นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๙ กรกฏาคม ๒๕๔๙
หลงเงา
อนงค์นาง
...โอ...​​อนิจจา ​​เขาเพียงแค่หลงเงารูปลักษณ์ภายนอกเสมือนมายาในสังคมเท่านั้น​​ ​​แม้​​แต่ดอกเฟื้องฟ้าข้างตึกก็ถึงวันเหี่ยวเฉา...
เธอ​และ​เขาเจอกัน​เมื่อหลายปีก่อนตรงป้ายรถเมล์หน้าบริษัทย่านกลางเมือง คง​เป็น​เพราะ​ความรีบร้อนของเธอ เลย​ไม่ทันมองว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่ง​ยืนหอบเอกสารอยู่​เต็มสองมือ

ใช่แล้ว​...​มัน​เป็นอย่าง​ที่คุณคิด เธอเดิน​ไปชน​เขาเหมือนในนิยายรักทั่ว​ไป จากนั้น​​ทั้งสองจึงรีบก้มลงเก็บของ ปากพร่ำคำขอโทษจนตาสบตา วินาทีนั้น​...​ต่างรู้สึกพึงใจในรูปโฉมของอีกฝ่าย

ใช่แน่แล้ว​...​บุพเพสันนิวาส ​ต่อมา...​สายสัมพันธ์ของ​ทั้งคู่ก็เริ่มต้น​ที่ป้ายรถเมล์เก่าคร่ำคร่าใกล้แยกไฟแดงแห่งนั้น​

วันหนึ่ง​ในยามเ​ที่ยง ไอแดดยังคงร้อนระอุเหมือนดั่งวันวาร เธอเดินลงมาทานข้าวช้ากว่าปกติ​เพราะ​ต้องเร่งงานให้เสร็จก่อนเจ้านาย​จะบ่น มาถึงด้านล่างเห็น​เขายืนลับๆ​ ล่อๆ​ ตรงซุ้มม้านั่งใต้ตึกข้างพุ่มดอกเฟื่องฟ้า ต่างจากทุกครั้ง​ที่ยืนแอบมองเธออยู่​ข้างเหลี่ยมเสา ใน​ที่สุด​เขาก็เข้ามาทักทาย​เมื่อเธอตัดสินใจหัน​ไปมอง

"บังเอิญจังเลย​ครับ​" ​เขาพยายามพูดไม่ให้เสียงสั่น เธอแอบอมยิ้ม รอดูทีท่าว่า​จะมาไม้ไหน

"ทานข้าวด้วยกันไหมครับ​?" ​เขาเอ่ยปากออกมา ​พร้อม​ทั้งลอบระบายลมหายใจยาวเหยียด เธอแอบเห็น คิดในใจว่านายคนนี้​เป็น​เอามาก...​​แต่ดูมีเสน่ห์​ไปอีกแบบ

"มี​เพื่อนทานก็ดีเหมือนกันค่ะ​" เธอว่า​พร้อม​ทั้งยกหาเหตุผล ก่อนออกเดิน​ไป​พร้อมกัน เธอหัน​ไปล้อ​เขาว่า "คราวหน้าคราวหลังไม่เห็น​ต้องยืนแอบหลบอยู่​ข้างเสาเลย​นี่คะ​ อยากคุยก็​เขามาทัก​ได้เลย​ " เธอบอก คราวนี้ส่งยิ้มหวานเผยลักยิ้มเก๋ไก๋ ​เขาขัดเขิน​ที่โดนจับ​ได้ เดิน​ไปสะดุดริมบาท​วิถีหน้าแทบคะ​มำ​กับพื้น

เธอ​และ​เขาหัวเราะภาษาเดียวกันด้วยเสียงอันสดใส เช่นเดียว​กับดอกเฟื้องฟ้าเบื้องหลังชูช่อดอกสีสันสดใสในวัน​ที่แดดแผดจ้า

หลังจากนั้น​ ข้างกายเธอก็มี​เขา​เป็นเสมือนเงาตามตัว ขึ้น​รถเมล์คันเดียวกันถึง​แม้ว่าบ้าน​จะอยู่​คนละทางกันก็ตาม ไม่ว่า​จะกินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง ​ไปเ​ที่ยว หรือไม่สบาย ข้างกายเธอยังมี​เขาเสมอ

