นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๙
ความรักครั้งสุดท้าย#30
Anantra
...เพียง​​แต่ว่าฉัน​​จะทำให้ดี​​ที่สุด ฉัน​​จะพยายามทำทุก ๆ​​ วันให้มี​​แต่​​ความสุข ​​และ​​ถ้ามัน​​จะ​​ต้องมีอะไร​​เกิดขึ้น​​ ฉันก็​​จะไม่เสียใจเลย​​ ​​เพราะฉัน​​ได้ทำเต็ม​​ที่​​กับมันแล้ว​​...
งาน​แต่งงานของฉัน​กับพี่หนึ่ง​ผ่านพ้น​ไปด้วยดี มี​แต่คนปลื้มใจ ​และชื่นชม​กับงานนี้

แขกของงานก็​จะ​เป็นของทางฝ่ายเจ้าบ่าว​เป็น​ส่วนใหญ่ ​ส่วนทางฝ่ายเจ้าสาว​จะ​เป็นญาติสนิท ​และคน​ที่สนิทกันจริง ๆ​ เท่านั้น​

ขอบอกตรง ๆ​ ว่าเหนื่อย ​และ​เมื่อยมากจริง ๆ​ ​เพราะ​ต้องยืน ​และ​ต้องเดินตลอด

ท่ามกลาง​ความปลื้มปิติของทุกคน ฉันแอบน้ำตาซึมหลายครั้ง ไม่ใช่​เพราะศร้าโศกเสียใจ​แต่อย่างใด ​แต่อาจ​จะ​เป็น​เพราะว่าฉันกลัว​กับการเปลี่ยนแปลง​ที่​กำลัง​จะเกิดขึ้น​ มัน​ทั้งกังวล ​ทั้งสับสน ​ทั้งปิติ ​ทั้งดีใจ ปลื้มใจ หลากหลาย​ความรู้สึกจริง ๆ​ ในขณะนั้น​ สำหรับคน​ที่เคย​เป็นเจ้าสาวก็คง​จะเคยรู้สึกคล้าย ๆ​ กันแบบนี้ มัน​เป็น​ความรู้สึก​ที่บอกไม่ถูกจริง ๆ​

​และก็​เป็นอย่าง​ที่ฉันคิดไว้ ไม่มีเงาของอ้นในวันนั้น​ ​เขาไม่มาร่วมงานอย่าง​ที่​เขาเคยบอกไว้จริง ๆ​ ​เขาคงไม่อยาก​จะทำให้ฉันลำบากใจ หรือไม่ก็ไม่รู้ว่า​จะมาทำไม ไม่มีประโยชน์อะไร​อีกแล้ว​​ที่ควร​จะมา


ฉัน​เป็นของพี่หนึ่ง​ในคืนนั้น​เลย​ ​เขาค่อย​เป็นค่อย​ไปอย่างนุ่มนวล ​และอ่อนโยน ทำให้เราผ่านคืนนั้น​​ไปด้วยกันอย่างสุขสม มีคนเคยบอกฉันว่าคืนแรกของวัน​แต่งงาน ไม่มี​ใคร​ได้ทำอะไร​กันหรอก ​เพราะเหนื่อยกันมา​ทั้งวัน หัวถึงหมอน​ได้ก็หลับกัน​เป็นตาย ​แต่ครั้งนี้ฉัน​ได้พิสูจน์มันด้วยตัวของฉันเอง ​และบอก​ได้เลย​ว่า ไม่เสมอ​ไป





"อร เตรียมตัวเรียบร้อย​รึยังครับ​ เรา​ต้อง​ไปกันแล้ว​นะ" เสียงสามีของฉันตะโกนเรียก



"​กำลัง​จะลง​ไปแล้ว​ค่ะ​" ฉันร้องบอก พลางหยิบไดอารี่​ที่อ้นให้​เป็นของขวัญ​แต่งงานขึ้น​มาดูอีกครั้ง ลังเลอยู่​ว่า​จะ​เอามัน​ไปด้วยดีหรือเปล่า ​แต่ใน​ที่สุดก็โยนมันลง​ไปในกระเป๋าเดินทาง​เป็นชิ้นสุดท้าย



พี่หนึ่ง​วิ่งขึ้น​มาช่วยฉันยกกระเป๋าลง​ไปขึ้น​รถ ฉันเดินตาม​ไป​ที่รถ พลางหัน​ไปมองบ้าน​ที่ฉันมาอยู่​​ได้เพียงไม่กี่วัน บ้านสวย​ที่​เป็นเรือนหอของเราสองคน

ปูดำ เด็ก​ที่บ้านคุณแม่มาช่วยยกของ​ที่เหลือ​ไปขึ้น​รถ พี่หนึ่ง​บอกให้ปูดำ ช่วยดูแลบ้านให้ดี ๆ​ อย่าให้ขาดตกบกพร่อง ​ถ้ามีอะไร​ให้บอกคุณแม่​ที่บ้านใหญ่ ปูดำ​เป็นเด็ก​ที่คุณแม่พี่หนึ่ง​อุปการะตั้งแต่เล็ก ส่งให้เรียนหนังสือ ขณะนี้​กำลังเรียนรามอยู่​ เห็นว่าเหลืออยู่​อีกแค่ไม่กี่หน่วยก็​จะจบแล้ว​ ปูดำจึง​เป็น​ทั้งคนช่วยดูแลบ้าน ​และ​เป็นเหมือนน้องสาวของพี่หนึ่ง​ ​เพราะฉะนั้น​จึงไว้ใจให้ดูแลบ้านหลังนี้​ได้



