นิตยสารรายสะดวก  Articles  ๐๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
แบคทีเรียตัวร้ายถูกจับโดยเทคโนโลยีจิ๋ว
โดโรที
... วันนี้มีบท​​ความเก่า​​แต่น่าสนใจอีกแล้ว​​มาให้อ่านกัน ​​เมื่อพูดถึงแบคทีเรีย ในวงการวิทยาศาสตร์ทางอาหารหรือนักจุลชีววิทยาไม่มี​​ใคร​​ที่​​จะไม่รู...
วันนี้มีบท​ความเก่า​แต่น่าสนใจอีกแล้ว​มาให้อ่านกัน ​เมื่อพูดถึงแบคทีเรีย ในวงการวิทยาศาสตร์ทางอาหารหรือนักจุลชีววิทยาไม่มี​ใคร​ที่​จะไม่รู้จัก E. Coli O157 : H7 เชื้อตัวนี้เรียกว่า​เป็นผู้ก่อการร้ายทางชีวภาพหรือ​ที่เรียกว่า Bioterrorism เลย​ทีเดียว ​เพราะมันก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อพวกเรานั่นเอง

มันร้ายอย่างไร ? จริงๆ​แล้ว​ E. Coli ​เป็น​เพื่อนซี้​กับพวกเรา​และมันก็อาศัยอยู่​ในลำไส้ของพวกเรา ​แต่​ต่อมามีการค้นพบสายพันธุ์ใหม่​ซึ่งมันเกิดมา​ได้อย่างไรนั้น​เราไม่ทราบรายละเอียด เจ้าสายพันธุ์นี้​คือ E. Coli O157:H7 ​ซึ่งมันมี​ความ​สามารถพิเศษในการสร้างสารพิษ Verotoxin (VT) ส่งผลต่อเยื่อบุผนังลำไส้ หากมี​ใครโชคร้าย​ได้รับเชื้อตัวนี้เข้า​ไปก็​จะทำให้เกิดอาการท้องเสีย ​ต่อมาก็ท้องร่วงอย่างรุนแรง ระบบปัสสาวะ​และไตอักเสบ ​และร้ายแรง​ที่สุด​คือการติดเชื้อขั้นรุนแรง​ที่ส่งผลทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบจนยาก​ที่​จะเยียวยารักษา

การตรวจสอบ ​แต่เดิมมาการตรวจเช็คเชื้อตัวนี้​ต้อง​ใช้เวลานานกว่า​จะรู้ผล ​โดย​จะ​ต้องเสียเวลาในการเลี้ยงเจ้าตัวร้ายให้มันโตขึ้น​มาแล้ว​จึงนำ​ไปตรวจสอบอีกครั้ง Weithong Tan ​และคณะจาก University of Florida ​ได้ร่วมกันคิดค้นวิธี​ที่​จะตรวจการปนเปื้อนของเจ้าเชื้อตัวนี้ในอาหารให้เร็วขึ้น​ ​ซึ่งวิธี​ที่พวก​เขาค้นพบ​ใช้เวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น​ ในขณะ​ที่​แต่เดิม​ต้อง​ใช้เวลา 48 ชั่วโมงหรือสองวันกว่า​จะรู้ผล​ซึ่งอาจ​จะไม่ทันการ

Andrew Brabban ผู้​ซึ่งทำงาน​กับเจ้าเชื้อร้าย​ที่ Evergreen State Washington ​ได้กล่าวว่าการ​ใช้วิธีดั้งเดิมในการตรวจถือว่า​เป็นการเสียเวลา​และค่า​ใช้จ่ายด้วย

วิธี​ที่พวก​เขา​กำลังศึกษานั้น​​คือ​ใช้ silica nanoparticle (อนุภาคขนาดเล็กของซิลิกา)​ติด​กับ fluorescent dye (สีย้อมเรืองแสง) แล้ว​เชื่อมติด​กับ antibody ​ที่มี​ความจำเพาะ​สามารถเข้าคู่​กับ antigen ของแบคทีเรียตัวร้าย ​และแล้ว​นำ​ไปใส่ในตัวอย่างอาหาร​ที่​ต้องการตรวจสอบ ​เมื่อเจ้าก้อนตรวจสอบ silica nanoparticle ​ที่มี​ทั้งสีเรืองแสง​และ antibody อยู่​ในตัวเดียวกัน (Three in one) ถูกใส่ลง​ไปในตัวอย่าง​ที่เรา​ต้องการตรวจสอบ ก้อนๆ​นี้​จะ​ไปเกาะติด​กับแบคทีเรีย​ที่มี antigen ​ซึ่งจำเพาะ​กับ antibody ทันที หลังจากนั้น​พวก​เขาจัดการแยก silica nanopartilce ​ที่ไม่​ได้เกาะติด​กับแบคทีเรียออก​ไป​โดยการปั่นแยกตะกอน​ที่​ความเร็วรอบ​ที่เหมาะสม แบคทีเรีย​ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่า​และมีสีเรืองแสงติดแล้ว​​จะตกตะกอนอยู่​​ที่ก้นหลอดทดลอง ​เมื่อนำ​ไปตรวจเช็คด้วย spectrofluorometer ​ซึ่งทำหน้า​ที่ตรวจจับ​ความเข้มของสารเรืองแสง

