นิตยสารรายสะดวก  Memorandum  ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
พญาไฟเยือนฮานอย
พญาไฟ
...ช่วงอาทิตย์​​ที่ผ่านมา (20-25 กพ. 2549) ฉันมีโอกาส​​ได้มาเยี่ยมเยียนฮานอย เมืองหลวงของเวียดนามตามภาระหน้า​​ที่ของงาน เวียดนามประเทศ​​เพื่อนบ้านของเรา ​​แม้​​จะมีป...
ช่วงอาทิตย์​ที่ผ่านมา (20-25 กพ. 2549) ฉันมีโอกาส​ได้มาเยี่ยมเยียนฮานอย เมืองหลวงของเวียดนามตามภาระหน้า​ที่ของงาน เวียดนามประเทศ​เพื่อนบ้านของเรา ​แม้​จะมีประเทศลาวคั่นอยู่​ ​แต่เดินทาง​โดยเครื่องบินจากเมืองไทยมาฮานอย ​ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.ครึ่งเท่านั้น​เอง

ออกจากกรุงเทพ 17.45 ถึง ฮานอย 19.15 ก้าวแรก​ที่เดินออกจากเครื่องบิน ถึง​ได้รู้ว่า อากาศ​ที่นี่ค่อนข้างเย็น ฉันพลาดซะแล้ว​ ก่อนออกเดินทางฉันไม่มี​ความคิด​ที่​จะสำรวจสภาพอากาศก่อนเลย​ ​เพราะคิดว่าอากาศคงไม่ต่างจากบ้านเรา​ทั้ง ๆ​ ​ที่แม่ก็ถามแล้ว​ว่าอากาศ​ที่นั่น​เป็นอย่างไรบ้าง​ ฉันเลย​ไม่​ได้เตรียมเสื้อผ้าแบบกันหนาว​ไปด้วย ยังดี​ที่ใส่สูทเดินทางเลย​พอช่วยบรรเทา​ความหนาวเย็นลง​ได้

​ที่นี่ผู้คน​จะ​ใช้รถมอเตอร์ไซค์เดินทางกันมากกว่า ​เพราะภาษีรถยนต์ราคาแพง การ​ใช้ถนน​เป็นแบบขับรถชิดขวา​ซึ่งตรงข้าม​กับบ้านเรา รถวิ่งชุลมุน​ไปหมด มอเตอร์ไซค์มีจำนวนมากกว่ารถยนต์มาก ยิ่งช่วงเวลาเช้า​​ที่ทุกคนต่างออก​ไปทำงาน ​จะเห็นมอเตอร์ไซค์อยู่​เต็มถนน จนกินเลน​ไป​ที่เลนรถสวน เวลาเลี้ยวเปลี่ยนเลน ก็ดูชุลมุนวุ่นวาย บางทีก็วิ่งตัดหน้ากันซะเฉย ๆ​ อย่างนั้น​แหล่ะ ​แต่ก็ไม่เห็นมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น​



ตามท้องถนน ยังมีภาพคนขี่จักรยาน ขายผัก ผลไม้ ดอกไม้ให้เห็นอยู่​ตลอด



รถแท็กซี่​ที่นี่​เป็นแบบมิเตอร์ รับ​ทั้งเงินดอลล่า​และเงินดองเวียดนาม อัตราแลกเปลี่ยนตอนนี้ 1 ดอลล่าห์ = 16000 ดอง = 400 บาท​ ​โดยประมาณ เรา​สามารถขอให้คนขับแท็กซี่ออกใบเสร็จรับเงินให้เราด้วย ราคาค่าแท็กซี่เริ่มต้น​ที่ 11000 ดอง แล้ว​เพิ่มตามระยะทางแบบบ้านเรา ประมาณ 3 กิโลเมตร ต่อ 8500 ดอง



ดอกไม้ในสวนสาธารณะ



วันแรก เจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแบบบุฟเฟ่ต์บนเรือ ล่องออก​ไปกลางทะเลสาบ Hoan Kiem ตัวเมืองฮานอย มีทะเลสาบใหญ่อยู่​ด้านบนเรียกว่า west lake ​เป็นทะเลสาบ​ที่ใหญ่​ที่สุดในเมือง ​ส่วนในบริเวนแผ่นดิน ยังมีทะเลสาบย่อย ๆ​ อยู่​อีกถึง 10 แห่ง ด้านขวาของเมือง​เป็น red river น่า​จะ​เป็น​เพราะมีน้ำมากอย่างนี้ จึงทำให้รู้สึกว่า​​ที่นี่ชุ่มชื่น มีลมพัดเย็นตลอดเวลา

นี่​คือภาพเรือสำหรับอาหารมื้อค่ำมื้อแรกของพวกเรา



​และนี่​คือภาพนักดนตรีสาวสวย​ที่ช่วยขับกล่อมดนตรีให้เราฟัง ทำให้บรรยากาศในคืนนั้น​มีชีวิตชีวา