"เรารีบ​ไปกันเถอะครับ​ ป่านนี้คุณพ่อคุณแม่ของเราคง​ไปรออยู่​​ที่สนามบินกันหมดแล้ว​" พี่หนึ่ง​บอก



ปูดำ สตาร์ทรถรออยุ่แล้ว​ พี่หนึ่ง​จูงมือฉัน​ไปขึ้น​รถ ​เขานั่งจับมือฉัน​ไปตลอดทาง ​เขาเสมอต้นเสมอปลาย ​และดี​กับฉันมาก จนฉันเองไม่อยาก​จะเชื่อเลย​ว่า​จะมีคน​ที่ดีแบบนี้อยู่​จริง ฉันรักใน​ความดีของ​เขา รักจนไม่​สามารถ​ที่​จะทรยศใน​ความดีของ​เขา​ได้


ถึงสนามบินแล้ว​ เราสองคนเดินเข้า​ไปในตัวอาคาร เห็นคุณพ่อคุณแม่ของฉัน ​และคุณแม่ของพี่หนึ่ง​ยืนรออยู่​แล้ว​ เรา​ทั้งสองคนไหว้ร่ำลาพวกท่าน คุณแม่ของฉันน้ำตาคลอ ฉันเองก็ไม่แพ้กัน ฉันคง​จะ​ต้องคิดถึงพวกท่านมากแน่ ๆ​ ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยจากท่าน​ทั้งสอง​ไปไหน ไกล ๆ​ ​และ​เป็นเวลานาน ๆ​ แบบนี้มาก่อน ​แม้ว่าฉัน​จะ​แต่งงาน แยกบ้าน​ไปแล้ว​ก็ตาม ​แต่ฉันยัง​สามารถ​ไปหาท่าน​เมื่อไหร่ก็​ได้ คราวนี้ฉันคง​จะทำ​ได้อย่างเดียว​คือ ส่งเสียงตามสายมาคุย​กับพวกท่านเท่านั้น​



"เดินทางดี ๆ​ นะลูก หนึ่ง​ดูแลน้องนะลูกนะ มีอะไร​ก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน" แม่ของฉันฝากฝัง



"ไม่​ต้อง​เป็นห่วงหรอกครับ​คุณแม่ ผม​จะดูแลอร​เป็นอย่างดี" พี่หนึ่ง​รับปาก



ฉัน​กับพี่หนึ่ง​ยกมือไหว้ร่ำลาพวกท่านทุกคน ใกล้​จะถึงเวลาแล้ว​ เราคง​จะ​ต้อง​ไปกันเสียที


ชีวิต​แต่งงานของฉัน​กำลัง​จะเริ่มต้นขึ้น​ ฉันไม่คาดหวังอะไร​มากมาย​ อะไร​​จะเกิด ก็คง​จะ​ต้องปล่อย ​เพราะฉัน​ได้พบเห็นอะไร​ต่าง ๆ​ มามากมาย​ บางทีสิ่ง​ที่เราคิดว่าแน่นอน​ที่สุด มันก็ยังเปลี่ยนแปลง​ได้อย่าง​ที่เราคาดไม่ถึง

เพียง​แต่ว่าฉัน​จะทำให้ดี​ที่สุด ฉัน​จะพยายามทำทุก ๆ​ วันให้มี​แต่​ความสุข ​และ​ถ้ามัน​จะ​ต้องมีอะไร​เกิดขึ้น​ ฉันก็​จะไม่เสียใจเลย​ ​เพราะฉัน​ได้ทำเต็ม​ที่​กับมันแล้ว​





เครื่องบิน​กำลัง​จะลง​ที่สนามบิน Heathrow ฉันรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย ​เพราะนี่​เป็นครั้งแรก​ที่ฉัน​ได้มา​ที่นี่ ​และฉัน​จะ​ต้องอยู่​​ที่นี่นานถึง 2 ปี หรืออาจ​จะนานกว่านั้น​​ถ้าพี่หนึ่ง​เกิดติดใจไม่อยากกลับขึ้น​มา

พี่หนึ่ง​​กับฉันช่วยกันขนสัมภาระออกจากสนามบิน เรา​ใช้เวลานานมากในนั้น​ ​เพราะโดนกองตรวจคนเข้าเมืองค้นกระเป๋าเกือบ​จะทุกใบ มันคง​จะเรื่อง​ธรรมดาสำหรับประเทศในแถบนี้​ที่​จะ​ต้องตรวจอย่างละเอียดมาก​กับคนเอเชีย ​โดยเฉพาะ​กับคนไทยอย่างเรา ๆ​

คุณพอล ​เพื่อนของพี่หนึ่ง​มายืนรอรับอยู่​แล้ว​ ​เขา​จะมารับเรา​ไปยังบ้านพัก​ที่พี่หนึ่ง​​ได้ติดต่อไว้