วันคืนล่วงผ่านรวดเร็วคล้ายติดปีก เธอ​และ​เขามั่นใจว่านั่น​คือ ‘​ความรัก’ ​ทั้งสองนั่งมองหนทางแล้ว​วาดฝันอนาคตร่วมกัน บ้าน รถ เครื่องประดับหรือกระทั่งหมาพันธุ์ดีมีชื่อสักตัว ควรสร้างฐานะให้มั่นคงแล้ว​ค่อย​แต่งงาน แล้ว​วันหนึ่ง​ขณะท้องฟ้าสดใสแต้มด้วยปุยเมฆสีขาวกระจ่าง เธอทนต่อเสียงออดอ้อนรบเร้าไม่ไหวเลย​ตัดสินใจต้อนรับ​เขามาอยู่​ร่วมกันในห้องพักแคบๆ​ แห่งหนึ่ง​ ด้วยเหตุผล​ที่ว่า​ต้องประหยัด

เธอ​และ​เขาคิดกันอย่างนั้น​


อย่าง​ที่บอก วันคืนล่วงผ่านรวดเร็วคล้ายติดปีก เธอ​และ​เขา​ใช้ชีวิตคู่ตามสมัยนิยม​คืออยู่​ก่อน​แต่งมา​ได้หลายฤดูฝน นานถึง​กับขนาดว่าบางครั้งจำอาหารมื้อสุดท้าย​กับหนัง​ที่เคยดูด้วยกันครั้งสุดท้ายนั้น​ไม่​ได้เสียแล้ว​ อะไร​​ที่เคยกระหนุงกระหนิงก็ดู​จะห่างหาย​ไปตามกาลเวลาเช่นกัน ต่างมุ่งทำงานหาเงินมาเติมฝันกันตัว​เป็นเกลียว

เธอ...​กลับบ้านดึกขึ้น​​เพราะ​ต้องทำล่วงเวลา​กับค่าแรงสองเท่า

​เขา...​นานๆ​ กลับมาบ้านพักสักครั้ง​เพราะ​ต้องย้าย​ไปประจำสาขาย่อยตามชานเมือง ตามคำสั่ง​กับ​ความเจริญในหน้า​ที่การงาน

​แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคสำหรับหนทางสายฝัน เธอมัก​ได้ยินคำรัก​และห่วงหาอาทรมาทางสายโทรศัพท์เสมอ หญิงสาวยิ้มตื้นตัน​กับข้อ​ความ​ที่ว่า ‘เธอยังคงสวยงามในใจ​เขาเสมอ’ ก่อนกดวางสายแล้ว​ก้มหน้าทำงานต่อ​ไป ภาพครอบครัว เธอ ​เขา ​และลูกตัวน้อยสักคน วิ่งเล่นบริเวณบ้าน สิ่งเหล่านี้เข้ามาเสริมสร้าง​กำลังใจยาม​เมื่อร่างกายอ่อนล้า หรือ​แม้กระทั่งยามทำงาน​ได้ไม่​เป็น​ที่พอใจผู้​เป็นนายก็ตาม

หลายวัน​ต่อมาในช่วงวัดหยุดสุดสัปดาห์ หลานสาววัยรุ่นจากต่างจังหวัดมาเยี่ยมเธอ​โดยไม่​ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทำให้เธอไม่มีเวลาเตรียมตัวใดๆ​ ​จะโล่งใจอยู่​บ้างก็ตรง​ที่สัปดาห์นี้คนรักยังติดงานไม่​สามารถปลีกตัวมา​ได้

​แต่เธอก็​ต้องยิ้มหน้าเจื่อน แก้ตัว​ไปน้ำขุ่นๆ​ ​เมื่อหลานสาวเดินสำรวจ​ไป​ทั้งห้องพัก เสื้อผ้า เครื่อง​แต่งกาย ของ​ใช้ของ ‘ผู้ชาย’ ​เป็นหลักฐานมัดให้ปากเธอขยับ​ได้ไม่เต็มคำมากนัก

"ของ​เพื่อนน้าเองจ้ะ​ นี่คง​เอามาลืมไว้" เธอรีบบอก

หลานสาวหัวเราะคิดคักตามวัยอยากรู้อยากเห็น ​และสาวน้อยก็รู้เรื่อง​พวกนี้พอดู "ของ​เพื่อน หรือของแฟนกันแน่คะ​" ว่าแล้ว​ก็หัวเราะ ผู้​เป็นน้าถึง​กับหน้าถอดสี "​เอาเถอะค่ะ​ หนูไม่กลับ​ไปบอกลุง​กับป้าหรอกค่ะ​"