สาว ๆ​ เหล่านี้เก่งมาก เล่นเพลงของหลายชาติให้ฟังด้วย เล่นเพลงไทย 2 เพลง​คือ เพลงลอยกระทง ​กับเพลงพริกขี้หนูของพี่เบิร์ด พอเพลงไทยเล่นปุ๊บ เราก็เอ๊ะ หัน​ไปมอง เค้าก็ส่งยิ้มพยักหน้ามาให้ เหมือน​กับบอกว่า นี่แหล่ะ สำหรับคุณ อิอิ หน้าเรามันไท๊ไทยละนะ

เครื่องดนตรีรูปร่างประหลาด ดูแล้ว​ไม่น่าให้เสียงเพลง​ที่​ไปเราอย่างนี้​ได้ ​โดยเฉพาะเจ้าตัวกระบอกไม้ไผ่ ​ที่วางขวางอยู่​ตรงหน้า ลักษณะมัน​เป็นเพียงไม้ไผ่ 1 ลำ จับวางตามขวาง ขึงเอ็น 1 เส้นด้านบน ทางซ้ายมือ มีแกน​ที่​ใช้สำหรับทำเสียงให้สั่น ผู้เล่นเล่นโน้ตเสียงสูงต่ำ​โดยการเลื่อนมือขวาดีดเอ็น ในตำแหน่ง​ที่ต่างกัน ​ถ้าดีดชิดด้านซ้าย​จะ​ได้เสียงสูง ​ถ้าชิดด้านขวา​จะ​ได้เสียงต่ำ ทดลองดีดดูแล้ว​ ยากพอสมควร ​ต้อง​ใช้ฝ่ามือขวากดสายไว้ แล้ว​จึง​ใช้นิ้วชี้ขวาตวัดดีดส้นขึ้น​มา​เพื่อให้เกิดเสียง ในขณะ​ที่มือซ้าย​ใช้​เพื่อจับก้านสั่นเพิ่มลูกเล่นของเสียงเพลง



ฉันมีภาระกิจ​ที่​ต้องทำตามกำหนดการ​ทั้งหมด 4 วัน สำหรับวัน​ที่ 4 ​ใช้เวลาเพียงครึ่งเช้า​ ดังนั้น​ช่วงเวลาครึ่งวันหลัง คณะเจ้าภาพ ​ได้จัดเตรียม city tour แบบ half-day trip ไว้ให้ นี่แหล่ะ ช่วงเวลา​ที่รอคอย หุ หุ หุ

สถาน​ที่แรก​ที่​ไปเ​ที่ยว ​คือ Ho Chi Minh Mausoleum ​เป็น​ที่สุดท้าย ​ที่ลุงโฮ พักอยู่​จนกระทั่งเสียชีวิต ช่วง 1958 - 1969



​ต่อมา​คือ One Pillar pagoda สร้างขึ้น​ในศตวรรษ​ที่ 11 มี​ความหมายถึง the Goddess of Mercy คง​จะหมายถึง​ความเมตตาปราณี จริง ๆ​ แล้ว​ ไกด์ก็เล่ารายละเอียดให้ฟัง ​แต่เราก็มัว​แต่ถ่ายรูป ซะจนไม่​ได้ฟัง เลย​เล่าต่อ​ได้แค่นี้แหล่ะ



จากนั้น​เดินทาง​ต่อมา​ที่วิทยาลัยแห่งแรกของเวียดนาม Temple of Literature สร้างขึ้น​ในปี 1070 ​เพื่อสอนปรัชญาของขงจื้อ ไกด์เล่าว่า สมัยนั้น​ ​จะคัดเลือกผู้มี​ความฉลาด​เพื่อให้เข้ามาศึกษา ​ที่หน้าประตูทางเข้า ​จะมีอักษร​ที่เขียนหมายถึง ​ความฉลาด (intelligent) ​ส่วนตรงประตูทางออก ​จะ​เป็นอักษร​ที่เขียนหมายถึง คุณธรรม (moral) หมายถึง ​เป็นสถานศึกษา​ที่อบรมสั่งสอน ​โดยคัดเลือกคน​ที่มี​ความเฉลียวฉลาด ​เพื่อเข้ารับการศึกษาปรัชญาตามคำสอนของขงจื้อ ​เมื่อจบออกมาก็​จะกลาย​เป็นบุคคลฉลาด​ที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม

สัญลักษณ์รูปปั้นบนประตูทางเข้าประตูแรก ​เป็นรูปปลา มุ่งหน้าเข้าสู่ขวดเหล้า ปลาเปรียบเหมือนคนเก่ง ขวดเหล้าเปรียบเหมือน​ความรู้



