นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๒๑ กันยายน ๒๕๔๙
สนามหลวง เซี่ยงชุน และชายในฝัน
SONG-982
...ตีพิมพ์ครั้งแรก รวมเรื่อง​​สั้น "ร้อน" สำนักพิมพ์ ณ ถนนฯ ธันวาคม 2549...
(เรื่อง​สั้นอิโรติก ต่ำว่า 18 ห้ามเปิดอ่าน)



ดาวพราว สดใสใกล้มือ เหมือนว่าอยู่​แค่เอื้อม ​แต่​ที่จริง...​แสนไกล

ฉันเคยล้อเล่น​กับดวงจันทร์ กำ...​กุมมันไว้ในมืออยู่​นานจน​เมื่อยแขน

ใช่...​ฉันยื่นมือขึ้น​​ไปในฟ้า สายตามองตาม ภาพจันทร์ใกล้มือไม่ขยับหนี ฉันขยับนิ้วแตะเพียงขอบวง บรรจงอย่าง​ที่สุด ​เพราะมือ​ที่สั่นอาจทำให้ฝันไม่อาจ​เป็นจริง

ใช่...​ฉันคิดว่า​ได้กุมดวงจันทร์​เอาไว้ในมือ มัน​เป็นมุกควาย​ที่​ใครสักคนเคยเล่น ชูมือขึ้น​ในอากาศ กำมือบังดวงจันทร์นั่นไว้ แล้ว​ก็ตู่ว่า กำ​พระจันทร์มาไว้มอบให้จากหัวใจ

ผู้ชายบางคน...​

ช่างตอแหล​ได้น่ารักขนาดนั้น​



คืนนี้ไม่มี​พระจันทร์

นิยายเรื่อง​แรก​ที่ฉัน​ได้อ่านสมัยวัยแตกเนื้อสาว

ก่อน​จะตามอ่าน ทองประกายแสด...​​และ...​คนเริงเมือง ​เป็นเรื่อง​ถัดมา

ทุกวันนี้ฉันยัง​ใช้ชื่อตัวเองตามนั้น​

‘พริ้ง’



ใช่...​คืนนี้ไม่มี​พระจันทร์

​ทั้งฟ้าจึงดารดาษ ​ไปด้วยดวงดาว หมื่นล้านพันแสน กระพริบๆ​ วิบๆ​ วับๆ​ ไม่บ่อยนัก​กับฟากฟ้าจากมุมนี้ ​ที่ดาว​ที่รักของฉัน ​จะยิ้มทักกัน​ได้เต็ม​ที่

แหงนหน้ามอง​ได้ครู่เดียว ​ความวิงเวียนก็มาเยือน หัวโคลงช้าๆ​ จน​ต้องหลับตา ตั้งสติ ขยับแขนพาดยึดพนักเก้าอี้ยาว อีกมือคว้าขวดเซี่ยงชุนมาซุกไว้​ระหว่างซอกขา ​ใช้ต้นขาด้านในช่วยหนีบยึดขวดเหล้านี้ไว้อีกชั้นหนึ่ง​

ปล่อยให้ลมโกรกเนื้อหนังอยู่​อึดใจ ก่อนค่อยลืมตา

นั่นแน่ะ ยอดปราสาท​พระราชวัง สวยงาม​และเงียบเหงา วังเวง​และว้าเหว่

​ความสง่าตระการตาช่างน่าจับ​ต้อง

จนผู้ชายตอแหลคนหนึ่ง​ เคย​ใช้มือบังฐาน ประมาณว่ามี​ทั้งราชวังวางบนมือมามอบให้

ครั้งนั้น​ฉันสะบัดลุกพรวดขึ้น​ เดินห่างออกมาพอพ้นระยะเท้าตามถีบ แล้ว​หัน​ไปชี้หน้าด่าลั่น

"ไอ้พวกไม่รู้จัก​ที่ต่ำ​ที่สูง เมีย​เป็นมะเร็งปากมดลูกหรือไง ถึงมาเล่นพิเรนทร์แถวนี้"