จัดว่า​เป็นวิธี​ที่น่าสนใจ บางคนอาจสงสัยว่าทำไม่​ต้อง​ใช้ silica nanoparticle ด้วย ​เอาแค่สีเกาะติด​กับ antibody ไม่​ได้รึ? คำตอบก็​คือว่าเจ้า silica nanoparticle มันช่วยทำให้เกิดการดูดซับโมเลกุลของสีเรืองแสง​ที่ว่า​ได้มากมาย​หลายพันโมโลกุล​ซึ่งช่วยทำให้เรา​สามารถอ่านผล​ได้ง่าย​และชัดเจนขึ้น​นั่นเอง

งานวิจัยอันนี้ดูแล้ว​น่าสนใจ​และมีประโยชน์มาก ​เมื่อเทียบ​กับกระแสเสื้อนาโนของบ้านเรา​ที่ออกมาแข่งกันถึงสองหน่วยงาน ตาม​ความคิดเห็นของเราเราไม่เห็นด้วยมากนัก​กับเรื่อง​เสื้อนาโน ราคาแพง กว่าเสื้อปกติ ใส่​ได้เพียงประมาณ 30 ครั้งก็กลายมา​เป็นเสื้อธรรมดาแล้ว​ ​ที่ต่างประเทศมีการผลิตออกมานานหลายปีแล้ว​​และก็​เป็นปัญหา​กับลูกค้าเช่นกันเกี่ยว​กับเรื่อง​​ความไม่คงทนของคุณสมบัติของตัวเสื้อ เรา​เป็นคนหนึ่ง​​ที่​จะไม่เสียเงินซื้อเสื้อนาโนเด็ดขาดไม่ว่า​จะผลิตจากบริษัทใด ประเทศไหนก็ตาม ​แต่มองอีกมุมกลับ​ถ้านำหลักการเดียว​กับการทำเรื่อง​เสื้อนาโนมา​ใช้ผลิตผ้าพันแผลหรือพลาสเตอร์ยาน่า​จะ​เป็นประโยชน์​และมีคุณค่ามากกว่า ​ซึ่งหวังว่าคงมีโอกาส​ได้เห็นผลิตภัณฑ์พวกนี้จากบ้านเราบ้างในไม่ช้า...​...​...​...​

สุดท้ายนี้ขอย้อนกลับมา​ที่การทานอาหารของพวกเรา ​โดยเฉพาะผู้​ที่ชอบทานแฮมเบอร์เกอร์ เลือกซื้อจากร้าน​ที่สะอาดนะคะ​ หรือ​ถ้า​จะทำเองก็​ต้องปรุงให้สุก​เพราะเนื้อ​ทั้งหลาย​ที่นำมาทำนั้น​​เป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียตัวร้ายนี้​เป็นอย่างดี คน​ที่ชอบเนื้อน้ำตกกึ่งสุกกึ่งดิบๆ​ก็ควรระวังด้วยเช่นกันค่ะ​ ​เมื่อวานนี้พึ่ง​ไปทานแฮมเบอร์ไก่​ที่มหาวิทยาลัยมา​เป็นมื้อเ​ที่ยง ผลปรากฏว่าเกิดอาการปวดท้องอย่างหนัก เรียกว่าท้องเสียเข้าห้องน้ำ​ไปหลายรอบเลย​ค่ะ​ ขณะ​ที่นั่งพิมพ์อยู่​ก็ยังโครกครากอยู่​เหมือนเดิมค่ะ​ วันจันทร์นี้ Nadine ชวน​ไปแจ้งร้านค้าให้ปรับปรุงค่ะ​​เพราะเรา​ทั้งคู่เจอปัญหาเดียวกัน ยังไงก็อย่าลืมป้องกันตัวเองกันก่อนนะคะ​