"หนึ่ง​ ทางนี้" ​เพื่อนของพี่หนึ่ง​โบกมือเรียกพวกเรา



"โทษทีพอล ​พอดีข้างในตรวจนาน​ไปหน่อย​ ไม่รู้อะไร​กันนักหนา" พี่หนึ่ง​บ่น



"ปกติ เห็นหัวดำ​เป็นไม่​ได้" คุณพอลยักไหล่บอกเรา เหมือน​กับว่า​เป็นเรื่อง​ธรรมดา



​ที่พักของเราอยู่​ย่าน Putney Hill บ้านใน​ความหมายของ​ที่นั่น ​เป็นลักษณะเหมือนห้องชุด หรือคอนโดฯ ​เป็น​ส่วนใหญ่

มีกริ่ง ​พร้อมSpeaker อยู่​ตรงข้างล่างหน้าตึกต่อตรงเข้าห้อง​แต่ละห้อง สำหรับเวลามี​ใครมาหา​จะ​ได้กดถาม​ได้ ​และเรา​สามารถกดเปิดประตูหน้าตึกให้แขกของเรา​ได้เลย​ ​เพราะประตู​จะล็อคอัตโนมัติ เข้า​ได้เฉพาะคน​ที่พักอาศัยเท่านั้น​

มีลิฟท์เล็ก ๆ​ แบบ​ต้องเปิด-ปิดประตูเองไว้บริการ สำหรับอำนวย​ความสะดวก​ให้​กับคน​ที่อยู่​ชั้น สูง ๆ​ ​แต่บอก​ได้เลย​ว่าเดินเร็วกว่าแน่นอน ​แต่ก็มีประโยชน์มากอีกเช่นกันเวลาเคลื่อนย้ายสัมภาระ


ห้องของพวกเราอยู่​ชั้น 4 มี 2 ห้องนอนใหญ่ 3 ห้องน้ำ มีห้องครัว มีห้องนั่งเล่น ​แต่ละห้องกว้างขวางดี

พี่หนึ่ง​จ้างแม่บ้านทำ​ความสะอาดห้องคนหนึ่ง​ ชื่อมอลลี่ ​เป็นชาวฟิลิปปินส์ ทำงานแบบ​ไป-กลับ เธอมารอพวกเราอยู่​แล้ว​ ​เพราะ​ต้องมาทำ​ความสะอาดไว้รอ ก่อน​ที่พวกเรา​จะมาถึง เธอคนนี้พี่หนึ่ง​รู้จัก​เพราะเคย​เป็นแม่บ้านให้​กับพี่หนึ่ง​​เมื่อครั้ง​ที่​เขามาเรียนอยู่​​ที่นี่ พี่หนึ่ง​บอกว่ามอลลี่ ​เป็นคนดี มีน้ำใจเอื้อเฟื้อ พูดง่าย ๆ​ ​คือไม่เคี่ยว เหมือนคนอื่น ๆ​ ​ที่​จะทำงานตามเวลาเป๊ะ งานเสร็จหรือไม่เสร็จไม่สนใจ หมดเวลาแล้ว​ก็​จะกลับท่าเดียว อยากให้ทำเพิ่มก็​ต้องจ่ายพิเศษ ​ซึ่งคง​เป็นเรื่อง​ธรรมดาของประเทศ​ที่มีค่าครองชีพแพง​ที่สุดในโลก

ฉันขอพี่หนึ่ง​นอนพักผ่อนสักหน่อย​ เพลียมา​ทั้งวัน พี่หนึ่ง​อนุญาต ​และบอกว่าตอนเย็น​จะพา​ไปทานเป็ด​ที่อร่อย​ที่สุดในโลก(ขนาดนั้น​เลย​เหรอ) ฉันขำแบบไม่ค่อยเชื่อ ​แต่ก็อยาก​จะลองชิมดู

วันนั้น​เรา​ไปทานอาหารเย็นกัน ก็ร้านเป็ด​ที่อร่อย​ที่สุดในโลก​ที่พี่หนึ่ง​บอกไว้นั่นล่ะ คุณพอลก็มา​กับพวกเราด้วย ​เพราะ​เขาอยู่​คุย​กับพี่หนึ่ง​​ที่บ้าน ขณะ​ที่ฉันขอตัว​ไปพักผ่อน

ร้าน​ที่ว่านั้น​มีชื่อว่า Four season ​เป็นร้านอาหารจีนธรรมดา เล็ก ๆ​ ห้องเดียวติดถนน ​แต่คนเต็มตลอดเวลา มีอาหารหลายอย่างไม่ว่า​จะ​เป็น เป็ดย่าง หมูกรอบ หมูแดง ผัดผักน้ำมันหอย ก็คล้าย ๆ​ ​กับอาหารจีนบ้านเรานี่ล่ะ รสชาดก็อร่อยดี ​แต่ฉันว่าคล้าย ๆ​ เป็ดย่างร้านสุกี้ MK บ้านเรา เพียง​แต่ว่าของ​เขาชิ้นใหญ่กว่าเท่านั้น​

ทานเสร็จพี่หนึ่ง​ก็พาฉัน​ไปซื้อของเข้าบ้าน(​ส่วนใหญ่​จะ​เป็นของกินซะมาก)​ที่ร้าน Marks and Spencer คงคุ้น ๆ​ หูกัน ก็ร้าน​ที่แพง ๆ​ ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำของเรานั่นล่ะ ​แต่​ที่นั่น​เป็นเหมือนซุปเปอร์มาร์เก็ตมากกว่า มีอาหารให้เลือกมากมาย​ ไม่เหมือนสาขาในบ้านเรา​ที่​จะเน้นของ​ใช้​เป็น​ส่วนใหญ่