ประตูถัดมา ​เป็นรูปมังกร ​ซึ่งมังกร​เป็นสัญลักษณ์ของการให้น้ำ​และ​ความอุดมสมบูรณ์
หมายถึง ผู้​ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาแล้ว​ เปรียบเหมือน​เป็นมังกร ​ที่ต่อ​ไป​จะ​เป็นบัณฑิตผู้​ที่มี​ความรู้ทำงานรับ​ใช้แผ่นดิน​และให้​ความชุ่มชื่น​กับแผ่นดิน



ผ่านประตู 2 ชั้นแล้ว​ ก็​จะมาถึง ลานกว้าง ​ซึ่งรอบด้านข้างเต็ม​ไปด้วยรูปปั้นเต่าหิน มีแผ่นหินอยู่​บนหลังเต่า เชื่อกันว่า ผู้​ที่สัมผัสหัวเต่า ​จะทำให้ประสบ​ความสำเร็จในการเล่าเรียน ​และหน้า​ที่การงาน งานนี้พลาดไม่​ได้ เลย​​ต้องสัมผัสมั่ง



รูปท่านปรมาจารย์ขงจื้อ



จากนั้น​ เราเดินทาง​ต่อมา​ที่ Tran Quoc Pagoda ​ที่ West lake ​ที่นี่​เป็นเจดีย์​ที่จัดว่าเก่าแก่แห่งหนึ่ง​ของเวียดนาม สร้างขึ้น​​เพื่อระลึกถึงการก่อตั้ง​และปกป้องประเทศเวียดนาม



​ที่สุดท้าย ​คือ Ngoc Son temple สร้างขึ้น​ในศตวรรษ​ที่ 18 บนเกาะกลางทะเลสาบ Hoan Kiem ​เพื่อระลึกถึง the god of literature ​และ นายพล Tran Hung Dao ​ซึ่ง​เป็นฮีโร่ของประเทศ ในสมัยศตวรรษ​ที่ 13 รายละเอียดกรุณาหาอ่านกันเอง ​เพราะพญาไฟมัว​แต่เพลิน​กับการถ่ายรูปจนไม่​ได้ฟังไกด์อีกตามเคย



สุดท้ายของท้ายสุด ไกด์ก็พาพวกเราเดินชมตลาด ของในตลาดก็ไม่ต่างจากบ้านเรา ​ที่ประทับใจมากก็​คือกุ้งกุลาดำ ตัวใหญ่มาก น่าทำ​เป็นกุ้งเผาเจงเจง



กลับถึงบ้านด้วย​ความปลอดภัย เย้

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1387 Article's Rate 7 votes
ชื่อเรื่อง พญาไฟเยือนฮานอย
ผู้แต่ง พญาไฟ
ตีพิมพ์เมื่อ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ รูปภาพเล่าเรื่อง
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๑๐๖๐ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๕ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม ๑๗
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-7089 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 26 ก.พ. 2549, 00.45 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : กางเขนดง [C-7090 ], [58.10.9.59]
เมื่อวันที่ : 26 ก.พ. 2549, 11.32 น.

มารับของฝากจากฮานอยค่ะ​ น่า​ไปเนอะ ไม่ไกล ​เอาไว้มีตังค์ มีเวลาเฮ๊อะ ฝากไว้ก่อน
เอ๊ะ พี่พญาไฟ ไหนว่าไม่กินกุ้งเผาแล้ว​ไง

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๓ : pilgrim [C-7103 ], [82.3.32.76]
เมื่อวันที่ : 27 ก.พ. 2549, 20.25 น.

ดูจากรูป อ่านจากเรื่อง​แล้ว​น่า​ไปเ​ที่ยวจังค่ะ​
ชอบจังเมือง​ที่อากาศเย็นๆ​ ​แต่อาหารการกินเหมือนบ้านเราเนี่ย

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๔ : โดโรที [C-7170 ], [210.84.43.229]
เมื่อวันที่ : 17 มี.ค. 2549, 18.23 น.

กุ้งกุลาตัวใหญ่จริงๆ​ค่ะ​คุณพญาไฟ พอเห็นตัวกุ้งแล้ว​ไม่แปลกใจเลย​​ที่ทำไมกุ้งเวียดนามขึ้น​มาตีตลาดกุ้งกุลาบ้านเรา​ได้ อยาก​จะ​ไปเ​ที่ยวเวียดนามสักครั้งเหมือนกันค่ะ​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๕ : Bo [C-13332 ], [124.120.154.77]
เมื่อวันที่ : 03 ธ.ค. 2550, 10.32 น.

เรา​กำลัง​จะเดินทาง​ไปฮานอยวัน​ที่ 21-24 ธันวา 2550 นี้ อยากรู้อากาศ​ที่นั้น​เปงไงบ้างอ่ะค่ะ​ แล้ว​​ต้องแลกเงินอะไร​​ไป ​ใช้เงินประมาณเท่าไหร่ แนะนำด้วยนะ
kanokrat@prtr.com

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น