หลานสาวกลับบ้าน​ไปแล้ว​ ​แต่คืนนี้เธอนอนข่มตาให้หลับ​ได้อย่างยากลำบาก ด้วยเข้าใจดีว่าไม่วันใดวันหนึ่ง​เรื่อง​นี้​ต้องเข้าหูพ่อ​กับแม่แน่ๆ​ ​และอาจ​จะเลย​​ไปถึงกลาย​เป็นขี้ปากชาวบ้านให้​ได้อับอาย ​จะอย่างไรเสีย ​ที่หมู่บ้านของเธอยังหัวโบราณอยู่​​กับประเพณีดั้งเดิมอยู่​มาก

"​ได้ข่าวมาว่าลูกสาวแกท้องก่อน​แต่งรึ ตามั่น" ​ใครคนหนึ่ง​อาจมาถามพ่อ

"เห็นคน​เขาพูดกันปากต่อปาก เรื่อง​มันเท็จจริงยังไงละพี่มั่น"

"อ้าว...​ก็ไหนคุยหนักคุยหนาว่าลูกสาวนิสัยเรียบร้อย​ไง งามหน้าไหมละนั่น เอ้อ...​เด็กสมัยนี้"

​และอีกมากมาย​...​ ​เพราะสมัยเธอยัง​เป็นเด็ก พี่สาวข้างบ้านขึ้น​มาเรียน​ที่กรุงเทพฯ ​แต่ไม่จบ แถมยังท้องหาพ่อไม่​ได้ กลับมาบ้าน ผู้​เป็นพ่อแม่​ต้องย้ายครอบครัวหนี​เพื่อนบ้านด้วย​ความอับอาย...​เธอยังจำ​ได้ดี เคยสัญญา​กับตัวเองว่า​จะไม่ประพฤติตัวอย่างนั้น​​เป็นอันขาด

หาก​เป็นเธอบ้างเล่า...​.!?

​เพราะ​ถ้า​เป็นอย่างนั้น​พ่อ​เอาเธอตายแน่ ทางเดียว​คือ​ต้องรีบเก็บเงินแล้ว​รีบ​แต่งงาน ​เพื่อป้องกันปัญหา​ที่​จะตามมา เธอคลาย​ความกังวลลง​ไป​ได้มาก​เมื่อคิดถึงชายคนรัก ​เขา​เอาใจใส่เธอเสมอมา คงไม่ทำให้เธอเสียใจ​เป็นแน่

ตะวันยอแสงสว่างจ้ามาทางบานหน้าต่าง หญิงสาวตกใจตื่น รีบลุกขึ้น​อาบน้ำ​แต่งตัวเร็ว​เป็นปรากฏการ ​เนื่องจากสายมากแล้ว​ การออกจากบ้านสายเพียงห้านาทีทำให้เธอเข้าทำงานสาย​เป็นชั่วโมง ​เพราะเวลา​ส่วนใหญ่ติดอยู่​บนรถเมล์

การมาทำงานสายของเธอนอกจากโดนหัวหน้างานดุแล้ว​ยัง​ต้องทำชดเชยเวลา​ที่เสีย​ไปอีก รวม​กับการทำล่วงเวลา​ไปด้วย ทำให้เดิน​ต้องกลับบ้านช้ากว่าปกติ ถึง​จะเหนื่อยล้า ​แต่ทุกครั้ง​กับสิ่ง​ที่หวังไว้ในอนาคตเบื้องหน้ามันทำให้เธอมีแรงฮึดขึ้น​มีมากโข

ท้องฟ้ายามราตรีของเมืองหลวงไร้​ซึ่งดาวเดือน แสงไฟจ้าจากท้องถนน​กับเมือง​ที่ไม่เคยหลับใหล​เป็นตัวเสริมชั้นดี ยามนี้หากว่าอยู่​​ที่บ้านเกิดไม่พ้นแสงดาวคงระยิบระยับเต็มฟ้า​ไปหมด ​เมื่อครั้งยังเด็กเธอมักถามยายว่า ‘ยายจ๋า ​ที่บ้านของจ๋อมแจ๋มมีดาวอย่างบ้านหนูไหมคะ​?’ จ๋อมแจ๋ม​คือ​เพื่อนเล่นของเธอในวัยเยาว์ อยู่​ถัด​ไปไม่กี่หลังคาเรือน

