นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๑๕ สิงหาคม ๒๕๔๙
สวนเรือนกระจก
pilgrim
...รางรถไฟ​​ที่ทอดยาว​​ไปเบื้องหน้า ตัดผ่านโรงงานเล็กๆ​​ ​​และทุ่งนาป่า​​เขา สองข้างทางเขียวขจี สดสวย​​ไปด้วยดอกไม้ป่า ​​ที่ขึ้น​​สลับสล้างอยู่​​ริมทาง...
รางรถไฟ​ที่ทอดยาว​ไปเบื้องหน้า ตัดผ่านโรงงานเล็กๆ​ ​และทุ่งนาป่า​เขา
สองข้างทางเขียวขจี สดสวย​ไปด้วยดอกไม้ป่า ​ที่ขึ้น​สลับสล้างอยู่​ริมทาง โบกไหว​ไป​กับสายลม​ที่ล้อโยนแกว่งไกว
ฉันเหม่อมองออกนอกหน้าต่าง ด้วย​ความตื่นเต้น
วันนี้สินะ ​คือวัน​ที่ฉัน​กำลัง​จะเดินทาง​ไปหาเธอ ด้วย​ความคิดถึง

ฉัน​กำลังอยู่​บนขบวนรถไฟแห่ง​ความคิดถึง รถไฟ​ที่แล่น​ไปตามรางพาหัวใจฉันโลดแล่นด้วย​ความตื่นเต้น​ที่​จะ​ได้พบเธออีกครั้ง

ท้องฟ้าสีเทาเข้มแผ่ผืนคลุม​โดยรอบ อีกไม่นานหรอกนะ ฝนคง​จะตก...​​แต่ฉันไม่กลัว ​เพราะฉันรักสายฝน​ที่นี่จับใจ

นั่นไง เธอเดินเข้าสถานีมาแล้ว​ ส่งยิ้มเผล่มา​แต่ไกล ฉันรู้ว่า​เป็นเธอ ​เพราะจดจำแววตาขี้เล่นช่างยั่วเย้าคู่นั้น​​ได้
ดวงตาคู่สีฟ้าอมเทาของเธอมัก​จะส่งรอยยิ้มแบบมีเลศนัย ราว​กับเด็กซุกซน ​และ​เมื่อเธอเปล่งคำพูดหยอกเย้า​ใคร มันก็​จะให้​ความรู้สึกแสบๆ​คันๆ​ จน​เพื่อนๆ​บางคนขยาดกลัวเธอ ​และกล่าวหาว่าเธอ​เป็น "นักเสียดสี" ตัวร้าย
​แต่ทำไมฉันถึง​ได้รู้สึกสนุก​ไป​กับอารมณ์ขันเจ็บๆ​ของเธอก็ไม่รู้ หรือว่าฉันก็​เป็น "นักเสียดสี" ไม่แพ้เธอเหมือนกัน
วันนี้เธอใส่แว่นสายตากระจกใส ไม่ใช่คอนแทคเลนส์เหมือนเคย ฉันดูเธอทรงภูมิราว​กับศาสตราจารย์ผู้ชาญฉลาด


เราเดินฝ่าสายฝน​ที่โรยกระหน่ำลงมาค่อนข้าง​จะแรงมุ่ง​ไปยังสวนฤดูหนาว หรือ​ที่เธอบอกฉันว่า ชื่อของมัน​คือ Winter garden

คลิกดูภาพขยาย



ฉันเคยมา​ที่สวนแห่งนี้ ครั้งหนึ่ง​​เมื่อนานมาแล้ว​ ตอน​ที่แวะมาต่อรถไฟ ณ เมืองเชฟฟิลด์ เมืองอันมีตำนานแห่งอุตสาหกรรมเหล็กกล้าอันยาวนานแห่งนี้ ​แต่วันนี้ ตำนานนั้น​​ได้ปิดฉากลง คง​เป็น​เพราะทรัพยากร​ที่ร่อยหรอ สิ้นสูญ​ไป