คืนนี้ปราสาทยังโอฬาร

ใกล้ตา​และเดิน​ไปแตะ​ต้อง​ได้

​แต่ป่วยการ ​เพราะทหารล้อมวังรุ่นนี้ มันพากันรังเกียจฉันเสียแล้ว​ ไม่เหมือนรุ่นก่อนๆ​ วันไหนฉันไม่เฉียดกายเข้า​ไป มันก็ ‘พากัน’ มาตามหาถึงตรงนี้

ฉันยกขวดเซี่ยงชุนขึ้น​จิบ ​ที่จริงเตรียมแก้วเป๊กมาด้วย ​แต่กลัว​จะ​เป็นการดัดจริตเกิน​ไป หรือไม่ก็ถูกหาว่าสติไม่เต็มเต็ง

แถวนี้คนดีๆ​ ถูกมองว่า​เป็นคนบ้ามีออกถม

ฉันปล่อยอารมณ์ให้ผ่าน​ไป ทอดสายตาเข้า​ไปในลานกว้าง ไฟสนามจากเสาสูง สาดแสงลงมาเพียงบางดวง พอแค่ให้เห็นเงาตะคุ่ม คล้ายกองอุจจาระเรี่ยราดน่ารังเกียจ

ไม่​ได้สิ...​

ฉันก็เคยเช่าเสื่อนอนกลางสนามนี่ออกบ่อย

มันโปร่งโล่ง มีดาว​ทั้งฟ้าโอบล้อม มีลมรำเพยแตะผิว

หากไม่นับกลิ่นสาบคน​ที่โชยมาตามลม

สวรรค์บนดินก็อยู่​ตรงนี้

‘สนามหลวง’



ฉัน​ใช้ซอกขาหนีบขวดเหล้าไว้อีกครั้ง

ลองทำท่าบริหารนม ​คือยกศอกขนาน​กับพื้น ประสานฝ่ามือไว้ใต้ลูกคาง ดันส้นมือหากันหนักๆ​ ช้าๆ​ ให้เนื้อนมเคลื่อนขึ้น​ๆ​ ลงๆ​ ​เป็นจังหวะ

มันเจ็บแปลบ ร้าวยอกขึ้น​มาถึงไหปลาร้า สันหลังเสียว​ไปถึงปลายก้นกบ ​ความขัดยอกยังไม่จาง ยังดี​ที่เหลือแรงตรงซอกขา พอให้หนีบขวดไว้​ได้

เซี่ยงชุนถูกกรอกลงคออีกอึกใหญ่ แล้ว​ตามลง​ไปอีกสาม...​สี่อึก

มันสะหัวใจเหลือเกิน

มันซ่านเข้า​ไปถึงเนื้อกระดูก

เนื้อหนังเหมือนถูกกรีดแทงด้วยของร้อน

ลมตีขึ้น​จนเรอ แสบร้อนในลำคอ กลิ่นเหม็นเปรี้ยวคลุ้งอวลขึ้น​โพรงจมูก

ฉันก้มหน้าซ่อนไว้ในเงา ซ่อนหน้าหมาขย้อนอ้วกเสียจากผู้คน

จิ้มชิ้นมะม่วงเปรี้ยว คลุกกะปิพริกน้ำปลา ยัดใส่ปาก เคี้ยวๆ​ แล้ว​กลืน

ไล่อาการขมในคอ​ได้ชะงัด



เสียงหัวเราะหึๆ​ แว่วผ่าน

ฉันรีบปรับท่าให้ผึ่งผาย ปรายตามองไต่​ไปตามพื้น จนถึง​ที่หมาย

รองเท้าหนังแก้วสีดำ ขัดมันจนล้อแสงไฟหน้ารถ​ได้วิบวับ คล้ายประดับดาวไว้บนเกือก

กางเกงกากีขากระบอก ตึงตรง​ส่วนน่อง เข่า ​และต้นขา กางเกงอย่างนี้ไม่มีจีบหรือซิปหน้า

เนินนูน​ที่ดุนดันเนื้อผ้าตรงเป้าออกมานั้น​ จึง​เป็นของจริงล้วนๆ​



คุณ​พระช่วย!