ฉันเพลิดเพลิน​กับการเลือกซื้อ ​เพราะมีอาหารหลากหลาย แปลกใหม่ ​ถ้าซื้อในบ้านเราราคาก็คง​จะแพงมาก ฉันซื้อเยอะมากซะจนพี่หนึ่ง​แซวว่า ตู้เย็น​ที่บ้านไม่น่า​จะพอใส่ คง​ต้องซื้อตู้เย็นเพิ่มอีกเครื่อง





ฉัน​กับพี่หนึ่ง​​ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมี​ความสุข บอก​ได้เลย​ว่ามากมาย​ ​เพราะ​เขามัก​จะตามใจฉันทุกอย่าง ​แต่มีอย่างนึง​ที่​เขาผิดสัญญาไม่ตามใจฉัน ก็​คือ​เขาไม่ยอมให้ฉัน​ไปทำงาน​ที่ร้านอาหารของ​เพื่อน​เขาเหมือน​ที่เคยบอกไว้ เหตุผลของ​เขาก็​คือ ​เขาไม่อยากให้ฉัน​ต้องลำบาก ​เขาอยากให้ฉันมีหน้า​ที่เพียงอย่างเดียวก็​คือ ดูแล​เขา​กับลูกแค่นั้น​ ​เพราะว่า​เขาอยาก​จะมีลูกเยอะ ๆ​ ไม่อยากให้ฉัน​ต้องเหนื่อย​ไปซะก่อน ​ซึ่งก็​เป็นเหตุผล​ที่ดี ​ที่ฉันไม่​สามารถ​ที่​จะปฏิเสธ​ได้

​แต่ถึง​แม้ว่าฉัน​จะมี​ความสุข ​ความสบายมากมาย​แค่ไหน ​แต่ฉันก็ยังแอบส่งใจ​ไปให้​กับ​ใครอีกคน​ที่อยู่​ห่างไกล ฉันไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมฉันถึงไม่​สามารถลืม​เขา​ได้สนิทใจสักที

ฉันรู้สึกผิดต่อพี่หนึ่ง​ทุกครั้ง​ที่คิดถึงอ้น ​แต่ยิ่งฉันรู้สึกผิดต่อ​เขามากแค่ไหน ฉันก็​จะตอบแทนให้​กับ​เขามากมาย​ด้วยเช่นกัน มันเหมือน​เป็นการชดเชย​ที่เราไม่​สามารถมอบ​ความรักให้​กับ​เขาเต็ม 100%​ได้

ฉันทำตัวดี​กับ​เขาเสมอ ไม่เคยทำให้​เขา​ต้องลำบากใจ​กับฉันเลย​สักครั้ง ถึง​แม้ว่าฉัน​จะรู้สึกเหงาเหมือนอยู่​ตัวคนเดียวตลอดเวลา ​แต่ฉันก็ไม่เคยเรียกร้อง ​เพราะฉันเข้าใจว่า​เขา​ต้องพยายามเรียนให้จบเร็ว ๆ​ มัน​เป็นสิ่ง​ที่สำคัญ​ที่สุดสำหรับ​เขาในตอนนี้





วันนี้พี่หนึ่ง​​ไปเรียนตามปกติ ​ส่วนฉันก็อยู่​บ้านเหมือนเคย มีบ้าง​ที่ว่าวันไหนเบื่อ ๆ​ ฉันก็​จะซื้อบัตร​โดยสาร ​ที่​ใช้เดินทาง​ได้ไม่จำกัดเ​ที่ยวต่อวัน ​ใช้​ได้​ทั้งรถไฟใต้ดิน ​และรถเมล์ นั่งมัน​ไปเรื่อย ๆ​ ​ที่ไหนน่าสนใจก็ลง​ไปเดินเล่น ซื้อของ เรื่อยเปื่อย หรือไม่ก็เปิดคู่มือท่องเ​ที่ยว แล้ว​ถามมอลลี่ว่า​ต้อง​ไปยังไง ​ไปขึ้น​รถ​ได้​ที่ไหน ​ซึ่งมอลลี่ก็​ได้ให้​ความร่วมมือ​เป็นอย่างดี

พี่หนึ่ง​บอก​กับฉันว่าวันนี้ไม่​ต้องทำ​กับข้าว ​เพราะว่า​เขา​จะพาฉันออก​ไปทานข้าวนอกบ้าน ให้ฉัน​แต่งตัวสวย ๆ​ รอ​เขามารับ ฉันดีใจมาก ​เพราะนาน ๆ​ ​เขา​จะมีเวลาว่างให้​กับฉันซักที

ใกล้ถึงเวลา​ที่​เขา​จะกลับมาแล้ว​ ฉันรีบ​แต่งตัวรอ​เขา ​แต่นี่ก็ใกล้​จะค่ำแล้ว​ ทำไมพี่หนึ่ง​ยังไม่กลับมา ไหนบอก​กับฉันว่าวันนี้​จะกลับเร็วกว่าปกติ คิด​จะโทร​ไปหาก็เกรงใจ กลัวว่า​จะ​เป็นการรบกวน ​ได้​แต่รอให้​เขากลับมาเอง ​เพราะว่า​เขาไม่เคยผิดคำพูด​กับฉัน ฉันเลย​วางใจ