ขณะ​ที่เรานั่งดื่มชาร้อนๆ​บนระเบียงชั้นสามของร้านน้ำชาภายในมหาวิทยาลัย พลันสายฝนก็โปรยลงมา ​พร้อม​กับท้องฟ้า​ที่หม่นมัว
เราเพิ่งกินพาสต้ากันมาคนละจานใหญ่ๆ​ จากร้านอาหารหรูในเมือง​ที่เธอพาฉัน​ไปเลี้ยง ดังนั้น​ ​ทั้งเธอ​และฉันจึงนั่งกันอย่างเกียจคร้านอยู่​ในร้านน้ำชาแห่งนี้ หลังจากเธอพาฉันเดินชมเมืองเชฟฟิลด์​และมหาวิทยาลัย​ที่เธอ​ไป​เป็นอาจารย์สอนอยู่​​ที่นั่น

ฉันรู้สึกชื่นชม​กับอนาคตอันสวยงามของเธอ ​และดีใจ​ที่ไถ่ถามเธอแล้ว​ เธอบอกว่า มี​ความสุข​กับงาน​ที่ทำ
​ใครก็ตาม​ที่มี​ความสุข​กับสิ่ง​ที่​กำลังทำอยู่​ ฉันว่าช่างโชคดีเสียนี่กระไร

​เมื่อสายฝนเริ่มซาเม็ดลง เราพากันเดินลัดเลาะกลับมาตามทางเดิม ​เพื่อ​ไปยังสวนฤดูหนาว ​แต่ขณะเดิน สายฝนก็พลันโปรยปรายลงมาหนักอีก ฉันเลย​หยิบร่ม​ที่ติดตัวมาออกมากางให้เธอ ก่อนหยิบร่มออกมา เธอยังถามฉันแบบติดตลกว่า
"ร่มคุณสีอะไร​ แดงหรือว่าชมพู" เธอคงคิดว่าฉันน่ะ ผู้ยิ้ง...​ผู้หญิง
ฉันรู้ว่า หนุ่มอังกฤษเลือดรักชาติอย่างเธอ ไม่มีวันยอม​ใช้ร่มสีแดงหรือสีชมพูเด็ดขาด เธอคง​จะยอมเปียกปอนเหน็บหนาว​เพื่อรักษา​ความรู้สึกหยิ่งทะนงแบบผู้ชาย​เอาไว้อย่างสุดฤทธิ์
​โดยเฉพาะ​กับคนอังกฤษขนานแท้ด้วยแล้ว​ ภาพ​ที่ฉัน​ได้พบ​คือ ร่มสีดำ​และเสื้อผ้าสีเข้มทึม​จะ​เป็นสิ่ง​ที่อยู่​คู่วัฒนธรรมของพวก​เขา
​และฉันก็ดีใจ​ที่ร่มของฉัน ​แม้มัน​จะไม่ใช่สีดำ ​แต่มันก็​เป็นสีกากี นั่นค่อยเหมาะ​กับ​ความ​เป็นผู้ชายของเธอหน่อย​

เราเดินเคียงคู่กันมาในร่ม ท่ามกลางสายฝนพรำ จนใน​ที่สุด ก็มาถึงสวนฤดูหนาวกลางเมือง


คลิกดูภาพขยาย



สวนแห่งนี้​เป็นเรือนกระจกปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม​กับพืชเมืองร้อนหลายหลากพรรณ ​เป็นสวน​ที่​ได้รับรางวัลด้าน​ความงาม​และการสร้างสรรค์ ​และ​เป็น​ความภาคภูมิใจของชาวเมืองเชฟฟิลด์

ในสวนเรือนกระจก​เป็นพื้น​ที่สีเขียว ​ที่มีดอกไม้เบ่งบาน ใบไม้ผลิใบเขียว​แม้ในฤดูหนาว ​เป็นสวน​ที่ต้นไม้ พรรณไม้เติบโต เบิกบานสวยงามข้ามกาลเวลาอย่างยั่งยืน มิ​ต้องพักคำนึงถึงร้อน ฝน หนาว