หรือ​จะ​เป็น​เขาคน​เมื่อคืน คน​ที่มอบรสขื่นของน้ำคาว คน​ที่ฝังรอยแดงช้ำ​เป็นจ้ำไว้บนเนื้อตัว คน​ที่ทำให้ฉัน​ต้องมานั่งดวดเซี่ยงชุน แกล้มมะม่วงคลุกกะปิในคืนนี้

"พี่พริ้งใช่ไหมครับ​"

"คะ​...​ค่ะ​"

​พร้อมคำรับ ฉันรู้สึก​ได้ ระไอสาวเอ่อซึมออกมาทันที

ทำไมหนอ แค่ชุดจากพวกท่าราชฯ จึงทำให้ร้อนร่าน​ได้ถึงเพียงนี้

"ขอนั่งด้วยคน​ได้ไหมครับ​"

"ค่ะ​...​เชอ...​เชิญ"

ฉันขยับ​ที่ให้ เลื่อนถุงมะม่วงมาไว้อีกข้าง ​เอาขวดเหล้าซุกไว้​ระหว่างขา

ตลอดเวลา ฉันยังก้มหน้า ด้วยถูกบุกรุกประชิดตัว จนไม่มีเวลาดูแล กลบเกลี่ยร่อง-รอยบนใบหน้า

​ที่ทำ​ได้​คือก้มสำรวจร่องอก ยิ้มให้​กับเสื้อใน​ที่ตัวเล็กกว่าขนาด มันทำให้อกอิ่มกว่าปกติ

รอยขบถูกตบแป้ง ปิดไว้​ได้ครบ ​แต่ปลายถันแข็งชัน เจ็บจี๊ดซาบซ่าน คล้ายคนขบยังไม่ละริมฝีปาก​ไปไหน

"พี่ประมวลแนะนำผมมา"

ฉันเงยหน้าขึ้น​ทันที

พี่ประมวลของ​เขา ​คือรุ่นน้องฉันเกือบยี่สิบปี ชายหนุ่มคนนี้อายุน้อยกว่าประมวลคน​เมื่อคืน

สูงกว่า หล่อกว่า ล่ำสันกว่า

เสื้อยืดคอกลมสีขาว ขลิบแขน​และคอด้วยสีกรมท่า ตัวเล็กกว่าคนสวม

ต้นแขนกำยำด้วยมัดกล้าม แผงอกหนา กระทั่งลอนหน้าท้อง ล้วนขึงเสื้อยืดตัวเล็กให้ตึง​ไปทุก​ส่วน

​เขาวางก้นไว้หมิ่นชายเก้าอี้ เอนหลังพิงพนัก วางมือไว้ข้างลำตัว นั่งแยกขาตามสบาย

ในท่านั่งอย่างนี้ เป้ากางเกงจึงยิ่งนูนเด่น เห็นรายละเอียดกระทั่งองศาการทอดลำ

ฉันลอบกลืนน้ำลาย เสยกเซี่ยงชุนกรอกลงคออีกสามอึกรวด ขืนใจไว้ไม่ให้เรอ ลมตีออกทางหูจนอื้อ

"...​ผมชอบอย่างพี่"

คำแรก​เขาว่าอะไร​ฉัน​ได้ยินไม่ถนัด

"พี่ชอบ...​อย่าง...​ของผมนี่บ้างไหม"

​พร้อมพูด ​เขา​ใช้สองนิ้วประกบรูดตามรอยลำ มันเริ่มจากขอบกางเกงด้านซ้าย ไล่ขยายมาถึงศูนย์กลาง ฉันสังเกตเห็นปุ่มปมเล็กๆ​ หลายเม็ด

เหมือน​จะอ่านสายตาฉันออก ​เขากระซิบ ขยิบตาบอกเบาๆ​

"เก้าเม็ด"

ฉันขนลุกซู่ เผลอลูบต้นแขนด้วยใจหวาดหวั่น ของประมวลย่อมกว่า มีมุกแค่ห้าเม็ด ยังทำให้ฉันตกประหม่า มือไม้ปากคอสั่น ​เมื่อคืนการกระแทกกระทั้นเสยแซะ​แต่ละครั้ง มันฝังแรงเสียดสีประหลาด เจ็บซ่านจนลืม​ความเจ็บปวดอื่นใด ​ที่​ทั้งโหมขบกัด ตบฟาด ​พร้อมกระหน่ำบด...​ควง...​ขยี้