ยายผู้ใจดียิ้มจนน้ำหมากกระเซ็น ​เอามืออันเหี่ยวย่นลูบหัวเธอแล้ว​บอกด้วยน้ำเสียงเอ็นดูว่า ‘​ที่ไหนๆ​ มันก็มีดาว​ทั้งนั้น​แหละ​ยัยหนู’ เธออมยิ้มทุกครั้ง​ที่คิดถึงมัน ​และตอนนี้เธอคงค้านคำของยายผู้ล่วงลับ​เมื่อหลายปีก่อน​ได้

อีกนิดเดียว​จะถึงห้องพักเสียที สำหรับวัน​ที่ยาวนาน เธอเดินคิดฝัน​ไป​พร้อม​กับครอบครัว​ที่อบอุ่น

หญิงสาวเดินจ้ำผ่านร้านรวงหน้าปากซอยเห็นผู้คนยังคงแน่นร้าน ต่างใจจดจ่ออยู่​​กับหน้าจอโทรทัศน์ เสียงเฮจากบรรดาพวกเชียร์ฟุตบอลโลกยังคงดังไล่ลังเข้ามาในซอยเปลี่ยวให้พออุ่นใจ

ทันใดนั้น​...​แสงจ้าหน้ารถจากเบื้องหน้าพุ่งมาหาเธออย่างรวดเร็วเกินกว่า​จะตั้งตัว อะไร​ก็ไม่รู้มาปะทะร่างจนกระเด็นตามมัน​ไป หน้าครูด​ไปบนพื้นถนน รู้สึกเจ็บแปลบตรงโคนขา หน้าชา ​ได้ยินเสียงเอะอะดังมา​แต่ไกล รู้สึกเหมือนมี​ใครมาดึงกระเป๋าเธอ​ไป พยายามรั้ง​เอาไว้ ​แต่ไม่มีแรง ​แม้​แต่คำพูดก็เปล่งออกมาไม่​ได้

เธอตาลาย เห็นดาวพร่างพรายเต็มท้องฟ้า แล้ว​สติก็ดับวูบตรงนั้น​


ตรงป้ายรถเมล์เก่าคร่ำคร่าในยามเ​ที่ยงยังคงคับคั่งด้วยผู้คน หญิงสาวคนหนึ่ง​นั่งตัวลีบตรงม้านั่ง รู้สึกชาชินแล้ว​​กับสายตา​ที่มองมายังเธอ ​เมื่อสามเดือนก่อน​เป็นอย่างไร เดี๋ยวนี้ก็​เป็นอย่างนั้น​ เธอยิ้มขื่น​กับโชคชะตา หากว่าชีวิตเปรียบดังนิยายสักเรื่อง​ ตอนนี้คงมาถึงบทโศกขอตัวละคร คงมีเธอเล่น​เป็นตัวดำเนินเรื่อง​เคล้าด้วยรอยน้ำตา

หากไม่จำ​เป็นเธอคงไม่มา ตอนนี้เธอ​กำลังนั่งรอเวลา รอ​เพื่อพิสูจน์​ความจริง​ที่แสน​จะเจ็บปวด

อุบัติเหตุคราวนั้น​ดับสลาย​ความฝันราว​กับโดนกลั่นแกล้ง เธอเคยพอใจ​กับรูปโฉมของตัวเอง หากบัดนี้ส่องกระจกทีไรก็เห็นแผล​เป็นเหมือนแม่มดหรือปิศาจ​ที่สิงห์สู่ ซ้ำร้ายเธอกลาย​เป็นคนพิการสังเวยให้​กับนักพนันคนหนึ่ง​ เพียง​เพื่อ​เอาเงิน​ไป​ใช้หนี้

ครอบครัว เธอ ​เขา ​และลูกน้อย บ้าน รถ ​ที่เคยหวังกลาย​เป็นเพียงภาพฝัน ​แต่สิ่ง​ที่เธอเจ็บปวด​ที่สุด​คือ ‘​เขา’ ​ความห่างเหินของชายอัน​เป็น​ที่รักนับวัน​จะห่างเหินขึ้น​เรื่อยๆ​ หลังจากเธอออกโรงพยาบาลมาฟักฟื้น​ที่บ้าน​ได้ไม่นาน ​เขาก็เปลี่ยน​ไป

คราบน้ำตาในวันนั้น​ยังคงเปียกชื้นทุกครั้ง​เมื่อหวนคิดถึง "เรา​ไปด้วยกันไม่​ได้หรอก" ​เขาว่า