ฉันรอจนเผลอหลับ​ไปบนโซฟา เหมือนมี​ใครมาสะกิดฉัน​ที่ไหล่เบา ๆ​ ฉันสะดุ้งตื่นขึ้น​มาทันที มองหา ​แต่ก็ไม่มี​ใคร ฉันรู้สึกใจคอไม่ดี ​เป็นห่วงพี่หนึ่ง​ขึ้น​มาจับใจ


ไม่ถึง 1 นาที ฉัน​ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง ฉันรีบวิ่ง​ไปรับทันที



"อร นี่พี่เองนะ ตอนนี้พี่อยู่​​ที่โรงพยาบาล โดนรถเฉี่ยวนิดหน่อย​ ​แต่ไม่​เป็นอะไร​มาก อรไม่​ต้อง​เป็นห่วงนะ หิวหรือยังครับ​ พี่ขอโทษนะพี่คง​จะพาอร ​ไปทานข้าวไม่​ได้แล้ว​" ​เขาพูดเหมือน​กับไม่มีอะไร​เกิดขึ้น​



"พี่หนึ่ง​ยัง​จะมาพูดแบบนี้อยู่​อีก อร​เป็นห่วงมากนะคะ​ อยู่​โรงพยาบาลไหนคะ​ เดี๋ยวอร​จะรีบ​ไปหา" ฉันเสียงแข็งด้วย​ความโมโห มีอย่าง​ที่ไหนตัวเอง​เป็นแบบนี้แล้ว​ยัง​จะมาห่วงกลัวว่าฉัน​จะหิว ​เขาควร​จะห่วงตัวเองให้มากกว่านี้



"พี่ไม่​ได้​เป็นอะไร​มากหรอกครับ​ อีกอย่างพี่ก็​กำลังออกมาแล้ว​ อรไม่​ต้อง​เป็นห่วงนะ ว่า​แต่ว่าดีใจจัง​ที่อร​เป็นห่วงพี่ แบบนี้กลับ​ไป​ต้องให้รางวัลซะหน่อย​แล้ว​" ​เขาเย้า



"ยัง​จะมามัวพูดเล่นอยู่​อีก พี่หนึ่ง​นี่จริง ๆ​ เลย​ รีบกลับมานะคะ​ เดี๋ยวอร​จะทำอะไร​ให้ทานด้วย" ฉันบอก​เขา



หลังจากวางหู ฉันรีบเตรียมอาหารง่าย ๆ​ ไว้รอ​เขากลับมา ​เขาคง​จะหิวมากแน่ ๆ​


พี่หนึ่ง​กดspeakerจากชั้นล่างขึ้น​มาหาฉัน ฉันกดฟัง ​ได้ยินเสียงสดใสของ​เขาพูดขึ้น​มา



"​ที่รักจ๋า กลับมาแล้ว​จ้ะ​"



ฉันหัวเราะในอารมณ์ขันของ​เขา พลางกดเปิดประตูให้​เขาขึ้น​มา แล้ว​รีบวิ่ง​ไปจัดโต๊ะอาหารรอ​เขา


​เขาเดินเข้ามาหาฉันในครัว กอดฉันไม่ยอมปล่อย ​พร้อม​กับพรมจูบ​ไปทั่วร่าง



"เดี๋ยวสิคะ​ ไหนเล่าให้อรฟังก่อนว่าเดินยังไง ให้รถเฉี่ยว​เอา" ฉันรีบเฉไฉ เปลี่ยนเรื่อง​



พี่หนึ่ง​อุ้มฉันเข้า​ไปในห้อง วางฉันลงบนเตียง ​เขากอดฉัน ​พร้อม​กับกระซิบเบา ๆ​ ​ที่ข้างหูของฉันว่า



"เดี๋ยวค่อยเล่านะจ๊ะ​ ขอทำธุระให้เสร็จก่อน"



​เขามอบ​ความสุขให้​กับฉันจนล้น ซ้ำแล้ว​ซ้ำเล่า ฉันมี​ความสุขมาก ​เขาทำให้ฉันทุกอย่าง​ที่ผู้ชายคนหนึ่ง​​จะทำ​ได้ ​เขาเต็มใจให้ราว​กับว่า​เขา​จะไม่​ได้ทำมันอีก


เรานอนกอดกันอยู่​อย่างนั้น​ ฉันรู้สึกอบอุ่นมากในอ้อมกอดของ​เขา



"พี่​ต้องขอบคุณอรมากเลย​นะครับ​ ​ที่มาเติมเต็มชีวิตของพี่ให้สมบูรณ์ อรทำให้พี่มี​ความสุขมาก ​และพี่คง​จะไม่​ต้องการอะไร​อีกเลย​ในชีวิตนี้ ​ถ้าอรมีลูกให้​กับพี่ นะอรนะ พี่อยากมีลูก​จะแย่อยู่​แล้ว​" ​เขาพูดพลางลูบท้องฉันเล่น



"​ถ้ายังงั้นพี่หนึ่ง​ก็คง​ต้องขยันมากขึ้น​กว่านี้อีกหน่อย​แล้ว​ล่ะค่ะ​" ฉันเย้า​เขา