คลิกดูภาพขยาย


ไมเคิล พาลิน นักเขียนชาวเมืองเชฟฟิลด์กล่าวไว้ว่า
"สวนฤดูหนาว ​เป็นสวน​ที่สวยงามอย่างเหลือ​จะกล่าว มีสัด​ส่วนในการสร้าง​ที่ทรงพลังมาก ผมชอบไม้​ที่นำมา​แต่งสร้างในสวนนี้ ​เพราะไม่ว่าคุณ​จะ​ไป​ที่ไหน คุณก็​จะ​ได้เห็น​แต่ผนังคอนกรีตทุกหนทุกแห่ง ดังนั้น​ การ​ได้มองเห็นโครงสร้าง​ที่​เป็นไม้ จึงทำให้เรารู้สึกถึง​ความ​เป็นธรรมชาติ ไร้สารปรุง​แต่ง ผมชอบ​ที่มันติด​กับ Millennium Galleries ด้วย ​ซึ่ง​เป็นอาคารอีกแห่งหนึ่ง​​ที่สวยงามเช่นกัน"

คลิกดูภาพขยาย


ฉัน​และเธอก้าวเข้าสู่สวนฤดูหนาว เธอหุบร่ม​และสลัดน้ำฝนให้หยดลงบนพื้น ฉันรับร่มมาถือไว้ แล้ว​เราก็เดินเข้า​ไปชมนิทรรศการใน Millennium Galleries ​ซึ่ง​กำลังจัดแสดงงานประดิษฐ์คิดค้นด้านการออกแบบทางศิลปกรรมต่างๆ​ในยุโรป ฉันเห็นป้ายห้ามถ่ายรูป จึงระงับใจไม่หยิบกล้องออกมา
ยังจำ​ได้​เมื่อฉันหยุดถ่ายรูปตามถนนหนทาง เธอก็หยุดยืนรอแล้ว​เอ่ยล้อๆ​ว่า
"คุณนี่ ทำเหมือนนักท่องเ​ที่ยวเลย​" ฉันกลัวเธอ​จะรำคาญเลย​บอกว่า "คุณก็เดิน​ไปก่อนซี เดี๋ยวฉันวิ่งตามเองก็​ได้" ​แต่ฉันรู้ว่า เธอ​จะไม่ปล่อยให้ฉันวิ่งตามแน่นอน

"คุณรู้ไหม สวนนี้​เป็นเรือนกระจกกลางใจเมือง​ที่ขึ้น​ชื่อว่าใหญ่​ที่สุดในยุโรปเชียวนะ"
ฉันพยักหน้าอย่างทึ่งๆ​ ตามประวัติของสวนนี้ มีการริเริ่มโครงการในปี 1996 จากนั้น​ ก็ค่อยๆ​ปลูกสร้าง​และสะสมพืชพรรณไม้ มีการจัดภูมิทัศน์ของสวนอย่างงดงาม เปิดให้ชาวเมือง​และผู้มาเยือนเข้าชม​ได้ ​โดยไม่คิดเงิน ตั้งแต่เวลาแปดโมงเช้า​ถึงหกโมงเย็น
ฉันอ่านประวัติของสวน พบว่า สถาปนิกผู้ออกแบบ ​คือกลุ่ม Pringle Richards Sharratt Architects ​ความกว้างยาวของสวนมีขนาด 70 เมตร คูณ 22 เมตร ​ความสูงของหลังคาโค้ง 21 เมตร

คลิกดูภาพขยาย



อุณหภูมิ​ที่ปรับไว้ภายในสวน ​สามารถป้องกันพืชพรรณไม้​ได้​ที่ระดับ​ความหนาวเย็นถึง 4 องศาเซลเซียส

โครงสร้างไม้​ที่​ใช้ ​เป็นพืชไม้ในตระกูลต้นลาร์ช ​ซึ่ง​เป็นไม้เมืองหนาว​ที่ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ​เมื่อนำมาปลูกสร้าง ไม่จำ​เป็น​ต้อง​ใช้สารเคมีเคลือบหรืออาบ ​ซึ่งอาจ​เป็นอันตรายต่อพืชพรรณไม้ในเรือนกระจก​ได้

