นิตยสารรายสะดวก  Fiction  ๐๙ กรกฏาคม ๒๕๔๙
เมื่อป่าเปลี่ยนสี
ชาร ทิคัมพร
...ดอกคำมอกหอมมากมันออกดอกปีละครั้งเท่านั้น​​ คนกะเหรี่ยงถือ​​เป็นดอกไม้แห่ง​​ความรัก ชายหนุ่ม​​จะเก็บ​​เอา​​ไปฝากสาว​​ที่ตนรัก...
คลิกดูภาพขยาย
ผมยืนดูดอกไม้สีเหลืองนวล​ที่​กำลังบานเต็มต้น​ซึ่ง​เขาปลูกไว้ใน​ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า​ที่ผมทำงาน กลิ่นของมันช่างหอมประหลาด !...​

มัน​เป็นไม้ป่าประจำถิ่นของ​ที่นี่ ดอกไม้บางดอก​ที่บาน​เมื่อสองสามวันมาแล้ว​เริ่มเปลี่ยน​เป็นสีขาว หมู่ผึ้งบินว่อนเข้าเคล้าเกสรก่อน​ที่มัน​จะโรยรา ผึ้ง​กับดอกไม้ ! ภาพของการเกิด​และการจาก​ไป สัจธรรมแห่งชีวิต !...​ผม​กำลังนึกถึงชายหนุ่มคนหนึ่ง​...​

...​.มีคนบอกว่าคนเราเกิดมาก็​เพื่อ​ใช้กรรม ​ทั้งกรรมในชาตินี้​และในอดีตชาติ ผมก็ไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้​ไปทำกรรมอะไร​ไว้หนักหนา ​แต่ก็พยายาม​จะลำดับเรื่อง​ราว​ที่ผมรู้ให้คุณฟัง เรื่อง​มันเกิดหลังวันสงกรานต์ไม่กี่วัน ตอน​ที่ดอกคำมอก​กำลังบาน​พอดี !...​.

...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​...​

คง​เป็น​เพราะผม​เป็นเจ้าหน้า​ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า​ซึ่งชำนาญพื้น​ที่ตอนในของลุ่มน้ำแม่ตื่น​ซึ่งมีดอยสูงชัน ​และพอพูดภาษากะเหรี่ยง​ได้ ผมจึง​ได้รับการขอร้องจากนายอำเภอผ่านทางหัวหน้าเขต ให้ช่วยนำทางพาคณะเจ้าหน้า​ที่อำเภอออกสำรวจราษฎรไทยในเขตทุรกันดาร​ที่ยังไม่มีบัตรประชาชน ​เพื่อขึ้น​ทะเบียนไว้สำหรับการทำบัตรต่อ​ไป

คณะสำรวจชุดนี้นำ​โดยปลัดอำเภอหนุ่ม นายยุทธนา​ซึ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยมาสดๆ​​เมื่อปี​ที่แล้ว​ อายุเพิ่ง​จะยี่สิบสอง​เป็นคนกรุง​โดยกำเนิด ​เขาถูกบรรจุ​เป็นปลัด​ที่อำเภออันทุรกันดาร​ที่สุดแห่งนี้​เมื่อก่อนวันสงกรานต์​ได้ไม่กี่วัน

"ผมชอบป่าชอบธรรมชาติ​และ​เป็นคนขอเลือกมา​ที่นี่เอง ผมอยาก​จะหาประสพการณ์จากท้องถิ่นห่างไกล อยากรู้ว่าชาวบ้านอยู่​กันอย่างไร " ยุทธนาเล่าให้ผมฟัง​เมื่อเราพบกันครั้งแรก​ที่ห้องทำงานของผม ​เขามาพบ​กับผม​เพื่อแนะนำตัวเอง​และนัดวันเดินทาง หน้าแล้ง​คือหน้าการออกท้อง​ที่ของอำเภอแถบนี้ ไม่ว่ามหาดไทยหรือป่าไม้

ปลัดหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผิวขาวหน้าตาดี ​เขาพูด​เพราะ​และเรียกผม​และทุกคนในคณะ​ที่อายุแก่กว่าว่าพี่ ยุทธนา​เป็นคนหนุ่ม​ที่กระตือรือล้น ทำงานอย่างมีชีวิตชีวา เราทุกคนชอบ​เขา ​และผมก็รัก​เขาอย่างน้องชาย

ปลัดยุทธนาเพิ่งออกป่าจริงๆ​​เป็นครั้งแรกในคราวนี้ ​เขาตื่นเต้น​เมื่อ​ได้เห็นเอื้องคำกอใหญ่ออกดอกสีเหลืองสดอยู่​บนคบไม้เตี้ยๆ​ตามธรรมชาติ​เป็นครั้งแรก​เมื่อเราเริ่มเข้าเขตป่าตอนนอก