"งั้นเรามาต่อกันอีกรอบแล้ว​กันนะ" พี่หนึ่ง​แกล้งดึงผ้าห่มมาคลุมเราสองคนไว้



"ไม่​เอาแล้ว​ค่ะ​ อรหิวข้าว​จะแย่อยู่​แล้ว​" ฉันบอก​เขา ​พร้อม​กับลุกหนีออกมา



เราออกมานั่งทานข้าวด้วยกันในครัว โชคดีจัง​ที่เราไม่​ได้ออก​ไปทานข้าวนอกบ้าน ​เพราะว่าเรา​ได้​ใช้เวลาร่วมกันมากกว่าออก​ไปข้างนอกด้วยกันซะอีก

​ระหว่าง​ที่เรา​กำลังนั่งดูTVกันอยู่​บนโซฟาในห้องรับแขก พี่หนึ่ง​บ่นขึ้น​มาว่าปวดหัว ฉันเลย​ลุกเข้า​ไปในครัว ​ไปหยิบยาพารามาให้​เขาทานแก้ปวด


แล้ว​ฉันก็​ต้องตกใจแทบสิ้นสติ ภาพ​ที่ฉันเห็น​คือพี่หนึ่ง​อาเจียนออกมาตลอดเวลา ​เขาล้มพับลงมานอน​กับพื้น



"พี่หนึ่ง​ ​เป็นอะไร​​ไปคะ​" ฉันรีบเข้า​ไปประคอง​เขาให้ลุกขึ้น​ ​แต่ตัว​เขาหนักเกินกว่า​ที่ฉัน​จะยก​เขาขึ้น​มานั่ง​ได้



ฉันตกใจมาก รีบกดโทรศัพท์หาคุณพอล เล่า​ไปร้องไห้​ไป พูดแทบ​จะไม่รู้เรื่อง​

คุณพอลบอกให้ฉันใจเย็น ๆ​ เดี๋ยว​เขา​จะโทรหาโรงพยาบาล​ที่ใกล้​ที่สุดให้ รถพยาบาลคง​จะมารับในไม่ช้า ​ส่วนตัว​เขา​จะรีบ​ไปรอ​ที่โรงพยาบาลเลย​

วางหูจากคุณพอล ฉันรีบเข้า​ไปดูพี่หนึ่ง​ พี่หนึ่ง​พอมีสติอยู่​บ้าง ​แต่เหมือน​เขา​จะไม่มีแรงเลย​​แม้​แต่น้อย ฉัน​ไปหาผ้าชุบน้ำมาทำ​ความสะอาดให้​เขา กอด​เขาไว้ตลอดเวลา ตัวของ​เขาเย็นมากผิดจาก​เมื่อตะกี้

รถพยาบาลมาถึงแล้ว​ เร็วมากไม่ถึง 10 นาที ฉันนั่งร้องไห้​ไปตลอดทาง ไม่รู้ว่า​จะทำอย่างไรดี ฉันจับมือ​เขา เรียกชื่อ​เขา​เป็นระยะ ๆ​ ไม่อยากให้​เขาหลับ เหมือน​เขา​จะรู้ ​เขาพยายาม​ที่​จะลืมตามองฉัน มือ​เขาบีบตอบฉันเล็กน้อย


ถึงโรงพยาบาลแล้ว​ พวก​เขารีบพาพี่หนึ่ง​เข้าห้องฉุกเฉิน บุรุษพยาบาลบอกให้ฉันรออยู่​ข้างนอกเข้า​ไปไม่​ได้

คุณพอลมาถึง​พอดี ฉันวิ่งเข้า​ไปหา​เขา พยายามเล่าเรื่อง​ให้​เขาฟัง เล่ากลับ​ไปกลับมา ฟังแทบ​จะไม่รู้เรื่อง​​เพราะพูด​ไป ร้องไห้​ไป

สักพักคุณหมออกมาจากห้องฉุกเฉิน ตะโกนเรียกหาญาติของผู้ป่วย คุณพอลรีบเข้า​ไปคุย แล้ว​หันมาบอกฉันว่า



"อร หนึ่ง​​ต้องผ่าตัดสมองด่วน ​เพราะในสมองมีเลือดคั่ง อร​ต้องเซ็นต์ใบอนุญาตให้ผ่าตัดด่วนเลย​"



ฉันรีบเซ็นต์ทันที มือสั่น ทำอะไร​ก็​ได้ขอให้พี่หนึ่ง​ไม่​เป็นอะไร​ นี่มันเกิดอะไร​ขึ้น​ ทำไมพี่หนึ่ง​ถึงมีเลือดคั่งในสมอง​ได้ ​ทั้ง ๆ​ ​ที่ก่อนหน้านี้​เขายังดี ๆ​ อยู่​เลย​ เรายังมี​ความสุขด้วยกันอยู่​เลย​ ทำไมฉันไม่เข้าใจเลย​จริง ๆ​


สักพักพวก​เขาเข็นพี่หนึ่ง​ออกมา ​เพื่อ​ไปห้องผ่าตัด พี่หนึ่ง​ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ​ หน้าของ​เขาบวมขึ้น​อย่างเห็น​ได้ชัด มีเครื่องช่วยหายใจ ​และมีสายระโยงระยางเต็ม​ไปหมด ฉันร้องไห้โฮออกมาทันที ร้องมันอยู่​อย่างนั้น​ ร้องจนหมดสติ​ไป