เธอ​กับฉัน คุยกันถึงเรื่อง​ราว​ที่ผ่านมา​และผู้คน​ที่เราต่าง​ได้พบพาน ฉันบ่นให้เธอฟังถึง​ใครบางคน​ที่ไร้น้ำใจ​และเย็นชา ไม่เคยสนใจไยดี​กับ​ความยากลำบากของคนอื่นๆ​ ไม่อยาก​จะช่วยเหลือ​ใคร ​แม้​จะอยู่​ในภาวะ​ที่ช่วย​ได้
เธอให้คำปลอบโยนฉันอย่างน่าประทับใจว่า
"อย่าคิดอะไร​มากเลย​ บางทีคนพวกนั้น​ ​เขาหมดไฟ​ไปนานแล้ว​ ​เขาอาจ​จะอยู่​บนโลกนี้มานาน จนรู้สึกว่า​ อะไร​ๆ​ก็ไม่มี​ความหมาย​กับ​เขา นอก​ไปจากตัว​เขาเอง"
ฉันอึ้ง​ไป ​เพราะเห็นจริงอย่าง​ที่เธอว่า มันเหมือนเธออยาก​จะสื่อว่า
"บางที​เขาก็อาจมีปัญหาอะไร​อยู่​ในใจ​เขาเอง ​ที่เราไม่อาจเข้า​ไปรู้​ได้นะ"

คำพูดของเธอเหมือน​เป็นคำประนีประนอมกลายๆ​ ​ที่ฟังแล้ว​ทำให้ฉันรู้สึกสบายใจขึ้น​ โลกนี้มันไม่​ได้มี​แต่สีดำหรือสีขาวนะ...​ฉันคิด บางอย่างมันไม่ใช่สีดำ ​แต่มันก็ไม่​ได้​เป็นสีขาว มันไม่มีอะไร​​ที่ควร​จะสุดขั้ว​ไปแบบนั้น​
เหมือนท้องฟ้าอุ้มเมฆฝนขณะนี้ ​ที่มัน​เป็นสีเทามัวมน
เธอทำให้ฉันรู้สึก​ได้ ถึง​ความเห็นอกเห็นใจ​ที่เรา​จะพึงมีต่อผู้อื่น ​แม้​จะหยิบยื่น แบ่งปันอะไร​กันไม่​ได้ ​แต่อย่างน้อย​ความเข้าใจ​ที่มีให้ต่อกัน ก็ทำให้โลกดู​จะสดใสขึ้น​
เราเองก็ไม่ควร​จะ​เป็นฝ่ายรอ​ที่​จะรับจากคนอื่น​แต่เพียงฝ่ายเดียว
​แม้ว่าเรา​จะไม่​ได้รับ​ความเห็นใจจากคนอื่น ​แต่​ถ้าเราเข้าใจ​และคิดอะไร​​ที่​เป็น​ไปในเชิงบวก นั่นก็​จะ​เป็นการสร้าง​ความสงบสุขในใจของเราเอง

ภายในสวนมีผู้คนไม่มากนัก คาดว่า​เป็นวันทำงาน​และฝนตก บรรยากาศจึงชวนเงียบเหงา
สวนแห่งนี้มีพืชพรรณไม้หลากหลายถึง150 สปีชีส์ รวม​เป็นต้นไม้ราวๆ​ 2,000 ต้นมาจากทั่วทุกมุมโลก เช่น พืชปาล์มเมืองร้อน พืชน้ำ พืชทะเลทราย ​และ ดอกไม้สีสันสดใส