บางที​เขา​จะขอให้หยุดรถ​เพื่อลง​ไปถ่ายรูปเอื้องสายน้ำผึ้ง​ที่ทิ้งสายดอกยาวเท่าแขนนับสิบๆ​สาย ​และหลายครั้งเรา​ต้องหยุดรถ​เพื่อให้​เขาลง​ไปถ่ายรูปพันธุ์ไม้แปลกๆ​​ที่​เขาสนใจ ​แม้กระทั่งเห็ดป่าดอกเล็กๆ​สีขาว​ที่ขึ้น​​เป็นดงพรึดอยู่​โคนไม้ใหญ่​ซึ่งเราเห็น​เป็นของธรรมดา ​เขาก็ลง​ไปถ่ายรูปมา​ได้อย่างสวยงามอย่าง​ที่เรานึกไม่ถึง

ฝน​ที่ตกลงมาแล้ว​ประปราย​เมื่อตอนสงกรานต์ทำให้ไม้ป่าผลิใบใหม่​เป็นสีเขียวอ่อนบ้าง สีส้มอ่อนบ้าง มะกอกป่าแตกใบ​เป็นสีส้มอมน้ำตาล ไม้เก็ดยอดแดงแทงใบอ่อน​เป็นสีแดงเข้ม ไม้ใหญ่บางต้น​ที่ผลิใบก่อนนี้มีสีเขียวสด​ทั้งต้น ตัดกัน​กับลมแล้ง​ที่ทิ้งใบหมดแล้ว​ออกดอก​เป็นสายสีเหลืองอร่ามตามป่าเบญจพรรณ มันแข่ง​กับจ้อล่อ​ที่ออกดอกสีม่วงบาน​แต่งแต้มอยู่​ทั่ว​ไปในป่าโปร่ง สร้างสีสันงดงามให้​กับป่าผลัดใบปลายฤดูร้อน​ที่เราผ่านเข้า​ไป

กระเจียว​กับดอกดินแทงดอกแหวกใบไม้ผุขึ้น​มาจากพื้นดิน อีกไม่นานเห็ดถอบก็​จะผุดขึ้น​มาให้เก็บกินแล้ว​...​

​แต่ป่าก็ยังรอฝนใหญ่​ที่​จะตกลงมาให้​ความชุ่มชื้น​กับเมล็ดของของมัน​เพื่องอกสืบพืชพันธุ์ต่อ​ไป

หนุ่มน้อยจากเมืองกรุงไม่เคยเห็น​ความงามของป่า​ที่​กำลังเปลี่ยนสีในฤดูนี้มาก่อนเลย​​แม้​จะเคยเ​ที่ยวป่ามาบ้าง ​เขาให้หยุดรถ​เมื่อเห็นไม้ป่าขนาดกลาง​ที่ออกดอกเหลืองเต็มต้น​เพื่อลง​ไปถ่ายรูป ​เขาเก็บมาอวดผมด้วยช่อหนึ่ง​

"​เขาเรียกดอกคำมอก อยู่​ในตระกูลเดียว​กับดอกพุด" ผมบอกปลัดหนุ่มจากเมืองกรุง

"ชื่อแปลกดีนะครับ​ คำมอก ! หอมเสียด้วย" ยุทธนายกดอกไม้ในมือขึ้น​ดม

"ดอกคำมอกหอมมากมันออกดอกปีละครั้งเท่านั้น​ คนกะเหรี่ยงถือ​เป็นดอกไม้แห่ง​ความรัก ชายหนุ่ม​จะเก็บ​เอา​ไปฝากสาว​ที่ตนรักอย่าง​ที่คนกรุง​เอากุหลาบแดงให้กัน" ผมเล่าเรื่อง​ของดอกไม้หอมแห่งป่ากะเหรี่ยงให้​เขาฟัง

ปลัดหนุ่มสนใจในเรื่อง​ต้นไม้มาก ​เขาคอยถามผมอยู่​ตลอด เพียงสามวันแรกของการเดินทาง ยุทธนาก็บอกประเภทของป่า​ที่เราผ่านเข้า​ไป​ได้ถูก​ต้อง ​เขารู้ว่าตรงไหน​คือป่าแพะ ตรงไหน​เป็นป่าเบญจพรรณ ตรงไหน​เป็นป่าดิบ​เขา

ยุทธนาดื่มด่ำ​กับกลิ่นสน​ที่หอมกรุ่น​เมื่อเราผ่านเข้า​ไปในป่าสน​เขา ​และจำชื่อต้นไม้ป่า​ที่ผมบอก​ไป​ได้เกือบหมด ​เขาน่า​จะเรียนวิชาป่าไม้อย่างผม !

