้อบอุ่นหัวใจ

เช้า​วันสอบ ฉันเข้า​ไปกราบแม่​และพ่อ ขอพรให้สมองปลอดโปร่ง ผ่านการสอบ​ไป​ได้อย่างตลอดรอดฝั่ง การสอบครั้งนี้​แม้​ส่วนต่างของผู้สอบเข้า​กับจำนวน​ที่รับ​ได้​จะแตกต่างกันมากมาย​ ​แต่ฉันกลับรู้สึกมั่นใจว่า​จะ​ต้องสอบ​ได้

พ่อขับรถสองแถวคันเก่ามาส่งถึงหน้าวิทยาลัย ฉันกราบลง​กับอกท่านอีกครั้ง ขอพรจากท่านอีกข้อ

"พ่อขา...​หนูขอให้พ่อรักษาสุขภาพมากๆ​ นะคะ​"

พ่อกุมมือฉัน บีบเบาๆ​ ​เป็นการรับปาก ฉันเห็นดวงตาของพ่อก็คลอด้วยน้ำตาเช่นเดียวกัน


***************


(แด่พ่อผู้​เป็น​ที่รัก)

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1918 Article's Rate 5 votes
ชื่อเรื่อง พ่อขา...หนูขอ
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๗๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๕
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-9349 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 13 ต.ค. 2549, 01.46 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น