คลิกดูภาพขยาย



​เมื่อเดินดูนิทรรศการเสร็จ เธอก็เอ่ยล่ำลา บอกว่าเธอคง​ต้องกลับ​ไปทำงานต่อแล้ว​
ภายนอกสวน ฝนยังตกพรำๆ​ เธอคง​จะเปียกปอน​เมื่อเดินกลับ​ไป​ที่ทำงาน
ฉันรู้สึกเศร้าอยู่​ในใจ นี่ละหรือ ​คือเวลาแห่งการจากพราก
"กว่ารถไฟขบวน​ที่ฉัน​จะขึ้น​กลับบ้าน​จะออกก็อีกราวๆ​ชั่วโมงครึ่ง เดี๋ยวฉัน​จะเดินเตร็ดเตร่แถวนี้ก่อนแล้ว​กันนะ"
"ผมขอโทษ​ที่อยู่​​กับคุณไม่​ได้ ​แต่ผม​ต้องกลับ​ไปทำงาน นอกจากสวนนี้แล้ว​ คุณ​จะเดินข้าม​ไปฝั่งตรงข้ามก็​ได้นะ มีห้องสมุด แล้ว​ขึ้น​บันได​ไปชั้นสาม​จะ​เป็นแกลเลอรี่แสดงภาพเขียน คุณเดินกลับ​ไปสถานีรถไฟถูกใช่ไหม"
"​ถ้าถึงตรงนี้แล้ว​​ไปถูก มันไม่ไกลเท่าไหร่แล้ว​นี่"
"ไม่ไกลแล้ว​ละ ​เอาละ ผมขอให้คุณโชคดี ​และประสบผลสำเร็จทุกอย่าง​ที่คุณปรารถนา อย่า​ได้กลัว​กับอะไร​​ที่​จะเกิดขึ้น​ คนอื่น​เขาเผชิญ​กับมัน แล้ว​ผ่านมา​ได้ คุณก็​จะผ่านมัน​ไป​ได้เหมือนกัน บางทีมันอาจ​จะดีกว่า​ที่คุณคิด คุณคาดหวังไว้ก็​ได้ ไม่​ต้องกลัวนะ แล้ว​มีอะไร​ก็บอกให้ผมรู้บ้าง"

นี่​คือ คำพูดปลอบโยน​ที่แสดงถึงมิตรภาพ​ที่ซาบซึ้งใจ จากบุคคล​ที่ฉันเชื่อว่า ​เขา​จะปรารถนาดี​กับฉันเสมอ ฉันเดินจาก​เขามา ​เพราะเกรงว่ามิอาจ​จะกลั้นน้ำตา​เอาไว้​ได้

ฉันเดินข้ามฝั่ง​ไปดูภาพเขียนในแกลเลอรี่ของห้องสมุดประชาชนประจำเมือง เหลือบมอง​ไปบนถนนหนทาง​ที่มีผู้คนเดินมาไม่ขาดสาย ​แต่ไม่มี​แม้​แต่เงาเธอแล้ว​
คำปลอบโยน​และ​ความดีของเธอ ทำให้ฉันอ่อนแอ

ภายในหอศิลป์ แสงไฟ​ที่สลัวอึมครึม สร้างบรรยากาศ​ที่ดีให้​กับฉัน ​กับน้ำตา​ที่ไหลพรั่งพราย​เพราะรำลึกถึง​ความดีของคนดีๆ​อย่างเธอ ​และสิ่งดีๆ​​ที่ฉัน​ได้พบในชีวิตนี้
ฉันเดินดูภาพวาดของศิลปินเลื่องชื่อเหล่านั้น​ ท่ามกลางม่านน้ำตาของตัวเอง
​เมื่อหอศิลป์​ได้เวลาปิด ฉันเดินกลับมา​ที่สวนฤดูหนาวอีกครั้ง ​เพื่อมาดูสถาน​ที่​ที่เราต่างเอ่ยคำล่ำลาต่อกัน
ต้นไม้เขียวๆ​​และดอกไม้สีสันสดใส ทำให้จิตใจของฉันเบิกบานขึ้น​มาอีกครั้ง

ภายในสวนเรือนกระจกตกแต่งไว้งดงามด้วยฝีมือของนักจัดสวนชั้นยอดของอังกฤษ บางช่วงมีเก้าอี้ม้านั่งเรียงรายให้ผู้มาเยือน​ได้นั่งพักผ่อนทอดสายตาอยู่​ท่ามกลางหมู่แมกไม้เขียว
บางช่วงทำ​เป็นลำธารไหลเลาะ มีแอ่งน้ำตกเล็กๆ​
ฉันเห็นในแอ่งน้ำตกแห่งนั้น​ มีเงินเหรียญจมอยู่​มากมาย​ คง​เป็นนักเดินทาง​ที่โยนไว้​เป็น​ที่ระลึก ฉันรู้สึกว่า​ผู้คนทางซีกโลกแถบนี้ ​จะนิยมโยนเงินเหรียญไว้ในแอ่งน้ำหรือบ่อน้ำทุกแห่ง ​เขาคงมี​ความเชื่อว่า ​เมื่อโยนแล้ว​ ​จะ​ได้กลับมาเยือนอีก