บ้านผีปาน​เป็นหมู่บ้านสุดท้าย​ที่เรา​ไปทำงานในครั้งนี้ มันอยู่​กลางป่าใหญ่​ที่ยังสมบูรณ์​ทั้งต้นไม้​และสัตว์ป่า ติด​กับเขตป่าสาละวิน ​ที่นี่​เป็นหมู่บ้านเล็กๆ​ห่างจาก​ที่ว่าการอำเภอออก​ไปบนเส้นทาง​ที่​ต้อง​ใช้รถยนต์โฟร์วีลเท่านั้น​ ไกลจากแหล่งท่องเ​ที่ยว ​ที่นี่ยังไม่มีไฟฟ้า ​แต่มีโรงเรียน เราตัดสินใจพัก​ที่บ้านผีปาน ผมรู้จัก​กับผู้ใหญ่บ้าน เรา​ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากผู้ใหญ่บ้านผีปาน​และครอบครัว ​ทั้ง​ที่พัก​และอาหาร ณ วันนั้น​ผมไม่รู้ว่ามัน​เป็นเวรกรรมของ​ใคร​ที่กำหนดให้เราค้าง​ที่นี่ !

สาวน้อยผิวสีน้ำผึ้งในชุดผ้าฝ้ายสีขาวทอมือ​ทั้งผืนอันแสดงถึงสถานะของสาวบริสุทธิ์ประคองถาดอาหารเย็นมื้อแรกสำหรับเราออกมาจากครัว แอบอิงอยู่​ข้างหลังแม่ด้วยท่าทีเอียงอาย ผมเกือบ​จะจำหนะโพ้ไม่​ได้ เธอโตขึ้น​กว่า​เมื่อสามปี​ที่แล้ว​​เมื่อผมมา​ที่นี่ ​เป็นสาวเต็มตัวแล้ว​ !

ผมดำของเธอยาวประบ่า นัยน์ตาโตงามสุกใส จมูก​เป็นสันอย่างชาวกะเหรี่ยง ริมฝีบางงามเหมือนใบไม้อ่อน

ผมสังเกตเห็นตาของเธอประสาน​กับตาของปลัดยุทธนา แล้ว​ตางามคู่นั้น​ก็หลบลงต่ำดูเหมือน​จะสะเทิ้นอาย ​เป็นปฏิกิริยา​ที่เกิดขึ้น​อย่างธรรมชาติ กามเทพเริ่มทำงานของท้าวเธอแล้ว​ !

บ้านผีปานเงียบสงบ​แต่ก็งดงามอยู่​​กับธรรมชาติ มีลำห้วยเล็กๆ​ใสสะอาดไหลอยู่​ปลายเนิน มันไหล​ไปรวม​กับน้ำแม่ตื่น​และไหล​ไปลงทะเลสาปดอยเต่าไกลออก​ไปทางทิศตะวันออก

ชาวบ้าน​ที่นี่​ส่วนใหญ่ถือคริสต์ พวก​เขาปลูกข้าวไร่ตาม​ที่ลาดเชิงดอยในหน้าฝน ปลูกพริก​และพืชไร่ในหน้าแล้ง เก็บหาของป่า​และบางทีก็ล่าสัตว์เล็กกิน​เป็นอาหารบ้าง แค่นี้ทางป่าไม้ยอม​ได้​เพราะคน​ต้องอยู่​​กับป่า

เราเร่งงานสำรวจ​เพื่อทำบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่ราษฎรทันทีในวันรุ่งขึ้น​ ก่อน​ที่บ้านผีปาน​จะถูกปิดด้วยฤดูฝนอันยาวนาน​ที่​กำลัง​จะมาถึง เสร็จงานจากหมู่บ้านนี้เราก็​จะกลับอำเภอ จากนั้น​หน่วยถ่ายรูปทำบัตรประชาชนของจังหวัดจึง​จะออกปฏิบัติการต่อ​ไปในอีกหกหรือเจ็ดเดือนข้างหน้า ​เมื่อหมดหน้าฝนแล้ว​

เรานอนรวมกันในห้องๆ​หนึ่ง​​ที่ผู้ใหญ่บ้านจัดให้ หนะโพ้​กับแม่ของเธอต้อนรับเราด้วยอาหารพื้นบ้าน​และข้าวซ้อมมือพันธุ์กะเหรี่ยงสีขาวนวล​ที่ตำกินวันต่อวัน เสริมด้วยอาหารแห้ง​ที่เราเตรียม​ไปด้วย

ทุกคนสังเกต​ได้ว่า​ทั้งปลัดอำเภอหนุ่ม​และสาวน้อยลูกผู้ใหญ่บ้านดู​จะมีอะไร​ๆ​ทำใกล้ชิดกันเสมอ​และเพียงสามวัน​ต่อมา ​เขา​และเธอก็​เป็นเสมือน​เป็นเงาของกัน​และกัน ผมมอง​ทั้งสองคนด้วย​ความเอ็นดู...​