ไม่รู้ว่าฉันหลับ​ไปนานเท่าไหร่ รู้​แต่ว่ารู้สึกเจ็บ ๆ​ ​ที่แขนข้างซ้าย เจ็บ​เพราะโดนเจาะสายน้ำเกลือนี่เอง


คุณพอลยืนอยู่​ข้าง ๆ​ เตียง ​เขาดูโล่งใจ​ที่ฉันฟื้นขึ้น​มา​ได้



"พี่หนึ่ง​ล่ะคะ​ ​เป็นยังไงบ้าง" ฉันถาม​เขาทันที



"ออกมาแล้ว​ล่ะ อรทำใจให้สบายนะ อย่าเพิ่งคิดอะไร​ พี่โทรบอกคุณพ่อคุณแม่ของหนึ่ง​ให้แล้ว​ อรไม่​ต้องคิดอะไร​มากนะ อีกวันหรือสองวันพวก​เขาคง​จะมาถึง" คุณพอลพูด



"อร​จะ​ไปหาพี่หนึ่ง​" ฉันทำท่า​จะลุกจากเตียง



"พี่ว่าอรอย่าเพิ่ง​ไปเลย​นะ หนึ่ง​มันไม่​เป็นอะไร​แล้ว​ ​แต่อรสิ ​ต้องดูแลตัวเองให้ดี ๆ​ อร​ต้อง​เป็นห่วงเด็กในท้องให้มาก ๆ​" คุณพอลพูด



"จริงเหรอคะ​ อรท้อง ดีใจจัง แล้ว​พี่หนึ่ง​ทราบเรื่อง​นี้หรือยังคะ​" ฉันถาม​เขาด้วย​ความปิติ



คุณพอลพยักหน้า ​แต่​เขาไม่​แม้​แต่​จะมองหน้าฉัน


​พอดีคุณหมอเดินเข้ามาคุย​กับคุณพอล คุยกันทำหน้าซีเรียส ฉันรู้สึกใจคอไม่ดี อยาก​จะฟัง ​แต่ก็ไม่​ได้ยิน ​จะลุกก็ไม่​ได้​เพราะติดสายน้ำเกลือ


ฉันตัดสินใจดึงสายน้ำเกลือออก เดินกึ่งวิ่งให้เร็ว​ที่สุด ฉัน​จะ​ไปหาพี่หนึ่ง​



"อร เดี๋ยวก่อน อร" คุณพอลวิ่งตามฉันมา ​เขามาดึงแขนฉันไว้



"ปล่อยค่ะ​ อร​จะ​ไปหาพี่หนึ่ง​" ฉันดื้อดึง



"โอเค โอเค พี่​จะพาอร​ไปหาหนึ่ง​ ​แต่ว่าอร​ต้องทำใจให้ดี ๆ​ นะ" ​เขาพูด​กับฉันแบบจริงจัง



ฉันพยักหน้าให้​เขา ​แต่ฉันไม่​สามารถ​ที่​จะกลั้นน้ำตา​เอาไว้​ได้ ฉันคิดว่าฉันรู้แล้ว​ว่า อะไร​​เป็นอะไร​



คุณพอลพาฉันเข้ามาในห้อง ภาพ​ที่ฉันเห็น​คือ พี่หนึ่ง​นอนนิ่งอยู่​ในเตียงผู้ป่วย ​ที่หัวมีผ้าพันไว้ มีสายระโยงระยางเหมือนเดิม ไม่ต่างจาก​ที่ฉันเห็นก่อน​ที่​จะหมดสติ​ไป


ฉันเดินเข้า​ไปจับมือ​เขา มือ​เขาเย็นมาก ฉันร้องไห้ กอด​เขาไว้แน่น


คุณพอลบอก​กับฉันว่าพี่หนึ่ง​โดนรถเฉี่ยว​ระหว่าง​ที่​กำลัง​จะข้ามถนน​ไปสถานีรถไฟใต้ดิน ​เขาล้มหัวฟาดพื้นหมดสติ​ไป มีพลเมืองดีพามาส่ง​ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ คุณหมอตรวจดูร่างกายภายนอกไม่มีอะไร​ผิดปกติ ​เขาแข็งแรงดี ​แต่คุณหมอก็ยังไม่วางใจบอกให้​เขารอดูอาการก่อน ​แต่​เขายืนยัน​ที่​จะกลับบ้าน ​เขาบอกว่า​เขามีนัดสำคัญ​กับภรรยาของ​เขา ​แต่คุณหมอก็กำชับ​กับ​เขาว่า​ถ้าเกิดมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงให้​เขารีบกลับมา​ที่โรงพยาบาลทันที ​และมันก็​เป็นอย่าง​ที่คุณหมอบอกจริง ๆ​ ​เขามีเลือดออกในสมอง ผลก็​คือ​ต้องผ่าตัดด่วน ​แต่ก็ไม่​สามารถ​จะการันตี​ได้ว่า​เขา​จะหาย​เป็นปกติ ​และในตอนนี้มันสายเกิน​ไปแล้ว​ สมองของ​เขาบวมเกินกว่า​ที่​จะรักษาให้หาย​ได้ ทำ​ได้อย่างเดียว​คือรอเวลาให้ชีพจรของ​เขาอ่อนแรง​ไปเอง ​เมื่อถึงตอนนั้น​คุณหมอถึง​จะถอดเครื่องมือ ทุกอย่างออกให้ ​ที่เห็นว่า​เขายังหายใจอยู่​นั่น​เพราะเกิดจากเครื่องช่วยหายใจ ร่างกายของ​เขาไม่​สามารถตอบสนองอะไร​​ได้อีก ​เพราะสมองไม่สั่งการแล้ว​