คลิกดูภาพขยาย



หลายครั้ง หลายหนนะ ​ที่คนเรา​ต้องฝ่าฟันวิบากขวากหนามในชีวิตอย่างลำพังโดดเดี่ยว ด้วยตัวของเราเอง เหมือนต้นไม้​ที่หยัดต้นโต​ไปตามฟ้าตามฝนในธรรมชาติ
ชีวิตของคนหลายๆ​คน คงไม่​สามารถ​เป็นพรรณไม้ในเรือนกระจกใดๆ​​ได้ ​เพราะมัน​เป็นการเติบโตในสิ่งแวดล้อม​ที่ต่าง​ที่ ต่างถิ่น ต่างฤดูกาล ​และ​ต้องอาศัยมือของคนอื่นมาช่วยทำนุบำรุง กล่อมเกลี้ยง เลี้ยงดู ประคบประหงม เฝ้าดูแล ไม่ว่า​จะ​เป็นยามหนาวหรือยามร้อน

​ถ้าฉันเลือก​ได้ ฉันคงขอ​เป็นพรรณไม้​ที่เติบต้นกลางสายลม แสงแดด ​และสายฝนตามธรรมชาติ เติบโตอย่างเข้มแข็ง​ไปตามกาลเวลา
อาศัยเพียง หยาดน้ำฟ้า​ที่โปรยปรายมารินรดเพียงบางครั้งบางคราวนั่นก็คงพอแล้ว​
ฉันอยาก​จะมีหัวใจ​ที่เข้มแข็งมากกว่าหัวใจ​ที่อ่อนแอ

​เมื่ออยู่​ในสวนเรือนกระจก ฉันไม่คิด​จะโยนเหรียญลงในแอ่งน้ำ ​เพื่อ​ที่​จะ​ได้กลับมาเจอเธออีก ​เพราะฉันรู้ว่า การจากกันครั้งนี้ ไม่ว่า​จะ​ได้พบหรือไม่​ได้พบกันอีก ​แต่ในใจฉัน​จะยังมีเธออยู่​เสมอ
​ความดี​และ​ความงดงามแห่งจิตใจของเธอ ​จะติดตามฉัน​ไป​ทั้งยามหลับ​และยามตื่น
​และนั่นทำให้จิตใจฉันเข้มแข็ง ราว​กับต้นไม้​ที่รับฝนพรำ​เพื่อ​จะ​ได้เติบโตยิ่งขึ้น​​ไปท่ามกลางทะเลทรายแห่งชีวิตในรอยต่อของกาลเวลา

คลิกดูภาพขยาย

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1795 Article's Rate 11 votes
ชื่อเรื่อง สวนเรือนกระจก
ผู้แต่ง pilgrim
ตีพิมพ์เมื่อ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๓๖๔ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๑๐ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๔๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-8890 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 15 ส.ค. 2549, 04.07 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : แสนรัก [C-8896 ], [133.70.6.184]
เมื่อวันที่ : 15 ส.ค. 2549, 09.31 น.

เศร้าจังเลย​พี่พิล ​แต่คนเรา​ต้องเข้มแข็งเนอะ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : แดง หัวโต [C-8899 ], [203.144.154.207]
เมื่อวันที่ : 15 ส.ค. 2549, 12.35 น.

ตอนอ่านเรื่อง​สวนเรือนกระจกของพี่พิล ผม​ได้ฟังเพลง 'เก็บอยู่​ในหัวใจ' ของศิรศักดิ์​ไปด้วย เข้ากันเหมาะเจาะเลย​
ชอบเรื่อง​ของพี่พิลครับ​ เคยเจอเหมือนกัน เวลาคน​ที่เรารักมาบอกลาเรา ไม่รู้ทำไม​ต้องพูดอะไร​ดีๆ​ซึ้งๆ​ด้วย รู้ไหมว่าฉันเนี่ย ​เอามาคิดถึงนะ...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : add [C-8902 ], [203.188.7.145]
เมื่อวันที่ : 15 ส.ค. 2549, 14.38 น.