"ลีลาผมสู้พี่ประมวล​ได้สบาย...​"

นั่นประไร ​เขา​ต้องบอกให้กันรู้ เล่าสู่กันฟังว่าฉันรับ​ได้แค่ไหน

"...​พี่ประมวลว่าห้าร้อย​ได้ครบ​ทั้งประตูหน้าประตูหลัง"

ดู​เขาไม่กระดากสักนิด​กับสิ่ง​ที่พูด ฉัน​ได้​แต่พยักรับ ส่งสายตาสำรวจใบหน้าให้ชัด

คนวิตถารหน้าตาอย่างนี้น่ะหรือ

ผมเกรียนติดหนังหัว ตัดตรง​เป็นทรงลานบินบนกระหม่อม คิ้วเข้มแหว่ง​ไปนิดหนึ่ง​​เพราะแผล​เป็น ตาคมขนตายาว จมูกใหญ่โด่ง​เป็นสัน แก้ม​และกรามขึ้น​รูปชัด ทำให้รู้สึกเหี้ยมขึ้น​เล็กน้อย ​แต่ปากบางเล็กสีสดช่วยผ่อนคลาย​ไป​ได้ เค้าโครงหน้าดูรู้ว่า​เป็นพวกลูกน้ำเค็มจากทางใต้

คนวิตถารหน้าตาดีขนาดนี้เชียวหรือ

ผู้ชาย​ที่ฉันใฝ่ฝันมา​ทั้งชีวิตชัดๆ​

​ทั้งรูปร่าง หน้าตา ​และขนาดตรงหน้าตัก

"พี่รังเกียจผมหรือ"

"มะ...​ไม่ ไม่ค่ะ​คุณ ทำไมคิดอย่างนั้น​"

"เห็นพี่เหมือนไม่อยากพูด​กับผม"

"อยาก...​อยาก อยากค่ะ​"

ฉันพูดอะไร​ออก​ไปกันนี่ ​แต่​เมื่อพูดออก​ไปแล้ว​มีหรือ​จะเรียกคืนมา​ได้ ฉันยกเซี่ยงชุนขึ้น​กระดกอีกครั้ง มันพร่อง​ไปเกือบถึงก้นขวด คิดว่าน่า​จะกลืน​ที่เหลือลงคอ​ได้ในรวดเดียว

​เขารั้งขวดเหล้าออกจากปาก ด้วยมือใหญ่สากหนา​ที่ประกบกุมมือฉัน น้ำเหล้าหลุดจากปาก หยดลงในร่องอกนิดหนึ่ง​ ​เขายิ้ม...​

"พวกผมสามคน ​แต่รวมเงินกัน​ได้แค่พันสอง พี่ตกลงไหม"

"สามคน!"

"ครับ​ มีทุกอย่างเท่า​กับผม ​และ...​พวกเราอยากเล่น​กับพี่"

"​แต่ว่าสามคนมัน...​เอ่อ"

"มีแค่พันสองจริงๆ​ ครับ​ ​และอยากเล่น​กับพี่จริงๆ​"

หนุ่มน้อยวางมือบนหน้าตักตัวเองอีกครั้ง ทาบกำมือเน้น​ส่วนนั้น​ชัดๆ​ จึงเห็นว่านี่​เป็นขนาด​ที่ยังไม่สู้มือ ​เขาละมือนั้น​มา​ที่ขวดเซี่ยงชุน​ที่​ระหว่างขาของฉัน ​เขากระชับมือ​กับคอขวด​เป็นเชิงให้เห็นขนาดจริง ​พร้อมกันก็ออกแรงดันขวดเบาๆ​ หยอกล้อ​กับน้องน้อย ​ที่​เขาไม่รู้หรอกว่าตอนนี้มันชื่นฉ่ำขนาดไหน

ฉันแหงนหน้าหนี จงใจแยกขารับ​ความเย็นเยียบของผิวขวด ​แต่​เขาหยุดไว้แค่นั้น​ คงมองตามสายตาฉัน ​เขาเอ่ยขึ้น​เบาๆ​

"คืนนี้ไม่มี​พระจันทร์"

"ค่ะ​"

"​แต่มีพี่พริ้ง"

"คะ​...​?"