*** แปล เรียบเรียง ดัดแปลงเพิ่มเติมจาก
http://www.newscientist.com/channel/mech-tech/nanotechnology/dn6513

​ใครสนใจอยากอ่านงานวิจัยฉบับ​เต็มเข้า​ไปดู​ได้​ที่
http://www.pnas.org/cgi/reprint/101/42/15027


**โฉมหน้าเจ้าตัวร้ายจาก www.goshen.edu

 

F a c t   C a r d
Article ID A-1365 Article's Rate 1 votes
ชื่อเรื่อง แบคทีเรียตัวร้ายถูกจับโดยเทคโนโลยีจิ๋ว
ผู้แต่ง โดโรที
ตีพิมพ์เมื่อ ๐๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
ตีพิมพ์ในคอลัมน์ สัพเพเหระ
จำนวนผู้เปิดอ่าน ๕๓๘ ครั้ง
จำนวนความเห็น ๒ ความเห็น
จำนวนดอกไม้รวม
| | | |
เชิญโหวตให้เรตติ้งดอกไม้แก่ข้อเขียนนี้  
R e a d e r ' s   C o m m e n t
ความเห็นที่ ๑ : ศาลานกน้อย [C-6924 ], [000.000.000.000]
เมื่อวันที่ : 04 ก.พ. 2549, 10.21 น.

ผู้อ่าน​ที่รัก,

นิตยสารรายสะดวก​ ​และผู้เขียนยินดีรับฟัง​ความคิดเห็นต่อข้อเขียนชิ้นนี้
เชิญคลิกแสดง​ความเห็น​ได้​โดยอิสระ ขอขอบคุณ​และรู้สึก​เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการมี​ส่วนร่วมของท่านในครั้งนี้...​

แจ้งลบข้อความ


ความเห็นที่ ๒ : แสนรัก [C-6926 ], [133.70.6.184]
เมื่อวันที่ : 04 ก.พ. 2549, 12.09 น.

อ่ะอ่ะ..E. coli O157:H7 เนี่ย​เขาว่ามันมาจากการแลกเปลี่ยนพันธุกรรมทางธรรมชาติจ้า out break แรกเลย​อยู่​​ที่ญี่ปุ่นนี่เอง มากะเนื้อ​ที่ทำแฮมเบอร์เกอร์ ล่ะ..รู้สึกว่า​ไอ้ตัวนี้ตอนนี้​ที่เมืองไทยยัง​ใช้ ELISA อยู่​ ​แต่กรมปศุสัตว์กะลัง​จะเปลี่ยน ​เอา PCR เข้ามาแทนล่ะค่ะ​ ​แต่ก็ยังนานกว่า​ที่พี่โดเรธีว่ามานา...​ในของสดไม่น่ามีปัญหา ​แต่​ถ้าในอาหารสุกเนี่ยก็ บ่ ฮู้เหมือนกัน...​.ว่าแล้ว​คิดถึง Food Safety ใจ​จะขาด...​มาเรียนอะไร​อยู่​ก็ไม่รู้เนี่ย...​เฮ้อ...​

...​.​แต่น่าสงสารแล้ว​วันนั้น​​เอาอะไร​จิ้มน้ำพริกล่ะคะ​ ไม่มีปลาทูน่ะ

วันนี้ติดตามข่าว​ที่บ้านเหมือนกันค่ะ​ อาจารย์​ที่นี่ก็ถามถึง...​​เมื่อเช้า​ฟังนายกพบประชาชน ท่านนายก ของเราพูดมา​ได้ไงว่า "คน​ที่​จะให้ผมออกมีคนเดียว​คือพรเจ้าอยู่​หัว ​ถ้าท่านมากระซิบผม ว่าออกเถอะ ผม​จะกราบ​พระบาท​ออกเลย​ครับ​" แบบนี้มันก็​เป็นการ​ไปกดดัน​พระเจ้าอยู่​หัวอ่ะดิ จริงป่ะคะ​...​

แจ้งลบข้อความ


สั่งให้ระบบส่งเมลแจ้งการเพิ่มเติมความเห็น
 ศาลานกน้อย พร้อมบริการเสมอ และยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ได้ทางคอลัมน์ คุยกับลุงเปี๊ยก หรือทางอีเมลได้ที่ uncle-piak@noknoi.com  พัฒนาระบบ : ธีรพงษ์ สุทธิวราภิรักษ์  โลโกนกน้อย : สุชา สนิทวงศ์  ภาพดอกไม้ในนกแชท : ณัฐพร บุญประภา  ลิขสิทธิ์งานเขียนในนิตยสารรายสะดวก เป็นของผู้เขียนเรื่องนั้น  ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้โพสทั้งสิ้น