จากกันแบบนี้ดีนะ ทำให้เรานึกถึง​ความดีงามของ​เขาตลอด​ไป ประทับใจไง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : พิณพร (บี) [C-8903 ], [58.10.143.5]
เมื่อวันที่ : 15 ส.ค. 2549, 15.04 น.

ขอโทษค่ะ​​ที่เข้ามาเขียน​ความเห็น​ทั้งๆ​ ​ที่​ความจริงอ่านแค่ตอนเริ่ม 5-6 บรรทัด ​และ​ที่เหลืออ่านผ่านๆ​ ไม่​ได้อ่านเนื้อหาอะไร​เลย​ ​แต่ประทับใจในลีลาการเขียนบรรยายค่ะ​ บรรยาย​ได้ดี อ่านแล้ว​เห็นภาพตาม อยากทำ​ได้แบบนี้บ้างค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๖ : สตรอเบอรี่ [C-8936 ], [203.150.132.242]
เมื่อวันที่ : 18 ส.ค. 2549, 21.48 น.

​ที่จริงเรื่อง​สวนเรือนกระจกของพี่พิล ผมอ่าน​เมื่อ 2 วันก่อน​แต่ไม่มีเวลาเข้ามาทักทาย

จบเศร้านะครับ​ ​แต่ก็ประทับใจ ​โดย​ส่วนตัวแล้ว​ผมว่าพี่พิลเขียนสารคดีการท่องเ​ที่ยวน่าอ่าน ทำให้รู้สึกว่า​เรื่อง​สั้นเรื่อง​นี้ดู​จะเอียงๆ​ ​ไปทางสารคดีนิดๆ​ ​แต่ก็สวยครับ​ บรรยาย​ได้งดงามทีเดียว ​เอาดอกไม้​ไป

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๗ : มังกี้ [C-8938 ], [202.57.174.242]
เมื่อวันที่ : 19 ส.ค. 2549, 09.41 น.

น้ำตาซึม​ไปด้วย
​แต่รู้ว่า​แม้พิลฯ​จะเศร้า​แต่ก็สุข..
เก็บ​ความทรงจำนี้ไว้เถอะนะ
เห็นภาพแล้ว​อยาก​ไปด้วย ​ไป​เป็นก-ข-ค

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๘ : Rotjana Geneva [C-9007 ], [212.152.15.179]
เมื่อวันที่ : 28 ส.ค. 2549, 02.16 น.

เรื่อง​สั้นเชิงสารคดีอย่างสตรอเบอร์รี่ว่า ​แต่มี ใส่ไว้เต็มเปี่ยม ​พร้อม​ความงดงามของตัวอักษร

พิลสอดประสานเนื้อหา​ได้เยี่ยมมาก ๆ​ เลย​จ้ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๙ : พันนที [C-9192 ], [124.120.183.189]
เมื่อวันที่ : 16 ก.ย. 2549, 14.44 น.

สวนเรือนกระจก...​

เรื่อง​นี้​ความจริงพันนทีเข้ามาอ่านตั้งแต่ลงใหม่ๆ​ค่ะ​ ​แต่ว่าด้วยเวลา​ที่มีก็เลย​​ได้แค่อ่าน
ชอบตรง​ที่มี​ความรู้มาฝากกันด้วย บรรยาย​ได้เห็นภาพมากค่ะ​ ​แต่พออ่านถึงช่วงท้าย แอบน้ำตาซึม​ไปด้วย ซึมซับ​และรับรู้​ได้ถึง​ความรู้สึกดี​ที่เรามีให้​ใครสักคน การจากไกล บางครั้งก็ทำให้อดใจหายไม่​ได้

คิดถึงพี่พิลนะคะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๑๐ : i_yeah@hotmail.com [C-14192 ], [125.24.17.203]
เมื่อวันที่ : 14 มิ.ย. 2551, 03.12 น.

สวัสดีค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น