​เมื่อเรากลับมาจากงานสำรวจประจำวันในตอนเย็น ปลัดหนุ่ม​จะลง​ไปช่วย แม่สาวน้อยกะเหรี่ยงตักน้ำ​ที่ลำห้วยข้างล่างขึ้น​มาไว้​ใช้บนบ้าน

หนะโพ้หัวเราะเสียงใส​เมื่อปลัดยุทธนาพยายาม​จะช่วยเธอฝัดข้าว​ที่เพิ่ง​จะตำเสร็จ ​แต่มันกลับหกกระจายออก​ไปนอกกระด้งตั้งครึ่งค่อน ​และในเช้า​บางวันก่อน​จะออก​ไปทำงาน ชายหนุ่ม​จะชวนหนะโพ้ออก​ไปถ่ายรูปดอกไม้ป่าใกล้ๆ​บ้าน

สาวน้อยกะเหรี่ยงตื่นเต้นอย่างยิ่ง​ที่​ได้เห็นภาพของเธอ​กับดอกจ้อล่อสีม่วงสดอยู่​ในกล้องดิจิตอลของ​เขา เธองามบริสุทธิ์เหมือนดอกไม้ป่าต้นฤดูฝน

เช้า​ตรู่บางวัน หนะโพ้​จะชวนปลัดผู้​เป็นแขกเดินเข้า​ไป​ที่ชายป่าท้ายหมู่บ้าน ​ที่​เป็นดงทึบ​เพื่อซุ่มฟังเสียงชะนีร้องหาคู่ ชะนี​คือตัวแทนของป่า​ที่ยังสมบูรณ์ !

เช้า​วันหนึ่ง​ปลัดหนุ่ม​กับสาวน้อยเดินกลับออกมาจากแนวป่าหลังบ้าน แดดอ่อนสาดแสงสีทองผ่านใบไม้ลงสู่พื้นดิน​เป็นลำยาว ​ทั้งสองคนมีดอกคำมอกอยู่​ในมือคนละกำ ​เขา​และเธอเก็บดอกคำมอกแลกให้แก่กัน​และกัน ชีวิตยามนั้น​ช่างงดงาม​และหวานหอมด้วยกลิ่นของดอกไม้แห่ง​ความรัก ! ผมมองภาพนั้น​จากบนบ้านด้วย​ความประทับใจ

หลังจากอาหารค่ำ ทุกคนเข้านอน​เมื่อ​ได้เวลา ​แต่ปลัดยุทธนา​กับหนะโพ้​จะนั่งกันอยู่​ท่ามกลางแสงตะเกียง​ที่หรุบหรู่ต่อ​ไป กระซิบกระซาบคุยกันอย่างแผ่วเบา อ้อยอิ่งกันอยู่​จนดึกดื่นค่อนคืน ​จะอำลาจากกัน​ไปนอนก็​เมื่อจันทร์แรมลับฟ้า​ไปแล้ว​

ผู้คนในหมู่บ้านรู้​ความ​เป็น​ไป​ที่เกิดขึ้น​ในบ้านของหนะโพ้​เป็นอย่างดี ​และปลัดยุทธนาก็​เป็น​ที่ชื่นชมของชาวบ้านผีปาน ...​​แต่อาจ​จะไม่ทุกคน !

พอนึกถึงตรงนี้แล้ว​ผมให้นึกสงสารปลัดหนุ่ม ไม่มี​ใคร​จะรู้ชะตากรรมของตัวเองล่วงหน้า !...​

พ่อแม่ของหนะโพ้ดีใจ​เมื่อปลัดผู้​เป็นแขกสำคัญของบ้านให้สัญญา​กับครอบครัวนี้ว่า​เขา​จะกลับมาอีกครั้ง​เมื่อหมดหน้าฝน ​เพื่อบอกข่าวดี ! คงไม่​ต้องบอกว่า​เป็นข่าวดีเรื่อง​อะไร​

ในท่ามกลาง​ความสัมพันธ์​ที่แสนหวาน​และหอมละมุนด้วยกลิ่นดอกไม้ป่า​ระหว่างปลัดอำเภอหนุ่ม​กับสาวน้อยบ้านป่า ​จะมี​ใครอื่นอีกหรือไม่นอกจากผม​ที่ทันสังเกตว่า มีหนุ่มกะเหรี่ยงคนหนึ่ง​​ต้องถอยห่างออกจากบ้านนี้​ไปอย่างเงียบๆ​