ฉัน​ได้​แต่ร้องไห้ฟูมฟาย กอด​เขาไว้แน่น ทำไมมันถึงเร็วแบบนี้ ฉันยังไม่ทัน​ได้เตรียมใจเลย​

พี่หนึ่ง​​จะรู้หรือเปล่าว่าฉัน​กำลัง​จะมีลูกให้​กับ​เขา ลูก​ที่​เขาวาดฝันต่าง ๆ​ ให้มากมาย​ตั้งแต่ยังไม่คลอดออกมา



"พี่หนึ่ง​ขา ทำไมพี่หนึ่ง​ถึงจากอร​ไปเร็วแบบนี้ แล้ว​อร​จะอยู่​ยังไง พี่หนึ่ง​" ฉันร้อง​ไปพูด​ไป



"นี่ไงคะ​ลูกของเรา ​เขามาเกิดแล้ว​นะ เกิดมาจาก​ความรักของเราสองคนไง พี่หนึ่ง​" ฉันพูดอะไร​ต่าง ๆ​ อีกมากมาย​​กับพี่หนึ่ง​



คุณพอลเข้ามาจับไหล่ฉันเหมือนให้​กำลังใจ แล้ว​ก็เดินออก​ไป ปล่อยให้ฉันอยู่​​กับพี่หนึ่ง​ตามลำพัง

ฉันกอด​เขาไว้ตลอด ​และตั้งใจ​จะกอด​เขาไว้แบบนี้จนกว่า​เขา​จะหมดลมหายใจ ฉันเพิ่ง​จะรู้ตัว​เมื่อสายเกิน​ไปแล้ว​ว่าฉันรัก​เขา ฉันไม่อยากเสีย​เขา​ไป อยากให้​เขาอยู่​​กับฉัน​ไปนาน ๆ​ จนแก่เฒ่า​ไปด้วยกัน

ถึงตอนนี้ฉันยอมทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง​เพื่อให้​เขามีชีวิตอยู่​ ยอม​ที่​จะลบอ้นออก​ไปจากหัวใจ ​เพราะตอนนี้ในใจของฉันมี​แต่พี่หนึ่ง​เพียงคนเดียวเท่านั้น​ ​เขาคน​ที่แสนดี ​เขาคน​ที่รักฉันเสมอ



ฉันหอมแก้ม​เขาเบาๆ​ พรมจูบ​เขา​ไป​ทั้งใบหน้า กระซิบบอก​กับ​เขาว่า "อร รัก พี่หนึ่ง​นะคะ​" ​ได้อย่างเต็มหัวใจ​เป็นครั้งแรก ​และคง​จะ​เป็นครั้งสุดท้ายสำหรับ​เขา​ที่​จะ​ได้ยินคำ ๆ​ นี้ หวัง​แต่เพียงว่า​เขา​จะ​ได้ยินมัน ​ความรักจากฉัน

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1915 Article's Rate 13 votes
ชื่อเรื่อง ความรักครั้งสุดท้าย#30
ผู้แต่ง Anantra
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องยาว ซีรีส์
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๐๓๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๖ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๖๒
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-9338 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 11 ต.ค. 2549, 18.57 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : ต้นข้าว [C-9351 ], [158.108.2.7]
เมื่อวันที่ : 13 ต.ค. 2549, 10.52 น.

หาย​ไปนานเลย​นะคะ​
กลับมาคราวนี้เศร้าจัง
ติดตามผลงานอยู่​นะคะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : ผู้อ่านที่ติดตามอ่านตลอด [C-9352 ], [203.155.201.131]
เมื่อวันที่ : 13 ต.ค. 2549, 11.03 น.

อ่านแล้ว​น้ำตาไหลเลย​อ่ะ ทำไมเศร้าจังเลย​ ติดตามเรื่อง​มาตลอดเลย​คะ​ ไม่อยากให้จบแบบเศร้าๆ​เลย​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : ดาวค่ะ [C-9356 ], [58.9.193.217]
เมื่อวันที่ : 13 ต.ค. 2549, 15.06 น.

ไม่ยอม...​..ไม่ยอม อุตส่าติดตามมาตั้งนาน ทำไมถึงเส้าแบบนี้ อยากให้มีปฎิหารย์​ที่ทำให้พี่หนึ่ง​หายจัง นะ..นะ..นะ..นะ..นะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : จำปาดะ [C-9423 ], [203.185.68.195]
เมื่อวันที่ : 20 ต.ค. 2549, 13.35 น.

แย่จังเลย​
เศร้า​ที่สุด
มีรักก็ทุกข์
หมดรักก็เศร้า
อยู่​ตัวคนเดียวยิ่งเดียวดาย

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : ... [C-11165 ], [125.25.135.28]
เมื่อวันที่ : 12 มี.ค. 2550, 12.05 น.

ชอบเรื่อง​นี้มากเลย​ ​เมื่อไหร่​จะออกมาอีกค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น