"หากมี​พระจันทร์ ผมก็​จะเด็ดลงมาให้พี่"

"มุกนี้น่ารัก พี่ชอบ เอื้อมมือ​ไปบังจันทร์ กำไว้แล้ว​ตู่ว่าดวงจันทร์อยู่​ในกำมือ"

"ผิดหรือครับ​​ที่เรา​จะฝัน"

"ไม่ค่ะ​...​พี่บอกแล้ว​ว่าพี่ชอบ ​แต่...​สามคน​จะฝันเหมือนกัน​ไป​ได้อย่างไรคะ​"

ฉันบ่ายหัวข้อสนทนา​ไปสู่จุดเริ่มต้นการต่อรอง ชั้นเชิงเรื่อง​นี้ฉันไม่​เป็นรอง​ใคร ไม่เคยหยาบจนกระด้าง หรืออ่อนจนปวกเปียก มากคนกว่านี้ ดิบเถื่อนกว่านี้ ใช่ว่าไม่เคยเจอ

มันอยู่​​ที่ขั้นตอนนี้ต่างหาก

การเจรจา

ว่า​จะจับหัวใจฉันไว้​ได้หรือไม่

การกระทำ​ทั้งหมด ตั้งแต่เสียงหัวเราะในลำคอ​เพื่อดึงดูด​ความสนใจ จนถึงตอนขยับขวดให้ชิดเนื้อ ​เขาทำ​ได้ดี ผ่านการพิจารณา​ได้หมด

ยกเว้น

อีกสองคนไหน

"ไหนล่ะคะ​ ​ที่ว่า...​​เพื่อนอีกสองคน"

"โน่นครับ​ นั่งกินเหล้ารออยู่​กลางสนาม ​แต่​เป็นเหล้าขาว-น้ำแดง พี่เพ็ญคงไม่รังเกียจ"

ฉันกวาดสายตาตามนิ้ว​ที่ชี้​ไป สองหนุ่ม​ที่นั่งอยู่​ไม่ไกลโบกมือให้ จากระยะนี้ยังเห็นชัด เหมือน​กับหนุ่มน้อยในฝันคน​ที่นั่งใกล้นี่จริงๆ​

ฉันอมยิ้ม

ไม่ผิดหรอก​ที่​จะฝัน

"พี่ชอบเหล้าสี เซี่ยงชุนนี่หอมนะ"

ฉันยื่นขวดให้​เขายกขึ้น​ดื่มจากปาก แค่สองอึกก็หมดขวด ท่าทางขื่นๆ​ ทำให้ฉันนึกขัน

"หอมดี...​เหมือนกันครับ​"

"มันหมดแล้ว​น่ะสิ พี่กิน​ได้​แต่เซี่ยงชุน"

"พวกผมเอ่อ...​ไม่เหลือ...​"

"ไม่​เป็นไร ​เอาเงินในพันสองนั่นแหละ​ซื้อ ให้พี่ขวดเดียวก็พอ แล้ว​น้องอยาก​ได้อะไร​อีกก็ซื้อมา"

"แสดงว่าพี่...​"

​เขายิ้มเต็มหน้า คงสมใจเต็ม​ที่ ฉัน​ได้​แต่พยักหน้ารับนิดหนึ่ง​

"รีบ​ไปซื้อเถอะ พี่​จะ​ไปนั่งรออยู่​​กับพวก​เพื่อนๆ​ คุณ"

ฉันยืนส่ง จน​เขาเดินพ้น​ไป ค่อยหันกลับมาทางสองหนุ่ม​ที่นั่งรอ ก้าวเท้าตรง​ไปหาอย่างมั่นคง​ที่สุดเท่า​ที่​จะทำ​ได้

นึกภาวนาในใจ

ขออย่าให้​ใคร เล่นมุกควายเชิญปราสาทไว้บนฝ่ามือ ในคืนนี้เลย​


***************

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1876 Article's Rate 3 votes
ชื่อเรื่อง สนามหลวง เซี่ยงชุน และชายในฝัน
ผู้แต่ง SONG-982
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๑ กันยายน ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๗๖๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๐
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-9242 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 21 ก.ย. 2549, 07.02 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น