​เมื่อสามวันแรก​ที่เรามาถึง​ที่นี่ ผมยังเห็นหนุ่มกะเหรี่ยงคนนั้น​มานั่งคุยด้วยกัน​กับหนะโพ้​และเราหลังอาหารเย็น ​เขา​เป็นแขกประจำของบ้านนี้ก่อน​ที่เรา​จะมา ​เขามี สีหน้า​ที่เรียบเฉยเหมือนไม่มี​ความรู้สึกใดๆ​...​

"กรีแค ​เป็นญาติห่างๆ​ของเรา" ผู้ใหญ่บ้านพ่อของหนะโพ้แนะนำ​กับผม​เป็นภาษากะเหรี่ยงหลังอาหารเย็น​เมื่อวัน​ที่เรามาถึง ว่า​ที่จริงคนเกือบ​ทั้งหมู่บ้านนี้ก็​เป็นญาติกัน​ทั้งนั้น​ ​แต่ผมรู้ว่า​เขามา​เป็นแขก​ที่บ้านนี้ก็​เพื่อหวัง​จะเด็ดดอกไม้งามของหมู่บ้าน

ผมรู้สึกอึดอัด​กับหนุ่มคนนี้​เมื่อ​ต้องนั่งร่วมวงสนทนาด้วย ​เขานิ่งเงียบแทบ​จะไม่พูด​กับ​ใครเลย​ ​แต่คอยฟัง​และสังเกตคนอื่นพูดอย่างตั้งอกตั้งใจตลอดเวลา นัยน์ตา​ที่รีเล็ก​ทั้งคู่ด้านไม่มีแวว​และเกือบไม่เคลื่อนไหว เหมือนตางู​ที่ลอบจ้องเหยื่อ ​เมื่อบวก​กับสีหน้า​ที่เรียบเฉยของ​เขาแล้ว​ กรีแคดู​เป็นคนลึกลับ สัญชาติญาณบอกผมให้ระวัง คนๆ​นี้ !

วัน​ที่สาม​เขาเข้ามานั่งตรง​ที่เดิม​เมื่อเรากินข้าวเย็นกันแล้ว​​และไม่พูดอะไร​เลย​สักคำจนกระทั่งกลับ​ไป แล้ว​ผมก็ไม่เห็น​เขาอีก บทบาท​​ที่โดดเด่นของปลัดยุทธนาในบ้านนี้คงทำให้​ที่นั่งสำหรับกรีแคผู้เคย​เป็นแขกประจำร้อนรุ่มจน​ต้องถอยออก​ไปเอง

เย็นวันสุดท้ายก่อน​ที่เรา​จะกลับ กรีแค​กับ​เพื่อนก็หามเก้งตัวหนึ่ง​เข้ามา ​ที่บ้าน

"มันติดแร้ว​ที่ผมดัก​เอาไว้ ผม​จะทำอาหารเลี้ยงส่งคุณปลัด" ​เขาบอกสั้นๆ​เหมือน​จะ​เป็นการขออนุญาตผม หน้า​ที่เคยเรียบเฉยของกรีแคมีรอยยิ้มนิดๆ​ ตา​ที่เคยไร้แววเหมือนตางูกลับมีประกายวาวประหลาด

​เขา​กับ​เพื่อนจัดการสำเร็จโทษเก้งตัวนั้น​ ​และช่วยกันชำแหละ​เนื้อมันอย่างชำนาญ

กรีแคเข้าครัวอย่างคุ้นเคย ​เขาลงมือทำอาหารเอง ค่ำวันนั้น​ทุกคนเอร็ดอร่อย​กับแกงเนื้อเก้งฝีมือกรีแค แถมด้วยเหล้าข้าวโพด​ที่พ่อของหนะโพ้​เอามาเลี้ยงส่ง

คง​จะมีผมเพียงคนเดียว​ที่ไม่​ได้กินแกงของหนุ่มกรีแค ผม​เป็นเจ้าหน้า​ที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่า พอรับ​ได้​กับการ​ที่ชาวบ้าน​จะจับสัตว์ป่ากิน​เป็นอาหารบ้าง​ถ้าไม่ใช่​เพื่อการค้า ​แต่ผม​จะไม่กินสัตว์ป่า​ที่ผม​ต้องคุ้มครองมัน !

คืนนั้น​ผมตื่นขึ้น​มา​เพราะมีเสียงเหมือนคนลุกขึ้น​ ไม่รู้ว่ากี่ทุ่มกี่ยามแล้ว​​และเห็นภาพดำตะคุ่มของ​ใครคนหนึ่ง​​กำลังเปิดประตูห้องออก​ไปข้างนอก คง​เป็นพวกเราคนหนึ่ง​ออก​ไปเข้าห้องน้ำ ผมหลับ​ไปอีกครั้งก่อน​ที่​จะทันเห็นคนๆ​นั้น​กลับมา

ผม​ต้องตื่นขึ้น​อีกครั้งหนึ่ง​​เมื่อถูกปลัดยุทธนาปลุก !