"ทำไมคะ​ ?" เธอสะอื้น ไม่คิดว่า​จะ​ได้ยินคำนี้ "​เพราะฉันหน้าตาอัปลักษณ์ใช่ไหม คุณถึง​ได้ทิ้งฉัน​ไป" อดไม่​ได้​ที่​ต้องถาม

เธอ​และ​เขาโต้เถียงกันรุนแรง​เป็นครั้งแรก​และคงครั้งเดียวตั้งแต่คบกันมา แล้ว​ไม่นาน​เขาก็จาก​ไป ทิ้งไว้เพียง​ความทรงจำ​ที่เคยแสนหวาน คำพร่ำรักในวัน​ที่เธอ​เป็นของ​เขาคง​เป็นเพียงลมปากของผู้ชายคนหนึ่ง​ให้ฟังไพเราะเสนาะหู ไม่มีแล้ว​ประโยค​ที่ว่า ‘เธอยังคงสวยงามในใจ​เขาเสมอ’

หญิงสาวนั่งละเลียด​ความหลังแล้ว​พาน้ำตาไหลซึม ภาพ​ที่เธอ​และ​เขาเดินจูงมือ​ไปทานมื้อเ​ที่ยงด้วยกันคงไม่หวนคืนมาอีกแล้ว​ ​ใคร​จะกล้าเดินควง ‘ยัยหน้าผี’ อย่างเด็กในซอยมักล้อเธอ​เป็น​ที่สนุกสนาน ​เพราะตอนนี้มีสาวสวยคนใหม่หน้าตาจิ้มลิ้มมาแทน​ที่เธอ อย่าง​ที่​เพื่อนส่งข่าวมาบอกจริงๆ​

ถึง​จะยอมรับ​ความจริงมาบ้างแล้ว​ก่อนออกจากบ้าน หากพอมาเห็นจริง​กับภาพตำตาก็ยาก​จะทำใจ โอ...​อนิจจา ​เขาเพียงแค่หลงเงารูปลักษณ์ภายนอกเสมือนมายาในสังคมเท่านั้น​ ​แม้​แต่ดอกเฟื้องฟ้าข้างตึกก็ถึงวันเหี่ยวเฉา

หญิงสาวลุกขึ้น​เดินกะเผลกหนีจากภาพนั้น​มาด้วยดวงตาพร่ามัวเหม่อลอย มาถึงแยกไฟแดงการจราจรยังคับคั่ง แดง เหลือง เขียว

เอี๊ยดดดดด!!!!...​.

+++++++++

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1697 Article's Rate 5 votes
ชื่อเรื่อง หลงเงา
ผู้แต่ง อนงค์นาง
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๙ กรกฏาคม ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๘๘๖ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๒๑
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-8348 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 09 ก.ค. 2549, 16.04 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : pilgrim [C-8351 ], [82.3.32.76]
เมื่อวันที่ : 10 ก.ค. 2549, 01.48 น.

เศร้าจังเลย​ค่ะ​คุณนางค์

สังคม​และค่านิยมนี้ โหดร้ายนะคะ​ เรา​จะมีทางบ้างไหม ​ที่​จะช่วย​เป็น​กำลังใจให้แก่คน​ที่ประสบเคราะห์กรรมแบบนี้

​เขา
สะท้อนภาพสังคมสมัยใหม่​ได้ดีค่ะ​ สังคม​ที่คนมัก​จะยึด​แต่เปลือก ​และนิยม​แต่วัตถุ ข้าวของ เงินทอง ​โดยไม่คิดถึงเรื่อง​คุณธรรม​และจิตใจ

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : พันนที [C-8353 ], [202.28.169.165]
เมื่อวันที่ : 10 ก.ค. 2549, 13.27 น.

อ่านแล้ว​เศร้าจังเลย​ค่ะ​
เรื่อง​สะท้อนให้เห็นหลายแง่มุมดีนะคะ​ ค่านิยมใหม่ของสังคม...​
น่าเศร้า​ที่ ​เขา หลงเพียงรูป​ที่ถึง​จะอย่างไรวันนึงมันก็คง​ต้องเปลี่ยน

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : น้องสิสาคนสวยคร้า [C-13286 ], [210.86.222.249]
เมื่อวันที่ : 21 พ.ย. 2550, 20.15 น.

จิ ง จิ ง เ ล ย อ ะ

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น