"พี่ครับ​ช่วยดูหน่อย​ ! อะไร​มันเข้า​ไปในหูผม คง​เป็นมด" ผมปลุกทุกคนให้ตื่นขึ้น​มาช่วยกันดู ​แต่ละคนช่างตื่นยากตื่นเย็นเสียเหลือเกิน พวก​เขาหลับเหมือน ตาย !

เราจุดตะเกียงขึ้น​แล้ว​ช่วยกัน​เอาไฟฉายส่องดูในหูของปลัดหนุ่ม ผมให้​เขานอนตะแคงแล้ว​​เอาน้ำใส่แก้วมากรอกเข้า​ไปในรูหู เหมือนอย่าง​ที่แม่เคยทำให้ผมตอนเด็กๆ​​เมื่อมีมดเข้า​ไปในหู...​

ปลัดยุทธนา เริ่มร้องว่าเจ็บในหู ไอ้ตัวอะไร​นั้น​มันกัดในรูหูของ​เขา เราช่วยกันหยอดน้ำลง​ไปในหูของ​เขาจนหมอนเปียกน้ำเปียกเลอะเทอะ​ไปหมด ​แต่ก็ไม่​ได้ผล ! ไม่มีตัวมดลอยขึ้น​มา ซ้ำ​เขายังร้องครางดังขึ้น​ เรา​ต้อง​ไปปลุกครอบครัวเจ้าของบ้าน​ซึ่งก็ปลุกยากปลุกเย็นอีกเหมือนกัน

จนใกล้รุ่งไม่มี​ใครช่วยแก้ไขอะไร​​ได้ !

"พาผมกลับอำเภอ ​เอา​ไปส่งโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย​ !" ปลัดยุทธนาสั่ง​พร้อม​กับเสียงครางอย่างเจ็บปวด ​เอามือ​ทั้งสองข้างกุมหัวไว้ นอนตัวงอ ทุกคนตกใจกันมาก ! ปลัดอำเภอหนุ่มร้องครางดังขึ้น​อีก

ผมสั่งให้​เอาตัว​เขาขึ้น​รถทันทีไม่​ต้องเก็บของให้เสียเวลา หนะโพ้เข้ามาช่วยอย่างตื่นตระหนก หน้าซีดด้วย​ความกลัว​กับเหตุการณ์​ที่เกิดขึ้น​ เธอร้องไห้ขณะ​ที่ช่วยประคองปลัดหนุ่ม​ไปขึ้น​รถยนต์

​ที่ปากทางเข้าหมู่บ้านผีปาน กรีแคยื่นอยู่​ข้างๆ​หอผีประจำหมู่บ้าน ผมเห็น​เขามองมา​ที่รถเรา​ซึ่ง​กำลังแล่นผ่านออก​ไปด้วยตา​ที่ไร้แววเหมือนงู​และสีหน้าเรียบเฉย

คณะสำรวจ​เพื่อทำบัตรประชาชน​ใช้เวลาหนึ่ง​วันเต็มจึงพาหัวหน้าคณะกลับมาถึงอำเภอ​ได้อย่างทุลักทุเล อาการของปลัด​เป็น​ที่สาหัสสากรรจ์ ​ระหว่างทาง​เขาร้องครวญครางอย่างน่าเวทนา ​เอามือกุมหัวไว้​และดิ้นทุรนทุรายด้วย​ความเจ็บปวด​ที่ในหู จนพวกเรา​ต้องทำเปลสนามขึ้น​แล้ว​จับตัว​เขามัด​เอาไว้​กับเปล นอกจากนี้ไม่มีอะไร​​ที่เรา​จะช่วย​เขา​ได้อีก เราขับรถตะลุยกันออกมา​โดยไม่หยุด​แม้​แต่​จะกินข้าว

"ปืน ! ปืนผมอยู่​ไหน ? ​ใคร​เอาปืนผม​ไป" ปลัดหนุ่มเรียกหาปืนพกของ​เขา​ที่ถูก​ใครเก็บ​เอาไว้เสียก่อนแล้ว​

"ช่วยยิงผมเสียให้ตายเถิดพี่ ! ผมเจ็บเหลือเกินอย่าให้ผมทรมานอีกต่อ​ไปอีกเลย​ โอ๊ย ! ผมทนไม่ไหวแล้ว​" ​เขาพยายาม​จะยกมือ​ทั้งสองข้าง​ที่ถูกมัดไว้​กับเปลขึ้น​ไหว้ผม ร้องอ้อนวอนให้ยิง​เขาทิ้งเสีย บางครั้ง​เขาหมดสติ​ไปด้วย​ความเจ็บปวด ผมสงสารหนุ่มยุทธนาจับใจ !

​เมื่อมาถึงโรงพยาบาลประจำอำเภอในตอนค่ำ รูหูของปลัดหนุ่มบวมจนตีบตัน ใบหน้าด้านนั้น​บวม​ไป​ทั้งซีก​และ​ไปดันนัยน์ตาข้างหนึ่ง​ให้ลืมค้างอยู่​ ปลัดยุทธนาหายใจหอบ ! ตัว​เขาร้อนราว​กับไฟด้วยพิษไข้​และหมดสติ​ไปอีกครั้ง หมอหมดปัญญา​ที่​จะสอดเครื่องมือใดๆ​เข้า​ไปตรวจในรูหู​ที่ตีบตันของปลัดหนุ่มผู้เคราะห์ร้าย ทำ​ได้เพียงฉีดยาบรรเทาปวด ยาแก้อักเสบ ให้น้ำเกลือ​และเอ็กซเรย์หัวข้าง​ที่บวมนั้น​ไว้

เช้า​วันรุ่งขึ้น​ รูหู​ที่บวมของปลัดหนุ่มลดอาการบวมลง หมอวางยาสลบให้​เขา ​และเตรียม​จะสอดเครื่องมือเข้า​ไปในรูหูของ​เขา​ได้ เรา​ทั้งหมดรอกันอยู่​​ที่หน้าห้องผ่าตัด นายอำเภอก็มานั่งเฝ้าลูกน้องของ​เขาอยู่​ด้วย​ความ​เป็นห่วงตั้งแต่​เมื่อคืน

"คุณคะ​ คุณหมอเชิญเข้า​ไปในห้อง ท่านนายอำเภอด้วยคะ​" พยาบาลออกมาบอกผม​กับนายอำเภอ​ที่ม้ายาวหน้าห้องผ่าตัด...​

ภายในห้อง ปลัดยุทธนานอนหมดสติอยู่​บนเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิง มีผ้าคลุมอยู่​ครึ่งตัว ร่างของ​เขามีอาการเกร็ง ตอนนี้หมอ​ต้อง​ใช้เครื่องช่วยหายใจให้​กับ​เขาแล้ว​

หมอคน​เมื่อวานยืนอยู่​ข้างๆ​เตียง ในมือมีถาดเคลือบสีขาวใบเล็ก อีกมือหนึ่ง​ถือปากคีบเขี่ยอะไร​ในถาดอยู่​อย่างหนึ่ง​ แล้ว​ถามผม​โดยไม่​ได้เงยหน้าขึ้น​จากสิ่งนั้น​

"นี่มันอะไร​กัน ! คุณรู้ไหม? " ​เขายื่นถาดเคลือบใบนั้น​มาให้ผมดู

"มันไต่ออกมาจากในหูคุณปลัด ! " ​เขาบอก ผมก้มลงดู​เพื่อให้เห็นถนัด ใจเต้นระทึก !...​

มัน​คือเห็บป่า ! เห็บตัวนั้น​สีน้ำตาลเข้มอมแดง​เป็นมันวาว ท้องเป่ง​ไปด้วยเลือด ! เห็บนี้​จะอาศัยอยู่​​กับสัตว์ป่าเท่านั้น​​และมีพิษ​กับคนมาก แค่ถูกมันกัด​ที่หัวแม่เท้าก็อาจ​จะบวม​ไป​ทั้งขาอยู่​​เป็นวันๆ​ หลายครั้ง​ที่ผมเคยเห็นชาวบ้านป่าถูกมันกัด เห็บนี้​จะออกจากร่างสัตว์ป่า​ที่​กำลัง​จะตาย​เพื่อแสวง​ที่อยู่​ใหม่ ​แต่ว่ามันเข้า​ไปอยู่​ในหูปลัด​ได้อย่างไร ? ...​

หนะโพ้เปิดประตูเข้ามาในห้อง ! เธอให้พ่อขี่มอเตอร์ไซค์ตามออกมาจากบ้านผีปานจนถึงโรงพยาบาลจน​ได้ เธอเก็บดอกคำมอกมาด้วยกำใหญ่ ห่อมันอย่างดีไม่ให้ถูกแดดถูกลมด้วยใบตองสด

สาวน้อยกะเหรี่ยงเข้ามานั่งข้างร่าง​ที่ไม่​ได้สติของปลัดหนุ่ม เธอแก้ห่อดอกคำมอกออก หยิบ​เอามันใส่ในฝ่ามือของปลัดยุทธนา มือนั้น​กำดอกไม้สีเหลืองนวลไว้ทันที​ทั้งๆ​​ที่ยังหมดสติอยู่​ !

หนะโพ้นั่งสงบฟังหมอพูดถึงอาการของปลัดยุทธนาอย่างเลื่อนลอย

"มันกินเลือดจากเส้นเลือด​ที่อยู่​ลึกเข้า​ไปในระบบหูคอจมูกของปลัด พิษของมันทำให้สมอง​เขาบวมแล้ว​ยัง​ไปทำลายระบบประสาท​ส่วน​ที่ควบคุมการหายใจด้วย" หมอบอก​กับเรา ​เขาละสายตาจากแผ่นฟิล์มเอ็กซเรย์ วางมันลงบนโต๊ะเล็กข้างเตียงแล้ว​ส่ายหน้า

"ผมเสียใจ !" หมอบอก​กับเรา...​

คลิกดูภาพขยาย
หนะโพ้นั่งอยู่​ข้างๆ​ร่างของปลัดยุทธนาตลอดวันนั้น​ หมดหน้า​ที่ของกามเทพ พญามัจจุราชก็เข้ามารับหน้า​ที่แทน ! ​เขาสิ้นใจในตอนค่ำตอน​ที่ฝนพรำ ร่างกายทุก​ส่วนของยุทธนาผ่อนคลายลง เว้น​แต่มือข้างหนึ่ง​​ที่กำดอกคำมอก​ที่เหี่ยวเฉา​เอาไว้แน่น !

ผมไม่อาจ​จะกล่าวโทษ​ใครในเรื่อง​นี้​ได้​เพราะไม่มีหลักฐาน เสียใจ​ที่ ข้าราชการดีๆ​อย่าง​เขา​ต้องมาตายก่อนเวลาอันควร​และอย่างทุกขเวทนา ผมรู้สึกเศร้าทุกครั้ง​ที่เห็น​ความงามของป่า​ซึ่ง​กำลังเปลี่ยนสี​และเห็นดอกคำมอกบาน มันทำให้ผมนึกถึงภาพของหนุ่มเหน้า​กับสาวน้อยคู่หนึ่ง​​กำลังเดินกันออกมาจากแนวป่าในยามเช้า​ แดดสีทองสาด​เป็นลำทะลุใบไม้ลงมา ​ทั้งสองคนถือดอกคำมอก ดอกไม้แห่ง​ความรักมาคนละกำ ​เขา​กับเธอเพิ่ง​จะแลกดอกไม้ให้แก่กัน...​ O

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1696 Article's Rate 8 votes
ชื่อเรื่อง เมื่อป่าเปลี่ยนสี
ผู้แต่ง ชาร ทิคัมพร
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๙ กรกฏาคม ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรื่องสั้น
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๒๑๒ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๔ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๓๙
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-8345 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 09 ก.ค. 2549, 07.39 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : pilgrim [C-8346 ], [82.3.32.76]
เมื่อวันที่ : 09 ก.ค. 2549, 08.51 น.

ขอบคุณลุงชารค่ะ​ สำหรับเรื่อง​ดอกลมแล้ง ​และดอกจ้อล่อ แถมด้วยดอกคำมอก

คนเรา ใจร้ายแล้ว​ยังไม่พอ ยัง​เป็นคนขี้ขลาดด้วยนะคะ​ ลอบทำร้ายคนดีๆ​อย่างเจ้าเล่ห์เพทุบาย

สงสารก็​แต่ผู้ตก​เป็นเหยื่อ ​ที่ถูกกระทำค่ะ​
ลุงชาร หาย​ไปนานนะคะ​ ​แต่กลับมาก็ไม่ทำให้คนอ่านผิดหวังเลย​ค่ะ​

​จะรอเรื่อง​ใหม่ๆ​อีกนะคะ​ ขอบคุณค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : พันนที [C-8354 ], [202.28.169.165]
เมื่อวันที่ : 10 ก.ค. 2549, 13.42 น.

อ่านช่วงต้นเรื่อง​ ชอบค่ะ​สัมผัส​ได้ถึงบรรยากาศของป่า​ที่อุดมสมบูรณ์ทำให้นึกอยาก​ไปเ​ที่ยวบ้าง มีดอกไม้ป่าหลายดอกค่ะ​ ​ที่พันนทีไม่รู้จัก เลย​จินตนาการตาม ​แต่พออ่านถึงเรื่อง​คุณปลัดหนุ่ม ..น่าเศร้าใจจังค่ะ​

​จะรออ่านงานต่อ​ไปนะคะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : นาย ทอง ของแท้ [C-8357 ], [58.9.61.234]
เมื่อวันที่ : 10 ก.ค. 2549, 20.34 น.

เรื่อง​น่าเศร้าจัง คนใจร้ายมีอยู่​มาก ​ไปต่างถิ่น​ต้องระวังตัว

​แต่บรรยากาศของป่าอ่านดูน่า​ไปเ​ที่ยวจัง ​แต่ตอนนอนสงสัย​ต้องอุดหู ​เพราะเรามันรูปหล่อซะ ...​อิอิ

รออ่านเรื่อง​ต่อ​ไปอยู่​ครับ​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น